โซไซตี้ : มูลนิธิเอสซีจี มอบอุปกรณ์ลาดตระเวน 3,868 ชุด แก่ผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/470172

โซไซตี้ : มูลนิธิเอสซีจี มอบอุปกรณ์ลาดตระเวน 3,868 ชุด แก่ผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เชาวลิต เอกบุตร กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี เป็นตัวแทนผู้สนับสนุนโครงการ “HANDS FOR HEROES รวมมือเรา เพื่อคนเฝ้าป่า” ปีที่ 2 ส่งมอบอุปกรณ์ลาดตระเวน ได้แก่ ชุดเครื่องแบบลายพรางและเป้เดินป่า ให้ ธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเพื่อมอบแก่ผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ ในสังกัดสำนักงานอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักงานอุทยานแห่งชาติ และสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า จำนวนทั้งสิ้น 3,868 ชุด มูลค่า 3,500,000 บาท

โครงการ HANDS FOR HEROES รวมมือเรา เพื่อคนเฝ้าป่า ได้รับความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และภาคประชาชน ที่ผนึกพลังในการสนับสนุนช่วยเหลือการทำงานของผู้พิทักษ์ป่าผ่านกิจกรรมระดมทุนต่างๆ ที่จัดขึ้นตลอดปี 2562ที่ผ่านมา ได้แก่กิจกรรม Run for Heroes และ กิจกรรม Trail for Heroes รวมทั้งการสนับสนุนเสื้อโครงการและเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไปทั้งหมดนี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ตระหนักถึงความสำคัญของผู้พิทักษ์ป่า และส่งต่อพลังสนับสนุนให้พวกเขามีกำลังใจปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง โดยไม่ต้อง“ห่วงหน้า พะวงหลัง” พร้อมปกป้องผืนป่าแทนคนไทยได้อย่างเต็มที่

โซไซตี้ : วิศวะมหิดล รีไซเคิลจักรยานเพื่อน้องบางระกำ…ตามศาสตร์พระราชา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468636

โซไซตี้ : วิศวะมหิดล รีไซเคิลจักรยานเพื่อน้องบางระกำ…ตามศาสตร์พระราชา

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดโครงการ “จักรยานรีไซเคิลเพื่อน้องบางระกำ…ตามศาสตร์พระราชา” แท็กทีมจิตอาสารวมพลังรีไซเคิลจักรยานสำหรับน้องนักเรียนโดยมี ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นประธานส่งมอบ จำนวน40 คัน แก่ พ.ต.ท.โสภณ มุ้ยจั่น ผู้แทนจากโรงเรียนบางระกำ จ.พิษณุโลก

ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จักรยานและรถรางไฟฟ้า เป็น Mobility ของการสัญจรหลักในคณะวิศวกรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น Green Universityในแต่ละปีมีจักรยานที่นักศึกษาซึ่งจบไปและไม่ได้ใช้แล้ว รวมกับจักรยานบริจาคจำนวนมาก ขณะที่โรงเรียนบางระกำ จ.พิษณุโลก มีแนวคิดในการส่งเสริมนักเรียนปั่นจักรยานจากบ้าน ไป-กลับ โรงเรียน เพื่อสุขภาพของนักเรียน และลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ทั้งเป็นพาหนะที่ไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แต่ทางโรงเรียนยังขาดแคลนจักรยานสำหรับนักเรียน งานวิศวกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ESR)ในการบริหารของ ผศ.ดร.กฤษฎา อัศวสกุลเกียรติรองคณบดี จึงได้จัดโครงการ “จักรยานรีไซเคิลเพื่อน้องบางระกำ…ตามศาสตร์พระราชา” โดยระดมทีมจิตอาสาจากนักศึกษา อาจารย์ เจ้าหน้าที่มาชุบชีวิตจักรยานเก่า ให้กลับมาใช้งานวิ่งฉิวได้อีกครั้งนับเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ประโยชน์ 4 อย่าง คือ ส่งเสริมการรีไซเคิลซึ่งลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม สร้างเสริมวิถีการสัญจรเพื่อสุขภาพและไร้มลพิษแก่เยาวชน ฝึกฝนการใช้ทักษะทางวิศวกรรมของนักศึกษาและทีมจิตอาสา และสำคัญเป็นการสืบสานศาสตร์พระราชาในการแบ่งปันช่วยเหลือสังคมส่วนรวม

วิศวะมหิดล โดย ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี และ ผศ.ดร.กฤษฎา อัศวสกุลเกียรติ รองคณบดี ส่งมอบจักรยานรีไซเคิลในลอตแรก 40 คัน ความสุขจากผู้บริจาค-ผู้รีไซเคิล-ถึงผู้รับ

สุชานันท์ พิทยาธรไชยศรี นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการจิตอาสานี้ เพราะเราอยู่ในโลกยุค Circular Economy สังคมเศรษฐกิจหมุนเวียน หากมีแต่คนทิ้งอย่างเดียว โลกจะเต็มไปด้วยขยะ การได้ใช้ความคิดและทักษะความรู้ในการซ่อมจักรยาน ทำให้เราได้ส่งมอบสิ่งดีๆ มีประโยชน์ให้กับน้องเยาวชนที่อยู่ห่างไกลสนุกและประทับใจมากตอนที่เห็นจักรยานที่เสร็จแล้วทั้ง 40 คัน โหลดขึ้นรถบรรทุกเตรียมขนส่งไปที่โรงเรียน มีความสุขที่ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อน้องๆ นักเรียนได้ใช้งานประหยัดเงินและพลังงานอีกด้วย ณัฐธิดา อัลภาชน์ นักศึกษาภาคเดียวกันกล่าวว่า จักรยานแต่ละคันมีความหมายกับอีกหลายชีวิตเห็นรอยยิ้มของน้องๆ บางระกำแล้วหายเหนื่อยเลย ดีใจกับน้องๆ ที่จะได้ใช้จักรยานเป็นพาหนะเดินทางไป-กลับโรงเรียน ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ที่จะต้องมารับมาส่งได้อีกทาง ช่วงที่เรารีไซเคิลซ่อม-สร้าง แม้จะไม่เคยมีความรู้ในการซ่อมจักรยานมาก่อน แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะได้เรียนรู้ถึงอุปกรณ์และวิธีซ่อมเครื่องมือจากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแนะนำ นอกจากใช้ความรู้ซ่อมจักรยานแล้ว ยังได้มารู้จักเพื่อนต่างมหาวิทยาลัยที่มาช่วยกันด้วยค่ะ

น้องนักเรียน บางระกำ พิษณุโลก

หนึ่งในทีมจิตอาสา ปิยะ ไพบูลย์รุ่งโรจน์วิศวกรภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า พื้นฐานของวิศวกรรม คือ วิเคราะห์ ออกแบบและพัฒนา ทุกคนจะมีพื้นฐานตรงนี้อยู่แล้ว เครื่องไม้เครื่องมือพร้อม นำความรู้พื้นฐานทางวิศวะมาประยุกต์ใช้ได้ เช่น การเชื่อมเหล็ก ขัด ถูอ๊อกเหล็ก รวมไปถึงงานทางด้านไฟฟ้า โครงการนี้ผมมีหน้าที่สอนและบอกเทคนิคการซ่อมแซมแก่ทีมนักศึกษาจิตอาสา ว่าควรจับตรงไหน มุมไหนถึงจะง่ายต่อการซ่อมแซม การถอดล้อด้านหน้า-ด้านหลัง
การเปลี่ยนยางด้านใน-ด้านนอกทำอย่างไร การส่งมอบจักรยานรีไซเคิลแก่โรงเรียนบางระกำ เราได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการบำรุงรักษาจักรยานแก่เด็กนักเรียนด้วย สำหรับหลักการดูแลรักษาจักรยานเบื้องต้น เช่น ควรตรวจเช็คและเติมลมยางสัปดาห์ละครั้ง,ตรวจดูความตึงของโซ่ เบรก หรือนอตต่างๆ ให้พร้อมใช้เสมอ, หากโซ่มีปัญหาขึ้นสนิม ควรทำความสะอาดและหยอดน้ำมันเป็นระยะ, ไม่จอดจักรยานทิ้งตากแดดจัด หรือตากฝนนานเกินไป เป็นต้น

รอยยิ้มของเด็กๆ บางระกำ กับจักรยานไร้มลพิษ

รอยยิ้มของเด็กๆ บางระกำ กับจักรยานไร้มลพิษ

สุชานันท์ พิทยาธรไชยศรี นักศึกษาคณะวิศวะมหิดล

สุชานันท์ พิทยาธรไชยศรี นักศึกษาคณะวิศวะมหิดล
ณัฐธิดา อัลภาชน์ นักศึกษาคณะวิศวะมหิดล

ณัฐธิดา อัลภาชน์ นักศึกษาคณะวิศวะมหิดล
ปิยะ ไพบูลย์รุ่งโรจน์

ปิยะ ไพบูลย์รุ่งโรจน์
นักศึกษาและกลุ่มจิตอาสา กำลังช่วยกันชุบชีวิตจักรยานสองล้อ

นักศึกษาและกลุ่มจิตอาสา กำลังช่วยกันชุบชีวิตจักรยานสองล้อ
ขนลำเลียงจักรยานรีไซเคิลขึ้นรถบรรทุก

ขนลำเลียงจักรยานรีไซเคิลขึ้นรถบรรทุก

โซไซตี้ : ‘ทูตความสุข’ Happy Life Happy Thailand ส่งต่อทักษะสร้างสุขทั่วไทย มิติใหม่กิจกรรมเพื่อสังคม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/467136

โซไซตี้ : ‘ทูตความสุข’ Happy Life Happy Thailand ส่งต่อทักษะสร้างสุขทั่วไทย มิติใหม่กิจกรรมเพื่อสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

โค้ชระดับแถวหน้าของเมืองไทย พจนารถ ซีบังเกิด หรือ “โค้ชจิมมี่” ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง บริษัท จิมมี่ เดอะ โค้ช (Jimi The Coach) และสถาบันฝึกทักษะการโค้ช Thailand Coaching Academy ได้ริเริ่มโครงการสร้างความสุขให้คนไทยทั่วประเทศ โดยใช้ชื่อโครงการว่า “Happy Life Happy Thailand” ให้มุมมองทีน่าสนใจว่า ความสุขเป็นทักษะที่ฝึกฝนและต่อยอดได้ สิ่งสำคัญอยู่ตรงที่การปรับสมดุล “วงล้อแห่งชีวิต”ทั้ง 8 ด้าน ซึ่งประกอบไปด้วย “การงาน-การเงิน-สุขภาพ-ความสัมพันธ์ในครอบครัวและเพื่อน-ความรัก-การพัฒนาหรือเติบโต-การพักผ่อน-และการจัดการสภาพแวดล้อมของตนเอง” ให้อยู่ในจุดที่สามารถหมุนวงล้อให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ในแบบที่เป็นตัวเองมีความสุขในแบบฉบับที่เลือกเอง และอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม

พจนารถ ซีบังเกิด หรือ “โค้ชจิมมี่”

ด้วย Passion ในการขยายทักษะไลฟ์โค้ชให้คนทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อปลดล็อกสิ่งที่คิดว่าเป็นปัญหาแล้วสามารถดำเนินชีวิตไปข้างหน้า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมากลุ่มบริษัทจิมมี่ เดอะ โค้ช ได้แบ่งปันทักษะไลฟ์โค้ชให้กลุ่มคนที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศเช่น ทหาร ครู แพทย์ พยาบาล เกษตรกรพระสงฆ์ รวมทั้งกลุ่มจิตอาสา ผู้สูงอายุ เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ชื่อ “โค้ชเพื่อประเทศไทย”(Coaching For Thailand) และโครงการอื่นอีกมากมาย ผลปรากฏว่าได้กระแสตอบรับอย่างดียิ่ง และเป็นที่มาของการจัดตั้งบริษัท ส่งสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อดำเนินกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) นำร่องด้วยโครงการแรก “Happy Life Happy Thailand” ซึ่งเป็นภารกิจสร้าง “ทูตความสุข” (Happy Ambassador)

อนันต์ ศิลปี

โครงการ Happy Life Happy Thailand เป็นกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) รูปแบบใหม่ที่มีเป้าหมายสร้างคนคุณภาพที่มีจิตอาสาและมีทักษะการใช้ชีวิตที่สมดุล เป็นมิตร แข็งแรงจากภายในจิตใจ สร้างสรรค์บนพื้นฐานความเป็นจริงและมีจริยธรรม ภายใต้ชื่อ “ทูตความสุข” เพื่อเป็นตัวแทนส่งมอบความสุขทั่วประเทศไทยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่ต้องการพัฒนาทรัพยากรบุคคลควบคู่ไปกับการมีจิตอาสาเพื่อสังคม ซึ่ง “ทูตความสุข” ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการฝึกอบรมและเรียนรู้ศาสตร์แห่งความสุขด้วยทักษะไลฟ์โค้ช ตลอดระยะเวลา 5 วัน เพื่อพัฒนาตนเองให้แข็งแรงจากภายใน เข้าใจตนเองและผู้อื่น เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตและมีจิตสาธารณะ โดยมีเงื่อนไขการใช้ทุนคืนด้วยการถ่ายทอดและส่งต่อทักษะให้กับผู้อื่นอีก 100 คน ภายในระยะเวลา 1 ปีพร้อมรายงานผลการส่งต่อความสุข โดยรายงานทั้งหมดนี้จะถูกนำมาประมวลผลเป็นดัชนีชี้วัดความสุขในองค์รวมของประเทศ

วิยะกาญจน์ ประวิทย์สกุล

อนันต์ ศิลปี ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการคุ้มครองเด็ก ทูตความสุข รุ่น 6 บอกว่า ภารกิจในการคุ้มครองเด็กและเยาวชนซึ่งมีหน้าที่ในการฟื้นฟู แก้ไขและเยียวยาเยาวชนที่กระทำความผิดและต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ในช่วงนั้นความรู้สึกของคนในครอบครัวกับตัวเด็กเอง ทำให้เด็กและครอบครัวเกิดปัญหามากยิ่งขึ้นซึ่งเรามีหน้าที่ช่วยประคับประคองความรู้สึกนั้นเพื่อให้เด็กและครอบครัวผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยการสร้างความเข้าใจกับพ่อแม่และสังคมรอบข้างให้เปิดใจรับรู้ว่าเด็กแต่ละคนแตกต่างกันและไม่ใช้ความรู้สึกของตนเองไปตัดสิน สิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ Happy Life Happy Thailand คือ ทักษะที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขและบูรณาการเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้มีโอกาสเติบโตและแข็งแรงจากภายในจิตใจ ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า“3B” ประกอบด้วย 1.Be There อยู่กับเด็ก เข้าใจในแบบที่ตัวเด็กเป็น ให้เด็กเปิดใจ และเชื่อมั่นที่จะเรียนรู้เพื่อแก้ไขตัวเอง 2.Beingเด็กแต่ละคนมีทักษะ ความสามารถไม่เหมือนกันมีทักษะ มีทุนหรือจากพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน ซึ่งการได้เรียนรู้ตัวตนของเด็กจะทำให้การฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และ 3.Believe เรื่องนี้สำคัญมากเพราะใช้ได้ทั้งกับตัวเราเอง ตัวเด็ก และสังคมคนรอบข้าง พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ เพราะตราบใดที่ยังเชื่อว่าเด็กสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกคนก็จะไม่ปล่อยมือและจะช่วยกันพาเด็กกลับคืนสู่ครอบครัว กลับคืนสู่สังคม ปิดท้ายกันที่ วิยะกาญจน์ ประวิทย์สกุล ทูตความสุขรุ่น 6 เล่าความรู้สึกว่าสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าวด้วย Passion การทำงานด้านจิตอาสาอยากทำเพื่อคนอื่น อยากส่งต่อสิ่งดีๆ หรือความสุขให้คนอื่น เห็นคนอื่นมีความสุขเราก็รู้สึก Fulfill และมีความสุขไปด้วย ชอบที่สุดคือ เรื่อง “Being” หรือคุณสมบัติที่ดี และ“Believe” หรือความเชื่อ เพราะทำให้เราเห็นคุณค่าในตัวเองและมองเห็นคุณค่าของคนอื่นด้วย หลังจากเรียนวันแรกได้เรียนรู้ในเรื่องของ Mindset ทำให้เกิดความเชื่อขึ้นมาว่า “คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้” ที่สำคัญคือ ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น ต้องเปลี่ยนตัวเราเองก่อน เพราะถ้าตัวเรายังไม่มีความสุข แล้วเราจะไปส่งต่อความสุขให้คนได้อย่างไร?

“Happy Life Happy Thailand”ปั้น “ทูตความสุข” ที่แข็งแรงจากภายในมีจิตสาธารณะ พร้อมแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้คนรอบข้างสร้างเมล็ดพันธุ์ความสุขส่งต่อกันไป อย่างไม่สิ้นสุดกิจกรรมเพื่อสังคมโมเดลใหม่ที่จะปลดล็อกและทรานส์ฟอร์มประเทศไทยให้เป็นสังคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง

โซไซตี้ : เอ็ม บี เค เดินหน้ารณรงค์ประหยัดพลังงาน ‘MBK Energy Day’ ครั้งที่ 7 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/465630

โซไซตี้ : เอ็ม บี เค เดินหน้ารณรงค์ประหยัดพลังงาน ‘MBK Energy Day’ ครั้งที่ 7

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการรณรงค์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งการประหยัดน้ำไฟฟ้า และพลังงานเป็นอย่างมาก ซึ่งทางบริษัทได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวคิดด้านการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยพัฒนาระบบการจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดย สมพล  ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด(มหาชน) ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า “เพื่อเป็นการปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงานให้กับพนักงานและร้านค้า ทางบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)จึงได้จัดงาน “MBK Energy Day 2019” ครั้งที่ 7ขึ้นซึ่งนับเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการปลุกจิตสำนึก และส่งเสริม สนับสนุนให้บุคลากรภายในองค์กร ร่วมใจอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ และยังช่วยลดปัญหาการขาดแคลนของทรัพยากรและพลังงานในอนาคตอีกด้วย”

ภายในงานได้มีการมอบรางวัลให้กับผู้ประกอบการ /ร้านค้า ที่มีการลดการใช้ไฟฟ้ามากที่สุด มีการเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานและเข้าร่วมในกิจกรรมอบรมด้านการประหยัดพลังงานที่บริษัทจัดขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทร้านค้าทั่วไปและร้านอาหาร สำหรับประเภทร้านค้าทั่วไปที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ร้านบู๊ทส์ ชั้น 1 โซน A โดยกิติธรา วิทยาภาเลิศ ผู้จัดการร้านบู๊ทส์ ได้กล่าวถึงวิธีการประหยัดพลังงานภายในร้านว่า “เราจะรณรงค์การประหยัดไฟฟ้าและพลังงานทุกชนิด โดยจะปิดอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้งาน  และใช้เท่าที่จำเป็น ซึ่งได้แก่ เครื่องคิดเงิน ตู้ทำน้ำเย็น คอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศและไฟในร้าน

สำหรับประเภทร้านอาหาร ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศได้แก่ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่ง วารุณี เพิ่มต่อศักดิ์ ผู้จัดการร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ชั้น 2 ได้กล่าวว่า “เราจะมีวิธีประหยัดพลังงานทั้งหมด 3 อย่าง อันดับแรก ทางร้านจะเปลี่ยนหลอดไฟให้เป็นหลอดไฟประหยัดพลังงาน  อันดับที่ 2 เครื่องล้างจาน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ระดับพลังงานความร้อนสูง ทางร้านจึงปรับระดับความร้อนให้ลดลงแต่ยังคงสามารถฆ่าเชื้อทำความสะอาดได้เหมือนเดิม อันดับที่ 3 เครื่องปรับอากาศซึ่งเราจะเปิดใช้งานเฉพาะจุดและใกล้เวลาร้านเปิดเท่านั้น เมื่อถึงเวลาปิดทางร้านจะปิดเครื่องปรับอากาศตั้งแต่เวลา 21.30 น. โดยจากเดิมเคยปิดเวลา 23.00 น. ตอนนี้ก็ปรับเปลี่ยนมาปิดเร็วขึ้น ค่ะ”

และยังเปิดโอกาสให้พนักงานเข้าร่วมประกวดสุดยอดไอเดียประหยัดพลังงานเหนือจินตนาการ ภายใต้แนวคิด “SMART ENERGY & INNOVATIVE THINKING” เพื่อค้นหา MBK Green Hero เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายแนวคิดการประหยัดพลังงานแบบใหม่ๆ โดยเป็นการตัดสินจากยอดไลค์สูงสุดใน Facebook: MBK NEWS

ทั้งนี้ยังมีการบรรยายพิเศษช่วง Energy Talk ในหัวข้อ “SMART ENERGY”อนาคตพลังงานไทย กำหนดได้ด้วยตัวคุณ จาก ภูษิต โชติสวัสดิ์อาจารย์ประจำ/ที่ปรึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมเครื่องกลและเชี่ยวชาญในด้านการจัดการพลังงานและอนุรักษ์พลังงาน  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี  รวมถึงการจัดบูธกิจกรรมที่ให้สาระความรู้ด้านการอนุรักษ์และประหยัดพลังงานจากหน่วยงานต่างๆ ที่นำเทคโนโลยีทันสมัยมาช่วยพัฒนาระบบการจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนกิจกรรมเกมต่างๆ ได้แก่ E-Walk Rally วงล้อพลังงาน  Random Lucky ฯลฯ พร้อมแจกต้นไม้เป็นของที่ระลึกและของรางวัลมากมายให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยงานนี้มีพนักงานและผู้ประกอบการ/ร้านค้าให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ณชั้น 5  โซน D (Outlet in Town)  ศูนย์การค้าเอ็ม บี เคเซ็นเตอร์ เมื่อเร็วๆ นี้

โซไซตี้ : ‘The Stock Master University’ สุดยอดโครงการเรียนรู้ด้านการลงทุนของหลักทรัพย์บัวหลวง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/465421

โซไซตี้ : ‘The Stock Master University’ สุดยอดโครงการเรียนรู้ด้านการลงทุนของหลักทรัพย์บัวหลวง

วันเสาร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ประสบความสำเร็จต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สำหรับโครงการ “The Stock Master University” ที่เกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการเงินและการลงทุนให้แก่นักศึกษาระดับอุดมศึกษา เพื่อให้เขาเหล่านั้นมีวินัยทางการเงินและสามารถบริหารจัดการการเงินของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการหลักทรัพย์บัวหลวง กล่าวว่า “ทักษะทางการเงินและการลงทุนที่ดีเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทุกคนควรมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ยิ่งมีความรู้ความเข้าใจมากและเร็วเท่าไหร่ ยิ่งสร้างผลดีให้กับเราในอนาคตมากเท่านั้น อันเป็นที่มาให้หลักทรัพย์บัวหลวง ริเริ่มโครงการ The Stock Master University ในปี 2561 เพื่อต้องการให้โครงการเรียนรู้นี้ได้มีส่วนช่วยเป็นสะพานเชื่อมต่อคนรุ่นใหม่ไปสู่ความสำเร็จในด้านการออมและการลงทุนในอนาคต”

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ.

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา (ปี 2561-2562) โครงการ The Stock Master University ได้รับความสนใจจากมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นจำนวนมาก โดยหลักทรัพย์บัวหลวงได้เดินหน้าให้ความรู้แก่นักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยไปแล้วหลายสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยบูรพา และ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นต้น รวมจำนวนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการกว่า 3,000 คน

นักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้เรื่องบริหารการเงินส่วนบุคคลและการลงทุน เพื่อการวางแผนการเงินที่เหมาะสมอย่างยั่งยืน ซึ่งเนื้อหาหลักสูตรการเรียนรู้จะแบ่งออกเป็น4 หลักสูตร คือ 1.พื้นฐานการลงทุนในหุ้น 2.นวัตกรรมและวิธีการวิเคราะห์หุ้นในยุคออนไลน์ 3.การลงทุนในกองทุนรวม และ 4.วิธีการบริหารการเงินส่วนบุคคล โดยแต่ละหลักสูตรจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน และการลงทุนจากทีมผู้สนับสนุนโครงการมาให้ข้อมูลสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละหัวข้อ นอกจากนี้ หลักทรัพย์บัวหลวงยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาอาสาสมัครเข้ามาเป็นทีมงานของโครงการ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับธุรกิจการเงิน และพัฒนาทักษะการทำงานอย่างมืออาชีพ

คณะเศรษฐศาสตร์ มธ.

“The Stock Master University ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เรื่องการเงินและการลงทุนเท่านั้น แต่ยังให้ประสบการณ์ที่ดีในการทำงานด้วย เพราะนักศึกษาที่อาสาเข้ามาเป็นทีมงานของโครงการ จะได้รับประสบการณ์จริงในการทำงานเป็นทีมและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ถือเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนออกไปสู่โลกของการทำงาน” พิเชษฐ กล่าวทิ้งท้าย

พีรวิชญ์ สุนทรถาวรวงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ และหัวหน้าทีมกิจกรรม เล่าว่า “โครงการนี้มีประโยชน์มากกับนักศึกษาที่กำลังจะก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน เพราะได้เรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกับผู้อื่น และรู้จักรับมือกับอุปสรรคต่างๆที่เข้ามาในระหว่างปฏิบัติงาน นอกจากนั้นยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ทำให้โลกการลงทุนขยับเข้ามาใกล้คนรุ่นใหม่มากขึ้น ผมในฐานะหัวหน้าทีมขอเป็นตัวแทนนักศึกษาขอบคุณโครงการนี้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีส่วนร่วม และแสดงความสามารถ และอยากจะเชิญชวนเพื่อนนักศึกษามาสมัครเข้าร่วมโครงการในปีต่อไป”

หลักทรัพย์บัวหลวงเชื่อมั่นว่า การเรียนรู้คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด เราจึงไม่หยุดเดินหน้าที่จะส่งมอบความรู้และประสบการณ์แก่เยาวชน ให้เป็นนักลงทุนที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ม.บูรพา

ม.รังสิต

มศว.

ม.ราชมงคลธัญบุรี

โซไซตี้ : สภาสังคมสงเคราะห์ฯ สร้างโอกาสและส่งเสริมอาชีพคนพิการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462986

โซไซตี้ : สภาสังคมสงเคราะห์ฯ สร้างโอกาสและส่งเสริมอาชีพคนพิการ

วันเสาร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล็งเห็นศักยภาพในการประกอบอาชีพของคนพิการจัดโครงการ “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ” โดยการสนับสนุนจากโครงการสลากการกุศล เพื่อเป็นการสร้างโอกาสและส่งเสริมอาชีพให้คนพิการทั่วประเทศ ได้นำผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 -15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี พล.อ.สิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯเป็นประธานเปิดงาน พร้อมแขกผู้มีเกียรติมากมาย และสองสาว เนย-วรัฐฐา อิมราพร-แจม-ชรัฐฐา อิมราพร ที่มาสร้างสีสันและเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆ ภายในงาน

พล.อ.สิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

พล.อ.สิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เผยว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการทุกภูมิภาคทั่วประเทศที่มีความสามารถ มีศักยภาพในการจัดทำผลิตภัณฑ์งานฝีมือ หรือผลิตภัณฑ์สินค้าด้านการเกษตร ตลอดจนคนพิการที่มีความสามารถทางอาชีพด้านต่างๆ ได้มีพื้นที่ในการแสดงสินค้าและจำหน่าย เพื่อเป็นการขยายช่องทางการตลาด และเกิดการรวมกลุ่มผู้ประกอบการคนพิการที่มีศักยภาพภายใต้กิจกรรมที่หลากหลาย กระตุ้นการบูรณาการร่วมกันระหว่างองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการขับเคลื่อนการพัฒนา ส่งเสริมด้านอาชีพ ให้คนพิการอย่างยั่งยืน และเป็นจุดศูนย์รวมให้คนพิการทั่วประเทศ ได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในด้านการประกอบอาชีพซึ่งกันและกัน พร้อมแสดงทักษะด้านอาชีพให้บุคคลทั่วไปได้รับรู้ และมีเจตคติที่ดีต่อคนพิการ ส่งเสริมให้คนพิการมีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม โดยงานในครั้งนี้มีคนพิการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นจำนวนมาก

ประธานเปิดงาน พล.อ.สิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วยคณะกก. แขกผู้มีเกียรติ และผู้พิการตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จด้านอาชีพร่วมในพิธีเปิด “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ”

“มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ” ในครั้งนี้ประกอบด้วย กิจกรรมมากมาย อาทิ การบรรยาย / ทอล์กโชว์สร้างแรงบันดาลใจจากคนพิการที่ประสบความสำเร็จด้านอาชีพ โดยบุคคลตัวอย่าง ได้แก่ คำรณ มะนาวหวาน ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว หรือทางร่างกาย, ปิยะพร ศิลปาจารย์ ผู้พิการทางการ ได้ยิน, สุนทร งามเกิดศิริ ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย, ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์“น้องธันย์” เจ้าหน้าที่ผู้สำรวจความสุขคนไข้โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล แจ้งวัฒนะ, ดำเกิง มุ่งธัญญา “ครูไอซ์”ครูสอนภาษาอังกฤษ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยโชว์การแสดงความสามารถพิเศษทางด้านอาชีพของคนพิการ อาทิ การแสดงดนตรีโดย อุไร มณีศรี ผู้พิการทางการมองเห็น อีกทั้ง การแสดงจากสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ บ้านเฟื่องฟ้า บ้านราชวิถีบ้านนนทภูมิ จังหวัดนนทบุรี, การแสดงจากโรงเรียนศรีสังวาลย์, การแสดงจากโรงเรียนกาญจนาภิเษกสมโภชฯ, การแสดงวงดนตรีและนักร้องจากกรมดุริยางค์ทหารบก, กองดุริยางค์ทหารเรือ, กองดุริยางค์ทหารอากาศ และกองสวัสดิการสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, การแสดงจากโรงเรียนสอนคนตาบอด กรุงเทพฯ การแสดงจากโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์, การแสดงจากโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์, การแสดงจากโรงเรียนปัญญาวุฒิกร, การแสดงจากโรงเรียนประชาบดี, การแสดงจากโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, การแสดงจากสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย, การแสดงจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษ(บ้านชวนชื่น) นอกจากนี้ในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์/สินค้า จำหน่ายอาหาร จัดทำโดยคนพิการ การสาธิตการจัดทำผลิตภัณฑ์ และการประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมของคนพิการ การจัดกิจกรรมการแสดงความสามารถทางด้านอาชีพของคนพิการ การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการส่งเสริมอาชีพคนพิการ การให้บริการนวดเพื่อสุขภาพ และการพยากรณ์ดวงชะตาโดยคนพิการทางการเห็น และการเชิญหน่วยงาน สถาบันต่างๆ จัดฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นให้คนพิการและผู้มาร่วมงานที่สนใจอีกด้วย

สองสาว เนย-วรัฐฐา อิมราพร และ แจม-ชรัฐฐา อิมราพร มาร่วมสร้างสีสันและเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆ ภายในงาน

สองสาว เนย-วรัฐฐา อิมราพร และ แจม-ชรัฐฐา อิมราพร มาร่วมสร้างสีสันและเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆ ภายในงาน
โชว์การแสดงจากนักเรียนโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์

โชว์การแสดงจากนักเรียนโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์

ส่วนหนึ่งของร้านค้ามหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ

ส่วนหนึ่งของร้านค้ามหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ

โซไซตี้ : LPN ชวนคนเสพติดวิธีคิดใหม่ เปลี่ยนพฤติกรรมกู้โลก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/460239

โซไซตี้ : LPN ชวนคนเสพติดวิธีคิดใหม่ เปลี่ยนพฤติกรรมกู้โลก

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ถังขยะในโครงการ LPN

นับวัน “ขยะ” ยิ่งจะกลายเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะไม่เพียงแต่การเพิ่มขึ้นของขยะที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรเท่านั้น แต่การจัดการขยะอย่างไม่ถูกวิธีก็กำลังส่งผลกระทบกลับสู่มนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างจากการกำจัดขยะพลาสติกด้วยการเผา นอกจากจะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจแล้ว สารพิษยังสามารถสะสมในดินและน้ำ ทำให้เกิดโรคในคนและสัตว์ สร้างมลพิษทำให้เสียสมดุลธรรมชาติและกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงอีกด้วย

ไทยติดอันดับ 6 ของประเทศที่มีปริมาณขยะมากที่สุดในโลก และกำลังเผชิญปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก จึงนับว่าเป็นข่าวดีที่ประเทศของเรามีร่างโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกของประเทศ พ.ศ. 2651-2573 ที่ผ่านการระดมสมองร่วมกันจากทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรระหว่างประเทศ และประชาชนที่เกี่ยวข้อง โดยเป้าหมายแรกกำหนดไว้ว่าภายในปี 2565 ต้องลดและเลิกใช้พลาสติก 7 ชนิด แล้วใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนเป้าหมายที่ 2 กำหนดว่าภายในปี 2570 จะนำขยะพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้กลับมาใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์

โอภาส ศรีพยัคฆ์ CEO LPN

LPN เอง ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และทำหน้าที่บริหารโครงการหลังการขาย ได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมาโดยตลอด จึงได้จัดกิจกรรมชักชวนให้เจ้าของร่วมในโครงการสร้างจิตสำนึกในการคัดแยกขยะอย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ปี โดยได้จัดตั้งถังคัดแยกขยะมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้ รวมถึงจัดให้มี “ถุงผ้าให้ยืม” โดยเริ่มนำร่องในบางโครงการเพื่อชักชวนให้เกิดวงจรการลดใช้ถุงพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง

โอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)(LPN) เปิดใจว่า “LPN มองว่าสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ โดยในส่วนของบริษัท เรามีแนวทางที่เกี่ยวกับความรับผิดต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ชัดเจนทั้งในกระบวนการ อิงกระบวน และนอกกระบวนการ เรายังประสบความสำเร็จในการชักชวนให้เจ้าของร่วมซึ่งมีอยู่ราว 130,000ครอบครัว ใน 151 โครงการช่วยกันคัดแยกขยะ ซึ่งแนวคิดนี้ยังได้ถ่ายทอดไปยังเด็กและเยาวชนในโครงการที่จะเป็นกำลังสำคัญต่อไปในอนาคต”

LPN Recycle Bin

“และสำหรับในปีนี้ เราได้ต่อยอดแนวคิดของการช่วยลดปริมาณขยะไปยังกลุ่มลูกค้าด้วยการเลิกเสิร์ฟน้ำถ้วยพลาสติกในสำนักงานขาย รวมถึงการเชิญชวนพนักงานใช้แก้วน้ำ และถุงผ้า นอกจากนั้น เรายังได้ร่วมในโครงการ “วน” ของเครือบริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) ตั้งกล่องขอรับขยะพลาสติกประเภทที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ไว้ที่อาคารลุมพินี ทาวเวอร์ เพื่อที่อย่างน้อยจะได้ช่วยให้พลาสติกยังหมุนวนอยู่ในระบบและลดปริมาณขยะที่จะออกสู่สิ่งแวดล้อมด้วย”

ภารกิจพิชิต “ขยะ” คงไม่ใช่ Mission possible ที่สามารถทำให้บรรลุได้ภายในเวลาอันใกล้ แต่ถ้าทุกคน ทุกฝ่าย ร่วมมือร่วมใจ หันมาเสพติดและส่งต่อพฤติกรรม 3Rs คือ Reduce,Reuse และ Recycle ก็เชื่อได้แน่ว่าโลกสีฟ้าน้อยๆ ใบนี้ จะเป็นพื้นที่แห่งความสุขให้กับลูกหลานของเรารวมถึงสัตว์น้อยใหญ่ไปอีกนานเท่านาน

LPN ชวนลดขยะ

LPN ชวนลดขยะ

โซไซตี้ : เปิดตัว‘ซุปเปอร์พาร์ค’ สวนสนุกในร่มสุดฮิตจากฟินแลนด์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/460046

โซไซตี้ : เปิดตัว‘ซุปเปอร์พาร์ค’ สวนสนุกในร่มสุดฮิตจากฟินแลนด์

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มร.ไอตอร์ เด ลา ตอร์เร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารซุปเปอร์พาร์คสากล มร.ยูฮา แทนสกาเน็น ประธานกรรมการบริหารซุปเปอร์พาร์คสากล พร้อมด้วย มร.มาร์ค กุมาราสินห์ ประธานกรรมการบริหารซุปเปอร์พาร์คเอเชียซุปเปอร์พาร์ค ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติในงานเปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการ “ซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย” สวนสนุกในร่มซึ่งรวบรวมกิจกรรมที่ปลอดภัยและสนุกสนานไว้อย่างครบครันมากที่สุดจากประเทศฟินแลนด์ บนพื้นที่กว่า4,000 ตารางเมตร โดยนำเสนอกิจกรรมและฐานเครื่องเล่นที่ทั้งสนุกสนานและปลอดภัยสำหรับผู้คนทุกเพศทุกวัยมากกว่า 25 ชนิด เพื่อการสร้างสรรค์ช่วงเวลาคุณภาพของครอบครัว ผ่านกิจกรรมที่มอบชีวิตชีวา พลังงาน และความกระฉับกระเฉง อันเปี่ยมด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทุกคน ร่วมเปิดประสบการณ์ความสนุกรูปแบบใหม่ โดย บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์-น้องวันใหม่ และ ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ ณ แลนด์มาร์คระดับโลก ไอคอนสยามชั้น 6 เมื่อเร็วๆ นี้

ซุปเปอร์พาร์ค คือสวนสนุกในร่มซึ่งรวบรวมกิจกรรมที่ปลอดภัยและสนุกสนานไว้อย่างครบครันมากที่สุด เปิดตัวครั้งแรกที่เมืองวูโอคาตติ ประเทศฟินแลนด์ ในปี ค.ศ. 2012 และปัจจุบันมีซุปเปอร์พาร์ค ทั้งหมด 10 สาขา ในฟินแลนด์ โดยมีเป้าหมายเพื่อการนำเสนอกิจกรรมกีฬาที่สนุกสนานและส่งเสริมให้ผู้คนทุกเพศทุกวัยและทุกระดับความฟิตมีความกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น สำหรับซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย คือส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจระดับสากล ซึ่งครอบคลุมทั้งยุโรป จีน (ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้) สิงคโปร์ และมาเลเซีย โดยครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,000 ตารางฟุต ภายในไอคอนสยาม ประกอบด้วยพื้นที่กิจกรรมหลัก 3 โซน พร้อมบริการห้องจัดงานเลี้ยง 6 ห้อง

โซไซตี้ : พิธีมอบทุนและรางวัล เนื่องในวันครบรอบ 65 ปี คณะวารสารศาสตร์ฯ มธ.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458810

โซไซตี้ : พิธีมอบทุนและรางวัล เนื่องในวันครบรอบ 65 ปี คณะวารสารศาสตร์ฯ มธ.

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อภิรักษ์ อภิสารธนรักษ์ มอบทุนการศึกษากองทุนประกิต อภิสารธนรักษ์

คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ครบรอบปีที่ 65 โดยมี รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ในโอกาสนี้ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน จัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาระดับปริญญาตรีจากกองทุนประกิตอภิสารธนรักษ์ ประจำปี 2562 แก่นักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 3 ทุน ทุนละ20,000 บาท รวมเป็นเงินทุนการศึกษา 60,000 บาทโดยได้รับเกียรติจาก อภิรักษ์ อภิสารธนรักษ์กรรมการผู้จัดการบริษัทประกิต โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบทุน

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ.ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี การสถาปนาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน โดยมี ผศ.ดร.อัจฉราปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ต้อนรับ

นอกจากนี้ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ได้จัดสรรทุนการศึกษาจากกองทุนพัฒนา คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 จากเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา บุคคลและหน่วยงานต่างๆ ที่ประสงค์บริจาคเงินให้คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เพื่อเป็นประโยชน์แก่คณะวารสารศาสตร์ฯ และนักศึกษา โดยในปี พ.ศ. 2562 ได้จัดสรรเงินจากกองทุนเป็นทุนการศึกษา จำนวน 7 ทุนทุนละ 20,000 บาท รวมเป็นเงินทุนการศึกษา140,000 บาท พร้อมกันนี้ภายในงานได้จัดพิธีมอบรางวัลแก่นักศึกษาที่ผ่านการอบรมหัวข้อ “Fake News and Disinformation” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน และองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) พร้อมทั้งมอบรางวัลแก่คณาจารย์ที่มีผลงานด้านการวิจัยทั้งในระดับชาติและนานาชาติที่สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยของคณะวารสารศาสตร์ฯ ให้มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ และมุ่งสู่การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย โดยมีคณาจารย์ที่ได้รับรางวัลดังนี้ รางวัลสำหรับผลงานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์ลงในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติ (Scopus, ISI Web of Science) สูงสุด และการเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ในเวทีระดับนานาชาติสูงสุด ได้แก่ รางวัลประเภทผลงานวิจัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.วิกานดา พรสกุลวานิช จากผลงานเรื่อง “Excessiveuse of Facebook: The influence of self-monitoring and Facebook usage on socialsupport” รางวัลประเภทผลงานสร้างสรรค์ ผศ.จักรวาล นิลธำรงค์ จากผลงานเรื่อง กำจร สันกว้าน (Kamjorn Sankwan) เผยแพร่ในงาน Berwick Film & Media Arts Festival 2018 เมือง Berwick-upon-Tweed สหราชอาณาจักร, รางวัลสำหรับผลงานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์ลงในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลระดับชาติ (TCI กลุ่มที่ 1) สูงสุด และการเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ในเวทีระดับชาติ สูงสุด ได้แก่ ผศ.ดร.นันทพร วงษ์เชษฐาจากผลงานวิจัยเรื่อง “การสื่อสารทางการเมืองเพื่อการโต้แย้งของภาคประชาชนในประเทศไทยระหว่าง 30 ตุลาคม พ.ศ.2556-22 พฤษภาคมพ.ศ.2557” ตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีที่ 13 ฉบับที่ 2 (ฉบับเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2561) และรางวัลสำหรับบทความที่ตีพิมพ์ลงในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติและได้รับการอ้างอิงสูงสุด (Scopus, ISI Web of Science)ได้แก่ ผศ.ดร.วิกานดา พรสกุลวานิช จากบทความเรื่อง “Personality, attitudes, social influences,and social networking site usage predictingonline social support” ตีพิมพ์ในวารสารComputers in Human Behavior มีจำนวนการอ้างอิง 18 ครั้ง

มอบรางวัลคณาจารย์ที่มีผลงานวิจัยดีเด่น

ทั้งนี้ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ยังคงยึดมั่นในการดำเนินงานตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยที่ครอบคลุมทั้งด้านการเรียนการสอน และกลไกต่างๆ เพื่อรองรับหลักสูตรปริญญาตรีภาคภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติที่สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยในรูปแบบ Active Learning และการขยายโอกาสทางการศึกษาด้วยรูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ อาทิ โครงการ Gen Next Academy พร้อมทั้งสนับสนุนให้คณาจารย์ผลิตและเผยแพร่ผลงานวิจัยมากขึ้น นอกจากนี้คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในภาควิชาชีพ อาทิ สถานีโทรทัศน์ Thai PBS และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงองค์กรภาคเอกชนเพื่อพัฒนานักศึกษาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการร่วมกัน

มอบทุนการศึกษากองทุนพัฒนาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน

มอบประกาศนียบัตร-Fake News and Disinformation

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มธ.ร่วมแสดงความยินดี

รศ.ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ฯ ร่วมแสดงความยินดี

โซไซตี้ : กลุ่มสยามคันทรีคลับ Share ความสุข เพื่อเยาวชนและคนไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457422

โซไซตี้ : กลุ่มสยามคันทรีคลับ Share ความสุข เพื่อเยาวชนและคนไทย

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กลุ่มสนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ พัทยา3 สนาม คือ โอล์ดคอร์ส แพลนเทชั่น และวอเตอร์ไซด์นำทีมโดย สุขุมาลย์ ขินมหาวงศ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหาร (โอล์ดคอร์ส), สีไพร สุขสม ผู้ช่วยจัดการทั่วไป (แพลนเทชั่น), สุทธิ เพชรเรือนทอง ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหาร (วอเตอร์ไซด์),วันทนา กวินจรัสรัชต์ ผู้ช่วยจัดการอาวุโสฝ่ายขายและการตลาดกลุ่มสนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ พร้อมด้วยพนักงาน ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชน ประชาชน และสิ่งแวดล้อม ได้จัด3 กิจกรรมดีๆ เพื่อคืนกำไรกลับสู่สังคมในรูปแบบของการ “ให้” ความสุขแก่เยาวชน ประชาชนคนไทย และชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ การแข่งขันกอล์ฟการกุศล “สยามคันทรีคลับ Care & Share Golf Charity 2019 ได้มอบเงินสนับสนุนแก่โรงพยาบาลชลบุรี 138,000 บาท เพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการซื้อเครื่องมือแพทย์ช่วยเหลือผู้คนในจังหวัด และบริจาคสิ่งของที่จำเป็นและถวายปัจจัย 150,000 บาท แด่พระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุจังหวัดลพบุรี เพื่ออุปการะช่วยเหลือผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ได้รับผลกระทบ อาทิ ลูกของผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิต รวมถึง เด็กๆ ที่ด้อยโอกาส เป็นต้น และกิจกรรมปลูกปะการัง มอบเงินสนับสนุน 50,000 บาท เพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้เป็นฐานการสร้างแนวประการัง รวมทั้ง 3 กิจกรรม 3 สนาม รวมทั้งสิ้น 338,000 บาท

ที่สำคัญ การแชร์ และปันความสุขในการให้ครั้งนี้ นับว่ายิ่งใหญ่มาก เนื่องจากเป็นการแสดงพลังของคนทำงานทุกระดับในสนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ แบ่งปันสิ่งดีๆ เพื่อสังคมที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป และในปี 2020 เดือนมกราคม พร้อมเปิดสนามที่ 4 Siam CountryClub Pattaya Rolling Hills