19.8 ล้านเสียงเปิดทาง! สว.พันธุ์ใหม่ ได้ทีไล่บี้รัฐบาล เขียนกติกาใหม่ให้ชัด

19.8 ล้านเสียงเปิดทาง! สว.พันธุ์ใหม่ ได้ทีไล่บี้รัฐบาล เขียนกติกาใหม่ให้ชัด

19.8 ล้านเสียงเปิดทาง! สว.พันธุ์ใหม่ ได้ทีไล่บี้รัฐบาล เขียนกติกาใหม่ให้ชัด

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.32 น.

พันธุ์ใหม่ดี๊ด๊า! เรียงหน้าโค้งคำนับ 19.8 ล้านเสียงไฟเขียวเปิดทางทำ”รธน.ฉบับใหม่” ได้ทีจี้”รัฐบาลใหม่”เขียนกรอบทำกติกาประเทศใหม่ให้ชัดในคำแถลงนโยบาย หวังได้ทำประชามติรอบสองไม่เกินสิ้นปี 69 ลามบี้”สว.สีน้ำเงิน”ร่วมมือตามฉันทามติประชาชน ค้านร่างฯแก้ ม.256 เหตุสูตร 20 หยิบ 1 อาจส่อปัญหาได้ผู้ร่างสีน้ำเงิน

10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา , นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย , น.ส.นันทนา นันทวโรภาส , นายสุนทร พฤกษ์พิพัฒน์ , นายวีรยุทธ์ สร้อยทอง และ น.ส.มณีรัตน์ เขมะวงค์ สว.ร่วมแถลงขอบคุณประชาชนที่ร่วมออกเสียงประชามติเห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กว่า 19.8 ล้านเสียง

โดย นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลใหม่ที่จะจัดตั้งหลังจากนี้กำหนดกรอบและกระบวนการที่นำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ชัดเจน แน่นอนในคำแถลงนโยบายรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปตามผลการออกเสียงประชามติของประชาชน ทั้งนี้ ตนมองว่าคะแนนที่ได้มานั้นสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาวิกฤตรัฐธรรมนูญที่ประชาชนช่วยแง้มประตูไปสู่การเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ดี การกำหนดกรอบทำรัฐธรรมนูญใหม่ ตนสนับสนุนกระบวนการที่โปร่งใสและให้โอกาสประชาชน ทั้งที่เห็นชอบกับประชามติ หรือไม่เห็นชอบได้มีส่วนร่วม

“สำหรับกรอบการทำรัฐธรรมนูญตามผลประชามติครั้งที่ 1 นั้น ที่จริงผมอยากฟังรัฐบาลแถลงให้ชัดเจน ว่าเป็นกรระบวนการทำใหม่ หรือยืนยันร่างแก้ไขมาตรา 256 ที่ค้างอยู่ในวาระพิจารณาของรัฐสภา ทั้งนี้ ในความคาดหวังผมอยากเห็นการออกเสียงประชามติครั้ง 2 อย่างช้าคือก่อนสิ้นปี 2569 พร้อมกับต้องมีกระบวนการสร้างความรับรู้และเข้าใจของประชาชนให้เพียงพอ เพราะเข้าใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 นั้น มีรายละเอียดเนื้อหาที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนเพื่อสะท้อนเจตจำนงของประชาชนที่แท้จริง” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

ขณะที่ นางนันทนา กล่าวเรียกร้องไปยัง สว.กลุ่มใหญ่ของวุฒิสภา ให้เห็นแก่ฉันทามติของประชาชนที่ออกเสียงประชามติสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในวาระหนึ่ง วาระสอง วาระสาม เพราะผลที่ออกมาถือว่ามากกว่าผลประชามติเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อปี 2559

ส่วน นายเทวฤทธิ์ กล่าวว่า ในกระบวนการแก้ไขมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ ที่ค้างอยู่ในการพิจารณาวาระสองของรัฐสภา ตนมองว่ามีหลายประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งและเห็นต่าง โดยเฉพาะกระบวนการที่ออกแบบผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญขณะที่สูตร 20 หยิบ 1 ที่ให้รัฐสภาจัดกลุ่มตัวแทนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คนนั้น จากตัวเลของผลการเลือกตั้ง สส.ที่พรรคภูมิใจไทยคาดว่าจะได้เกือบ 200 เสียง และมี สว.สนับสนุน เมื่อใช้สูตรดังกล่าวอาจทำให้เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งตนมีข้อกังวล ดังนั้นกระบวนการเพื่อสรรหาผู้ทำรัฐธรรมนูญใหม่ ควรให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือเลือกตั้งทางอ้อมจะเหมาะสมที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะ สว.พันธุ์ใหม่ แถลงแล้วเสร็จ ได้ออกมายืนเรียงแถวหน้ากระดานเพื่อโค้งคำนับเพื่อแสดงความขอบคุณผู้ที่มาออกเสียงประชามติเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

ไอซ์ ท้า สุชาติ ลาออก ปมวุ่นนับคะแนนชลบุรี เขต 1

ไอซ์ ท้า สุชาติ ลาออก ปมวุ่นนับคะแนนชลบุรี เขต 1

ไอซ์ ท้า สุชาติ ลาออก ปมวุ่นนับคะแนนชลบุรี เขต 1

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.32 น.

ศึกเลือกตั้งชลบุรี เขต 1 ยังไม่จบง่าย ๆ และดูท่าจะทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่ช่วงเที่ยงเป็นต้นมา ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.ตัวตึงจากพรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเคลื่อนไหวรัว ๆ แท็กตรงถึง สุชาติ ชมกลิ่น หรือเสี่ยเฮ้ง ผู้ชนะเลือกตั้งในเขตดังกล่าว โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “สุชาติ ชมกลิ่น ตัวเองเป็นคนอย่างไร ก็เหมารวมคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนตัวเอง ที่ปรึกษาของ สุชาติ ชมกลิ่น เคยจัดรวมพลให้คนมายืนด่าดิฉัน ในวันที่จับเบอร์ สส.เขต ที่ชลบุรี วันนี้ประชาชนเค้ารวมตัวกันเพราะเห็นความไม่ชอบธรรม ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในการนับคะแนน

– ทั้งบัตรเขย่ง ผู้มาใช้สิทธิ์กับบัตรรวมไม่ตรงกัน

– กล่องไม่ได้รัดสายเคเบิ้ลทาย อ้างว่าหมด แต่ประชาชนเจอว่ามี มันอาจจะให้มีการหยิบบัตรเข้าออก ส่อทุจริตหรือไม่ ทั้งยังไม่เป็นไปตามระเบียบเลือกตั้ง

– ประชาชนพบกระดาษนับคะแนนในขยะ ซึ่งกระดาษเหล่านี่ต้องเก็บไว้ที่ กกต.

– เพราะทิ้งกระดาษกันไปแบบนี้หรือป่าว ถึงตัดสินใจนับใหม่ไม่ได้สักที เพราะถ้านับใหม่ จะรู้ทันทีว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น

ไอซ์ รักชนก

แต่ สุชาติ ชนกลิ่น กลับดูถูกประชาชนที่มาด้วยความบริสุทธิ์ใจมาตามหาความโปร่งใสในคะแนนที่พวกเค้ากา ว่า ’เป็นเด็กร้องอยากได้ลูกอม‘ ทั้งๆที่ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงๆ ควรต้องออกมาสนับสนุนการตรวจสอบความไม่โปร่งใส ความไม่ชอบมาพากล

สุชาติ ชมกลิ่น กลัวอะไร ?

ถ้าชนะอย่างโปร่งใส นับร้อยรอบยังไงก็ชนะ แล้วจะได้เอามาตอกหน้าพรรคประชาชนด้วยไง จะได้แดกส้มหวานโชว์รอบสองไปเลย หยามๆ ไม่ดีหรอ ? แต่ได้ข่าวว่ากำลังร้อนรน ผู้ชนะอย่างโปร่งใส จะร้อนรนเรื่องอะไร ชี้นิ้วท้าทาย พร้อมใส่ร้ายว่ามี สส ที่ปลุกปั่น ท้าให้ลาออกทั้งๆที่มันเป็นเสียงของประชาชนเค้าเรียกร้องเอง ขอท้ากลับบ้าง ถ้านับใหม่แล้วคะแนนไม่เหมือนเดิม ผิดเพี้ยนไปแม้แต่คะแนนเดียว สุชาติ ชมกลิ่น แม้จะชนะแต่ถ้านับแล้วคะแนนไม่เหมือนเดิมกล้าลาออกจาก สส. และขอไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลไหม? กล้าท้าทายคนอื่น แล้วกล้ารับคำท้าไหม? นี่ก็มั่นใจว่านับใหม่ยังไงเราก็แพ้ แต่แกจะกลัวอะไร”

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

ในเวลาต่อมา ไอซ์ รักชนก ยังได้โพสต์เพิ่มเติมอีกว่า “ถ้านายกกำลังคิดอยู่ว่าจะตั้ง สุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีกระทรวงอะไรดี ก็ขอให้ดูถ่างตาดูปรากฏการณ์วันนี้ไว้ให้ชัดๆด้วย ไม่ใช่แค่ ชลบุรีเขต1 ที่สงสัยในตัวผู้สมัคร แต่มันคือประชาชนทั้งประเทศที่รู้สึกร่วมกันผู้ประกันตนเค้าไม่ได้โง่ อ่านข่าวมาปีนึง ย่อมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร : )”

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

กระทั่งเจ้าตัวได้แชร์โพสต์จากทางพรรคประชาชนพร้อมแคปชั่นสั้น ๆ ว่า “สู้กลับ” ขณะที่โพสต์ของทางพรรคประชาชน ระบุว่า “เรายอมรับผลการเลือกตั้ง แพ้-ชนะเป็นเรื่องยอมรับได้ แต่โกงการนับคะแนนเรารับไม่ได้! ทุกคะแนนเสียงของประชาชนคือเจตจำนงที่เราต้องปกป้อง ตอนนี้เรามีทีมเฉพาะกิจสำหรับรับเคส ดำเนินคดีการนับคะแนนผิดปกติทั่วประเทศนับตั้งแต่เมื่อวานนี้ และดำเนินการยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต ดังนี้ ขอนแก่น เขต 3 ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง, ลำปาง เขต 2 สุวิภา กุศลจูง, สุราษฎร์ธานี เขต 1 รัฐภัทร์ พัฒนาศิริรักษ์, ชลบุรี เขต 1 วรท ศิริรักษ์, มหาสารคาม เขต 1 ธีระวัฒน์ พรรณะ, นครราชสีมา เขต 13 นาลันทา บุญชิต, ชัยนาท เขต 1 ทรงพล ภัทราภิรมย์, สมุทรปราการ เขต 6 วีรภัทร คันธะ, ตาก เขต 1 คริษฐ์ ปานเนียม,สระบุรี เขต 1 สรพัช ศรีปราชญ์

พรรคประชาชนขอยกย่องพี่น้องประชาชนชลบุรี เขต 1 และทุกพื้นที่ที่กำลังตื่นตัวออกมาปกป้องเสียงของตัวเอง พรรคประชาชนยืนยันว่าเราจะเดินหน้าปกป้องทุกคะแนนเสียงของทุกท่านเช่นกัน หากประชาชนมีบันทึกความผิดปกติเพิ่มเติม โดยเฉพาะภาพถ่ายใบขีดคะแนนหน้าหน่วย (สส.5/11) สามารถส่งข้อมูลให้เราได้ทันทีผ่านทุกช่องทางของพรรค เพื่อนำมาตรวจสอบกับผลคะแนนที่รวมเรียบร้อยแล้วว่าตรงกันหรือไม่ ยืนหยัดร่วมกัน ปกป้องเจตจำนงของประชาชนด้วยกัน”

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

ความเดือดยังไม่ได้หยุดแค่นั้น เมื่อเจ้าตัวได้ทิ้งท้ายหลังฟังคำแถลงของ กกต. จากสื่อช่องดังอย่างดุเดือดว่า “เอาละ ฟัง กกต. แถลงการณ์แล้วยิ่งชัด ที่ชลบุรีมีคนโกงเลือกตั้ง และกรรมการปกป้องโจร”

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

ขณะที่ทางด้าน สุชาติ ชมกลิ่น ที่ถูกแท็กและพูดถึง ยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรออกมาตั้งแต่เมื่อวาน ทำให้โพสต์ของ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก กลายเป็นสมรภูมิการแสดงความคิดเห็นบนโลกโซเชียล ที่มีชาวเน็ตเข้าไปกดไลก์และคอมเมนต์ถล่มทลาย เช่น

“ตอนพิธาชนะ กกต. สั่งนับใหม่ 47 หน่วยเลยนะ ลืมแล้วเหรอ?”

“ทำอะไร 2 วันไม่น่าใช่แล้วล่ะ พิรุธชัดมาก”

“แถลงอย่างมั่วเลย ดูทั้งคืนกับที่แถลงคนละเรื่องกันเลย”

“พวกนี้กลัวบ้านใหญ่ชลบุรี ลุยเลยน้องไอซ์!”

“เวลคัม กกต. มาชลบุรี ฝากคนพื้นที่ดูแลด้วยนะคะ”

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก
ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

สถานการณ์ในพื้นที่ชลบุรี เขต 1 นาทีนี้ จึงก้าวข้ามไปไกลกว่าแค่การลุ้นผลแพ้ชนะ แต่มันคือการเผชิญหน้าทางอุดมการณ์และการเมืองที่แหลมคมที่สุด เป็นบทพิสูจน์ความโปร่งใสที่เดิมพันด้วยศรัทธาของประชาชนหลังจบศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

ไอซ์ รักชนก
ไอซ์ รักชนก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Rukchanok Srinork

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Rukchanok Srinork, เฟซบุ๊ก สุชาติ ชมกลิ่น

สว.พันธุ์ใหม่ จี้กกต. เปิดรายชื่อผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ข้องใจผู้มาใช้สิทธิ์ลดลง

สว.พันธุ์ใหม่ จี้กกต. เปิดรายชื่อผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ข้องใจผู้มาใช้สิทธิ์ลดลง

สว.พันธุ์ใหม่ จี้กกต. เปิดรายชื่อผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ข้องใจผู้มาใช้สิทธิ์ลดลง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.26 น.

ตาสัปปะรดจับโกงเลือกตั้ง! ‘สว.พันธุ์ใหม่’ จี้ ‘กกต.’ เปิดรายชื่อผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ข้องใจจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ลดลง แนะสอบการลงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 1-5 ส่อลงคะแนนมีพิรุธ

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่มีปัญหา และบกพร่อง ว่า จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หากเป็นไปตามที่ กกต. ประกาศ คือ 65% ถือว่าลดลงจากการเลือกตั้งปี 2566 มากถึง 10% หรือกว่า 5 ล้านเสียง ดังนั้น กกต. ต้องมีคำตอบต่อการรณรงค์ให้คนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วยว่า รณรงค์อย่างไรถึงมีคนออกมาใช้สิทธิ์จำนวนน้อยลง หรือ เป็นเพราะการนับจำนวนที่บกพร่อง

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า กับประเด็นการซื้อเสียงที่ กกต. ไม่สารมาถจับได้เลย แต่พบว่าทุนเทาถูกพูดถึงเต็มทุกพื้นที่รวมถึงการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส เพราะมีหลายหน่วยไม่ยอมให้ถ่ายวิดีโอและมีบัตรเขย่งจำนวนมาก เช่น การนับคะแนนที่เขต 7 ปทุมธานี และเขต 1 ชลบุรี รวมถึงบัตรเสียกว่า 3 ล้านใบ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมาก และการนับคะแนนที่ล่าช้า ดังนั้น กกต. ต้องชี้แจงว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร 

“กกต. ต้องนับคะแนนที่มีปัญหาใหม่ โดยเปิดหีบใหม่ ซึ่งกกต.ทั้ง 7 คน มีอำนาจสั่งอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจน และต้องการให้เปิดเผยรายชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ มีรายชื่อหายไป 5 ล้านคน จากการเลือกตั้งครั้งก่อน” น.ส.นันทนา กล่าว 

ด้านนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. กล่าวเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบการลงคะแนนให้กับผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1-5 ที่ส่อพิรุธ บางคนบอกว่าเป็นลูกโดด ที่ยิงเฉพาะเขต เวลาเลือกให้จำเบอร์ของผู้สมัคร สส.เขตเป็นหลัก ซึ่งอาจตรงกับหมายเลขของผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคอื่น

“จากการตรวจสอบบางพื้นที่เบอร์ 1-5 ได้ คะแนนสส.เขตหลักร้อยหรือหลักพัน คะแนน แต่บัญชีรายชื่อได้เป็นแสนเช่น เขต 3 ชัยภูมิ เบอร์ 1 เขต 4 กาญจนบุรี เขต 5 และ 10 เชียงใหม่ เขต 1 เพชรบูรณ์ เขต 8 นครราชสีมา  ที่ สส.เขตเลือกพรรคหนึ่งและบัญชีรายชื่ออีกพรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นเลขเดียวกัน ดังนั้น ขอให้ กกต. ลงไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นหรืออะไรดลใจให้เลือกแบบนี้” นายเทวฤทธิ์ กล่าว 

อื้อหือ! ปชน. ยื่นขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต ลั่น แพ้-ชนะรับได้ แต่โกงรับไม่ได้

อื้อหือ! ปชน. ยื่นขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต ลั่น แพ้-ชนะรับได้ แต่โกงรับไม่ได้

อื้อหือ! ปชน. ยื่นขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต ลั่น แพ้-ชนะรับได้ แต่โกงรับไม่ได้

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.17 น.

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน – People’s Party โพสต์ข้อความ ระบุว่า  เรายอมรับผลการเลือกตั้ง แพ้-ชนะเป็นเรื่องยอมรับได้ แต่โกงการนับคะแนนเรารับไม่ได้!
ทุกคะแนนเสียงของประชาชนคือเจตจำนงที่เราต้องปกป้อง  

ตอนนี้เรามีทีมเฉพาะกิจสำหรับรับเคส ดำเนินคดีการนับคะแนนผิดปกติทั่วประเทศนับตั้งแต่เมื่อวานนี้ และดำเนินการยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต ดังนี้ 

ขอนแก่น เขต 3 ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง
ลำปาง เขต 2 สุวิภา กุศลจูง
สุราษฎร์ธานี เขต 1 รัฐภัทร์ พัฒนาศิริรักษ์
ชลบุรี เขต 1 วรท ศิริรักษ์
มหาสารคาม เขต 1 ธีระวัฒน์ พรรณะ
นครราชสีมา เขต 13 นาลันทา บุญชิต
ชัยนาท เขต 1   ทรงพล ภัทราภิรมย์
สมุทรปราการ เขต 6 วีรภัทร คันธะ
ตาก เขต 1  คริษฐ์ ปานเนียม
สระบุรี เขต 1 สรพัช ศรีปราชญ์

พรรคประชาชนขอยกย่องพี่น้องประชาชนชลบุรี เขต 1 และทุกพื้นที่ที่กำลังตื่นตัวออกมาปกป้องเสียงของตัวเอง พรรคประชาชนยืนยันว่าเราจะเดินหน้าปกป้องทุกคะแนนเสียงของทุกท่านเช่นกัน 

หากประชาชนมีบันทึกความผิดปกติเพิ่มเติม โดยเฉพาะภาพถ่ายใบขีดคะแนนหน้าหน่วย (สส.5/11) สามารถส่งข้อมูลให้เราได้ทันทีผ่านทุกช่องทางของพรรค เพื่อนำมาตรวจสอบกับผลคะแนนที่รวมเรียบร้อยแล้วว่าตรงกันหรือไม่

ยืนหยัดร่วมกัน ปกป้องเจตจำนงของประชาชนด้วยกัน

ธรรมนัส แบไต๋มี 80 เสียง! ฮึ่มกล้าธรรมรวมพรรคเล็ก-รอเทียบเชิญร่วมรัฐบาล

ธรรมนัส แบไต๋มี 80 เสียง! ฮึ่มกล้าธรรมรวมพรรคเล็ก-รอเทียบเชิญร่วมรัฐบาล

ธรรมนัส แบไต๋มี 80 เสียง! ฮึ่มกล้าธรรมรวมพรรคเล็ก-รอเทียบเชิญร่วมรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.15 น.

10 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงกระแสการจัดตั้งรัฐบาลหลังผ่านการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎรมาแล้ว โดยระบุว่า จากเดิมพรรคกล้าธรรมตั้งเป้าจำนวน สส.น่าจะได้ประมาณ 80 ที่นั่ง ในจำนวนนี้ประเมินเบื้องต้น หากไม่โดนสกัด หรือเตะตัดขาระหว่างการเลือกตั้ง แต่ปัจจุบันได้ 58 ที่นั่ง ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ส่วนหลังจากนี้ คาดว่าเสียงในมือของพรรคกล้าธรรมก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 80 ที่นั่ง ด้วยการรวมตัวกันกับพรรคเล็กพักน้อย ที่จะมาร่วมอุดมการกับพรรคกล้าธรรม

ทั้งนี้ ขอย้ำว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเชิญพรรคไหนเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้คุยกัน แต่หากได้ร่วมรัฐบาลก็อยากทำงานในสิ่งที่ตัวเองถนัด แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคแกนนำ พร้อมยืนยันกล้าธรรมมีเสียง สส.ในมือแล้วไม่ต่ำกว่า 80 ที่นั่ง

เพื่อไทย จี้ กกต. เร่งสอบ ปมใช้อำนาจเงิน-อำนาจรัฐ แทรกแซงเลือกตั้ง บี้ เร่งตามคดีพวกซื้อเสียง

เพื่อไทย จี้ กกต. เร่งสอบ ปมใช้อำนาจเงิน-อำนาจรัฐ แทรกแซงเลือกตั้ง บี้ เร่งตามคดีพวกซื้อเสียง

เพื่อไทย จี้ กกต. เร่งสอบ ปมใช้อำนาจเงิน-อำนาจรัฐ แทรกแซงเลือกตั้ง บี้ เร่งตามคดีพวกซื้อเสียง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.10 น.

“เพื่อไทย” จี้ กกต.ชี้แจงตรวจสอบ การซื้อเสียง-ใช้อำนาจรัฐ-จัดเลือกตั้งผิดพลาดบัตรเขย่ง-นับคะแนนไม่โปร่งใส กระทบความเชื่อมั่นประชาชน “จุลพันธ์”ย้ำ รอตัวเลข กกต.ก่อน ยังไม่คิดร่วมรัฐบาลหรือไม่ ให้กรรมการบริหารตัดสิน ลั่นพร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาทอยู่แล้ว

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชชยชัย แถลงข่าวท่าทีพรรคเพื่อไทยต่อความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้ง โดย

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชน ผู้สังเกตการณ์เลือกตั้ง รวมถึงผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคในหลายพื้นที่ เกี่ยวกับความโปร่งใสและความสุจริตของการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยขอแสดงความห่วงใยต่อความผิดปกติที่เกิดขึ้น และสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง ขณะนี้พรรคได้ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดในทุกเขต ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดตั้งอยู่บนหลักฐานและข้อมูลทางกฎหมาย

จากข้อมูลเบื้องต้น มีข้อสังเกตที่เป็นรูปธรรม 3 ประเด็น

ประเด็นที่ 1 มีข้อสงสัยเรื่องการใช้เงินในหลายพื้นที่ มีรายงานความเคลื่อนไหวทางการเงินที่ผิดปกติจำนวนมาก จึงเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งชี้แจง โดยเฉพาะกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยให้ความเห็นว่ามีการเบิกถอนเงินสดผิดปกติในช่วงการเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบผลอย่างชัดเจนว่าเข้าข่ายการกระทำที่เสี่ยงต่อการผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

ประเด็นที่ 2 เรื่องการใช้กลไกรัฐ มีข้อร้องเรียนจำนวนมากว่ามีการใช้อำนาจรัฐเข้าไปแทรกแซงหรือกดดันกระบวนการเลือกตั้งในบางพื้นที่ เช่น การใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง พรรคขอให้มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา

ประเด็นที่ 3 ปัญหาในการจัดการของคณะกรรมการการเลือกตั้งเอง ขณะนี้เป็นประเด็นที่สังคมถกเถียงอย่างมาก เช่น การนับคะแนนที่ไม่เปิดเผยหรือขาดความโปร่งใส กรณีบัตรเขย่งที่จำนวนคะแนนรวมเกินกว่าผู้มาใช้สิทธิ การฉีกบัตรเลือกตั้งผิดพลาดจำนวนมาก ความผิดปกติในบางเขตที่เมื่อนับคะแนนใหม่แล้วผลคะแนนพลิกผันอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการใช้ดุลพินิจเรื่องบัตรดี-บัตรเสียของเจ้าหน้าที่ที่ผิดปกติในหลายพื้นที่

ทั้ง 3 ประเด็นนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเลือกตั้งและระบอบประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยย้ำว่าเป้าหมายคือความเป็นธรรม ไม่ใช่ความขัดแย้ง จึงเรียกร้องให้ กกต. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และมีกระบวนการพิจารณาที่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของประชาชน

ในหลายพื้นที่ ประชาชนเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ พรรคเพื่อไทยเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ และจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในพื้นที่ที่มีข้อพิพาท อีกทั้งหากมั่นใจในความบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ว่าจะนับกี่ครั้ง ผลการเลือกตั้งย่อมไม่เปลี่ยนแปลง หากมีข้อสงสัย การตอบรับข้อเรียกร้องของประชาชนย่อมเป็นผลดีต่อความสบายใจของทุกฝ่าย

ท้ายที่สุด พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะติดตามตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ และปกป้องสิทธิและคะแนนเสียงของประชาชนทุกคะแนน ขณะนี้พรรคได้มอบหมายให้ศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้งของพรรค รวบรวมข้อมูลความผิดปกติทั้งหมด ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจัดตั้งขึ้นตั้งแต่เปิดตัวคณะกรรมการด้านการเลือกตั้งของพรรค ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาแล้วหลาย 100เรื่อง และจะดำเนินการอย่างเข้มงวดต่อไป

ภายหลังการแถลง ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี หลายคนสงสัยว่า มีการทาบทามจากพรรคอันดับ 1 บ้างหรือยัง

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการประสานมา อย่างที่ได้เรียนเมื่อวาน คงเป็นเรื่องของพรรคอันดับ 1 ที่จะไปดำเนินการในเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล ก็เข้าใจว่านาทีนี้อาจจะยังรอความชัดเจนในเรื่องของจำนวน เพราะตัวเลขของทาง กกต. ก็ยังไม่นิ่ง ในส่วนของเรา คงจะไม่ได้เป็นฝ่ายที่จะไปดำเนินการใด ๆ ก็พร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาทอยู่แล้ว เมื่อถามอีกว่า หากรอตัวเลขนิ่งแล้ว ถ้าทางภูมิใจไทยเชิญมาก็จะต้องมีการพิจารณาอีกครั้ง นายจุลพันธ์ตอบว่า ยังไม่ได้เริ่มคิดกันเลย แต่สุดท้ายก็ต้องมานั่งคุยกัน เพราะคงไม่ใช่เรื่องของตนหรือเรื่องของใคร แต่เป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องมีข้อตัดสินใจ

เมื่อถามว่า มีกองเชียร์เพื่อไทยที่เชียร์ให้ทางพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านและเป็นรัฐบาลหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้ต้องรอให้ตัวเลขชัดเจน แล้วก็ต้องรอให้คนสบายใจกับผลการเลือกตั้งที่ออกมา ในเมื่อความรู้สึกตรงนี้ยังไม่สงบหรือไม่นิ่ง มานั่งพูดเรื่องการจะจัดตั้งรัฐบาล ตนว่าไม่ได้คำนึงความรู้สึกความยุติธรรมที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้ไปใส่ใจเรื่องการที่จะจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร อยากให้ใส่ใจว่าการเลือกตั้งนี้บริสุทธิ์พอที่จะรับสิ่งต่าง ๆ นี้ได้หรือไม่ และก็ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนที่กำลังรู้สึกอยู่ ตนว่าอย่าเพิ่งถามเรื่องใครจะตั้งกับใครเลย ถามว่าวันนี้เหมาะสมหรือเปล่า สิ่งที่ทำอยู่ กกต. จะรับผิดชอบอย่างไร หลาย ๆ เรื่องที่เป็นเรื่องมาแล้ว มันเกิดถูกเสนอมาแล้วก็เงียบเฉยไป จะทำอย่างไร ผมอยากให้สื่อช่วยตามเรื่องนี้ด้วย

อนุทิน บอกรอ กกต. เพิ่ง 2 วันเอง มีกระบวนการคิดอยู่ในหัวแล้ว

อนุทิน บอกรอ กกต. เพิ่ง 2 วันเอง มีกระบวนการคิดอยู่ในหัวแล้ว

อนุทิน บอกรอ กกต. เพิ่ง 2 วันเอง มีกระบวนการคิดอยู่ในหัวแล้ว

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.00 น.

‘อนุทิน’ บอกรอกกต.เพิ่ง 2 วันเอง มีกระบวนการคิดอยู่ในหัวแล้ว ย้ำรบ.ใหม่ต้องมีเสถียรภาพมากที่สุด

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.25 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่มีการพูดคุยหารือกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล และกระแสข่าวการจับมือกับพรรคเพื่อไทย ว่า วันนี้ยังไม่มีอะไร เราต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รับรอง เราจะขยับอะไรก็แล้วแต่ เราต้องให้กกต. รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน ตอนนี้ทำได้แต่การเตรียมการ เราก็คิดไปเรื่อยๆ 

เมื่อถามว่าจะต้องทำอย่างรวดเร็วหรือไม่ เพราะยังมีเรื่องที่ประชาชนรอรัฐบาลอนุมัติ นายอนุทิน กล่าวว่า กกต. ต้องรับรอง ซึ่งกกต. เขามีกรอบกฎหมายอยู่ ว่าเขาจะรับรองภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน ใช่ไหมครับ ตอนนี้เพิ่ง 2 วันเอง ให้เวลา กกต.ทำงาน

เมื่อถามย้ำว่าจะต้องทำงานควบคู่กันไปหรือไม่เมื่อกกต. รับรองแล้วจะสามารถตั้งรัฐบาลได้ทันที เพื่อความรวดเร็วในการบริหารประเทศ นายอนุทินกล่าวว่า มันก็มีกระบวนการความคิดอะไรหลายอย่างอยู่ในหัวอยู่แล้ว 

เมื่อถามอีกว่าจะเร็วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอบอะไรตอนนี้ไม่ได้หรอกครับ อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย

เมื่อถามต่อว่าตอนนี้ท่องสูตรตั้งรัฐบาลแบบไหนบ้างนายอนุทิน กล่าวว่า ไม่บอกครับ บอกไม่ได้ครับ

เมื่อถามย้ำว่าระหว่างเสียงที่มันก้ำกึ่ง กับเสียงที่มีเสถียรภาพชอบเสียงอะไรมากกว่ากัน  นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องทำให้รัฐบาลที่เกิดขึ้นใหม่มีเสถียรภาพให้มากที่สุด 

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าอยากได้ตัวเลขตั้งรัฐบาลเท่าไหร่ระหว่าง 300+หรือแค่ 290 เสียง นายอนุทิน ยิ้มแต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

เมื่อถามต่อว่าในช่วงเย็นวันนี้จะลงพื้นที่จังหวัดปราจีนใช่หรือไม่  นายอนุทิน กล่าวว่า จะขึ้นรถแห่ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือก สส.พรรคภูมิใจไทยยกทั้งจังหวัด.

ซาบีดา รอ ครม.ใหม่ เคาะงบบูรณะปราสาทตาควาย ก่อนเดินหน้าซ่อมแซม

ซาบีดา รอ ครม.ใหม่ เคาะงบบูรณะปราสาทตาควาย ก่อนเดินหน้าซ่อมแซม

ซาบีดา รอ ครม.ใหม่ เคาะงบบูรณะปราสาทตาควาย ก่อนเดินหน้าซ่อมแซม

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.56 น.

“ซาบีดา” รอ ครม.ใหม่ เคาะงบบูรณะปราสาทตาควาย ก่อนเดินหน้าซ่อมแซม ย้ำ ประสานหน่วยความมั่นคงดูแลความปลอดภัยทุกครั้ง

วันที่ 10 กุมภาพัที่ทำเนียบรัฐบาล  นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการซ่อมแซมปราสาทตาควาย ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสำรวจ และเตรียมเข้าที่ประชุมคณะกรรมการวันพรุ่งนี้ ว่าการซ่อมแซมบูรณะ จะเริ่มจากตรงไหน อย่างไร ส่วนช่วงเวลาในการเริ่มดำเนินการนั้น ที่ผ่านมาได้มีการปรึกษากระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงการวางงบประมาณ ซึ่งมองว่าต้องรอ ครม. ชุดใหม่ จึงจะเริ่มดำเนินการได้ เพราะต้องอนุมัติงบประมาณ  แต่ยอมรับว่าต้องเร่งดำเนินการให้เร็ว เพื่อป้องกันการพังทลายลงมา โดยอธิบดีกรมศิลปากรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ยืนยันว่า จากการสำรวจซ่อมง่ายกว่าที่คาดการณ์ไว้ 

เมื่อถามว่า ในเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปซ่อมแซม มีการพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงอย่างไรบ้าง นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ทางหน่วยงานความมั่นคงแจ้งว่าหากจะเข้าพื้นที่ต้องแจ้งทุกครั้ง และจะมีการประเมินสถานการณ์ให้ เพื่อดูแลความปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมามีการขอเข้าพื้นที่ ทางหน่วยงานความมั่นคงก็ไฟเขียวตลอด

ธรรมนัสยันไร้รอยร้าว อนุทิน ปมเจาะพื้นที่สุพรรณฯ-นราธิวาส ชี้คุยกันจบแล้วก่อนเลือกตั้ง

ธรรมนัสยันไร้รอยร้าว อนุทิน ปมเจาะพื้นที่สุพรรณฯ-นราธิวาส ชี้คุยกันจบแล้วก่อนเลือกตั้ง

ธรรมนัสยันไร้รอยร้าว อนุทิน ปมเจาะพื้นที่สุพรรณฯ-นราธิวาส ชี้คุยกันจบแล้วก่อนเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.10 น.

”ธรรมนัส“ เผย ยังไม่คุย “อนุทิน” จัดตั้ง รบ. เมินกระแส ภท.ทิ้งกธ. ยัน ไร้เหตุหมางใจ คุยกันแล้วสู้เขต ไม่มีฮั้ว เปรย สมการการเมือง ไม่ใช่ 1 + 1 เป็น2  เสถียรภาพรัฐบาลไม่จำเป็นต้อง 300 อัพ

เวลา 10.10 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล ได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยังว่า ยังครับ 

เมื่อถามถึง กระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยจะดัดหลังพรรคกล้าธรรทไม่ดึงมาร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะก่อนจะกล่าวว่า กระแสข่าวก็คือกระแสข่าว มันยังไวเกินไป ที่จะพูดเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล 

เมื่อถามว่า ยังมั่นใจความสัมพันธ์กับนายอนุทินใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า แล้วมีอะไรให้หมางใจกัน มีเหตุอันใดต้องหมางใจกัน

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่กับกระแสข่าวที่เสี้ยม ในลักษณะนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ชอบแล้วครับ เพราะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีอีเสี้ยม เสี้ยมข่าวก่อนที่ ร.อ.ธรรมนัสจะหัวเราะ

เมื่อถามย้ำว่า ยังคงมั่นใจในความสัมพันธ์ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตั้งแต่เลือกตั้งมา เอาตรงๆ เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อถามว่า สูตรในการจัดตั้งรัฐบาลการจับขั้วพรรคสีไหนจะทำให้มีเสถียรภาพ น้ำเงิน เขียว แล้วต้องมีใครเพิ่มอีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเชื่อว่ายุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยเขาวางแผนหมดแล้ว เพียงแต่ว่ารอเวลาให้ชัดเจน มันยังไม่ใช่เวลามาคุยตอนนี้ ซึ่งยังมีระยะเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดรับรองภายใน 60 วันตามกฎหมาย ซึ่งจะครบประมาณต้นเดือนเม.ย. ดังนั้นตนว่าไวไปที่จะบอกจับกับพรรคนั้นพรรคนี้ 

“ ถ้าผมเป็นพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้จะนั่งตีขิมอยู่ที่บ้าน ไม่จำเป็นจะต้องไปคุยกับพรรคโน้นพรรคนี้ แต่พรรคบางพรรคที่อยากจะร่วมรัฐบาลก็อาจจะพูดมากหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับพรรคกล้าธรรมเราอยู่ในที่ตั้ง“ ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

เมื่อถามว่า หากได้ร่วมรัฐบาลต้องการที่จะสานต่อในกระทรวงเดิมใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าเราได้ดูกระทรวงที่ถนัดต่อก็เป็นเรื่องดี แต่การเมืองอย่าไปคาดหวังอะไร 100 เปอร์เซ็นต์ การเมืองไม่ใช่ 1 + 1 เป็น 2  สมการการเมืองไม่ใช่สมการคณิตศาสตร์ 

เมื่อถามถึง ความชัดเจนว่าพรรคไหนเป็นรัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังเงียบกันหมด ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หมายถึงคนที่พูด แต่ไม่ใช่พวกเรา จะสังเกตว่าตนให้สัมภาษณ์ยืนยันเหมือนเดิมว่า ยังไม่ได้คุยกัน 

เมื่อถามว่า ตามที่ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยวางแผนไว้แล้ว จะมีพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ทราบ ไปถามสิ 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านั้นได้มีสัญญาอะไรกับนายอนุทินหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี เราก็เลือกตั้งกันไป แต่ก่อนการเลือกตั้งสื่อหลายสำนักก็พยายามถาม ฮั้วกันหรือไม่ ก็อย่างที่เห็นว่าไม่ได้มีการอั้วกัน สู้กันทุกเขต

เมื่อถามว่า เสถียรภาพรัฐบาลควรจะมี 300 เสียงขึ้นไปหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะสมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกฯ ตนก็ถือว่าเป็นคนขับเคลื่อน ได้เสียงจากพรรคเล็กไม่น้อยกว่า 19 พรรค ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐในขณะนั้นในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย จนท้ายที่สุดรวมได้ 251 เสียงก็อยู่รอดปลอดภัย

เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตว่า ร.อ.ธรรมนัสกับนายอนุทินร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา มีสัญญาใจที่ต้องจับมือไปด้วยกันหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มีครับ เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเพราะสถานการณ์บ้านเมืองไปต่อไม่ได้ ก็ทำเพื่อบ้านเมืองมากกว่า 

เนื้อถามว่า มีกระแสข่าวความไม่พอใจในการเลือกตั้ง เพราะบางเขตพรรคกล้าธรรมไม่ยอมหลบให้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็นี่ไงเมื่อสักครู่ ตนชิงพูดก่อน เพราะว่าสื่อหลายสำนัก วิพากษ์วิจารณ์ว่า เราฮั้วกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ อันนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มี คนที่เป็นนักเลงพอ เขาไม่พูดมากเรื่องพวกนี้หรอก จบแล้วเกมการเมือง ไม่ใช่พอจบแล้วจะมามีปัญหาอีกมันไม่ใช่ ถึงแม้บางเขตของเรา คะแนนสูสีกันมาก ก็อย่าไปสร้างประเด็นเลยนับใหม่หรืออะไรไม่เอา

เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมจะมีเงื่อนไขอะไรในการร่วมรัฐบาลหรือไม่ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี อะไรก็ตามที่ทำให้บ้านเมืองสงบเดินหน้าต่อได้ก็ทำ 

เมื่อถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ร.อ.ธรรมนัส จะใช้สูตรการบริหารจัดการพรรคเล็กอีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้หมด และไม่ขอบอกว่าตนเป็นพันธมิตรกับพรรคการเมืองใด ซึ่งการเมืองอย่างที่บอกไม่ใช่ 1 + 1 เป็น 2 แต่ตนแทบจะไม่ได้คุยกับพรรคไหน มีเพียงแค่แสดงความยินดีเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นสมการที่จะเดินหน้าเรื่องสูตรการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ไม่มีอย่างเด็ดขาด

เมื่อถามว่า  กรณีที่พรรคกล้าธรรมสามารถเจาะพื้นที่สุพรรณบุรีได้ จะไม่เป็นปัญหาหมางกับพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็คุยกันตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งแล้ว ว่าบางสายที่มาจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่เอาคนเข้ามาสมัครพรรคกล้าธรรม เราจะไปห้ามอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ไดก็ต้องปล่อยไปเหมือนที่ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้คุยกันและที่ จ.นราธิวาสได้คุยกันไม่มีประเด็น

‘บิ๊กเล็ก’ เสนอ ครม. รับทราบ กฎหมายควบคุมอุปกรณ์ก่อสร้างชายแดนไทย-กัมพูชา

‘บิ๊กเล็ก’ เสนอ ครม. รับทราบ กฎหมายควบคุมอุปกรณ์ก่อสร้างชายแดนไทย-กัมพูชา

‘บิ๊กเล็ก’ เสนอ ครม. รับทราบ กฎหมายควบคุมอุปกรณ์ก่อสร้างชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.04 น.

“บิ๊กเล็ก” เสนอ ครม. รับทราบกฎหมายควบคุมอุปกรณ์ก่อสร้างชายแดนไทย-กัมพูชา สกัดนำเข้าซ่อมแซมตึกสแกมเมอร์

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงกลาโหมจะเสนอกฎหมายควบคุมสินค้าส่งออกตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพิ่มเติม ให้ครม.รับทราบ ซึ่งเป็นเรื่องเก่าไม่มีอะไร เพราะที่ผ่านมาปัญหาฝั่งตะวันตก (ไทย-เมียนมา) และฝั่งตะวันออก (ไทย-กัมพูชา) ไม่เหมือนกัน จึงต้องปรับปรุงให้เกิดความทันสมัย

เมื่อถามว่า จำเป็นต้องควบคุม อุปกรณ์ สิ่งก่อสร้าง เช่น ปูนซิเมนต์ เหล็ก หรือไม่ พล.อณัฐพล กล่าวว่า มันมีอยู่แล้ว เพียงแต่ไปปรับให้เหมือนกัน อย่างกรณีฝั่งตะวันตกก่อนหน้านี้มีการควบคุมเรื่องสแกมเมอร์ แต่ฝั่งตะวันออกยังไม่มี และใช้ระเบียบเก่าอยู่ รวมถึงเรื่องน้ำมันต่างๆ

เมื่อถามว่า ที่ต้องควบคุมเพื่อไม่ให้นำเข้าอุปกรณ์ก่อสร้าง เพื่อไปใช้ซ่อมแซมตึกสแกมเมอร์ที่ได้รับความเสียหายใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ยอมรับว่า ใช่ แต่ส่วนหนึ่งก็ปรับให้ทันสมัยด้วย เพื่อใช้บังคับให้เหมือนกันทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก

พล.อ.ณัฐพล ยังปฏิเสธตอบคำถามว่ามีการทาบทามร่วมรัฐบาลใหม่หรือไม่