โซไซตี้ : เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ร่วมมือภาครัฐ ปันสุขช่วยเหลือชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619955

โซไซตี้ : เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ร่วมมือภาครัฐ ปันสุขช่วยเหลือชุมชน

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้าเดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ และ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ร่วมกับ สำนักงานเขตราชเทวี และ สถานีตำรวจนครบาลพญาไท จัดกิจกรรมปันสุขช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ร่วมมือร่วมใจลงพื้นที่ชุมชนเพื่อนำตู้ปันสุข พร้อมด้วยสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม ไข่ไก่ ฯลฯ และข้าวกล่องปรุงสำเร็จ แจกจ่ายสู่ 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนซอยสมประสงค์ 5, ชุมชนนิคมมักกะสัน, ชุมชนโรงเจมักกะสัน, ชุมชนหลังวัดมักกะสัน, ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน, ชุมชนสุเหร่าซอยเพชรบุรี 7เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน และให้กำลังใจชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบโควิด-19

โดยกิจกรรมปันสุขช่วยเหลือชุมชน ในครั้งนี้ มีตัวแทนผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ จิรายุ รัตตประดิษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการอาคาร บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป, ขวัญเมือง บุญประสงค์ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตราชเทวี, ภัคภร แสงศิวะฤทธิ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม,พันตำรวจโทศรภพ นาคเอก สารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลพญาไท และตัวแทนผู้บริหาร จากดองดองกิ สาขาเดอะ มาร์เก็ต แบงคอกร่วมแจกจ่ายสิ่งของพร้อมแสดงความห่วงใย ให้คำแนะนำชุมชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนให้ห่างไกลโควิด-19 โดยมี สุมิตรา วุฒิวารี ประธานชุมชนริมทางรถไฟมักกะสันพร้อมตัวแทนชุมชน ร่วมต้อนรับ ณ บริเวณชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน

โซไซตี้ : ‘รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ’ ลงนาม MOU บ.ยูโรฟินส์ จากฝรั่งเศส ตรวจทดสอบหาเชื้อโควิด-19 รองรับการเปิดประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/618612

โซไซตี้ : ‘รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ’ ลงนาม MOU บ.ยูโรฟินส์ จากฝรั่งเศส  ตรวจทดสอบหาเชื้อโควิด-19 รองรับการเปิดประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ธานี มณีนุตร์ ผช.กก.ผจก.บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล ลงนามความร่วมมือกับ กับ นิธิวัชร์ยิ่งกิจวิวัฒน์ ประธานกก.ผจก. บ.ยูโรฟินส์-ประเทศไทย

บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพ ในนามเครือ พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ลงนามความร่วมมือกับบริษัท ยูโรฟินส์ (Eurofins) บริษัทผู้นำด้านทดสอบและวัดผลทางห้องปฏิบัติการที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ร่วมมือในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ลูกเรือของสายการบินในกลุ่มสมาชิกสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) และกลุ่มนักกีฬาต่างชาติที่จะเข้ามาแข่งขันรายการต่างๆในประเทศไทย คาดจำนวนตรวจโควิด-19 จะเพิ่มขึ้น 50% นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564 นี้รองรับการเปิดประเทศนับตั้งแต่ 1 พ.ย. 2564 เป็นต้นไป

ธานี มณีนุตร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพ ในนามเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ กล่าวว่าความร่วมมือครั้งสำคัญนี้นอกจากจะส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระดับห้องปฏิบัติการแล้ว ยังคาดส่งผลให้ปริมาณการตรวจโควิด-19 ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ นำร่องที่รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เพิ่มไม่ต่ำกว่า 50% จากปัจจุบันให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR อยู่ที่ประมาณ 200 รายต่อวัน ขณะที่ศักยภาพรองรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการอยู่ที่ราว 800-1,000 ราย/วัน ยังสามารถรองรับการให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้อีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าหรือออกประเทศไทย ได้รับความสะดวกในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพียงทำนัดหมายและชำระเงินผ่านทางแอปพลิเคชั่น IATA Travel Pass และเดินทางเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิในรูปแบบ COVID-19 Drive Thru หรือรับบริการตรวจนอกสถานที่และรายงานผลให้ทราบผ่านแอปพลิเคชั่นต่อไป

ด้าน นิธิวัชร์ ยิ่งกิจวิวัฒน์ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูโรฟินส์-ประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัท ยูโรฟินส์ (Eurofins) ให้บริการครบทุกๆ ด้านเกี่ยวกับการตรวจและป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19ในระดับสากลได้ตามมาตรฐานและครอบคลุมากกว่า50 ประเทศภายใต้โครงการ Eurofins SAFER@WORK™COVID-19 Solutions มีการตรวจเชื้อโควิด-19ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานสากลทั้ง ATK, RT-PCR และในสิ่งแวดล้อม เช่น ภายในห้องโดยสารเครื่องบิน สถานที่ทำงานที่มีบุคลากรจำนวนมาก ในการแข่งขันกีฬาสำคัญหลายรายการ เช่น การแข่งขันความเร็วรถสูตร 1ระดับนานาชาติ FORMULA 1, รายการการแข่งขันเทนนิสระดับโลก, LPGA ฯลฯ นอกจากนี้ยังให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ สำหรับบุคลากรที่ทำงานในภาคการขนส่งทางอากาศยาน และผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ทั้งในแถบยุโรปและตะวันออกกลางเป็นจำนวนมาก ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะให้บริการให้ครอบคลุมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ

โซไซตี้ : Blood Hero ร่วมปลุกพลังซุปเปอร์ฮีโร่ บริจาคโลหิตกู้วิกฤต COVID-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/617010

โซไซตี้ : Blood Hero ร่วมปลุกพลังซุปเปอร์ฮีโร่  บริจาคโลหิตกู้วิกฤต COVID-19

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ พร้อมด้วย นริศรา ศรีสันต์ ที่ปรึกษากลยุทธ์สื่อสารองค์กร ณัฐชัย ผะเดิมชิตผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัย และรักษาความปลอดภัย ฐากูร สิงหนิก ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรม และ จิตตพิมพ์ ฮัดเจสสัน ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำพนักงาน เจ้าหน้าที่ ร่วมบริจาคโลหิต ให้กับสภากาชาดไทย ภายใต้แคมเปญ “Blood Hero ร่วมปลุกพลังซุปเปอร์ฮีโร่ บริจาคโลหิตกู้วิกฤต COVID-19” ได้โลหิตรวมทั้งหมด 58,400 ซีซี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวบริษัทฯ ได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 รวมโลหิตที่บริจาคแล้วทั้งสิ้น 5,283,750 ซีซี เพื่อเป็นการส่งมอบโลหิตต่อชีวิตให้แก่ผู้ป่วยในภาวะวิกฤตโควิด-19 และผู้ที่ต้องการต่อไป ณ ศูนย์ฝึกอบรม สำนักงานใหญ่รถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564

โซไซตี้ : เปิดตัวโครงการ ‘Better Life Through Better Sight’ วัดสายตาและตัดแว่นให้กับมูลนิธิ สถานสงเคราะห์ และชุมชนต่างๆ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/616859

โซไซตี้ : เปิดตัวโครงการ ‘Better Life Through Better Sight’  วัดสายตาและตัดแว่นให้กับมูลนิธิ สถานสงเคราะห์ และชุมชนต่างๆ

วันเสาร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เซ็นทรัล ทำ โดย กลุ่มเซ็นทรัล และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำอสังหาริมทรัพย์และผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัลภูเก็ต และเซ็นทรัล วิลเลจ และร้านแว่น OPTIC SQUARE จัดโครงการ Better Life Through Better Sight ให้บริการวัดสายตาและตัดแว่นตาพร้อมกรอบแว่นจำนวน 1,000 คู่ แก่ผู้มีปัญหาทางสายตาจากสถานสงเคราะห์เด็กหญิง บ้านราชวิถี, มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล, ชาวชุมชนคลองเตย, ชาวชุมชนบางกะเจ้า,สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านมหาราช,นักเรียนโรงเรียนวัดบางกอบัว,มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย, มูลนิธิคนพิการออทิสติกไทย, คนพิการด้านสติปัญญาและผู้ดูแลคนพิการ, ชุมชนผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยจัดขึ้นบริเวณ ชั้น 3 โซนอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 74 ปีในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจพร้อมควบคู่กับการส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย ภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ ซึ่งในครั้งนี้เซ็นทรัลพัฒนา จึงดำเนินโครงการเซ็นทรัล ทำและร่วมมือกับ ออพติคสแควร์ เปิดตัวโครงการฯมีจุดมุ่งหมายในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการมองเห็นที่ดีขึ้น ผ่านการส่งมอบแว่นตาและเลนส์แว่นจำนวน 1,000 คู่ โดยเราเชื่อว่าการมีสายตาและการมองเห็นที่ดีขึ้น จะทำให้ผู้ด้อยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นการมอบโอกาสที่มากขึ้นทั้งในด้านการประกอบอาชีพ และการใช้ชีวิต ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือครอบครัวหรือชุมชนที่อาศัยอยู่ได้ เราจึงได้ผสานความร่วมมือภายในชุมชนของเราร่วมจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา มุ่งมั่นที่จะสานต่อเจตนารมณ์ที่ต้องการนำความเชี่ยวชาญของกลุ่มธุรกิจมาเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาชุมชนและสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนาให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องตรงกับความเชื่อและค่านิยมขององค์กรในเรื่อง Community at Heart จึงได้ขับเคลื่อนโครงการ “เซ็นทรัล ทำ”โดยร่วมกับ OPTIC SQUARE พันธมิตรที่อยู่กับเราในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 19 แห่งทั่วประเทศจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมมอบการมองเห็นที่ชัดเจนด้วยการให้บริการวัดสายตาและตัดแว่นตาพร้อมกรอบแว่นแก่ผู้มีปัญหาทางสายตาแก่ประชาชนจากมูลนิธิ สถานสงเคราะห์และชุมชนต่างๆ”

สาวิตรี สุรธรรมวิทย์ กรรมการบริหาร บริษัท ออพติคสแควร์ จำกัด กล่าวว่าโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่เล็งเห็นว่าการมีสายตาที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มอบโอกาสให้กับกลุ่มคนจากมูลนิธิและชุมชนต่างๆ ได้มีสิทธิ์เข้าถึงแว่นตาและเลนส์คุณภาพ โดยเราได้จัดเตรียมเลนส์และกรอบแว่นตาเพื่อ
บริจาคให้กับมูลนิธิและชุมชน รวมกว่า 1,000 คู่รวมถึงผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายตาที่มีองค์ความรู้ทางด้านการวัดสายตามาให้บริการแก่ผู้ด้อยโอกาสได้สามารถเข้าถึงการวัดสายตาและแว่นตาที่เหมาะสมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดย OPTICSQUARE เป็นร้านแว่นตาชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจและอยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 36 ปี สร้างประสบการณ์เหนือระดับทางด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีที่ดีที่สุด และวิวัฒนาการด้านวัดสายตามาตรฐานระดับสากล เป็นเทรนด์เซตเตอร์แว่นตารันเวย์ระดับโลก มีสาขามากถึง 22 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ และเป็นที่แรกและแห่งเดียวได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO: 9001 ทั้งระบบการบริการของพนักงานและผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายตาและองค์ความรู้ทางด้านวัดสายตา จึงวางใจได้ว่าจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของมาตรฐานสินค้าและการบริการนอกจากจะเน้นการให้บริการอย่างมืออาชีพแล้วยังเป็นผู้นำแฟชั่นแว่นตาที่ทันสมัยกว่า 300 แบรนด์ชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งล้วนแต่มีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์สุดพิเศษ จนได้รับความไว้วางใจ จากบริษัทแบรนด์แว่นตาชั้นนำจากทั่วโลกให้ได้รับสินค้า New Collection และสินค้า Limited มาวางจำหน่ายก่อนใครในประเทศไทย”

โครงการ Better Life Through Better Sight ถือเป็นการมอบความสุขในการมองเห็นแก่ผู้มีปัญหาทางสายตา เพื่อสามารถดำรงชีวิตได้อย่างคล่องตัวขึ้น เป็นการมอบของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ แก่มูลนิธิสถานสงเคราะห์และชุมชนต่างๆ ที่ได้รับเลือกมาในครั้งนี้อีกด้วย

โซไซตี้ : พพ. ปลื้มผลงานเด่น Thailand Energy Awards 2021 รุกเยี่ยมชมเรือ EV และต้นแบบอาคาร Zero Energy Building #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/615502

โซไซตี้ : พพ. ปลื้มผลงานเด่น Thailand Energy Awards 2021  รุกเยี่ยมชมเรือ EV และต้นแบบอาคาร Zero Energy Building

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง พพ.นำสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโครงการที่ประสบความสำเร็จจากการประกวด Thailand EnergyAwards 2021 เพื่อขยายผลและเผยแพร่ผลงาน โดยเข้าเยี่ยมชม “อาคารธนพิพัฒน์ บริษัท ธนารักษ์พัฒนา สินทรัพย์ จำกัด” ซึ่งได้รางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2021 และรางวัลชนะเลิศ ASEAN Energy Awards 2021 ด้านอนุรักษ์พลังงาน ประเภท Zero Energy Building และเยี่ยมชมเรือโดยสารไฟฟ้า “MINE Smart Ferry” จากบริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต จำกัด ในเครือบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับรางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2021 ด้านอนุรักษ์พลังงาน (ประเภทขนส่ง)

ดร.ประเสริฐ กล่าวว่า พพ. มีความมุ่งหวังให้หน่วยงานที่ได้รับรางวัล Thailand Energy Awards จะเป็นต้นแบบการบริหารจัดการด้านอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนา
พลังงานทดแทน จนเกิดการพัฒนาเป็นสถานที่เรียนรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลให้กับหน่วยงานหรือผู้ที่สนใจ ได้เข้าศึกษาเป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแรงผลักดันให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

สำหรับ อาคารธนพิพัฒน์ ตั้งอยู่ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ ออกแบบให้เป็นอาคารที่ใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ โดยนำไฟฟ้าจากระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์จากหลังคาอาคารใกล้เคียงมาใช้ภายในอาคาร เพื่อให้อาคารใช้พลังงานเกือบเป็นศูนย์ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบอาคารเพื่อการประหยัดพลังงาน โดยติดตั้งแผงบังแดดปรับทิศทางอัตโนมัติปรับองศาตามทิศทางของการเคลื่อนตัวของดวงอาทิตย์ เพื่อป้องกันความร้อนจากรังสีอาทิตย์ เลือกใช้วัสดุกรอบอาคารที่ช่วยลดความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร ผ่านพื้นผิวหรือวัสดุต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ภายในอาคารมีความเย็นสบาย ลดการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศ สีอ่อนภายนอกกรอบอาคารช่วยในการสะท้อนแสงอาทิตย์ลดการดูดซับความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร ออกแบบบริเวณทางเดินกลางอาคารเพื่อใช้ประโยชน์จากแสงสว่างตามธรรมชาติในช่วงกลางวัน มีการนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ใหม่โดยใช้หลัก Heat RecoveryWheel เพื่อแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างอากาศเย็นภายในอาคารและอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกอาคาร เพื่อลดการใช้ปริมาณน้ำเย็นในการทำความเย็น ติดตั้งระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว motion sensor ในการเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ อีกทั้งมีการจัดภูมิทัศน์สีเขียวโดยรอบเพื่อทำให้บรรยากาศโดยรอบของอาคารมีความร่มรื่น เป็นอาคารต้นแบบของความเป็นเลิศทั้งด้านพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ด้านเรือโดยสารไฟฟ้า MINE Smart Ferry เป็นเรือที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน ขนาด 800 kWh รองรับการชาร์จด้วยความเร็วสูงสุดด้วยเทคโนโลยี Ultra-Fast Charge ของเครือบริษัทพลังงานสะอาด (EA Anywhere) ที่ได้มีการติดตั้งสถานีชาร์จที่ใหญ่ที่สุด จำนวน 14 ตู้ชาร์จ รวม 28 หัวชาร์จ โดยเรือโดยสารไฟฟ้า 1 ลำ สามารถแล่นได้ระยะทางสูงสุด100 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นอกจากนี้ภายในเรือโดยสารไฟฟ้ายังมีสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ ติดตั้งเครื่องปรับอากาศเครื่องกำจัดเชื้อโรคในอากาศ อุปกรณ์ชูชีพกล้องวงจรปิด จอภาพแสดงข้อมูลการเดินทางและจุดจอดรับส่งตามท่าเรือต่างๆ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 250 คน โดยปัจจุบันมีจำนวนเรือโดยสารไฟฟ้าในโครงการ 23 ลำ เส้นทางให้บริการตั้งแต่ ท่าเรือพระนั่งเกล้าถึง ท่าเรือสาทร (ระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร) นับได้ว่าเป็นการยกระดับการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางน้ำให้มีมาตรฐานความปลอดภัย ทันสมัย ช่วยลดมลภาวะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โซไซตี้ : ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ – กระทรวงมหาดไทย ลงนาม MOU พัฒนาการศึกษา การวิจัย การแพทย์และสาธารณสุข #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/613985

โซไซตี้ : ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ - กระทรวงมหาดไทย ลงนาม MOU  พัฒนาการศึกษา การวิจัย การแพทย์และสาธารณสุข

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วย สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, พล.อ.ต.นพ.สันติ ศรีเสริมโภครองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, นพ.ภูมินทร์ศิลาพันธ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์,ประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และ บุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กับกระทรวงมหาดไทยณ ห้องประชุมผู้บริหาร ชั้น 3 อาคารบริหาร 2สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564

โดยพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ มีกรอบแนวทางความร่วมมือเพื่อส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงาน ด้านการวิจัยและการพัฒนาโครงการวิจัยต่างๆ ด้านการศึกษาฝึกอบรมทางการแพทย์และการสาธารณสุข อาทิ การร่วมฝึกอบรมทางการแพทย์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของหน่วยงาน การจัดชุดแพทย์เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติร่วมกัน ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโนยีและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน จากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น ภัยแล้ง ภัยหนาวหรืออุทกภัย เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อสนองพระปณิธานใน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน โดยมีราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน การวิจัย เพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างประโยชน์ให้ส่วนรวมก่อนคิดถึงประโยชน์ส่วนตน อีกทั้งเป็นสถาบันที่ให้บริการทางการแพทย์ด้วยมาตรฐานสากล ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขของประเทศให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

โซไซตี้ : บีทีเอส กรุ๊ปฯ ผนึกกำลังพันธมิตร ส่งต่อกำลังใจ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/609297

โซไซตี้ : บีทีเอส กรุ๊ปฯ ผนึกกำลังพันธมิตร  ส่งต่อกำลังใจ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ภัยน้ำท่วม…สถานการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหม่ ที่ประชาชนกำลังเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนัก แม้ความรุนแรงของพายุจะอ่อนกำลังลงแล้ว แต่ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายต่างๆรวมทั้งอ่างเก็บน้ำหลายแห่งทั่วทุกภูมิภาคทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนในหลายจังหวัดได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ ทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชนได้ระดมกำลังส่งมอบความช่วยเหลือ ให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปได้โดยเร็ว

ด้วยเหตุนี้ คีรี กาญจนพาสน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวไทย จึงได้ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ บริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน), เครือสหพัฒน์, บริษัท แมรี่ แอน แดรี่ โปรดักส์ จำกัด (mMilk),บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน), บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน)และโรงพยาบาลวิภาวดีให้การสนับสนุนเครื่องอุปโภค-บริโภค ยารักษาโรค มูลค่ากว่า1 ล้านบาท ประกอบด้วย ข้าวสาร น้ำมันพืชนมยูเอชทีปราศจากน้ำตาลแลคโตสปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยวน้ำดื่ม เจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัยยารักษาน้ำกัดเท้า ยาทากันยุง และยาสามัญประจำบ้าน เป็นต้น

ทั้งนี้ ในการจัดถุงยังชีพ ได้รับความร่วมมือ ร่วมใจ จากพนักงานจิตอาสา เจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าบีทีเอส ทุกฝ่าย ร่วมพลังช่วยกันจัดถุงยังชีพ จำนวนกว่า 2,000 ชุด เพื่อส่งต่อให้ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในการขนส่งถุงยังชีพทั้งหมดไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป โดยมีคณะผู้บริหารรังสิน กฤตลักษณ์ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ พ.ต.อ.สุชาติวงศ์อนันต์ชัย ที่ปรึกษาประธานกรรมการสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริหาร นริศรา ศรีสันต์ ที่ปรึกษากลยุทธ์ สื่อสารองค์กร บีทีเอส กรุ๊ปฯ และ สุมิตร ศรีสันติธรรมผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการรถไฟฟ้าบีทีเอสร่วมส่งมอบถุงยังชีพ

บีทีเอส กรุ๊ปฯ บริหารงานโดยยึดมั่นในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม และให้ความช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าพื้นที่นั้นจะใกล้หรือไกล อย่างไรก็ตาม บริษัทขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะยืนหยัดเคียงข้าง ส่งต่อกำลังใจให้คนไทยผ่านพ้นทุกวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็วอีกครั้ง

โซไซตี้ : เดอะมอลล์ฯ คว้า 4 รางวัลยิ่งใหญ่ RETAIL ASIA AWARD 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/607585

โซไซตี้ : เดอะมอลล์ฯ คว้า 4 รางวัลยิ่งใหญ่  RETAIL ASIA AWARD 2021

วันเสาร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป คว้า 4 รางวัลยิ่งใหญ่แห่งปี RETAIL ASIA AWARD 2021 จากการตัดสินผลงานการสร้างสรรค์โครงการ และมีผลแห่งความสำเร็จเป็นรูปธรรม โดยสามารถชนะผลงานส่งเข้าประกวดกว่า 200 โครงการ จาก 15 ประเทศทั่วเอเชีย ตอกย้ำความสำเร็จการรีแบรนดิ้ง เดอะมอลล์ สู่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A HAPPY PLACE TO LIVE LIFE : ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว” ประเดิมสาขาแรกที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน โดยหลังจากปรับโฉมใหม่สามารถคว้า 3 รางวัลยิ่งใหญ่ คือ MALL OF THE YEAR, BRAND TRANSFORMATION OF THE YEAR และ STORE OF THE YEAR รวมถึงอีก 1 รางวัลอันทรงเกียรติจากความสำเร็จของการปรับโฉมกูร์เมต์ มาร์เก็ต สยามพารากอน ที่สุดของซูเปอร์ มาร์เก็ตมาตรฐานระดับโลกกับรางวัล SUPERMARKET OF THE YEAR

อัจฉรา อัมพุช รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “จากการประกวดรางวัล RETAIL ASIA AWARD โดยนิตยสาร RETAIL ASIA ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นนิตยสารชั้นนำของธุรกิจค้าปลีกในเอเชีย ก่อตั้งขึ้นในปี 1991 เพื่อรวบรวมบริษัทค้าปลีกชั้นนำของภูมิภาคเข้าด้วยกัน และมอบรางวัลยอดเยี่ยมในสาขาต่างๆ ของโครงการธุรกิจค้าปลีกในเอเชียที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2004 โดยรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อนำทาง ส่งเสริม และท้าทายธุรกิจค้าปลีกให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง ปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดถึงกว่า 200 โครงการ จาก 15 ประเทศได้แก่ ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, จีน, ฮ่องกง, สิงคโปร์,ไทย, มาเลเซีย, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ศรีลังกา, ฟิลิปปินส์, ปากีสถาน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,อาเซอร์ไบจาน และ อุซเบกิสถาน

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกของประเทศ ดำเนินการบริหารศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ได้ส่งเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และกูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตมาตรฐานระดับโลกเข้าประกวดเพื่อชิงรางวัลจากเวที RETAIL ASIA AWARD 2021 และสามารถคว้ารางวัลสุดยอดค้าปลีกถึง 4 รางวัล ความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ฉลองการก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 โดย รีแบรนดิ้งภาพลักษณ์ใหม่จากเดอะมอลล์ อาณาจักรแห่งความสุขทุกครอบครัวสู่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A HAPPY PLACE TO LIVE LIFE : ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว” รีเทลโมเดลใหม่ซึ่งถือเป็นการปรับโฉมใหม่ครั้งสำคัญที่สุดตั้งแต่ดำเนินธุรกิจรีเทลมา โดยได้เริ่มปรับโฉมใหม่ที่สาขางามวงศ์วาน เป็นสาขาแรก

“รางวัล RETAIL ASIA AWARD 2021 ทั้ง 4 รางวัลนี้ นับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจยิ่ง ที่ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีก และเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับชาวเดอะมอลล์ทุกคนให้มุ่งมั่น ทุ่มเท และไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาธุรกิจรีเทลอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของสินค้าและบริการ รวมถึงสถานที่ เพื่อมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดีที่สุด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด ดังที่เรายึดมั่นตลอดมา และตลอดไป” อัจฉรากล่าวปิดท้าย

โซไซตี้ : บี.กริม เรียลเอสเตท สนับสนุน เครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิงชีวมวล ชูพลังงานหมุนเวียน ลดปัญหาไฟป่าและหมอกควัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/606156

โซไซตี้ : บี.กริม เรียลเอสเตท สนับสนุน เครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิงชีวมวล  ชูพลังงานหมุนเวียน ลดปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มร.เฟลิกซ์ ดนัย ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.บี.กริม เรียลเอสเตท สนับสนุนเครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิงชีวมวล โดยมีจิระศักดิ์ ชูความดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ ให้เกียรติรับมอบ ร่วมด้วย เสกสรร กวยะปาณิก ผอ.ส่วนพัฒนาวนศาสตร์ชุมชน สำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้, พงษ์ศักดิ์ เรืองปฏิกรณ์ กก.ผจก. บจ.บี.กริม เรียลเอสเตท, นันทนา บุณยานันต์ ผอ.สำนักจัดการป่าชุมชนกรมป่าไม้ และ ชาตรี รักษาแผน ผอ.ส่วนอำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ ร่วมถ่ายภาพ

มร.เฟลิกซ์ ดนัย ลิงค์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เรียลเอสเตท จำกัด สนับสนุนเครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิงชีวมวล (Wood Pallets) สำหรับนำใบไม้มาผลิตเป็นพลังงานทดแทน ในโครงการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล (Wood Pallets) จากใบไม้ “ทางเลือกทางรอด จากปัญหาไฟป่าหมอกควัน ฝุ่น PM 2.5”โดยมี จิระศักดิ์ ชูความดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ ให้เกียรติรับมอบ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท บี.กริม เรียลเอสเตท จำกัด

“โครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของ บี.กริม ใน “การดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี เพื่อสร้างความศิวิไลซ์ ภายใต้ความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ” โดยสนับสนุนอุปกรณ์เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับสมาชิกเครือข่ายป่าชุมชน เพื่อให้สามารถนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด” มร. เฟลิกซ์ ดนัย ลิงค์ กล่าว

ด้าน จิระศักดิ์ ชูความดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า “กรมป่าไม้ได้สนองนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน โดยการจัดหาและบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวลที่มีอยู่ในท้องถิ่น เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งนอกจากจะช่วยช่วยลดมลพิษทางอากาศ และป้องกันการเกิดไฟไหม้ป่าแล้วยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย”

โซไซตี้ : สสว. เดลิเวอรี่ทีมโค้ชธุรกิจมืออาชีพออนไลน์ ช่วยเอสเอ็มอี ผ่าวิกฤต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/604627

โซไซตี้ : สสว. เดลิเวอรี่ทีมโค้ชธุรกิจมืออาชีพออนไลน์ ช่วยเอสเอ็มอี ผ่าวิกฤต

วันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สสว.แถลงผลสำเร็จ Train the Coach 2564 ผ่านกลไก “SME Coaching Online” ผนึกกำลังทีมโค้ชกว่า 4,000 ราย ช่วยเอสเอ็มอีผ่าวิกฤตมากกว่าปีก่อนสองเท่า ผลลัพธ์กว่า 120 ล้านพร้อมยกระดับบริการพัฒนาเว็บแอปวีดีโอคอล เว็บถามตอบ โค้ชเวรและคู่มือโค้ช

วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวถึงผลสำเร็จของ โครงการ Train the Coach ปี 2564 ว่า “โครงการดังกล่าวเป็นมาตรการของ สสว. ที่มุ่งมั่นพัฒนาโค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ให้มีความพร้อมและสามารถพัฒนาธุรกิจ พร้อมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจให้ทันกับทุกการเปลี่ยนแปลง ผ่านระบบ SME Coaching Online หรือบริการให้คำปรึกษาออนไลน์ผ่านโค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจมืออาชีพที่ทาง สสว.รวบรวมไว้กว่า 4,000 ราย ในทุกสาขาความรู้ ซึ่งในปีนี้ สสว.เดลิเวอรี่ทีมโค้ชมืออาชีพ เสิร์ฟความรู้ให้ผู้ประกอบการถึงประตูบ้านผ่านระบบออนไลน์แบบเต็มพิกัดทุกสัปดาห์ต่อเนื่องครอบคลุม 65 จังหวัดทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่ให้บริการเพียง 53 จังหวัดช่วย SME ผ่าวิกฤตได้กว่า 1,000 ราย มากกว่าปี 63 ถึง 2 เท่า ทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การค้าและการบริการต่างๆ คิดเป็นมูลค่าผลลัพธ์กว่า 120 ล้านบาท”

ผอ.สสว. เผยอีกว่า ในปีนี้ สิ่งที่โค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจของโครงการฯ ต้องการเน้นให้ผู้ประกอบการ SME หันมาให้ความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ เรื่องการลดต้นทุน การแสวงหาตลาดหรือลูกค้ากลุ่มใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และการปรับเปลี่ยน Business Model ให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้ธุรกิจรอดและสามารถปรับตัวเดินหน้าต่อไปได้ จากเรื่องดังกล่าวด้วยการใช้ระบบการให้คำปรึกษาแนะนำออนไลน์จึงทำให้สามารถช่วยเหลือ SME ลดต้นทุนลงได้เป็นจำนวน 11.4 ล้านบาท ช่วยแสวงหาตลาดหรือลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ถึง 57.7 ล้านบาท ช่วยเพิ่มมูลค่าในตัวสินค้าและบริการได้อีก 19.6 ล้านบาท รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจและการปรับเปลี่ยน Business Model อีก 32.3 ล้านบาทรวมแล้วเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 120 ล้านบาทดังที่กล่าว

นอกจากรวบรวมคัดสรรโค้ชมืออาชีพให้ครอบคลุมทุกสาขาความรู้กว่า 4,000 รายแล้ว โครงการ Train the Coach ในปีนี้ ยังนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้แบบครบวงจรและเพิ่มบริการใหม่ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น ได้แก่ การพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาออนไลน์ หรือ SME CoachingOnline ให้มีความพร้อมและสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ทั้งระบบโทรศัพท์ ระบบวีดีโอคอลการประชุมหารือร่วมกันบนแอปพลิเคชั่นต่างๆรวมไปถึงพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาออนไลน์แบบถาม-ตอบบนเว็บไซต์ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการSMEs และโค้ช สามารถถามตอบ ให้คำปรึกษากันได้ทุกที่ ทุกเวลา เรียกว่าเป็นการให้บริการที่ทุกคนสามารถ Work from Anywhere สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สำคัญทาง สสว.จัดบริการโค้ชเวรหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจแบบประจำตามตารางเวลาในทุกสัปดาห์ เพื่อให้คำปรึกษาแบบออนไลน์ ในทุกๆ ปัญหาของผู้ประกอบการ เปรียบเสมือนแพทย์เวรในโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาใน SME ได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที และในปีนี้ ยังมีการจัดทำเครื่องมือที่เรียกว่า CoachingGuideline ซึ่งรวบรวมข้อมูลและแนวทางการแก้ไขปัญหาของ SME กว่า 1,000 รายที่ผ่านมา รวบรวมไว้ถึง 63 ปัญหาพร้อมแนวทางการแก้ไข เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือให้โค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจ ใช้ประกอบการให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการ SMEs นั่นเอง

“สสว. มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่ง ที่จะให้ระบบที่ปรึกษาออนไลน์ หรือ SME Coaching Online สามารถตอบโจทย์และช่วยพลิกสถานการณ์รวมถึงวิกฤตต่างๆ ที่ถาโถมเข้าใส่เอสเอ็มอีได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งพัฒนาธุรกิจในยุคที่ก้าวสู่การเป็น Thailand 4.0 ด้วยการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาออนไลน์บน WebApplication อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประเมินคุณภาพโค้ชจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยตรงซึ่งจะกระตุ้นให้โค้ชที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบมากยิ่งขึ้น เมื่อจำนวนคุณภาพและความหลากหลายของประเภทความเชี่ยวชาญของโค้ชมากยิ่งขึ้น ระบบดังกล่าวนี้ก็จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเอสเอ็มอีไปสู่การปรับเปลี่ยนธุรกิจให้ทันโลก มีภูมิคุ้มกันและเติบโตต่อไปอย่างมั่นคง ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.thesmecoach.com” วีระพงศ์ กล่าวในที่สุด