โซไซตี้ : Grand Opening ศูนย์การค้ามิกซ์ จตุจักร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/440483

โซไซตี้ : Grand Opening ศูนย์การค้ามิกซ์ จตุจักร

โซไซตี้ : Grand Opening ศูนย์การค้ามิกซ์ จตุจักร

วันอาทิตย์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เปิดตัวศูนย์การค้า มิกซ์ จตุจักร อย่างเป็นทางการ

ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการอย่างยิ่งใหญ่ ศูนย์การค้ามิกซ์ จตุจักร ศูนย์การค้าใหม่ใจกลางจตุจักร ซึ่งได้จัดให้มีพิธีสงฆ์ในช่วงเช้าเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมตัดริบบิ้นสีแดงเปิดศูนย์การค้าอย่างเป็นทางการ โดยมี มีพร ไชยูปถัมภ์ กรรมการผู้จัดการและกรรมการบริหาร บริษัท สยาม พิริยา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์การค้ามิกซ์จตุจักร เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา จากนั้นในช่วงเย็นเป็นงาน Grand Opening มีศิลปินมาร่วมงานอย่างคับคั่ง มินิคอนเสิร์ต นนท์-ธนนท์ ประกอบแฟชั่นโชว์ของเหล่านายแบบ-นางแบบที่สวมใส่เสื้อผ้าจากร้านค้าในโครงการ มิกซ์ จตุจักร ก่อนจะปิดท้าย Finaleสุดพิเศษ โดย เบลล่า-ราณี พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากเหล่าศิลปินชื่อดังอีกมากมาย

มีพร ไชยูปถัมภ์ กก.ผจก.และ กก.บริหาร บจ.สยาม พิริยา ดีเวลลอปเมนท์

ศูนย์การค้า “มิกซ์ จตุจักร” มิติใหม่แห่งการช็อปปิ้ง ตั้งอยู่บนทำเลทองกว่า 10 ไร่ ใจกลางจตุจักร บริหารงานโดยบริษัท สยาม พิริยา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ดึงจุดเด่นเสน่ห์ของตลาดนัดจตุจักรที่โดนใจนักช็อปมาอย่างยาวนานให้จุใจยิ่งขึ้น ช็อปได้ทุกวัน ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ชูคอนเซ็ปต์“Mixt Chatuchak Selected” เลือกสรรร้านค้าที่มีเอกลักษณ์ แบ่งเป็น 8 โซน ได้แก่ เสื้อผ้าแฟชั่น (Fashion Zone) เครื่องประดับ (AccessoriesZone) ร้านอาหารและเครื่องดื่ม (Food & BeverageZone) สินค้าตกแต่งบ้าน (Home & Décor)เครื่องสำอางและสินค้าทรีทเม้นท์-สปา (Spa & Beauty) ของที่ระลึก (Souvenirs) ธุรกิจบริการ (Service) และ ศูนย์อาหารขนาดใหญ่สไตล์สตรีทฟู้ด(Food Court) บนพื้นที่กว่า 2,000 ตร.ม. มีร้านอาหารชื่อดังรวบรวมไว้ที่นี่ไห้ได้เลือกมากถึง 45 ร้านเด็ดราคาเริ่มต้นเพียง 30 บาทเท่านั้น

สัมผัสความอร่อยกันอย่างเต็มอิ่มกับเมนูอาหารสไตล์สตรีทฟู้ดที่มีให้เลือกมากมาย พร้อมช็อปปิ้งกันได้แบบเย็นฉ่ำทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่ 10.00-22.00 น. ที่ศูนย์การค้ามิกซ์ จตุจักร เดินทางสะดวกเพียง 5 นาทีจาก BTS หมอชิต / MRTสวนจตุจักร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันได้แล้ววันนี้

แฟชั่นโชว์สุดพิเศษจาก เบลล่า-ราณี พร้อมเสียงเพลงเพราะๆ จาก นนท์ ธนนท์ ในงานเปิดตัว ศูนย์การค้ามิกซ์ จตุจักร

แฟชั่นโชว์สุดพิเศษจาก เบลล่า-ราณี พร้อมเสียงเพลงเพราะๆ จาก นนท์ ธนนท์ ในงานเปิดตัว ศูนย์การค้ามิกซ์ จตุจักร
บรรยากาศภายในฟู้ดคอร์ท มีที่นั่งกว่า 600 ที่นั่ง พร้อมอาหารอร่อยให้เลือกหลากหลายร้าน

บรรยากาศภายในฟู้ดคอร์ท มีที่นั่งกว่า 600 ที่นั่ง พร้อมอาหารอร่อยให้เลือกหลากหลายร้าน

ร้านไก่เขี่ย เครื่องหนังแฮนด์เมด

ร้านไก่เขี่ย เครื่องหนังแฮนด์เมด
วีแกนสไตล์

วีแกนสไตล์
ครัวลาวปากเซ

ครัวลาวปากเซ
ตั๊กกระเพราถาด

ตั๊กกระเพราถาด
หัวโตผัดไท

หัวโตผัดไท
ร้าน Papilo งานสานแฮนด์เมดสไตล์ eco

ร้าน Papilo งานสานแฮนด์เมดสไตล์ eco
ร้านเด็กโข่งกับปิ่นโตสีสันสดใส

ร้านเด็กโข่งกับปิ่นโตสีสันสดใส

โซไซตี้ : พาราไดซ์ พาร์ค จัดกิจกรรมสุดครีเอท โดนใจวัยเก๋า ในงาน ‘Young Wai Club : ยัง ไหว คลับ’ คลับสำหรับผู้สูงวัยรักสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/438875

โซไซตี้ : พาราไดซ์ พาร์ค จัดกิจกรรมสุดครีเอท โดนใจวัยเก๋า  ในงาน ‘Young Wai Club : ยัง ไหว คลับ’ คลับสำหรับผู้สูงวัยรักสุขภาพ

โซไซตี้ : พาราไดซ์ พาร์ค จัดกิจกรรมสุดครีเอท โดนใจวัยเก๋า ในงาน ‘Young Wai Club : ยัง ไหว คลับ’ คลับสำหรับผู้สูงวัยรักสุขภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ธุรกิจศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค กรุ๊ป ร่วมกับ สมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมสุดประทับใจกับการรวมตัวครั้งสำคัญของคนสูงวัย แต่ใจยังวัยรุ่น ในงาน “YoungWai Club : ยัง ไหว คลับ” กิจกรรมยุค 4.0สุดสร้างสรรค์ เพื่อให้คนวัยเกษียนได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การทำสติ๊กเกอร์ไลน์ แนะนำเมนูอาหารคลีน วาดภาพเต้นลีลาศ ซึ่งบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น เพราะมีทั้ง ผู้สูงอายุ ลูกหลาน ครอบครัวที่พากันมาทำกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำสวนถาดซึ่งถือว่าเป็นการฝึกทักษะสมาธิ และการสร้างสรรค์ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งทุกคนสามารถออกแบบสวนถาดในขวดโหลในแบบฉบับของตัวเองได้ รวมไปถึงกิจกรรมการทำโยเกิร์ต โดยได้ ผศ.ดร.สุวิธิดา จรุงเกียรติกุลหรือ ครูเฟิร์น ที่นำเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำและสอนวิธีการทำแบบง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของทุกคน

กนกพร ไกสส์เลอร์ อายุ 67 ปี

กนกพร ไกสส์เลอร์ อายุ 67 ปี ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้กล่าวว่า “รู้สึกดีใจที่มีกิจกรรมดีๆ แบบนี้เพราะตัวเองเป็นคนที่ดูแลสุขภาพเป็นประจำอยู่แล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรับประทานสิ่งที่มีประโยชน์ อร่อยทำง่าย อย่างวันนี้ได้ทำโยเกิร์ตสดแบบง่ายๆทำทานได้เองที่บ้าน โดยทำจากนมสด หรือนมถั่วเหลือง ประมาณ 300 CC นำมาอุ่นให้ร้อนเล็กน้อยแล้วนำไปใส่ภาชนะที่มีฝาปิดจากนั้นเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องปกติ 8-12 ชั่วโมงเพียงเท่านี้เราก็จะได้โยเกิร์ตผลิตเองที่สด และมีพลังชีวิตสูง หรือจะเพิ่มรสชาติความอร่อยด้วยการทานกับกล้วยน้ำว้า กล้วยหอมก็จะดีต่อสุขภาพมากขึ้นไปอีก อยากให้ผู้สูงวัยทุกคนหันมาหาอะไรทำกันเพื่อจะได้ไม่เหงา อย่างกิจกรรมยัง ไหว คลับ เพราะนอกจากจะได้ความรู้และเพื่อนเพิ่มอีกมากด้วยค่ะ อย่าลืมมาลงทะเบียนทำกิจกรรมด้วยกันนะคะ”

วรรณวิมล ธาราสุทิพย์ อีกหนึ่งผู้ร่วมกิจกรรม

วรรณวิมล ธาราสุทิพย์ อีกหนึ่งผู้ร่วมกิจกรรม ได้เสริมถึงเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพว่า “ปกติเป็นคนที่ดูแลตัวเองในระดับหนึ่งอยู่แล้วโดยมีเคล็ดลับง่ายๆ ดื่มน้ำมากๆ ลดหรือเลิกเนื้อสัตว์ใหญ่ ลดแป้งโดยเฉพาะข้าวขาว ขนมหวานเพราะเราอายุมากขึ้น โรคที่มากับความหวานก็มีมาก และต้องทานผักสดผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงเพื่อช่วยในการขับถ่ายและระบบย่อยอาหาร การดูแลผู้สูงอายุนอกจากอาหารแล้ว การดูแลตัวเองจากภายในซึ่งก็มีผลอย่างมาก เราต้องทำให้ตัวเองมีความสุข หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำอย่างวันนี้ก็ได้มีโอกาสมาทำโยเกิร์ตสดรับประทานเอง ไม่เคยทำมาก่อนแต่มาลองทำดูแล้วมันง่าย ทุกคนสามารถนำไปทดลองทำทานเองได้ที่บ้านค่ะ อยากจะเชิญชวนให้ทุกคนมาสมัครทำกิจกรรมยัง ไหว คลับ กันเยอะๆเพราะยังมีไปถึงเดือนตุลาคม อย่าลืมมากันเยอะๆ นะคะ”

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ 2 ช่องทางดังนี้ สมัครและส่งใบสมัครทางออนไลน์ ดาวน์โหลดใบสมัคร ได้ที่ http://bit.ly/2ydsptR หรือ ส่งใบสมัครที่ E-mail : Mktparadise@hotmail.com, สมัครและส่งใบสมัครด้วยตนเอง รับใบสมัครและส่งใบสมัครด้วยตนเองที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 พาราไดซ์พาร์ค ตั้งแต่เวลา 10.30-20.00 น. ถึงตุลาคม 2562 นี้ พบกันที่ ชั้น 3 โซน Beauty& Health ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค สอบถามโทร.02-7801419 หรือ โทร.095-3670760#ParadisePark #YoungWaiClub

โซไซตี้ : บิ๊กซี ฉลองครบ 26 ปี จับมือ 5 กราฟิกและดีไซเนอร์ เปิดตัวเสื้อรุ่นลิมิเต็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/437259

โซไซตี้ : บิ๊กซี ฉลองครบ 26 ปี จับมือ 5 กราฟิกและดีไซเนอร์ เปิดตัวเสื้อรุ่นลิมิเต็ด

โซไซตี้ : บิ๊กซี ฉลองครบ 26 ปี จับมือ 5 กราฟิกและดีไซเนอร์ เปิดตัวเสื้อรุ่นลิมิเต็ด

วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ฉลองครบรอบ 26 ปี อย่างยิ่งใหญ่ ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า จับมือกราฟิกและดีไซเนอร์ชื่อดังระดับประเทศ เปิดตัวเสื้อ 5 รุ่นลิมิเต็ดคอลเลคชั่นสุดคูล “Family’s Fashion Destination” ผลิตเพียง 30,000 ตัวเท่านั้น เพื่อมอบของขวัญสุดพิเศษให้ลูกค้า และมุ่งหวังยกระดับแผนกเสื้อผ้าสุดอินเทรนด์เอาใจคนรุ่นใหม่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นำโดย ชัยพร ปัญญา ผู้ช่วรองประธานฝ่ายจัดซื้อสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายพร้อมด้วยกราฟิกและดีไซเนอร์ ธัชวีร์ สนธิระติ เจ้าของกางเกงยีนส์แบรนด์ INDIGOSKIN และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท SCI-Lab และ เบล-เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล (Painterbell) นักวาดภาพประกอบตัวการ์ตูน มาร่วมอัพเดทเทรนด์แฟชั่นสุดชิค ณ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ

ชัยพร ปัญญา ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายจัดซื้อสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย บริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “เพื่อฉลองบิ๊กซี ครบรอบ 26 ปี ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ ถือโอกาสมอบของขวัญสุดพิเศษให้ลูกค้า ผ่านเสื้อรุ่นลิมิเต็ดคอลเลคชั่นสุดคูลด้วยความร่วมมือกับ 5 กราฟิกและดีไซเนอร์ชื่อดังในการสร้างสรรค์ออกแบบลวดลายที่ผสมผสานกันระหว่างโลโก้ Big C กับศิลปะความโดดเด่นในสไตล์เอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างลงตัว”

เสื้อรุ่นลิมิเต็ดคอลเลคชั่น “Family’s Fashion Destination” ผ่านการถ่ายทอดออกมาในคอนเซ็ปต์และเรื่องราวที่แตกต่าง แต่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ประกอบด้วย Rukkit โดย รักกิจ สถาพรวจนา สตรีทอาร์ติสท์ชั้นแนวหน้าของประเทศ ผู้มีผลงานแนวกราฟิตี้โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของสีสันลายเส้น กล่าวถึงคอนเซ็ปต์ “การร่วมมือครั้งนี้มาพร้อมคอนเซ็ปต์มุ่งสร้างสีสันความสนุกและมุมมองของความเป็นบิ๊กซีให้หลากหลายมากขึ้น” ธัชวีร์ สนธิระติ เจ้าของแบรนด์และนักออกแบบกางเกงยีนส์แบรนด์ INDIGO SKIN และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท SCI-Lab กล่าวว่า “เพื่อเฉลิมฉลองให้กับบิ๊กซีที่อยู่เคียงข้างคนไทยมายาวนานกว่า 26 ปี จึงจับเอาสัญลักษณ์และองค์ประกอบที่สื่อถึงความเป็นไทยและประเทศไทยในภาคต่างๆ เหล่านี้เป็นเอกลักษณ์ในการออกแบบของตัวผมแแบรนด์Indigoskin จึงนำเอาลายไทยผสมผสานกับโลโก้ของบิ๊กซี เกิดเป็นลายเสื้อยืดลายพิเศษนี้“Pomme Chan” โดย ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง นักวาดภาพประกอบ ดีกรีผลงานระดับโลก กล่าวว่า“การออกแบบลายเสื้อนี้แบ่งเป็น 2 คอนเซ็ปต์ภายใต้แนวคิดหลัก community เปรียบห้างบิ๊กซีเป็นศูนย์รวมของการจับจ่ายสินค้าที่ครบครัน คอนเซ็ปต์ที่ 2 นำเอาความเป็น hypermarket ของห้างบิ๊กซีมาให้เห็นถึงความหลากหลายของสินค้า พื้นที่กว้างขวางที่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างครบครับในสถานที่เดียว” Painterbell โดย เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล นักวาดรอยยิ้มและความสดใสที่ทุกแบรนด์ดัง…ตกหลุมรัก เผยว่า “Let’s Celebrate 26th โดยสองตัวละครหลักอย่างน้องบิ๊กและน้องซี นำกล่องของขวัญกองโตอัดแน่นไปด้วยพลังบวก ความสุข เสียงหัวเราะ มามอบแก่ทุกๆ คน เพื่อเฉลิมฉลองตลอดช่วงเดือน Celebrate นี้” พงศ์เทพอนุรัตน์ หรือผู้ชาย ลัลล้า กราฟิกดีไซน์ มีมุมมองด้านศิลปะที่เหนือชั้นเผยว่า “แว่บแรกสุดอยากให้ลายที่ออกแบบดูสวยงามน่าสวมใส่ เบลนด์โลโก้และสีสันเข้าไป และแฝงความเชื่อของคนไทย เช่น โชคดี และถุงโชคดีสำหรับช็อปปิ้ง นำมาออกแบบให้สวยงามครับ”

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากกราฟิก และดีไซเนอร์ร่วมเซ็นชื่อบนเสื้อมอบให้กับบิ๊กซี นำไปจำหน่ายเป็นเสื้อรุ่นลิมิเต็ดคอลเลคชั่น เพื่อนำรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายเข้ามูลนิธิบีเจซี บิ๊กซี สู่การสานต่อกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสังคมไทย มีจำหน่ายเพียง 30,000 ตัว ด้วยเนื้อผ้าคอตตอน 100% การพิมพ์ลวดลายคมชัดสวยเก๋ ในราคาย่อมเยา เริ่มต้นเพียง 249 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bigc.co.th หรือ เฟซบุ๊ค Big C https://www.facebook.com/BigCBigService/ หรือโทร.1756

 

โซไซตี้ : เชียร์กระหึ่ม MBK CENTER COVER DANCE 2019 รอบชิงชนะเลิศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/435598

โซไซตี้ : เชียร์กระหึ่ม MBK CENTER COVER DANCE 2019 รอบชิงชนะเลิศ

โซไซตี้ : เชียร์กระหึ่ม MBK CENTER COVER DANCE 2019 รอบชิงชนะเลิศ

วันอาทิตย์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สมพล ตรีภพนารถ กก.ผจก.ธุรกิจศูนย์การค้า บมจ.เอ็ม บี เค เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ชนะเลิศการแข่งขัน MBK CENTER COVER DANCE 2019

หลังจากขับเคี่ยวกันมาอย่างดุเดือดจนเวทีแทบลุกเป็นไฟก็ได้สุดยอดนักเต้นโคฟเวอร์ผู้ชนะการแข่งขัน MBK CENTER COVER DANCE 2019 จัดโดย ศูนย์การค้าเอ็ม บี เคเซ็นเตอร์ ซึ่งเปิดพื้นที่สนับสนุนเยาวชนไทยและผู้สนใจทั่วไปที่มีอายุระหว่าง 12-35 ปีได้กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะเปิดโอกาสสู่เส้นทางการเป็นนักเต้นอาชีพชื่อดัง พร้อมรับทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท

บรรยากาศภายในงานสุดคึกคัก ด้วยบรรดากองเชียร์เข้ามาจับจองพื้นที่กันอย่างเนืองแน่นเต็มลานกิจกรรมชั้น 5 โซน Outlet in Town ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อมส่งเสียงเชียร์กระหึ่ม ส่งแรงใจไปถึงทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 24 ทีม ซึ่งต่างโชว์ฟอร์มร้อนแรงและมีผลงานเป็นที่น่าจับตามองตั้งแต่รอบ SEMI FINAL ที่มีจำนวนทีมที่เข้ารอบทั้งหมด 72 ทีม จากรอบออดิชั่นที่มีทีมผู้เข้าแข่งขันผ่านการคัดเลือก 215 ทีม เพื่อเข้าชิงหาทีมชนะเลิศเพียงหนึ่งเดียว โดยผลการแข่งขัน สุดยอดทีมนักเต้นโคฟเวอร์ รางวัลชนะเลิศ ประเภท GIRL GROUP รับทุนการศึกษา 10,000 บาท ได้แก่ทีม ดีไวซ์ (D Wice) กลุ่มเด็กสาวที่มาพร้อมทักษะการเต้นที่แข็งแรง มั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง กับผลงานการโคฟเวอร์วง CLCในเพลง ME และ HOBGOBLIN รางวัลชนะเลิศ ประเภท BOY BAND รับทุนการศึกษา 10,000 บาท ได้แก่ทีม ดิ เอมไพร์ (The Empire) กลุ่มนักเต้นชายหญิง ที่นำความเป็นทีมเวิร์ก สร้างสรรค์โชว์ที่เล่าเรื่องราวการแสดงที่ชัดเจนมาเป็นจุดแข็ง พร้อมสร้างความสุขให้กับผู้ชมภายในงานอย่างล้นหลาม กับผลงานโคฟเวอร์วง VIXX ในเพลง Rock ur body และ Chained Up สำหรับพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก สมพล ตรีภพนารถกรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และยังเพิ่มรางวัลพิเศษให้ผู้ชนะเลิศทั้ง 2 ทีม เป็นจำนวนเงินรวม 20,000 บาทด้วย นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษอีกมากมาย อาทิ รองชนะเลิศอันดับ 1 Girl Group ได้แก่ทีม K?, รองชนะเลิศอันดับ 2 Girl Group ได้แก่ ทีม Diamond Dust,รองชนะเลิศอันดับ 1 Boy Band ได้แก่ทีม ABC, รองชนะเลิศอันดับ 2 Boy Band ได้แก่ ทีม DP Growth รางวัล Impressive Experience Boy Band ได้แก่ ทีม Amity Dance Crew และ ทีม MRD รางวัล ImpressiveExperience Girl Group ได้แก่ ทีม LittleSatang และ ทีม Moon Shot รางวัลชมเชย Girl Group ได้แก่ ทีม Ladyz, ทีม HEEH,ทีม DP-Girls, ทีม Definert Queen, ทีม K-Girlsและ ทีม Queen Gentric รางวัลชมเชย Boy Band ได้แก่ ทีม DP New Boys, ทีม The Fash,ทีม Deli Junior, ทีม Monkey Kiss, ทีม Boabahและ ทีม K-Boy ที่พ่วงตำแหน่ง Popular Vote ไปครองอีกรางวัล

อีกไฮไลท์ที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่น เมื่อการปรากฏตัวของวง “มิลเลนเนียม บอย” วง โคฟเวอร์แดนซ์ บอยแบนด์ชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งแจ้งเกิดจากเวทีเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โคฟเวอร์ แดนซ์2012 ก่อนจะก้าวสู่เส้นทางการเต้นระดับอินเตอร์ในรายการต่างๆ อีกมากมาย อาทิ รางวัลชนะเลิศCover Dance Festival with JYP Auditionin Bangkok ปี 2012 แชมป์โคฟเวอร์ระดับโลกที่ประเทศเกาหลีในรายการ K-POPCover Dance festival 2013 ซึ่งมารวมตัวกันเฉพาะกิจครั้งนี้ พร้อมจัดเซอร์ไพรส์โชว์พิเศษโคฟเวอร์วง EXO ให้ได้ฟินได้กรี๊ดกันลั่น MBK Center สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้เข้าชมงาน

มิลเลนเนียม บอย วง โคฟเวอร์แดนซ์บอยแบนด์ชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งแจ้งเกิดจากเวทีเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โคฟเวอร์ แดนซ์2012 กลับมารวมตัวเฉพาะกิจ พร้อมเซอร์ไพรส์โชว์สุดพิเศษ

มิลเลนเนียม บอย วง โคฟเวอร์แดนซ์บอยแบนด์ชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งแจ้งเกิดจากเวทีเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โคฟเวอร์ แดนซ์2012 กลับมารวมตัวเฉพาะกิจ พร้อมเซอร์ไพรส์โชว์สุดพิเศษ
คณะกรรมการผู้มากประสบการณ์ ทั้งยังเป็นผู้ฝึกสอนและออกแบบท่าเต้นชื่อดัง นำทีมโดย เอกรินทร์ ตระนันทสิน, ณัชชพลเจตสมมา, รพีพรรณ อนันตริยกุล, ธงชัย กุลเกตุยิ่งใหญ่

คณะกรรมการผู้มากประสบการณ์ ทั้งยังเป็นผู้ฝึกสอนและออกแบบท่าเต้นชื่อดัง นำทีมโดย เอกรินทร์ ตระนันทสิน, ณัชชพลเจตสมมา, รพีพรรณ อนันตริยกุล, ธงชัย กุลเกตุยิ่งใหญ่
ดิ เอมไพร์ รับรางวัลชนะเลิศ ประเภท BOY BAND

ดิ เอมไพร์ รับรางวัลชนะเลิศ ประเภท BOY BAND
ทีม ดีไวซ์ รับรางวัลชนะเลิศ ประเภท GIRL GROUP

ทีม ดีไวซ์ รับรางวัลชนะเลิศ ประเภท GIRL GROUP

บรรยากาศการแข่งขันประกวดเต้นโคฟเวอร์ MBK CENTER COVER DANCE 2019

บรรยากาศการแข่งขันประกวดเต้นโคฟเวอร์ MBK CENTER COVER DANCE 2019

โซไซตี้ : Open House 2019 HCU NEW GEN #เด็กหัวเฉียวรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/435436

โซไซตี้ : Open House 2019 HCU NEW GEN #เด็กหัวเฉียวรุ่นใหม่

โซไซตี้ : Open House 2019 HCU NEW GEN #เด็กหัวเฉียวรุ่นใหม่

วันศุกร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 18.35 น.

เมื่อวันที่ 2 และ 3 สิงหาคม 2562 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (มฉก.) ได้ต้อนรับน้องๆ นักเรียน คุณครูและผู้ปกครอง ในงานเปิดบ้าน “Open House 2019 HCU NEW GEN # เด็กหัวเฉียวรุ่นใหม่” ปีนี้จัดเป็นภาคต่อของงานเปิดบ้านตระกูล “หัวเฉียว” Huachiew Family Edutown 2018 ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้จึงเพิ่มเวลาเป็นสองวันเพื่อให้น้องๆ และผู้สนใจได้ร่วมกิจกรรมภายในงานอย่างเต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น โดย รศ.ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ อธิการบดี และคณะผู้บริหารร่วมต้อนรับและกล่าวทักทายผู้เข้าร่วมงานอย่างเป็นกันเอง ภายในงานจัดงานอบอุ่นสบายๆ น้องๆ นักเรียนและคุณครูเลือกชมและร่วมกิจกรรมตามความสนใจไม่ว่าจะเป็นการแสดงหุ่นคน ม.หัวเฉียวฯ จากศูนย์วัฒนธรรม พูดคุยกับ 33 ฮีโร่รุ่นพี่ที่บูธ HERO SPACE ถ่ายภาพที่ระลึกที่ Photobooth ร่วมสัมมนาและ Workshop เรื่องทรัพยากรเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตาย และชมการแสดงจาก 3 ศิลปิน ได้แก่ วง Lipta แม็กซ์ เจนมานะ ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ และวง Tukky Band ต่อด้วยการแสดงเปิดตัว 13 HERO จาก 13 คณะวิชา และปิดท้ายด้วยการเล่นเกมส์แจกของรางวัลมากมาย

สิ่งสำคัญที่สุดของการเปิดบ้านครั้งนี้ คือ ต้องการให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของมหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นบ่มเพาะนักศึกษาให้เป็นคนรุ่นใหม่ เป็น NEW GEN ภายใต้แนวคิดตัวอักษรคือ HCU ซึ่งนอกจากจะเป็นชื่อย่อภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัย Huachiew Chalermprkiet University แล้วยังมีความหมายบ่งบอกถึงบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวของนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยจะสร้างความแตกต่าง โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ตามแบบฉบับของมหาวิทยาลัย คือ มีความเป็น Hero ด้วยการกล้าคิดและกล้าทำในสิ่งสร้างสรรค์ Change เปลี่ยนแปลงตัวเอง คนรอบข้างและสังคมไปสู่สิ่งดี และ Universal มีความเป็นสากลด้วยทักษะทางด้านภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ซึ่งบุคลิกลักษณะเด่น 3 ประการนี้มหาวิทยาลัยจะบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมให้กับนักศึกษา

เปิดบ้านครั้งนี้ปิดฉากด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและใครที่พลาดปีนี้ พบกันใหม่ปีหน้า ขอบอกว่าห้ามพลาดเด็ดขาด ติดตามที่ huachiewfanpage หรือเว็บไซต์มหาวิทยาลัย www.hcu.ac.th

 

โซไซตี้ : กิจกรรมสุดชิค ‘เปลี่ยนลายเส้น เป็นรายได้ by Suntur and ME’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/433971

โซไซตี้ : กิจกรรมสุดชิค ‘เปลี่ยนลายเส้น เป็นรายได้ by Suntur and ME’

โซไซตี้ : กิจกรรมสุดชิค ‘เปลี่ยนลายเส้น เป็นรายได้ by Suntur and ME’

วันอาทิตย์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ME by TMB พร้อมด้วย ซันเต๋อ และผู้เข้าร่วมงาน ร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

ME by TMB ผู้นำดิจิทัลแบงกิ้งแห่งแรกของเมืองไทยได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อลูกค้า MEคนสำคัญ ในคอนเซ็ปต์ “เปลี่ยนลายเส้น เป็นรายได้ by Suntur and ME” โดยได้ศิลปินสุดมินิมอลอย่าง“ซันเต๋อ” หรือ ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล ร่วมทำเวิร์กช็อปสุดชิค หาลายเส้นของตนเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มลูกค้า ME เพื่อเป็นแนวทางค้นหาความเป็นศิลปินในตัวคุณ

งานนี้ ME ได้เนรมิตพื้นที่ ME Place ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ให้เป็นลานศิลปะ โดยมีนักวาดภาพสไตล์มินิมอล “ซันเต๋อ” มาเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจ เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการพูดคุยในบรรยากาศสบายๆ แบบเป็นกันเอง เกี่ยวกับแรงบันดาลใจของซันเต๋อ จุดเริ่มต้นที่ทำให้หันมาสนใจการวาดภาพ จนเริ่มมีผลงานศิลปะที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กลายเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน และสามารถก่อเกิดเป็นรายได้ จากผลงานที่ตนเองสร้างสรรค์ขึ้นจากแรงบันดาลใจและความรักในงานศิลปะ หลังจากพูดคุยกันแล้ว จึงเข้าสู่ช่วงเวลาของการเวิร์กช็อป โดยซันเต๋อ ได้ให้คำแนะนำดีๆในการวาดลวดลายต่างๆ งานนี้ผู้ร่วมงานนำทีมโดย “ดร.นะโม-เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ME by TMB ได้ควงคู่ภรรยาคนสวยมาร่วมวาดลายเส้นด้วยกัน และลูกค้าที่เข้าร่วมงาน ต่างสนุกสนานกับการวาดลายเส้นจากแรงบันดาลใจ ออกมาเป็นผลงานลายเส้นสวยๆตามสไตล์เฉพาะของตนเอง

ช่วงท้ายของงานยังได้มอบความพิเศษสุดๆ ให้กับลูกค้าที่เปิดบัญชี ME SAVE บัญชีเงินฝากดิจิทัลสำหรับเก็บเงินที่ได้รับดอกเบี้ยสูง 4.5 เท่าของออมทรัพย์ทั่วไป เปิดบัญชีได้ง่าย ด้วยระบบ e-KYCผ่านแอพพลิเคชั่น ME by TMB และบัญชีME MOVE บัญชีเพื่อการใช้จ่ายดิจิทัล ที่ให้คุณโอนเงินไปยังบัญชีต่างๆ ได้ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆซึ่งลูกค้าที่เปิดบัญชีในงานได้รับกระเป๋าผ้าเก๋ๆ รุ่นลิมิเต็ด วาดโดยซันเต๋อ สะพายไหล่กลับบ้านไปแบบ ชิค ชิค

 

ซันเต๋อ กำลังวาดภาพลงกระเป๋าผ้า รุ่นลิมิเต็ดให้แก่ลูกค้าที่เปิดบัญชี ME SAVE

ซันเต๋อ กำลังวาดภาพลงกระเป๋าผ้า รุ่นลิมิเต็ดให้แก่ลูกค้าที่เปิดบัญชี ME SAVE
ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี และภรรยาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกพร้อมกระเป๋าผ้า รุ่นลิมิเต็ด โดย ซันเต๋อ

ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี และภรรยาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกพร้อมกระเป๋าผ้า รุ่นลิมิเต็ด โดย ซันเต๋อ
พิธีกรถาม-ตอบ กับซันเต๋อ ถึงประเด็นที่น่าสนใจต่างๆ อาทิ แรงบันดาลใจที่ทำให้หันมาวาดภาพ ทำอย่างไรให้เป็นที่รู้จัก เริ่มทำผลงานให้เป็นที่ทำเงินได้อย่างไร ช่องทางในการขายผลงาน ฯลฯ

พิธีกรถาม-ตอบ กับซันเต๋อ ถึงประเด็นที่น่าสนใจต่างๆ อาทิ แรงบันดาลใจที่ทำให้หันมาวาดภาพ ทำอย่างไรให้เป็นที่รู้จัก เริ่มทำผลงานให้เป็นที่ทำเงินได้อย่างไร ช่องทางในการขายผลงาน ฯลฯ
ผู้ร่วมงานกำลังทำกิจกรรมเวิร์กช็อปตามสาธิตจากซันเต๋อ

ผู้ร่วมงานกำลังทำกิจกรรมเวิร์กช็อปตามสาธิตจากซันเต๋อ

โซไซตี้ : มอบรางวัล G.O.D. รางวัลอันทรงเกียรติสำหรับบุคคลสำคัญและนักการกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/432428

โซไซตี้ : มอบรางวัล G.O.D. รางวัลอันทรงเกียรติสำหรับบุคคลสำคัญและนักการกุศล

โซไซตี้ : มอบรางวัล G.O.D. รางวัลอันทรงเกียรติสำหรับบุคคลสำคัญและนักการกุศล

วันอาทิตย์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.อภินิตา ไชยชนะ ประธาน We Care for Humanity ประเทศไทย ได้รับเกียรติให้ขึ้นรับรางวัล G.O.D. ในสาขาสัญลักษณ์ทางสันติภาพแห่งเอเชีย โดยเป็นผู้หญิงไทยคนแรกและคนเดียวในเอเชีย ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ท่ามกลางสมาชิกราชวงศ์ ผู้นำ และบุคคลสำคัญ

The Global Order of Dignitaries and Philanthropists หรือ G.O.D. (งานประกาศรางวัลลำดับบุคคลสำคัญและนักการกุศลของโลก) เป็นความร่วมมือของ องค์กรWe Care for Humanity (WCH) พร้อมด้วย องค์หญิงมาเรีย อามอร์ ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อยกย่องและประกาศเกียรติคุณ นักมนุษยธรรม ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ที่องค์การสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่11-12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมี เจ้าชาย เอฟ. โอโลรันเฟมิแห่งไนจีเรีย ให้เกียรติเป็นประธานและมอบรางวัล มี สมาชิกราชวงศ์ผู้นำโลกและนักการกุศล เข้ารับรางวัลทั้งหมด 17 รางวัล ได้แก่ฯพณฯ ดร.อัลเฟรด มัยซิอู อดีตประธานาธิบดีแห่งแอลเบเนีย ในฐานะบิดาแห่งบอลข่าน, ฯพณฯ อีโว โยซิโปวิค อดีตประธานาธิบดีแห่งโครเอเชีย ในฐานะผู้ทรงเกียรติจากยุโรป, ฯพณฯ ฟิลิป วูยาโนวิคอดีตประธานาธิบดีมอนเตเนโกร ในฐานะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ของยุโรป,สมเด็จเพรช วันนารัตตะ นาย โครเร็ค รองหัวหน้าคณะสงฆ์คนที่ 3 ขอกัมพูชา ในฐานะศูนย์รวมทางจิตใจยอดเยี่ยมแห่งปี,ฯพณฯ ดร. ชีค โยเซฟ บิน ซาเลห์ อัล-รัชฮี ประธานสันนิบาตชาวอาหรับ ในฐานะบุคคลของโลกแห่งปี, ฯพณฯ ชีค โมห์เซ็น อับดุลลาห์ อัล เทอร์คี ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ จากประเทศซาอุดีอาระเบีย ในฐานะผู้สูงศักดิ์จากตะวันออกกลาง, ฮิมานชูปาเทล ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Triton Solar LLC ในสหรัฐอเมริกา ในฐานะนักมนุษยธรรมโลกด้านนวัตกรรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ,เคนเนดี คาลอนโซ มุสโยกา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สภานิติบัญญัติแอฟริกาตะวันออกของเคนยา ในรางวัลผู้นำรุ่นใหม่, ดร.อูดิท ราจ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเทศอินเดีย และประธานคณะกรรมการแห่งชาติของสหพันธรัฐอินเดียทั้งองค์กร SC / ST ในฐานะบุคคลตำนานด้านสิทธิมนุษยชน, ดร.เอลิซาเบธ แจ็ค ริช-ทายน์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ The Elizabeth Jack-Rich Aidในฐานะนักมนุษยธรรมโลกหญิงด้านการบรรเทาความยากจน, อ.รินโปชพูร์บา ดอร์จี ปรมาจารย์ด้านวิญญาณและผู้สร้างภาพยนตร์ ในฐานะนักสันติภาพและมนุษยชาติยอดเยี่ยม,ศ.อาร์เบน ซูเลจมานี ประธานชุมชนเบคตาชิ ในมาซิโดเนียตอนเหนือในฐานะสัญลักษณ์ทางสันติภาพของยุโรป, ดร.อภินิตา ไชยชนะ ประธานของ We Care for Humanity ประเทศไทย ในตำแหน่งสัญลักษณ์ทางสันติภาพแห่งเอเชีย, มิสเอฟจีเนีย ลากูนา ในตำแหน่งศิลปินมนุษยธรรมโลกและผู้ได้รับรางวัลซ้ำจากงาน G.O.D. Asia ปี 2561 อาซิฟ ชาวดารี่ ในตำแหน่งทูตมนุษยธรรมแห่งปี

องค์หญิงมาเรีย อามอร์ เตอร์เรส ผู้ก่อตั้ง WCH ตลอดจนเป็นผู้สร้างและประธานองค์การ G.O.D. อธิบายว่า “เป้าหมายของงานมอบรางวัล G.O.D. ไม่ใช่การเชิดชูนักมนุษยธรรมที่ได้รับรางวัล แต่เพื่อส่งเสริมให้ทำการกุศลกันมากขึ้นและให้เกิดความสำนึกทางมนุษยธรรมไปทั่วโลกก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่จะทำลายโลก ตลอดจนจุดประกายผู้แทนระหว่างประเทศให้ทำงานด้วยกันอย่างกลมกลืน ด้วยการรวมภูมิปัญญาจากหลายๆ ส่วนภารกิจของงาน G.O.D. ครั้งที่ 7 คือการระดมทุนเพื่อโรงพยาบาลในประเทศสาธารณรัฐวานูอาตู พร้อมจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งได้รับการตอบสนองอย่างดีเยี่ยมด้วยความเอื้อเฟื้อของสองท่าน ได้แก่ ท่านชีค ชีค โยเซฟ บิน ซาเลห์อัล-รัชฮี และท่านชีค โมห์เซ็น อับดุลลาห์ อัล เทอร์คี นอกจากนี้ องค์หญิงมาเรีย อามอร์ เตอร์เรส ยังได้กล่าวถึงองค์กร WCH ในประเทศไทยว่า “WCH ในประเทศไทย ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้ร่วมงานกับ ดร.อภินิตา ไชยชนะ ซึ่งเป็นนักการกุศลที่ทำงานด้านนี้ด้วยหัวใจจริงๆ เราได้ร่วมงานกันก่อนหน้านี้มาหลายงานมากๆ แล้ว จึงคิดว่าถึงเวลาแล้วสำหรับองค์กร WCH ในประเทศไทยจะเป็นตัวอย่างเป็นทางการจริงองค์กร WCH ในประเทศไทยมีมานานหลายปีแล้วค่ะ และสำหรับครั้งนี้จะเป็นการเปิดตัวต่อหน้าสื่อมวลชนและบุคคลสำคัญของโลกที่จะเดินทางมาในประเทศไทย รวมถึงการประกาศ ดร.อภินิตา ไชยชนะ ประธาน We Care for Humanity ประเทศไทย ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้”

โซไซตี้ : ‘น้ำดื่มสิงห์’ จัดโครงการ ‘คืนดวงใจให้แม่’ จัดทำฉลากน้ำดื่มตามหาเด็กหายกระจายทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/432236

โซไซตี้ : ‘น้ำดื่มสิงห์’ จัดโครงการ ‘คืนดวงใจให้แม่’ จัดทำฉลากน้ำดื่มตามหาเด็กหายกระจายทั่วประเทศ

โซไซตี้ : ‘น้ำดื่มสิงห์’ จัดโครงการ ‘คืนดวงใจให้แม่’ จัดทำฉลากน้ำดื่มตามหาเด็กหายกระจายทั่วประเทศ

วันเสาร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผู้ปกครองของเด็กที่สูญหาย ร่วมพูดคุยบนเวที

“น้ำดื่มสิงห์” ร่วมกับ มูลนิธิกระจกเงา จัดทำโครงการ “คืนดวงใจให้แม่ return heart to home” เนื่องในวันแม่ปีนี้ เพื่อช่วยตามหาเด็กที่หายออกจากบ้านให้กลับคืนสู่อ้อมอกของพ่อแม่และครอบครัว โดยทำฉลากน้ำดื่มสิงห์รูปเด็กที่หายไปอย่างยาวนาน เพื่อให้ทุกคนในสังคมได้เป็นพลังสำคัญและร่วมกันเป็นสื่ออีกช่องทางหนึ่งในการที่จะช่วยกันติดตามหาตัวเด็กหาย กับทั้งเพื่อให้คนในสังคมได้ตระหนักถึงปัญหาเด็กหายจากครอบครัวที่ยังคงมีจำนวนมาก รวมถึงให้พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กมีความระมัดระวังและคอยดูแลบุตรหลานในครอบครัวหาทางป้องกันไม่ให้หายออกจากบ้าน

โดยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 ที่หอประชุมบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด พร้อมด้วย เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข ประธานมูลนิธิกระจกเงา ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “คืนดวงใจให้แม่ return heart to home” เนื่องในวันแม่ปีนี้ จัดพิมพ์ฉลากพิเศษรูปเด็กหายบนขวดน้ำดื่มสิงห์ กว่า 20 ล้านขวด ช่วยตามหาเด็กหายกลับคืนสู่อ้อมอกพ่อแม่และครอบครัว และให้คนในสังคมตระหนักถึงปัญหาเด็กหาย ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

น้ำดื่มสิงห์ คืนดวงใจให้แม่

ปัญหาเด็กหายออกจากบ้านเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญในสังคมไทย อันเป็นปัญหาใหญ่และเป็นปัญหาใกล้ตัว จากสถิติเด็กหายที่ผ่านมาแต่ละปีถือเป็นสถานการณ์ที่เรียกได้ว่ามีความรุนแรงและน่าตกใจมิใช่น้อย ทั้งนี้พบว่าเด็กที่หายออกจากบ้านจะเป็นเด็กหญิงมากกว่าเด็กผู้ชายถึง 3 เท่า และส่วนใหญ่อายุระหว่าง 11-15 ปี โดยสาเหตุที่เด็กหายออกจากบ้านพบว่า ปัจจัยหลักๆ คือ เกิดจากปัญหาครอบครัว ถูกล่อลวงให้ออกจากบ้าน หรือตกเป็นเหยื่อแก๊งค้ามนุษย์ถูกลักพาตัวพรากไปจากอ้อมอกพ่อแม่เพื่อนำไปแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งการหายออกจากบ้านของเด็กนับเป็นเรื่องที่สร้างความทุกข์ทรมานใจแก่พ่อแม่อย่างยิ่ง ที่ผ่านมาแม้จะมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมมือกันในการช่วยเหลือติดตามหาตัวเด็กที่หาย แต่ปัญหานี้ก็มิได้เบาบางและยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ปัญหานี้ยังคงมีความน่าเป็นห่วง โดยสถิติจากมูลนิธิกระจกเงา มีเด็กอายุระหว่าง 0-18 ปี ที่หายไป ในปี 2559 จำนวน 418 คน ปี 2560 จำนวน 403 คน,ปี 2561 จำนวน 309 คน และ ล่าสุด ปี 2562 (สถิติ ณ เดือน กรกฎาคม) มีเด็กหายจำนวน 153 คนอย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีสามารถติดตามเด็กสูญหายได้สำเร็จกว่า 90% ขณะเดียวกันยังมีสถิติเด็กที่หายมายาวนานมากกว่า 5 ปี และยังหาไม่พบประมาณ 1% ดังนั้น น้ำดื่มสิงห์ ขอเป็นอีกหนึ่งความช่วยเหลือที่จะตามหาเด็กเหล่านี้ เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแด่แม่เนื่องในวันแม่ปีนี้

ภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เจ้าของแนวความคิดนี้กล่าวว่า “ปัญหาเด็กหายเป็นอีกปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ผมเข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ที่เป็นพ่อแม่ของน้องๆ ที่หายไปว่าทุกข์ทรมานขนาดไหน ทุกครั้งที่ผมได้ยินเรื่องนี้ผมถามตัวเองว่าเราจะช่วยอะไรได้บ้าง ผมพบว่าเราน่าจะใช้ฉลากน้ำดื่มสิงห์เป็นอีกช่องทางการสื่อสารที่ช่วยในการติดตามได้และได้ติดต่อไปยังมูลนิธิกระจกเงาทันที เพื่อประสานการทำงานร่วมกันจนสำเร็จเป็นโครงการ “คืนดวงใจให้แม่ return heart to home” ในวันนี้”

ภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.บุญรอดเทรดดิ้ง พร้อมด้วยเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข ประธานมูลนิธิกระจกเงา ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “คืนดวงใจให้แม่ return heart to home”

ด้าน เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข ประธานมูลนิธิกระจกเงา กล่าวย้ำว่า โครงการ “คืนดวงใจให้แม่ return heart to home” โดยน้ำดื่มสิงห์ เป็นโครงการที่ดีและเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือทางสังคมที่จะช่วยพาเด็กหายกลับคืนสู่ครอบครัว เพราะเด็กทั้ง 5 คน ที่มูลนิธิฯเลือกมา ถือเป็นกรณีที่ค่อนข้างยาก ใช้สื่อหลายประเภทในการตามหาแล้วแต่ยังไม่พบ

“การใช้ฉลากน้ำดื่มสิงห์เป็นเครื่องมือช่วยตามหาเด็กหาย เป็นการเปิดช่องทางการสื่อสารใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึง เป็นความหวังอีกครั้งเพราะนอกจากจะเป็นการใช้สื่อที่กระจายไปทั่วประเทศผ่านน้ำดื่มสิงห์แล้ว ยังเป็นกระตุ้นสังคมว่าการตามหาเด็กหายเป็นภารกิจที่ทุกคนในสังคมจะมีส่วนร่วมกัน เพื่อปกป้องคุ้มครองเด็กหายทุกคนให้ปลอดภัยและพาดวงใจของแม่กลับบ้าน”

ภูริต ภิรมย์ภักดี กล่าวให้กำลังใจคุณแม่ทั้ง 2

เด็กสูญหายทั้ง 5 คนที่ถูกเลือกให้มาอยู่บนฉลากน้ำดื่มสิงห์ ถือเป็นกรณีที่ยากที่สุดของมูลนิธิกระจกเงา ที่ใช้เวลาติดตามหาตัวมานานตั้งแต่ 6 ปีถึง 17 ปี ทั้งที่มีสื่อหลากหลายประเภทช่วยในการติดตาม แต่ยังไม่พบตัว ดังนั้น การใช้สื่อที่สามารถเข้าถึงคนหมู่มากและใกล้ชิดกับผู้บริโภคโดยตรง จึงเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการเพิ่มโอกาสตามหาเด็กให้เจอ โดยเด็ก 5 คน ที่มูลนิธิกระจกเงาเลือกนำมาพิมพ์ฉลากพิเศษติดขวดน้ำดื่มสิงห์ประกอบด้วย เด็กชายชัยภาส ด้านเกื้อกูล (น้องเท็น) อายุขณะที่หายไป 11 ปี อายุปัจจุบัน 24 ปี หายไปจากบ้านที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร มีตำหนิไฝที่ข้อมือซ้ายและแผลเป็นที่หางคิ้วข้างขวา, เด็กชายนฤดลเยื้อนหนูวงศ์ (น้องโอ๊ต) อายุขณะที่หายไป 8 ปีอายุปัจจุบัน 25 ปี หายไป จากบ้านที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร มีตำหนิรอยแผลเป็นที่คิ้วขวา,เด็กหญิงจีรภัทร ทองชุม (น้องจีจี้) อายุขณะที่หายไป 9 ปี อายุปัจจุบัน 17 ปี หายไปจากบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี, เด็กหญิงเบญรัตน์ วงษ์ประจันต์ (น้องพลอย) อายุขณะที่หายไป4 ปี อายุปัจจุบัน 17 ปี หายไปบริเวณตลาดนัดคลองหลวง จ.ปทุมธานี มีตำหนิแผลเป็นที่ใต้รักแร้ข้างซ้าย และเด็กชายเดชาวัต ยาต่อ (น้องเจต)อายุขณะที่หายไป 12 ปี อายุปัจจุบัน 17 ปี หายไปจากบ้าน ที่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์

การจัดทำโครงการ “คืนดวงใจให้แม่” ครั้งนี้น้ำดื่มสิงห์จัดพิมพ์ฉลากเด็กหายบนขวดน้ำดื่มกว่า 20 ล้านขวด ในขนาด 750 มิลลิลิตร และ 600 มิลลิลิตร เนื่องจากเป็นขนาดที่ผู้บริโภคนิยมดื่มเป็นจำนวนมาก ส่วนช่องจำหน่ายครอบคลุมทั้งร้านค้าทั่วไป ห้างค้าปลีก รวมถึงร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่นที่กระจายอยู่กว่า 11,000 สาขาทั่วประเทศ ตลอดทั้งเดือนสิงหาคม โดยคาดหวังให้ผู้บริโภค ช่วยกันโพสต์รูปน้ำดื่มสิงห์ที่มีฉลากรูปเด็กหาย ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ของตัวเองและช่วยกันแชร์ เพื่อกระจายให้สังคมได้รับรู้อย่างกว้างขวาง อันอาจจะเป็นโอกาสที่ทำให้ได้พบเด็กที่หายไปด้วย ทั้งเพื่อให้ทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตามหาเด็กทั้ง 5 คนนี้

บรรยากาศในงานแถลงข่าว

โซไซตี้ : SACICT นำ ครูศิลป์ ครูช่าง และทายาท สัมผัสวัฒนธรรมตุรกี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/427632

โซไซตี้ : SACICT นำ ครูศิลป์ ครูช่าง และทายาท สัมผัสวัฒนธรรมตุรกี

โซไซตี้ : SACICT นำ ครูศิลป์ ครูช่าง และทายาท สัมผัสวัฒนธรรมตุรกี

วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

การเปิดโลกกว้าง เพื่อศึกษาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและการสร้างงานฝีมือในต่างแดน ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจที่ดี นำมาซึ่งการพัฒนาต่อยอดในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปหัตถกรรมไทยให้ดียิ่งๆ ขึ้น ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้จึงนำครูศิลป์ของแผ่นดิน,ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรมเดินทางไปยังประเทศตุรกี ที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งอารยธรรม และศิลปวัฒนธรรม สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญา ทักษะ และเทคนิคในงานศิลปหัตถกรรมอันหลากหลาย โดยนำเยี่ยมหมู่บ้านเอทริม (Village of Etrim) แหล่ง “ทอพรม”ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นกว่า 100 ปี พร้อมชมพิพิธภัณฑ์กระเบื้อง (Karatay Medreseri Museum) พิพิธภัณฑ์เก่าแก่อายุ 1,000 ปี

อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ หรือ SACICT นำคณะ เดินทางไปประเทศตุรกี เพื่อเรียนรู้องค์ความรู้ภูมิปัญญา ทักษะและเทคนิคในงานศิลปหัตถกรรม จากแหล่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งการสร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาเยือน ทั้งนี้ ตุรกีเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์และอารยธรรมเก่าแก่ หลากหลาย มีงานศิลปะที่แสดงถึงอัตลักษณ์เป็นแหล่งสร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่นน่าหลงใหลระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นงาน “เซรามิก” ที่มีเอกลักษณ์และมีประวัติความเป็นมานับพันปี งาน “ทอพรม” ที่โดดเด่นด้วยลวดลายเอกลักษณ์เฉพาะตัว

โอกาสนี้ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้งานฝีมือ เริ่มต้นที่หมู่บ้านเอทริม (Village of Etrim) แหล่ง “ทอพรม” ของประเทศตุรกี เรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติเส้นใย การผสมสีสันสำหรับใช้ทอพรม เทคนิคการทอ และการสร้างสรรค์ลวดลายบนผืนพรมหมู่บ้านเอทริมนับเป็นหมู่บ้าน “ทอพรม” พื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของตุรกี ที่สำคัญ คือ เป็นแหล่ง “ทอพรมด้วยมือ”แบบโบราณ ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน แต่ละครอบครัวได้ทอพรมมาอย่างต่อเนื่อง จากรุ่นสู่รุ่นกว่า 100 ปี ผู้ทอพรมจะเป็นผู้หญิง หลังจากทำงานบ้านหรืองานประจำเสร็จแล้ว จะนั่งทอพรมตลอดทั้งวัน เป็นวิถีชีวิตประจำวันของผู้หญิงในหมู่บ้านแห่งนี้ ส่วนผู้ชายหรือสามีจะทำหน้าที่นำพรมไปขาย

วัตถุดิบที่ใช้ในการทอพรม จะใช้เส้นใยจากขนสัตว์ เส้นใยฝ้าย และเส้นใยไหม หรืออาจจะมีการผสมผสานเส้นใย 2 ชนิดเข้าด้วยกัน เช่น เส้นใย ขนสัตว์กับเส้นใยฝ้าย เส้นใยฝ้ายกับเส้นใยไหมส่วนสีย้อมเส้นใยจะย้อมด้วยสีธรรมชาติ จากวัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น ต้นลาเวนเดอร์ป่า รากหญ้า ต้นหญ้าเปลือกวอลนัท เป็นต้น สีที่ได้จึงเป็นโทนพาสเทลแต่มีความสดใส ไม่ฉูดฉาด ที่สำคัญ สีจะติดคงทนไม่ตก ไม่ซีด ส่วนลวดลายบนผืนพรม มักเป็นลวดลายพืชพรรณ ดอกไม้ ใบไม้ หรือเรขาคณิต อาจมีลายสัตว์อยู่บ้าง เช่น ลายนก หรือลายแมงป่องกล่าวคือมักเป็นลวดลายที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน หรือลายตามจินตนาการ ลวดลายการทอพรมของหมู่บ้านแห่งนี้ นอกจากความสวยงามแล้ว ยังสอดแทรกความหมายของวิถีชีวิตชาวพื้นเมือง หรือ คติความเชื่อเช่น การทอเป็นลายกิ่งไม้ หมายถึงตัวแทนของต้นไม้แห่งชีวิต การทอเป็นลายแมงป่อง ถือเป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจ และมีความเชื่อว่า จะทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง เพราะแมงป่องจะกระดกหางชูสูงขึ้นตลอดเวลา การทอเป็นลายมัดข้าวสาลี หมายถึงความมั่งคั่ง ความอุดมสมบูรณ์ หรืออาจทอเป็นลวดลายดวงตาปีศาจ ตามความเชื่อที่ว่าจะป้องกันและขจัดความชั่วร้าย เป็นต้น

การทอพรมที่หมู่บ้านเอทริมนี้จะใช้ “เทคนิค ดับเบิ้ล นอตส์” (double knots) พรมแต่ละผืนต้องใช้ทั้งเวลาและความชำนาญ ผู้หญิงทอพรมที่หมู่บ้านแห่งนี้สามารถทอลวดลายได้ด้วยทักษะและความชำนาญสูง ไม่ต้องมีแบบร่างลายใดๆ มาใช้ประกอบ ทุกลายออกมาจากความจำ จินตนาการและทักษะความชำนาญ แต่ละผืนจะมีลวดลายที่ไม่ซ้ำกันใช้เวลาทอ 2-8 เดือน หากมีลวดลายเล็กละเอียดและมีขนาดใหญ่อาจใช้เวลา 3-5 ปี หมู่บ้านแห่งนี้ มีการทอพรมแทบทั้งหมู่บ้าน มีระบบการจัดจำหน่ายในรูปแบบสหกรณ์ เมื่อมีรายได้จากการจำหน่ายก็จะคืนกลับสู่ผู้ทอ นอกจากการเยี่ยมชมหมู่บ้านทอพรมแล้วยังได้นำคณะครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ ทายาทฯ ไปชมพิพิธภัณฑ์กระเบื้อง (Karatay Medreseri Museum)ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองคอนย่า (Konya) เพื่อศึกษาเรียนรู้เทคนิคและศิลปะลวดลายงานเซรามิกและกระเบื้องเคลือบที่มีอายุนับ 1,000 ปี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 800 ปี ที่แล้ว โดย เซลจุก (Seljuk) อิหม่ามหรือผู้นำศาสนา ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองคอนย่าในขณะนั้น ภายในพิพิธภัณฑ์ มีงานศิลปหัตถกรรมที่สำคัญ อายุนับพันกว่าปี เช่น กระเบื้องเซรามิกเขียนลาย งานผ้าปัก งานถ้วยชามโบราณเขียนลาย เป็นต้น ส่วนสำคัญของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะมีการตกแต่งผนังด้านในอย่างงดงามด้วยกระเบื้องเซรามิก ด้วย โทนสีน้ำเงิน ฟ้า ขาว ที่มีลวดลายเชิงศิลปะที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์แบบศิลปะอิสลาม และบางส่วนมีการนำคำสอนจากพระคัมภีร์อัลกุรอาน มาเขียนเป็นลวดลายประดับตกแต่งอย่างงดงาม นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเซรามิกโบราณจากแหล่งโบราณคดีนับพันปีอีกด้วย

การนำคณะ เดินทางไปชมกรรมวิธีการทอพรมแบบโบราณ และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สำคัญของประเทศตุรกี ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการช่วยเปิดโลกทัศน์ มุมมอง ตลอดจนการเรียนรู้ถึงเทคนิควิธีการสร้างสรรค์ผลงาน ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ และแนวคิด เพื่อนำมาประยุกต์เทคนิควิธีการสร้างสรรค์ผลงานให้โดดเด่น แตกต่าง แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ และเพิ่มมูลค่า ในชิ้นงานของแต่ละคนได้มากขึ้น

โซไซตี้ : ตักบาตรดอกเข้าพรรษาวัดพระพุทธบาท ประจำปี 2562 ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/426265

โซไซตี้ : ตักบาตรดอกเข้าพรรษาวัดพระพุทธบาท ประจำปี 2562 ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เทศบาลเมืองพระพุทธบาทร่วมกับจังหวัดสระบุรี เตรียมจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทานจังหวัดสระบุรี ประจำปี2562 ประเพณีที่สำคัญของจังหวัดสระบุรี และมีแห่งเดียวในโลก โดยในปีนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน เช่น นิทรรศการดอกเข้าพรรษา การแสดงของดี ของเด่น แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสระบุรี ขบวนเทียนพรรษาพระราชทาน ขบวนการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นและอื่นๆ อีกมากมาย ระหว่างวันที่ 14-17 กรกฎาคม 2562 ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

เกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า งานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา และถวายเทียนพระราชทานจังหวัดสระบุรี นับว่าเป็นประเพณีที่สำคัญของจังหวัดสระบุรี และมีแห่งเดียวในโลก ถือเอาวันเข้าพรรษา วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี มีประชาชน ผู้เฒ่าผู้แก่และคนหนุ่มสาวทั่วไปต่างพากันไปทำบุญตักบาตร เนื่องในวันเข้าพรรษาที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตามประเพณีชาวพุทธทั้งหลาย โดยจะมีการจัดให้มีขบวนแห่การแสดงอันสวยงาม และพิธีตักบาตรด้วยดอกไม้ที่มีชื่อว่า “ดอกเข้าพรรษา หรือ ดอกหงส์เหิน”

ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี ที่ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา นับเป็นประเพณีอันเก่าแก่ที่ควรค่าแห่งการอนุรักษ์ยิ่ง “เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลก” นอกจากพุทธศาสนิกชนจะได้สร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่กับการถวายดอกเข้าพรรษาแด่ภิกษุสงฆ์แล้วยังได้ตื่นตาตื่นใจกับขบวนรถต่างๆ อาทิ ขบวนพยุหยาตรา และขบวนแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์, ขบวนพสกนิกรไทย เทิดไท้ องค์ราชัน เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และที่ขาดเสียมิได้คือความงามของ “ดอกเข้าพรรษา” ที่บานสะพรั่งทั่วทั้งบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งแต่เช้าตรู่จนกระทั่งตะวันเคลื่อนคล้อยลอยลงต่ำหลังมณฑปพระพุทธบาทและลับทิวเขาสุวรรณบรรพตไป

“งานครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของท้องถิ่น และจังหวัดสระบุรี ตามนโยบายของจังหวัด ที่ได้ผลักดันและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด โดยทั้งภาครัฐภาคเอกชนทุกแขนง รวมทั้งประชาชนชาวจังหวัดสระบุรีตื่นตัวและเตรียมตัวต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่จะเดินทางมาชมงาน จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมในงานประเพณีหนึ่งเดียวในโลกครั้งนี้ เพื่อร่วมกันถวายเป็นพุทธบูชา”รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าว

ชนัตถ์ นันทปัญญา ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงานฯ กล่าวว่า ในวันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเริ่มงานจะมีพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในอาณาบริเวณพระพุทธบาท จากนั้นในวันที่ 15 กรกฎาคม จะเป็นวันเปิดงาน ซึ่งจะมีขบวนรถต่างๆ เป็นที่สนใจของทั้งชาวสระบุรีและนักท่องเที่ยวที่มาชม ประกอบด้วย ขบวนพยุหยาตราและขบวนเจ้าเมืองสระบุรี ขบวนเทียนพรรษาพระราชทานและเทียนพรรษาจังหวัดสระบุรี ขบวนศาสนาและวัฒนธรรม ขบวนแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ขบวนพสกนิกรไทย เทิดไท้องค์ราชัน และขบวนอัตลักษณ์ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา “สำหรับของที่ระลึกในปีนี้ เป็นพระพุทธรูปจำลอง พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสี่มุมเมือง” ซึ่งมีอยู่ 4 องค์ ถูกจัดสร้างขึ้นตามความเชื่อและโบราณประเพณีของบ้านเมืองที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่จะต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องขอบขัณฑสีมาทั้งสี่ทิศ โดยการสร้างพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศนั้นเป็นการสร้างพระพุทธรูปแบบ “จตุรพุทธปราการ” กล่าวคือเป็นการนำเอาวัดหรือพระพุทธรูปเป็นปราการทั้งสี่ด้าน เพื่อปกป้องภยันตรายจากอริราชศัตรู ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เสริมสร้างดวงชะตาแก่บ้านเมืองและคุ้มครองพสกนิกรทั้งมวลให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข”

ดอกเข้าพรรษา หรือดอกหงส์เหิน หนึ่งปีจะออกดอกเพียงครั้งเดียว เฉพาะในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาเท่านั้น ในท้องที่อำเภอพระพุทธบาท พบว่ามี 2 สกุล ได้แก่ สกุลกระเจียว มีดอกสีขาว หรือขาวอมชมพู และสกุลหงส์เหิน ดังกล่าวไว้ข้างต้น เมื่อถึงวันเข้าพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปีชาวอำเภอพระพุทธบาท จะพากันไปเก็บดอกเข้าพรรษาตามไหล่เขาโพธิลังกาหรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวง และเขาพุในเขตอำเภอพระพุทธบาท นำมาจัดรวมกับธูปเทียนเพื่อตักบาตรถวายพระ ซึ่งที่จังหวัดสระบุรีได้จัดพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี และเป็นสถานที่ประดิษฐาน “รอยพระพุทธบาท”อันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชาซึ่งมีความเชื่อในคติชาวลังกาว่า พระพุทธเจ้าได้ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ 5 แห่ง และรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทฯ แห่งนี้ เป็น 1 ใน 5 แห่ง ต่อมารอยพระพุทธบาทนี้ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม