ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/243960

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ความโศกเศร้าอาดูรและการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทยในรอบ 70 ปี จากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร หรือที่ลูกๆ ของพระองค์ท่านเรียกสั้นๆ ว่า “ในหลวง”เชื่อว่าไม่มีคนไทยคนใดที่ไม่เสียใจ ความเศร้าโศก…จะทำอย่างไรให้กลายมาเป็น “พลังความดี” “พลังแผ่นดิน” และ “พลังความสามัคคี” ให้แก่ประเทศ เพื่อให้พระองค์ท่านได้ภาคภูมิใจในลูกๆ ของพระองค์ เมื่ออยู่บนสรวงสวรรค์ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่พวกเราควรนำไปปฏิบัติ
การน้อมนำทำตามคำสอนของ “ในหลวง” ก็เปรียบดังเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพระองค์ท่านได้อีกทางหนึ่งโดยไม่ต้องใช้ต้นทุนที่มากเกินกำลัง โดยเฉพาะการกระทำตามรอยพระยุคลบาท ซึ่งมีมากมายเหลือคณานับ พระองค์ท่านทรงวางแบบอย่างให้พวกเราชาวไทยได้ปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นโครงการส่วนพระองค์ โครงการตามพระราชประสงค์ โครงการตามพระราชดำริโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ให้พวกเราชาวไทยได้ศึกษา สืบสาน และนำไปสู่การปฏิบัติได้ไม่รู้จักหมดสิ้น
ในภาคการเกษตรพระองค์ท่านก็ได้ให้วิชาความรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรพอเพียง ฝากไว้ให้พี่น้องเกษตรกรไทยนำไปใช้ในการต่อยอดอย่างมิมีวันจบสิ้น การน้อมนำหลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือ พอประมาณมีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ไปพร้อมๆกับการมีความรู้ควบคู่คุณธรรม…. ความรู้ก็คือ รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง คุณธรรมก็คือ ความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันอดทนสติปัญญา และแบ่งปัน ก็จะสามารถนำพาตนเองไปสู่เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมได้อย่างสมดุลและพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง
พระจริยาวัตรอันงดงามของพระองค์ที่ทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม เป็นต้นแบบให้พวกเราชาวไทยได้น้อมนำเป็นแบบอย่างได้ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นการวางพระองค์ให้เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะในการ “ครองตน” “ครองคน” และ “ครองงาน” คือทรงนำอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน คือมีความรักในงานที่ทำ มีความขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติงาน มีความมุ่งมั่นในการทำงานให้ประสบความสำเร็จและมีการพัฒนางานให้มีคุณภาพดียิ่งๆ ขึ้นไป ในขณะเดียวกันก็ทรงวางพระองค์ให้เป็นต้นแบบของผู้บริหารมืออาชีพที่ใช้หลักพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในลักษณะที่เป็นกัลยาณมิตร เกิดเป็นเครือข่ายร่วมมือที่มีความสัมพันธ์กันอย่างเหนียวแน่นและยั่งยืน
สำหรับท่านที่ยังเศร้าโศกเสียใจ และไม่รู้จะแสดงความจงรักภักดีในรูปแบบใด เพียงน้อมนำคำสอนและหลักปฏิบัติต่างๆไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ก็ทำให้เทวดาที่อยู่บนสวรรค์ภาคภูมิใจกับพวกเราแล้ว เพราะพระองค์ท่านมิได้ทิ้งเราไปไหน แต่ยังคงอยู่กับเราในรูปแบบของ “ต้นแบบ” ที่รอให้เราน้อมนำทำตาม เราก็จักอยู่กับพระองค์ท่านตลอดกาลปาวสาน …
นายมนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ