แจงสี่เบี้ย : จากวันเริ่มต้นจนประสบความสำเร็จ ของ‘สหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟจังหวัดชุมพร จำกัด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/227490

227832

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จ.ชุมพร มีพื้นที่ปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้ามากที่สุดในประเทศไทย แต่ในอดีตช่วงปี 2530-2540 การดื่มกาแฟยังไม่เป็นที่นิยม ทำให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำ เกษตรกรจึงร่วมกันก่อตั้ง “สหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟจังหวัดชุมพร จำกัด” เพื่อดูแลจัดการผลผลิตและสร้างข้อต่อรองทางการตลาด โดยได้ดำเนินการภายใต้หลักการและวิธีการของสหกรณ์ มีธุรกิจหลักคือ การจัดหาสินค้ามาจำหน่าย สินเชื่อ การรวบรวมผลผลิตจากสมาชิกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชื่อ “กาแฟชุมพร” และพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาทิ กาแฟคั่ว-บด กาแฟพร้อมดื่ม และกาแฟ 3 in 1 เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการดำเนินธุรกิจอื่นๆ ที่โดดเด่น อาทิการจัดหาปุ๋ย การรวบรวมข้าว จัดหาเมล็ดพันธุ์รวมถึงเปิดจุดรับซื้อเมล็ดสารกาแฟจากสมาชิก ทำให้สมาชิกขายได้ราคาสูงกว่าราคาพ่อค้าทั่วไป

จุดเด่นของ สหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟจังหวัดชุมพร จำกัด คือ การประชุมกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อแจ้งข่าวสารทั้งด้านการตลาดและสินเชื่อให้สมาชิกทราบข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ขณะที่การบริหารงานของสหกรณ์ ช่วงระยะเวลา 5 ปี ย้อนหลัง สหกรณ์มีกำไรทุกปีมากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับผลผลิตกาแฟของสมาชิก เรื่องคุณภาพผลผลิตและสินค้ากาแฟของสหกรณ์ ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานต่างๆ อาทิ อย. ฮาลาล

การดำเนินงานของสหกรณ์ที่ผ่านมา สหกรณ์จัดให้มีสวัสดิการแก่สมาชิก ทำให้สมาชิกมีรายได้เลี้ยงครอบครัว นอกจากนั้นยังพัฒนาองค์กรให้มั่นคง โดยปรับปรุงอาคารสำนักงาน ร้านค้าสวัสดิการ ร้านกาแฟโกดังเก็บสต๊อกกาแฟสาร ปั๊มน้ำมัน ซึ่งแม้จะทำให้สหกรณ์ต้องรับภาระค่าเสื่อมและดอกเบี้ยเงินกู้ จนส่งผลกระทบต่อผลกำไรให้ลดลง แต่สหกรณ์ก็มีการวางแผนการพัฒนาองค์กร แผนการลดต้นทุนผลิต อาทิ แผนการสร้างโรงงานสเปย์ดายน์ เพื่อผลิตวัตถุดิบที่ในการผลิตกาแฟ 3 in 1 แทนการสั่งซื้อวัตถุดิบที่มีราคาสูง นอกจากนี้ยังวางแผนระบบการขนส่งสินค้า เพื่อกระจายไปยังเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ ดังนั้นแม้การเติบโตของสหกรณ์จะไม่หวือหวา แต่ก็สามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้ดำเนินต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

แจงสี่เบี้ย : สหกรณ์การเกษตรท่าวังผาฯ จ.น่าน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/227314

227832

วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จำกัด จ.น่าน ได้รับเลือกเป็นสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ3 สมัย ปี 2532, 2540 และ 2550 มีผลงานทำให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของสมาชิกดีขึ้น ขณะที่สหกรณ์ก็มีการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ (CQA) โดยส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพทุกขั้นตอน คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากรเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้รับบริการ มีต้นทุนที่ประหยัดที่สุด ยึดมั่นในจริยธรรม ธรรมาภิบาล นำองค์กรสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเช่นเดียวกับองค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ

สหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จำกัด มีการบริการสินเชื่อเพื่อการเกษตรแก่สมาชิก การรับฝากเงิน การจัดหาสินค้า ปัจจัยการผลิต หรือสิ่งของที่จำเป็นมาจำหน่ายให้สมาชิก รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกเพื่อจัดการขาย แปรรูป มีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ร้านค้าศูนย์กลางฯ มีฉางอเนกประสงค์ ขนาดความจุ 500 เกวียน2 หลัง โกดังเก็บสินค้า 2 หลัง โรงดองผลิตผลการเกษตร ตลาดกลางผลิตผลการเกษตรประจำตำบล จุดตรวจสอบเครื่องชั่งขนาด 40 ตัน โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ชีวภาพ ปุ๋ยหมัก

จากผลของโครงการประชานิยมในช่วง 5 ปีก่อนหน้านี้ ทำให้สมาชิกได้รับผลกระทบ บางส่วนมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น สหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จำกัด จึงนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปรับใช้ในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจสหกรณ์ โดยมีเป้าหมายให้สมาชิกลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน มีอาหารปลอดภัยไว้บริโภค มีสุขภาพดี มีครอบครัวที่เข้มแข็งและเป็นสุข

นอกจากนี้ยังมีการดำเนินการด้านเงินทุน เช่น จัดซื้อเมล็ดพันธุ์แจกฟรีพันธุ์ปลา เลี้ยงปลาในบ่อดิน ให้สมาชิกกู้ยืมเงินปลูกพืชเศรษฐกิจ (ไผ่รวก) ดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลาชำระคืน 5 ปี ส่วนการดำเนินธุรกิจ มีการจัดหาสินค้ามาจำหน่ายให้สมาชิกมีแหล่งสินค้าที่เป็นผลผลิตทางการเกษตร โดยจัดตลาดนัดสหกรณ์เดือนละ 1 ครั้ง ด้านธุรกิจเงินรับฝาก ได้สนับสนุนให้สมาชิกออมเงินอย่างน้อย 100 บาท/เดือน ธุรกิจแปรรูป-โรงงาน สนับสนุนให้สมาชิกกลุ่มที่เข้าโครงการเศรษฐกิจพอเพียง แปรรูปผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น น้ำยาล้างจาน ยาสระผม ทำให้สมาชิกดำเนินชีวิตในแบบพอเพียง ควบคู่กับการมีความรู้ และมีคุณธรรม

แจงสี่เบี้ย : สหกรณ์การเกษตรพิมายฯ ผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพ สร้างความเข้มแข็งชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/227136

227832

วันจันทร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

อ.พิมาย จ.นครราชสีมา มีการรวมกลุ่มของเกษตรกรจัดตั้งเป็นสหกรณ์ขนาดเล็กระดับหมู่บ้าน 55 แห่ง เพื่อเป็นแหล่งจัดหาเงินทุนให้เกษตรกรสมาชิกได้กู้ยืมประกอบอาชีพทางการเกษตร ต่อมาปี 2514 มีการควบเข้ากันของสหกรณ์ทั้ง 55 แห่ง เป็นสหกรณ์ การเกษตร 2 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรพิมาย จำกัด และ สหกรณ์การเกษตรพิมายสอง จำกัด ก่อนควบสหกรณ์ทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวในชื่อ “สหกรณ์การเกษตรพิมาย จำกัด” ในปัจจุบัน

โดยปี 2558 สหกรณ์มีสมาชิก 11,991 คน คิดเป็นร้อยละ 70.94 ของเกษตรกรทั้งอำเภอพิมาย มีการดำเนินธุรกิจให้บริการสมาชิกที่หลากหลาย อาทิ ด้านสินเชื่อ การรับเงินฝาก การรวบรวมและแปรรูป การผลิต เพื่อขับเคลื่อนสหกรณ์ให้บรรลุผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์ “เป็นสหกรณ์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสู่สากล” รวมทั้งได้รับการส่งเสริมสนับสนุนด้านต่างๆ จากกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ทำให้สหกรณ์สามารถพัฒนาองค์กรให้สามารถพึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือสหกรณ์ด้วยกันผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การรวบรวม และการแปรรูป โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิในพื้นที่ทุ่งสัมฤทธิ์ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปตามวิธีการสหกรณ์ จนเป็นที่ยอมรับ และพัฒนาเรื่อยมา ส่งผลให้สหกรณ์ในวันนี้มีสมาชิกเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จ

ทั้งนี้สหกรณ์มีการดำเนินธุรกิจก้าวหน้าตามลำดับ มีการปรับปรุงการให้บริการและพัฒนาการดำเนินธุรกิจให้ทันสมัย เพื่อสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงให้สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแถวหน้า ซึ่งจากการสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานแก่สหกรณ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ การรวบรวมข้าวเปลือก และแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวสาร รวมถึงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์เคมีของสหกรณ์แห่งนี้ จึงเป็นต้นแบบในการเรียนรู้การสหกรณ์ที่แก้ปัญหาของเกษตรกรให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง

แจงสี่เบี้ย : สหกรณ์การเกษตรพร้าว จ.เชียงใหม่ ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/226691

227832

วันศุกร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สหกรณ์การเกษตรพร้าว จำกัด จ.เชียงใหม่ เป็นสหกรณ์การเกษตรอีกแห่งที่เน้นการทำงานเพื่อส่งเสริมให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของสมาชิก โดยช่วยเหลือกันและกันตามหลักสหกรณ์ โดยจุดเด่นของสหกรณ์การเกษตรพร้าว จำกัด ได้ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกข้าวเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ขยาย ภายใต้การส่งเสริม กำกับดูแล ของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรของสหกรณ์ และผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ขาวดอกมะลิ 105 และ กข. 6 จำหน่ายให้สมาชิกและเกษตรกรทั่วไป

ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิต และยังได้ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกข้าวหอมมะลิแบบครบวงจร โดยสหกรณ์รับซื้อผลผลิตจากสมาชิกที่เข้าร่วมทุกเมล็ดในราคาท้องตลาด แต่ถ้ากรณีราคาท้องตลาดต่ำกว่าราคาประกัน สหกรณ์รับซื้อในราคาประกันขั้นต่ำที่กำหนดไว้ ทำให้สมาชิกมีรายได้จากการขายข้าวเปลือกในราคาที่เป็นธรรม

นอกจากนี้ สหกรณ์ยังขยายผลเป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร ประชาชนทั่วไป และสมาชิก ศึกษาหาความรู้การทำการเกษตรแบบพึ่งพาตนเองอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการทำงานร่วมกับหน่วยงาน
ทั้งภาครัฐ เอกชน ในโครงการต่างๆ เช่น โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวมาตรฐาน GAP ในระดับฟาร์ม ร่วมกับกรมการข้าว โครงการยกระดับการจัดการโรงสีข้าวตามมาตรฐานต่างๆ เพื่อรองรับ AEC มาตรฐาน GMP CODEX สนับสนุนโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์

ขณะเดียวกัน สหกรณ์ยังพัฒนาคุณภาพการผลิตมุ่งสู่มาตรฐานสากล ISO 22000 ด้วยการเข้าร่วมโครงการพัฒนาและวิจัย “การประเมินการสูญเสียเชิงปริมาณและคุณภาพของข้าวเปลือกขณะเก็บรักษา” ร่วมกับ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และโครงการอื่นๆ ของหน่วยงานและสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสมาชิกไปพร้อมกัน สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ต้องการให้หน่วยงานราชาการมีการทำงานในรูปแบบประชารัฐ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นต่อไป

แจงสี่เบี้ย : สหกรณ์ประมงพานฯ เชียงราย เร่งพัฒนาคุณภาพปลานิลตามความต้องการตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/226541

227832

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สหกรณ์ประมงพาน จำกัด จ.เชียงราย เป็นสหกรณ์ประมงที่มีความเข้มแข็ง ทำให้ที่ผ่านมา อ.พาน จ.เชียงราย กลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีเกษตรกรทำการประมงด้วยการเลี้ยงปลานิลในบ่อดินขนาดต่างๆ รวมประมาณ 10,000 บ่อ ซึ่งด้วยเทคนิคการเลี้ยงเฉพาะทำให้ปลามีน้ำหนักดีเนื้อแน่น ไม่มีกลิ่นคาว จึงส่งผลให้สินค้าปลานิลของสมาชิกสหกรณ์แห่งนี้ขึ้นชื่อและเป็นที่ต้องการของตลาด

เมื่ออาชีพการเลี้ยงปลานิลเป็นอาชีพที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ อ.พาน รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงอื่นๆ ก็เริ่มมีการเลี้ยงปลานิลเพิ่มมากขึ้น ทำให้สหกรณ์เร่งพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตปลานิลให้มีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด รวมถึงส่งเสริมและจัดการช่องทางการตลาดให้กับสมาชิกมีความเข้มแข็งมากขึ้น

โดยการดำเนินการดังกล่าวทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างสหกรณ์กับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ชุมชน รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมกลุ่มอาชีพที่อยู่ในพื้นที่การดำเนินงานของสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัด กรมส่งเสริมสหกรณ์ ช่วยเหลือแนะนำ ดูแลกำกับ สนับสนุนเงินทุน ถ่ายทอดความรู้ด้านสหกรณ์ และการดำเนินงาน สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัด กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ แนะนำด้านการทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี สอนบัญชีฟาร์มหรือบัญชีต้นทุนให้กับสมาชิก ประมงจังหวัด กรมประมง แนะนำการเลี้ยง การทำมาตรฐานฟาร์ม ที่ว่าการอำเภอ ช่วยเหลือส่งเสริม สนับสนุน ด้านการจัดงานกินปลาอำเภอพาน จัดตั้งกลุ่มสตรีสหกรณ์ประมงพาน เพื่อเป็นเครือข่ายกลุ่มอาชีพ มีการสนับสนุนเงินทุน และรับจัดงานในชุมชน โดยนำปลาของสหกรณ์ไปทำเมนูในโต๊ะจีน

นอกจากนี้ สหกรณ์ประมงพาน จำกัด ยังเป็นหนึ่งในสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ 1 หอการค้าฯ 1 สหกรณ์การเกษตร ที่เน้นการทำงานร่วมกันเป็นการบูรณาการในรูปแบบการทำงานประชารัฐตามนโยบายของภาครัฐที่ต้องการให้มีการเครือข่ายพันธมิตรในการสร้างความเข้มแข็งและแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของสหกรณ์ โดยสมาชิกสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ในการผลิตปลานิลที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดและมีคุณภาพพอที่จะสามารถทำตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย รวมถึงการมองหาตลาด หรือเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ๆ ไปพร้อมๆ กัน

แจงสี่เบี้ย : สหกรณ์การเกษตรฯ ชัยนาท เร่งใช้ประชารัฐขจัดปัญหาภัยแล้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/226384

227832

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สถานการณ์ภัยแล้งปี 2559 สร้างความเสียหายให้กับภาคเกษตรกรรมของประเทศ โดยหนึ่งในหลายจังหวัดที่ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถทำนาปลูกข้าวได้ คือ จ.ชัยนาท ที่มีพื้นที่การทำนากว่า 1 ล้านไร่ ประกอบกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำต้นทุนการผลิตสูง จึงส่งผลให้เกษตรกรได้รับผลกระทบและมีความยากลำบากในการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้น

สหกรณ์การเกษตรวิถีพอเพียงเจ้าพระยา จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานของภาครัฐ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เข้าร่วมโครงการ 1 หอการค้าฯ 1 สหกรณ์การเกษตร โดยร่วมกับหอการค้าจังหวัดชัยนาท, สหกรณ์จังหวัดชัยนาท, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาสรรพยา และบริษัทโกลโบ ฟู๊ดส์ จำกัด ตัวแทนผลิตภัณฑ์ตราโลโบ้ เข้ามาส่งเสริมพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรในการผลิตพริกให้ตรงกับความต้องการของตลาด จัดหาแหล่งทุนส่งเสริมและจัดหาช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้เลี้ยงชีพให้กับเกษตรกรในเบื้องต้น

ทั้งนี้สมาชิกเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการพัฒนาองค์ความรู้การผลิตพริก ทำให้มีรายได้จากการปลูกพริกแทนการทำนาไม่น้อยกว่า 20,000 บาท/ไร่ เนื่องจากมีการนำระบบประกันราคาขั้นต่ำมาใช้ เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนการทำนาในช่วงภัยแล้ง โดยการดำเนินการช่วงแรก เริ่มจากการนำร่องปลูกพริกในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ เกษตรกรปลูกพริกได้ประมาณไร่ละ 3,000 ต้น ผลผลิตเฉลี่ย 1 กก./ต้น ขายได้ราคากก.ละไม่ต่ำกว่า 20 บาท และแม้ราคาพริกจะขึ้นหรือลดลงตามราคาของตลาดในช่วงนั้นๆบ้าง แต่โดยรวมเกษตรกรก็สามารถอยู่ได้กับอาชีพนี้

ความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ด้วยระบบประชารัฐ ในการส่งเสริมการปลูกพริก เพื่อนำร่องการปลูกพืชใช้น้ำน้อยด้วยระบบประกันราคา ยังถือเป็นการจุดประกายการสร้างรายได้และสร้างอาชีพใหม่ให้กับเกษตรกรด้วยการหันมาปลูกพืชชนิดอื่นๆ ตามมา เช่น มะนาว มะกรูด ซึ่งในอนาคตพืชเหล่านี้นอกจากปลูกเสริมหรือปลูกทดแทนการปลูกข้าวแล้ว ยังสามารถขยายผลไปสู่การปลูกเป็นพืชหลักในเชิงพาณิชย์ได้อีกด้วย

แจงสี่เบี้ย : การปรับปรุงบำรุงดินด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน (5) การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยเคมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/226070

227832

วันจันทร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจโดยทั่วไปมุ่งเน้นการให้ได้ผลผลิตสูง ซึ่งย่อมหมายถึงปริมาณธาตุอาหารจำนวนมากที่พืชต้องการนำไปใช้ในการสร้างผลผลิต การใช้ปุ๋ยสำหรับการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจจึงมักหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมีไม่พ้น เนื่องจากให้ปริมาณธาตุอาหารได้มากเมื่อเทียบกับปุ๋ยชนิดอื่นในปริมาณเท่ากัน อย่างไรก็ดีการใช้ปุ๋ยเคมีให้มีประสิทธิภาพสูง ดินต้องมีปริมาณอินทรียวัตถุมากเพียงพอ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี จึงเป็นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพืชเศรษฐกิจทั่วไป

การใช้ปุ๋ยเคมีอย่างจำเพาะเจาะจงในระดับที่ประหยัด มีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องมีการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งปกติต้องใช้งบประมาณและเวลาในการศึกษามาก ต่อมาเมื่อมีแบบจำลองการปลูกพืชมาใช้สนับสนุนการวิจัย ทำให้สามารถจำลองสภาพแวดล้อมที่เหมือนสภาพจริง และให้ผลสอดคล้องกับการทดสอบทดลองในแปลงมากขึ้น ผลการศึกษาการจัดการธาตุอาหารพืชตามปัจจัยแวดล้อมจำเพาะ เรียกว่า การจัดการธาตุอาหารเฉพาะพื้นที่หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปุ๋ยสั่งตัด”

หากลดระดับความเข้มข้นของปัจจัยแวดล้อมที่ใช้ในการประเมินปริมาณธาตุอาหารที่พืชต้องการลง เหลือเพียงค่าวิเคราะห์ดินกับชนิดของพืชปลูก เรียกว่า “การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน” ซึ่งมีความแปรปรวนมากกว่า เพราะการประเมินการสูญเสียธาตุอาหารในดินจากปัจจัยแวดล้อมถูกกำหนดเป็นค่าเฉลี่ยกลาง ไม่จำเพาะต่อชนิดดินและสภาพแวดล้อมอื่นๆ

อย่างไรก็ดี การนำคำแนะนำการจัดการธาตุอาหารเฉพาะพื้นที่ และการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินไปใช้ในทางปฏิบัติจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ดินและต้องมีการแปลงผลที่จำเพาะกับชนิดพืช ต้องมีฐานข้อมูลสำหรับผู้ให้หรือผู้รับคำแนะนำในการตรวจหาคำแนะนำที่ตรงกับผลวิเคราะห์ดินและพืช ฐานข้อมูลนี้สามารถจัดทำเป็นเอกสารคำแนะนำได้ แต่เพื่อให้สะดวกต่อการสืบค้นและคัดกรองข้อมูล ควรใช้เป็นระบบสารสนเทศจึงเหมาะสมกว่า ซึ่งปัจจุบันมีการจัดทำไว้แล้วในชื่อ “โปรแกรมปุ๋ยรายแปลง”

แจงสี่เบี้ย : การปรับปรุงบำรุงดินด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน (4)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/225684

227832

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

7.ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่สามารถสร้างธาตุอาหารพืช หรือช่วยธาตุอาหารพืชในดินมีความเป็นประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น ส่งผลให้ดินอุดมสมบูรณ์ สามารถสร้างฮอร์โมนส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช เพิ่มปริมาณไนโตรเจนในดิน เพิ่มความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม กระตุ้นการเจริญของระบบรากและต้นพืช เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี 25-30%

สำหรับอัตราและวิธีการใช้ ให้นำผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 จำนวน 1 ซอง น้ำหนัก 100 กรัม ไปขยายเชื้อในปุ๋ยหมัก 300 กก.และรำข้าว 3 กก. ปรับความชื้น 70% กองปุ๋ยในที่ร่มเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูงประมาณ 50 ซม. 4 วัน แล้วนำไปใช้ดังนี้ ในข้าว ใช้ 300 กก./ไร่ โดยหว่านให้ทั่วพื้นที่ช่วงเตรียมปลูก ในพืชไร่ พืชผัก หญ้าอาหารสัตว์ ใช้ 300 กก./ไร่ ใส่ระหว่างแถวตามแนวปลูกพืชแล้วคลุกเคล้ากับดิน ในไม้ผล ไม้ยืนต้น ใช้ 3-5 กก./ต้น ช่วงเตรียมหลุมปลูก ใส่โดยคลุกกับดินรองไว้ก้นหลุมก่อนปลูกพืช ช่วงต้นพืชเจริญแล้วใส่รอบทรงพุ่มหรือหว่านให้ทั่วภายใต้ทรงพุ่ม

การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยเคมี

ในการปรับปรุงบำรุงดิน การปรับปรุงดินทางกายภาพจะเน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ส่วนการปรับปรุงบำรุงดินด้านเคมีโดยเฉพาะธาตุอาหารพืช จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเพิ่มปริมาณธาตุอาหาร ซึ่งเกษตรกรมักสงสัยว่า ควรใส่ปุ๋ยอะไรและใส่เท่าไร จึงต้องเข้าใจก่อนว่า การใส่ปุ๋ยไม่ว่าปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยเคมี คือ การเพิ่มธาตุอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของพืช และคงความสมบูรณ์ของดิน จึงต้องทราบว่า พืชที่ปลูกต้องการธาตุอาหารเท่าใดในการสร้างผลผลิต และดินมีโอกาสสูญเสียธาตุอาหารเพียงไร

การวิเคราะห์ดินทำให้ทราบปริมาณธาตุอาหารต้นทุนที่มีในดิน หากปริมาณธาตุอาหารในดินมีมากพอสำหรับพืชเพื่อดึงไปใช้สร้างผลผลิต ไม่ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินลดลงเกินกำหนด ดินนั้นย่อมปลูกพืชได้โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย แต่หากดินมีปริมาณธาตุอาหารไม่เพียงพอสำหรับพืช การใส่ปุ๋ยเพื่อชดเชยธาตุอาหารที่ขาดจึงจำเป็นต้องทำโดยไม่คำนึงว่าธาตุอาหารนั้นจะมาจากปุ๋ยชนิดใด จะเป็นปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยอินทรีย์ก็ย่อมกระทำได้ หากให้ปริมาณธาตุอาหารตามที่พืชต้องการ

แจงสี่เบี้ย : การปรับปรุงบำรุงดินด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน (3)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/225464

227832

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

5.จุลินทรีย์ซุปเปอร์ พด.9 เพิ่มความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัสในดินกรด ดินเปรี้ยว เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีความสามารถในการละลายฟอสฟอรัส โดยเปลี่ยนรูปจากสารประกอบอนินทรีย์ฟอสเฟตที่ไม่ละลายน้ำหรือที่พืชใช้ประโยชน์ไม่ได้ให้อยู่ในรูปที่พืชใช้ประโยชน์ได้ ก่อนที่จะนำจุลินทรีย์ซุปเปอร์ พด.9 ไปใช้ ต้องทำการเพิ่มปริมาณเชื้อในปุ๋ยหมักก่อน โดยนำผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ซุปเปอร์ พด.9 จำนวน 1 ของน้ำหนัก 100 กรัม ไปขยายเชื้อในปุ๋ยหมัก 300 กิโลกรัม และรำข้าว 3 กิโลกรัม ปรับความชื้นให้ได้ 70% กองปุ๋ยในที่ร่มเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้สูงประมาณ 50 เซนติเมตร เป็นเวลา 4 วัน

สำหรับการนำไปใช้กับพืชต่างๆ ได้ดังนี้ ใช้ในข้าว พืชไร่ พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ใช้ 100 ก.ก./ไร หว่านให้ทั่วแปลง หรือใส่ระหว่างแถวก่อนปลูกพืช ใช้ในไม้ผลไม้ยืนต้น ใช้ 3 กิโลกรัมต่อต้น ช่วงเตรียมหลุมปลูก ใส่คลุกเคล้ากับดินรองไว้ก้นหลุมก่อนปลูกพืช ช่วงต้นพืชเจริญแล้วใส่รอทรงพุ่ม

6.จุลินทรีย์สำหรับพืชปรับปรุงบำรุงดิน พด.11 เป็นผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการตรึงไนโตรเจนจากบรรยากาศ เพื่อเพิ่มมวลชีวภาพให้แก่พืชปรับปรุงบำรุงดิน โดยแบ่งออกเป็น จุลินทรีย์ พด.11 สำหรับโสนอัฟริกัน และจุลินทรีย์ พด.11 สำหรับปอเทือง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการตรึงไนโตรเจนจำเพาะเจาะจงสำหรับพืชปรับปรุงบำรุงดินชนิดนั้นๆ อีกทั้งยังมีจุลินทรีย์ที่มีความสามารถในการละลายฟอสฟอรัสในดินให้เป็นประโยชน์แก่พืช เพิ่มมวลชีวภาพของพืชปรับปรุงบำรุงดิน เป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุ และความอุดมสมบูรณ์ของดินหลับสับกลบ

สำหรับอันตรายและวิธีการใช้จุลินทรีย์สำหรับพืชปรับปรุงบำรุงดิน พด.11 นำผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์สำหรับพืชปรับปรุงบำรุงดิน พด.11 จำนวน 1 ซอง น้ำหนัก100 กรัม ไปขยายเชื้อในปุ๋ยหมัก 100 กิโลกรัมและรำข้าว 1 กิโลกรัม ปรับความชื้นให้ได้ 70 เปอร์เซ็นต์ กองปุ๋ยในที่ร่มเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้สูงประมาณ 50 เซนติเมตร เป็นเวลา 4 วัน แล้วนำไปหว่านให้ทั่วพื้นที่ปลูกหรือโรยในแถวร่องปลูก 100 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วจึงหว่านเมล็ดปอเทืองหรือโสนอัฟริกัน 5 กิโลกรัมต่อไร่

แจงสี่เบี้ย : ‘มะขามเทศ’พืชท้องถิ่นทนแล้ง ปลูกง่าย รายได้งาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/225302

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ดินเค็มถึง 12.8 ล้านไร่ และมีพื้นที่ที่มีศักยภาพทำให้เกิดการแพร่กระจายของดินเค็มอีก 2.1 ล้านไร่ ซึ่งอนาคตสภาพดินเค็มอาจจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโนนสูง สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 กรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย และพัฒนาวิชาการเกษตรด้านต่างๆ เกี่ยวกับพืชให้เกษตรกรในพื้นที่รวม 15 อำเภอ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอำเภอที่ประสบกับปัญหาดินเค็มถึงร้อยละ 50 ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่และสอบถามเกษตรกร รวมทั้งสังเกตและค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งต่างๆ พบว่า พื้นที่ดินเค็มสามารถปลูกพืชหรือทำประโยชน์ได้ โดยเกษตรกรในพื้นที่กลับสามารถปลูกพืชสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้เป็นอย่างดี

โดยพืชดังกล่าว คือ “มะขามเทศ” ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นที่เกษตรกรปลูกกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่ที่ประสบปัญหาดินเค็มและคาดว่าจะมีพื้นที่ปลูกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมะขามเทศที่นำมาปลูก จะมีรสชาติหวาน กรอบ มัน และเนื้อแน่น ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค และขายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 30-60 บาท โดยในปี 2559 มะขามเทศทำรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่มากถึง 63 ล้านบาท จากพื้นที่ 750 ไร่

นอกจากนี้ใบมะขามเทศยังสามารถบำรุงดินได้อีกด้วย เนื่องจากเป็นพืชตระกูลถั่ว เมื่อพบว่ามะขามเทศเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์ต่อเกษตรกรในพื้นที่ดินเค็มของจังหวัดนครราชสีมา และในอนาคตจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด เนื่องจากเป็นพืชที่ทนเค็ม ทนแล้ง ปลูกง่าย โตเร็ว สามารถให้ผลผลิตได้ภายใน 6-8 เดือน รายได้ดี และที่พิเศษคือมะขามเทศสามารถใช้น้ำเค็มรดได้โดยการรดรอบโคนต้นไม่ให้สัมผัสใบ

ดังนั้นศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโนนสูงจึงได้ดำเนินโครงการ รวบรวมพันธุ์มะขามเทศจากแหล่งปลูกต่างๆทั่วประเทศไทย เพื่อนำมาทดลองปลูกในสภาพพื้นที่ดินเค็มภายในศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโนนสูง เพื่อดูลักษณะการเจริญเติบโตและการตอบสนองต่อลักษณะดินเค็ม รวมถึงรสชาติและสีสันต่างๆ และเพื่อเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการปรับปรุงพันธุ์ ซึ่งขณะนี้รวบรวมได้มากถึง 14 สายพันธุ์ คาดว่าในปี 2561 จะสามารถเปิดให้เกษตรกรสามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับพันธุ์และการจัดการมะขามเทศ พร้อมทั้งการชิมรสชาติมะขามเทศทั้ง 14 พันธุ์ในศูนย์ฯ เพื่อเป็นตัวเลือกให้เกษตรกรในพื้นที่ในอนาคต นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษา เรื่องการจัดการปุ๋ย การตัดแต่งกิ่ง และการจัดการโรคและแมลงศัตรูที่สำคัญ ควบคู่กันไปกับการศึกษาลักษณะพันธุ์มะขามเทศเพื่อให้ได้เทคโนโลยีรองรับการขยายพื้นที่ปลูกในอนาคตต่อไป