โซไซตี้ : Amazing อีสาน ตอน ‘หมอลำกับโนรา’ ดึงผู้ประกอบการเจรจาธุรกิจแบบออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/636637

โซไซตี้ : Amazing อีสาน ตอน ‘หมอลำกับโนรา’  ดึงผู้ประกอบการเจรจาธุรกิจแบบออนไลน์

วันอาทิตย์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทาง ททท.ตลาดในประเทศ โดยภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวAmazing อีสาน ตอน “หมอลำกับโนรา” ที่โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างโอกาสและกระตุ้นให้เกิดรายได้ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือพร้อมเชื่อมโยงกับภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ

กิจกรรมที่จัดขึ้นเป็น Business Networking เชิญผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคใต้ ภาคกลาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกจำนวนกว่า 100 รายได้พบปะกันเพื่อนำเสนอขายแลกเปลี่ยนสินค้าทางการท่องเที่ยวและเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ โดยเป็นลักษณะการเจรจาธุรกิจรูปแบบ B2B (Business to Business) และ B2C(Business to Consumer) ด้วยการถ่ายทอดสด(Live) ผ่านโปรแกรม Zoom และ FacebookLive ในเพจเที่ยวอีสาน.com และเพจ ททท. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้ง 8 สำนักงาน โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมมีทั้งโรงแรม บริษัทนำเที่ยว สายการบิน รถเช่าร้านอาหาร ร้านขายสินค้าของที่ระลึก แหล่งท่องเที่ยว ชุมชนท่องเที่ยว และบริษัทนำเที่ยวรายย่อย DMC เป็นต้น”

ฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นการสร้างโอกาสสำคัญให้กับธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทย อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท. ด้านตลาดในประเทศ ซึ่งมีแนวทางผลักดันกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ด้วยเป้าหมายสำคัญคือต้องการสนับสนุนและส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สามารถเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 และเป็นอาวุธในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป

ทั้งนี้ ภายในงานมี ศรัทธา คชพลายุกต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมด้วย ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ ททท. และ สมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. ได้นำเสนอข้อมูลสินค้าของภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย

โซไซตี้ : มอบรางวัลผู้ชนะการประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ ส่งเสริมสู่ตลาดโลก พร้อมดันเต็มสูบตามยุทธศาสตร์ข้าวไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/636457

โซไซตี้ : มอบรางวัลผู้ชนะการประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ ส่งเสริมสู่ตลาดโลก พร้อมดันเต็มสูบตามยุทธศาสตร์ข้าวไทย

วันเสาร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในงานประกาศผลและพิธีมอบรางวัลชนะเลิศ การประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ ครั้งที่ 1 (ปี 2564) ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องบุรฉัตรไชยากรกระทรวงพาณิชย์ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ เผย“โรดแมป” ตามยุทธศาสตร์ข้าวไทย เร่งขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืชเพื่อให้สามารถขยายการเพาะปลูกในแปลงนาทั่วประเทศ และส่งเสริมข้าวพันธุ์ใหม่สู่ตลาดโลก หวังช่วยผลักดันอุตสาหกรรมข้าวไทยกลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์อย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์นี้มีคณะผู้บริหารและตัวแทนจากหน่วยงานองค์กรผู้ร่วมจัดโครงการ ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอาทิ สมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว สมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมโรงสีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมสถาบันชาวนาไทย สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย พร้อมสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน และแสดงความยินดีกับนักวิจัย/นักพัฒนาพันธุ์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประกอบด้วยถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตรจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 500,000 บาทจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย รวมทั้งผู้ที่ได้รับรางวัลชมเชย ประกอบด้วยถ้วยรางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล รางวัลละ50,000 บาท จากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

จุรินทร์ กล่าวในโอกาสนี้ว่า อุตสาหกรรมข้าวไทย เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ เกี่ยวเนื่องกับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรพี่น้องชาวนา เป็นสินค้าที่สร้างรายได้เข้าประเทศจากการส่งออกเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี โครงการประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ จึงไม่เพียงสร้างมิติใหม่ของการประกวดพันธุ์ข้าวของไทย แต่ยังเป็น ก้าวย่างสำคัญในการนำนโยบายมาปฏิบัติและต่อยอดให้เกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีการค้าข้าวโลก

ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะให้ประเทศไทยเป็นผู้นำการผลิต การตลาดข้าว และผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพของโลก เราจึงได้ใช้หลักการ “ตลาดนำการผลิต” ทั้งในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเพื่อตอบรับรสนิยมการบริโภคข้าวโลก โดยโครงการประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ที่ได้ดำเนินการ ในครั้งนี้ มีเป้าหมายที่จะทำให้ไทยได้ข้าวพันธุ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่าเดิม มีความหลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลกโดยใช้ยุทธศาสตร์ข้าวเป็นธงนำที่ชัดเจนว่า ภายใน 5 ปี จะสร้างข้าวพันธุ์ใหม่ให้ได้อย่างน้อย 12 พันธุ์ประกอบด้วย ข้าวหอมไทย 2 พันธุ์ ข้าวขาวพื้นนุ่ม4 พันธุ์ ข้าวขาวพื้นแข็ง 4 พันธุ์ และข้าวโภชนาการสูง 2 พันธุ์

ด้าน ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ในฐานะองค์กรหลักภาคเอกชนที่ร่วมผลักดันโครงการนี้จนสำเร็จเป็นรูปธรรม กล่าวว่า “แม้ข้าวไทยจะได้รับการยอมรับและสามารถครองใจผู้ซื้อและผู้บริโภคนานาชาติในทุกทวีปตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่เมื่อตลาเปลี่ยนแปลงไปด้วยสภาวะการแข่งขันด้านการค้าและราคาที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกที ประกอบกับการเร่งพัฒนาศักยภาพอย่างรวดเร็วของประเทศคู่แข่งทำให้ข้าวไทยไม่สามารถตอบโจทย์การตลาดอีกต่อไป ข้าวพันธุ์ใหม่จึงเป็นทั้งความหวังและทางรอดของประเทศ”

ข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ ครั้งที่ 1 (ปี 2564) จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ข้าวในประเทศไทย โดยหลังจากเปิดรับสมัคร ได้มีนักพัฒนาพันธุ์ข้าวจากทั้งภาครัฐและเอกชนจาก 16 หน่วยงานทั่วประเทศส่งพันธุ์ข้าวเข้าประกวดมากถึง 48 พันธุ์ ร่วมแข่งขันใน3 ประเภท ได้แก่ ข้าวหอมไทย ข้าวขาวพื้นนุ่มและข้าวขาวพื้นแข็ง ที่ล้วนต้องผ่านกระบวนการทดสอบตามขั้นตอนต่างๆ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในรูปแบบที่มีความสมบูรณ์ทุกมิติเป็นครั้งแรกของประเทศ เพื่อเฟ้นหาพันธุ์ข้าวไทยที่มีศักยภาพ พร้อมที่จะมาพลิกวิกฤต ฟื้นโอกาส ให้อุตสาหกรรมข้าวไทยอย่างแท้จริง

ผู้ชนะรางวัล การประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ ครั้งที่ 1 ประเภทข้าวหอมไทยรางวัลชนะเลิศ ข้าวพันธุ์ “PTT13030” โดย ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี, รางวัลชมเชย ข้าวพันธุ์ “BioH95-CNT” โดย ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ประเภทข้าวขาวพื้นนุ่ม รางวัลชนะเลิศ ข้าวพันธุ์ “RJ44” โดย บริษัท รวมใจพัฒนาความรู้ จำกัด (มูลนิธิรวมใจพัฒนา), รางวัลชมเชย ข้าวพันธุ์ “CNT15171”โดย ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ประเภทข้าวขาวพื้นแข็งรางวัลชนะเลิศ ข้าวพันธุ์ “PLS16348” โดยศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก, รางวัลชมเชย ข้าวพันธุ์ “CNT07001” โดย ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท

โซไซตี้ : วว. จับมือ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพิ่มขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/631817

โซไซตี้ : วว. จับมือ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร  เพิ่มขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝน

วันเสาร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ลงนามความร่วมมือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในโครงการเพิ่มขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝนจากการปฏิบัติการฝนหลวงตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025

ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ สำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามความร่วมมือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในโครงการเพิ่มขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝนจากการปฏิบัติการฝนหลวงตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 โอกาสนี้ ดร.ประทีป วงศ์บัณฑิต รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน และ ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม วว. ร่วมเป็นเกียรติ ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 1 ปี โดยมุ่งหวังร่วมกันพัฒนาห้องปฏิบัติการ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและยอมรับในผลการวิเคราะห์ทดสอบทั้งในประเทศและจะก่อให้เกิดคุณูปการต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565

ผู้ว่าการ วว. ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กล่าวว่า วว. ให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนาและบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบสนองการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาประเทศ เพื่อสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน วว. มีความพร้อมในการขับเคลื่อนงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม ที่ผ่านมาวว. และพันธมิตร คือ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาระบบโปรยสารฝนหลวงบนอากาศยาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อพัฒนางานวิจัยที่จะนำไปใช้แก้ปัญหาภัยแล้งของประเทศ อีกทั้งยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร“องค์พระบิดาแห่งฝนหลวง”

ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.

สำหรับปี 2565 วว. และกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ประสานความร่วมมือภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝน โดยทั้งสองหน่วยงานจะนำองค์ความรู้มาพัฒนาขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝน จากการปฏิบัติการฝนหลวงตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 โดยวว. พร้อมนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่ดำเนินการให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเป็นเวลากว่า 20 ปี มาร่วมจัดทำระบบมาตรฐานห้องปฏิบัติการเคมีและให้คำปรึกษาในการจัดทำระบบมาตรฐานห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025

“ความร่วมมือทั้งสองหน่วยงานมีระยะเวลา 1 ปี มุ่งหวังร่วมกันที่จะนำไปสู่การร่วมพัฒนาห้องปฏิบัติการ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและยอมรับในผลการวิเคราะห์ทดสอบทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันจะส่งผลให้การควบคุมคุณภาพน้ำฝนจากการปฏิบัติการฝนหลวงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร ซึ่งจะก่อให้เกิดคุณูปการต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน…” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

สำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

สำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจในการปฏิบัติการฝนหลวงให้เกิดฝนในปริมาณและการกระจายที่เหมาะสม เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่การเกษตรและป่าไม้ทั่วประเทศ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่สำคัญ ตลอดจนบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้แก่ ไฟป่า หมอกควัน และพายุลูกเห็บ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการฝนหลวงให้ได้อย่างทันท่วงที ถูกที่ ถูกเวลาและตอบสนองความต้องการของพื้นที่ให้ทันต่อสถานการณ์ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีความรู้ ความชำนาญเฉพาะด้าน ทั้งด้านงานวิจัยและพัฒนา ด้านข้อมูลเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนการควบคุมคุณภาพการปฏิบัติการฝนหลวง ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝนจากการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่ใช้น้ำฝนจากการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อการอุปโภค-บริโภคและเพื่อการเกษตรว่าเป็นน้ำฝนที่มีความปลอดภัยไม่ต่างจากน้ำฝนธรรมชาติ

“ความร่วมมือกับ วว. ในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทดสอบตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025ให้เป็นที่ยอมรับทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในผลการวิเคราะห์ทดสอบคุณภาพน้ำฝน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคน้ำฝนที่ได้จากการปฏิบัติการฝนหลวง นอกจากนี้ในอนาคตห้องปฏิบัติการดังกล่าวยังสามารถขยายขีดความสามารถเพื่อรองรับการวิเคราะห์คุณภาพสารฝนหลวง ช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรกล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม รับคำแนะนำปรึกษา และรับบริการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จาก วว. ติดต่อได้ที่ โทร.02-5779000โทรสาร 02-5779009 เว็บไซต์ www.tistr.or.th อีเมล tistr@tistr.or.th Line@TISTRดร.ประทีป วงศ์บัณฑิต รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน

ดร.ประทีป วงศ์บัณฑิต รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืนดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม วว.ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม วว.ลงนามความร่วมมือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในโครงการเพิ่มขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝนจากการปฏิบัติการฝนหลวงตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025ลงนามความร่วมมือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในโครงการเพิ่มขีดความสามารถห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพน้ำฝนจากการปฏิบัติการฝนหลวงตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025

โซไซตี้ : ถอดหลักสูตร ‘ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวแซ่บ’ รร.ผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 7 ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยที่วัดผลได้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/630440

โซไซตี้ : ถอดหลักสูตร ‘ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวแซ่บ’  รร.ผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 7 ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยที่วัดผลได้จริง

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทพญ.ศริญทิพย์ ชาลีเครือ

“เพลงผู้สูงอายุฟันแข็งแรงแปรง 222” “เพลงฟันดีร้อยปี” รวมไปถึง คู่มือฉบับพกพา “ฟันดี กินได้ กลืนง่าย” เหล่านี้ล้วนเกิดมาจากการต่อยอดในการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ภายใต้การดำเนิน “โครงการการพัฒนาและประเมินผลแผนการเรียนรู้การส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 7” โดย ดร.ทพญ.ศริญทิพย์ชาลีเครือ และคณะมีเป้าหมายในการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของกลุ่มผู้สูงอายุทั้งยังเป็นโครงการที่ได้รับรางวัลจากการประกวด “ไลอ้อนเพื่อสุขภาพช่องปาก” (LionOral Health Award) ประจำปีพ.ศ.2564 โดยชมรมทันตสาธารณสุขแห่งประเทศไทย และบริษัทไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัดด้วยการสนับสนุนของสำนักทันตสาธารณสุขกรมอนามัย

“แนวคิดโครงการฯ มาจากการเล็งเห็นว่าประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการดูแลในระยะยาว โรงเรียนผู้สูงอายุถือเป็นรูปแบบหนึ่งในการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุเราค้นพบได้ว่าการที่ทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีควรจะเริ่มตั้งแต่ช่วงที่ท่านสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุอยู่ในกลุ่มติดบ้านติดเตียง ดังนั้นกลุ่มงานทันตจึงมีการลงพื้นที่โดยบูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ทันตบุคลากร จิตอาสาในโรงเรียนผู้สูงอายุ ภายใต้จุดมุ่งหมายเดียวกันนั่นคือการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพองค์รวมที่ดี”ดร.ทพญ.ศริญทิพย์ ชาลีเครือ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ กล่าว

การดำเนินการเริ่มจากการลงพื้นที่เพื่อดูว่าแต่ละแห่งนั้นมีการทำกิจกรรมใดบ้างหลังจากนั้นนำมาจัดทำหลักสูตรที่มีชื่อว่า “ไม่ล้มไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวแซ่บ” และได้นำไปใช้กับผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ ของเขตสุขภาพที่ 7 จ.ขอนแก่น ภายใต้สังกัดกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรับผิดชอบ4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม โดยไม่เน้นเพียงแค่การดูแลสุขภาพช่องปาก แต่มุ่งดูแลสุขภาพองค์รวมควบคู่ไปกับการเก็บข้อมูลความพึงพอใจ สุขภาพและพฤติกรรมของผู้สูงอายุว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นหรือไม่ นอกจากนี้ยังได้สร้างการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุ ด้วยการคิดโครงการออกกำลังกายโดยการฟ้อนรำ ซึ่งได้มีการแต่งเพลงขึ้นมา ได้แก่ เพลงผู้สูงอายุฟันแข็งแรงแปรง 222, เพลงฟันดีร้อยปี และ การจัดทำคู่มือ “ฟันดี กินได้ กลืนง่าย” ฉบับพกพาขนาดเล็กเป็นต้น โดยเนื้อหาของเพลงและคู่มือจะเกี่ยวข้องกับการแปรงฟันตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปถึงขั้นตอนสุดท้าย เพื่อสร้างการจดจำและให้ผู้สูงอายุนำไปใช้ในการดูแลตนเอง

สำหรับผลการดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2560-2563 หลังจากมีการจัดการอบรมอย่างต่อเนื่อง พบว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกับผู้สูงอายุทั้งร่างกายและจิตใจ ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ด้านร่างกาย อารมณ์ ซึ่งก่อนที่จะมาเรียนนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพไม่ค่อยดีนัก ซึ่งโครงการนี้จะได้ขยายผลไปสู่โรงเรียนผู้สูงอายุในอำเภอต่างๆ ต่อไป

โซไซตี้ : นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยยุคดิจิทัล ‘Quantum Kawaii’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/628868

โซไซตี้ : นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยยุคดิจิทัล ‘Quantum Kawaii’

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ร่วมกับ Joyman Gallery จัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยยุคดิจิทัล “Quantum Kawaii” จากแนวคิดที่ต้องการนำเสนอความงดงามของศตวรรษที่ 21 ผ่านผลงานของศิลปินที่อยู่ในประเทศไทยทั้ง 5 ท่าน อาทิ ภาพวาดดิจิทัล และวีดีโอแอนิเมชั่น 3 มิติ ในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองปีนี้ นอกจากเป้าหมายหลักที่ต้องการส่งมอบประสบการณ์แห่งเทศกาลของการเฉลิมฉลองแล้ว ผู้จัดงานยังต้องการนำเสนอผลงานศิลปะในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้เข้าชมโดยการนำเสนอผลงานที่สื่อถึงสังคมยุคดิจิทัล หรือวีดีโอแอนิเมชั่น ในการจัดงานนิทรรศการครั้งนี้รวมถึงการนำเสนอผลงานผ่านเทคโนโลยีเชิงโฮโลแกรม 3 มิติ หรือผ่านมุมมองแว่น VR

ในนิทรรศการ ผู้เข้าชมจะได้พบกับผลงานไฟล์วีดีโอโมชั่นที่แสดงบนจอทีวี ซึ่งเป็นผลงานของ Tyler James Bangkok ศิลปินหนุ่มชาวอเมริกันที่พักอาศัยและมีผลงานในหลายๆ ประเทศโซนเอเชียหรือเพลิดเพลินไปกับภาพวาดเสมือนจริงจากผลงานของ วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ (อายิโน๊ะ)นักออกแบบที่ได้รับรางวัลมากมาย โดยชมผ่านแว่น VR 3 มิติ รวมถึงพื้นที่จัดแสดงงานแอนิเมชั่นSci-Fi ในรูปแบบโฮโลแกรม ฉายภาพ 3 มิติ จากศิลปิน ธารธารา สุดาดวง ศิลปินหนุ่มนักออกแบบที่นำผลงานแอนิเมชั่นสื่อถึงความน่ารักของสัตว์บนโลก ผ่านจุดมองจากโลกคู่ขนาน อีกทั้งยังมีประติมากรรมสไตล์ป๊อปอาร์ตจากศิลปิน ปรัชสินธุนาวา (Bobby Leash) ผู้ถ่ายทอดความรักในการ์ตูนญี่ปุ่น และวีดีโอเกมส์ในผลงานอันโดดเด่นของเขา และประติมากรรมเชิงมุมโดย MaMaMiyaที่ทำให้นึกถึงโอริกามิ

ผู้ที่สนใจเข้าชมนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยยุคดิจิทัล “Quantum Kawaii” ณ บริเวณล็อบบี้ชั้น 11 โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ถนนเจริญนคร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จัดแสดงถึงวันที่ 31 มกราคม 2565

โซไซตี้ : ‘ซอนต้าสากล’ สร้างพลังร่วมกันยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/624608

โซไซตี้ : ‘ซอนต้าสากล’ สร้างพลังร่วมกันยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก

วันอาทิตย์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ และ ดร.ถวิลวดี บุรีกุลผู้อำนวยการสำนักฯ

ซอนต้าสากล ภูมิภาค 17 เขต 6 (ประเทศไทย) เสริมด้านวิชาการ จับมือร่วมกับ สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ แฟร์บิซจัดอบรมหัวข้อทันยุค เรื่อง “การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะและการเขียนโครงการ” (Gender Responsive Budgeting : GRB) พร้อมเสนอจัดตั้งกระทรวงภาคประชาสังคมเพื่อยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน (Ministry of Civil Societies for Strategic Sustainable Development) ระหว่างการอภิปราย “สร้างพลังในการร่วมกันยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก”

ซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ ผู้อำนวยการ ซอนต้าสากล ภูมิภาค 17 เขต 6 (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ เป็นเรื่องที่ซอนต้าสากลให้ความสำคัญ และเป็นหัวข้อหนึ่งในการประชุมซอนต้าสากล ที่ผ่านมาประเทศไทยมีความก้าวหน้าในด้านนโยบาย กฎหมาย ข้อบังคับโดยคำนึงถึงมิติเพศภาวะ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มสตรีและเด็ก ตลอดมา และเป็นที่น่าภาคภูมิใจว่าการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ (GRB)คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างคู่มือจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ สร้างความเป็นธรรมและเท่าเทียมระหว่างเพศ โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้รับผิดชอบ

วิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ต้อนรับคณะซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ ผู้อำนวยการ ซอนต้าสากล ภูมิภาค 17 เขต 6 (ประเทศไทย)

ด้วยเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ซอนต้าประเทศไทย จึงได้ขอความร่วมมือทางด้านวิชาการจากสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า โดย ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักฯ และดำรงตำแหน่งเป็นนายกสโมสรซอนต้ากรุงเทพ 6 จัดอบรมการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะและการเขียนโครงการ” (GRB) เพื่อให้ฝ่ายวิชาการ นายกสโมสรและสมาชิกของซอนต้ประเทศไทย ได้รับความรู้ ความชำนาญเพิ่มศักยภาพ ทัศนคติ มุมมองในการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ และสามารถนำมาเขียนเป็นโครงการที่สอดคล้อง การจัดอบรมได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ในรูปแบบไฮบริด ที่สถาบันพระปกเกล้า และผ่านระบบการอบรมออนไลน์ และต่อมาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ระหว่าง 16 วันสากลแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก 23 พฤศจิกายน-10 ธันวาคมซอนต้าสากล ภูมิภาค 17 เขต 6(ประเทศไทย) ยังได้ให้ความร่วมมือกับสถาบันพระปกเกล้า พร้อมกับ 12 องค์กร จัดการสัมมนาออนไลน์ สร้างพลังในการร่วมกันยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กในโรงเรียนและที่ทำงาน โดยมี จินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม.ร่วมอภิปราย ในหัวข้อ ความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก : มองโลก มองไทย มุ่งไปสู่อนาคต โอกาสเดียวกันนี้ ซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ ผู้อำนวยการซอนต้า ประเทศไทยได้เสนอให้การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กเป็นวาระสำคัญแห่งชาติ เนื่องจากสถิติตัวเลขของความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นที่น่าตระหนก โดยเฉพาะการกระทำรุนแรงในโรงเรียน ปัจจุบันประเทศไทยอยู่เป็นอันดับที่ 2 รองจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีจำนวนเด็กในวัยเรียน ถูกกระทำรุนแรงและล่วงละเมิดทางเพศหลากหลายรูปแบบ ไม่ต่ำกว่า600,000 คน ต่อปี นอกจากนั้น ข้อเสนอของซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชรเรศานนท์ ตัวแทนจากซอนต้าประเทศไทยยังได้เสนอจัดตั้งกระทรวงใหม่ ชื่อว่า กระทรวงภาคประชาสังคมเพื่อยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อรวบรวมเครือข่ายองค์กรและบุคคลากรภาคประชาสังคมที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาและชุมชนมาอยู่ในสังกัดกระทรวง ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการเป็นหุ้นส่วนในยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาประเทศร่วมกัน

ในวาระปี 2022-2024 ซอนต้า ประเทศไทย ได้รับเชิญจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติให้เป็นหนึ่งในองค์กรคณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาสังคม ประจำโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยง เครือข่ายภาคประชาสังคม นำไปสู่การบรรลุผล 17 เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ได้ตั้งไว้
ร่วมกัน ภายในปี พ.ศ. 2573 หรือ อีก 10 ปีข้างหน้าซึ่งจะได้ประสานความร่วมมืออย่างบูรณาการกับองค์การภาคประชาสังคมที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านอื่นในประเทศไทยซอนเชี่ยน ชวาลี โอสถานุเคราะห์ ผู้ว่าการภูมิภาค 17

ซอนเชี่ยน ชวาลี โอสถานุเคราะห์ ผู้ว่าการภูมิภาค 17ซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ ผู้อำนวยการซอนต้าสากลฯซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ ผู้อำนวยการซอนต้าสากลฯดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักฯดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักฯประชุมออนไลน์

ประชุมออนไลน์

โซไซตี้ : ‘ทริพเพิล ไอ’ ภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมไทยตลอดปี 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623027

โซไซตี้ : ‘ทริพเพิล ไอ’ ภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมไทยตลอดปี 2564

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ iii เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มุ่งมั่น และให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ด้วยความเชื่อที่ว่าธุรกิจไม่อาจประสบความสำเร็จอย่างยั่นยืนหากขาดการให้ความสำคัญกับสังคม โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ในขณะที่ทุกภาคส่วนของประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่บริษัทยังตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ในปีนี้จึงมีการร่วมแรงร่วมใจทั้งทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์และบริษัทในเครือร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ คืนสู่สังคมหลายโครงการเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาให้กับหน่วยงานต่างๆ และช่วยบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โรคระบาด

ทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เล่าให้เราฟังว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 แม้ว่าบริษัทเองจะได้รับผลกระทบในการดำเนินธุรกิจบางส่วน แต่ทีมผู้บริหารรวมถึงพนักงานทุกระดับชั้น ยังพยายามขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้การรวมตัวทำกิจกรรมจะทำได้ยากก็ตาม แต่เรามองว่าเมื่อสังคมประสบกับภาวะที่ยากลำบาก เรายิ่งต้องพยายามยื่นมือเข้าช่วยเหลือกัน

เรื่องราวดีๆ ในปีนี้ที่บริษัทได้เข้าไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมด้านแรก คือ ด้านสาธารณสุข โดยเริ่มตั้งแต่การจัดหาวัคซีนให้แก่พนักงาน และกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งทางบริษัทเข้าร่วมโครงการขอรับการจัดสรรวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” กับทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นอกจากการจัดหาวัคซีนให้แล้วนั้น ทางบริษัทยังจัดเตรียมชุด Home Isolation Kit ที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์พื้นฐานทางการแพทย์ และชุดยาที่ครอบคลุมอาการเจ็บป่วยส่งไปให้พนักงานที่ติดเชื้อไรวัสโควิด-19 เพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นในระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ในช่วงที่การแพร่ระบาดเริ่มรุนแรง บริษัทร่วมสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ได้แก่ชุด PPE หน้ากากอนามัย เฟซชิลด์ อุปกรณ์วัดออกซิเจนปลายนิ้ว ถุงมือยาง และสเปรย์แอลกอฮอล์ ให้แก่ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานแพทย์ในการออกตรวจและรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่สาธารณสุข อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

คุณทิพย์ เล่าต่อว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับช่วงวิกฤต ปัญหาผู้ป่วยล้นเตียง และเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ในการช่วยเหลือไม่เพียงพอ ตนจึงเป็นโต้โผใหญ่ชวน วิรัช นอบน้อมธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน และกรรมการบริษัทและบริษัทในเครือ นำเครื่องช่วยหายใจ High Flow Oxygen จำนวน 4 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ไปมอบให้กับโรงพยาบาลสิรินธร สำนักการแพทย์ กทม. เพื่อช่วยสนับสนุนเครื่องมือสำคัญแก่บุคลากรทางการแพทย์ในการช่วยเหลือผู้ป่วย อีกทั้งมีการบริจาคเครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 10 ลิตร จำนวน 7 เครื่องให้กับหอผู้ป่วยวิกฤตโควิด-19 (ICU สนาม)โรงพยาบาลศิริราช และกระจายไปยังโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช และโรงพยาบาลชัยบาดาล จ.ลพบุรี อีกจำนวน 5 เครื่อง นอกจากนี้บริษัทยังได้บริจาคอาหารเสริม น้ำดื่ม ของใช้เด็ก และสนับสนุนอาหารประจำวันจำนวนสามมื้อให้กับน้องๆ และเจ้าหน้าที่ในสถานสงเคราะห์เด็กบ้านคามิลเลียนเพื่อเด็กพิการลาดกระบัง ภายหลังจากเหตุที่มีเด็กและเจ้าหน้าที่บางส่วนติดเชื้อโควิด-19ให้กับเด็กๆ และเจ้าหน้าที่ในสถานสงเคราะห์อีกด้วย

ต่อมาในช่วงปลายปี 2564 หลังจากประชาชนจำนวนมาก ได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม 1-2 แล้วทำให้จำนวนตัวเลขของผู้ป่วยติดเชื้อลดน้อยลงและดูเหมือนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19จะเริ่มคลี่คลาย แต่หลายจังหวัดในภาคใต้กลับประสบกับอุทกภัยอย่างหนัก ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนที่อยู่อาศัย อาหาร และน้ำดื่มบริษัทได้จัดการสนับสนุนรถขนส่งน้ำดื่มให้กับสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และล่าสุดบริษัทยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับวิสาหกิจชุมชนจากการเข้าร่วมโครงการ Rayong InfluencerChallenge 2021 เพื่อระดมรายได้สนับสนุนสินค้าชุมชนที่เป็นของดีในจังหวัดระยอง

จากความตั้งใจที่จะเป็นส่วนเล็กๆ ที่มีโอกาสช่วยเหลือสังคม ในปีนี้ ทริพเพิล ไอโลจิสติกส์ ได้จัดทำโครงการต่างๆ รวมมูลค่ากว่าสองล้านห้าแสนบาท และยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับการยืนเคียงข้างภาคสังคมและชุมชนให้สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน เพราะเราเชื่อว่าแม้ในยามยากลำบาก เราจะสามารถผ่านวิกฤตไปพร้อมกันได้ด้วยการเกื้อกูล

โซไซตี้ : เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีแบบนิว นอร์มอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621508

โซไซตี้ : เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีแบบนิว นอร์มอล

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โชว์พิเศษจากจากศิลปินดัง ตู่-ภพธร และ แอลลี่-อชิรญา

ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ร่วมกับ ธนาคารซิตี้แบงก์ และลาซาด้า ประเทศไทย ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข จัดงาน “เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ วินเทอร์ วันเดอร์แลนด์ 2021 เดอะ เจอร์นีย์ออฟ จอย” (Emporium EmquartierWinter Wonderland 2021: The Journeyof Joy) เนรมิตทั่วทั้งศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียมและ ดิ เอ็มควอเทียร์ เป็นดินแดนแห่งความสุขความรักที่มอบให้แก่กัน พร้อมกิจกรรมมากมาย มอบความสุขสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจจากแสง สี เสียงดนตรีจากศิลปินชั้นนำ

งานนี้ เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ กล่าวว่า “กิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขคริสต์มาสและปีใหม่ ถือเป็นซิกเนเจอร์อีเว้นท์ของศูนย์การค้าฯ ที่จัดขึ้นทุกปี ในปีนี้ทุกคนต้องร่วมใจกันต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 เราจับมือกับธนาคารซิตี้แบงก์ และ ลาซาด้าประเทศไทย ร่วมสร้างแลนด์มาร์คแห่งความสุขมอบความรัก ความสนุกสนาน เสียงหัวเราะและความประทับใจ จัดงานนี้ขึ้นให้เป็นดินแดนแห่งความสุข ความรักที่มอบให้กัน สัมผัสบรรยากาศการตกแต่งด้วยสีสันสดใส รวมถึงตัวการ์ตูนและลายกราฟิกสุดน่ารัก ที่จะมาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนอีกครั้ง พบกับต้นคริสต์มาสเดอะเจอร์นีย์ ออฟ จอย สูงกว่า 20 เมตร พร้อมอุโมงค์ประดับไฟตกแต่งด้วยลูกบอลสีสันสดใสถือเป็นแลนด์มาร์คสำหรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่แห่งเดียวใจกลางสุขุมวิท

เปิดงานยิ่งใหญ่ด้วยโชว์พิเศษจากศิลปินดัง ตู่-ภพธร และ แอลลี่-อชิรญา ร่วมด้วยวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย โดยวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมคณะผู้บริหารศูนย์การค้าและแขกผู้มีเกียรติมากมายมาร่วมงาน โดยงานนี้ยังมีกิจกรรมมากมายเพื่อมอบความสุขสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจ จากแสง สี เสียงดนตรีจากศิลปินชั้นนำ ต่อเนื่องตลอด 1 เดือนเต็ม เพื่อให้การเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ในปีนี้ เต็มไปด้วยความสุข ความทรงจำ และความประทับใจ นอกจากนี้ ร้านอาหารชั้นนำที่ศูนย์การค้า ดิเอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ชวนนักชิมมาค้นพบความอร่อยกับแคมเปญ “เอ็มไดนิ่ง เฟสทีฟ เซเลเบรชั่น 2021 : เทสต์ ออฟ จอย” เปิดประสบการณ์ลิ้มลองความอร่อยกับร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ พร้อมเสิร์ฟให้ได้ลิ้มลองมากกว่า 100 เมนูได้ฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่กับคนรักครอบครัวอย่างมีความสุข พร้อมเลือกของขวัญถูกใจ ช้อปปิ้งร้านค้าชั้นนำภายในศูนย์การค้า ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขแบบนิว นอร์มอล พร้อมมาตรการความปลอดภัยสูงสุด ในงาน “เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์วินเทอร์ วันเดอร์แลนด์ 2021 เดอะ เจอร์นีย์ออฟ จอย” ได้ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม2564 ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ศุภลักษณ์ อัมพุชศุภลักษณ์ อัมพุชเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ และ วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูลเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ และ วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูลจรรยา สว่างจิตรจรรยา สว่างจิตรธาริณี ตั้งไชยวงศ์ และครอบครัวธาริณี ตั้งไชยวงศ์ และครอบครัวสุดถนอม กรรณสูต, พิมพ์ จารุเศรนี

สุดถนอม กรรณสูต, พิมพ์ จารุเศรนีมัณทิยา-วารุณา สุธัมมัญญมัณทิยา-วารุณา สุธัมมัญญ

โซไซตี้ : ‘ดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621350

โซไซตี้ : ‘ดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์’

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เพลงพระราชนิพนธ์ “ในหลวงรัชกาลที่ 9”กระหึ่มทั่วไทย 5 ธันวาคม อว. จัดแสดง “ดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึก จัดต่อเนื่องติดต่อกัน 15 วัน ส่งมอบความสุขให้คนไทย

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) จัดแสดง “ดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” ลานพาร์คพารากอน กทม. มี ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.เป็นประธาน โดยจัดพร้อมกับสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ 48 แห่งทั่วประเทศ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร รวมถึงส่งมอบความสุขให้คนไทยทั่วประเทศผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยที่ลานพาร์คพารากอน มีวงดนตรี แจ๊สบิ๊กแบนด์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล มาบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ท่ามกลางประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2564

ประธานในงาน ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นสังคีตกวีและนักดนตรีที่ชาวโลกยกย่อง และเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ทรงเป็นต้นแบบของการสร้างความสุขแก่ผู้ฟัง ด้วยทรงนิพนธ์บทเพลงหลายบทเพลง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความสุข อาทิ เพลงพรปีใหม่ให้ตราตรึงอยู่ในใจของประชาชนจนถึงปัจจุบัน โดย อว.จัดแสดงต่อเนื่อง 15 วันตั้งแต่วันที่ 5-19 ธันวาคมที่ผ่านมา วันที่ 8-12 ธ.ค. จัดที่ไอคอนสยาม ริเวอร์พาร์ค และวันที่ 13-19 ธ.ค. จัดแสดงที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์  

ทั้งนี้ รมว.อว.กล่าวต่อว่า กระทรวง อว.นอกจากจะทำหน้าที่ให้ความรู้ ทำวิจัย ทำนวัตกรรมและประดิษฐกรรมต่างๆ แล้ว เรายังทำงานศิลปะ โดยเฉพาะดนตรีที่มีอยู่มากมายหลากหลายประเภทในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ มหกรรมดนตรี อว.เทิดพระเกียรติฯ ครั้งนี้จะทำให้คนไทยได้เห็นฝีมือนักศึกษาด้านดนตรีของเราว่ามีความสามารถเพียงใด และยังแสดงให้เห็นว่า อว. มีของดีและสิ่งดีๆ อยู่ไม่น้อย ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์

“เพลงที่นำมาบรรเลงทั้งหลายเหล่านี้ทำให้เราได้รำลึกถึงพระปรีชาสามารถในด้านการดนตรีพร้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และพระองค์ท่านยังคงสถิตอยู่กับเราตลอดไป”

ขณะที่ในต่างจังหวัดบรรยากาศก็คึกคักกระหึ่มไปด้วยเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ อาทิ ม.เชียงใหม่ จัดดนตรี อว.เทิดพระเกียรติลมหนาว ที่บริเวณลานน้ำพุศาลาธรรม, ม.นเรศวร ขับร้องประสานเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, มรภ.ลำปาง ร่วมกับ อว.ส่วนหน้า จ.ลำปาง จัดแสดงดนตรี ณ ข่วงวัฒนธรรม สำนักศิลปะและวัฒนธรรม, มรภ.ลำปาง มรภ.ยะลา ร่วมกับ อว.ส่วนหน้าจ.ยะลา จัดแสดงดนตรีพื้นบ้านบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ50 พรรษา, ม.นราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมกับ อว.ส่วนหน้า จ.นราธิวาส จัดแสดงดนตรีตั้งแต่เวลา 16.30-19.30 น. ณ สวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เทศบาลเมืองนราธิวาส ส่วน มรภ.เชียงราย จัดแสดงดนตรีเวลา 17.00-19.00 น. ที่ มรภ.เชียงราย เป็นต้น

โซไซตี้ : ‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ ย้อนรอย 10 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ โครงการสร้างนักลงทุนคุณภาพ ‘The Stock Master’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620144

โซไซตี้ : ‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ ย้อนรอย 10 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ  โครงการสร้างนักลงทุนคุณภาพ ‘The Stock Master’

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เยี่ยมชมนวัตกรรมที่เกาหลี

เป็นเวลา 1 ทศวรรษแล้ว ที่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการสร้างนักลงทุนคุณภาพออกสู่สังคมการลงทุน ผ่านการจัดทำโครงการ “The Stock Master” ที่มี บรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัด การอาวุโส กิจการค้าหลักทรัพย์ หลักทรัพย์บัวหลวง เป็นผู้เริ่มต้นคิดค้นออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้สุดเข้มข้น ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เน้นสอนกันตั้งแต่ให้รู้จักวางแผนการลงทุน, สอนวิเคราะห์หลักทรัพย์ ด้วยปัจจัยพื้นฐาน และปัจจัยทางเทคนิค ไปถึงสอนให้รู้จักเครื่องมือการลงทุนออนไลน์ต่างๆ ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์การลงทุน ก่อนก้าวสู่สนามการลงทุนจริงได้อย่างมั่นใจ ตามคอนเซ็ปต์ “รู้จริงกับสนามจริง”

“หลายปีที่ผ่าน คนไทยเริ่มให้ความสนใจเรื่องการออมเงินและการลงทุนมากขึ้น สะท้อนจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นของ นักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้ด้านการลงทุนของบริษัทฯ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยอดเปิดบัญชีใหม่เพื่อซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ก็ขยายตัวขึ้นเช่นกัน ทางทีมผู้บริหาร
จึงเกิดแนวคิดที่จะให้ความรู้ด้านการลงทุนอย่างถูกต้องกับนักลงทุนไทย เพื่อตอบสนองความต้องการ พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้เรื่องการลงทุนอย่างถูกวิธี ซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้ได้รับการตอบรับอย่างดี จากทั้งนักลงทุนหน้าใหม่และนักลงทุนมืออาชีพ เพราะความรู้จากโครงการนี้ตอบโจทย์การลงทุนในทุกมิติ พร้อมยังมีทีมกูรูคอยประกบคู่อยู่ตอบคำถาม และให้คำแนะนำด้านต่างๆ ทำให้การลงทุนดูเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น” บรรณรงค์ กล่าว

บรรณรงค์ พิชญากร กก.ผจก.อาวุโส กิจการค้า หลักทรัพย์บัวหลวง

โครงการ The Stock Master เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2555 ภายใต้แนวคิด “Reality ShowInvestor lifestyle” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมโครงการได้แสดงศักยภาพในการคิดวิเคราะห์ และคัดเลือกหุ้นที่ตัวเองสนใจ เพื่อนำมาให้ทีมกูรูช่วยแนะแนวทางที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งในปีแรกมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกว่า 600 คน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ ต่อมาในปีที่ 2 มากับแนวคิด Reality Show “Man and Machine” ปีนี้เริ่มมีการนำระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยบริหารพอร์ต (Robot Trade) เราจึงได้นำเรื่องนี้มาแนะนำให้ได้รู้จัก ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องที่นักลงทุนให้ความสนใจ ในปีที่ 3มาในแนวคิด “เปลี่ยนเม่า เป็นเหาฉลาม” เราออกแบบหลักสูตรให้มีความแตกต่างออกไปจาก 2 ปีแรก ด้วยการนำเครื่องมือวิเคราะห์ผลการลงทุนส่วนบุคคลสำหรับลูกค้า “Bualuang iTracker” มาเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการตัดสินใจลงทุนและการบริหารความเสี่ยงให้แก่ผู้ร่วมโครงการ ต่อมาปีที่ 4 เป็นครั้งแรกที่มีการเรียนรู้ออนไลน์เต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “Bualuang CONNEX เชื่อมโยงความคิด ต่อติดทุกการลงทุน” โดยได้นำแอปพลิเคชั่นใหม่ Bualuang CONNEX เครื่องมือช่วยลงทุนล้ำสมัยมาให้ผู้ร่วมโครงการได้ใช้บริการก่อนใคร ถัดมาในปีที่ 5 เน้นสอนให้นักลงทุนรายย่อยรู้เท่าทันนักลงทุนต่างชาติ และเข้าใจผลกระทบของฟันด์โฟลว์ เพื่อให้สามารถคัดเลือกหุ้นและจับจังหวะลงทุนได้เหมาะสม ภายใต้แนวคิด “เทรดสะบัดฟัดฝรั่ง” ส่วนปีที่ 6 ได้ปรับหลักสูตรใหม่ด้วยการให้ความรู้เรื่องการเงินและการออมกับนักลงทุนและบุคคลทั่วไป ในชื่อ “สติมี สตางค์มา” โดยปลูกฝัง 6 สติสำคัญทางการเงิน เพื่อช่วยสร้าง “ยันต์กันจน” ในรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งรายได้ทั้งหมดได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิพระดาบส ต่อมาปีที่ 7 ได้ปรับหลักสูตรอีกครั้ง หลังเริ่มเห็นบริษัทขนาดเล็กและกลางสนใจเข้าตลาดหุ้นมากขึ้น จึงอยากให้ความรู้ในเกมส์การเงิน 3 มิติ ทั้งการลงทุนระยะยาว,การเทรดระยะสั้น และการนำบริษัททำ IPO กับเจ้าของกิจการ และทายาทธุรกิจในชื่อ The Stock Master Exclusive : Money Game รู้รอบเกมส์การเงิน ในปีที่ 8 เป็นอีกปีที่ภูมิใจนำเสนอมาก เพราะเราได้เปิดตัว “Trade Master” นวัตกรรมเทรดหุ้นอัตโนมัติระดับมืออาชีพที่มาช่วยแก้ปัญหาและข้อจำกัดของนักเทรด ทีมงานจึงออกแบบหลักสูตรที่จะพัฒนาให้เป็นนักเทรดหุ้นมืออาชีพ นับเป็นอีกหนึ่งความสนใจที่มีผู้ร่วมโครงการหลายพันคน ส่วนปีที่ 9 ช่วงที่ต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ทำให้คนเริ่มสนใจการลงทุนมากขึ้น เห็นได้จากตัวเลขเปิดบัญชีใหม่ที่ขยับขึ้นต่อเนื่อง จึงออกแบบเนื้อหาที่สอนให้รู้จักวิกฤตและโอกาสของตลาดหุ้นในรอบ 10 ปี ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่โอกาสลงทุน สำหรับมือใหม่” ซึ่งมีผู้สนใจร่วมโครงการสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 3 พันคน

โครงการThe Stock Master ปีที่ 9

ล่าสุดปีที่ 10 กับแนวคิด “สร้างพลังเงินลงทุน สำหรับมือใหม่” ทีมกูรูยังคงเน้นให้ความรู้นักลงทุนมือใหม่ เพราะในปีที่ผ่านมา มีนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เราเน้น 3 เรื่องหลัก คือ 1.Create สอนสร้างแผนการเงิน เพื่อมุ่งสู่Financial Freedom 2.Accumulateสอนสะสมความมั่งคั่ง และต่อยอดอัพเกรดพอร์ต ด้วยเครื่องมือลงทุนออนไลน์ และ 3.Protect สอนให้รู้จักปกป้องความเสี่ยง ด้วยการวางแผนประกันคุ้มครองชีวิตในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญ สุดพิเศษ พร้อมพันธมิตรมากมายมาร่วมให้ข้อมูล และยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนเหมือนเช่นทุกปี

“ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา โครงการ The Stock Masterมีความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะร่วมส่งเสริมความรู้ทางด้านการเงินการลงทุน ผ่านประสบการณ์จริงให้กับนักลงทุนไทยได้มีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งในแต่ละปี นอกจากจะออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ให้มีความแตกต่างกันออกไปแล้ว เรายังมีการแนะนำและคอยอัพเดตเครื่องมือลงทุนออนไลน์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอีกด้วย เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่ต้องการเห็นนักลงทุนไทยเริ่มต้นการลงทุนได้อย่างถูกต้องและยั่งยืน” บรรณรงค์ กล่าว

บรรยากาศจากห้องเรียนโครงการ The Stock Masterบรรยากาศจากห้องเรียนโครงการ The Stock Master

บรรยากาศห้องเรียนออนไลน์บรรยากาศห้องเรียนออนไลน์