โซไซตี้ : เริ่มแล้วการประกวดเล่านิทานสุดน่ารักแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/424656

โซไซตี้ : เริ่มแล้วการประกวดเล่านิทานสุดน่ารักแห่งปี

วันอาทิตย์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 29-30 มิถุนายน ที่ผ่านมา เด็กๆ จากภาคกลาง ได้มาโชว์ความสามารถการเล่านิทานรอบคัดเลือก ระดับอายุ 4-6 ปี ในโครงการ “ลับสมองประลองปัญญา สรรหาหนูน้อยนักเล่านิทาน ครั้งที่ 14”ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพฯ

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เพราะเด็กๆ ต่างขนความสามารถ น้ำเสียงลีลาท่าทาง ความน่ารักสดใส มาโชว์แบบจัดเต็ม งานนี้บอกได้คำเดียวว่า “ไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ” สำหรับใครที่พลาดชมความน่ารักความสามารถของเด็กเก่งในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา อย่าเพิ่งเสียใจการประกวดภาคกลางรอบคัดเลือก ระดับอายุ 4-6 ปี และระดับอายุ 6-9 ปี ยังมีจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 13-14 กรกฎาคม 2562 อย่าลืมมาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ และให้กำลังใจกับเด็กๆ กันนะคะ ติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่ facebook/lubsamongcontest (ลับสมอง ประลองปัญญา สรรหาหนูน้อยนักเล่านิทาน), http://www.tkpark.or.th, facebook/tkparkclub

โซไซตี้ : ปั้นผู้นำยุคดิจิทัล รับเทรนด์โลก ‘MBA Digital Executives’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/422960

โซไซตี้ : ปั้นผู้นำยุคดิจิทัล รับเทรนด์โลก ‘MBA Digital Executives’

วันเสาร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

รวมพลังปั้นผู้นำยุคดิจิทัล “MBA Digital Executives” ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์, ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดี ม.สยาม, ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผอ. DEPA,รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช รองอธิการบดีและคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย, ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รอง ผอ.DEPA, ดร.ธนกร ลิ้มศรัณย์

เมื่อโลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ก้าวสู่โลกเทคโนโลยีดิจิทัล แล้วเราจะก้าวทันเทรนด์โลกกันอย่างไร เพื่อเพิ่มโอกาสทางด้านธุรกิจ โดยนำนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลDigital Business Management เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการบริหาร หรือการทำงานในรูปแบบต่างๆ แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับธุรกิจของตนเองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ระดับโลก

มหาวิทยาลัยสยาม ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA จัดทำหลักสูตรปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ผู้บริหารยุคดิจิทัล “MBA Digital Executives” ซึ่งถือเป็นหลักสูตรแรกแบบ Degree Program ในประเทศไทย และเป็นสถาบันการศึกษา 1 ใน 2 ที่ได้รับความร่วมมือจาก Havard’s MOC Affiate Network อย่างเป็นทางการ โดยเปิดตัวแนะนำอย่างเป็นทางการ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 19 มหาวิทยาลัยสยาม โดยงานนี้ โซอี้ หรือ ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ เจ้าของแบรนด์ผ้าพันคอ Zoe Scarf ซึ่งเป็นCertified Trainer ของ Line@ คนแรกของประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลได้มาบรรยายให้ความรู้ “ติดปีกให้ธุรกิจด้วยDigital Technology

ดร.ณัฐพล ผอ.DEPA กล่าว ‘สร้างโอกาสเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีฯ

รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช รองอธิการบดีและคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวว่า “ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลมาแรง เพราะเศรษฐกิจยุคใหม่ ต้องสะดวก รวดเร็ว ทุกที่ทุกเวลาเป็นความท้าทายที่ต้องใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในทุกโอกาส เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วิถีชีวิตยุคใหม่ ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยสยามจึงร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จัด “หลักสูตรผู้บริหารยุคดิจิทัล (MBA Digital Executives)” เป็นหลักสูตรแรกของประเทศไทย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการและผู้บริหารองค์กรนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ในแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อเกิดประสิทธิภาพในการบริหารงาน รวมถึงเกิดความแตกต่างในการบริการให้กับลูกค้าอย่างเท่าทันสังคมโลกวันนี้

และเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่หลักสูตร MBA Digital Executives มีรายวิชาที่น่าสนใจ เช่น Digital Start Up, Fail Forward (ความล้มเหลวเพื่อก้าวต่อไป) และ Microeconomics ofCompetitiveness (เศรษฐศาสตร์จุลภาคว่าด้วยขีดความสามารถในการแข่งขัน) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่พัฒนาโดย Harvard Business School จาก ศ.ไมเคิล พอร์ตเตอร์ นักเศรษฐศาสตร์มีชื่อเสียงในการบริหารเชิงกลยุทธ์ ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นบุคคลชั้นนำในแวดวงธุรกิจของโลกยุคใหม่” ด้วยหลักสูตรที่เปิดโลกกว้างเพื่อการเรียนรู้สำหรับผู้บริหารยุคดิจิทัล “MBA Digital Executives” ใช้ระยะเวลาการศึกษาประมาณ 1 ปี 6 เดือน มีค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร 210,000 บาท โดยเรียนเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ หรือเรียนแบบสะสมหน่วยกิต (credit bank) เป็นเรียนแบบรายวิชา Mudule หรือจะเทียบโอนรายวิชาของมหาวิทยาลัยระดับโลก อาทิ Harvard, MIT และ Stanford ผ่าน Platformของ EdX Cours Era ได้ด้วย

ก้าวให้ทันโลก ก้าวให้ทันเทรนด์ ขอเชิญมาร่วมเป็นหนึ่งสู่ “ผู้นำยุคดิจิทัล” เพื่อตอบโจทย์โลกธุรกิจของคุณ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครได้ ตั้งแต่วันนี้-10 สิงหาคม 2562ที่ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสยาม โทร.02-8686866, 089-3039999

โซอี้-ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ บรรยาย ติดปีกให้ธุรกิจด้วย “Digital Technology”

โซอี้-ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ บรรยาย ติดปีกให้ธุรกิจด้วย “Digital Technology”
ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์, รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช, ภญ.โสภา พิมพ์สิริพาณิชย์

ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์, รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช, ภญ.โสภา พิมพ์สิริพาณิชย์
ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์, รศ.ดร.ภคพล อนุฤทธิ์

ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์, รศ.ดร.ภคพล อนุฤทธิ์
เปิดมุมมองใหม่สู่ผู้นำยุคดิจิทัล

เปิดมุมมองใหม่สู่ผู้นำยุคดิจิทัล
ก้าวทันโลกก้าวทันเทคโนโลยี

ก้าวทันโลกก้าวทันเทคโนโลยี

โซไซตี้ : รพ.นครธน ‘มุ่งมั่นสู่ความเชี่ยวชาญ ดูแลมากกว่าการรักษา’ แนะดูแลสมองให้มีอายุยืนนาน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/421562

โซไซตี้ : รพ.นครธน ‘มุ่งมั่นสู่ความเชี่ยวชาญ ดูแลมากกว่าการรักษา’ แนะดูแลสมองให้มีอายุยืนนาน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ด้วยจากสถิติประชากรของผู้สูงอายุมีสัดส่วน 16.06% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา (ข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ถือเป็นสัญญาณอันดีที่แสดงถึงความอายุยืนของคนไทย แต่เมื่ออายุเรามากขึ้น ความเสื่อมของสุขภาพก็ตามมาคู่กัน ดังนั้นการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะยิ่งอวัยวะที่ซับซ้อนอย่าง “สมอง” ที่เสมือนเป็นศูนย์กลางสั่งงานของร่างกาย จึงต้องดูแลด้วยความใส่ใจ โรงพยาบาลนครธน ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงได้ดำเนินการเปิด “ศูนย์สมองและระบบประสาท” ขึ้น พร้อมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบสมอง และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัย และการรักษาโดยได้นำมาแสดงให้กับประชาชนทั่วไปที่สนใจได้สัมผัสกันในงาน “มุ่งมั่นสู่ความเชี่ยวชาญ ดูแลมากกว่าการรักษา” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2

งานนี้มี ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน คุณแม่ สายรักสุขภาพและรักครอบครัว มาเป็นตัวแทนของครอบครัวยุคใหม่ที่พร้อมดูแลครอบครัว 3 วัยทั้งคุณสามีและลูกน้อย และยังไม่ละเลยที่ใส่ใจถึงสุขภาพคุณพ่อ-คุณแม่ ผู้สูงอายุในครอบครัว ได้ร่วมเสวนาและขอคำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันโรคทางสมองกับแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาทถึง 4 ท่าน จากโรงพยาบาลนครธน ได้แก่ นพ.ทรงกิตติ์ ศุภกรนำพร, นพ.ชาญวิทย์ อนุเคราะห์วิทยา และ พญ.รุ่งทิพย์ ชัยธีรกิจ อายุรแพทย์โรคระบบประสาทและสมอง ร่วมด้วย ผศ.นพ.ชัย กอบกิจสุขสกุล รังสีวิทยาร่วมรักษาระบบประสาท โดยแพทย์เฉพาะทางได้ให้คำแนะนำว่าปัญหาเรื่องโรคสมองของผู้สูงอายุที่พบส่วนใหญ่ คือ เรื่องความเสื่อมของสมอง สำหรับอาการที่แสดงออกมาขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เสื่อมในสมอง เช่น ในตำแหน่งความทรงจำ ผู้ป่วยก็จะเกิดอาการหลงลืม แต่ถ้าเป็นตำแหน่งควบคุมการเคลื่อนไหว ก็จะเป็นโรคพาร์กินสัน เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบัน โรงพยาบาลนครธน มีเทคโนโลยี TMS การกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สามารถใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคทางสมองได้หลากหลาย ช่วยฟื้นฟูการทำงานของสมองของผู้ป่วยที่มีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้นถึงระยะกลาง อีกทั้งโรคสมองเสื่อมด้วย ส่วนวิธีป้องกันปัญหาสมองเสื่อมในผู้สูงอายุเบื้องต้นง่ายๆ คือ ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยสัปดาห์ละ2 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชและปลาทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย และพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเป็นประจำ เป็นต้น สุดท้ายหากต้องการป้องกันแบบเชิงลึก แนะนำให้มาพบแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาท เพื่อตรวจสุขภาพสมองเป็นประจำทุกปี

นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่พบบ่อยที่สุด คือ กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองที่จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน อาจมีอาการลิ้นแข็ง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาซีกใดซีกหนึ่งชาหรืออ่อนแรง ปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้หลักๆ คือเรื่องของอายุ นอกจากนี้คือโรคประจำตัวเช่น ความดัน เบาหวาน ไขมันสูง และโรคหัวใจ ซึ่งต้องคอยสังเกตอาการคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดหากเกิดอาการต้องรีบส่งตัวมารักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์สมองตาย โดยเบื้องต้นจำเป็นต้องมีการตรวจวินิจฉัยก่อน ว่าเป็นอาการหลอดเลือดสมองอุดตัน หรือหลอดเลือดสมองแตก ซึ่งการรักษาสองอาการนี้มีความแตกต่างกัน หากเป็นอาการหลอดเลือดสมองแตกก็อาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่หากเป็นหลอดเลือดสมองอุดตันก็ต้องแก้ไขอาการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งโดยปกติแล้วอาการหลอดเลือดอุดตันจะมีการรักษาอยู่ 2 วิธี คือ ให้ยาลดการอุดตันของหลอดเลือดเฉียบพลันภายใน 4.5 ชั่วโมง อีกวิธีคือการลากลิ่มเลือดที่อุดตันภายในหลอดเลือดสมองออกมา เป็นการรักษาที่ต้องใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของแพทย์สูง และต้องเป็นโรงพยาบาลที่มีศักยภาพพร้อม ซึ่งมีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย ส่วนในด้านการฟื้นฟูสภาพสมองนั้นเทคโนโลยี TMS สามารถใช้ในการรักษาได้เช่นกัน โดยจะใช้วิธีกระตุ้นเซลล์ประสาท เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต จากหลอดเลือดสมองอุดตัน ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด ส่วนคำแนะนำในการป้องกันสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดอุดตัน แพทย์จะตรวจวินิจฉัยโรคก่อน เพื่อให้ทราบว่ามีไขมันอุดตันในเส้นเลือดอยู่ในระดับไหน ซึ่งต้องใช้เครื่องมือในการตรวจเส้นเลือดโดยเฉพาะ

โซไซตี้ : ค้นพบ ‘เสน่ห์สีสัน ไทย รามัญ จีน’ ในงานแสดงและจำหน่ายสินค้าท่องเที่ยวชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/418674

โซไซตี้ : ค้นพบ ‘เสน่ห์สีสัน ไทย รามัญ จีน’ ในงานแสดงและจำหน่ายสินค้าท่องเที่ยวชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ประกอบด้วยจังหวัดปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี และสมุทรปราการ เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ของดีที่โดดเด่นและวิถีแห่งวัฒนธรรมประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์สีสัน ไทย รามัญ จีน” ในงานแสดงและจำหน่ายสินค้าท่องเที่ยวชุมชนและลานวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย รามัญ จีน ปี 2562 ณ ลานสแควร์ ซี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน 2562

จรูญศักดิ์ สิงหเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ประกอบด้วยจังหวัดปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี และสมุทรปราการ ถือเป็นกลุ่มจังหวัดภาคกลางที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย มีความผสมผสานกันทั้งเชิงประวัติศาสตร์ เชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิต ธรรมชาติ การเกษตร เชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวโดยชุมชน และสถานการณ์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ปี พ.ศ. 2560 มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ 11,669,045 คน มีรายได้จากการท่องเที่ยว 18,829.39 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2561 จำนวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมด 12,271,912 คนเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 และมีรายได้จากการท่องเที่ยว 20,482.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8 จะเห็นได้ว่ากลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวถือว่าเป็นโอกาสดีของกลุ่มจังหวัดที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นและกระจายรายได้สู่ชุมชน

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 จังหวัดปทุมธานีดำเนินกิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าท่องเที่ยวและลานวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย รามัญ จีนครั้งที่ 1 ณ ลานกิจกรรมเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานครมีผู้ประกอบการและร้านค้าในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 ประกอบด้วย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาปทุมธานี นนทบุรี และสระบุรี เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ามากกว่า 60 ร้านค้า มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้ามูลค่า 2,225,916 บาท มีจำนวนประชาชนผู้สนใจและนักท่องเที่ยวเข้าชมงานกว่า 40,000 คน ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาร่วมงานเป็นอย่างดี

สำหรับการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าท่องเที่ยวชุมชนและลานวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย รามัญ จีน ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน 2562 ณ ลานสแควร์ ซี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในแนวคิด “เสน่ห์สีสัน ไทย รามัญ จีน” หรือ “Colors of Culture” สื่อถึงการนำเสนออัตลักษณ์อันโดดเด่น ที่เป็นเสน่ห์และสีสันอันหลากหลายของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล อันประกอบด้วย จังหวัดปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี และสมุทรปราการ เพื่อให้ผู้เข้าชมงานสัมผัสกับวิถีแห่งวัฒนธรรมประเพณี ที่เป็นเอกลักษณ์แห่งชาติพันธุ์ไทย รามัญ จีน

งานครั้งนี้เป็นงานแสดงสินค้าท่องเที่ยวชุมชนที่รวบรวมของดีอันโดดเด่นของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และสีสัน พร้อมวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ ภายในงานแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสและค้นหา ประกอบด้วย คูหาจำหน่ายสินค้าของดี 4 จังหวัดภาคกลางปริมณฑล (Local Product Pavilion) ที่มีความหลากหลาย ทั้งอาหาร ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน ฯลฯ โดดเด่นทั้งคุณภาพ ดีไซน์ แฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์, นิทรรศการอลังการสินค้าชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว 4 จังหวัดภาคกลางปริมณฑลที่นำเสนอให้เห็นถึงเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดให้ผู้เข้าชมงานต้องการเดินทางไปเยี่ยมเยือนสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และเวทีการแสดงและลานวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย รามัญ จีน(Colors of Culture Zone) ที่นำเสนอการแสดงทางวัฒนธรรมประเพณีที่งดงามและอุดมไปด้วยเอกลักษณ์พื้นถิ่นไทย รามัญ จีน โดยจัดการแสดงเป็นรอบสลับสับเปลี่ยนกับการสาธิตการทำผลิตภัณฑ์และกิจกรรมส่งเสริมการขาย ตลอดทั้งวัน ทุกวันที่มีการจัดงาน

“งานครั้งนี้จะเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และดึงดูดความสนใจ ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลเพิ่มมากขึ้นและเป็นการสร้างเศรษฐกิจและยกระดับรายได้จากการท่องเที่ยว นำไปสู่การสร้างฐานรายได้ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลอย่างยั่งยืน” จรูญศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

โซไซตี้ : นานาชาติชื่นชมหัตถศิลป์ไทย ในงาน ‘Revelations 2019’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/417246

โซไซตี้ : นานาชาติชื่นชมหัตถศิลป์ไทย ในงาน ‘Revelations 2019’

วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ปิดฉากลงอย่างงดงามสำหรับงาน “Revelations 2019” ซึ่งเป็นงานจัดแสดงศิลปะและหัตถกรรมร่วมสมัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่ง ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ได้รับเชิญให้นำผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ไทยไปจัดแสดง จำนวน 7 ประเภท ตลอด 4 วันที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนานาประเทศ ศิลปินผู้ที่อยู่ในแวดวงศิลปะและหัตถกรรม นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และนักสะสมจากทั่วโลก

สำหรับผลงานหัตถศิลป์ไทยที่ต่างชาติให้ความสนใจมากที่สุดชิ้นหนึ่ง คือผลงาน Painting of Capital โดยศิลปินคนรุ่นใหม่ เกษมสันต์ ยอดสง่า นักออกแบบที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 10 คนสุดท้ายจาก Innovative Craft Award 2017 ศิลปินนำเสนอผลงานด้วยสถาปัตยกรรม หัตถศิลป์และลวดลายในแบบไทย ผ่านเทคนิคของงานลงรักประดับมุก นำมาต่อยอดพัฒนาด้วยแนวคิดการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ประโยชน์

แสงระยิบระยับสะท้อนกับมุมหักเหของแสงที่สะท้อนอย่างงดงาม ศิลปินได้แรงบันดาลใจมาจากแสงสีที่สะท้อนจากมุมมองของกรุงเทพฯยามค่ำคืน มองเผินๆ คล้ายงานลงรักประดับมุก แต่แท้จริงแล้วความวาวของวัสดุเปล่งแสงไม่ได้เกิดจากงานมุก แต่เป็นการนำซีดีใช้แล้วมาใช้เทคนิคพิเศษ ในการฉลุและจัดเรียงลงบนแผ่นไม้ที่ทาด้วยอีพ็อกซี่ (epoxy) ผสมสีดำทำการถมด้วยรักสมุก (เทียม)

เทรนด์ของศิลปหัตถกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยังคงเป็นกระแสที่ในปีนี้ทั่วโลกให้ความสนใจ ทั้งผู้ผลิตผลงานศิลปหัตถกรรม รวมทั้งผู้ชมที่ต่างแสวงหาแนวทางใหม่ๆ ที่มีส่วนในการรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ ซึ่ง SACICT พร้อมเป็นเข็มทิศในการชี้นำทิศทางงานหัตถศิลป์ไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล

โซไซตี้ : ‘โทลล์เวย์’ จัดกิจกรรม ‘ให้ใจ ห่วงใยสังคม’ ปีที่ 12

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/415810

โซไซตี้ : ‘โทลล์เวย์’ จัดกิจกรรม ‘ให้ใจ ห่วงใยสังคม’ ปีที่ 12

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อัจฉรา เจริญพร ผอ.ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และสื่อสารองค์กร บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง นำทีมพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่ปรับปรุงอาคารภายใต้โครงการของบริษัท “ให้ใจ ห่วงใยสังคม” ที่ดำเนินการมาเป็นปีที่ 12 โดยมี นภัสวรรณ คูหาทอง ผอ.โรงเรียนและนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองไผ่ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี เป็นผู้รับมอบ     

ดอนเมืองโทลล์เวย์ได้สานต่อโครงการ “ให้ใจ ห่วงใยสังคม” มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 โดยนำทีมพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่ปรับปรุงอาคาร โรงเรียนบ้านหนองไผ่ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ด้วยการซ่อมแซม ทาสี ทำอ่างล้างหน้าใหม่ เนื่องจากอาคารเดิมเสื่อมสภาพ ชำรุดและทรุดโทรม โดยมี นภัสวรรณ คูหาทองผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ จาก อัจฉรา เจริญพร ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และสื่อสารองค์กร บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนส่งมอบและเด็กๆ มีความดีใจ ได้เรียนในอาคารที่ปรับปรุงใหม่ห้องน้ำสะอาด ทาสีสดใส

ความรับผิดชอบเพื่อสังคมคือความมุ่งมั่นที่ดอนเมืองโทลล์เวย์ จะร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยในด้านต่างๆ เพื่อให้สังคมเกิดการพัฒนาและเป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่สังคมไทย เพื่อส่งต่อความสุขและมอบรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ในพื้นที่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

สำหรับโรงเรียน วัด มูลนิธิใดที่ต้องการให้ทางดอนเมืองโทลล์เวย์ เข้าไปดำเนินกิจกรรมดีๆ แบบนี้สามารถแจ้งเรื่องมาได้ที่ งานสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เบอร์โทร.02-7926522-26 วันจันทร์-ศุกร์ (08.00-17.00 น.)

โซไซตี้ : SACICT สืบสานภูมิปัญญาไทย จัดนิทรรศการหัตถกรรมที่ใกล้สูญหาย เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ด้านศิลปหัตถกรรมไทยสู่อนุชนรุ่นหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/414428

news_default

โซไซตี้ : SACICT สืบสานภูมิปัญญาไทย จัดนิทรรศการหัตถกรรมที่ใกล้สูญหาย เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ด้านศิลปหัตถกรรมไทยสู่อนุชนรุ่นหลัง

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หัตถกรรมไทย ถือเป็นภูมิปัญญาที่สำคัญยิ่งของคนไทยที่สะท้อนถึงรากเหง้าทางความคิด การสร้างสรรค์งานอันทรงคุณค่าด้วยกระแสของสังคมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปทำให้ หัตถกรรมไทยบางชนิดได้เลือนหายไปตามกาลเวลาและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์กรมหาชน) จึงจัดนิทรรศการ “หัตถกรรมที่ใกล้สูญหาย” (Forgotten Heritage) จัดแสดงผลงานกลุ่มงานเครื่องจักสาน งานไม้ และเครื่องมุก ภายในหอหัตถศิลป์ระหว่างประเทศ ศ.ศ.ป. เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ สร้างการรับรู้ อนุรักษ์ และสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยเพื่อให้ผู้เข้าเยี่ยมชมได้เข้าใจถึงกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านประเภทเครื่องจักสาน งานไม้ และเครื่องมุกที่สะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาพื้นบ้าน ในการเลือกสรรวัตถุดิบ ที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ที่ผู้ใช้สามารถทำขึ้นใช้เองตามสภาพการดำรงชีวิต ความนิยมตามขนบประเพณีและวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เครื่องจักสาน งานไม้และเครื่องมุก ของแต่ละภูมิภาคมีรูปแบบแตกต่างกันไปอย่างน่าสนใจ และบ่งชี้ถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญคือ รูปแบบผลงานหรือขั้นตอนบางอย่าง ได้ค่อยๆ สูญหายไปจากวิถีชีวิตในสังคมตามกาลเวลาและความต้องการใช้งานที่ลดลงไปดังนั้น นิทรรศการนี้จึงจะเป็นประโยชน์แก่ ครูศิลป์ ครูช่างฯ ทายาทฯผู้ประกอบการงานหัตถกรรม นักเรียนนักศึกษา และผู้ที่สนใจทั่วไปให้ได้รับความรู้ความเข้าใจในคุณค่าของงานเครื่องจักสาน งานไม้ และเครื่องมุก รวมทั้งเพื่อเผยแพร่งานดังกล่าวให้เป็นที่รู้จัก และสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย

โดยภายในนิทรรศการได้มีการนำงานหัตถกรรมไทยชิ้นสำคัญต่างๆ มาร่วมจัดแสดงได้แก่ ตะลุ่มมุกเจียก กี๋ญวน ตู้ไม้มะค่าประดับมุกเก้าอี้ไม้ชิงชัน ปัญจรูป คอนอัก หมวกกะปิเยาะ เป็นต้น เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ณ หอหัตถศิลป์ระหว่างประเทศ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์กรมหาชน) อ.บางไทรจ.พระนครศรีอยุธยา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

โซไซตี้ : ‘ซีพี ออลล์’ สร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ มอบทุนการศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/414243

โซไซตี้ : ‘ซีพี ออลล์’ สร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ มอบทุนการศึกษา

วันเสาร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธาน กก.บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์

การศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในชีวิต ปัจจุบันทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาที่ดีเพื่อเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งองค์กรภาคเอกชนที่ตั้งปณิธานในการให้โอกาสทางศึกษาแก่เด็กและเยาวชน จึงได้สนับสนุนการศึกษาให้กับเยาวชนไทยโดยมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการมอบทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 40,000 ทุน คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท และภายในปี 2563 ซีพี ออลล์ ยังมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้ประชากรทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน กว่า 100,000 ราย ได้เข้าถึงการศึกษาและได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็น และเมื่อเร็วๆ นี้ ในงาน “วันแห่งโอกาสดี @ CP ALL” ซีพี ออลล์ยังได้ประกาศที่จะมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 6 ให้เข้าศึกษาในระดับ ปวช. และปริญญาตรี สาขาต่างๆ ในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (PAT) อีกจำนวนกว่า 24,000 ทุน

คณุตม์ สุวรรณจ้อย นักศึกษาทุน PIM Smart ชั้นปีที่ 2

ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า “วันแห่งโอกาสดี @ CP ALL” จัดขึ้นตามปณิธานขององค์กรที่ต้องการสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน ทั้งโอกาสทางอาชีพ การมีงานทำ โดยสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนไทย โอกาสทางธุรกิจที่ทำให้คู่ค้า พันธมิตร SME และเกษตรกร รวมถึงโอกาสทางการศึกษา ซึ่งทางซีพี ออลล์ก็ได้มอบโอกาสทางการศึกษามายาวนานถึง 24 ปีเพราะเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นคนเก่งและคนดี โดยมีความเชื่อว่า การศึกษาจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ทางซีพี ออลล์ จึงพร้อมสนับสนุนมอบทุนการศึกษาในด้านต่างๆ มีเป้าหมายให้เยาวชนเติบโตเป็นคนคุณภาพของสังคมและเป็นกำลังสำคัญที่จะสามารถพัฒนาประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ในอนาคต”

วิยะดา ชัยมงคลถาวร นักศึกษาทุน PIM Smart ชั้นปีที่ 1

คณุตม์ สุวรรณจ้อย นักศึกษาทุนชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์(พีไอเอ็ม) กล่าวถึงความรู้สึกจากการได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ทาง ซีพี ออลล์ มอบให้ว่า“ตอนมัธยมคุณพ่อผมเสียชีวิตหลังจากนั้นคุณแม่ต้องออกมาหางานทำเพื่อดูแลครอบครัว ผมเลยตัดสินใจไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย เพื่อแบ่งเบาภาระของคุณแม่และส่งเสียให้น้องได้เรียนต่อผมไปเรียนรำโขนเพื่อที่จะมีรายได้จากการออกงานทำงานมาได้ประมาณ 1 ปี ก็เห็นความสำคัญของการศึกษา และได้ทราบข่าวว่าสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์มีทุนการศึกษาให้เด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา จึงสอบชิงทุนในคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ จนได้ทุนเรียนฟรีตลอด 4 ปี หลักสูตรของที่นี่จะเรียน 3 เดือน ฝึกงาน 3 เดือน ผมมีรายได้ระหว่างการฝึกงานด้วย ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ หลังจากจบการศึกษา ผมก็จะตอบแทนสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และมีความฝันว่าอยากจะทำธุรกิจเล็ก ๆ เป็นของตนเอง ซึ่งสิ่งที่ผมเรียนก็ตรงกับเป้าหมายในชีวิต ดีใจและซาบซึ้งใจที่ได้รับโอกาสดีๆ จากทางผู้ใหญ่ ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของผมและครอบครัวไปในทิศทางที่ดีได้อย่างแน่นอน” ทางด้านวิยะดา ชัยมงคลถาวร นักศึกษาทุนชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการธุรกิจการบิน สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม)เล่าว่า “ด้วยฐานะทางบ้านที่ค่อนข้างยากจนคุณพ่อประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ทำให้มีโอกาสทางการศึกษาน้อย จึงเริ่มมีความคิดอยากขอทุนการศึกษา ได้ทราบข่าวว่าทางสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ไปเปิดสนามสอบตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งใกล้โรงเรียนและใกล้บ้าน ก็ลองไปสอบสัมภาษณ์ดู ทำให้มีโอกาสได้เรียนต่อเป็นนักศึกษาทุนในคณะวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการธุรกิจการบิน หนูและครอบครัวดีใจมากเพราะทุนนี้เป็นทุนที่มีมูลค่าสูงและมีจำนวนค่อนข้างจำกัด เหตุผลที่เลือกเรียนด้านการบินเพราะอยากมีความมั่นใจ เสริมบุคลิกภาพให้ตนเอง และได้ฝึกทักษะภาษาอังกฤษเวลาที่ได้ไปฝึกงานในสถานประกอบการ เมื่อได้รับโอกาสจากทางซีพี ออลล์ แล้ว มีเป้าหมายว่าหลังจบการศึกษาจะได้ทำงานในสายงานที่เรียนมา และถ้าได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นก็อยากจะกลับมาเป็นครูที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์แห่งนี้ เพราะที่สถาบันแห่งนี้เป็นผู้ให้โอกาสทางการศึกษาทำให้หนูประสบความสำเร็จในชีวิต จะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ มาสอนเพื่อพัฒนาบุคลากรของเราต่อไป”

โซไซตี้ : โฉมใหม่ “เมกา สมาร์ท คิดส์” สนุกเรียน สนุกเล่น อย่างสร้างสรรค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/413075

โซไซตี้ : โฉมใหม่ “เมกา สมาร์ท คิดส์” สนุกเรียน สนุกเล่น อย่างสร้างสรรค์

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เอาใจคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่อยากส่งเสริมการเรียนรู้ให้น้องๆ หนูๆ มากกว่าแค่ในห้องเรียน ศูนย์การค้าเมกา บางนา ชูคอนเซ็ปต์สุดยอดแหล่งช็อปปิ้งและสถานที่ของการพบปะสังสรรค์ ครบทั้ง กิน ช็อป เที่ยว ครบวงจร ล่าสุดเผยโฉม เมกา สมาร์ท คิดส์ รวม 17 สถาบันส่งเสริมทักษะสำหรับเด็กชั้นนำ พร้อมด้วย เมกา ฮาร์เบอร์แลนด์ สนามเด็กเล่นในร่มแสนสนุก ส่งเสริมแนวคิด “เอ็ดดูเทนเม้นท์” บันเทิงอย่างมีสาระ

ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกา บางนา กล่าวว่า “ศูนย์การค้าเมกาบางนา ตอกย้ำแนวคิดการเป็น “The Great Meeting Place of Eastern Bangkok ให้เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์และเป็นสถานที่ที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ ศูนย์รวมของทุกคนในครอบครัวรองรับทุกเจนเนอเรชั่นให้ทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างครบวงจรตลอดทั้งวัน ทั้งเป็นแหล่งรับประทานอาหาร ช็อปปิ้ง และปีนี้ เมกาบางนา ยึดแนวคิดด้านเอ็ดดูเทนเม้นท์อย่างต่อเนื่อง ขยายโซนเมกา สมาร์ทคิดส์ เพิ่ม 17 โรงเรียนเสริมทักษะความรู้ชั้นนำ พร้อมเปิดตัว เมกา ฮาร์เบอร์แลนด์ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์กลุ่มครอบครัว โดยเราหวังเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อศูนย์การค้าเพื่อจับจ่ายซื้อของ เป็นศูนย์รวมสำหรับทุกคนในครอบครัวให้สามารถมาใช้ชีวิตที่นี่ได้อย่างแท้จริง”

ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกา บางนา

สำหรับส่วนต่อขยายของโซนเมกา สมาร์ทคิดส์ จะเป็นรวมตัวของสถาบันส่งเสริมทักษะชั้นนำที่มีให้เลือกหลากหลายและมีจุดเด่นที่หาได้เฉพาะที่
เมกา บางนาเท่านั้น อาทิ The Kick, Dance space, Robot’s child, I Can Read! และ Chefu Town เป็นต้น ตอบสนองความสนใจที่แตกต่างกันไปของคุณพ่อ คุณแม่ และเด็กรุ่นใหม่

ปัญจภัทร อังคสุวรรณ Happiness Strategy Director แห่งฮาร์เบอร์แลนด์ กรุ๊ป กล่าวถึงจุดเด่นของ เมกา ฮาร์เบอร์แลนด์ ถือเป็นฮาร์เบอร์แลนด์ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ โดยยังคงแนวคิดที่จะยกระดับการเล่นของเด็กเทียบเท่ามาตรฐานสากลบนพื้นฐานสำคัญสะอาดและปลอดภัย โดยแต่ละสาขาจะมีจุดเด่นที่มีเอกลักษณ์ในตัวของมันเอง อย่างสาขาที่เมกา บางนา จะเป็นการมาถึงของ 3 โซนใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน ได้แก่ โซน Motor City (เมืองจำลองที่ให้เด็กสัมผัสประสบการณ์กับการขับรถ เรียนรู้การขับขี่ปลอดภัยด้วยตัวเอง), โซน GameLand (รวมเครื่องเล่นเชิงสร้างสรรค์ที่สนุกได้ทุกวัย) และโซน bit.playground (นำเสนอเทคโนโลยีสุดล้แบบ Interactive ที่จะมาสร้างความว้าวให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ )

ปัญจภัทร อังคสุวรรณ Happiness Strategy Director แห่งฮาร์เบอร์แลนด์ กรุ๊ป

ด้าน สุภรดี ศิวพรพิทักษ์  เฮดเชฟแห่งสตูดิโอสอนทำอาหาร เชฟยู ทาวน์ (Chefu Town) เผยว่า เชฟยู ทาวน์ เน้นการสอนทำอาหารที่เพิ่มพัฒนาการทางสมองทั้งสองด้านให้เด็กๆ ในบรรยากาศที่รู้สึกสนุกสนาน แต่ละเมนูเน้นใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียม ให้สามารถทำรับประทานได้จริง และนำไปทำต่อที่บ้านเองได้ ในแต่ละคลาสจะจำกัดเด็กๆ ไม่เกิน 6-10 คนเพื่อให้เชฟและครูผู้ช่วยดูแลได้ทั่วถึง ทุกคนจะมีอุปกรณ์เป็นของตัวเองแต่ก็สามารถแชร์กิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ ได้ปิดท้ายที่ ณรงค์เดช เธียรศิริพิพัฒน์ ผู้อำนวยการRobot’s Child ศูนย์เรียนรู้ทักษะวิศวกรรมผ่านหุ่นยนต์สำหรับเด็ก กล่าวว่า คอนเซ็ปต์ของ Robot’s Child มุ่งเน้นการสอนนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์โลก จุดประสงค์ของเราคือให้เด็กได้เรียนรู้ได้ทดลองและลงมือปฏิบัติ สร้างองค์ความรู้ จากความถูกต้อง ผิดพลาด ผ่านการทดลองด้วยตัวเอง โดยมีครูผู้สอนเป็นโค้ชชิ่งและกำหนดโจทย์ต่างๆ ที่ท้าทายความสามารถของเด็กแต่ละคน ช่วยให้เด็กคิดอย่างเป็นกระบวนการนำไปสู่การต่อยอดในการเรียนรู้หลากหลายวิชา เพิ่มโอกาสให้เด็กได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ

ร่วมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ไม่รู้จบ ณ ส่วนต่อขยายของโซนเมกา สมาร์ทคิดส์ ศูนย์การค้าเมกา บางนา เปิดให้บริการแล้ววันนี้ สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร.02-1051000 และ www.mega-bangna.com

สุภรดี ศิวพรพิทักษ์ เฮดเชฟแห่งสตูดิโอสอนทำอาหาร เชฟยู ทาวน์

ณรงค์เดช เธียรศิริพิพัฒน์ ผอ.Robot’s Child ศูนย์เรียนรู้ทักษะวิศวกรรมผ่านหุ่นยนต์สำหรับเด็ก

โซไซตี้ : ‘ซีพี ออลล์’มุ่งสร้างโอกาสให้ SME-เกษตรกรต่อเนื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/410448

โซไซตี้ : ‘ซีพี ออลล์’มุ่งสร้างโอกาสให้ SME-เกษตรกรต่อเนื่อง

โซไซตี้ : ‘ซีพี ออลล์’มุ่งสร้างโอกาสให้ SME-เกษตรกรต่อเนื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สุวิทย์ กิ่งแก้ว รอง กก.ผจก.อาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์

ประเทศไทยมีจำนวนผู้ประกอบการ SME เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีมากถึง 3 ล้านราย ส่งผลให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นคิดเป็น 83% หากพิจารณาด้านผลิตภัณฑ์มวลรวมของ SME ก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเช่นกัน คิดเป็น 42.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ จากเดิมอยู่ที่ 37% การเติบโตดังกล่าว ส่วนหนึ่งมาจากความเข้มแข็งของผู้ประกอบการ SME เอง ที่มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ ผลิตสินค้าที่ดี มีมาตรฐาน และอีกปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือการได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ ผ่านโครงการต่างๆ ทั้งในด้านการสร้างเครือข่าย การสนับสนุนแหล่งเงินทุน รวมไปถึงองค์ความรู้ต่างๆที่จะทำให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเดินหน้าธุรกิจได้อย่างเข้มแข็ง ในส่วนของภาคเอกชนมีการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ SME โดยที่ผ่านมา บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ในประเทศไทยได้มอบโอกาสด้านธุรกิจ ด้วยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรได้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าไปทั่วประเทศ

สมยศ คำเพ็ง เกษตรกรผู้ปลูก “กล้วยหอมทอง”

“ซีพี ออลล์ ดำเนินธุรกิจมาจนถึงวันนี้เป็นเวลา 31 ปี ตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ สิ่งที่ผู้บริหารและพนักงานทุกคนให้ความสำคัญคือความรับผิดชอบต่อลูกค้า สินค้าที่นำมาจำหน่ายในร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น จะต้องมีการผลิตที่ได้มาตรฐาน ถูกสุขอนามัย ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าที่ดีมีคุณภาพแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ SME ไทยได้เติบโตด้วยการนำสินค้ามาจำหน่ายผ่านร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น อีกทั้งยังส่งต่อโอกาสนี้ไปยังเครือข่ายเกษตรกรที่ป้อนวัตถุดิบให้กับผู้ประกอบการ SME ให้มีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี นับเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งและพร้อมเติบโตไปด้วยกันกับเรา” สุวิทย์ กิ่งแก้วรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในงาน“วันแห่งโอกาสดี @ CP ALL” ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ตามปณิธานขององค์กรที่ต้องการสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน

บังอร วันน้อย ประกอบการ SME “น้ำพริกป้าแว่น”

บังอร วันน้อย ผู้ประกอบการ SME “น้ำพริกป้าแว่น” กล่าวว่า “กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ต้องผ่านอุปสรรคและวิกฤติหนี้สิน เริ่มต้นจากการทำน้ำพริกและฝากขายตามร้านค้าต่างๆ ในจังหวัดชลบุรี แต่ช่วงปี 2549 ที่มีเหตุชุมนุมประท้วง ทำให้ร้านค้าขายสินค้าไม่ได้ มีน้ำพริกค้างสต๊อกเป็นจำนวนมาก เงินที่ลงทุนไปติดลบทำให้เกิดหนี้สิน และสะสมมาเรื่อยๆ จนถึงช่วงปี 2554 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ จนทำให้หนี้สินเพิ่มขึ้นเป็น 30 กว่าล้านบาท ช่วงนั้นชีวิตเหมือนล้มละลาย แต่เมื่อได้รับโอกาสจากซีพี ออลล์ ให้นำน้ำพริกเข้าไปเสนอ ด้วยรสชาติที่ถูกปากผู้บริโภคและการผลิตที่ได้มาตรฐาน ทำให้ได้รับโอกาสนำสินค้าไปวางจำหน่ายในร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ ปัจจุบันขยายโรงงานผลิตและมียอดการผลิตน้ำพริกหลายแสนกระปุกต่อเดือน”ขณะที่ สมยศ คำเพ็ง เกษตรกรผู้ปลูก “กล้วยหอมทอง” อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี กล่าวว่า “เมื่อถึงจุดที่ชีวิตเปลี่ยน ต้องลาออกจากงานประจำ เพื่อมาสานต่อการทำสวนกล้วยหอมทองของครอบครัวเริ่มต้นจากการขายที่ตลาดโดยตรงระหว่างเกษตรกรกับผู้ซื้อ ทำให้ได้ราคาถูกลูกละ 70 สตางค์ เมื่อมีโอกาสาขายผ่านสหกรณ์การเกษตรท่ายาง ทำให้ขายได้ราคาสูงขึ้นในราคากิโลกรัมละ 15 บาท ข้อดีของการขายผ่านสหกรณ์ฯ คือ มีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย และหนึ่งในนั้นคือ การจำหน่ายผ่านร้านเซเว่น-อีเลฟเว่นทั่วประเทศ ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่การปลูกจากเดิม 2 ไร่ เป็น 7 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น”

 

ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ขอเพียงผู้ประกอบการ SME กล้าที่จะเดินเข้าหาโอกาส และต้องไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเอง มุ่งมั่นและตั้งใจที่จะผลิตสินค้าที่ดีและได้มาตรฐานตรงใจผู้บริโภค ซึ่ง ซีพี ออลล์ พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดัน SME และเกษตรกรไทย ให้เข้มแข็งและเติบโตไปด้วยกัน ตามปณิธานขององค์กร “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน”

การเจรจาธุรกิจภายในงาน

ผู้มาร่วมงานให้ความสนใจกับกิจกรรมภายในงาน