ไปเที่ยวอินโดฯ ต้องระวัง! รบ.ออสซี่เตือน กลุ่มก่อการร้ายเตรียมโจมตีครั้งใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/582207

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ก.พ. 2559 11:20

 

(เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเก็บหลักฐานหลังเกิดเหตุโจมตีจาการ์ตาเมื่อม.ค.59)

รัฐบาลออสเตรเลียออกคำเตือนอีกแล้ว… ให้นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนอินโดนีเซียต้องเพิ่มความระมัดระวังตัว หลังได้รับรายงานข่าวกรองล่าสุด กลุ่มก่อการร้ายกำลังเตรียมก่อเหตุโจมตีแดนอิเหนาครั้งใหม่…

เมื่อ 25 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลออสเตรเลียออกคำเตือนล่าสุด ให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวในอินโดนีเซียควรเพิ่มความระมัดระวังอย่างสูง เนื่องจากได้รับข้อมูลเมื่อเร็วๆ นี้ว่า กลุ่มก่อการร้ายอาจกำลังมีแผนการโจมตีอินโดนีเซียครั้งใหม่ และคำเตือนดังกล่าวของทางการออสเตรเลียมีขึ้น หลังจากเพิ่งเกิดเหตุโจมตีอินโดนีเซียเมื่อ 14 ม.ค. 59 จนถือเป็นเหตุก่อการร้ายที่รุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย นับตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีในประเทศนี้ เมื่อปี 2552

เว็บไซต์ เดอะการ์เดียน รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียได้ออกแถลงการณ์สั้นๆ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ก.พ. ว่า นักท่องเที่ยวควรเพิ่มความระมัดระวังในการไปเยือนอินโดนีเซีย รวมทั้งที่เกาะบาหลี เพียงแต่ไม่ได้แจ้งรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบที่กลุ่มก่อการร้ายกำลังเตรียมที่จะนำมาใช้โจมตีแต่อย่างใด

ตร.อินโดนีเซียดวลปืนสู้กับกลุ่มคนร้ายในเหตุโจมตีจาการ์ตา เมื่อ 14 ม.ค. 59

ทั้งนี้ ทางการอินโดนีเซียได้ดำเนินการร่างกฎหมายเพื่อนำมาใช้ปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายที่เข้มงวดมากขึ้น หลังเกิดเหตุชายคนร้าย 4 คน ได้ใช้ปืนและระเบิดพลีชีพก่อเหตุโจมตีย่านใจกลางกรุงจาการ์ตา เมื่อ ม.ค. 59 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย รวมทั้ง 4 คนร้าย ก่อนต่อมา กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซีย เผยว่า กลุ่มคนร้ายลงมือก่อเหตุโดยได้แรงบันดาลใจจากเหตุโจมตีปารีส เมื่อ พ.ย. 58 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 130 ราย อีกทั้งตอนนี้ ยังคาดว่ามีชาวอินโดนีเซียประมาณ 500-700 คน ได้ไปเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิสในอิรักและซีเรีย ซึ่งทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียกังวลว่าเมื่อคนเหล่านี้เดินทางกลับประเทศจะสามารถก่อการร้ายในประเทศได้

กัมพูชาตื่น! เอชไอวีระบาด เชื่อแพร่จากเข็มหมอเถื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/580977

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 23 ก.พ. 2559 05:40

 

(ภาพ: AFP)

เมื่อ 22 ก.พ. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกัมพูชาเร่งทำการตรวจเลือดชาวบ้านในหมู่บ้าน “เพียม” ใน จ.กันดาล ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงพนมเปญมากนัก หลังพบผู้ติดไวรัสเอชไอวี รายใหม่ 14 คน และเกรงว่าจะเกิดระบาดรอบใหม่

ทั้งนี้ หลังพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีมากกว่า 200 คนในหมู่บ้านอีกแห่งเมื่อไม่นานมานี้ ต่อมามีหมอเถื่อนคนหนึ่ง จ.พระตะบอง ถูกจับและขังคุกฐานใช้เข็มฉีดยาเก่าที่สกปรกฉีดยาให้คนไข้ ขณะที่ชาวบ้านบางคนในบ้านเพียมที่ติดเอชไอวีเชื่อว่าอาจติดเพราะรักษากับหมอเถื่อนคนดังกล่าว

อย่างไรก็ดียังเร็วไปที่จะบอกได้ว่าการระบาดของเอชไอวีล่าสุดเกิดจากอะไร แต่เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงปัญหาระบบรักษาสุขภาพที่ขาดงบประมาณสนับสนุนเรื้อรังในกัมพูชา.

ตื่นตาตื่นใจ! งาน ‘สิงคโปร์ แอร์โชว์’ ขนเครื่องบินมาโชว์ ชวนให้ซื้อกันตรึม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/579148

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2559 13:00

 

(เครื่องบินรบ ‘Dassault Rafael’ ของฝรั่งเศส )

งานสิงคโปร์ แอร์โชว์ สุดยิ่งใหญ่… บริษัทชั้นแนวหน้าขนเครื่องบินและอากาศยานมาโชว์ให้ประเทศในอาเซียนอยากซื้อกันเพียบ จนถือเป็นงานแอร์โชว์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เท่าที่เคยจัดกันมา

เมื่อ 18 ก.พ. 59 สื่อต่างประเทศรายงานครึกโครม งานสิงคโปร์ แอร์โชว์ เปิดฉากขึ้นแล้วระหว่างวันที่ 16-21 ก.พ. 59 จนถือเป็นงานแอร์โชว์ทางอากาศยานครั้งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งมีทั้งการนำเครื่องบินทางทหารและเครื่องบินโดยสารพาณิชย์มาจัดแสดง โดย บีบีซี รายงานว่า งานสิงคโปร์ แอร์โชว์ ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์แสดงนิทรรศการชางงีนั้น เป็นโอกาสที่ทำให้บริษัทผลิตอากาศยานยักษ์ใหญ่ นำเครื่องบินและอากาศยานของบริษัทมาโชว์ในภูมิภาคนี้ ซึ่งมีอัตราเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ทีมแบล็ค อีเกิล ของเกาหลีใต้ โชว์บินผาดแผลง เมื่อ 16 ก.พ.

บีบีซี ชี้ว่า คาดว่าในช่วง 20 ปีข้างหน้า บริษัท โบอิ้ง จะสามารถขายเครื่องบินโดยสารโบอิ้งให้แก่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ถึงเกือบ 4,000 ลำ มูลค่านับ 550,000 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีพิพาทแย่งชิงหมู่เกาะสแปรตลีย์ และหมู่เกาะพาราเซลในทะเลจีนใต้ รวมถึงความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีที่เพิ่มมากขึ้น ก็เป็นปัจจัยทำให้ประเทศต่างๆ ในเอเชีย มีการซื้อหาเครื่องบินรบและอากาศยานต่างๆ มากขึ้น

อู้ฮู..‘สิงคโปร์ แอร์โชว์’ งานใหญ่จริงๆ

 

เครื่องบิน F-15 บินโชว์สร้างความตื่นตะลึง

เครื่องบินรบ F-35 ของบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน

ฟิลิปปินส์เร่งประมูลขายเครื่องเพชร ‘อีเมลดา’ หวั่นลูกชายหวนครองอำนาจ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578181

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 11:22

 

รบ.ฟิลิปปินส์เดินเครื่อง รีบนำเครื่องเพชรมูลค่ากว่า 700 ล้านของ อีเมลดา มาร์กอส อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ที่ยึดมาได้ ออกมาประมูลขาย หวั่นลูกชายตระกูลมาร์กอสหวนกลับมาครองอำนาจ เพราะประกาศจะลงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ค.ปีนี้

เมื่อ 16 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการฟิลิปปปินส์รีบเดินหน้านำเครื่องเพชรของ นางอีเมลดา มาร์กอส อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของฟิลิปปินส์ ผู้เป็นภริยาของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ออกมาประมูลเพื่อนำรายได้เข้ารัฐ โดยรัฐบาลได้ยึดเครื่องเพชรล้ำค่าเหล่านี้ของนางมาร์กอส หลังจากอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ซึ่งกุมอำนาจปกครองฟิลิปปินส์ยาวนานเกือบ 20 ปี ถูกประชาชนลุกฮือประท้วงขับไล่จนหนีออกนอกประเทศ เมื่อปี 2529

สำหรับมูลค่าเครื่องเพชรของ นางมาร์กอส คาดว่ามีมูลค่ามากกว่า 21 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 756 ล้านบาท โดยเมื่อปลายปี 2558 รัฐบาลฟิลิปปินส์ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเบนิกโญ อาคีโน ได้นำเครื่องเพชรเหล่านี้ออกมาแสดงต่อสื่อมวลชน และให้บริษัทจัดประมูลชื่อดังระดับโลก ‘คริสตี้’ มาประเมินมูลค่าของเครื่องเพชร

เครื่องเพชรแต่ละชิ้น ‘อลังการ’ ทั้งนั้น

ข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทางการฟิลิปปินส์กำลังเร่งนำเครื่องเพชรของ นางมาร์กอส ซึ่งได้รับการกล่าวขานในความฟุ้งเฟ้อ สะสมเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัวมากมายในระหว่างที่สามี อดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส เรืองอำนาจนั้น เป็นเพราะนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือมีชื่อเรียกขานว่า ‘บองบอง’ ผู้เป็นบุตรชายของมาร์กอส ประกาศจะลงแข่งขันชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในการเลือกตั้ง เมื่อเดือน พ.ค. 2559

เร่งนำเครื่องเพชรของนางอีเมลดา มาร์กอส ออกมาประมูลขายแล้ว

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าทรัพย์สมบัติมากมายที่ตระกูลมาร์กอสครอบครองในระหว่างที่อดีตประธานาธิบดีมาร์กอสปกครองฟิลิปปินส์ มีมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเพชร เงินสด และทรัพย์สินต่างๆ มากมาย

ไฟไหม้อาคารจำหน่ายสินค้าเมืองปากเซ ขณะจัดงานหนังนานาชาติ คาดสูญ 10 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576783

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 04:55

 

คนแตกฮือ! เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดขณะจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ฮูปเงาจำปาสัก ในอาคารจำหน่ายสินค้าโอทอปเมืองปากเซ สปป.ลาว ไฟโหมแรง ใช้เวลากว่า 2 ชม. คุมเพลิงในวงจำกัด คาดเสียหายนับ 10 ล้าน ไร้รายงานผู้บาดเจ็บ

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 21.15 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรงที่อาคารจำหน่ายสินค้า หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ใจกลางเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอาคารและลุกลามไปอย่างรวดเร็ว สร้างความแตกตื่นให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังเก็บของหลังจากปิดตลาด โดยก่อนหน้านี้ ทางแขวงจำปาสัก มีการเปิดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ฮูปเงาจำปาสัก ครั้งที่ 1” (CHAMPASAK FILM FESTIVAL 1st) และมีพิธีเปิดในช่วงเวลา 19.30 น. ที่ผ่านมา

ขณะที่กำลังมีการฉายภาพยนตร์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวกำลังนั่งชมอยู่นั้น ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับมีประกายไฟพวยพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในอาคารต่างตกใจวิ่งหนีออกมา และประชาชนที่อาศัยอยู่รอบๆ อาคารต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไฟไหม้โหมรุนแรงมาก

จากนั้น ท่านบัวลิน พงพะจันทร์ รองเจ้าแขวงจำปาสัก ซึ่งอยู่ภายในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติด้วย รีบสั่งการเจ้าหน้าที่ปกครองเมืองปากเซ ระดมรถดับเพลิงมาที่จุดเกิดเหตุ โดย 10 นาทีต่อมา รถดับเพลิงได้เข้าประจำพื้นที่เพื่อควบคุมเพลิง แต่การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีลมแรง อีกทั้งสินค้าภายในตลาดที่เป็นเสื้อผ้า สารเคมี เครื่องสำอาง และเครื่องอุปโภคบริโภค เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว และบรรยากาศเป็นไปด้วยความวุ่นวาย มีพ่อค้าแม่ค้าพยายามที่จะขึ้นไปเก็บทรัพย์สินมีค่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็กำลังเร่งควบคุมเพลิง แต่เพลิงยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง

กระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต คาดว่ามูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท.

บินทัพอินโดฯ-เมียนมาร่วง พลเรือน-เจ้าหน้าที่ดับรวม 7 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575744

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2559 03:00

 

ซากเครื่องบินของกองทัพเมียนมา ตกในกรุงเนปิดอว์ (ภาพ: AP)

พล.ต.ฮัมดี ลองดง โฆษกประจำฐานทัพอากาศอับดุล เราะห์มาน ในเมืองมาลัง บนเกาะชวา ตะวันออกของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 10 ก.พ. ว่า เครื่องบินของกองทัพ รุ่นอีเอ็มบี 314 ซุปเปอร์ทู คาโน ตกใส่บ้านเรือนประชาชนในเมืองมาลัง มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ นักบิน กับพลเรือนชาย และหญิงซึ่งอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุ

เครื่องบินลำดังกล่าวบินออกจากฐานทัพอับดุล เราะห์มาน เพื่อฝึกซ้อมบินตามปกติได้ราว 45 นาที ก็ขาดการติดต่อ และพบต่อมาว่าเครื่องตกหลังจากนั้นไม่นาน ส่วนสาเหตุยังไม่รู้แน่ชัด ขณะที่เดือน ก.ค. 2558 เกิดเหตุเครื่องบินของกองทัพอินโดนีเซีย รุ่นเฮอร์คิวสิส ซี-130 ตกในย่านชุมชนในเมืองเมดาน บนเกาะสุมาตรา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 142 ราย

วันเดียวกัน เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก รุ่นบีชคราฟต์ ของกองทัพเมียนมา ระเบิดกลางอากาศหลังบินออกจากสนามบินในกรุงเนปิดอว์ได้เพียงไม่นาน และเกิดไฟลุกท่วมซากเครื่องบินควันโขมงตกที่ท้องทุ่งใกล้สนามบิน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย เป็นนักบินและเจ้าหน้าที่ของกองทัพเมียนมา.

พม่าเล็งเผยชื่อผู้ชิงตำแหน่งปธน. 17 มี.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574647

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2559 02:15

 

(ภาพ: AP)

นายวิน คาย ถั่น ประธานรัฐสภาเมียนมา แถลงเมื่อ 8 ก.พ.ว่า รายนามผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดีอีก 2 คนของเมียนมา จะถูกเปิดเผยในวันที่ 17 มี.ค.นี้ ก่อนที่รัฐบาลพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางอองซาน ซูจี ซึ่งชนะเลือกตั้งเมื่อ 8 พ.ย.2558 จะขึ้นกุมอำนาจใน 1 เม.ย.

โดยสภาผู้แทนฯ, วุฒิสภา และฝ่ายทหารซึ่งมีโควตาที่นั่งในสภา 25% ต่างจะเสนอชื่อผู้เข้าชิงทั้ง 3 ตำแหน่งนี้ให้สภาร่วมลงมติ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าซูจีจะตกลงกับฝ่ายทหารให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 69 (เอฟ) ซึ่งห้ามนางซูจีเป็นประธานาธิบดี เพราะมีสามีหรือลูกเป็นชาวต่างชาติได้ก่อนหน้านั้นหรือไม่ ซึ่งโฆษกฝ่ายทหารระบุว่า ทหารและซูจียังไม่ได้หารือกันในเรื่องนี้.

สลด! ชาวบ้านอินโดฯ ซดเหล้าเถื่อน ดับอนาถ 24 ศพ ป่วยอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574190

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ก.พ. 2559 02:00

 

(ภาพ: AFP)

เกิดเหตุสลด ชาวบ้านในภาคกลางของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย เสียชีวิตจากการดื่มสุราเถื่อนปนเปื้อนสารพิษถึง 24 ราย ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ชาวบ้านที่หมู่บ้าน สเลมาน ในจังหวัดชวากลาง เสียชีวิตจากการดื่มเหล้าเถื่อนต้มเอง ซึ่งเชื่อว่าปนเปื้อนสารอันตรายไปแล้วถึง 24 ราย ขณะที่ยังมีผู้ป่วยต้องรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 22 คน นอกจากนี้ ตำรวจยังสามารถจับผู้ค้าเหล้าเถื่อนได้ 2 คน

นาย ยูเลียนโต หัวหน้าตำรวจของหมู่บ้านสเลมาน เปิดเผยต่อสถานีโทรทัศน์ เมโทร ทีวี ว่า ตำรวจได้ส่งเหล้าดังกล่าวซึ่งปนเปื้อนสารอันตรายไปตรวจสอบที่ห้องแล็บในเมือง เซอมารัง ทางเหนือของเกาะชวาแล้ว

ทั้งนี้ การเสียชีวิตจากการดื่มเหล้าเถื่อน เริ่มเกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะในช่วงพื้นที่แถบชนบท ซึ่งประชาชนไม่อาจขอใบอนุญาตผลิตหรือขายสุราได้

มะกันยินดีรบ.เมียนมาเปิดประชุมนัดแรก-ฉ่วยมานจี้ซูจีวางคนเหมาะสมนั่งสภา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571875

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ก.พ. 2559 01:25

 

จอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ (ภาพ: AFP)

นายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อ 1 ก.พ. เพื่อแสดงความยินดีต่อการเปิดประชุมสภาครั้งแรกของเมียนมา นับตั้งแต่พรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ฝ่ายค้านแห่งเมียนมา ภายใต้การนำของนางออง ซาน ซูจี นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ได้รับชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย.2558 และนายเคอร์บี อวยพรให้เมียนมามีความเป็นเอกภาพและมุ่งหน้าสู่การปฏิรูปประเทศต่อไป

ขณะที่นายโรแลนด์ โคเบีย เอกอัครราชทูตของสหภาพยุโรป (อียู) ประจำเมียนมา เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมสภาที่กรุงเนปิดอว์ของเมียนมาในวันที่ 1 ก.พ.ด้วย พร้อมทั้งหารือกับนางซูจีเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ใหม่และการนัดพบปะเจรจาระหว่างสมาชิกพรรคเอ็นแอลดีและผู้แทนสภาอียูในอนาคต

ฉ่วย มาน (ภาพ: REUTERS)

ด้านนายวิน มินต์ สมาชิกพรรคเอ็นแอลดี ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเมียนมา ได้รับการลงมติรับรองอย่างเป็นทางการและเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในวันเดียวกัน ส่วนนายฉ่วย มาน อดีตหัวหน้าพรรครัฐบาลยูเอสดีพี ซึ่งกำลังจะพ้นจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ แสดงความยินดีกับนายวิน มินต์ และเตือนพรรคเอ็นแอลดีให้เลือกคนทำงานที่มีความสามารถและเหมาะสมกับตำแหน่งในสภา.

มาเลย์ยืนยัน เศษเหล็กเกยหาดทางตะวันออกไม่ได้มาจาก MH370

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/570266

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ม.ค. 2559 04:00

 

(ภาพ: REUTERS)

ทางการมาเลเซียออกมายืนยัน ชิ้นส่วนโลหะที่พบบริเวณชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศมาเลเซียเมื่อวันพุธ ไม่ได้มาจากเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่หายสาบสูญไปเมื่อ 2 ปีก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการมาเลเซียออกมายืนยันในวันศุกร์ที่ 29 ม.ค. ว่า ชิ้นส่วนโลหะซึ่งคาดว่าเป็นเศษซากเครื่องบินถูกคลื่นทะเลซัดเข้ามาในชายฝั่งเมืองเบซุตในรัฐตรังกานู ทางตะวันออกของมาเลเซียเมื่อวันพุธ (27 ม.ค.) ไม่ใช่ชิ้นส่วนที่มาจากเครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ของมาเลเซียแอร์ไลน์สที่หายสาบสูญไปเมื่อ 2 ปีก่อน

นายเหลียว เถียง หลาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแห่งประเทศมาเลเซีย ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า เศษชิ้นส่วนดังกล่าวไม่ตรงกับลักษณะของเครื่องบินโบอิ้ง 777 ซึ่งเท่ากับว่าไม่ได้มาจากเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ไปโดยปริยาย

ข้อสรุปดังกล่าวเป็นผลการสืบสวนของทีมซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมการบินพลเรือนมาเลเซีย, กระทรวงคมนาคม และสายการบิน มาเลเซียแอร์ไลน์ส

เหลียว เถียง หลาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแห่งประเทศมาเลเซีย (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส หายสาบสูญไปพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คนเมื่อ 8 มี.ค. 2014 ขณะกำลังเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงมาเลเซียไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากเรดาร์และอื่นๆ ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่า เครื่องบินลำนี้บินวกกลับ และมุ่งหน้าไปยังพื้นทางใต้ของมหาสมุทรอินเดีย

ออสเตรเลียเป็นผู้นำทีมเจ้าหน้าที่นานาชาติในการค้นหาเอ็มเอช 370 โดยการค้นหาครอบคลุมพื้นที่ขนาด 120,000 ตร.กม. ห่างชายฝั่งเมืองเพิร์ธ ทางตะวันตกของออสเตรเลียประมาณ 2,000 กม. โดยใช้ทั้งโดรนสำรวจใต้น้ำ และเครื่องโซนาร์จากเรือพิเศษในการค้นหาแต่ยังไม่พบเศษซากของเครื่องบินลำนี้เลย จนกระทั่งมีการพบชิ้นส่วน แฟล็ปเพอรอน ของเครื่องบินลำนี้ที่เกาะเรอูนิยง ทางตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากพื้นที่ค้นหานับพันไมล์.