เลาะรั้วเกษตร : ใครดีก็ชื่นชม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/239927

281225166

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

วันก่อนเห็นภาพประกอบข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ แทบจำไม่ได้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ น.สพ.อภัย สุทธิสังข์ ถอดเสื้อผ้าไหม กางเกงสแล็ค แขวนไว้ที่ไหนไม่รู้ คว้าเสื้อยีนส์ กางเกงยีนส์มาสวมแทน ลงไปลุยพื้นที่ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ของท่านเลขาธิการ สมปอง อินทร์ทอง ยึดคืนมาจากนายทุนกว่า 1,200 ไร่ นำมาจัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อส่งมอบให้คณะกรรมการจัดการที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. ต่อไป

อธิบดี อภัย สุทธิสังข์ บอกว่า พื้นที่ดังกล่าวเหมาะที่จะเลี้ยงแพะ โดยอาจจะทำเป็นสหกรณ์แพะเนื้อ และนิคมสหกรณ์แพะนม โดยจะจัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกรรายละ 5 ไร่ มีพื้นที่ปลูกหญ้าสำหรับเลี้ยงแพะเป็นแปลงรวม มีพื้นที่ส่วนหนึ่งทำเป็นตลาด และพื้นที่อีกส่วนหนึ่งกันไว้เป็นพื้นที่ป่า

อาจเป็นเพราะมีประสบการณ์จากการเป็นอธิบดีกรมหม่อนไหมมา 2 ปี จึงปิ๊งไอเดีย มีโครงการจะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกหม่อนเพื่อเลี้ยงแพะด้วย โดยยืนยันว่า หม่อนเป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหาร มีโปรตีนสูงกว่ากระถิน และหญ้าที่ใช้เลี้ยงแพะ นอกจากนี้ ยังฝันต่อไปอีกว่า หม่อนจะทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาชื่นชมความงามของต้นหม่อน ยิ่งไปกว่านั้นเกษตรกรอาจจะนำใบหม่อนที่เหลือจากการเลี้ยงแพะไปขายให้โรงงานผลิตชาใบหม่อน ซึ่งที่กาญจนบุรีมีโรงงานผลิตชาใบหม่อนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศตั้งอยู่

ที่สำคัญคือใบหม่อน เป็นพืชอินทรีย์ เพราะไม่ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช และอาจจะใช้มูลแพะเป็นปุ๋ยแทนปุ๋ยเคมี ดังนั้นการเลี้ยงแพะในพื้นที่ดังกล่าวก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นแพะอินทรีย์ ทั้งเนื้อและนม สร้างมูลค่าเพิ่มได้อีก

ต้องขอบคุณผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯที่ให้ท่านอธิบดีอภัย สุทธิสังข์ ไปเป็นอธิบดีกรมหม่อนไหม ก่อนที่จะให้กลับมาเป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์ ไม่เช่นนั้น โครงการปลูกหม่อนเลี้ยงแพะอาจจะไม่เกิด

มาถึงเรื่องเดิมๆ ที่อยู่ในวังวน ข้ามไม่พ้นกันเสียที นั่นคือ เรื่องของการพบสารพิษตกค้าง ในผัก ผลไม้ ที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด ทั้งๆ ที่สินค้านั้นติดตราสัญลักษณ์รับรองความปลอดภัย งานนี้รองผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา ยื่นจดหมายให้อธิบดีกรมวิชาการเกษตร สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ เป็นเอกสารแจงผลการตรวจสอบผัก ผลไม้รอบที่ 2 ของปี 2559 ที่มูลนิธิชีววิถีสุ่มตัวอย่างนำไปตรวจสอบและพบสารพิษตกค้างเกือบทุกรายการ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรรับไว้ พร้อมบอกจะนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ และตรวจสอบหากพบว่าเกษตรกรรายใด หรือผู้ประกอบการรายใดที่ได้รับการรับรอง GAP หรือ เกษตรอินทรีย์ แต่มีสารพิษตกค้างจะยกเลิกการรับรองทันที

เรื่องราวของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช หรือวัตถุอันตรายทางการเกษตร เป็นประเด็นข่าวร้อนๆ อยู่เสมอ ก่อนหน้านี้ก็เรื่องการขึ้นทะเบียนที่มีการกล่าวหากรมวิชาการเกษตรว่าทำงานล่าช้า ทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่สามารถผลิต หรือนำสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชเข้ามาจำหน่ายได้ ฝ่ายราชการถูกโจมตีอยู่ข้างเดียว องค์กรใดๆ ที่รังเกียจสารเคมีนักหนา ไม่เห็นมีใครออกมาช่วยตอบโต้ หรือต่อต้าน พอเรื่องขึ้นทะเบียนสารเคมีซาไป เรื่องสารพิษตกค้างในผลผลิตก็มาแทนอย่างได้จังหวะ น่าเห็นใจจริงๆ แต่งานนี้ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. ของเลขาธิการ ดุจเดือน ศศะนาวิน ดูจะเงียบไปรึเปล่า…….

อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิชีววิถี และเป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณ ที่มูลนิธิฯ โดยเฉพาะ วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ได้เผยแพร่ข่าวการถึงแก่กรรมของ คุณสุนทร สีหะเนิน อดีตข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ค้นพบข้าวหอมมะลิ เมื่อประมาณ 70 ปีมาแล้ว ผ่านทางโซเชียลมีเดีย พร้อมชีวประวัติ และผลงานของท่านให้คนรุ่นหลังได้ทราบและระลึกถึงคุณงามความดีที่ท่านได้สร้างไว้ในวงการเกษตรในขณะที่ส่วนราชการที่ท่านเคยสังกัดอยู่คงจะลืมท่านไปแล้ว แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย แต่หน่วยงานสุดท้ายที่ท่านสังกัดอยู่เมื่อเกษียณอายุราชการคือ กรมส่งเสริมการเกษตร และผลงานที่มีคุณค่าของท่านคือข้าวหอมมะลิ หรือภายหลังจากที่ท่านได้คัดเลือกพันธุ์แล้ว มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่มีชื่อเสียงของไทย อันเป็นต้นกำเนิดของข้าวหอมอีกหลายพันธุ์ในเวลาต่อมา

คุณสุนทร สีหะเนิน ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ด้วยวัย 94 ปี และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน มีคนรู้จักบอกว่า ท่านเป็นเพื่อนสนิทต่างวัยของท่าน ยุกติ สาริกะภูติ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เพิ่งจะถึงแก่กรรม ไปก่อนหน้าเพียงไม่กี่วัน

“…..นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา….”

ความจริง….ตามนั้น

แว่นขยาย

เลาะรั้วเกษตร : เพชรแห่งวงการเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238872

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ หลายกรมในกระทรวงเกษตรฯ ดูคึกคักกับการต้อนรับอธิบดีใหม่ ด้วยการมอบดอกไม้แสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง และอธิบดีหลายท่านก็ไม่ลืมที่จะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหน่วยงานก่อนที่จะเข้าห้องทำงาน

ก่อนหน้าที่จะเริ่มต้นกับภารกิจของแต่ละหน่วยงานในวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ได้ใช้เวลาวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม ทั้งวันกับหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งอธิบดี เลขาธิการ และผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ แสดงวิสัยทัศน์ในการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานเพื่อสนับสนุนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้บรรลุผล

ไม่รู้ว่าอธิบดี เลขาธิการ หรือ ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจท่านใด แสดงวิสัยทัศน์โดนใจบิ๊กฉัตรบ้าง แต่ไม่ว่าจะโดน หรือไม่โดน ก็คงต้องรอสักระยะหนึ่ง ปล่อยให้แต่ละท่านทำงานไปก่อน เพราะไม่มีตำแหน่งเบอร์หนึ่งที่ไหนว่างที่จะจับโยกแล้ว เต็มอัตราศึก พร้อมลุย ยกเว้นตำแหน่งปลัดกระทรวง ที่สามารถใช้ ม.44 เปลี่ยนตำแหน่งไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ทุกเวลา

พูดถึงปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง กับครอบครัวสาริกะภูติ ที่สูญเสีย ดร.ยุกติ สาริกะภูติ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพ ไปแล้ว เมื่อวันที่ 26-28 กันยายน และญาติพี่น้อง ผู้ที่เคารพนับถือ รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ ได้เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมไปแล้วจนถึงวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา มีพิธีบรรจุศพไว้ที่ฌาปนสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อรอพระราชทานเพลิงศพต่อไป

ดร.ยุกตินับเป็นบุคลากรในวงการเกษตรที่ทรงคุณค่า ท่านได้สร้างผลงานทางด้านการเกษตรไว้มากมาย วันนี้ เลาะรั้วเกษตร จึงขอนำประวัติและผลงานของท่านมาบอกกล่าวให้ได้ทราบ เพื่อที่ผู้บริหารในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รุ่นหลังๆ จะได้นำไปเป็นแบบอย่างกันบ้าง ในยุคที่ปลอดนักการเมืองมาครอบงำ

ดร.ยุกติ สาริกะภูติ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาโทสาขาดินและปุ๋ย จากมหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปี้ สหรัฐอเมริกา ท่านได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก 3 มหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ท่านเป็นผู้ก่อตั้งกรมส่งเสริมการเกษตร โดยการรวมงานของกรมกสิกรรม กรมการข้าว และ สำนักงานส่งเสริมการเกษตร เข้าด้วยกัน และได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีคนแรกของกรมส่งเสริมการเกษตรระหว่างปี 2518-2523 สืบสานงานส่งเสริมการเกษตรต่อจาก อธิบดีในยุคที่เป็นกรมกสิกรรม คือ ศาสตราจารย์ทำนอง สิงคาลวาณิช ที่คนในวงการเกษตร ยกย่องให้เป็นบิดาแห่งการส่งเสริมการเกษตร

ดร.ยุกติ สาริกะภูติ เป็นผู้นำระบบการฝึกอบรมและเยี่ยมเยียน มาใช้ในประเทศไทย นับเป็นการปรับปรุงงานส่งเสริมการเกษตรครั้งสำคัญ อันเป็นที่มาของ “เกษตรตำบล” หรือเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบล ตำบลละ 1 คน ทำหน้าที่พบปะ เยี่ยมเยียนเกษตรกรเพื่อให้คำแนะนำการทำการเกษตรสมัยใหม่ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทำให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานเดียวที่มีเจ้าหน้าที่กระจายสู่พื้นที่ถึงระดับตำบล ไม่ต้องพูดถึงยุคลหลังๆ ที่เกษตรตำบลจำนวนไม่น้อยกลายเป็นหัวคะแนนของนักการเมือง และเป็นเครื่องมือของนักการเมืองในการทำงานกับมวลชน แต่ปัจจุบันเกษตรตำบลเหล่านั้นคงทยอยเกษียณอายุราชการไปเกือบหมดแล้ว หรือไม่เกษตรตำบลยุคนี้ก็เปลี่ยนบทบาทไปแล้ว

ดร.ยุกติ เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระหว่างปี 2525-2529 เมื่อท่านมาอยู่ที่กรมวิชาการเกษตร ก็ได้เชื่อมโยงการทำงานของกรมส่งเสริมการเกษตร กับกรมวิชาการเกษตร โดยนำผลงานวิจัยจากกรมวิชาการเกษตรถ่ายทอดสู่เกษตรกร โดยผ่านเจ้าหน้าที่และระบบส่งเสริมการเกษตรของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งระบบนี้ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน

ดร.ยุกติ สาริกะภูติ เกษียณอายุราชการในตำแหน่ง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2535 เป็นปลัดกระทรวงที่หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ ยอมรับความรู้ความสามารถ รวมทั้งความซื่อสัตย์ สุจริต ท่าน
ได้รับการยกย่องจากองค์กรต่างๆ มากมาย ที่สำคัญคือ ท่านได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ทำหน้าที่พระยาแรกนาขวัญ ถึง 4 ครั้ง ระหว่างดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร 2 ครั้ง และระหว่างดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรฯ 2 ครั้ง

นับเป็น “เพชรแห่งวงการเกษตร” ท่านหนึ่ง ที่บุคลากรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมควร ยกย่อง และถือเป็นแบบอย่างของข้าราชการ และผู้บริหารที่ดี

แว่นขยาย

เลาะรั้วเกษตร : เกษียณอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/237770

281225166

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

วันที่ 30 กันยายน ของทุกปี สำหรับข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือ ข้าราชการครู คนที่มีอายุครบ 60 ปี จะต้องเกษียณอายุ พูดง่าย ๆ คือ ต้องออกจากงาน เพราะเขาพิจารณาว่า อายุมากแล้ว ทำงานสู้คนที่ยังหนุ่มๆ สาวๆ ไม่ได้ ประสิทธิภาพการทำงานอาจลดลง อาจจะเสียหายกับงานที่ทำอยู่จึงสมควรจะได้พักผ่อน ไม่ต้องทำงาน

แต่ในปัจจุบัน คนอายุ 60-70 ปี ยังกระฉับกระเฉง ทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว แถมมีประสบการณ์มากมาย จนคนหนุ่มๆ สาวๆ ทำงานสู้ไม่ได้ก็มีอยู่ไม่น้อย ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นผู้ที่เกษียณอายุราชการ ไปทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทนั้น บริษัทนี้องค์กรนั้น องค์กรนี้ อยู่เสมอๆ ยิ่งคนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงๆ ระดับอธิบดี หรือปลัดกระทรวง นั่งอยู่เฉยๆ ก็มีคนมาเชิญไปเป็นที่ปรึกษา ด้วยเงินเดือนที่อาจจะมากกว่าตอนที่ยังทำงานอยู่ในตำแหน่งเสียด้วยซ้ำ

บริษัทที่มาเชิญไปเป็นที่ปรึกษา ก็มีหลายแบบ แบบหนึ่ง ต้องการที่ปรึกษาที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ ไปช่วยงาน อีกแบบหนึ่งต้องการความมีชื่อเสียง หรือบารมีไปช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทถ้าเป็นสมัยก่อนที่นักการเมืองเฟื่องฟู ก็อาจจะมีอีกแบบหนึ่ง แบบที่ถูกบังคับให้จ้าง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้กับพรรคพวกของตนก็มีใครถูกจ้างด้วยวัตถุประสงค์แบบไหนก็พอจะดูกันออก

ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2559 นี้ มีข้าราชการระดับอธิบดี และรองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการกระทรวง เกษียณอายุราชการถึง 13 คน แต่ละคนที่ได้รู้จักและติดตามข่าวคราวทางสื่อต่างๆ เห็นท่านยังทำงานกันอย่างเข้มแข็ง แบบคนไฟแรงไม่เหมือนคนที่จะเกษียณอายุแต่อย่างใด

หลายท่านน่าจะไปเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี หลายท่านน่าจะไปเป็นรัฐมนตรีช่วย หรือผู้ช่วยรัฐมนตรีก็ยังได้ แต่หลายท่านบอก “ตรูสบายแล้ว ไม่ต้องมาทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบไม่มีเวลาพัก ทำแต่รายงานๆ จนจะกินรายงานแทนข้าวอยู่แล้ว” ก็แล้วแต่ความรู้สึกของแต่ละท่าน..เอาที่สบายใจก็แล้วกัน

ย่อหน้านี้ต้องขอแสดงความยินดีกับอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรคนใหม่ สุรสีห์ กิตติมณฑล ที่เป็นลูกหม้อของกรมนี้ หลังจากที่มีข่าวว่ามีรองอธิบดีกรมชลประทานเป็นแคนดิเดทคนสำคัญ สร้างความกังวลให้พักใหญ่ แต่สุดท้าย ก็ได้รับความไว้วางใจให้นั่งเก้าอี้เบอร์หนึ่งจนได้ แต่อธิบดีใหม่ต้องไปหา รองอธิบดีใหม่มาอีก 2 คน เพราะรองอธิบดีอีกท่านหนึ่งเกษียณอายุวันนี้

สำหรับ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นไปตามคาด จริยา สุทธิไชยา รองเลขาธิการฯ ขึ้นเป็นเลขาธิการฯ เพราะเป็นผู้หาญกล้าสมัครชิงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรอยู่คนเดียว หลังจากที่ สุรพงษ์ เจียสกุล เลขาธิการฯ โบกมือลาไปเป็นรองปลัดกระทรวง สบายใจกว่า

พร้อมกันนี้ก็ยินดีกับผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ป้ายแดง 9 ท่าน ประกอบด้วย คนิต ลิขิตวิทยาวุฒิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้เงียบเชียบโลกลืม ว่าที่ ร.ต.ไพเจน มากสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ที่ในตอนแรกแว่วว่าจะไปเบียดรองอธิบดีกรมฝนหลวงฯ สุรสีห์ กิตติมณฑล ขึ้นเป็นอธิบดี โอภาส ทองยงค์รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ปริญญา เพ็งสมบัติ และ เสนอ ชูจันทร์ 2 รองอธิบดีจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ดิเรก ตนพยอม รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร สุวรรณ บูราพรนุสรณ์ รองเลขาธิการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ รองอธิบดีกรมประมง และ ประยวน พันธ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ทั้ง 9 ท่านนี้ ขยับขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งผู้ตรวจราชการฯ คราวนี้แทบจะเรียกได้ว่า “ยกแผง” เลยทีเดียว

ขณะเดียวกัน ทั้ง 8 หน่วยงานนี้ ก็ต้องค้นหารองอธิบดีใหม่ขึ้นมาแทนคนเก่า นอกจากกรมฝนหลวงฯ ที่ต้องหารองอธิบดีใหม่ 2 ท่าน ก็ยังมีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมการข้าว ที่ต้องหารองอธิบดีใหม่ 2 ท่านเช่นกัน กรมส่งเสริมสหกรณ์ มาแทน 2 ท่านที่ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการฯ ส่วนกรมการข้าวแทน2 ท่านที่เกษียณอายุราชการ

การเกษียณอายุ ก็ดีอย่างนี้นี่เอง ดีตรงที่เปิดโอกาสให้รุ่นน้องก้าวขึ้นมาแทน…….

แว่นขยาย

เลาะรั้วเกษตร : ยังเอาอยู่นะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/236643

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เลาะรั้วเกษตรวันนี้ มาตามติดการทำงานของท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” กับการเดินหน้าแก้ปัญหาภาคการเกษตร  หลังจากที่ประกาศก้องอย่างอารมณ์เสียว่า ปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่หน้าที่ของชาวเกษตร เพราะดูแลแค่ 20% อีก 80% มันต้องกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นผู้ดูแล แต่แปลกใจทำไมจู่ๆ เห็นท่านแจ้นไปพร้อมคณะ ที่เมืองพิษณุโลกสองแคว ว่ากันว่า งานนี้ท่านรัฐมนตรีเกษตรฯ สั่งระดมทุกวิถีทางในการรับมือป้องกันอุทกภัย ร่องฝนที่คาดกันว่าจะเข้าวันที่ 22-23 กันยายนนี้  โดยสั่งให้ตัดน้ำก่อนเข้าสุโขทัย แค่ 450 ลบ.ม.ต่อวินาที พร้อมเร่งขุดคลองส่งน้ำเชื่อมโยงแก้มลิง “บางระกำโมเดล” รับน้ำหลากได้มาก และยังสั่งการให้ทางจังหวัดทำความเข้าใจในการหันกลับไปทำนาแบบเดิมๆแต่โบราณ หนีน้ำหลาก โดยควรปลูกข้าวช่วง เมษายน และเก็บเกี่ยว ช่วงเดือนกรกฎาคม เพื่อหนีน้ำหลาก

ว่ากันว่า งานนี้เป็นคำสั่งของท่านนายกรัฐมนตรีที่สั่งการให้ รมว. เกษตรฯ ในฐานะเจ้ากระทรวง เกษตรฯ เข้าไปดูแลสั่งการด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเพราะมันจะซ้ำรอยเดิมของใครบางคน ว่ากันว่างานนี้ท่านนายกรัฐมนตรี เขาเลือกแล้วว่า  อย่างนี้ถูกคนถูกงาน ที่เคยเป็นมา และก็ไม่เห็นจะเป็นปัญหาว่าท่านสั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เขาเข้าไปดูแล เหมือนที่ท่านบอกว่าเกษตรฯไม่เกี่ยว เอาน่าท่านรัฐมนตรีไหนๆ เขาก็ทำมาอย่างนี้ ยังไงเกษตรต้องดูแลเรื่องน้ำ ก็ทำๆไปเหอะ เผื่อผลงานจะเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อง ดีกว่าลงพื้นที่  ส.ป.ก. ที่หวังเอาผลงานฉายหนังซ้ำบ่อยๆ มันน่าเบื่อนะ ท่านเปลี่ยนมุข มาเล่นเรื่องอื่นบ้างก็ดี

มาถึงวันนี้ เรื่องของน้ำต้องยอมรับว่า คนที่ดูเรื่องน้ำอันดับต้นๆ ที่พูดถึงน้ำท่วมปั๊บคนต้องนึกถึงกรมชลประทานแน่นอน เพราะเป็นส่วนบริหารจัดการเรื่องน้ำโดยตรง ซึ่งก็มีคนถามกันมาเยอะกันว่าวันที่ 23-24 กันยายนนี้ เอาอยู่หรือเปล่า ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้ ท่านพี่ “ทองเปลว กองจันทร์” รองอธิบดีกรมชลประทาน เขาเอาหัวเป็นประกันว่า เอาอยู่  เพราะมวลน้ำจากจังหวัดนครสวรรค์และน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง จะมาถึงหน้าเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น จากเดิม 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,100 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง ไม่สามารถทำอะไร เมืองบางกอก หรือกรุงเทพฯได้ดอก เพราะน้ำจะท่วมกรุงเทพฯได้ ต้อง 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีขึ้นไป อ้าวได้ยินอย่างนี้สบายใจแล้วนะคนกรุงเทพฯ

มาอีกเรื่องที่ได้ยินแล้ว น่าจะเป็นเรื่องสบายใจแทนเกษตรกร ชาวสวนยาง เมื่อมีเสียงแว่วๆว่า ยางที่มีในสต๊อกยางกว่า 3.1 แสนตัน ทางการยางแห่งประเทศไทย จะถึงเวลาสะสางปัญหากันเสียที ซึ่งเบื้องต้นเห็นว่าเร็วๆนี้ทางนาย ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย จะเสนอแผน ในการนำยางไปใช้ในโครงการสร้างถนนตาม ใน “โครงการสร้างถนนยางพาราพอลิเมอร์ดินซีเมนต์” ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เป็นผู้ศึกษา ว่าของเขาดีจริงๆ ว่ากันว่าหากรัฐบาลเห็นด้วยงานนี้ จะเป็นการเช็คยอดยางจริงที่ใคร ต่อใครหมกเม็ดเอาไว้มายาวนาน และที่สำคัญเอาไปใช้ได้ไวเท่าไหร่จะทำให้ แก้ปัญหาการขาดทุนยางของในสต๊อกยาง กยท. ได้ไวเท่านั้น เพราะวันนี้แค่ค่าเก็บอย่างเดียว เดือนละกว่า200 ส่วนจะมียางจริงหรือไม่ จะได้เห็นกัน ระวังนะเจอขี้ใคร ก็รับเองก็แล้วกัน อ้าวทำจริงนี้ก็น่าจะเป็นอีกผลงานของกระทรวงเกษตรฯจ้า

สุดท้ายและท้ายสุด ขอฝากแสดงความยินดีไปถึง “เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง” รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริหารและสมาชิก ให้ดำรงตำแหน่ง “นายกสมาคมอนุรักษ์ดินและน้ำแห่งประเทศไทย” คนล่าสุดเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา

หมิงเทียน

เลาะรั้วเกษตร : เกษตรไม่คึกคัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235499

281225166

วันศุกร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หลังจากมติ ครม. เห็นชอบกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผ่านพ้นไป การลุ้นระทึกก็ทำให้มีคนสมหวัง และผิดหวังเป็นธรรมดา นับแต่วันนั้นถึงวันนี้ เป็นเวลาเกือบครึ่งเดือน และยังต้องรอต่อไปอีกครึ่งเดือน กว่าที่แต่ละท่านจะเข้าไปนั่งในตำแหน่งใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ความคึกคักของการทำงานเพื่อแสดงผลงานให้เข้าตาผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายดูจะหงอยไปในทันที

อาจจะเพราะรอดูท่าที ครั้นจะผลักดันอะไรออกไปก็ไม่แน่ใจว่าคนมาใหม่จะสานต่อหรือไม่ ครั้นคนใหม่จะเข้าไปแสดงความเห็น
หรือแสดงความคิดเห็น หรือเปิดเผยแผนงาน โครงการว่าจะทำนั่นทำนี่ ก็ดูจะไม่เหมาะ เพราะเกรงคนเก่าที่ยังอยู่จะหมั่นไส้……

สถานการณ์เช่นนี้จึงดูเหมือนหลายคนถอนคันเร่ง แม้แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ
ที่มีข่าวว่ามีชื่ออยู่ในโผที่จะปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี.. การเร่งรัดงานต่างๆ ก็ดูจะเพลาๆ ไป หรือว่าเพราะเปลี่ยนรองนายกรัฐมนตรีที่คุมกระทรวงเกษตรฯ มาเป็นรองนายกฯ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ก็ไม่ทราบ……ทหารอากาศไม่ขาดรัก แต่มาคุมกระทรวงเกษตรฯ ที่งานแสนจะซับซ้อน และหลายด้าน ต้องทำงานกับเกษตรกรที่ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มประชากรที่จนที่สุด ท่านอาจจะขาดใจก็คราวนี้…..

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ที่เคยขึงขังสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เร่งรัดดำเนินงานตามนโยบายของรัฐมนตรี ก็ดูชิลๆ เดินเป็นพระยาน้อยชมตลาด (คลองผดุงกรุงเกษม) ที่กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวง ไอซีที จัดอยู่ในขณะนี้อยู่บ่อยๆ แต่ก็ได้แต่ชม ไม่เห็นจะเข้าไปพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ที่นำสินค้ามาจำหน่ายสักเท่าไร

ตรงข้ามกับรองปลัดกระทรวง หญิงแกร่ง เสียงดังหัวตลาด ท้ายตลาด บริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ ที่เข้ามาคุมตลาดทุกวัน นัยว่าเพราะปลัดกระทรวงฯ มอบหมาย และนัยว่าเป็นที่ไว้วางใจจากผู้ใหญ่ในทำเนียบ มีเจ้าหน้าที่ของกระทรวง กระซิบว่า นี่แหละขาโหด…..ถ้าไม่ได้ดังใจ…แต่จะหวานจ๋อยกับขาประจบ……งานนี้เป็นงานสุดท้ายในตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ก่อนจะไปนั่งเก้าอี้อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์…ชาวกรมตรวจฯ เตรียมตัว…….

ส่วนคนนี้ วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เห็นมาเยี่ยมชมตลาดคลองผดุงฯ บ่อยๆ เหมือนกัน ในฐานะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพในการจัดจ้างทำโครงสร้างตลาด และเป็นผู้จัดหากลุ่มสหกรณ์ต่างๆ เข้ามาจำหน่ายสินค้าในตลาด ท่านคงมาดูความเรียบร้อย…..และมาให้กำลังใจลูกน้อง….

ส่วนอธิบดีท่านอื่นๆ ไม่เห็นมีใครย่างกรายมาแม้แต่วันเปิดตลาดที่มีรองนายกฯ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง เป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ มากล่าวในนามกระทรวงเกษตรฯ คู่กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ไอซีทีอุตตม สาวนายน มากล่าวในนามกระทรวง ไอซีที แต่ไม่มีขุนศึกของกระทรวงเกษตรฯ มาร่วมสักเท่าไร เพราะเป็นการเปิดงาน หลังจากที่เปิดโผแต่งตั้งโยกย้ายไปหมดแล้ว… แต่ถ้ายังไม่ทราบโผสิ..เดาว่าอธิบดีหลายกรม จะต้องมาร่วมงานกันคึกคักทีเดียว….

จะมีก็แต่รองอธิบดีของกรมต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลตลาดในแต่ละวัน ซึ่งดูจะคึกคักมาก อาจเพราะตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ว่างอยู่หลายตำแหน่ง……หรือว่าไม่เกี่ยวกัน……

ไหนๆ ก็ไหนๆ พูดถึงตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ที่เป็นดำริของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการสนับสนุนให้บรรดาเกษตรกร และ SMEs ทั้งหลาย รวมทั้งสินค้า OTOP ได้มีแหล่งจำหน่าย ตลาดนี้เปิดมาประมาณ 2 ปีแล้ว เงินหมุนเวียนในแต่ละเดือนที่แต่ละกระทรวงจัดก็นับสิบล้านถึงหลักร้อยล้านบาท จนผู้ค้าในตลาดหลายรายจะกลายเป็นพ่อค้าแม่ค้าผูกขาดไปเสียแล้ว เพราะไม่ว่ากระทรวงใดจัด พ่อค้าแม่ค้ารายเดิมก็ยังคงอยู่ รวมทั้งผู้รับจ้างจัดทำโครงสร้างตลาดด้วย ที่หลายคนบอกว่าก็รายเดิม

จึงมีบางคนมองต่างมุมว่า ทำเนียบรัฐบาล เป็นสถานที่อันทรงเกียรติ เป็นหน้าตาของประเทศชาติบ้านเมือง ไม่น่ามาจัดตลาดให้วุ่นวายอยู่ข้างๆ ดูไม่สวยงาม จัดเป็นสวนสาธารณไว้พักผ่อนหย่อนใจเสียดีกว่าไหม ให้คนได้มานั่งชมความงามของตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อยามแดดร่มลมตกน่าจะเหมาะสมกว่า……..เขาว่ามาก็ว่าต่อ ไม่ได้ว่าเอง แต่เห็นด้วยอย่างยิ่งขอรับ…

แว่นขยาย

เลาะรั้วเกษตร : ถามอะไร อารมณ์เสีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/234358

281225166

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เลาะรั้วฯสัปดาห์นี้มาเลาะดูกระทรวงเกษตรฯว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง  ต้องบอกว่า ในสัปดาห์นี้ท่านรัฐมนตรีเกษตรฯ “ฉัตรชัย สาริกัลยะ” ออกอาการอารมณ์เสียเป็นพิเศษ นั้นก็ไม่เข้าใจว่า เกิดจากอะไรในใจ หรือใครทำอะไรไม่พอใจ เพราะหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เมื่อกลางสัปดาห์ ท่านรัฐมนตรีก็นำทีมผู้บริหารแถลงข่าวผลการประชุมตามปกติเหมือนเดิมๆ ไม่ค่อยมีอะไรคืบหน้า เท่าไหร่

เอ๊ะหรือ… สงสัย คงเป็นเรื่องกระจอกข่าว จี้ถามถึงการเตรียมพร้อมเรื่องการรับมือกับฤดูน้ำหลากที่กำลังจะมาถึงและแผนการป้องกัน
น้ำท่วม ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็บอกด้วยเสียงแข็งขันตามแนวทางของทหารว่า  รอการประชุม ร่วมกันอีก 3 หน่วยงานก่อน คือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คสช. และก็กระทรวงเกษตรฯ แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ของผู้สื่อข่าว
จึงมีการถามไถ่ต่อ ว่า แผนของกระทรวงเกษตรฯ มีการเตรียมพร้อมอย่างไรบ้างไม่เข้าใจว่าทำไม  เล่นเอาท่านรัฐมนตรี ถึงกับออกอาการอารมณ์เสีย และบอกว่า เรื่องของน้ำ กระทรวงเกษตรฯ ไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมาถือว่าทำเกินหน้าที่มาไกล เพราะกระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบแค่พื้นที่ชลประทาน และฝนมันก็ไม่ได้ตกเฉพาะในเขตชลประทานมันตกที่อื่นด้วย โน่นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขารับผิดชอบ เรื่องน้ำ 80% จะมาถามอะไรนักหนากับกระทรวงเกษตรฯ รู้จักไปเขียน ให้ชาวบ้านเขารู้เขาเข้าใจเสียมั่งอุ๊ต๊ะ!!! เพิ่งรู้

ว่าแต่แล้วทำไม การประชุม  เรื่องนี้ ท่านถึงจ้ออย่างชัดเจนว่า จะมีการประชุม เรื่องน้ำ ที่กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับอีก 3 หน่วยงานสงสัยมีใครเข้าใจผิด หรือเปล่า เพราะน่าจะไปประชุมที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ หรือเปล่าขอรับ มิน่าล่ะ ถึงมีข่าว แว่วๆ ว่า จะมีข่าวปรับครม. กระจอกข่าวเขาจึงถามท่านว่า มีแว่วว่าจะปรับ ครม.ด้วยสงสัยท่านนายกรัฐมนตรี คงอยากจะปรับท่านไปดูเรื่องน้ำที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ให้ตรงจุดหรือเปล่า หรือว่าข่าวที่เขาลือมามันจะเป็นจริง…อ้อมันมีที่มาที่ไปอย่างนี้นี่เอง…กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้ดูแลเรื่องน้ำท่วม ที่ผ่านมาทำงานเกินหน้าที่มาไกลนี่เอง

หมิงเทียน

เลาะรั้วเกษตร : จัดทัพเกษตรใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/233248

281225166

วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หลังจากที่ลุ้นระทึกมา 2 สัปดาห์ ในที่สุดโผแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ผ่านความเห็นชอบของ ครม. ท่ามกลางความสมหวัง ผิดหวัง และงุนงงของใครหลายคน…ก่อนที่โผจริงจะออกมา มีโผลับ ลวง พราง ออกมา 2-3 โผ เล่นเอาผู้มีชื่อตามโผร้อน ๆ หนาวๆ โดยเฉพาะอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ที่บางโผว่าจะมาดำรงตำแหน่งรองปลัดฯ บ้าง เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ บ้าง แล้วโยกรองปลัดหญิงแกร่ง บริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ไปเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์แทน

แต่สุดท้าย อธิบดีฯ วิณะโรจน์ยังยึดเก้าอี้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น…..ในขณะที่รองปลัดฯ บริสุทธิ์ สุดท้ายก็ไปลงตัวที่อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์….โดยโยกอธิบดีฯ สมปองอินทร์ทอง ไปนั่งเก้าอี้เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รับงานหนักทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก.

อีกตำแหน่งหนึ่งที่คาดหมาย และกล่าวถึงมานาน คือ ตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่พูดกันหนาหูว่าน่าจะไม่พ้น ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ นำชัย พรหมมีชัย….แต่สุดท้ายกลายเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร สมชาย ชาญณรงค์กุล ที่ข้ามฝั่งมานั่งเก้าอี้อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กรมที่เคยอยู่มาเมื่อแรกเริ่มบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิชาการเกษตรเมื่อกว่า 30 ปีมาแล้ว และจากมาประมาณ 20 ปี กลับไปคราวนี้ มีเวลาเพียง 2 ปี ท่านจะสร้าง จะสานต่อ จะพัฒนาอะไรอย่างไร คงต้องรีบทำ ถ้าให้ดีปรึกษา คนชื่อ อนันต์ ดาโลดม ก็น่าจะยังได้อยู่….ส่วนผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ มีชัย พรหมมีชัย ถูกโยกจากชั้น4 ลงมาชั้น 2 ในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงฯ ก็ผิดหวังไปตามระเบียบ กองเชียร์ทั้งหลายอย่าลืมให้กำลังใจ…..

ส่วนกรมวิชาการเกษตร….ได้ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ซึ่งเป็นลูกหม้อเก่าที่จากกรมวิชาการเกษตรไป 2 ปีกลับมาเป็นอธิบดีตาม Road Map เลยทีเดียว กลับมาคราวนี้เตรียมตัวเตรียมใจไว้สำหรับปัญหาคลาสสิกต่างๆ ที่กี่อธิบดีก็แก้ไม่หาย เก่งอย่างไรก็โดนจนได้ โดยเฉพาะ เรื่องสารเคมี….

ส่วนคนที่เป็นไปตามคาด คือ อธิบดีกรมหม่อนไหม อภัย สุทธิสังข์ ที่กลับไปบ้านเดิม กรมปศุสัตว์ นั่งเก้าอี้เบอร์ 1 อธิบดีกรมปศุสัตว์ ที่บางโผว่า ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ธนิตย์ เอนกวิทย์จะมาลง แต่สุดท้ายก็ให้ผู้ตรวจฯธนิตย์ ไปลงในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงฯ…… ดีใจกับอธิบดีฯอภัย ที่ได้กลับบ้านเดิม หลังจากที่หลงทางไปปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเสียพักใหญ่ เกรงแต่ว่าจะกลับมาใส่ยีนส์ สวมหมวกคาวบอย แทนเสื้อผ้าไหมไม่ได้เท่านั้น…ขณะเดียวกันกรมหม่อนไหม ก็ได้ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ สาวสวย สุดารัตน์ วัชรคุปต์เหล่าวิชยา มานั่งเก้าอี้เบอร์ 1 แทนชายหนุ่มผิวเข้ม ชาวกรมหม่อนไหมปลื้มหรือไม่ไม่ทราบ..ทราบแต่ว่ามีเสียงอุทานว่า… “จริงดิ”….พร้อมทำหน้าว่างเปล่า…

กรมที่ยังอยู่นิ่ง ๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง คือ กรมการข้าว ของอธิบดีฯ อนันต์สุวรรณรัตน์ กรมพัฒนาที่ดินของ อธิบดีฯ สุรเดชเตียวตระกูล ที่โผลับลวงพรางบอกว่าอธิบดีฯ สุรเดช จะถูกโยกไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ แล้วให้ รองอธิบดีฯ เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรงขึ้นแทน แต่รองอธิบดี เข้มแข็ง ดีใจได้เพียงวันเดียว…เพราะโผจริงยังไม่ขยับเช่นเดียวกับ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จริยา สุทธิไชยา ที่โผให้มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ แทน เลขาฯ สุรพงษ์ เจียสกุล ที่กลับกระทรวงเกษตรฯ ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงฯ แต่โผจริงยังไม่แต่งตั้งเลขาธิการ สศก. เสียฉิบ….

กรมฝนหลวงและการบินเกษตรซึ่งอธิบดีฯเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ จะเกษียณอายุราชการ ก็น่าจะต้องมีการแต่งตั้งคนมาแทน แต่ตามโผลับลวงพราง บอกว่ามี 2 ชื่อ คือ รองอธิบดีกรมฝนหลวงฯสุรสีห์ กิตติมณฑล และ รองอธิบดีกรมชลประทาน ไพเจน มากสุวรรณ ถ้ามี 2 ท่านนี้จริงก็คงยังเคลียร์ไม่ลงตัว รอลุ้นระทึกกันต่อไป…ขอให้ชาวกรมฝนหลวงฯ โชคดี ได้คนที่อยากได้….

กรมที่ออกจะเหนือความคาดหมาย คือ กรมชลประทาน ที่อธิบดีคนใหม่ที่มาแทน อธิบดีฯ สุเทพ น้อยไพโรจน์ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการ ชื่อ สัญชัย เกตุวรชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผนและโครงการ)เป็นอธิบดีท่านแรกที่ไม่ได้มาจากรองอธิบดี ไม่ได้มาจากรองปลัดฯ ไม่ได้มาจากผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ แต่มาจากสายวิชาการตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเทียบเท่าอธิบดีอยู่แล้ว….ท่านคงเก่งจริงแหละ….รอดูว่าจะเอา “น้ำ” อยู่หรือไม่

การจัดทัพใหม่ของกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้การนำของแม่ทัพ พลเอกฉัตรชัยสาริกัลยะ ในครั้งนี้ยังไม่สมบูรณ์ ยังรบไม่ขาด….ต้องรอดูและลุ้นระทึกต่อไปกับตำแหน่ง อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ที่ว่างลงรวมทั้งห้ามกะพริบตากับตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรฯ ว่าจะอยู่หรือไป

แว่นขยาย

เลาะรั้วเกษตร : ครองแชมป์ต่อไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/232188

281225166

วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เลาะมาดูกระทรวงเกษตรฯ สัปดาห์นี้เรื่องที่สังคมชาวเกษตร จับตามองเป็นพิเศษเห็นจะหนีไม่พ้น เรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯ ที่ “รมว.ฉัตรชัย สาริกัลยะ”ท่านประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะนำเสนอรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายในการประชุม ครม. สัปดาห์นี้แน่นอน แถมยังย้ำว่า งานนี้มีแต่คนดีมีฝีมือ ที่จะมาขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรฯให้เดินหน้าไปได้ ตามเป้าหมาย ซึ่งก็เล่นเอาหลายคนนอนไม่หลับ เพราะรอลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ เพราะเรื่องนี้ มีทั้งคนที่จะเท้าบวมเพราะบุญหล่นทับ และมีทั้งคนที่ต้องคอหักจากการตกจากเก้าอี้ อันเกิดจากไม่ได้ไปต่อเพราะผลงานไม่เข้าตา…..

แต่เดชะบุญ หลังจากที่ลุ้นกันจนขี้แตกขี้แตนอยู่นั้น จู่ๆๆ ช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีก็เดินลงมาหากระจอกข่าวที่ห้องแบบไม่ต้องไปจ้องตามถามไถ่ พร้อมกับแจกแจงเสร็จว่า เสนอเข้าครม. ไม่ทันเพราะพิมพ์เอกสารประวัติท่านอธิบดีใหม่ไม่ทัน…ฟังแล้วต้องบอกว่า… มันเป็นเหตุเป็นผลไหมนี่ งานนี้จึงถูกกระจอกข่าวถามไถ่ว่าไอ้ที่เจอโรคเลื่อนนั้นแท้จริงเกิดจากรอใคร… หรือเปิดโอกาสให้ใครวิ่งแข่งหรือไม่งานนี้ รมว.ท่านตอบเสียงสูงว่าไม่มี้แน่ “เพราะการเลือกคนฉันคิดมานานและดูมานาน รู้ว่าใครเป็นคนดีไม่ดี ไม่มีใครเปลี่ยนความคิดฉันได้”… ต้องบอกว่าหากเป็นจริงดังนั้นต้อง..สาธุ… จากนี้ไปจะได้เห็นงานด้านการเกษตรพัฒนาให้เท่าทันอารยประเทศเสียที ส่วนจะเป็นใคร ยังไงต้องมาว่ากันอีกที ต้องดูว่า สายตาของรัฐมนตรีที่ชื่อ “ฉัตรชัย” จะเลือกคนมองคนได้ดีแค่ไหนมาลุ้นกันอังคารหน้า…อ้าๆๆๆๆๆๆ

มาดูอีกเรื่องที่กระทรวงเกษตรฯ ครองแชมป์มานาน คงหนีไม่พ้น เรื่องการสุ่มแอบถาม ลอบถาม หรือถามตรงๆ กับประชาชน หรือโพลล์ ที่เขาไปถามมา ก็เปิดเผยออกมา เมื่อวันจันทร์เช่นกันงานนี้ต้องบอกว่า เรื่องนี้มีการถามถึงว่า ประชาชนพึงพอใจการทำงานของรัฐมนตรี กระทรวงใดบ้าง งานนี้เท่าที่มีการสำรวจ ความพึงพอใจต้องบอกว่า ในส่วนกระทรวงเกษตรฯไม่มีใครพึงพอใจเลยในส่วนของรัฐมนตรี 1 ใน 5 คนที่ประชาชนพึงพอใจในผลงาน…แต่เดี๋ยวก่อน คุณอาจจะยังไม่รู้คำถามนั้นเราอาจจะไม่อยู่ในกลุ่มที่ประชาชนเขาโหวตให้อันดับหนึ่ง แต่งานนี้มีเรื่องเราติดอันดับหนึ่ง เมื่อเขาถามถึงว่ารัฐมนตรีที่โลกลืมอันดับที่หนึ่งมองว่าใคร นั่นไง กระทรวงเกษตรฯหละขอรับ ที่หนึ่งแน่นอน นั่นหมายถึงว่าเราครองแชมป์มาตลอด ไม่ใช่ไม่มีเลย

แต่เมื่อถาม ท่านปลัด “ธีรภัทรประยูรสิทธิ” ถึงเรื่องนี้ ต้องบอกว่าท่านครองแชมป์จริงๆ ในการตอบคำถาม เหมือนแผ่นเสียงตกร่องซ้ำๆเรื่องเดิม กับคำตอบที่ว่า “มันอาจจะสุ่มถามไม่ครบกลุ่มตัวอย่างบอกตรงๆ คือ เจ้าที่ที่เขาไปสำรวจความคิดเห็น ถามไม่ถูกที่ถูกทางและถามไม่ตรงคำตอบ ลองถามเกษตรกรชาวไร่ชาวนาที่กระทรวงฯลงไปช่วยสิ…แต่นี่ดันไปถาม นักวิชาการ และคนเมืองเขาจะไปรู้อะไรเพราะเขาไม่ใช่เกษตรกร” เออ…ท่านขอรับ อย่าว่าแต่ชาวบ้านร้านรวงเลยถามเกษตรกรส่วนใหญ่ เขายังไม่รู้ว่าที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯช่วยอะไรและทำอะไรบ้างเลย ยกเว้น พื้นที่ที่รัฐมนตรี ลงไปดูงานนั้นมันชี้วัดไม่ได้ ต้องดูคนส่วนใหญ่นะว่าเขามองกันอย่างไร  เมื่อคนมันไม่หล่อ ส่งกระจกอย่างไงมันก็ไม่หล่อ อย่าไปโทษกระจกมันเบี้ยวสิจ๊ะท่านปลัดยังไงเริ่มต้นใหม่ หากตั้งใจจริงอย่าเอาแต่แก้ตัว แนะๆๆๆ อย่าคิดจะไปแจงคนทำโพลล์อีกนะท่าน

หมิงเทียน

เลาะรั้วเกษตร : เรื่องของที่ดินทำกิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/231085

281225166

วันศุกร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นั่งลุ้นโผแต่งตั้งโยกย้ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตามกระแสข่าวว่าจะมีชื่อใครปรากฏในผลการประชุมครม. บ้าง แต่ก็ไม่มี…..ตัวอธิบดีที่เป็นข่าวว่าจะถูกโยกย้ายคงโล่งอกโล่งใจ แต่คนที่มีชื่อว่าจะมาแทนที่คงต้องลุ้นระทึกต่อไป…

ต้องแสดงความยินดีกับ ธนูมีแสงเงิน รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ได้รับคัดเลือกให้ไปนั่งในตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บางสื่อบอกย้ายฟ้าผ่า แต่เท่าที่ทราบ เป็นการคัดเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งที่ว่างตามปกติมีระดับรองอธิบดี หรือผู้บริหารระดับต้นสมัครเข้ารับการคัดเลือกถึง 16 คน…..หวยมาออกที่ท่านธนู….ก็เท่านั้น..แต่เบื้องหลังการออกหวยนั้นไม่ทราบ ….ถ้าว่าตามเหตุและผลก็ต้องบอกว่า อาวุโส มีความรู้ความสามารถเหมาะสม หรือ ให้ออกมาเสียจากตำแหน่งเดิมเพื่อจะเอาคนอื่นมาลงแทน….เหตุผลหลังก็เป็นไปได้

สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน หรือ ส.ป.ก. กำลังมีผลงานชิ้นโบแดงในการยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.คืนมาจากนายทุน เพราะที่ ส.ป.ก. เขาจัดสรรให้เกษตรกรไปทำการเกษตร ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ทำประมง อะไรก็ว่าไป แต่นายทุนกลับไปกว้านซื้อมาทำรีสอร์ทหรือทำอย่างอื่นที่ผิดวัตถุประสงค์ อย่างเช่น วันที่ kick off ให้บิ๊กฉัตรพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ไปติดป้ายยึดคืนที่ดินแถวปากช่อง พื้นที่กว่า 500 ไร่นั่นผู้ที่ครอบครองที่ดินดังกล่าวก็ใช้เป็นฟาร์มเลี้ยงและขยายพันธุ์ม้า

ล่าสุดของปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่ ส.ป.ก. คือ พื้นที่สวนส้มรายใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ 2 ราย แต่ละรายพื้นที่ปลูกส้มไม่ค่ำกว่า 2,000 ไร่ และเป็น 2 รายที่มีการแข่งขันกันทางด้านการตลาดค่อนข้างสูง มีชื่อ หรือ แบรนด์ของผลผลิตส้มเป็นที่รู้จักกันดีทั้ง 2 ราย ว่ากันตามจริงไม่ได้เข้าข้างใคร…การปลูกส้มพื้นที่ นับพันไร่ของผู้บุกเบิกวงการส้มทั้ง 2 ราย ไม่ได้ทำแบบปิดบัง และทำมานานนับสิบๆ ปีแล้ว มีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดมูลค่าปีละนับร้อยล้านบาท บางส่วนมีการส่งออกด้วย ถ้าจะยึดคืนทำไมไม่ทำตั้งนานแล้ว

ส.ป.ก. เดินหน้ายึดคืนพื้นที่อย่างไม่ย่อท้อ แม้ว่าเหลือเวลาเพียง 40 วัน เลขาธิการ ส.ป.ก. สรรเสริญ อัจจุตมานัส จะเกษียณอายุราชการ บี๊กฉัตร และ ปลัดฯฝน-ธีรภัทร ประยูรสิทธิ จะดึงใครมานั่งแทน งานนี้ไม่เกี่ยวกับลูกหม้อหรือไม่ แต่เกี่ยวกับคนใจถึงๆ และจริงจัง เพราะสมัยที่ลูกหม้อเคยอยู่ก็ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน ถ้าทำแบบนี้มาก่อนหน้านี้ พื้นที่ยึดคืนคงไม่มากมายอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว

มาถึงพื้นที่ที่ยึดคืนมา กระทรวงเกษตรฯ บอกว่าจะจัดสรรให้กับเกษตรกรเพื่อให้ไปทำการเกษตร ก็ให้เป็นห่วงเกษตรกร ว่าที่ดินดังกล่าวจะเหมาะสมกับการปลูกพืชอะไร โซนนิ่ง กับ แผนที่เกษตร(Agri map) มีแล้วหรือยัง ถ้าเกษตรกรที่ได้ไปแล้วปลูกอะไรไม่ได้ จะทำอย่างไร และสมมุติต่อไปว่า ถ้าสวนส้มรายใหญ่ 2 รายที่เชียงใหม่นับพันไร่นั้น ถ้าเกิด ส.ป.ก.ยึดคืนมา จะทำอย่างไร ต้องโค่นส้มทิ้งหรือ ก็ไม่น่าจะใช่….เพราะผู้ครอบครองก็ใช้พื้นที่นั้นทำการเกษตรอยู่แล้ว

จากที่ ส.ป.ก. ถึงที่ป่าสงวน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ประกาศจะเอาที่ดินในเขตป่าสงวนที่ยึดคืนมาได้ จัดสรรให้ชาวบ้านที่ยากจนจริง ๆ 2-3 ล้านไร่ ใน 10 จังหวัด ตามนโยบาย “พลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”…..ดูน่าจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากกว่าของกระทรวงเกษตรฯ

กระทรวงทรัพยากรฯ จะสร้างความเข้าใจกับประชาชนโดยใช้แนวทางประชารัฐให้ประชาชนรู้กฎหมายจะได้ไม่ทำผิดกฎหมายใช้ One map แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน และ ทวงคืนผืนป่า โดยมีหน่วยเฉพาะกิจตำรวจร่วมกับทหาร ซึ่งมีชื่อออกแนวลิเกไปหน่อยว่า “พยัคฆ์ไพรฉลามขาว” เมื่อได้ที่ดินมาแล้วก็จะจัดสรรให้ชาวบ้านที่ยากจนจริง ๆ เพื่อนำไปทำการเกษตร ขณะเดียวกันก็จะฟื้นฟูป่า สร้างป่าเพิ่มขึ้นโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม

ถ้า 2 กระทรวง มาร่วมมือกัน เดินไปในทิศทางเดียวกัน ก็น่าจะทำให้นโยบายของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา บรรลุผลได้เร็ว ห่วงอยู่แต่ว่าเกษตรกรจะมีที่ดินทำกินอยู่เฉพาะช่วงที่ลุงตู่เป็นนายกฯ น่ะสิ เมื่อนายกฯ เป็นคนอื่น การณ์จะวนกลับรูปเดิมรึเปล่า…..โปรดติดตาม

แว่นขยาย

เลาะรั้วเกษตร : หน้าซ่อนยิ้มหลังซ่อนดาบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/230014281225166

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เลาะรั้วเกษตรสัปดาห์นี้ ต้องบอกว่าใกล้เข้ามาทุกที ถึงฤดูการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทุกกระทรวง โดยกระทรวงเกษตรฯ ว่ากันว่าปีนี้มีผู้บริหารระดับ 10จะต้องเกษียณอายุราชการ ไปไม่น้อยกว่า 11 ตำแหน่ง บอกตรงๆ งานนี้ถือเป็นการจัดขบวนทัพที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยของผู้เป็นรัฐมนตรีที่ชื่อ “ฉัตรชัยสาริกัลยะ” จากนี้ไปต้องคิดหนักที่จะหาคนที่มีฝีไม้ลายมือลงในตำแหน่งที่เหมาะสมถูกที่ตรงทาง เพื่อขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรฯ หากมั่นใจว่าท่านเองจะอยู่ยั่งยืนยงคงต้องจัดทัพกันให้ถูกต้องตรงจุด เพราะถึงเวลานี้ บอกตรงที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ของรัฐบาลให้เกิดการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาภาคการเกษตรที่ควรจะเป็น

ส่วนใครเป็นใคร จะจับนั่งตรงไหนคงเดาใจยากในยุคทหารครองเมืองเพราะแนวทางทางการคิด เขาค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ เพราะเท่าที่รู้มาว่ากันว่า ทีมที่ปรึกษา ของท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย” ทั้งทีมงาน ว่ากันว่าระบบหัวกะทิของกองทัพไทย จบเมืองนอกเมืองนาที่ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนทุน ต้องบอกว่า จากการทำงาน มาในกระทรวงเกษตรฯกว่าปีเศษ หากเจ๋งจริงต้องรู้อะไรเป็นอะไร ใครของจริง ใครปลอม ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าคนเลือกจะเลือกได้แร่หรือเพชร มือทำงานจากนี้ไป ว่าจะเป็นม้างานหรือม้าแกลบ หลังตุลาคม 2559 จะขับเคลื่อนได้แซ่บขนาดไหน

การทำงานภายใต้การทำงานของท่านรัฐมนตรี  “ฉัตรชัย” และท่านปลัด“ธีรภัทร ประยูรสิทธิ” แม้ ที่ผ่านมา อืดเป็นเรือเกลือ แทบขับเคลื่อนไม่ออก แต่แปลกใจ 1 เดือนที่ผ่านมา จนถึงชั่วโมงนี้ หากมองให้ดี จะเห็นการขยับ ขยัน ของใครหลายคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ ระดับ 9-10  เริ่มขยับตัวทำงานถี่มากขึ้น บางคนลงพื้นที่ตามติด รมว.ไม่ห่าง เป็นเงา เอาเป็นว่า เห็นท่าน รมว.เกษตรฯ ที่ไหน ก็จะมีท่านๆว่าที่อธิบดีกรมโน้นกรมนี้เดินตามติด เป็นเงาตามตัวยังไม่รวมถึงอธิบดีบางคนที่อยู่ในตำแหน่งก็ไม่น้อยหน้า ติดตามเช่นกัน เพื่อหาทางครองตำแหน่งซึ่งบางคน หวังไกล ถึงกับกระโดดขึ้นซี 11 แทนที่ท่าน “ปลัดฝน”กันเลยทีเดียวนาทีนี้ต้องจับตามองกันให้ดีเพราะทุกคนมีสิทธิ์ และขอเตือนพวกมองโลกในแง่ดี โดยเฉพาะที่ยังไม่ใกล้เกษียณ บอกตรงไว้ใจไม่ได้ เพราะทุกคน หน้าซ่อนยิ้มหลังซ่อนดาบ กันนะขอรับ อย่าชะล่าใจเดี๋ยวจะร่วงจากเก้าอี้โดยไม่รู้ตัว…..!

ปัจจุบันต้องบอกว่า การขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรฯ เริ่มเห็นทิศเห็นทางชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งเสริมเรื่องแปลงใหญ่ ต้องบอกว่า เดินทางถูกทาง ในการรวมกลุ่ม ให้เกษตรกรรายย่อย รวมกันในการสร้างพลังสร้างอำนาจการต่อรอง ทำการเกษตรอย่างเป็นขบวนการ ที่ทุกหน่วยงานลงขันกัน ร่วมไม้ร่วมมือ อย่างแข็งขัน ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ตามที่ รมว.ฉัตรชัย อยากให้ปี’59 เป็นปีแห่งการลดต้นทุนการผลิต แม้ไม่มากตามเป้าประสงค์ แต่ก็ถือว่าดี….ที่ส่วนใหญ่ได้รับคำชมจากเกษตรกรที่ร่วมโครงการ แทบทั้งสิ้น…ยังไงขอให้ยาวไปไม่ใช่แห่สร้างผลงานแล้ววางทิ้ง

มาอีกเรื่องของงานโชว์ แม้ที่ผ่านมาจะมีการผลักดันแทบตาย ไม่ขยับและมาขยับเอาตอนปลาย ที่ถือเป็นผลงานได้นิดๆและเป็นข่าวดังมาหลายสัปดาห์ต่อกัน และเป็นได้ทั้งด้านลบ ด้านบวก คือ เรื่องของการจัดการที่ดินในพื้นที่ส.ป.ก.

ถึงตอนนี้ที่มีการใช้ ม.44 ไล่ทวงคืนที่จากนายทุน ผู้มีอิทธิพล อดีตนักการเมืองได้คืนกว่า 3.5 หมื่นไร่ และเลขาฯ ส.ป.ก.เตรียมใช้ม.44 ยึดคืนแปลงเกิน 500 ไร่เพิ่มปลดล็อกกระบวนการฟ้องศาลขับไล่ได้ที่คืนช้าจากนี้ไปต้องติดตามว่า จะยาวแค่ไหน อย่าให้เป็นเหมือนที่เขาเล่าลือว่า มีขบวนการ จากใครบางคนมาชี้เป้าว่า เล่นใครก่อนใครหลัง เพราะยังไง กฎหมาย คือกฎหมาย ต้องอย่าเลือกปฏิบัติเดี๋ยวจะโดนย้อนศร นะขอรับ

หลังคาเขียว