โซไซตี้ : เปิดตัว SAP ‘วิชาชีพออนไลน์’ ตอบโจทย์โลกอนาคต

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457226

โซไซตี้ : เปิดตัว SAP ‘วิชาชีพออนไลน์’ ตอบโจทย์โลกอนาคต

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ขอต้อนรับสู่ SAP เพื่อการเรียนรู้ยุคดิจิทัล

ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ไลฟ์สไตล์และวิถีชีวิตของสังคมเปลี่ยนไป คนยุคใหม่ต้องปรับตัวสถาบันการศึกษาต้องปรับเปลี่ยน ด้วยโลกอนาคตเป็นของคนรุ่นใหม่ ดังนั้นจึงต้องเตรียมคนแห่งอนาคต เพื่อเผชิญกับความท้าทายของโลกที่เปลี่ยนแปลง วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามเทค (สยามเทค)พร้อมแล้วจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาสร้างมิติใหม่ในการเปลี่ยนแปลง สู่ Digital TransformationVocational School ในโครงการ Siam AdvancedProgram (SAP) “วิชาชีพออนไลน์” โดย Siamtechจับมือกับ Startups สร้างความร่วมมือในเรื่องของหลักสูตรและพัฒนาไลน์วิชาใหม่ๆ และจัดระบบโปรแกรมการบริหารวิทยาลัย โดยใช้ แอพพลิเคชั่น School Bright เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลง
ครั้งนี้

สยามเทคจับมือ Startups เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ยุคดิจิทัล

รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค) กล่าวว่างานเปิดตัว Siam Advanced Program (SAP) นี้SiamTech จับมือ Startups เพื่อเปลี่ยนผ่านLearning Experience (LX) โดย Startups ที่ร่วมมือใน Phrase 1 นี้ ได้แก่ SkillLane : Learning Platform โดยร่วมจัดทำ 4 วิชาแรก ได้แก่ Smart Home, Drone 101, Lifestyle Blogger และ The Agorithm / Speex : Learning App พัฒนา Content โดย University of Cambridge สำหรับพัฒนาการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยนักศึกษาฝึกฝนทบทวนทักษะภาษาได้ทุกที่ทุกเวลา มี pre และpost-Test โดยอ้างอิงกับเกณฑ์ CEFR / Sky 11 (สกาย วัน วัน) : Drone Service ที่มาร่วมจัดการสอนด้าน Drone ที่จะมาเป็น Disruptor หลายอุตสาหกรรม อาทิ การสำรวจ โลจิสติกส์ การเกษตรเป็นต้น และ School Bright : School Management System ที่จะมาช่วยทำ Data Managementและ Data Analytics โดยอำนวยความสะดวกและเก็บข้อมูล อาทิ การลงทะเบียน ตารางเรียน คะแนนเก็บคะแนนสอบ คะแนนพฤติกรรม การยืมอุปกรณ์e-wallet ตลอดจนลดภาระครูและบุคลากรด้านการจัดทำและจัดเก็บเอกสาร

รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช กล่าวเปิดโครงการ SAP “วิชาชีพออนไลน์”

“ด้วยโลกยุคใหม่มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้น ดังนั้น สถาบันการศึกษา ต้องปรับตัวให้ทันและพัฒนาหลักสูตรใหม่ๆ เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลง และช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียนโดยที่นักศึกษาไม่จำเป็นต้องเรียนในห้องเรียนเท่านั้น เพราะการศึกษาแบบออนไลน์สามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา และยังสามารถควบคุมคุณภาพการเรียนการสอนได้ด้วย โดยเริ่มแรกมุ่งเน้นนำร่อง 4 วิชาชีพ เพื่อตอบโจทย์แรงงานยุคใหม่ที่เป็นที่ต้องการของโลกอนาคต”

สยามเทคผนึก SkillLane ปั้น SAP เรียนรู้คอร์สออน ไลน์ เอกฉัตรอัศวรุจิกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการฯ SkillLane, รศ.ดร.จอมพงศ์มงคลวนิช ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค), กวิน กตัญญูทวีทิพย์ ผจก.โครงการ Siamtech Advanced Program (SAP)

เปิดรับสมัครผู้สนใจทั่วไปก่อนประมาณต้นปี 2563 ซึ่งจะเริ่มนำร่อง 2 วิชาก่อน คือ Smart Home และ Drone 101 โดยแต่ละหลักสูตรจะใช้เวลาเรียนประมาณ 4-6 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดประสิทธิผลจากเรียนมากที่สุด การเรียนในแต่ละหลักสูตรจะเน้นสอนตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน หากมีข้อสงสัยก็จะมีช่องทางให้สอบถามเพิ่มเติม ผ่านกระดานถาม-ตอบ และก้าวต่อไปในอนาคตของโครงการ SAP สยามเทคจะเน้นทักษะที่กำลังมาแรงเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจเป็นการพัฒนาคนสู่ศตวรรษที่ 21 ก็คือทักษะด้าน “Coding” และทักษะด้าน “Design Thinking” หรือกระบวนการคิดเชิงออกแบบอย่างสร้างสรรค์ที่ต้องติดตามกันต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.090-0178538 / E-mail: hemmin_tha@siamtech.ac.th #SAP #SIAMTECH

โครงการ SAP เพื่อการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา นรินทร์ คูรานาซีอีโอและผู้ก่อตั้ง School Bright, รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช และ ดร.ศิวัตม์ สายบัว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี Sky 11

โชว์ Dorne เครื่องบินไร้คนขับเพื่อการเรียนรู้

วันเวลา วนะภูติ กก.ผจก. Speexx ประเทศไทย

โซไซตี้ : Give & Take แค่ให้ … ก็ได้รับ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455896

โซไซตี้ : Give & Take แค่ให้ … ก็ได้รับ

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หลายคนอาจมองว่าการ “ให้” คือการเสียสละ โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนกลับคืนมานอกจากความสบายใจ ความอิ่มเอมใจที่ได้เป็นผู้ให้แต่บางคนอาจเกิดความลังเล เพราะคิดว่าให้แล้ว น่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับคืนมา อาจเป็นอะไรสักอย่างที่เป็นผลประโยชน์ที่คุ้มค่า ทั้งที่จริงๆ แล้ว ผลประโยชน์ที่คุ้มค่าในการ “ให้” นั้น คือการสร้างโอกาสที่ดีให้กับคนบางคนได้เปลี่ยนชีวิตของตัวเอง

บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) หนึ่งบริษัทที่เห็นความสำคัญของการ “ให้” เท่ากับการสร้างโอกาส โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาวัยที่พร้อมรับพลังบวก ซึ่ง LPN มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสด้วยการ “ให้” ทุนการศึกษาที่ไม่ใช่ทุนในลักษณะตัวเงิน แต่เป็นทุนที่พักอาศัย “LPN Scholarship” จำนวน 100 ทุน ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นำร่องในคอนโดลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 พิจารณาจากสถาบันการศึกษาที่ดีและมีคุณภาพ พร้อมทั้งอยู่ใกล้กับโครงการ โดยทุนนี้มอบให้ตั้งแต่ปี 2561 จนจบการศึกษา และจากวันนั้นมาในปีนี้บริษัทได้จัดปฐมนิเทศให้กับน้องนักศึกษาในโครงการ “LPN Scholarship” โดยบรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ใช้การนำกิจกรรมสันทนาการมาสานสัมพันธ์ แฝงด้วยสาระดีๆเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในแนวทางการพักอาศัยตามระเบียบของนิติบุคคลอาคารชุด รวมถึงแนะนำการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน

จนมาวันนี้ น้องนักศึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่ได้รับทุน มารวมตัวกันตอบแทนการ “ให้” ด้วยการนำเสนอกิจกรรมจิตอาสาในโครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 ร่วมกับฝ่ายบริหารจัดการชุมชนของบริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์จำกัด (มหาชน) (LPP) ในเครือ LPN โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ” คอยให้บริการนวดผ่อนคลายเท้าให้กับเจ้าของร่วมและผู้พักอาศัยในชุมชน ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสองวันประมาณ 155 คน ทั้งเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ สร้างความภาคภูมิใจให้กับบริษัทที่เป็นผู้ให้ ขณะเดียวกันน้องผู้รับก็มีความภูมิใจที่ได้เป็นผู้ให้ด้วยเช่นกัน

วรกานต์ วิเชนสวัสดิ์ หรือลูกปัท คือตัวอย่างของผู้รับที่กลายเป็นผู้ให้อย่างน่าชื่นชม น้องศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 สาขาสุขภาพและความงาม วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้เล่าให้ฟังถึงเหตุผลที่ตัดสินใจรวมตัวกับเพื่อนๆ จัดกิจกรรม “จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ” ที่โครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 ว่า

“เริ่มจากปัทได้คุยกับเพื่อนๆ ที่ได้รับทุนที่พักอาศัยของ LPN ว่าอยากตอบแทนสิ่งดีๆ ด้วยการทำประโยชน์ให้กับผู้พักอาศัยในชุมชนลุมพินีบ้าง โดยนำความรู้ความสามารถด้านการแพทย์แผนไทยมาแบ่งปัน เลยไปเสนอที่ฝ่ายบริหารจัดการชุมชนของที่นี่ ซึ่งพี่เขาก็เปิดโอกาสให้ เพราะโดยปกติแล้วที่นี่จัดกิจกรรมให้ผู้พักอาศัยได้มีส่วนร่วมกันอยู่แล้ว ทุกคนที่นี่น่ารักมาก ยิ้มตอบรับเราเป็นอย่างดี มีความเป็นกันเอง ชื่นชมในกิจกรรม และอยากให้กลับมาอีก ทำให้ปัทกับเพื่อนๆ หายเหนื่อยกันเลยค่ะและจากกิจกรรมนี้ พบว่าคนในชุมชนยังประสบปัญหาอาการตึงบริเวณคอ บ่า ไหล่ กันอยู่ จึงคิดต่อยอดกิจกรรมครั้งต่อไปว่าจะเพิ่มการตรวจรักษาแบบแพทย์แผนไทย นวดเฉพาะจุด และนวดไทยเพื่อสุขภาพ”

เชื่อเถอะว่าเมื่อใดที่เป็นผู้ให้ การ “ให้” ของเราไม่สูญเปล่าแน่นอน เพราะผู้รับเองก็ต้องเกิดความรู้สึก“อยากให้” บ้างเช่นกัน เสมือนเป็นการสร้างวัฏจักรความดีที่เกิดจากการ “ให้” ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

โซไซตี้ : CEO รพ.บำรุงราษฎร์ ได้รับการยกย่องจาก 2 เวทีคุณภาพประจำปี 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/452878

โซไซตี้ : CEO รพ.บำรุงราษฎร์ ได้รับการยกย่องจาก 2 เวทีคุณภาพประจำปี 2562

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผอ.ด้านบริหาร (CEO) รพ.บำรุงราษฎร์ รับรางวัลคุณภาพ “The World Top 50 Healthcare IT Leaders” จากเวทีระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในงาน HIMSS Asia Pacific 2019 ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงคุณค่าด้านการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ในธุรกิจสุขภาพ

ด้วยวิสัยทัศน์เพื่อการให้บริบาลสุขภาพแบบองค์รวมระดับโลก (World-class holistic healthcare) ทำให้ตลอดระยะเวลา 39 ปีที่ผ่านมาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้พัฒนาและยกระดับการบริบาลทางการแพทย์ให้มีคุณภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านนวัตกรรม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน โดยตั้งเป้าคุณภาพความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โรงพยาบาลได้มีการเปิดรับนวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาปรับใช้ทางการแพทย์ โดยทุกคนในองค์กร ทั้งแพทย์ พยาบาล และทุกสหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพยายามปรับตัวสู่ยุคTransformation ซึ่งเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมของบำรุงราษฎร์ที่สร้างความแตกต่างให้กับโรงพยาบาล และสามารถคงความเป็นผู้นำในธุรกิจด้านสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง

โล่ประกาศเกียรติคุณ “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2562” ในภาคธุรกิจการแพทย์

ล่าสุด ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการด้านบริหาร (CEO) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้รับการยกย่องจากสองเวทีคุณภาพ รวม 2 รางวัล ทั้งจากเวทีระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและจากเวทีคุณภาพระดับประเทศ โดยได้รับการยกย่องให้เป็น “The World Top 50 Healthcare IT Leaders” รางวัลอันทรงคุณค่าด้านการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ในธุรกิจสุขภาพ ในงาน HIMSS (Healthcare Information Management System Society)Asia Pacific 2019 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์  และอีกรางวัลคุณภาพระดับประเทศ จากเวที QUALITY PERSONS OF THE YEAR 2019 โดย ภญ. อาทิรัตน์ ได้รับโล่เกียรติคุณและยกย่องให้เป็น “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2562” ในภาคธุรกิจการแพทย์ จากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) เนื่องในวันเทคโนโลยีของไทย เพื่อยกย่องเชิดชูและประกาศเกียรติคุณบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต ทั้งชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน และการอุทิศตนทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในด้านต่างๆ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยได้เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณจากท่านหญิงประภาพันธุ์ ภาณุพันธุ์ กรโกสียกาจ ประธานในพิธีณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

โล่รางวัล “The World Top 50 Healthcare IT Leaders”

ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ กล่าวว่า “ภาคภูมิใจกับรางวัลอันทรงเกียรติจากสองเวทีคุณภาพนี้ และต้องขอบคุณบุคลากรของโรงพยาบาลที่อยู่เบื้องหลังและมีส่วนสำคัญที่ทำให้ได้รับ 2 รางวัลในครั้งนี้ ซึ่งก็มาจากรากฐานสำคัญในการดำเนินงาน และยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ รวมถึงค่านิยมหลักขององค์กร ซึ่งล้วนอยู่ใน DNAของชาวบำรุงราษฎร์ทุกคน นับตั้งแต่วันก่อตั้งจนถึงทุกวันนี้ เสมือนเป็นวัฒนธรรมองค์กรของพวกเรา โดยบำรุงราษฎร์ได้มีค่านิยมหลักขององค์กร (CoreValue) เพื่อก้าวสู่การให้บริบาลสุขภาพแบบองค์รวมระดับโลก หรือที่เรียกโดยย่อว่า AIC ที่สำคัญรวม 3 ประการ คือ Agility คือ เสริมสร้างให้พนักงานในองค์กรทุกคน รวมทั้งแพทย์ พยาบาล Front Office BackOffice มีความยืดหยุ่นคล่องแคล่วว่องไวในการปรับตัวให้ทันต่อภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา Innovation โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้มีการศึกษาวิจัยและนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง (Advanced Medical Technology)มาปรับใช้ในองค์กรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องโดยโรงพยาบาลได้นำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้หลายส่วนด้วยกัน ทั้งในเรื่องการนำระบบซอฟต์แวร์ Hospital Information System (HIS) มาใช้เพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ป่วยกับข้อมูลในแพลตฟอร์มของโรงพยาบาลอย่างเป็นระบบ ตลอดจนเป็นผู้บุกเบิกในการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆ เข้ามาเป็นผู้ช่วยคุณหมอเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการรักษาทางการแพทย์ให้ดียิ่งขึ้น อาทิ การดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล (personalized medicine) ผ่านการตรวจหาความผิดปกติในหน่วยพันธุกรรม การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบดาวินซีเข้ามาช่วยศัลยแพทย์ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยหลายระบบอวัยวะ หรือแม้แต่การนำแพลตฟอร์มการสื่อสารระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยในรูปแบบ Telemedicine & Teleconsultation ภายใต้ชื่อ Bumrungrad AnyWhere Application เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาผู้ป่วย และลดข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง และ Caring คือการดูแลผู้ป่วยและบุคลากรทุกคนเสมือนญาติมิตร ทำงานอย่างมีจรรยาบรรณ เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน เอาใจใส่ซึ่งกันและกันเริ่มต้นจากเพื่อนร่วมงาน เริ่มต้นจากเจ้านายและลูกน้อง เริ่มต้นจากหมอและพยาบาล และทุกๆ วิชาชีพที่ทำงานร่วมกัน และส่งต่อความเอาใจใส่ หรือ Caring นี้ไปมอบให้แก่ผู้ป่วย ซึ่งทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ถือเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และสามารถนำไปสู่ความยั่งยืนในธุรกิจ”

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผอ.ด้านบริหาร (CEO) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์รับโล่ประกาศเกียรติคุณและได้รับการยกย่องให้เป็น “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2562” ภาคธุรกิจการแพทย์ จากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ( มสวท.) เนื่องในวันเทคโนโลยีของไทย

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ก่อตั้งเมื่อปี 2523 เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ ด้วยขนาด 580 เตียงพร้อมมีแพทย์ผู้ชำนาญการและทันตแพทย์ รวม Full Time และ Part Time รวม 1,300 คน และพนักงานอีกราว 4,000 คน คอยให้บริการ โดยมีผู้ป่วยนอกเข้ามารับบริการ ประมาณ 3,000 คนต่อวัน หรือคิดเป็นผู้ใช้บริการกว่า 1.1 ล้านรายต่อปี (รวมผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก) โดยมีผู้ใช้บริการชาวต่างประเทศกว่า 520,000 รายต่อปี จากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมสังคมมาอย่างต่อเนื่อง การมีส่วนร่วมกับองค์กรและชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน และให้การดูแลรักษาผู้ด้อยโอกาส โดยมุ่งหวังเพื่อให้เกิดผลในการพัฒนาอย่างยั่งยืน เกิดความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจ ระหว่างโรงพยาบาลกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม

โซไซตี้ : กสทช. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนระดับอำเภอ ครั้งที่ 3

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451273

โซไซตี้ : กสทช. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนระดับอำเภอ ครั้งที่ 3

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) โดยสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (รท.) ได้จัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนระดับอำเภอด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม สำหรับภาคตะวันออก ภาคกลาง และกรุงเทพมหานครณ ห้องราชพฤกษ์ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท อำเภอบ้านนาจังหวัดนครนายก โดยมี บัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมฯ และ พันเอกวีรชาติศรีกังวาล รักษาการผู้อำนวยการสำนัก รท. เป็นผู้กล่าวรายงาน และเป็นวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ “บริบทกิจการโทรคมนาคมไทยและการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ในยุคไทยแลนด์ 4.0” ให้แก่ผู้นำเครือข่ายระดับจังหวัด และระดับอำเภอของภาคตะวันออกภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร จำนวน 24 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สระแก้ว ตราด ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี สระบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี และ กรุงเทพมหานคร จำนวนกว่า 300 คน

การจัดกิจกรรมฯในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในประเด็นใหม่ๆที่เกี่ยวกับการใช้บริการโทรคมนาคม รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับผู้นำเครือข่ายภาคประชาชนให้มีความเข้าใจในสิทธิของผู้บริโภคอย่างถูกต้อง เพื่อจะนำความรู้ที่ได้รับในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไปเผยแพร่ให้กับสมาชิกในพื้นที่และชุมชนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โซไซตี้ : วิศวะมหิดล จัดแข่งขันเยาวชนออกแบบโมเดล ‘พลังงานที่ยั่งยืน’ ด้วยทักษะทางวิศวกรรมศาสตร์ 4.0

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449874

โซไซตี้ : วิศวะมหิดล จัดแข่งขันเยาวชนออกแบบโมเดล ‘พลังงานที่ยั่งยืน’ ด้วยทักษะทางวิศวกรรมศาสตร์ 4.0

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี เป็นประธานเปิดงาน “แข่งขันฝึกปฏิบัติการ…พลังงานที่ยั่งยืน” พัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนด้วยทักษะทางวิศวกรรมศาสตร์ 4.0

โลกกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน พลังงานทางเลือกเป็นอีกหนึ่งในคำตอบ เจเนอเรชั่นคนรุ่นใหม่ต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยงานวิศวกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ ESR (Engineering Social Responsibility) จัดการ “แข่งขันฝึกปฏิบัติการ…พลังงานที่ยั่งยืน” ในโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนด้วยทักษะทางวิศวกรรมศาสตร์ 4.0 เพื่อถ่ายทอดทักษะทางวิศวกรรม 4.0 ส่งเสริมให้เยาวชนฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์และไอเดียในการออกแบบโมเดล ภายใต้หัวข้อ “พลังงานที่ยั่งยืน” ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา)

มอบรางวัลให้แก่ทีมเยาวชนคนเก่ง เพื่อพลังงานที่ยั่งยืน

ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้มีเยาวชนกว่า 100 คน จาก 10 โรงเรียน ที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 วัดพระงาม (สามัคคีพิทยา), โรงเรียนบ้านคลองสว่างอารมณ์,โรงเรียนเทศบาล 5 วัดพระปฐมเจดีย์,โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2 หลวงพ่อเงินอนุสรณ์, โรงเรียนบุณยศรีสวัสดิ์, โรงเรียนวัดมะเกลือ, โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม), โรงเรียนวัดทรงคนอง, โรงเรียนบ้านหอมเกร็ด และโรงเรียนราษฎร์บำรุงวิทยา  เพราะเยาวชนเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนด้วยทักษะทางวิศวกรรมศาสตร์ 4.0 ในรูปแบบการแข่งขัน“พลังงานที่ยั่งยืน” มุ่งพัฒนาการเชื่อมต่อโลกการศึกษาของเยาวชนระดับโรงเรียนกับระดับอุดมศึกษาด้วย Active Learning การสร้างความตระหนักและการใช้พลังงานที่ยั่งยืน โดยถ่ายทอดทักษะทางวิศวกรรมเพื่อไทยแลนด์ 4.0 สำหรับเด็กยุค 4.0 เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ในพลังงานทางเลือกไปพัฒนาต่อยอดในชีวิตประจำวันเพื่อรองรับอนาคต เสริมศักยภาพที่แตกต่างและการเรียนรู้ของเยาวชน ความรู้มิได้จำกัดอยู่แต่เพียงในห้องเรียน แต่ยังขึ้นอยู่กับทักษะการปฏิบัติและประสบการณ์ตรง ซึ่งช่วยให้เยาวชนได้รู้จักคิดวิเคราะห์ ออกแบบแก้ปัญหาและนำเสนอผลงานที่สร้างสรรค์ ตอบโจทย์ความเป็นจริง การทำงานเป็นทีมและการสื่อสารกับผู้อื่น

ผลงาน Parabola Solar Energy คว้ารางวัลชนะเลิศ โดย ทีมโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2

ผศ.ดร.กฤษฎา อัศวสกุลเกียรติ รองคณบดีฝ่ายเสริมสร้างความร่วมมือและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ภายในงานมีการถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อ “พลังงานที่ยั่งยืน” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน หลังจากนั้นได้ให้นักเรียนแต่ละโรงเรียนจับกลุ่มกัน คิดและร่วมกันสร้างสรรค์เสนอไอเดีย
เพื่อแข่งขันออกแบบโมเดล ภายใต้หัวข้อ “พลังงานที่ยั่งยืน” โดยทั้งหมดมี 10 ทีม แต่ละทีมได้วางแผนและแบ่งงานกันว่าใครจะทำอะไร ในช่วงบ่าย ทั้ง 10 ทีม นำเสนอผลงานแก่คณะกรรมการได้อย่างน่าชื่นชม ซึ่งผลการแข่งขัน มีดังนี้ ผลงาน Parabola Solar Energy คว้ารางวัลชนะเลิศ โดย ทีมโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 2 หลวงพ่อเงินอนุสรณ์ ได้รับโล่และทุนการศึกษา 5,000 บาท แนวคิด คือ การใช้ความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ มาใช้ในการตากแห้งอาหารต่างๆ ในชุมชน เช่น กล้วยปลา หมู เป็นต้น ผลงาน BiomassEnergy ได้รับรางวัลความคิดสร้างสรรค์โดย ทีมโรงเรียนบุณยศรีสวัสดิ์รับโล่และทุนการศึกษา 3,000 บาท แนวคิดการแปรรูปของเสียให้เป็นพลังงานโดยอาศัยเทคโนโลยีในการแปรรูปชีวมวลมาใช้ เช่น การแปรรูปชีวมวลเป็นพลังงานเชื้อเพลิงโดยใช้ชีวมวลจากมูลสัตว์ และการแปรรูปชีวมวลเป็นพลังงานไฟฟ้าโดยใช้ชีวมวลจากขยะชุมชน ผลงาน สถานีพลังงานทดแทน KPN ได้รับรางวัล Popular Vote โดย ทีมโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) รับโล่รางวัลและทุนการศึกษา 2,000 บาท แนวคิด การใช้พลังงานทดแทน โดยการนำวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรและขยะมูลฝอย มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้า

ผลงาน Biomass Energy ได้รับรางวัลความคิดสร้างสรรค์ โดย ทีมโรงเรียนบุณยศรีสวัสดิ์

ผลงาน Biomass Energy ได้รับรางวัลความคิดสร้างสรรค์ โดย ทีมโรงเรียนบุณยศรีสวัสดิ์

ผลงาน สถานีพลังงานทดแทน KPN ได้รับรางวัล Popular Vote โดย ทีมโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย

ผลงาน สถานีพลังงานทดแทน KPN ได้รับรางวัล Popular Vote โดย ทีมโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย

บรรยากาศแข่งขัน พลังสร้างสรรค์จากเยาวชนกว่า 100 คน ในการออกแบบโมเดล ภายใต้หัวข้อ “พลังงานที่ยั่งยืน”

บรรยากาศแข่งขัน พลังสร้างสรรค์จากเยาวชนกว่า 100 คน ในการออกแบบโมเดล ภายใต้หัวข้อ “พลังงานที่ยั่งยืน”

เปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนได้คิดวิเคราะห์ ออกแบบ แก้ปัญหาและนำเสนอผลงาน

เปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนได้คิดวิเคราะห์ ออกแบบ แก้ปัญหาและนำเสนอผลงาน

ทักษะการทำงานเป็นทีมและการสื่อสาร สร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์ความเป็นจริง

ทักษะการทำงานเป็นทีมและการสื่อสาร สร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์ความเป็นจริง

โซไซตี้ : ธ.ไทยพาณิชย์ ห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย ผนึกกำลังพันธมิตร ส่งมอบถุงยังชีพ ‘น้ำใจไทยพาณิชย์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/445364

โซไซตี้ : ธ.ไทยพาณิชย์ ห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย ผนึกกำลังพันธมิตร  ส่งมอบถุงยังชีพ ‘น้ำใจไทยพาณิชย์’

โซไซตี้ : ธ.ไทยพาณิชย์ ห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย ผนึกกำลังพันธมิตร ส่งมอบถุงยังชีพ ‘น้ำใจไทยพาณิชย์’

วันอาทิตย์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผู้บริหาร ธ.ไทยพาณิชย์ ดร.สาธิต ผ่องธัญญา ผอ.อาวุโส, อารยา ภู่พานิช รอง ผจญ., อภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ผจญ. พร้อมด้วย พล.อ.ต. ธรรมรงค์เดช เจริญสุข, น.อ.วีรชน นรานุต, น.ต.วรพล ภูวจินดาร่วมกันส่งมอบถุงยังชีพ “น้ำใจไทยพาณิชย์”

ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดเตรียมและส่งมอบถุงยังชีพ “น้ำใจไทยพาณิชย์” กว่า 5,000 ถุงส่งถึงมือผู้ประสบอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนืออย่างรวดเร็วทันท่วงที พร้อมช่วยเหลือฟื้นฟูทำความสะอาดถนนและพื้นที่สาธารณะภายหลังน้ำลด ภายใต้โครงการ“ช่วยผู้ประสบภัยกับไทยพาณิชย์” ด้วยเป้าหมายสำคัญ คือ การบรรเทาทุกข์ เสริมสร้างขวัญ กำลังใจ และเติมรอยยิ้มให้แก่พี่น้องประชาชนเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้โดยเร็ววัน โดยผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง ได้แก่ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ หน่วยงานราชการ มูลนิธิ เป็นต้น จับมือกับพนักงานสาขาของธนาคาร ในพื้นที่ประสบอุทกภัยดำเนินการ

อารยา ภู่พานิช รอง ผจญ.ธ.ไทยพาณิชย์ ร่วมบรรจุถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

อารยา ภู่พานิช รองผู้จัดการใหญ่ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์ตระหนักดีถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ด้วยศักยภาพเครือข่ายสาขาของธนาคารในพื้นที่ประสบอุทกภัย ผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมมือ เร่งให้ความช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ทั้งในระยะเร่งด่วน และการช่วยเหลือฟื้นฟู โดยในเบื้องต้นได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ “น้ำใจไทยพาณิชย์” ภายในประกอบด้วย อาหารพร้อมรับประทาน เครื่องอุปโภค บริโภค ของใช้จำเป็น และยารักษาโรค เป็นต้น และเพื่อให้การช่วยเหลือกระจายอย่างทั่วถึง จึงได้มอบถุงยังชีพผ่านภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นผ่านสำนักงานเหล่ากาชาดขอนแก่น นำไปช่วยเหลือที่อำเภอบ้านไผ่และอำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น จำนวน 500 ถุง สมาชิกวุฒิสภานำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ดจำนวน 300 ถุง ทีมกู้ชีพเสลภูมิ นำส่งมอบที่อำเภอเสลภูมิ และอำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 100 ถุง สำหรับในส่วนกลางณ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ คณะผู้บริหารพนักงานจิตอาสา SCB ชวนกันทำดี ยังได้ร่วมแรง ร่วมใจจัดกิจกรรมบรรจุถุงยังชีพอีกจำนวน 4,000 ถุง เพื่อส่งมอบแก่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพอากาศ นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในอำเภอบางกะทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอเมือง อำเภอโพนเมือง อำเภอเหล่าเสือโก้ก อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานีศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม นำไปช่วยเหลือที่อำเภอโขงเจียม และอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากการมอบถุงยังชีพแล้ว ผู้บริหารและพนักงานของธนาคาร ยังได้ร่วมทำความสะอาดฟื้นฟูถนน และพื้นที่สาธารณะที่อำเภอดอนมดแดงจังหวัดอุบลราชธานี ภายหลังน้ำลด นอกจากนี้พนักงานจิตอาสาของธนาคารไทยพาณิชย์ยังได้ร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย จัดเตรียมถุงยังชีพ จำนวน 11,500 ถุง ณ กองการบินศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก (โรงเก็บเครื่องบิน) กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหาราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขนกรุงเทพฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยในภาคอีสานและเหนือ และเมื่อเร็วๆ นีธนาคารได้บริจาคเงิน 8 ล้านบาท เพื่อบริจาคร่วมกับธนาคารสมาชิกอื่นๆ ในนามสมาคมธนาคารไทย รวมเป็นเงิน 50 ล้านบาท ในงาน “ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” ซึ่งจัดโดยสำนักนายกรัฐมนตรี”

ผู้บริหารและพนักงาน ธ.ไทยพาณิชย์ ร่วมแรงร่วมใจบรรจุ ถุงยังชีพ พร้อมลำเลียงขึ้นรถ เพื่อนำส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีจิตศรัทธาสามารถร่วมส่งกำลังใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยการบริจาคผ่านบัญชี กระแสรายวัน ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย”เลขที่ 020-3-04545-1 โดยสามารถส่งสำเนาหลักฐานการโอนเงิน พร้อมชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ ที่อยู่ สำหรับการออกใบเสร็จรับเงินเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ได้ที่ donation@friendsofpa.or.th หรือโทรสาร 02-0546544เมื่อยามมีเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ถุงยังชีพ “น้ำใจไทยพาณิชย์” จะไปถึงทุกที่ที่ประสบภัยเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ด้วยเครือข่ายสาขาของธนาคาร ที่มีกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ พร้อมกับภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง เพื่อให้สังคมไทยเกิดรอยยิ้ม เพื่อความสุข และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทั้งในระยะเร่งด่วนและการช่วยเหลือฟื้นฟู

ธ.ไทยพาณิชย์ ร่วมกับ กองทัพอากาศส่งมอบถุงยังชีพ ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยใน จ.พิษณุโลก

ผู้แทน ธ.ไทยพาณิชย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่โรงเรียนเทอดไทยวิทยาคม บ้านขมิ้น ต.เทอดไทย อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด

ผู้แทน ธ.ไทยพาณิชย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี

ผู้แทน ธ.ไทยพาณิชย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี

ผู้บริหารและพนักงาน ธ.ไทยพาณิชย์ ร่วมทำความสะอาดถนนและพื้นที่สาธารณะภายหลังน้ำลดที่ อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี

โซไซตี้ : ‘หนูด่วนชวนกินเจ ปีที่ 12’ ร่วมสร้างบุญ สุขภาพดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/445171

โซไซตี้ : ‘หนูด่วนชวนกินเจ ปีที่ 12’ ร่วมสร้างบุญ สุขภาพดี

โซไซตี้ : ‘หนูด่วนชวนกินเจ ปีที่ 12’ ร่วมสร้างบุญ สุขภาพดี

วันเสาร์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลงานบุญ “ประเพณีถือศีลกินเจ” หรือ กินแจ (ในภาษาจีนฮกเกี้ยน) ประเพณีถือศีลกินผัก ที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 นับตามปฏิทินจีนซึ่งในปีนี้ ตรงกับวันที่ 28 กันยายน ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ซึ่งการกินเจ นั้น คือ การงดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด อันเป็นเหตุให้หยุดการเบียดเบียนชีวิตผู้อื่น และยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ อีกด้วย

พิธีเปิดงานจัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก ศิลปสวยระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร, คีรีกาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส พร้อมด้วย มานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัดร่วมเปิดงาน หนูด่วนชวนกินเจปีที่ 12 ณ บริเวณทางเดินเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ โดยมีคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทบีทีเอส พร้อมด้วยพันธมิตร สุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน), วิชัย กุลสมภพกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และ นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสสายงานปฏิบัติการบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด (มหาชน) เป็นเกียรติร่วมเปิดงาน พร้อมทั้งร่วมกันประกอบอักษรจีนที่มีความหมายถึงเทศกาลกินเจ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเทศกาลกินเจได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และภายในงานได้จัดการแสดงมังกร และเชิดสิงโตเด็กจากคณะเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดขุนจันทร์ เพื่อสร้างความสุขสนุกสนานให้แก่ผู้ที่มารับชมได้รับความเพลิดเพลินอีกด้วย

หลังจากพิธีเปิดงาน กลุ่มผู้บริหารบีทีเอสและพันธมิตรเข้าเยี่ยมชมบูธอาหารต่างๆ พร้อมร่วมกันตักอาหารเจแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เข้าร่วมภายในงาน โดยอาหารในปีนี้ได้นำวัตถุดิบ8 เซียน ได้แก่ ดอกไม้จีน พุทราจีน เกาลัด แปะก๊วยกวางตุ้งฮ่องเต้ เห็ดหอม เม็ดบัว เต้าหู้เหลือง มาเป็นส่วนประกอบอาหาร ช่วยเสริมสิริมงคลให้กับผู้ทาน พร้อมทั้งจัดอาหารเจ หลากหลายเมนูเพื่อสุขภาพ กว่า 30 รายการ อาทิ ร้านอาหารชั้นนำในศูนย์อาหารฟู้ด เจ้นด์ส บาย เอ็ม บี เคชั้น 6 ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ นำร้านก๋วยจั๊บดำเนินสะดวก, ร้านผัดไทแชมป์แม่กลอง ขนมแปดเซียนน้ำลำไย ร้านหัวกะทิ ส่วนร้านแสนแซ่บ ร้านอาหารชื่อดังของวันสยาม นำผัดหมี่กระเฉด เฉาก๊วย และทับทิมกรอบ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ อาหารเจมาม่าเจ นมถั่วเหลืองผสมข้าวโพดคอร์นซอย ไอศกรีมBUD’s Vida Bella มาแจกให้ประชาชนรับประทานฟรี รวมกว่า 15,000 คน ตลอดระยะเวลาการจัดงาน3 วัน 30 กันยายน-วันที่ 2 ตุลาคม 2562

ร่วมกันประกอบอักษรจีนที่มีความหมายถึงเทศกาลกินเจ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเทศกาลกินเจได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ร่วมกันประกอบอักษรจีนที่มีความหมายถึงเทศกาลกินเจ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเทศกาลกินเจได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

โชว์การแสดงมังกร และเชิดสิงโตเด็กจากคณะเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดขุนจันทร์

โชว์การแสดงมังกร และเชิดสิงโตเด็กจากคณะเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดขุนจันทร์
ร่วมกันตักอาหารเจแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เข้าร่วมภายในงาน

ร่วมกันตักอาหารเจแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เข้าร่วมภายในงาน

ประชาชนร่วมรับประทานอาหารเจ

ประชาชนร่วมรับประทานอาหารเจ
ผัดไท

ผัดไท
อาหาร เส็กจ๋อฝะชอย (อาหารมงคล)

อาหาร เส็กจ๋อฝะชอย (อาหารมงคล)
เต้าหู้ สะเต๊ะเจ

เต้าหู้ สะเต๊ะเจ
ผัดหมี่ซั่ว

ผัดหมี่ซั่ว

โซไซตี้ : เอไอเอส เดินหน้า ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ หนุนขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ เสริมธุรกิจเติบโต เมืองแข็งแกร่งด้วยองค์ความรู้ดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/443810

โซไซตี้ : เอไอเอส เดินหน้า ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ หนุนขอนแก่นสมาร์ทซิตี้  เสริมธุรกิจเติบโต เมืองแข็งแกร่งด้วยองค์ความรู้ดิจิทัล

โซไซตี้ : เอไอเอส เดินหน้า ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ หนุนขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ เสริมธุรกิจเติบโต เมืองแข็งแกร่งด้วยองค์ความรู้ดิจิทัล

วันอาทิตย์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผู้บริหารจากหลายธุรกิจชั้นนำ และหลากหลายอุตสาหกรรมของไทย ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้

จากที่รัฐบาลให้การสนับสนุน “โครงการสมาร์ทซิตี้” จังหวัดขอนแก่น ตามนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยพัฒนาจังหวัดขอนแก่นให้กลายเป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมของเมืองขอนแก่นอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับภารกิจในการยกระดับองค์ความรู้เพื่อคนไทย โดย เอไอเอส (AIS)ในฐานะภาคเอกชนไทย จึงได้สานต่อ “ภารกิจคิดเผื่อจัดงานสัมมนา AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค ที่จังหวัดขอนแก่น ต่อเนื่องจากภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ด้านเทคโนโลยียุคดิจิทัลที่สำคัญจากวิทยากรหลากหลายอุตสาหกรรม ให้กับผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักศึกษาและประชาชนในจังหวัดขอนแก่น โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ โรงแรม อวานี ขอนแก่น

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล เอไอเอส กล่าวว่า“จากความสำเร็จในการจัดงาน AIS ACADEMY for THAIs: to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องการนำองค์ความรู้ดิจิทัลส่งต่อให้กับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น เอไอเอส จึงสานต่อ “ภารกิจคิดเผื่อ” สู่จังหวัดขอนแก่นในครั้งนี้ เพราะจังหวัดขอนแก่นเป็นต้นแบบของสมาร์ทซิตี้ สามารถดึงเอาศักยภาพของทุกภาคส่วนมาร่วมยกระดับคุณภาพของเมืองให้มีระบบนิเวศที่จะเอื้อให้คนทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข เน้นเรื่องการพัฒนาคนและสร้างชุมชนที่ดี มีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสนับสนุน เอไอเอสในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล ในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย จึงจัดงานในครั้งนี้ขึ้น เพื่อต่อยอดสนับสนุน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาเมืองสู่สมาร์ทซิตี้ นำเอาประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริงของผู้เชี่ยวชาญและนักธุรกิจชั้นนำของไทยและนานาชาติ นำโดย Mr.Chris Barker, Founderfor CBC – Global Transportation and TechnologyConsulting Firm, กิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคลาวด์และซอฟต์แวร์โซลูชั่น บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด, อนันต์แก้วร่วมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคมจำกัด (มหาชน), นวลพรรณ ชัยนาม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด วัตสัน ประเทศไทย, สุรเดชทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที)จำกัด และ ดร.กวิณพงศ์ ฉัตรานนท์ หัวหน้าแผนกงานบริหารข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล Big Data เอไอเอส มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้ได้มากที่สุดโดยเฉพาะประเด็นเรื่องสมาร์ทซิตี้ที่ประชาชนทุกคนในพื้นที่ต่างมีส่วนร่วม ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน”

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล เอไอเอส

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล เอไอเอส
Mr.Chris Barker, Founder for CBC - Global Transportation and Technology Consulting Firm

Mr.Chris Barker, Founder for CBC – Global Transportation and Technology Consulting Firm
นวลพรรณ ชัยนาม ผอ.ฝ่ายการตลาด วัตสัน ประเทศไทย ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

นวลพรรณ ชัยนาม ผอ.ฝ่ายการตลาด วัตสัน ประเทศไทย ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กก.ผจญ. และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ช ทวีและผู้ร่วมก่อตั้ง บ.ขอนแก่นพัฒนาเมือง(เคเคทีที)

สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กก.ผจญ. และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ช ทวีและผู้ร่วมก่อตั้ง บ.ขอนแก่นพัฒนาเมือง(เคเคทีที)
ผศ.ดร.พิพัธน์ เรืองแสง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนามหาวิทยาลัยดิจิทัล ม.ขอนแก่น

ผศ.ดร.พิพัธน์ เรืองแสง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนามหาวิทยาลัยดิจิทัล ม.ขอนแก่น

โซไซตี้ : แลคตาซอย เวิร์กช็อป แนะเทคนิคทีมเชียร์ลีดดิ้ง พร้อมเข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/442157

โซไซตี้ : แลคตาซอย เวิร์กช็อป แนะเทคนิคทีมเชียร์ลีดดิ้ง  พร้อมเข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ

โซไซตี้ : แลคตาซอย เวิร์กช็อป แนะเทคนิคทีมเชียร์ลีดดิ้ง พร้อมเข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เตรียมจัดการแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งชิงแชมป์ประเทศไทย “Lactasoy Thailand National Cheerleading Championships 2019” ซึ่งกำหนด จัดขึ้นในวันที่ 19-20 ตุลาคมนี้ ล่าสุด บริษัทแลคตาซอย จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลักการประกวดอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยพันธมิตรได้แก่ กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สหพันธ์กีฬาเชียร์ลีดดิ้งประจำประเทศไทย สมาคมเชียร์ลีดดิ้งแห่งประเทศไทย เดินสายจัดกิจกรรม TNCC Orientation Workshop ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกีฬาเชียร์ลีดดิ้ง และเปิดโอกาสให้ทีมนักกีฬาที่จะเข้าแข่งขันในปีนี้ ได้มีโอกาสประเมินความสามารถของทีม จากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญกีฬาเชียร์ลีดดิ้ง กรมพลศึกษา โดยกิจกรรมเวิร์กช็อปจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จังหวัดนครราชสีมา

พรรวนา มหาทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและการตลาดสัมพันธ์ บริษัท แลคตาซอย จำกัด กล่าวว่า “แลคตาซอยสนับสนุนการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพและความสามารถของเด็กไทยในกีฬาเชียร์ลีดดิ้ง สอดคล้องกับความตั้งใจของแลคตาซอยที่มุ่งส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีสุขภาพดี เล่นกีฬาด้วยความทุ่มเท ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และรู้จักการทำงานเป็นทีม ซึ่งก่อนการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศที่จะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม ทางผู้จัดงานยังได้จัดเวิร์กช็อป 4 ภาค ก่อนหน้านี้จัดไปแล้วที่ภาคกลาง ส่วนครั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ ทีมเชียร์ลีดดิ้งภาคอีสานได้เรียนรู้เทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับการแข่งขันในรอบชิงแชมป์อย่างแน่นอน”

พรรวนา มหาทรัพย์ ผจก.ฝ่ายโฆษณาและการตลาดสัมพันธ์ บจ.แลคตาซอย

รัชนีกร คงเสมอ ครูผู้ฝึกสอนทีม SSD Cheer โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า “สมาชิกในทีมเป็นน้องๆ ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับการเต้น ในการฝึกซ้อมจะใช้ภาษามือ โบกมือเพื่อให้จังหวะ น้องๆ แต่ละคนจะใช้เทคนิคในการจำท่าทางและคอยจับจังหวะว่าต่อไปจะทำท่าไหน ไปยืนจุดไหน ส่วนการคิดท่าเต้นทุกคนในทีมจะช่วยกันศึกษาจากยูทูบ ใช้เวลา 4 โมงเย็นถึง 2 ทุ่มเพื่อฝึกซ้อมเป็นประจำทุกวัน ครูมองว่าการเริ่มต้นฝึกฝนตั้งแต่รุ่นเล็กเป็นการสร้างพื้นฐานที่ดีและต่อยอดไปถึงรุ่นใหญ่ได้ ประเมินภาพรวมของทีมรู้สึกพอใจ ส่วนเป้าหมายที่หวังไว้อยากไปให้ถึงแชมป์ เพราะที่ผ่านมาได้ที่ 2 มาตลอด และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่สนับสนุนกีฬานี้ค่ะ”

ณิชชาพันธุ์ ขุ่มด้วง หรือ “กีตาร์” สมาชิกทีม BMC โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า “จากความชอบในการเต้นตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถม และมีรุ่นพี่เห็นแววจึงชักชวนให้เข้ามาร่วมทีม และการสนับสนุนจากคุณพ่อคุณแม่ ปัจจุบันอยู่กับทีม BMC มา 5 ปีในตำแหน่งยอด มองว่ายาก แต่สิ่งสำคัญคือการฝึกซ้อมเพื่อหามุมที่ตนเองถนัดในการขึ้นยอด การเวิร์กช็อปในครั้งนี้เป็นประโยชน์เพราะทำให้ได้เรียนรู้ว่าคนที่อยู่ในตำแหน่งยอดมีการจัดระเบียบร่างกายอย่างไร ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่สนับสนุนกีฬานี้และเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงความสามารถค่ะ”

รัชนีกร คงเสมอ ครูผู้ฝึกสอนทีม SSD Cheer โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์

เดโชพล สวัสดิ์ธรรมากุล หรือ “เครป” หนึ่งในสมาชิกทีม Spirit of SBAC วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ กล่าวว่า “เริ่มเข้าสู่กีฬาเชียร์ลีดดิ้งเพราะได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์ที่โรงเรียน ปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งฐาน มองว่าเป็นตำแหน่งที่ยากเพราะต้องเป็นฐานที่แน่น สิ่งที่ได้รับจากกีฬานี้คือร่างกายที่แข็งแรง รวมทั้งต้องมีไหวพริบการเข้าเวิร์กช็อปในครั้งนี้ได้ประโยชน์เป็นอย่างมากเพราะได้ทราบถึงทักษะพื้นฐานที่คนเล่นกีฬาเชียร์ลีดดิ้งต้องมีการทำให้เรามีความแม่นยำมากกว่าเดิมขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่ช่วยกันส่งเสริมกีฬาเชียร์ลีดดิ้งและอยากให้เด็กรุ่นใหม่สนใจเข้ามาเล่นกีฬานี้ให้มากขึ้น”

ธีรภัทร เบิกบานดี หรือ “เอ็ม” สมาชิกทีม Spirit of SBAC วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ กล่าวว่า “สนใจกีฬานี้อยู่แล้ว เข้าสู่กีฬาเชียร์ลีดดิ้งจากการชักชวนของอาจารย์และเพื่อนๆ ตอนนี้อยู่ในตำแหน่งฐานซึ่งถือว่าเป็นตัวหลักของทีม ต้องใช้พละกำลังอย่างมาก และการจับจังหวะที่แม่นยำ การได้ร่วมเวิร์กช็อปนับว่ามีประโยชน์และอยากให้จัดแบบนี้อีก เพราะทำให้ได้ทราบพื้นฐานทั้งหมด สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแข่งขันรอบแชมป์ได้ครับ”

กีตาร์-ณิชชาพันธุ์ ขุ่มด้วง ทีม BMC โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช

นอกจากนี้ยังมีรุ่นพี่จากทีม RSUCheer มหาวิทยาลัยรังสิต มาเป็นโค้ชช่วยฝึกสอนน้องๆที่เข้าโครงการ โดยกัปตันทีม “หมิว-ปิยรัตน์วรรณจักร์” กล่าวว่า “ก่อนเข้าสู่วงการกีฬาเชียร์ลีดดิ้งเคยเป็นนักกีฬายิมนาสติกมาก่อน ต่อมามีรุ่นพี่เห็นแววจึงชวนเข้ามาคัดตัวเพื่อร่วมทีมเชียร์ของมหาวิทยาลัยรังสิต ปัจจุบันรับทั้งตำแหน่งฐานบนและตัวยอด ซึ่งสิ่งที่ได้รับจากกีฬานี้คือความอดทน ความสามัคคี การทำงานเป็นทีม รวมทั้งการเรียนรู้ท่าใหม่ซึ่งมีความยาก ในฐานะรุ่นพี่ขอฝากถึงรุ่นน้องที่สนใจ อยากให้ลองเข้ามาฝึกฝนและมาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนากีฬานี้ด้วยกันค่ะ”

สำหรับเยาวชนทีมเชียร์ลีดดิ้งในภาคเหนือและภาคใต้ ขอให้เตรียมตัวฟิตร่างกายให้พร้อมเพื่อเข้าร่วมเก็บเกี่ยวทักษะและความรู้กับกิจกรรมเวิร์กช็อปครั้งต่อไป รับรองว่าได้เทคนิคดีๆ นำไปต่อยอดในรอบชิงแชมป์อย่างแน่นอน

เครป-เดโชพล สวัสดิ์ธรรมากุล และ เอ็ม-ธีรภัทร เบิกบานดีทีม Spirit of SBAC วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ

หมิว-ปิยรัตน์ วรรณจักร์ ทีม RSUCheer มหาวิทยาลัยรังสิต

โซไซตี้ : สภากาชาดไทยพบสื่อมวลชน ประจำปี 2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/441984

โซไซตี้ : สภากาชาดไทยพบสื่อมวลชน ประจำปี 2562

โซไซตี้ : สภากาชาดไทยพบสื่อมวลชน ประจำปี 2562

วันเสาร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “สภากาชาดไทยพบสื่อมวลชน” ประจำปี 2562 ณ ห้องบอลรูม โรงแรมนารายณ์ โดยมีสื่อมวลชนทุกแขนง คณะผู้บริหารสภากาชาดไทย และเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยเข้าร่วมงาน เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา ณ ห้องบอลรูม โรงแรมนารายณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารของสภากาชาดไทยแก่สื่อมวลชนและนำไปเผยแพร่สู่สาธารณชนได้ อีกทั้งเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของสภากาชาดไทยกับสื่อมวลชน นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างเครือข่ายสื่อมวลชนรุ่นใหม่และเป็นการขยายช่องทางการส่งข่าวสารไปยังสาธารณชนแบบบูรณาการเชิงรุกมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การออกบูธ (marketplace) แนะนำภารกิจและแสดงผลงานของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดสภากาชาดไทย จากทั้งหมด 25 หน่วยงาน อาทิ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สำนักงานอาสากาชาด สำนักงานยุวกาชาด สถานเสาวภา โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด สำนักสารนิเทศและสื่อสารองค์กร สำนักงานบริหาร สภากาชาดไทย และสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย

งานนี้ แผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า “สภากาชาดไทยเป็นองค์การสาธารณกุศลระดับชาติ เป็นที่พึ่งของประชาชนและดำเนินการเพื่อมนุษยธรรมตามหลักการกาชาดสากล เป็นองค์การที่มีลักษณะเป็นพลวัตและนวัตกรรม มีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวไปข้างหน้า สู่ความเป็นเลิศ และเป็นไปตามคติทัศน์ของสภากาชาดไทย คือ การบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขบำบัดโรค กำจัดภัย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และมีพันธกิจที่สำคัญ อันได้แก่ การบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต การจัดงานในครั้งนี้ จึงถือเป็นวาระอันดีที่คณะผู้บริหารของสภากาชาดไทยและเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ได้มาพบปะกับสื่อมวลชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสในสังคม ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติต่างๆ ตามพันธกิจของสภากาชาดไทย”

ด้าน กรองทอง เพ็ชรวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสารนิเทศและสื่อสารองค์กร สำนักงานบริหารสภากาชาดไทย กล่าวว่า “จาก ร.ศ.112 สู่ 126 ปีทุกภารกิจของสภากาชาดไทยจะไม่สามารถขับเคลื่อนได้ หากขาดแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชนภาคประชาชน รวมถึงสื่อมวลชน อาทิสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และสื่อดิจิทัลในปัจจุบัน ที่มีบทบาทสำคัญในการกระจายข่าวสารของสภากาชาดไทยไปยังสาธารณชนทั้งสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ สร้างความเลื่อมใสศรัทธา และให้ความรู้ อันเป็นประโยชน์แก่ประชาชน โดยไม่คิดมูลค่า”