มาเลย์เจอด้วย! เศษชิ้นส่วนปริศนาถูกซัดเข้าหาด ไม่ชัดเกี่ยวข้องMH370

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569801

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2559 06:00

 

(ภาพ: REUTERS)

มาเลเซียพบชิ้นส่วนโลหะซึ่งคาดว่าเป็นเศษซากเครื่องบินถูกคลื่นทะเลซัดเข้ามาในชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศ แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370 หรือไม่…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชิ้นส่วนโลหะซึ่งคาดว่าเป็นเศษซากเครื่องบินถูกคลื่นทะเลซัดเข้ามาในชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศมาเลเซียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (27 ม.ค.) ทำให้เกิดกระแสความสงสัยเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 สัปดาห์ ว่าชิ้นส่วนที่พบนี้อาจมาจากเครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ของมาเลเซียแอร์ไลน์ที่หายสาบสูญไปเมื่อ 2 ปีก่อน

สื่อท้องถิ่นของประเทศมาเลเซียระบุว่า วัตถุปริศนาดังกล่าวมีสีขาวและยาวประมาณ 2 ม. ถูกพบลอยอยู่ในทะเลนอกชายฝั่งของเมืองเบซุตในรัฐตรังกานู ทางตะวันออกของมาเลเซีย ซึ่งเป็นชายฝั่งหันเข้าหาทะเลจีนใต้ เช่นเดียวกับเศษชิ้นส่วนที่ลอยมาเกยชายหาดทะเล หมู่ 9 ต.ท่าพญา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ทางใต้ของประเทศไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ของไทยและมาเลเซียระบุว่าไม่ได้มาจากเอ็มเอช 370

ด้านโฆษกกระทรวงคมนาคมของมาเลเซียระบุว่า เจ้าหน้าที่จากกรมการบินพลเรือนกำลังตรวจสอบชิ้นส่วนที่พบล่าสุด หลังจากได้รับแจ้งจากตำรวจ

ทั้งนี้ เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส หายสาบสูญไปพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คนเมื่อ 8 มี.ค. 2014 ขณะกำลังเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงมาเลเซียไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากเรดาร์และอื่นๆ ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่า เครื่องบินลำนี้บินวกกลับ และมุ่งหน้าไปยังพื้นทางใต้ของมหาสมุทรอินเดีย

ออสเตรเลียเป็นผู้นำทีมเจ้าหน้าที่นานาชาติในการค้นหาเอ็มเอช 370 โดยการค้นหาครอบคลุมพื้นที่ขนาด 120,000 ตร.กม. ห่างชายฝั่งเมืองเพิร์ธ ทางตะวันตกของออสเตรเลียประมาณ 2,000 กม. โดยใช้ทั้งโดรนสำรวจใต้น้ำ และเครื่องโซนาร์จากเรือพิเศษในการค้นหาแต่ยังไม่พบเศษซากของเครื่องบินลำนี้เลย จนกระทั่งมีการพบชิ้นส่วน แฟล็ปเพอรอน ของเครื่องบินลำนี้ที่เกาะเรอูนิยง ทางตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากพื้นที่ค้นหานับพันไมล์.

เต็ง เส่ง กล่าวสุนทรพจน์ ขอทุกฝ่ายทำเพื่อชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569724

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ม.ค. 2559 01:30

 

(ภาพ: AP)

นายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมา กล่าวสุนทรพจน์ในรัฐสภากลางกรุงเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ระบุถือเป็นชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ของชาวเมียนมาในการถ่ายโอนอำนาจจากรัฐบาลที่ปกครองโดยทหารมานาน กว่า 50 ปี สู่รัฐบาลพลเรือนภายใต้อำนาจของนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ซึ่งชนะการเลือกตั้งถล่มทลายเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว หลังจากนี้จะเป็นเวลาที่พรรคซึ่งชนะการเลือกตั้งจะขึ้นบริหารงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ ส่วนพรรคเสียงข้างน้อยต้องให้ความร่วมมือ และบางครั้งก็จำเป็นที่จะต้องวิพากษ์วิจารณ์หากเป็นเรื่องจำเป็นต่อชาติบ้านเมือง

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาไปจนถึงช่วงปลายเดือน มี.ค. ขณะที่พรรคเอ็นแอลดีอยู่ระหว่างเตรียมจัดตั้งคณะรัฐมนตรี และมีกำหนดเริ่มทำหน้าที่ตั้งแต่ 1 ก.พ. อย่างไรก็ตาม นางออง ซาน ซูจี วัย 70 ปี จะไม่สามารถนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีเมียนมา ได้เนื่องจากกฎหมายไม่อนุญาตให้ผู้ที่สมรสหรือมีบุตรกับชาวต่างชาติขึ้นเป็นผู้นำ แต่นางซูจีเคยระบุก่อนหน้านี้จะทำหน้าที่บริหารอยู่เบื้องหลังประธานาธิบดี.

ปปช.มาเลย์คาใจ! ขอทบทวนคดีนาจิบพ้นผิดโอนเงินกองทุน ‘1 เอ็มดีบี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569122

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ม.ค. 2559 01:30

 

นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย (ภาพ: AP)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังนายโมฮาเหม็ด อาปันดี อาลี อัยการสูงสุดมาเลเซียสรุปเมื่อ 26 ม.ค.ว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ไม่มีความผิดในข้อหาคอร์รัปชัน กรณี ถูกกล่าวหาว่ามีการโอนเงิน 681 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (23,835 ล้านบาท) จากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ “1 เอ็มดีบี” ไปเข้าบัญชีนายนาจิบในปี 2556 เพราะที่จริงเป็นเงินของขวัญจากราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย และเขาได้ส่งเงินคืนแล้ว 620 ล้านดอลลาร์ แต่อีก 61 ล้านดอลลาร์ยังไม่มีคำตอบนั้น

ล่าสุดเมื่อ 27 ม.ค. คณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันมาเลเซีย (MACC) แถลงว่า จะขอให้มีการทบทวนข้อสรุปของอาปันดีใหม่ โดยจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการทบทวนปฏิบัติการ (ORP) และตั้งคณะกรรมการพิเศษอีกชุดขึ้นมาทบทวนเรื่องนี้

ด้านเว็บไซต์บีบีซีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในซาอุฯ ที่ไม่เผยนามว่า เงินจากซาอุฯ ถูกโอนลับๆเข้าบัญชีของนาจิบหลายครั้งในเดือน มี.ค.-เม.ย. 2556 ก่อนการเลือกตั้งใน 5 พ.ค.ปีเดียวกัน โดยได้รับอนุมัติจากอดีตกษัตริย์ซัลมานซึ่งเสด็จสวรรคตปีที่แล้ว และเป็นทั้งเงินส่วนพระองค์และเงินรัฐบาล โดยมีจุดประสงค์ช่วยให้นาจิบและพันธมิตรพรรครัฐบาลชนะเลือกตั้งในปี 2556 และเพื่อให้รัฐบาลนาจิบช่วยกำราบยับยั้งอิทธิพลของขบวนการ “ภราดรภาพมุสลิม” จากตะวันออกกลางในมาเลเซีย ซึ่งเป็นศัตรูของซาอุฯ นอกจากนี้ซาอุฯ ยังให้เงินช่วยอียิปต์ จอร์แดน โมร็อกโก และซูดานด้วยรวม 100 ล้านดอลลาร์ด้วย.

ขึงพืดนายกฯ-เวียดนามชูผู้นำสายรักจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569120

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 ม.ค. 2559 00:45

 

เหวียน ฟู จอง (ภาพ: REUTERS)

การประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ของเวียดนาม ที่กรุงฮานอย ซึ่งจัดขึ้น ทุก 5 ปี สิ้นสุดลงเมื่อวันพฤหัสฯที่ 28 ม.ค. แต่เริ่มได้ข้อสรุปผู้มีอำนาจชุดใหม่กัน 1 วันก่อนหน้านี้ โดยเมื่อ 27 ม.ค. เมื่อนายเหวียน ฟู จอง วัย 71 ปี ซึ่งเป็นสายอนุรักษ์และสนับสนุนจีน ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ต่ออีกหนึ่งสมัย ซึ่งก็คือ ตำแหน่งผู้นำหมายเลข 1 ของเวียดนามโดยพฤตินัย ทั้งนี้ หลังนายฟู จอง เพิ่งได้รับเลือกเข้าเป็น 1 ใน 19 สมาชิกคณะกรรมการ “กรมการเมือง” (โปลิตบูโร) ซึ่งมีอำนาจสิทธิ์ขาดบริหารประเทศ รวมทั้งบริหารงานรายวันของรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์

ตำแหน่งสำคัญๆ อื่นๆ รองนายกรัฐมนตรีนาย เหวียน ซวน ฟุค ผู้คาดว่าจะได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทนนายเหวียน เติ๋น สุง ที่ถูกกลุ่มสนับสนุนของนายฟู จอง ขวางไม่ให้ขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่ แม้มีผลงานนำปฏิรูปเศรษฐกิจจนเห็นดอกเห็นผลในรอบกว่า 10 ปีหลัง และนายจาง ได๋ กว๋าง รมว.ความมั่นคง สาธารณะ และเป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไป ต่างได้รับเลือกเข้าคณะโปลิตบูโรด้วยเช่นกัน ส่วนอีกตำแหน่งคือประธานสมัชชาแห่งชาติ ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นใคร

เหวียน เติ๋น สุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม (ภาพ: REUTERS)

อย่างไรก็ดี แม้มีการผลัดเปลี่ยนกลุ่มผู้นำใหม่ แต่คงไม่เปลี่ยนแปลงเวียดนามมากนัก ข่าวระบุว่า นายฟู จองน่าจะเดินหน้าผลักดันแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจของนายสุงต่อไป และแม้จะเป็นตัวแทนฝ่ายอนุรักษ์และสนับสนุนจีน แต่ก็ไม่น่าจะเข้าข้างฝ่ายจีนแบบหมดรูปเพราะยังต้องชั่งน้ำหนักกับกระแสของชาวเวียดนามส่วนใหญ่ซึ่งไม่เอาจีนอยู่แล้วจนอาจไม่พอใจเอาได้ ขณะเดียวกัน เป็นที่เชื่อกันว่ามีการรอมชอมอำนาจกับขั้วของนายสุงที่ชูท่าทีแข็งกร้าวต่อจีน นายฟู จองจะไม่อยู่ครบเทอม หรือ 5 ปี และอาจส่งมอบอำนาจต่อเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเทอมของวาระดำรงตำแหน่ง

สำหรับนายสุง วัย 66 ปี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 สมัย จะก้าวลงจากตำแหน่งปลายปีนี้ หรือเมื่อสมัชชาแห่งชาติประชุมแต่งตั้งกลุ่มผู้นำชุดใหม่แทน ก่อนหน้านี้ เขาถูกคาดว่าจะได้ขึ้นสู่เก้าอี้ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ แต่สู้พลังการเมืองภายในไม่ไหว ไม่ได้รับเลือกเป็น 1 ในคณะกรรมการกลาง ของพรรคฯที่มีสมาชิก 180 คน และมีผลให้ต้องสิ้นสุดอาชีพการเมืองอย่างเป็นทางการไปโดยปริยาย อย่างไรก็ดี ยังมีพันธมิตรนายสุงได้รับเลือกเข้าร่วมคณะกรรมการกลางหลายคน เช่น นายดินห์ ลาถัง รมว.คมนาคม และนายฟาม บินห์ มินห์ รมว.ต่างประเทศ รวมทั้งเหวียน ถานห์ หงี่ ลูกชาย วัย 40 ปี ของนายสุง.

ซูจีคุยกองทัพรอบใหม่ก่อนเปิดสภา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/568587

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 ม.ค. 2559 03:10

 

(ภาพ: AFP)

คณะทำงานฝ่ายกิจการรัฐบาลเมียนมาเผยแพร่แถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ว่านางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ซึ่งได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย.2558 และมีเสียงข้างมากเกือบร้อยละ 80 ในสภาผู้แทนราษฎร ร่วมประชุมรอบที่ 2 กับนายพลมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งเมียนมา เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อหารือแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลและสานต่อกระบวนการสันติภาพในเมียนมาก่อนถึงกำหนดเปิดประชุมสภาครั้งแรกในวันที่ 1 ก.พ. โดยการประชุมดังกล่าวใช้เวลานานกว่า 2 ชม. และมีตัวแทนระดับสูงของทั้งพรรคเอ็นแอลดีและกองทัพเข้าร่วมการประชุมด้วย

นอกจากนี้ นายทิน เมียว วิน อดีตนักโทษการเมืองซึ่งเคยเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าในอดีต ทั้งยังเป็นแพทย์ประจำตัวของนางซูจี เป็นหนึ่งในผู้ร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่มิได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่านายทินอาจเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป เนื่องจากนางซูจีไม่มีสิทธิ์รับตำแหน่งดังกล่าวด้วยตนเอง เพราะสมรสกับชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นข้อห้ามของผู้ดำรงตำแหน่ง ปธน.ที่ถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญเมียนมา และนายทินเป็นผู้เข้าเยี่ยมนางซูจีเป็นประจำสมัยที่ยังถูกกักบริเวณในบ้านพัก.

เรืออพยพล่มนอกฝั่งมาเลย์ สลด! 13 ศพลอยเกยหาด-จนท.เร่งหาผู้รอดชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/568628

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ม.ค. 2559 02:10

 

(ภาพ: AFP)

มาเลเซียเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตในเหตุเรือผู้อพยพล่มนอกชายฝั่งทางใต้ของประเทศเมื่อวันอังคาร โดยมีศพผู้เสียชีวิตลอยมาเกยชายหาดถึง 13 ศพ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของมาเลเซียกำลังเร่งออกตามหาผู้รอดชีวิต หลังเกิดเหตุเรือซึ่งเชื่อว่าเป็นของผู้อพยพผิดกฎหมายจากอินโดนีเซีย ล่มนอกชายฝั่งรัฐยะโฮร์ ทางใต้ของประเทศ ขณะที่มีศพผู้เสียชีวิต 13 ศพ ประกอบด้วยชาย 4 คนและหญิง 9 คนถูกคลื่นซัดมาเกยอยู่บริเวณชายหาดเมื่อช่วงเช้าวันอังคาร

นายราห์มัต ออธมาน ผู้บังคับการตำรวจส่วนภูมิภาคของมาเลเซียเชื่อว่าเรือที่ประสบเหตุมีผู้โดยสารอยู่ประมาณ 35 คน ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยกำลังดำเนินอยู่ ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศของอินโดนีเซียเผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า พบบัตรประชาชนสัญชาติอินโดนีเซียอยู่ในร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 13 ศพ

ทั้งนี้ อุบัติเหตุเรือล่มนอกชายฝั่งประเทศมาเลเซียเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากผู้อพยพผิดกฎหมายที่ต้องการหางานหรือผู้ลี้ภัยหนีเหตุความรุนแรงเช่นในเมียนมา มักใช้น่านน้ำแถบนี้เป็นเส้นทางเพื่อเดินทางไปยังประเทศที่มั่งคั่งกว่า.

อากาศหนาวจัดทำหิมะตกที่ลาว-สื่อเวียดนามเผยภูเขาที่ซาปาขาวโพลน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567564

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ม.ค. 2559 08:40

 

เด็กชาวลาวกำลังเล่นเกล็ดน้ำแข็งคล้ายหิมะ ที่ จ.หัวพัน สปป.ลาว ภาพโดย Aonenapha Phonmeexay

สื่อเวียดนาม รายงานว่าปีนี้มีหิมะตกในหลายพื้นที่ของจังหวัดเลาไก โดยมีหิมะปกคลุมไปทั่วภูเขาสูงที่ซาปา หลังจากอากาศเย็นปกคลุมไปกว่าครึ่งประเทศ ขณะที่ จ.หัวพัน ของ สปป.ลาว มีรายงานว่าหิมะตกหลังอุณหภูมิติดลบ 3 องศาฯ…

มีรายงานว่า ที่ซาปา เมืองตากอากาศบนเขาสูงทางตอนเหนือของเวียดนามมีหิมะตกอีกครั้งปกคลุมพื้นที่วงกว้าง โดยอุณหภูมิติดลบ 5 องศาเซลเซียส เมื่อค่ำวันที่ 23 ม.ค.2559 นับว่าต่ำที่สุดในรอบหลายปี โดยเมื่อเช้าวันที่ 24 ม.ค.ที่ซาปา อุณหภูมิอยู่ที่ 0 องศาฯ โดยผู้คนในท้องถิ่นระบุว่า หิมะตกครั้งนี้ นับเป็นหิมะปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตลอดหลายๆ ปี เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ที่จังหวัดหัวพัน (Houaphanh Province) สปป.ลาว ก็มีการเผยแพร่รูปภาพหิมะตกที่หัวพัน ผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ (Laos Pictures รูปภาพประเทศลาว) โดยเป็นภาพชาวบ้านในพื้นที่กำลังยืนท่ามกลางหิมะตก และกลุ่มเด็กที่ยืนชี้กองเกล็ดน้ำค้างแข็ง หรือเหมยขาบ คล้ายหิมะ โดยถูกอัพเดตเมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 24 ม.ค.2559 โดยอุณหภูมิช่วงนั้นที่ จ.หัวพันอยู่ที่ -3 องศาเซลเซียส

ภาพโดย Aonenapha Phonmeexay

ภาพโดย Aonenapha Phonmeexay

ภาพโดย Aonenapha Phonmeexay

Snow? in Sam Nuea, Houapanh Province, Laos ภาพถ่ายโดย Khamvieng Phommachanh

Photo from Houaphanh Province, Laos เฟซบุ๊ก ‎LaosPictures‬

Photo from Houaphanh Province, Laos เฟซบุ๊ก ‎LaosPictures‬

ภาพหิมะตกที่ จ.หัวพัน สปป.ลาว

ที่มา : vietnamnews

สิงคโปร์รวบชาวบังกลาเทศ 27 คน ฐานวางแผนก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565729

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 00:40

 

(ภาพ: REUTERS)

ทางการสิงคโปร์จับกุมชาวบังกลาเทศ 27 คน ฐานมีส่วนเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย โดยเกือบทั้งหมดถูกเนรเทศกลับมาตุภูมิไปแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. กระทรวงมหาดไทยของสิงคโปร์ออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาได้ดำเนินการจับกุมตัวชายชาวบังกลาเทศ 27 คน ตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน หลังพบว่าพวกเขาวางแผนจะก่อการร้ายในหลายประเทศ แต่ไม่มีการวางแผนก่อเหตุในสิงคโปร์แต่อย่างใด

ผู้ต้องหาทั้ง 27 คน ซึ่งทำงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างในสิงคโปร์ ถูกจับกุมภายใต้กฎหมายความมั่นคงภายในประเทศ (ISA) ระหว่างวันที่ 16 พ.ย. ถึง 1 ธ.ค. ปี 2015 ส่วนใหญ่ทำงานในสิงคโปร์มานาน 2-7 ปี และไม่ได้ทำงานหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ผู้ต้องหา 26 คนในจำนวนนี้ถูกเนรเทศกลับบังกลาเทศไปแล้ว โดยพวกเขาอยู่ในกลุ่มศึกษาศาสนาซึ่งสนับสนุนแนวคิดของกลุ่มก่อการร้ายเช่นอัลเคดาและรัฐอิสลาม (ไอซิส) นอกจากนี้ยังสนับสนุนครูสอนศาสนาหัวรุนแรงและลัทธิสุดโต่งเช่นนาย อันวาร์ อัล-ออว์ลากี ผู้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัลเคดา และถูกสังหารในเยเมนเมื่อปี 2011

“สมาชิกกลุ่มนี้ใช้มาตรการต่างๆ เมื่อหลีกเลี่ยงการค้นหาของเจ้าหน้าที่ พวกเขาแบ่งปันสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มญิฮาดในกลุ่มของพวกเขาเอง และนัดพบปะรายสัปดาห์เพื่อหารือเรื่องนักรบติดอาวุธและเหตุความขัดแย้งที่มีชาวมุสลิมเข้าไปเกี่ยวข้อง พวกเขายังรับสมัครพรรคพวกชาวบังกลาเทศอย่างระมัดระวังเพื่อขยายขนาดของกลุ่มด้วย” กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์เปิดเผยในการแถลงข่าว และเสริมด้วยว่า คนกลุ่มนี้เริ่มนัดพบกันที่มัสยิดหลายแห่งตั้งแต่ปี 2013

ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 1 คนไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มศึกษาศาสนานี้ แต่เจ้าหน้าที่พบว่าเขากำลังอยู่ในกระบวนการล้างสมองให้กลายเป็นพวกหัวรุนแรง และสนับสนุนครูสอนศาสนาหัวรุนแรงหลายคน และมีสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มญิฮาดเหมือนสมาชิกในกลุ่มนี้ด้วย.

มาเลย์จับผู้ต้องสงสัย สารภาพสิ้นวางแผนระเบิดฆ่าตัวตายตามบัญชาไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563799

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2559 01:45

 

(ภาพ: AP)

มาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง ซึ่งสารภาพว่าวางแผนจะก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในมาเลเซียตามคำสั่งของกลุ่มไอซิส…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คาลิด อาบู บาการ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของมาเลเซีย เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ในวันเสาร์ (16 ม.ค.) ว่า ตำรวจสามารถจับกุมตัวชายชาวมาเลเซียวัย 28 ปีคนหนึ่ง ได้ที่สถานีรถไฟในกรุงกัวลาลัมเปอร์ พร้อมกับอาวุธหลายชิ้นและเอกสารเกี่ยวกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ผู้ต้องสงสัยรายนี้ รับสารภาพว่า เขาวางแผนจะก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในประเทศมาเลเซียหลังจากได้รับคำสั่งจากสมาชิกชาวต่างชาติของกลุ่มไอซิสในประเทศซีเรีย แต่ไม่เปิดเผยว่าเขาวางแผนจะโจมตีที่ใดและอย่างไร นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ที่นำธงของกลุ่มไอซิสไปประดับไว้ตามจุดต่างๆ ในรัฐตรังกานู, รัฐเประ, รัฐสลังงอร์ และรัฐยะโฮร์ เพื่อเตือนรัฐบาลให้หยุดจับกุมตัวสมาชิกไอซิสในมาเลเซียด้วย

ทั้งนี้ มาเลเซียเฝ้าระวังเหตุร้ายในระดับสูงนับตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดและต่อสู้ด้วยอาวุธในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยแถลงการณ์ ผบ.ตร.คาลิดเผยด้วยว่า นอกจากชายวัย 28 ปีรายนี้แล้ว ตำรวจยังสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยให้การสนับสนุนกลุ่มไอซิสอีก 3 คนระหว่างวันที่ 11-15 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยทั้งหมดมีอายุระหว่าง 23-28 ปี หนึ่งในนี้เป็นผู้หญิง

อินโดฯ จับ 12 ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวโจมตีจาการ์ตา-รับเงินจากจอมบงการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563796

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2559 01:05

 

ตำรวจอินโดนีเซียจับตัวผู้ต้องสงสัยที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมือง เตกัล จังหวัด ชวากลาง (ภาพ: REUTERS)

ตำรวจอินโดนีเซียแถลงในวันเสาร์ ว่าสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีในกรุงจาการ์ตาเมื่อวันพฤหัสบดีได้ 12 ราย โดยหนึ่งในนี้เป็นผู้รับเงินทุนในการก่อเหตุจากผู้วางแผนด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 16 ม.ค. ตำรวจของประเทศอินโดนีเซีย สามารถจับตัวผู้ต้องสงสัย 12 คน ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุคนร้ายจุดระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีร้านกาแฟ ‘สตาร์บัคส์’ ในย่านธุรกิจของกรุงจาการ์ตา และยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาแล้ว และพบว่าอาจกำลังมีการวางแผนก่อเหตุในเมืองอื่นอีกด้วย

พลเอก บาโดรอิน ไฮติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 12 คนถูกจับในหลายจังหวัดของประเทศ และหนึ่งในนี้ เป็นผู้ต้องสงสัยว่า รับการโอนเงินจากนาย บาห์รุน นาอิม นักรบติดอาวุธซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นผู้วางแผนก่อเหตุโจมตีในกรุงจาการ์ตา โดยรับคำสั่งตรงจากสำนักงานใหญ่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) ในซีเรีย

พลเอกไฮติ ระบุด้วยว่า ตำรวจยังคงเฝ้าระวังในระดับสูง ส่วนหนึ่งเนื่องจากพวกเขาสามารถดักจับข้อความซึ่งผ่านการเข้ารหัส มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโจมตีขึ้นอีก แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด

พลเอก บาโดรอิน ไฮติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย (ภาพ: REUTERS)

ทั้งนี้ การโจมตีร้านสตาร์บัคส์ ในห้างสรรพสินค้า ซารินาห์ บนถนนธามริน ในกรุงจาการ์ตา เมื่อ 14 ม.ค. เป็นเหตุให้พลเรือนชาวแคนาดาและอินโดนีเซียเสียชีวิต ขณะที่คนร้ายเสียชีวิตทั้งหมด แต่ยังมีความสับสนในเรื่องจำนวน โดยในเบื้องต้นตำรวจระบุว่าคนร้ายมี 5 คน แต่ในวันเสาร์ นายโมฮัมหมัด อิคบาล โฆษกตำรวจจาการ์ตาระบุว่าสามารถยืนยันตัวคนร้ายได้เพียง 4 คน

ด้านโฆษกของสำนักงานต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติอินโดนีเซียระบุว่า หนึ่งในผู้ก่อเหตุโจมตีคือ อาฟิฟ สุนาคิม ผู้ถูกพบเห็นว่าถืออาวุธปืนและมีเป้สะพายหลังในระหว่างเกิดเหตุ ชายคนนี้ยังมีประวัติถูกตัดสินลงโทษจำคุกนาน 7 ปี ฐานเข้าร่วมค่ายฝึกของกลุ่มติดอาวุธด้วย ขณะที่เชื่อว่าอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุมาจากประเทศฟิลิปปินส์

อนึ่ง ตำรวจอินโดนีเซียเปิดเผยว่า บาห์รุน นาอิม เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม คาติบาห์ อัล นุสอันทารา โดยประกาศว่าเป็นสาขาของกลุ่มไอซิสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีเป้าหมายรวบรวมกลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนไอซิสทั้งหมดในภูมิภาคนี้เป็นหนึ่งเดียว ปัจจุบันเชื่อว่า นาอิม อยู่ในเมืองรักกะ ในซีเรีย และเป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงของไอซิส ตามการเปิดเผยของนายติโต คาร์นาเวียน ผู้บัญชาการตำรวจกรุงจาการ์ตา