ไอคอนคราฟต์ปลุกเทรนด์คราฟต์ไทยสีสันสดใส ผ่านแคมเปญ “ไอคอนซัมเมอร์คราฟต์ THAI CRAFT IN SUMMER”

ไอคอนคราฟต์ปลุกเทรนด์คราฟต์ไทยสีสันสดใส ผ่านแคมเปญ “ไอคอนซัมเมอร์คราฟต์ THAI CRAFT IN SUMMER”

ไอคอนคราฟต์ปลุกเทรนด์คราฟต์ไทยสีสันสดใส ผ่านแคมเปญ “ไอคอนซัมเมอร์คราฟต์ THAI CRAFT IN SUMMER”

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.57 น.

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด ชวนทุกคนสัมผัสเสน่ห์ของงานคราฟต์ไทยในมุมมองใหม่ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์หน้าร้อน กับแคมเปญพิเศษ “ไอคอนซัมเมอร์คราฟต์ THAI CRAFT IN SUMMER” รวมไอเท็มสุดคราฟต์ที่โดดเด่นด้วยเฉดสีจัดจ้าน ลวดลายมีเอกลักษณ์ และดีไซน์ที่สะท้อนพลังความสนุก ถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านมุมมองที่สดใหม่และร่วมสมัย มาให้ผู้รักในงานฝีมือเลือกช็อปเลือกแมตช์กับสไตล์ที่ใช่ จุดประกายให้ซัมเมอร์นี้สดใสยิ่งกว่าเดิม ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม 

สุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวถึงแคมเปญนี้ว่า “ไอคอนคราฟต์ตั้งใจที่จะทำให้งานคราฟต์ไทยเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและสนุกสำหรับทุกคน โดยเฉพาะในฤดูร้อนปีนี้ เรามุ่งเน้นการนำเสนอ ‘Thai Craft Reimagined’ หรือการตีความงานฝีมือไทยในมุมมองใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสและความร่วมสมัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวเห็นว่า งานฝีมือจากภูมิปัญญาไทยสามารถหลอมรวมเข้ากับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือของใช้ในบ้าน ซึ่งทุกชิ้นไม่เพียงดีไซน์เก๋ สีสันสดใส ยังมีเรื่องราว มีเอกลักษณ์ และมีความหมายอันเป็นสิริมงคล เหมาะเป็นของขวัญของฝากให้แก่กันในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยและซัมเมอร์นี้”

แคมเปญ “ไอคอนซัมเมอร์คราฟต์ THAI CRAFT IN SUMMER” เติมสีสันให้ซัมเมอร์นี้ด้วยงานฝีมือไทยดีไซน์ร่วมสมัย แฝงไปด้วยอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทั้งแฟชั่นไอเท็ม เครื่องประดับ และของใช้ในบ้าน จากแบรนด์ไทยขวัญใจสายคราฟต์ อาทิ 


• PREM X BELLVE ความร่วมมือสุดพิเศษระหว่าง PREM.ARTISTIC ศิลปินผู้ชุบชีวิตวัสดุเหลือใช้ผ่านการเล่าเรื่องด้วยสีสัน และ BELLVE ดีไซเนอร์ผู้ใช้ภาษาแห่งสี เพื่อเยียวยาหัวใจและสะท้อนตัวตนที่แท้จริง กับนิทรรศการ Forever In Bloom เผยโฉมคอลเลกชันแฟชั่นคราฟต์รับซัมเมอร์ ที่เด่นด้วยการนำเศษผ้าและเศษวัสดุเหลือใช้มาถักทอจนเปล่งประกายราวกับดอกไม้ ผสานสีสัน ลวดลาย และดีไซน์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เติมความสนุกและความเคลื่อนไหวให้ทุกลุคในฤดูร้อนนี้ 


• PATTERN.ERS การรวมตัวของ 4 แบรนด์แฟชั่นรุ่นใหม่จากภาคเหนือ ทั้ง KANZ BY THAITOR จากจังหวัดแพร่ ที่มีเอกลักษณ์ในการนำเศษผ้าเหลือใช้มาปะติดปะต่อเป็นผ้าชิ้นใหม่เพื่อให้เกิดมิติของลาย จนเหมือนงานศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้, {JUN} แบรนด์ Men’s Wear ที่มักหยิบเอาดีเทลเครื่องแต่งกายผู้ชายจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมาลดทอนให้เรียบง่าย ตัดเย็บด้วยผ้าทอคุณภาพของเชียงใหม่, LONGGOY แบรนด์แฟชั่นที่บอกเล่าเรื่องราวล้านนาในรูปแบบใหม่ ใช้เทคนิคการกัดสี และวัตถุดิบจากเชียงใหม่ มาสร้างสรรค์ผลงานให้มีเอกลักษณ์, FEEL YOUTH ที่นำแรงบันดาลใจจากสีสัน ศิลปะ และธรรมชาติรอบตัว มาออกแบบเป็นเสื้อผ้าซึ่งสะท้อนความสนุก ความงาม และความเยาว์ ได้อย่างมีชีวิตชีวา 


• MAMAWELL แบรนด์กระเป๋าแฟชั่นสาย Sustainable ที่ปลุกชีวิตให้เศษผ้าเหลือใช้จากการตัดเย็บชุดว่ายน้ำ กลายมาเป็นกระเป๋าถักมือสีสันสุดจี๊ด สะท้อนเอกลักษณ์ความไม่ซ้ำใครในทุกใบ ด้วยดีไซน์ที่เน้นความสดใส น้ำหนักเบา และแห้งไว จึงเป็น Must-Have Item สำหรับซัมเมอร์นี้
• HOROSCARF ผ้าพันคอแบรนด์ไทยที่เปลี่ยนความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ให้กลายเป็นงานศิลปะบนผืนผ้าได้อย่างมีรสนิยม ด้วยภาพวาดสีน้ำอันอ่อนช้อยแฝงด้วยลวดลายมงคลเสริมพลังบวกและสิริมงคล ช่วยเสริมความเก๋และความโชคดีไปพร้อมกัน


• WISHULADA แบรนด์งานศิลปะสื่อผสมที่ทลายขีดจำกัดของคำว่าขยะ สู่ผลงานดีไซน์ที่โลกต้องจับตามอง ผ่านการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้รอบตัวให้กลายเป็นแฟชั่นไอเทมและของตกแต่งบ้านสุดคูล สะท้อนหัวใจสำคัญของงานคราฟต์ยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงความทันสมัยและเปี่ยมด้วยจินตนาการ


• Suaydeee Studio แบรนด์เครื่องประดับแฮนด์เมดสายมูแสนเก๋จากเชียงใหม่ที่ มาพร้อมคอลเลกชันล่าสุด The Auspicious Takrud Collection สร้อยตะกรุดมงคล 5 แบบ 5 สไตล์ เครื่องประดับที่ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังเสริมความมั่นใจ ความสำเร็จ และโชคลาภให้กับทุกวันที่สวมใส่


• Hathai Herb แบรนด์สมุนไพรไทยร่วมสมัยที่ผสานธรรมชาติ งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน กับผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ “ยาดมสมุนไพรรูปหัวใจ” ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันพร้อมสีสันโดนใจ ให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงสมุนไพรไทยและสนุกกับการ Mix & Match กับสไตล์ที่ต้องการ
• Suchai Craft ภาชนะอลูมิเนียมลายไทยที่พลิกโฉมให้เข้ากับยุคสมัยด้วยการเพิ่มสีสันให้หลากหลาย พร้อมนำเสนอการใช้งานในรูปแบบใหม่ ๆ เปลี่ยนภาพจำของผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมลายไทย ให้เป็นของที่ใคร ๆ ก็หยิบมาใช้ได้อย่างร่วมสมัย 

พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM และลูกค้าชาวต่างชาติ ช็อปสนุกกับแคมเปญ “ไอคอนซัมเมอร์คราฟต์ THAI CRAFT IN SUMMER” รับส่วนลดสูงสุด 600 บาท โดยเมื่อสินค้าภายในร้านไอคอนคราฟต์ครบ 2,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับคูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จทันที 100 บาท (สำหรับการซื้อครั้งถัดไป ขั้นต่ำ 200 บาท/ใบเสร็จ) และช็อปครบ 6,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับคูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จไปเลย 500 บาท  (สำหรับการซื้อครั้งถัดไป ขั้นต่ำ 1,000 บาท/ใบเสร็จ) สิทธิ์มีจำนวนจำกัด

ร้อนนี้ต้องเก๋กว่าใคร มาเติมสีสันรับซัมเมอร์ด้วยงานคราฟต์ไทยดีไซน์สุดชิคกับ “ไอคอนซัมเมอร์คราฟต์ THAI CRAFT IN SUMMER” ได้ตลอดเดือนเมษายนนี้ ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 และ 5 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ICONCRAFT 

#ICONCRAFT #ไอคอนคราฟต์ #ThaiCraftInSummer #ไอคอนซัมเมอร์คราฟต์

ไอคอนสยามประสบความสำเร็จสงกรานต์เกินคาด ดึงนักท่องเที่ยวร่วมประเพณีไทย 1.47 ล้านคน ปลุกเศรษฐกิจริมแม่น้ำ

ไอคอนสยามประสบความสำเร็จสงกรานต์เกินคาด ดึงนักท่องเที่ยวร่วมประเพณีไทย 1.47 ล้านคน ปลุกเศรษฐกิจริมแม่น้ำ

ไอคอนสยามประสบความสำเร็จสงกรานต์เกินคาด ดึงนักท่องเที่ยวร่วมประเพณีไทย 1.47 ล้านคน ปลุกเศรษฐกิจริมแม่น้ำ

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.52 น.

สงกรานต์ไอคอนสยามประสบความสำเร็จเกินคาด รวมยอดทราฟฟิกหมุนเวียนตลอดเทศกาล 6 วันกว่า 1.47 ล้านคน เติบโตทั้งกลุ่มชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตอกย้ำให้ประเทศไทยและไอคอนสยามเป็นแลนมาร์กงานเทศกาลระดับโลกอย่างแท้จริงสร้างไวรัลบนโซเชี่ยล มีผู้ชมคอนเทนต์สงกรานต์บนออนไลน์รวม 100 ล้านวิว เป็นเบอร์หนึ่งของงานเทศกาลสงกรานต์ตัวจริงที่ครบทุกมิติทั้งการเล่นสาดน้ำและคงอัตลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีไทย พร้อมปลุกเศรษฐกิจ กระตุ้นยอดขายช่วงเทศกาลให้เติบโต 15% จากปีที่ผ่านมา

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า ไอคอนสยามและพันธมิตรภาครัฐและเอกชน มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ร่วมกันจัดงานเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อ “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026” ถือเป็นส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ และเผยแพร่เทศกาลสงกรานต์ไทยอันเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมและสัมผัสประสบการณ์อันทรงคุณค่านี้ร่วมกัน การจัดงานในปีนี้ ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายอย่างมาก กิจกรรมทั้งหมดได้รับความสนใจ มียอดทราฟฟิกหมุนเวียนตลอดเทศกาลทั้ง 6 วัน รวมกว่า 1.47 ล้านคน โดยจำนวนผู้ร่วมงานเติบโตทั้งในกลุ่มชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนั้น ยังสร้างปรากฎการณ์บนโลกออนไลน์ มีผู้ชมคอนเทนต์ตลอดเทศกาลสงกรานต์สูงมากถึง 100,000,000ครั้ง (views) ตอกย้ำให้ประเทศไทยและไอคอนสยามเป็นแลนมาร์กงานเทศกาลระดับโลกอย่างแท้จริง

“งานสงกรานต์ไอคอนสยาม จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สาด สนุก สุข สิริมงคล สงกรานต์ไทย” นำเสนอประสบการณ์ครบมิติทั้งการสาดน้ำที่สนุกสนาน สะอาด ปลอดภัย มอบความบันเทิงจากศิลปินไทยมากความสามารถ พร้อมการแสดงทางวัฒนธรรมไทยหลากหลายด้าน เช่น ขบวนแห่นางสงกรานต์ การละเล่นพื้นบ้าน พร้อมกิจกรรมเสริมความสิริมงคล ส่งเสริมการใช้ชีวิตตามวิถีไทยอย่างครบเครื่อง ทำให้เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ครบทุกเซ็กเมนต์ ทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างประเทศ ประกอบกับการร่วมมือกับพันธมิตรร้านค้าผู้เช่าภายในศูนย์การค้ามากกว่า 1,000 ร้านค้า ส่งมอบประสบการณ์ช็อปปิ้งที่หลากหลายคุ้มค่า ทำให้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ มียอดจับจ่ายใช้สอยสูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 15% จึงเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งภายในศูนย์การค้าและธุรกิจโดยรอบริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างคึกคักตลอดเทศกาล” นายสุพจน์กล่าว

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับเทศกาลไทยสู่สากล

โดยความสำเร็จในครั้งนี้ไอคอนสยาม ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ได้แก่กระทรวงวัฒนธรรม, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรุงเทพมหานคร, กรมประชาสัมพันธ์ และพันธมิตรภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ปุริ จำกัด, บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด, บริษัท ซิตี้ ไอซ์ จำกัด, Beverly Hills Polo Club, Sapporo Beer, โรงพยาบาลสมิติเวช, บริษัท นิสชิน ฟูดส์ (ไทยแลนด์) จำกัด, แบรนด์ Havaianas, น้ำแร่ 6ty degrees, บริษัท ส.นภา (ประเทศไทย) จำกัด, DREAME THAILAND และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส (AIS), บริษัท แบรนด์ดีไลท์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ เมืองสุขสยาม ร่วมสร้างมหาปรากฏการณ์งานสงกรานต์ ทำให้งานสงกรานต์ไอคอนสยามเป็นเบอร์หนึ่งของงานเทศกาลสงกรานต์ที่ครบมิติทั้งการละเล่นสาดน้ำและคงอัตลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีไทย ส่งเสริมให้ประเทศไทยและไอคอนสยามเป็นแลนมาร์กของการจัดงานเทศกาลระดับโลกอย่างแท้จริง

ไฮไลต์กิจกรรมที่ผสานวัฒนธรรมและความบันเทิง สร้างประสบการณ์ “THAICONIC”

ไอคอนสยามได้นำเสนอไฮไลต์สำคัญที่รวบรวมไอคอนแห่งความเป็นไทยในทุกมิติ มาบรรจบกันในเทศกาลฉลองปีใหม่ไทย ตั้งแต่มรดกทางวัฒนธรรม สัญลักษณ์ของชาติ จนถึงตัวแทนแห่งยุค เพื่อร่วมเชิดชูและสืบสานความงดงามของวัฒนธรรม สู่เทศกาลสงกรานต์ที่เต็มไปด้วยสีสัน และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชาติ เพื่อมอบประสบการณ์ที่โดดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา

หนึ่งในไฮไลต์ที่ได้รับการกล่าวถึงในโลกโซเชียลและกลายเป็นจุดถ่ายรูปเช็คอินยอดฮิต คือ Water Landmark ช้างไทยพ่นน้ำขนาดยักษ์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการนำ “ช้างไทย” สัญลักษณ์และเอกลักษณ์ของไทยมานำเสนอในรูปแบบผลงานประติมากรรมศิลปะขนาดใหญ่ สร้างสรรค์โดยศิลปิน Dee SweetDrug Studio และสามารถพ่นน้ำได้ถึง 6 งวง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ร่วมงาน พร้อมเสริมสิริมงคลให้กับผู้เล่นน้ำสงกรานต์ด้วยน้ำมนต์ 9 วัด นอกจากนี้ ไอคอนสยามยังได้นำมรดกทางวัฒนธรรมให้ปรากฏสู่สายตาผู้คนทั่วโลกผ่าน ขบวนแห่นางสงกรานต์สุดวิจิตรตระการตา พร้อมไอคอนแห่งยุคอย่าง หลิง-ออม และ 4EVE ตลอดจนปรากฏการณ์ความบันเทิงที่รวบรวมศิลปินมากมายมามอบความสุขและความบันเทิงภายในงานกว่า 300 ชีวิตตลอด 6 วันเต็ม รวมถึงกิจกรรมที่ยังคงรักษาประเพณีดั้งเดิม ทั้งการสรงน้ำพระเสริมสิริมงคล รับพลังบุญต้อนรับปีใหม่ไทย กิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ใหญ่ เพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญู กิจกรรมการประกวดหนูน้อยสงกรานต์ และการประกวดร้องเพลงรุ่นเด็ก เยาวชนและผู้ใหญ่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมความกล้าแสดงออกแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมความรักความอบอุ่นภายในครอบครัวอีกด้วย ทุกกิจกรรมล้วนสร้างประสบการณ์แบบ “THAICONIC” อย่างแท้จริงในทุกมิติ

#ICONSIAMSongkran #สงกรานต์ที่ไอคอนสยาม #ICONSIAM

SACIT ชู ‘กระจูดวรรณี VARNI Craft’ ต้นแบบ Sustainable Craft Business Model

SACIT ชู ‘กระจูดวรรณี VARNI Craft’ ต้นแบบ Sustainable Craft Business Model

SACIT ชู ‘กระจูดวรรณี VARNI Craft’ ต้นแบบ Sustainable Craft Business Model

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.28 น.

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เผย “กระจูดวรรณี VARNI Craft จังหวัดพัทลุง” โมเดลความสำเร็จในการสร้างความยั่งยืนให้กับงานหัตถกรรมท้องถิ่น ตามกรอบ ESG ที่มีกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ  หลังเดินหน้าขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ความยั่งยืน  ต่อยอดแนวคิดจาก “Circular” สู่ “Sustainable Craft Business Model” เพื่อยกระดับศักยภาพงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับภารกิจของ SACIT “สืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม งานศิลปหัตถกรรมไทยให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs)

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย 

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า SACIT มุ่งขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทย ภายใต้บทบาท “Nurturing Thai Crafts to Global Trends” ด้วยแนวคิด Sustainable Craft Business Model โมเดลความสำเร็จในการสร้างความยั่งยืนให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทยครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม การยกระดับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการสร้างแบรนด์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างการตลาดยุคใหม่ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยยึดหลักตามเป้าหมายการพัฒนายั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) เพื่อผลักดันให้งานศิลปหัตถกรรมยังคงอยู่และเติบโตได้ในปัจจุบัน ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ทางภูมิปัญญาและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชุมชน

“Sustainable Craft Business Model คือการต่อยอดความสำเร็จแนวคิดการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ มีผู้เข้าร่วม 20 ราย ที่ SACIT ได้บ่มเพาะแนวทางการพัฒนางานหัตถกรรมด้วยกรอบของ ESG คือ สิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social) และ ธรรมาภิบาล (Governance) โดยกระจูดวรรณี VARNI Craft เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีการพัฒนางานหัตถกรรมด้วยกรอบ ESG ได้อย่างครบถ้วน SACIT จึงชูให้เป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จที่พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างงานจักสานกระจูด ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ ผสานดีไซน์ ฟังก์ชัน และความยั่งยืน พร้อมพัฒนาเทคนิคใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่า จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่น ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว”

มนัทพงศ์ เซ่งฮวด  ผู้ก่อตั้งแบรนด์ VARNI Craft

ด้านกระบวนการผลิต กระจูดวรรณีนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ เช่น การพัฒนาเศษกระจูดเป็นวัสดุรูปแบบใหม่ รวมถึงการจัดการน้ำเสียและการใช้พลังงานสะอาดในบางขั้นตอน ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และรักษาฐานทรัพยากรของชุมชนในระยะยาว อีกทั้งมีการวางรากฐานสู่การประเมินและคำนวณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต เพื่อต่อยอดสู่แนวทางการจัดการคาร์บอนและ Carbon Credit สะท้อนศักยภาพของงานหัตถกรรมไทยในการก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันในรูปแบบเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต นักออกแบบ นักวิจัย และภาคตลาดเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการยกระดับกระบวนการผลิตและการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและความยั่งยืนได้อย่างสมดุล การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการพัฒนาอย่างบูรณาการ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันในตลาดได้ในระยะยาว ซึ่งกระจูดวรรณีถือเป็นต้นแบบที่ดีเยี่ยม ที่สะท้อนแนวทาง Sustainable Craft Business Model ได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านการสืบสานองค์ความรู้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการเชื่อมโยงตลาดอย่างยั่งยืน

ด้านผู้ก่อตั้งแบรนด์ VARNI Craft จังหวัดพัทลุง นายมนัทพงศ์ เซ่งฮวด ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประเภทเครื่องจักสาน ปี 2557 ของ SACIT  กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีที่ผ่านมา วิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณีได้รับการสนับสนุนจาก SACIT อย่างต่อเนื่อง ทำให้เราสามารถพัฒนางาน “กระจูด” จากภูมิปัญญาดั้งเดิม ให้เข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน โดยยังคงรักษารากฐานเดิมไว้ ควบคู่กับการออกแบบที่ร่วมสมัยและตอบโจทย์ตลาด ทั้งการผสานลวดลายกราฟิก เทคนิคการย้อมสี และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่งานแฟชั่นไปจนถึงงานอินทีเรีย เช่น เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ และงานตกแต่งในโรงแรม ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคและขยายตัวสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณี

กระจูดวรรณี ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยขับเคลื่อนแนวคิด Zero Waste ผ่านการนำเศษกระจูดที่เหลือจากกระบวนการผลิตมาต่อยอดเป็น “ถ่านกัมมันต์” เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิต พร้อมทั้งนำไปใช้ประโยชน์ในการบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการย้อม ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนการผลิต ในขณะเดียวกัน ยังมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ด้วยการพัฒนากระบวนการผลิตที่สามารถคำนวณ Carbon Footprint ได้อย่างเป็นรูปธรรม และต่อยอดสู่การจัดการ Carbon Credit ได้อย่างครบวงจร สะท้อนการยกระดับงานหัตถกรรมสู่โมเดลธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างคุณค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

“นอกจากการมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว กระจูดวรรณียังให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศในชุมชน โดยเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่นเพื่อยกระดับพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยววิถีชุมชน ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับคนในพื้นที่ แต่ยังเป็นการส่งเสริมบทบาทของกลุ่มสตรีให้กลายเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานและขับเคลื่อนงานหัตถกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายมนัทพงศ์ กล่าว

แบรนด์ VARNI Craft

ความสำเร็จของ “กระจูดวรรณี VARNI Craft” นับเป็นบทพิสูจน์ว่างานหัตถศิลป์ไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับโลกยุคใหม่ได้ โดยไม่ทิ้งรากเหง้าทางวัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน SACIT ยังคงเดินหน้าสนับสนุนผู้สร้างสรรค์ทั่วประเทศให้สามารถพัฒนา “ศิลปหัตถกรรมไทย” สู่การเป็นพลังสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจและความยั่งยืนให้กับชุมชนในระยะยาว

แบรนด์ VARNI Craft

ติดตามข้อมูลข่าวสารของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ได้ที่เว็บไซต์ https://sacit.or.th/th เฟซบุ๊ก ออฟฟิเชียล SACIT  https://www.facebook.com/sacitofficial  หรืออัปเดตกิจกรรมงานคราฟต์ต่าง ๆ ได้ทาง TikTok SACIT Official https://www.tiktok.com/@sacit_official

SACIT สืบสานภูมิปัญญา จัดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’

SACIT สืบสานภูมิปัญญา จัดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’

SACIT สืบสานภูมิปัญญา จัดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17’

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.25 น.

SACIT ชวนชอปงานหัตถศิลป์ฝีมือคนไทยที่งาน  “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17” ภายใต้แนวคิด “สานภูมิปัญญา สู่ความยั่งยืน ” ระหว่าง วันที่ 22 – 26 เมษายน 2569 ณ  ควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G และ เฮลิค การ์เด้นท์  ชั้น 5  ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์   เลือกซื้องานหัตถศิลป์ไทยสุดประณีตจากครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรมจากทั่วประเทศกว่า 50 ราย ร่วม Workshop งานหัตถศิลป์ไทยด้วยตนเอง

World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย

World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย

World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์ระดับโลกที่ตอกย้ำศักยภาพกาแฟไทย

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.24 น.

เตรียมตัวให้พร้อม! เมื่อกรุงเทพฯ กำลังจะกลายเป็นเวทีของกาแฟพิเศษที่ทั่วโลกจับตามอง กับงาน World of Coffee Bangkok 2026 อีเวนต์กาแฟระดับโลกที่เป็นหมุดหมายสำคัญ หรือ Destination Event ที่คอกาแฟทั่วโลกรอคอย มีสมาคมกาแฟพิเศษ Specialty Coffee Association (SCA) เป็นเจ้าของลิขสิทธ์งาน, จัดโดย Exporum Inc. และ มีสมาคมบาริสต้าไทย (BAT) เป็นเจ้าภาพการจัดงานครั้งนี้

World of Coffee Bangkok 2026 จะถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกและอาจจะเป็นครั้งเดียวในประเทศไทยก่อนจะเวียนมาจัดที่ทวีปเอเชียอีกครั้ง ณ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2027 และเวียนไปจัดในเมืองสำคัญอื่น ๆ ทั่วโลกต่อไป

การเลือกประเทศไทย เป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้ตอกย้ำศักยภาพของกาแฟไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมกาแฟของอาเซียน ด้วยจุดแข็งสำคัญคือผลผลิตที่มีคุณภาพ และเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่เป็นทั้งผู้ผลิต นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งมีวัฒนธรรมคาเฟ่ และการดื่มกาแฟอยู่ในประเทศเดียวกัน  ส่งผลให้อุตสาหกรรมกาแฟไทย เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ภายในงาน World of Coffee Bangkok 2026 จะรวมบริษัทชั้นนำกว่า 400 แห่ง จากมากกว่า 40 ประเทศ มาโชว์ทั้งอุปกรณ์กาแฟ เมล็ดกาแฟดิบ และนวัตกรรมการคั่วกาแฟ โดยมีโซนที่น่าสนใจมากมาย อาทิ  Roaster Village: รวมโรงคั่วกาแฟชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลก ที่จะทำให้เห็นเทรนด์ของการคั่ว การชง เช่น GLITCH TOKYO จากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, MOMOS COFFEE จากปูซาน ประเทศเกาหลีใต้, MAME Roastery จากซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น

Producer Village: พื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง “เกษตรกร” กับ “ผู้ซื้อ” โดยตรง Cupping Rooms: ห้องชิมกาแฟเพื่อทดสอบรสชาติจากเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ใหม่ๆ SCA Lecture Series: พื้นที่แบ่งปันความรู้จากกูรูตัวจริง ที่จะมาแชร์ประสบการณ์และแรงบันดาลใจ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจและมองเห็นเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ชัดเจนขึ้น

SCA Community Lounge: พื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายของวงการกาแฟ

Brew Bar: จุดพักเติมพลังด้วยกาแฟแก้วพิเศษจาก World Coffee Championships ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟที่ยอดเยี่ยม ผ่านเทคนิคการชงที่หลากหลายของบรรดาแชมป์โลกตัวจริง และการแข่งขัน World Cup Tasters Championship 2026 ที่จะเฟ้นหาแชมป์โลกที่แยกรสกาแฟได้แม่นยำที่สุด การแข่งขันนี้ ฉัตรเฉลิม เลิศเอนกวัฒนา เป็นชาวไทยคนแรกที่คว้าแชมป์โลกมาได้ในปี 2025 และปีนี้ ประเทศไทยมี ปุณณภพ สุวรรณจิตร์ แชมป์จากเวที Thailand National Cup Taster Championship ลงเข้าแข่งขันด้วย

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน World of Coffee Bangkok 2026   วันที่ 7 – 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 10:00 – 18:00 น. (วันสุดท้ายเริ่มเวลา 10:00 – 17:00 น.) ณ ไบเทค บางนา Hall 98 – 99  บัตรเข้างาน 1 วัน และ 20 USD (ประมาณ 660 บาท) สำหรับ บัตรเข้างาน 3 วัน  ช่องทางจำหน่าย: asia.worldofcoffee.org  

ไม่ว่าคุณจะเป็นคอกาแฟที่แสวงหารสชาติใหม่ๆ บาริสต้าที่ต้องการอัปเกรดทักษะ หรือผู้ประกอบการที่มองหาโอกาสทางธุรกิจ เตรียมพบประสบการณ์ระดับโลกได้ที่งาน World of Coffee Bangkok 2026 กับอีเวนต์ระดับโลกที่คุณ “ห้ามพลาด”

‘ยิ่งให้ ยิ่งเห็นแง่มุมใหม่’ ถอดตัวอย่าง LG Subscribe เหนือกว่าการให้เครื่องใช้ไฟฟ้า คือการจุดประกายพลังใจที่ยั่งยืน

‘ยิ่งให้ ยิ่งเห็นแง่มุมใหม่’ ถอดตัวอย่าง LG Subscribe เหนือกว่าการให้เครื่องใช้ไฟฟ้า คือการจุดประกายพลังใจที่ยั่งยืน

‘ยิ่งให้ ยิ่งเห็นแง่มุมใหม่’ ถอดตัวอย่าง LG Subscribe เหนือกว่าการให้เครื่องใช้ไฟฟ้า คือการจุดประกายพลังใจที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.22 น.

ปัจจุบันมุมมองที่เรามีต่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีคือ การเป็นสิ่งสำคัญที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่หารู้ไม่ว่ายังมีมุมมองอื่นของสองสิ่งนี้ที่หลายคนคาดไม่ถึง

จากความสำเร็จของแคมเปญเพื่อสังคม “แปลงโฉมบ้าน จุดประกายชีวิตใหม่”  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญฉลองครบรอบ 1 ปี บริการ LG Subscribe ในประเทศไทย ทาง LG Subscribe ได้ร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา เพื่อสนับสนุนเครื่องใช้ไฟฟ้าให้แก่ครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้ค้นพบมุมมองใหม่ที่น่าสนใจว่า การส่งมอบเครื่องใช้ไฟฟ้าไปอยู่ในมือของผู้ที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งการสู้ชีวิตและความคิดสร้างสรรค์ สามารถมอบคุณค่าที่มากกว่าแค่ความสะดวกสบาย ด้วยการทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าสร้างโอกาสและพื้นที่แห่งความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ช่วยต่อยอดคุณภาพชีวิตไปได้อีกขั้น

เปลี่ยน “พื้นที่ว่างในตู้เย็น” เป็น “พื้นที่สร้างมูลค่า”

หนึ่งในตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจและสะท้อนภาพพลังแห่งการให้ที่ชัดเจน คือการได้เห็นวิธีที่ครอบครัวต่างๆ ดึงศักยภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้ามาประยุกต์ใช้เพื่อต่อยอดคุณภาพชีวิต ตัวอย่างเช่น ตู้เย็น ที่สำหรับหลายบ้านอาจเป็นเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับการถนอมอาหาร แต่จากแคมเปญเพื่อสังคม เราได้เห็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สามารถพลิกบทบาทให้ตู้เย็นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ๆ แทนที่จะปล่อยให้พื้นที่ว่างในตู้เย็นขนาดใหญ่สูญเปล่า ก็สามารถใช้พื้นที่นั้นแช่น้ำผลไม้โฮมเมดหรืออาหารสำหรับจำหน่ายในชุมชน เปิดโอกาสในการเริ่มต้นหารายได้เสริมใหม่ๆ เราจึงได้รู้ว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความจุที่ตอบโจทย์ ไม่ได้มีไว้เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์เท่านั้น เพราะความคิดสร้างสรรค์ของบุคคลที่มีพลังใจล้นเหลือ สามารถเปลี่ยนได้แม้กระทั่งพื้นที่ว่างในตู้เย็นให้กลายเป็นพื้นที่สร้างมูลค่า ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงในชีวิตประจำวันไปพร้อมๆ กับการดูแลคนในครอบครัวที่บ้านได้ในอีกมุมหนึ่ง

เครื่องซักผ้า “เพิ่ม” คุณภาพชีวิต “ลด” ความเสี่ยงด้านสุขภาพ

หลายคนอาจเห็นว่าเครื่องซักผ้าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยทุ่นแรงและประหยัดเวลา แต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากแคมเปญนี้ในอีกแง่มุมหนึ่งคือ สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยแล้ว การใช้เครื่องซักผ้าสามารถช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดจากการทำงานบ้านได้ เนื่องจากการซักผ้าด้วยมืออาจทำให้ต้องออกแรงมาก รวมถึงท่านั่งที่ไม่สะดวกสบาย และทำให้พื้นบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยน้ำ การเปลี่ยนมาใช้เครื่องซักผ้าทำให้ไม่ต้องขยับร่างกายจนเสี่ยงได้รับบาดเจ็บ และไม่ต้องเสี่ยงต่อการลื่นล้มจนอาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง แถมการใช้เครื่องซักผ้ายังช่วยลดภาระงานบ้านที่หนักอึ้ง โดยครอบครัวหนึ่งพบว่า เครื่องซักผ้าช่วยให้สมาชิกครอบครัวที่สุขภาพอ่อนแอไม่ต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อและแผลอักเสบจากการนั่งซักผ้าด้วยมือ และมีเวลาที่ได้คืนกลับมาเพิ่มเติมไปใช้หาไอเดียสำหรับต่อยอดธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองได้อีกด้วย

“ความอุ่นใจ” คือรากฐานสำคัญของชีวิต

แคมเปญ “แปลงโฉมบ้าน จุดประกายชีวิตใหม่” จาก LG Subscribe นอกจากจะมอบเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพสูง พร้อมนวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายและประหยัดไฟขึ้น ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตแล้ว ยังคอยดูแลและให้คำปรึกษาเครื่องใช้ไฟฟ้าถึงบ้าน พร้อมเคียงข้างในฐานะเพื่อนคู่คิดให้อุ่นใจ ไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงหรือความเสื่อมถอยของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เคยเป็นปัญหากวนใจ ด้วยรูปแบบบริการที่ครอบคลุมถึงการดูแลรักษาและตรวจเช็คสภาพเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอโดยช่างผู้เชี่ยวชาญตลอดอายุสัญญา ช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ ความคุ้มครองที่ยาวนานนี้ มากกว่าการรับประกันสินค้า คือการมอบความอุ่นใจไร้กังวล ซึ่ง LG Subscribe ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจและแรงสนับสนุนในการจุดประกายความหวัง วาดอนาคต ให้ทุกครอบครัวผู้ร่วมกิจกรรมสามารถรักษาระดับคุณภาพชีวิตที่ดี และเดินหน้าไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ต่อไปได้อย่างราบรื่น

ประสบการณ์จากแคมเปญนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การให้ที่แท้จริงคือการมอบรากฐานที่มั่นคง LG Subscribe จึงมุ่งมั่นในการส่งมอบนวัตกรรมแห่งความสะดวกสบายที่เข้าถึงง่าย ลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมบริการรับประกันยาวนาน ให้ผู้บริโภคชาวไทยอุ่นใจไร้กังวล ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลแอลจี 02-057-5757 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.lg.com/th/subscribe และติดตามกิจกรรมต่างๆ ของแอลจีได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ LG Global และอินสตาแกรม lg_thailand

พม. ห่วงใยความปลอดภัย เปิดหน่วยงาน พม. ทั่วไทย เป็นจุดพักบริการกลุ่มเปราะบาง – ปชช.

พม. ห่วงใยความปลอดภัย เปิดหน่วยงาน พม. ทั่วไทย เป็นจุดพักบริการกลุ่มเปราะบาง - ปชช.

พม. ห่วงใยความปลอดภัย เปิดหน่วยงาน พม. ทั่วไทย เป็นจุดพักบริการกลุ่มเปราะบาง – ปชช.

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.20 น.

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (ปีใหม่ไทย) 2569 มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน และยังมีวันสำคัญคือวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 13 เมษายน 2569 และวันแห่งครอบครัว ซึ่งตรงกับวันที่ 14 เมษายน 2569 ในนามของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ขออวยพรให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมีความสุขอย่างอบอุ่น เพื่อสร้างสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็งให้กับสังคมไทย อย่างไรก็ตาม พี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดยาวนี้ ตนขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย โดยสวัสดิภาพ ขับรถด้วยความระมัดระวัง และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างเดินทาง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

นายนิกร กล่าวว่า ทั้งนี้ กระทรวง พม. ได้เตรียมพร้อมในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องกลุ่มเปราะบางที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. อาทิ เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และคนพิการ รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้มีความผ่อนคลาย เพื่อความปลอดภัยระหว่างการเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยทีม พม. จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมถนนสายหลักและถนนสายรอง ได้เปิดพื้นที่หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวง พม. เป็นจุดพัก พม. บริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (ปีใหม่ไทย) 2569  ตั้งแต่วันนี้-19 เมษายน 2569 โดยให้บริการห้องน้ำคนพิการและผู้สูงอายุ, ที่พักรถชั่วคราว, มุมพักผ่อน, น้ำดื่ม, ชา, กาแฟ และ อาหารว่าง อีกทั้งการให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องสิทธิสวัสดิการสังคมต่างๆ ตามภารกิจกระทรวง พม.

สำหรับหน่วยงาน ทีม พม. จังหวัดทั่วประเทศ ที่เปิดจุดพัก พม. บริการประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (ปีใหม่ไทย) 2569 ตั้งแต่วันนี้-19 เมษายน 2569 มีดังนี้

1) ภาคเหนือ อาทิ ศูนย์คุ้มครองและส่งเสริมคุณภาพชีวิตจังหวัดสุโขทัย และพิจิตร, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งสันมหาพน จังหวัดเชียงใหม่, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านธรรมปกรณ์ จังหวัดเชียงใหม่, นิคมสร้างตนเองเขื่อนภูมิพล จังหวัดเชียงใหม่, สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านเชียงใหม่, ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการหยาดฝน จังหวัดเชียงใหม่, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดน่านและแม่ฮ่องสอน, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือจังหวัดลำปาง, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงราย, น่าน, แพร่, แม่ฮ่องสอน และอุตรดิตถ์, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวจังหวัดเชียงราย และ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน     

2) ภาคกลาง อาทิ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (ชาย) จังหวัดปทุมธานี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (หญิง) จังหวัดปทุมธานี, สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต จังหวัดปทุมธานี, สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร จังหวัดปทุมธานี, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี, สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชาย) จังหวัดนนทบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง) จังหวัดนนทบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ จังหวัดนนทบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จังหวัดนนทบุรี, ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติก จังหวัดนนทบุรี, สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท จังหวัดนนทบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ, ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการบ้านโมกุลฯ จังหวัดลพบุรี, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสระบุรี, นครนายก, อุทัยธานี, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ และสุพรรณบุรี, สถานสงเคราะห์เด็กหญิงสระบุรี, ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทักษะชีวิตมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ กรุงเทพมหานคร, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค กรุงเทพมหานคร, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา,  ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตกรุงเทพมหานคร, ตราด, นครปฐม, สุพรรณบุรี, สมุทรสงคราม และปราจีนบุรี, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทับกวาง จังหวัดสระบุรี, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งวังทอง จังหวัดพิษณุโลก และ สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว จังหวัดพิษณุโลก

3) ภาคตะวันตก อาทิ  สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการจังหวัดราชบุรี (อำเภอเมือง), บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดราชบุรี และเพชรบุรี, ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดราชบุรี, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกุ่มสะแก จังหวัดเพชรบุรี และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

4) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ จังหวัดนครราชสีมา, สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งบ้านเมตตา จังหวัดนครราชสีมา, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านอุบลฮักแพง จังหวัดอุบลราชธานี, ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการบ้านทองพูนเผ่าพนัส จังหวัดอุบลราชธานี, นิคมสร้างตนเองลำโดมใหญ่จังหวัดอุบลราชธานี,  ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการ จังหวัดหนองคาย, นิคมสร้างตนเองโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย, สถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็กจังหวัดหนองคาย, สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านหนองคาย, ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติก จังหวัดขอนแก่น, นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่น, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา จังหวัดขอนแก่น, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุขอนแก่น, นครพนม และบุรีรัมย์, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ อุบลราชธานี, ยโสธร, อุดรธานี, ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, เลย, หนองคาย, นครพนม, ศรีสะเกษ, บึงกาฬ และนครราชสีมา, สถานสงเคราะห์เด็กหญิงอุดรธานี, สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กขอนแก่น, สถานสงเคราะห์เด็กบ้านแคนทอง จังหวัดขอนแก่น, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น, ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ,  สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งปรือใหญ่ จังหวัดศรีสะเกษ, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ, ศูนย์คุ้มครองและส่งเสริมคุณภาพชีวิตจังหวัดอุบลราชธานี, นครพนม, อำนาจเจริญ, เลย, ขอนแก่น, และยโสธร, นิคมสร้างตนเองปราสาท จังหวัดสุรินทร์ และ นิคมสร้างตนเองเลี้ยงไหม จังหวัดสุรินทร์

5) ภาคใต้ อาทิ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช, ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการ จังหวัดนครศรีธรรมราช, นิคมสร้างตนเองรัตภูมิ จังหวัดสงขลา, ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดนราธิวาส, ยะลา, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, พังงา, ปัตตานี, ชุมพร, สงขลา, ภูเก็ต และ สตูล, สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านนราธิวาส, ปัตตานี, สงขลา, ยะลา และนครศรีธรรมราช, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดยะลา, สถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็กจังหวัดสุราษฎร์ธานี, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุภูเก็ต และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

6) ภาคตะวันออก อาทิ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการการุณยเวศม์ จังหวัดชลบุรี, สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านบางละมุง จังหวัดชลบุรี, สถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็กจังหวัดชลบุรี, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง จังหวัดชลบุรี, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพฯ 36 พรรษา จังหวัดชลบุรี, สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา, สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กจังหวัดระยอง และ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ตราด, ระยอง และปราจีนบุรี

อย่างไรก็ตาม หากพี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน พม. โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

วัตสันชีเสิร์ฟกลางสีลม แจกกันแดดฟรี เพราะแดดเมษามันร้าย ต้องมีตัวช่วย

วัตสันชีเสิร์ฟกลางสีลม แจกกันแดดฟรี เพราะแดดเมษามันร้าย ต้องมีตัวช่วย

วัตสันชีเสิร์ฟกลางสีลม แจกกันแดดฟรี เพราะแดดเมษามันร้าย ต้องมีตัวช่วย

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.35 น.

เก็บตกโมเมนต์จากสงกรานต์ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศเล่นน้ำสุดมันส์ภายใต้อุณหภูมิที่พุ่งสูงเกือบ 40 องศาเซลเซียส วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย ปักหมุดย่านสีลมหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของกรุงเทพฯ ที่มีผู้ร่วมงานพีคแตะแสนกว่าคน เป็นแลนด์มาร์คแจกครีมกันแดด Dermaction Plus by Watsons Advanced Sun Hybrid ฟรี! เสริมเกราะปกป้องผิวให้ทุกคน “สาดให้สนุก ไม่ต้องกลัวแดด”  นอกจากนี้ ยังแจกของขวัญพิเศษให้ 300 คนแรก ด้วย Dermaction Plus by Watsons Skin Barrier EX Body Lotion ช่วยกู้ผิวหลังโดนแดดแบบทันใจ กระแสตอบรับเรียกได้ว่าร้อนแรงไม่แพ้อากาศ เมื่อผู้ร่วมงานทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวแห่เข้าร่วมอย่างต่อเนื่องตลอด 3 วันที่ผ่านมา พร้อมแชร์โมเมนต์ไวรัลทั่วโซเชียล ตอกย้ำภาพจำ #กันแดดยืนหนึ่งต้องที่วัตสัน

สำหรับใครที่พลาดโมเมนต์ความสนุกเหล่านี้ วัตสันยังเตรียมไอเทมกู้ผิวหลังสงกรานต์กว่า 700 รายการ พร้อมให้ชอปต่อได้ที่ร้านวัตสันทุกสาขา และออนไลน์

คุณแหน : 17 เมษายน 2569

คุณแหน : 17 เมษายน 2569

คุณแหน : 17 เมษายน 2569

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้เข้าหารือกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เพื่อวางรากฐานด้านการศึกษาให้เยาวชนในพื้นที่และผลักดันนวัตกรรมผลงานวิจัย สู่ศูนย์กลางการบ่มเพาะสตาร์ทอัพและเชื่อมต่อเศรษฐกิจกับนานาชาติ..
  • ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นประกอบการจัดทำแผนพัฒนา จ.นครสวรรค์ พ.ศ. 2571 – 2575 และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของ จ.นครสวรรค์..
  • ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผอ.ทีเส็บ แจ้งจะจัดงาน Thailand MICE Week 2026  โดยร่วมมือกับ สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) และสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 28–30 เม.ย…
  • เพื่อนๆยินดีกับ รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้รับมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแพทย์โรคหัวใจ จาก สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี พล.ต.ต. นพ.เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายกสมาคม เป็นประธานมอบรางวัล..
  • ดร.คณพศ นิจสิริภัช, วงดาว ถนอมบูรณ์เจริญ, ปารณีย์ อำนวยรักษ์กุล เป็นตัวแทนเพื่อนๆ Digital CEO#5 มอบดอกไม้แสดงความยินดีให้ นพ.อดิศร วิตตางกูร ที่ได้เป็น ผอ.รพ.กลาง สำนักการแพทย์ กทม. คนใหม่..
  • รณดล นุ่มนนท์ วันเกิดปีนี้ไปถวายสังฆทานที่วัดใหม่เสนา แล้วทานข้าวฉลองกับครอบครัวอย่างอบอุ่น..
  • ชื่นชม จตุรงค์ วรวิทย์สุรวัฒนา ก่อนหยุดสงกรานต์ ได้ไปบริจาคเลือดที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาด ซึ่งได้ไปบริจาคเป็นประจำ..
  • รับลมร้อน ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ชวนมิตรสหายไปทานข้าวแช่และอาหารไทยหาทานยาก ณ ห้องอาหารมิสสยาม รร.หัวช้างเฮอริเทจกรุงเทพฯ โดยมี เชฟบอม-ไพโรจน์ ประไพรักษ์ ต้อนรับ งานนี้ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง, พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, ภาสภณ เหตระกูล, พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ, ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ, จักร โกศัลยวัตร, พญ.ชญานิน นิติวรางกูร, มาโนช สุขเพิ่ม ไม่พลาด..
  • พีรพงศ์ กรินชัย แม้มีภารกิจมากแต่ได้จัดสรรเวลาไปบรรยายให้หลักสูตร Digital CEO#9 ตามคำเชิญของ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์..
  • ช่วงหยุดยาว สุขสันต์ อัครวงศธร นำทีมสมาชิกสาวมากสาวน้อย อัมภิกา ศฤงคารบริบูรณ์, ณัฐณิชา อัครทรงธรรม, มนัสชนก ลิ้มจำรูญ, นฤมล กระแสอรรถ, สาธิณี ศรีสกุลนนท์และ นฤมล มาเจริญ หลบร้อนไปสัมผัสอากาศเย็น เจอหิมะตกหลายวันและได้ประสบการณ์ใช้ออกซิเจนกระป๋องในทริปซินเกียงใต้ 7 วัน..
  • ยินดีกับ บจ.อาร์ วี คอนเน็กซ์ ที่ได้รับรางวัล Prime Minister’s Digital Awards 2025 สาขา Digital Software of the Year..
  • เพื่อนๆชาว MPPM 23  NIDA ร่วมแสดงความเสียใจกับการจากไปของ ศักดา อนุรักษ์สุนทร..

น้องใหม่

นิทรรศการ ‘คุรุอนันต์’ สะท้อนบทบาทครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา

นิทรรศการ ‘คุรุอนันต์’ สะท้อนบทบาทครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา

นิทรรศการ ‘คุรุอนันต์’ สะท้อนบทบาทครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.52 น.

ปิดฉากลงแล้วสำหรับนิทรรศการ “คุรุอนันต์” ของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาศิลปศึกษา วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ แขนงวิจิตรศิลป์ และศิลปะประจำชาติ จัดแสดงผลงานจำนวน 67 ชิ้น นำเสนอผลงานหลากหลายรูปแบบทั้ง ประติมากรรมไทย  ประติมากรรมสากล จิตรกรรมไทย จิตรกรรมสากล สื่อผสม ภาพพิมพ์

ผลงานนิทรรศการ  “คุรุอนันต์”  ที่มาจากคำสองคำคือ “คุรุ” หมายถึง ครู ผู้ให้ความรู้ ผู้ชี้แนะทางสว่าง และ “อนันต์” หมายถึง ตลอดกาลไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น “คุรุอนันต์” จึงหมายถึงครูผู้ให้ความรู้และเมตตาไม่มีที่สิ้นสุด แสดงถึงนักศึกษาศิลปศึกษาที่เรียนรู้และบ่มเพาะหน้าที่และความเป็นครู อันตราตรึงในหัวใจ ผ่านการเรียนรู้ด้านทักษะต่างๆ เพื่อที่จะเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาและพัฒนามอบสิ่งดีให้แก่นักเรียนในอนาคต ด้วยความรู้และทักษะที่ได้เรียนรู้และบ่มเพาะมา ด้วยความสำคัญนี้ นิทรรศการ “คุรุอนันต์” จึงเป็นการทำขึ้นด้วยทักษะและฝีมือของนักศึกษาศิลปศึกษา เพื่อสร้างสุนทรียภาพให้แก่ผู้มาชมนิทรรศการในครั้งนี้

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ กล่าวเปิดโครงการนิทรรศการแสดงผลงานศิลปศึกษานิพนธ์ “คุรุอนันต์” พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรัฐ บุญทรง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเพาะช่าง อาจารย์สนั่น รัตนะ (ราชบัณฑิต) และอาจารย์ ดร.สุชาติ วงศ์ทอง กล่าวให้โอวาทแก่นักศึกษา นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก หม่อมหลวงจิราธร จิรประวัติ นักวาดภาพประกอบระดับตำนานของเมืองไทย เจ้าของโรงเรียนมหานาค บรรยายบอกเล่าประสบการณ์การทำงานศิลปะ ในหัวข้อ “วาดให้เป็นเรา ไม่ต้องเหมือนใคร” และให้คำแนะนำนักศึกษาอย่างใกล้ชิด ร่วมด้วยการบรรยายแนะนำแนวทางในการทำงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจจาก ศิลปินอิสระ ครีเอเตอร์ โดย ฮ่องเต้ – กนต์ธร เตโชฬาร