แจงสี่เบี้ย : กรมพัฒนาที่ดินขานรับนโยบายกษ. ช่วยเหลือเกษตรกรในภาวะภัยแล้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/208473

227832

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ในปี 2559 เป็นอีกปีหนึ่งที่ประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำ และภัยแล้งซึ่งมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2559 สถานการณ์น้ำมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร และไม่สามารถเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ได้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันในการดำเนินงานและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง ในส่วนของกรมพัฒนาที่ดินก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่รับนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ในโครงการปรับปรุงและพัฒนาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยจะดำเนินการส่งเสริมการทำ การใช้ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ใช้เอง นอกจากนี้กรมพัฒนาที่ดินได้ส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด (ปอเทือง) เพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และมีรายได้จากกิจกรรมอื่นทดแทน

ปัจจุบัน กรมพัฒนาที่ดินดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรในภาวะวิกฤติภัยแล้งโครงการการปรับปรุงและพัฒนาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของดิน ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2558/59 ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ดังนี้ การดำเนินการกิจกรรมส่งเสริมการทำ/การใช้ปุ๋ยหมักเป้าหมาย 763 ตัน เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริม 1,180 ราย กิจกรรมส่งเสริมการทำน้ำหมักชีวภาพ เป้าหมาย 503,232 ลิตร เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริม 2,975 ราย กิจกรรมสนับสนุนการปรับปรุงบำรุงดินด้วยพืชปุ๋ยสด (ปอเทือง) ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมาย 7,827 ไร่ เกษตรกรได้รับประโยชน์ 862 ราย

นอกจากนี้กรมพัฒนาที่ดิน โดยสำนักงานพัฒนาที่ดินเขตและสถานีพัฒนาที่ดินให้เจ้าหน้าที่ออกพื้นที่ต่างๆ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกษตรกร โครงการอบรมเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2558/2559 เพื่อให้เกษตรกรได้ฝึกอบรมเรียนรู้ ฝึกวิธีคิดการพัฒนาตนเองและสามารถปรับตัวอยู่ได้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งให้แก่เกษตรกรให้สามารถดำรงชีพได้ในช่วงวิกฤติภัยแล้ง และสร้างโอกาสการปรับโครงสร้างการผลิตให้เหมาะสมกับภูมิสังคมและตลาดสินค้าเกษตรในปัจจุบัน

เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาด้านภัยแล้งเป็นไปอย่างต่อเนื่อง กรมพัฒนาที่ดินได้วางแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรในภาวะวิกฤติภัยแล้งในอนาคตไว้ 2 ระยะ ด้วยกัน คือ ระยะสั้น จะดำเนินการเฝ้าระวังติดตาม และเตือนภัยล่วงหน้าบริเวณพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง และพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบภัยแล้ง เพื่อประเมินความเสียหายและให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ในส่วนระยะยาว จะเสนอแนวทางการป้องกันและการจัดการฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ ได้แก่ การฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง โดยการส่งเสริมการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพิ่มการปกคลุมดินด้วยการปลูกพืชคลุมดินและการใช้ปุ๋ยพืชสด และการปลูกหญ้าแฝกป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน พัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กในไร่นาในพื้นที่นอกเขตชลประทาน และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยใช้สารเร่ง พด. ต่างๆ เป็นต้น

แจงสี่เบี้ย :กรมพัฒนาที่ดิน เผยเผาตอซัง สาเหตุปัญหาหมอกควันที่ต้องเร่งแก้ไข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/208315

227832

วันพฤหัสบดี ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จากปัญหาหมอกควันพื้นที่ภาคเหนือที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี และนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นส่งผลให้ประชาชนต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลพิษ รวมทั้งส่งผลในด้านคุณภาพชีวิตอื่นๆ ในการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วไปอีกด้วยนั้น กรมพัฒนาที่ดินในฐานะหน่วยงานหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความสมบูรณ์ได้เร่งรณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีคิดและทัศนะคติไม่เผาตอซัง โดยกรมฯได้มอบหมายให้สถานีพัฒนาที่ดินทั้ง 10 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ตาก อุตรดิตถ์ แพร่ และน่าน ร่วมกับหมอดินอาสาประจำหมู่บ้านรณรงค์ให้ความรู้แก่เกษตรกรโดยโครงการดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงข้อดีและประโยชน์ของการใช้วิธีไถกลบตอซังพืชลงไปในดิน ได้แก่

1.ปรับปรุงสมบัติทางกายภาพของดินทำให้ดินโปร่ง ร่วนซุย ง่ายต่อการเตรียมดิน ทำให้ระบบรากพืชสามารถแพร่กระจายในดินได้มากขึ้น ช่วยในการระบายอากาศของดินเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มการซึมผ่านของน้ำ การอุ้มน้ำของดินให้ดีขึ้น

2.ปรับปรุงสมบัติทางเคมีของดินเพิ่มธาตุอาหารให้แก่ดินโดยตรง ถึงแม้ปริมาณธาตุอาหารจะไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับปุ๋ยเคมี แต่ธาตุอาหารก็ครบถ้วนตามที่พืชต้องการทั้งธาตุอาหารหลัก (ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม) ธาตุอาหารรอง (แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน) และจุลธาตุ (เหล็ก แมงกานีส ทองแดง สังกะสี โบรอน โมลิบดินัม และคลอรีน) ซึ่งจะค่อยๆปลดปล่อยให้เป็นประโยชน์ต่อพืชในระยะยาว นอกจากนี้ยังช่วยดูดยึดธาตุอาหารจากการใส่ปุ๋ยเคมีไม่ให้สูญเสียไปจากดินพืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ช่วยเพิ่มความต้านทานการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดเป็นด่างของดินทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่รวดเร็วจนเป็นอันตรายต่อพืช ช่วยลดความเป็นพิษของเหล็กและแมงกานีสในดิน ช่วยลดความเป็นพิษจากดินเค็ม

3.ปรับปรุงสมบัติทางชีวภาพของดินอินทรียวัตถุที่เป็นแหล่งอาหารและแหล่งพลังงานของจุลินทรีย์ดินมีผลทำให้ปริมาณเพิ่มขึ้นในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ช่วยเพิ่มปริมาณหรือจำนวนของจุลินทรีย์ดินมีผลช่วยลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรคพืชบางชนิดในลดน้อยลงด้วย

เมื่อดินไม่ถูกทำลายโดยการเผา ก็จะทำให้ดินกลับมามีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมกับการปลูกพืชชนิดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญการไม่เผาตอซังยังช่วยลดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศที่มีผลต่อสุขภาพของประชาชน รวมถึงช่วยยับยั้ง ลดปัญหาภาวะโลกร้อนไม่ให้เพิ่มมากขึ้นไปกว่านี้

อย่างไรก็ตามการดำเนินงานการรณรงค์งดเผาตอซัง กรมพัฒนาที่ดินมีแผนการดำเนินงาน 3 โครงการ คือ 1.โครงการไถกลบตอซังเพื่อบรรเทาภาวะโลกร้อน 2.โครงการลดการเผาในพื้นที่โล่งเตียนเพื่อบรรเทาภาวะโลกร้อน 3.โครงการงดการเผาฟางและตอซังพร้อมกันนั้นก็ได้มีการแนะนำเกษตรกรให้นำวัสดุตอซังที่เหลือจากไร่นามาใช้เป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน นอกจากจะทำให้ดินมีคุณภาพแล้ว ยังเป็นการลดต้นทุนการผลิต ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรไทยสามารถทำอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไปอีกด้วย

แจงสี่เบี้ย : เกษตรฯร่วมถกFAOเอเชีย-แปซิฟิก ผลักดันปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/206379

227832

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของสมัชชาองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ สำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 33 ณ เมืองปุตราจายา ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 10-11 มีนาคม เพื่อร่วมหารือเรื่องต่างๆ ในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ขององค์การ รวมถึงประเด็นพิเศษเฉพาะเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกในภูมิภาคนั้นๆ ซึ่งจะมีการจัดทำท่าที/จุดยืนของภูมิภาคในเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายและกฎระเบียบต่างๆ ของโลก มีการให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาเฉพาะเรื่อง และลำดับความสำคัญของขอบข่ายงานของภูมิภาค นำไปสู่แผนงานโครงการ/งบประมาณ รวมทั้งทบทวน/ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแผนงาน/โครงการต่างๆ และอาจส่งผลกระทบต่อภูมิภาค

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับเกียรติให้กล่าวถ้อยแถลงเป็นประเทศแรก ในฐานะที่เมื่อปีที่แล้วได้รับรางวัล “Recognizing
achievements in the fight against hunger” ซึ่งเป็นรางวัลที่ เอฟ เอ โอ มอบให้กับประเทศที่ประสบความสำเร็จในการลดจำนวนประชากรและสัดส่วนของผู้ขาดสารอาหาร ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งตามเป้าหมายการพัฒนาของที่ประชุมอาหารโลก
(World Food Summit) โดยในถ้อยแถลงจะนำแนวทางของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้กล่าวในการประชุม จี 77 เรื่องการพัฒนาด้านการเกษตรไปสู่ความยั่งยืน โดยใช้แนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเน้นการใช้นวัตกรรม และการนำความรู้ใหม่ๆ มาใช้พัฒนาการเกษตรให้มีความยั่งยืน รวมทั้งจะเข้าเยี่ยมชมสถาบันวิจัยยางพาราของมาเลเซีย ซึ่งถือว่ามีงานวิจัยด้านยางพาราที่ดีที่สุดในโลก ที่จะสามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดด้านยางพาราของไทยได้อีกด้วย

แจงสี่เบี้ย : กรมวิชาการผุดหมู่บ้านถั่วลิสง GAP จากแนวคิดประชารัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/206030

227832

วันพุธ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เกษตรกรร้อยละ 80 ใน จ.บุรีรัมย์ มีอาชีพทำนา พื้นที่ปลูกข้าวส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนเพาะปลูกปีละครั้งแล้วจะทิ้งพื้นที่นาว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ ที่นาบางแห่งมีบ่อน้ำตื้น หรือบ่อน้ำบาดาลขนาดเล็ก ซึ่งสามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชหลังนาได้ ดังนั้นเพื่อให้มีการใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดิน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรบุรีรัมย์ (ศวพ.บุรีรัมย์) ภายใต้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 กรมวิชาการเกษตร จึงได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกถั่วลิสงหลังนาที่ใช้น้ำน้อยตามหลักเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ให้กับกลุ่มเกษตรกรม.2 และ ม.14 บ้านขี้ตุ่น ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ โดยตลอดฤดูปลูกมีการใช้น้ำเพียง 113 มิลลิเมตร เทคโนโลยีที่ใช้ คือ ไถเตรียมดิน 2-3 ครั้ง ปลูกถั่วลิสงพันธุ์ขอนแก่น 6 ก่อนปลูกคลุกเมล็ดด้วยไรโซเบียมและสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา ป้องกันโรคโคนเน่าขาด หลังปลูก 15-20 วัน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 อัตรา 25-35 กิโลกรัมต่อไร่ และโรยยิบซั่มเมื่อดอกบาน50% เพื่อป้องกันเมล็ดลีบ ทำให้ได้ถั่วลิสงฝักสด1 ตันต่อไร่ และเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิต เมื่อปี 2558 สมาชิกในกลุ่มจึงสมัคร GAP เพื่อตรวจรับรองแหล่งผลิต และได้รับรอง GAP ถั่วลิสง 29 ราย

นางสายรุ้ง นาสา หัวหน้ากลุ่มเกษตรกรกล่าวว่า ปลูกถั่วลิสงหลังนาทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 12,000 บาทต่อไร่ จากเดิมเคยปลูกข้าวได้ 439 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากร่วมโครงการแล้วผลผลิตข้าวเพิ่มเป็น 544 กิโลกรัมต่อไร่ การปลูกถั่วลิสงหลังนาช่วยปรับปรุงบำรุงดิน ทำให้ใส่ปุ๋ยข้าวน้อยลง ต้นทุนการทำนาก็ลด

ตลอดฤดูการผลิตถั่วลิสง (ธค.-พค.) ศวพ.บุรีรัมย์ ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรบ้านขี้ตุ่นองค์การบริหารส่วนตำบลและผู้ใหญ่บ้านได้ประสานเกษตรกรในชุมชน และเกษตรอำเภอ ร่วมขยายผลการปลูกถั่วลิสงหลังนา ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตถั่วลิสง GAP ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมดิน การปลูก จนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยวให้กับเกษตรกรผู้สนใจ กิจกรรมครั้งต่อไปจะจัดขึ้นช่วงปลายเดือนมีนาคม ซึ่งจะเชื่อมโยงช่องทางการตลาดโดยการจัดทำ QR Code ให้กับเกษตรกรด้วย หากสนใจติดต่อ ศวพ.บุรีรัมย์ ประสานงาน นางรัตติยา พวงแก้ว โทร.08-5201-7077

แจงสี่เบี้ย : สวพ.4สนับสนุนแนวคิดประชารัฐ ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/205634

227832

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ด้วยนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิดประชารัฐ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย จากนโยบายดังกล่าว กรมวิชาการเกษตร จึงได้จัดทำโครงการผลิตพืชผักปลอดภัยในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด ดำเนินงานโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นหน่วยงานในพื้นที่ โดยได้ร่วมมือกับภาคเอกชน คือ เทสโก้ โลตัส และภาคประชาสังคม โดยพระครูวินัยธรธีระพงษ์ ธีรปัญโญ เจ้าอาวาสวัดป่าทุ่งกุลา บ.โพนตูม ต.ทุ่งทอง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชผักเพื่อเป็นรายได้เสริมในระหว่างช่วงว่างเว้นจากการทำนาปี

โดยได้ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพืชผักตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ให้แก่เกษตรกรผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การฝึกอบรม การจัดทำแปลงเรียนรู้เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติร่วมกันทุกขั้นตอน การตรวจรับรองแหล่งผลิตพืชตามมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพ GAP พืช ตลอดจนการวางแผนการผลิตพืชผัก โดยได้มีการเชื่อมโยงกับตลาดพืชผักของห้างเทสโก้ โลตัส ซึ่งเป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน จากผลการดำเนินงานในปัจจุบันทำให้เกษตรกรสามารถผลิตผักบุ้งได้คุณภาพ ปลอดภัยเป็นที่ต้องการของตลาด และส่งจำหน่ายในห้างเทสโก้ โลตัส กว่า 1,800 สาขาทั่วประเทศ

จากความร่วมมือตามนโยบายประชารัฐดังกล่าว กรมวิชาการเกษตร จึงได้จัดงานเยี่ยมชมโครงการเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชผักใช้น้ำน้อย เสริมรายได้ให้กับชุมชน โดยกำหนดจะจัดงานเยี่ยมชมโครงการในวันที่ 17 มีนาคม 2559 ณ วัดป่าทุ่งกุลา บ.โพนตูม ต.ทุ่งทอง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด

แจงสี่เบี้ย : การจัดทำฐานข้อมูลด้านทรัพยากรดิน (10) แนวทางการพัฒนาที่ดิน จากฐานข้อมูลทรัพยากรดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/204155

227832

วันศุกร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

การปรับปรุงบำรุงดิน

-การส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดินได้กำหนดแนวทางการส่งเสริมและเผยแพร่การพัฒนาที่ดินด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้

1.การจัดตั้งธนาคารปุ๋ยอินทรีย์ ในพื้นที่การดูแลของสถานีพัฒนาที่ดินแต่ละจังหวัด และหน่วยงานภายในกรมพัฒนาที่ดินที่มีศักยภาพในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 87 แห่ง โดยมุ่งให้เกษตรกรนำเอาเศษวัสดุเหลือใช้ในไร่นา ครัวเรือน และโรงงานอุตสาหกรรม มาฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อทำการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้เกษตรกรมาเบิกถอนเอาไปใช้ประโยชน์เมื่อวัสดุนั้นย่อยสลายเป็นปุ๋ย หรือให้เกษตรกรกู้ยืมปุ๋ยจากธนาคารไปใช้แล้วใช้หนี้ด้วยวัสดุเหลือใช้จากไร่นา

2.การจัดตั้งเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำ กรมพัฒนาที่ดินมีนโยบายให้ดำเนินการจัดทำเขตพัฒนาที่ดินในกรอบของพื้นที่ลุ่มน้ำตั้งแต่ปี 2550 โดยบูรณาการกิจกรรมต่างๆ ด้านการพัฒนาที่ดินลงในพื้นที่เขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำนั้นๆ ซึ่งปัจจุบันได้ประกาศเป็นทำเนียบ
วงรอบเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำขึ้นในเดือนสิงหาคม 2556 ถึงปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด รวมทั้งหมด 526 แห่ง

3.เทคโนโลยีสารสนเทศงานพัฒนาที่ดิน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกรม ในปัจจุบันประกอบด้วย ระบบบริหารจัดการการตัดสินใจเชิงพื้นที่ และระบบฐานข้อมูลทำเกษตรกรรมเสมือนจริง “ทำการเกษตรกับเกมออนไลน์ LDD’s IM Farm”

4.เครือข่ายพัฒนาที่ดินการผลิตของภาคเกษตรไทยที่สำคัญ คือ ดิน แต่พบว่า ดินเสื่อมโทรมและขาดการปรับปรุงบำรุงดินที่ถูกวิธี เกษตรกรขาดความรู้ด้านวิชาการ การแก้ปัญหาดินในพื้นที่เกษตรกรให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ผลผลิตสูงขึ้น เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินมีจำนวนน้อย ดังนั้นการสร้างเครือข่ายระดับพื้นที่จึงมีความจำเป็นในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาที่ดิน การส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรมที่ทันสมัย กรมพัฒนาที่ดินจึงได้ตั้งเครือข่ายพัฒนาที่ดิน ประกอบด้วย หมอดินอาสา กลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มเกษตรกรลดใช้สารเคมีทางการเกษตรยุวหมอดิน เพื่อขายผลงานวิชาการให้มีความต่อเนื่องเกื้อกูลกัน

แจงสี่เบี้ย : การจัดทำฐานข้อมูลด้านทรัพยากรดิน (9) แนวทางการพัฒนาที่ดิน จากฐานข้อมูลทรัพยากรดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/203954

227832

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

การปรับปรุงบำรุงดิน การปรับปรุงบำรุงดินเป็นการพัฒนาที่ดินที่ไม่เหมาะสมกับการเกษตร ให้สามารถทำการเพาะปลูกพืชให้เจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ ประกอบด้วย

-การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์เป็นปุ๋ยที่ได้มาจากพืชและสัตว์ รวมทั้งส่วนต่างๆของพืชและสัตว์ที่ตายแล้ว ตลอดจนสิ่งขับถ่ายออกมาจากสัตว์ ซึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมี 3 ชนิด คือ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และปุ๋ยพืชสด สำหรับการผลิตปุ๋ยหมัก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้พระราชทานวิธีการผลิตเป็นองค์ความรู้แก่ประชาชน โดยกรมพัฒนาที่ดินได้สนองพระราชดำริศึกษาวิจัยจุลินทรีย์ผลิตปุ๋ยหมักช่วยลดต้นทุน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาต นำสูตรปุ๋ยดังกล่าวไปขยายผลให้เกษตรกรนำไปปรับใช้ในการทำเกษตร และกรมพัฒนาที่ดินได้ทำการส่งเสริมตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา

-การปรับปรุงบำรุงดินด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน กรมพัฒนาที่ดินได้ศึกษาวิจัยจุลินทรีย์เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร และผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ ได้แก่ สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 สำหรับผลิตปุ๋ยหมัก สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ผลิตน้ำหมักชีวภาพ สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 ใช้ควบคุมเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคพืชในดิน สารเร่งซุปเปอร์ พด.7 ใช้ผลิตสารควบคุมแมลงศัตรูพืช จุลินทรีย์ซุปเปอร์ พด.9 เพิ่มความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัสในดินกรดดินเปรี้ยว จุลินทรีย์สำหรับพืชบำรุงดิน พด.11 มีประสิทธิภาพสูงในการตรึงไนโตรเจนจากบรรยากาศเพื่อเพิ่มมวลชีวภาพให้แก่พืชปรับปรุงบำรุงดิน และปุ๋ยชีวภาพ พด.12 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่สร้างธาตุอาหารพืช ช่วยให้ธาตุอาหารในดินเป็นประโยชน์ต่อพืชยิ่งขึ้น

-การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยเคมี การปรับปรุงบำรุงดินทางกายภาพจะเน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ส่วนการปรับปรุงบำรุงดินด้านเคมีโดยเฉพาะธาตุอาหารพืช จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของพืช โดยต้องทราบชนิดพืช ปริมาณธาตุอาหารสร้างผลผลิต สมบัติของดิน และการสูญเสียธาตุอาหาร ด้วยการใช้โปรแกรมปุ๋ยรายแปลงและชุดตรวจสอบดินภาคสนาม

แจงสี่เบี้ย : การจัดทำฐานข้อมูลด้านทรัพยากรดิน แนวทางการพัฒนาที่ดิน จากฐานข้อมูลทรัพยากรดิน(8)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/203787

227832

วันพุธ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

แนวทางการจัดการดินปัญหา

-ดินบนพื้นที่ภูเขาหรือดินในพื้นที่สูงชัน โดยทั่วไปดินบนพื้นที่ภูเขาจะมีความชันมากกว่า 35% ลักษณะของดิน ผันแปรไปตามชนิดของหิน มีทั้งที่เป็นดินตื้นและดินลึก บางแห่งจะมีหินโผล่มาก ลักษณะดินส่วนใหญ่เสี่ยงต่อการถูกชะล้างพังทลาย ง่ายต่อการเกิดแผ่นดินถล่ม จึงไม่เหมาะจะนำมาใช้ในการเกษตร สมควรกำหนดให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร เขตต้นน้ำลำธาร เขตอุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

-การจัดการดินดานการไถระเบิด การไถระเบิดดินดานโดยใช้ไถสิ่งหรือที่เรียกว่า Ripper ไถทำลายชั้นดานการสลายชั้นดินดานด้วยรากหญ้าแผ่ การไถพรวนควรไถ่ในขณะที่ดินมีความชื้นเหมาะสม ไม่ไถพรวนบ่อยครั้ง เพื่อป้องกันการเกิดชั้นดานใต้ชั้นไถพรวน ควรมีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุควบคู่ไปกับการจัดการดินดาน

-การป้องกันและแก้ไขปัญหาดินปนเปื้อนโดยการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยออกจากโรงงานการตรวจสอบการปนเปื้อนของน้ำใช้หรือน้ำชลประทานก่อนนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร หลีกเลี่ยงการนำวัสดุที่อาจเป็นอันตรายมาถมที่ดิน สอดส่อง ดูแลพื้นที่ขยะไม่ให้มีการใช้ที่ดินเป็นที่ทิ้งขยะหรือของเสียที่สงสัยว่าจะเป็นอันตรายจากสารปนเปื้อน และตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างดิน

-การจัดการดินเหมืองแร่ร้าง พื้นที่เหล่านี้ถ้าจะพัฒนาควรเน้นหนักไปในเรื่องของการปรับสภาพพื้นที่ การปลูกพืชคลุมดิน หรือปลูกไม้โตเร็ว เพื่อบูรณะให้เป็นพื้นที่สีเขียว หรือเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจจะเหมาะสมที่สุด

-การจัดการพื้นที่เลี้ยงกุ้งแล้วปล่อยทิ้งร้าง การนำพื้นที่ดังกล่าวมาทำนาต้องปรับสภาพพื้นที่ให้ราบเรียบและให้สะดวกในการระบายน้ำที่มีเกลือปะปนออกไปจากดิน ถ้าจะใช้ปลูกพืชล้มลุก พืชผัก หรือไม้ผล จำเป็นต้องมีการยกร่องเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำแช่ขัง สำหรับการปรับปรุงบำรุงดิน ต้องดำเนินการหลายๆ วิธีการร่วมกัน อาทิ การแก้ไขปัญหาความเค็ม การปรับปรุงดินให้ร่วนซุยโดยใช้อินทรียวัตถุรูปแบบต่างๆ การเพิ่มแร่ธาตุอาหารก็เป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งอัตราและชนิดของปุ๋ยที่ใช้ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชที่ปลูก

แจงสี่เบี้ย : การจัดทำฐานข้อมูลด้านทรัพยากรดิน แนวทางการพัฒนาที่ดิน จากฐานข้อมูลทรัพยากรดิน (7)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/203614

227832

วันอังคาร ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

แนวทางการจัดการดินปัญหา จากข้อมูลดินปัญหาต่างๆ กรมพัฒนาที่ดินได้มีการศึกษา วิจัย และทดลองหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม ปฏิบัติได้ง่าย ลงทุนต่ำ ได้ผลตอบแทนสูง และแนะนำส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปใช้แก้ไขปัญหาในพื้นที่ของตนเอง เช่น

– การจัดการดินเปรี้ยวจัด การใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเปรี้ยวจัดจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาสภาพกรดจัดของดินไทย การใช้น้ำล้างกรดออกจากดิน และการใช้ปูนทางการเกษตร การเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินด้วยการใส่ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ตลอดจนธาตุอาหารเสริมต่างๆ การปรับปรุงกายภาพดินให้เหมาะสม การจัดการน้ำที่เหมาะสม การเลือกปลูกพืชที่เหมาะสม และการยกร่องปลูกพืชผัก ไม้ผลต่างๆ ซึ่งต้องใช้เทคนิคการยกร่องที่เป็นพิเศษแตกต่างจากดินทั่วๆ ไป

– การจัดการดินอินทรีย์ การใช้ประโยชน์พื้นที่ดินอินทรีย์ แนวทางที่แนะนำส่งเสริม คือ การอนุรักษ์ไว้ให้เป็นป่าพรุชุมชน ปลูกป่าทดแทนโดยใช้ไม้ที่ขึ้นในป่าพรุ ปลูกเสม็ด หลุมพี หรือปาล์มสาคู เป็นต้น สำหรับวิธีการจัดการดินอินทรีย์ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจต่างๆ เช่น ข้าว พืชผัก พืชไร่ หรือไม้ผล ต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมอย่างเป็นระบบ

– การจัดการดินเค็ม ถ้าเป็นดินเค็มบกใช้วิธีการใช้น้ำฝนหรือน้ำชลประทานช่วยชะล้างเกลือที่อยู่ในดินปรับปรุงดินและสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมกับพืชที่จะนำมาปลูกหากเป็นแปลงนาควรปรับพื้นที่ให้อยู่ในระดับเดียวกันเลือกปลูกพืชชนิดที่เหมาะสมกับระดับความเค็มของดิน เป็นต้น สำหรับการจัดการดินเค็มชายทะเล แนะนำให้ปลูกพืชโดยยกร่องแล้วปลูกพืชทนเค็มบนร่อง ทำบ่อเลี้ยงกุ้ง หรือบ่อเลี้ยงปลาทำนาเกลือ เป็นต้น

– การจัดการดินทราย ได้แก่ การปรับปรุงดินและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วยอินทรียวัตถุ การอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม โดยการปลูกพืชคลุม การเลือกชนิดพืชปลูกที่เหมาะสม ปลูกพืชทนแล้ง หรือพืชที่ใช้น้ำน้อย การจัดการน้ำที่เหมาะสมเพื่อให้การใช้น้ำเป็นไปอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ ใช้ปุ๋ยเคมี ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำมาก และมีปริมาณธาตุอาหารพืชไม่เพียงพอ

– การจัดการดินตื้น โดยเลือกพื้นที่ทำการเกษตรที่มีหน้าดินไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร และไม่มีก้อนกรวดหรือลูกรังกระจัดกระจายอยู่ที่ผิวดินมากนัก ส่วนพื้นที่ที่เป็นดินตื้นมากและมีเศษชิ้นส่วน ก้อนกรวด หินเนื้อหยาบปะปนอยู่หน้าผิวดินจำนวนมาก ไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจ ควรใช้ปลูกไม้ยืนต้นโตเร็ว หรือทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ โดยการปลูกหญ้าผสมถั่ว

แจงสี่เบี้ย : การจัดทำฐานข้อมูลด้านทรัพยากรดิน (6) แนวทางการพัฒนาที่ดิน จากฐานข้อมูลทรัพยากรดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/203478

227832

วันจันทร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ฐานข้อมูลทรัพยากรดินที่มีการสำรวจ วิเคราะห์ และจำแนกดิน ทำให้ทราบสถานภาพและปัญหาของดินในประเทศ โดยกรมพัฒนาที่ดินได้ศึกษา วิจัย เพื่อหาแนวทาง พัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งมีการนำไปใช้ประโยชน์ และถ่ายทอดให้เกษตรกรนำไปใช้พัฒนาที่ดินในระดับพื้นที่ ประกอบด้วย

การอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นภารกิจหลักของกรมพัฒนาที่ดิน ที่ดำเนินการเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน รักษาสภาพดินและน้ำให้เอื้ออำนวยต่อการผลิตทางการเกษตร ช่วยให้มีการใช้ที่ดินเพื่อการผลิตอย่างยั่งยืน ป้องกันดินให้พ้นจากการกัดเซาะพังทลาย รักษาความสมบูรณ์ของดินและอนุรักษ์น้ำไว้ในดินให้คงอยู่พอแก่การเพาะปลูกพืชได้ มี 2 ประเภท คือ

– มาตรการวิธีกล เป็นการปรับสภาพของพื้นที่ซึ่งลดความยาวและความลาดเทของพื้นที่ โดยสร้างสิ่งกีดขวางความลาดเทของพื้นที่และทิศทางการไหลของน้ำ ควบคุมน้ำไหลบ่าหน้าดิน ชะลอความเร็วของกระแสน้ำและลดการเคลื่อนย้ายของตะกอนดิน รูปแบบที่ใช้กันในปัจจุบัน อาทิ การไถพรวนตามแนวระดับ คันดินรับน้ำรูปครึ่งวงกลมและคันดินรับน้ำรูปสี่เหลี่ยมคางหมู บ่อดักตะกอน บ่อน้ำในไร่นาและทางลำเลียงในไร่นา เป็นต้น

– มาตรการวิธีพืช เป็นการเพิ่มความหนาแน่นของพืชคลุมดินป้องกันเม็ดฝนกระทบผิวดิน ตลอดจนการปรับปรุงบำรุงดิน ลงทุนต่ำ
เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้เอง โดยรูปแบบที่มีการนำมาใช้ทั่วไป ได้แก่ การใช้พืชตระกูลถั่ว หญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือหญ้าธรรมชาติ ปลูกเป็นแถวขวางความลาดเทของพื้นที่ หรือปลูกคลุมดิน การปลูกหญ้าแฝก เป็นต้น

นอกจากนี้กรมพัฒนาที่ดินยังดำเนินงานพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญของระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นการจัดการกักเก็บน้ำฝน
ที่ตกลงมาให้ไหลซึมลงใต้ดินอย่างช้าๆ ทำให้เกิดความชื้น ช่วยไม่ให้น้ำไหล่บ่าไปกัดเซาะดินในพื้นที่ตอนล่าง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมนอกเขตชลประทานที่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง