โซไซตี้ : คอนเสิร์ต ‘สงกรานต์บ้านนา’ โดย 4 ศิลปินแห่งชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/408914

โซไซตี้ : คอนเสิร์ต ‘สงกรานต์บ้านนา’ โดย 4 ศิลปินแห่งชาติ

โซไซตี้ : คอนเสิร์ต ‘สงกรานต์บ้านนา’ โดย 4 ศิลปินแห่งชาติ

วันเสาร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นฤมล ล้อมทอง กก.ผจก.ศาลาเฉลิมกรุง พร้อมด้วย อ.วิรัช อยู่ถาวร ศิลปินแห่งชาติ,ผ่องศรี วรนุช, ชาย เมืองสิงห์, ดาว มยุรี และนักร้องลูกทุ่งกิตติมศักดิ์

ศาลาเฉลิมกรุง ร่วมส่งเสริมอนุรักษ์และเผยแพร่เพลงลูกทุ่งไทยต้นแบบ จากนักร้องต้นฉบับต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ส่งความสุขรับปีใหม่ไทย เชิญชวนแฟนเพลงสัมผัสบรรยากาศลูกทุ่งเมื่อวันวาน เพลินใจ…ไปกับสุดยอดเพลงลูกทุ่งไทยอมตะ จากนักร้องบรมครูเพลงลูกทุ่งต้นฉบับตัวจริง เสียงจริง ที่มาร่วมขับขานบทเพลงดังทำนองเดิมในผลงานเพลง สร้างชื่อที่เป็นมนต์เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของนักร้องลูกทุ่งไทยที่มัดใจแฟนเพลงทุกรุ่นมาจนถึงปัจจุบันในคอนเสิร์ต “สงกรานต์บ้านนา”ในวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 รอบ 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง

สงกรานต์บ้านนาคอนเสิร์ตที่คอนเซ็ปต์ตรงตัวของงานเพลงลูกทุ่งที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิต สภาพสังคม อุดมคติ และวัฒนธรรมไทย ขับขานโดยนักร้องลูกทุ่งชื่อดังของเมืองไทยที่มีสำเนียงการร้อง การเอื้อนรวมถึงลีลาเป็นเอกลักษณ์ นำโดย 4 ศิลปินแห่งชาติ ผ่องศรี วรนุช “ราชินีลูกทุ่งไทยคนแรกของเมืองไทย” ที่มีน้ำเสียงที่แจ่มใสสะกดใจแฟนเพลงชาย เมืองสิงห์ ศิลปินผู้เป็นทั้งนักร้องนักแต่งเพลงประดับวงการเพลงลูกทุ่งไว้มากมาย ซึ่งมีน้ำเสียงและลีลาการร้องเพลงหน้าเวทีที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ไวพจน์ เพชรสุพรรณ นักร้องลูกทุ่งที่มีพลังเสียงก้องกังวาน มีผลงานโดดเด่นในการร้องเพลงแหล่ จนได้รับฉายา “ราชาเพลงแหล่” เพลิน พรหมแดน นักร้องลูกทุ่งไทยต้นตำรับของการร้องเพลงประกอบการพูดจนได้รับฉายา “ราชาเพลงพูด” ร่วมด้วยนักร้องลูกทุ่งชั้นครู รุ่งเพชร แหลมสิงห์ เจ้าของเสียงร้องไพเราะนุ่มนวลละมุนหู สร้างสรรค์บทเพลงเทศกาลสงกรานต์ไว้มากที่สุดในวงการ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง นักร้องฉายา “แมว 9 ชีวิต”ที่มีเสียงร้องเฉียบคมเสียงสูงสดใสสมชื่อ ศิรินทรา นิยากร นักร้องลูกทุ่งสาวสวยเสียงหวาน ดาว มยุรี นักร้องลูกทุ่งสาวสวยเสียงดี ลีลาแซ่บ สร้างความสนุกสนานและรอยยิ้มให้กับผู้ชมทุกครั้งที่ได้พบเจอร่วมด้วย จันทร์จวงดวงจันทร์ นักร้องน้องสาว พุ่มพวงดวงจันทร์ ราชินีเพลงลูกทุ่งผู้ถอดน้ำเสียงและลีลาการร้องได้เหมือนพี่สาวที่สุด มาร่วมสืบสานและเผยแพร่เพลงดังลูกทุ่งไทยเพลินตา…ไปกับทีมหางเครื่องสวยงามตระการตา บรรเลงโดย วงเฉลิมราชย์ ควบคุมวงโดย อ.วิรัช อยู่ถาวร (ศิลปินแห่งชาติ) พิธีกร แดน บุรีรัมย์- ถลา เสนานิคม บัตรราคา 1,000 บาท ทุกที่นั่ง จำหน่ายบัตรที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร.02-2258757-8, 02-6238148-9และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขาโทร.02-2623456 หรือ www.thaiticketmajor.com

 

โซไซตี้ : ‘SYS Education Fund’สานต่อ อนาคตยั่งยืน‘เยาวชนไทย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/407844

โซไซตี้ : ‘SYS Education Fund’สานต่อ อนาคตยั่งยืน‘เยาวชนไทย’

โซไซตี้ : ‘SYS Education Fund’สานต่อ อนาคตยั่งยืน‘เยาวชนไทย’

วันอาทิตย์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

SYS ดำเนินธุรกิจผลิตเหล็กเอชบีมไวด์แฟลงก์ในประเทศไทยมานานกว่า 20 ปี ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ได้จัดตั้งโครงการSYS Education Fund ขึ้นเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ขาดโอกาสทางการศึกษา มีความประพฤติดีกตัญญูกตเวที และมีความมุ่งมั่นที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หากนับถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่บริษัท ได้มอบทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1จนถึงระดับปริญญาตรี แบบไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ให้กับเยาวชนไทยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ตามปณิธานของบริษัท ที่ต้องการสนับสนุนให้เยาวชนไทยสามารถพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพเพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติต่อไป

พงษ์ศักดิ์ แห่ล้อม ประธานคณะกรรมการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS กล่าวว่า “SYS มีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เยาวชนที่ขาดแคลนได้รับโอกาสการศึกษา บางคนได้ก้าวเข้าไปศึกษาในระดับอุดมศึกษาแล้ว อีกไม่นานนักเรียนเหล่านี้จะทยอยสำเร็จการศึกษา สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาตนเอง พัฒนาชุมชน และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต สำหรับโครงการ SYS Education Fundในปี 2562 ยังคงยึดมั่นอุดมการณ์ที่จะร่วมรับผิดชอบต่อสังคม เตรียมมอบทุนการศึกษาเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10 ทุนในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ ชลบุรี ชัยนาท ระยอง และอุดรธานี เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น นอกจากการมอบทุนช่วยเหลือด้านการศึกษาแล้ว บริษัทยังจัดให้มีพนักงานพี่เลี้ยงจิตอาสามาช่วยดูแลนักเรียนทุน SYS Education Fund ด้วย โดยเปิดรับสมัครจากพนักงานของบริษัท ซึ่งจะต้องเป็นเพศเดียวกับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนรู้สึกสบายใจในการพูดคุย ซึ่งพี่เลี้ยงจิตอาสาเหล่านี้จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำทั้งเรื่องการศึกษา การใช้ชีวิต รวมทั้งติดตามผลการเรียน ความประพฤติ ตลอดจนความเป็นอยู่ของนักเรียน เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบการพิจารณาให้ทุนต่อเนื่องต่อไป”

โซไซตี้ : เปิด‘บ้านพิพิธภัณฑ์ เสริมคุณ คุณาวงศ์’ พิพิธภัณฑ์มีชีวิตแห่งใหม่ใจกลางเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/406512

โซไซตี้ : เปิด‘บ้านพิพิธภัณฑ์ เสริมคุณ คุณาวงศ์’  พิพิธภัณฑ์มีชีวิตแห่งใหม่ใจกลางเมือง

โซไซตี้ : เปิด‘บ้านพิพิธภัณฑ์ เสริมคุณ คุณาวงศ์’ พิพิธภัณฑ์มีชีวิตแห่งใหม่ใจกลางเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี 2554 พร้อมด้วย ศ.กิตติคุณ ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ราชบัณฑิต,อ.ช่วง มูลพินิจ ศิลปินแห่งชาติ, ศ.เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ,ลักขณา คุณาวิชยานนท์ อดีต ผอ.หอศิลปวัฒนธรรมแห่ง กทม. และ วสันต์สิทธิเขตต์ ศิลปินร่วมสมัยแนวสะท้อนสังคม ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเปิดบ้านพิพิธภัณฑ์ เสริมคุณ คุณาวงศ์

“บ้านพิพิธภัณฑ์ เสริมคุณ คุณาวงศ์” แหล่งรวมผลงานศิลปะ หลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น หุ่นประเภทต่างๆ เครื่องสวมศีรษะ เครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ งานฝีมือแบบไทย โบราณวัตถุ จิตรกรรมจากไทยประเพณีสู่งานสมัยใหม่ งานประติมากรรมไทยรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์สมัยต่างๆ ทั้งไทยและยุโรป โดยครอบคลุมหลากหลายเทคนิค ผ่านประวัติศาสตร์ ล้วนทรงคุณค่าและผ่านการคัดสรรโดยมีผลงานศิลปะจัดแสดงรวมกว่า 300 ชิ้นบนพื้นที่ 800 ตารางเมตร หวังจะให้เป็นที่รวมผลงานสะสมที่จะสืบทอดต่อไปถึงคนรุ่นลูกรุ่นหลาน

สวนประติมากรรมพุทธศาสนา

เสริมคุณ คุณาวงศ์ ผู้ก่อตั้งศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ และผู้ก่อตั้งบ้านพิพิธภัณฑ์ฯ นักสะสมคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศไทย โดยสะสมผลงานศิลปะของไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เปิดเผยว่า
ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปี ที่ได้สะสมผลงานศิลปะ ล้วนแต่เป็นผลงานที่ทรงคุณค่าจากศิลปินที่มีความโดดเด่นมีชื่อเสียงทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ มีแนวคิดในการสะสมแบบพิพิธภัณฑ์ เรียบเรียงตามช่วงเวลาของงานศิลปะยุคโบราณจนถึงศิลปะร่วมสมัย โดยเลือกจัดการบริหารงานศิลปะในคอลเลคชั่นให้สอดคล้องกับรสนิยมของตนเองด้วย โดยมีเจตนามุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริม สนับสนุนงานศิลปะ ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ เป็นอารยธรรมอันทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์และสืบทอดไปสู่คนรุ่นต่อไป จึงจัดทำบ้านพิพิธภัณฑ์ขึ้นมา โดยเป็นเจ้าของร่วมกันกับลูกสาวทั้ง 2 คน ได้แก่ เหมือนฝัน-สิริกรณ์ คุณาวงศ์ และ วาดฝัน คุณาวงศ์

“ผลงานที่สะสมทั้งหมดครอบคลุมหลากหลายแขนงไม่ว่าจะเป็นโบราณวัตถุ, พระพุทธรูป,จิตรกรรม, ประติมากรรม, หุ่นประเภทต่างๆเครื่องสวมศีรษะ, เครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ และงานฝีมือแบบไทย โดยการสะสมผลงานผมจะเดินทางไปพบศิลปินแต่ละท่านและพูดคุยถึงการทำงานรายละเอียดผลงานต่างๆ ก่อนจะตัดสินใจนำผลงานมาเก็บสะสมรวบรวมอยู่ในคอลเลคชั่น จัดแสดงกับภูมิทัศน์ด้านนอกอาคารและในอาคาร 3 ชั้น ทั้งหมดแบ่งเป็น 12 โซนย่อย แต่ละโซนจะมีแนวคิดและลักษณะศิลปะที่มีความชัดเจน” เสริมคุณ คุณาวงศ์ กล่าว

ห้องมรดกไทย

บ้านพิพิธภัณฑ์ เสริมคุณ คุณาวงศ์ เป็นแหล่งรวมผลงานศิลปะเพื่อจัดแสดงให้เห็นพัฒนาการของศิลปะไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่มีความหลากหลายของเทคนิค โดยมีผลงานศิลปะที่มีเทคนิคตะวันตก สะท้อนในเห็นความเจริญงอกงามของศิลปะในประเทศไทย โดยมีโซนที่น่าสนใจ อาทิ โซนสวนประติมากรรมพุทธศาสนา จัดแสดงผลงานประติมากรรมที่สะท้อนให้เห็นแนวความคิดของพุทธศาสนา ธรรมะ ธรรมชาติ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ชีวิตของมนุษย์ในหลากหลายแง่มุม โดยมีงานของศิลปินแห่งชาติ ได้แก่ ผลงานเมตตาค้ำจุนโลกของ ปัญญา วิจินธนสาร, ผลงานสัมพันธภาพของ นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน นอกจากนี้ยังมี ผลงานฝูงนกต่างพันธุ์ โดย ฉัตรมงคล อินสว่าง และงาน ฌาน ของ นพดล วิรุฬชาตะพันธ์ เป็นต้น ภายในบ้านพิพิธภัณฑ์ยังมีโซนที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ห้องมรดกไทย จัดแสดงความงดงามของศิลปะไทยที่มีอารยธรรมมาอย่างยาวนานและเป็นเอกลักษณ์ที่งดงามผ่านกาลเวลา บนผนังปรากฏงานจิตรกรรมไทยประเพณีที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์จิตรกรรมไทยประเพณีสกุลช่าง จักรพันธุ์ โปษยกฤต จากอุโบสถวัดตรีทศเทพวรวิหาร ที่นำมาสร้างสรรค์จัดองค์ประกอบใหม่ลงบนผืนผ้าใบ ภายใต้การดูแลงานอย่างใกล้ชิดจาก อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต และวัลลภิศร์สดประเสริฐ ทั้งนี้ ในห้องยังจัดแสดงศิลปะเครื่องเคลือบสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ พระพุทธรูปตู้พระ ชฎานาง รัดเกล้าเปลว และหีบพระธรรมคัมภีร์สมัยรัชกาลที่ 4 จัดแสดงบนตั่งไทยที่มีความประณีตงดงามในสมัยรัชกาลที่ 4-5 รวมไปถึงในตู้หุ่นจัดแสดงผลงานหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น หุ่นและศีรษะโขน งานฝีมือชั้นครูจากหลากหลายสำนัก ผลงานที่จัดแสดงเหล่านี้ล้วนเป็นสมบัติซึ่งควรเก็บรักษาให้ลูกหลานได้ชื่นชมและภาคภูมิใจในอารยธรรมของเราอย่างยิ่ง

ห้องจักรพันธุ์ โปษยกฤต

ในวันเปิดบ้านพิพิธภัณฑ์ เสริมคุณ คุณาวงศ์ มีศิลปินมาร่วมแสดงความยินดี อาทิ ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ พร้อมด้วยศาสตราจารย์ กิตติคุณ ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ราชบัณฑิต, อ.ช่วง มูลพินิจ ศิลปินแห่งชาติ,ศ.เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ, ลักขณา คุณาวิชยานนท์ อดีตผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, วสันต์ สิทธิเขตต์ศิลปินร่วมสมัยแนวสะท้อนสังคม และ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินภาพพอร์ตเทรต ที่มีชื่อเสียง พร้อมร่วมกันเสวนาในหัวข้อ “พิพิธภัณฑ์เอกชน อนาคต และทางแยก”

บ้านพิพิธภัณฑ์ เสริมคุณ คุณาวงศ์ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 41-43 ในซอยลาดพร้าว 50 ผู้ที่สนใจเข้าชมบ้านพิพิธภัณฑ์สามารถจองผ่านเว็บไซต์ www.sermkhunkunawongmuseumhouse.com สอบถามข้อมูล 061-6264241 เปิดให้เข้าชมทุกวันเสาร์ที่ 3 ของเดือน เปิดให้ชมครั้งแรกในวันที่ 20 เมษายน 2562 โดยมีค่าสนับสนุนบ้านพิพิธภัณฑ์ สำหรับผู้ใหญ่ราคา 400 บาท นักเรียนนักศึกษาที่แสดงบัตรประจำตัว ราคา 200 บาท

ห้องศิลปะนามธรรม

ห้องศิลปะนามธรรม
เก้าอี้ Marquise Bergere ปีพ.ศ.2293 สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15

เก้าอี้ Marquise Bergere ปีพ.ศ.2293 สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15
เสริมคุณ อาร์ต สตูดิโอ

เสริมคุณ อาร์ต สตูดิโอ
โถงภาพพอร์ตเทรต

โถงภาพพอร์ตเทรต

โซไซตี้ : น้อมนำ ‘ศาสตร์แห่งพระราชา’ ปลูกจิตสำนึกเยาวชนใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/403527

โซไซตี้ : น้อมนำ ‘ศาสตร์แห่งพระราชา’ ปลูกจิตสำนึกเยาวชนใส่ใจสิ่งแวดล้อม

โซไซตี้ : น้อมนำ ‘ศาสตร์แห่งพระราชา’ ปลูกจิตสำนึกเยาวชนใส่ใจสิ่งแวดล้อม

วันอาทิตย์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ตอกย้ำการสร้างจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนได้ดำเนินการงานด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 ตั้งแต่ปี 2549 ภายใต้ชื่อโครงการคลองสวยน้ำใส โดยน้อมนำ “ศาสตร์แห่งพระราชา” มาเป็นหลักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบทั้งกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ องค์กรภาคเอกชนและภาคประชาชนจัดงานสิ่งแวดล้อมศึกษาตามโครงการคลองสวยน้ำใส “Green & Clean โรงเรียนสีเขียว ปีที่ 3” โดยหวังสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนตระหนักและรู้จักรักษ์สิ่งแวดล้อม ณ เวสต์เกตฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต โดยมี พันตำรวจเอกธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี,อุดร ระโหฐาน ผู้อำนวยการกองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี และ สุจิตรา โตตาบ นายกสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษาเอกชนนนทบุรี ร่วมเปิดงาน

งานนี้ได้นำเอา Zero Waste School หรือ โรงเรียนปลอดขยะ ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาจังหวัดนนทบุรี ดำเนินกิจกรรมลด คัดแยก และนำกลับมาใช้ประโยชน์ รวมถึงการรวบรวมขยะ ปลูกฝังจิตสำนึก การลด คัดแยกขยะ และการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ในสถานศึกษา ใช้หลัก 3Rs ซึ่งได้แก่ การลดปริมาณขยะ (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างพอเพียงจะทำให้เป็นการปลูกฝังลักษณะนิสัยรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่โรงเรียนปลอดขยะอย่างแท้จริง และขยายต่อจนกลายเป็นสังคมรีไซเคิล ซึ่งในงานมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมกว่า60 สถาบัน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ (ขยะ) และนวัตกรรม ร่วมถึงแนวคิดในการนำหลัก 3Rsมาใช้กว่า 800 ผลงานมาแสดงในงาน เช่น โรงเรียนบางคูลัด โดย ด.ญ.รินรดา ขยันสการ, ด.ญ.ดารีนินทร์พาซื่อ และ ด.ช.ชวิน ศรีเผือก นำเสนอโครงการ“มหัศจรรย์แห่งกล่องนม” นำกล่องนมที่เหลือจากการดื่มในแต่ละวันมาทำเป็นแผ่นกระเบื้อง แผ่นฝ้าเพดาน นำมาใช้งานจริงภายในโรงเรียน และมีแผนที่จะพัฒนาชิ้นงานให้มีความสามารถในการกันน้ำซึ่งจะสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มให้กับชิ้นงาน

โรงเรียนวัดคลองขุนศรี นำหลัก Zero Waste มาปรับใช้กับนักเรียนในทุกระดับชั้น รวมถึงคุณครูผู้สอนได้นำขยะประเภทต่างๆ มาสร้างเป็นชิ้นงานที่ใช้ได้จริง เช่น กระถางต้นไม้ที่ทำมาจากเศษใบไม้ ซึ่งเป็นผลงานของน้องๆ อนุบาล หรือเปลนอนที่ผลิตจากถุงนมโรงเรียนที่นักเรียนต้องดื่มทุกวัน โดยมี คุณครูปัญจภูมิ หลายคำ เป็นผู้ดูแล

โรงเรียนนุ่มประสงค์วิทยา น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสร้างโครงการ เศรษฐกิจพอเพียง “ต้นกล้าของพ่ออยู่อย่างพอเพียง”นำแนวทางประหยัด พึ่งพาตนเอง เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยการกำหนด “กฎ 1 วาพาโรงเรียนสะอาด” คือภายในรัศมี 1 วา ของนักเรียน ครู และบุคลากรทุกคนห้ามมีขยะ ทำให้เกิดโครงงานต่างๆ เกิดขึ้นบนพื้นฐานความพอเหมาะพอควร ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่น เห็นคุณค่าและใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การจัดทำถังขยะให้ถูกประเภท นำถังขยะเดิมมาทาสีตามประเภทขยะ กิจกรรม“ดื่มพับเก็บ” เมื่อดื่มนมเสร็จ นักเรียนทุกคนจะพับกล่องให้มีขนาดเล็กเพื่อลดพื้นที่ในการจัดเก็บ หลังจากนั้นเก็บรวบรวมใส่ที่จุดรับกล่องนม เพื่อรวบรวมส่งให้ บริษัท ไฟเบอร์พัฒน์ จำกัด เพื่อนำไปสู่กระบวนการรีไซเคิลเป็นแผ่นหลังคา(Eco Roof) แผ่นอีโค่บอร์ด โต๊ะ กระดาษ A4และสมุดโน้ตต่อไป

โซไซตี้ : วว.ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งพัฒนาบุคลากร ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/403323

โซไซตี้ : วว.ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งพัฒนาบุคลากร  ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม

โซไซตี้ : วว.ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งพัฒนาบุคลากร ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม

วันเสาร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังสี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวรลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันในการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมของทั้งสององค์กร โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (พ.ศ.2562-2564) มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันส่งเสริม พัฒนาความรู้และงานวิจัย ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ร่วมกันใช้ทรัพยากรและความสามารถตามภารกิจหลักของทั้งสององค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาประเทศ และเพื่อร่วมกันใช้ความสามารถและองค์ความรู้ทางงานวิจัยของทั้งสององค์กรสนับสนุนการพัฒนาและวิจัยของหน่วยงานเอกชน รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐ โอกาสนี้วิรัช จันทรา รองผู้ว่าการกลุ่มบริการอุตสาหกรรม วว., ศ.ดร.สมยศ พลับเที่ยง คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นเกียรติด้วย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

“เป้าหมายที่สำคัญของ วว. ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือการดำเนินงานด้านวิจัย พัฒนา วิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ การถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม รวมถึงความร่วมมือทางวิชาการซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมนวัตกรรมและขีดความสามารถในการแข่งขัน นำไปใช้ในการสนับสนุน ส่งเสริม และร่วมดำเนินงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเชิงบูรณาการ ตลอดจนมีการพัฒนาเครือข่ายในการพัฒนางานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) อย่างเป็นระบบ เพื่อการแก้ไขปัญหาของภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ วทน. เป็นพื้นฐานสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวร คือ การบริหารและการจัดการการศึกษาในรูปแบบ
การสร้างเครือข่าย (Networking) เพื่อให้เกิดความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ในกระบวนการผลิตบัณฑิต ผลงานวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ การจัดการข้อมูลและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด…” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

โซไซตี้ : ‘วันช้างไทย’ ปลุกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ช้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/402012

โซไซตี้ : ‘วันช้างไทย’ ปลุกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ช้าง

โซไซตี้ : ‘วันช้างไทย’ ปลุกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ช้าง

วันอาทิตย์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พิธีทำขวัญช้างตามประเพณีโบราณ

มูลนิธิโกลเด้น ไทรแองเกิ้ล เอเชียนเอเลเฟนท์ และ อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำแคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท จัดงานวันช้างไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย และปลุกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ช้างให้กับแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน รวมถึงเด็กและเยาวชนผู้เข้าร่วมงาน ภายในงานได้จัดพิธีทำขวัญช้างตามประเพณีโบราณ บุฟเฟ่ต์ผลไม้สำหรับช้าง พร้อมกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ อาทิ การให้ความรู้เกี่ยวกับช้างโดยทีมสัตวแพทย์ ชมช้างอาบน้ำ เกมส์สิ่งแวดล้อม และสาธิตการบำบัดโรคกระดูกและกล้ามเนื้อช้างโดยผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น โดยมีตัวแทนจากทั้งหน่วยงานราชการ เอกชน แลโรงเรียนต่างๆ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้างแอนด์ รีสอร์ท อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

มูลนิธิโกลเด้น ไทรแองเกิ้ลเอเชียน เอเลเฟนท์ (Golden TriangleAsian Elephant Foundationหรือชื่อย่อ GTAEF) เป็นมูลนิธิช้างที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2549 โดยกลุ่มโรงแรมอนันตรา เพื่อให้ความช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตช้างในประเทศไทยและในแถบเอเชีย ตั้งอยู่บนพื้นที่ธรรมชาติอันกว้างขวางของ อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท นอกจากทางมูลนิธิฯ จะให้ที่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับช้างที่ครั้งหนึ่งเคยเร่ร่อนไปตามท้องถนนแล้วยังทำงานช่วยเหลือช้างบ้านอื่นๆ ช้างป่า และงานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตช้างอีกด้วย

นงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.เชียงราย, เสริฐ ไชยยานันตา ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย,มร.จอห์น โรเบิร์ตส ผอ.มูลนิธิโกลเด้น ไทรแองเกิ้ล เอเชียน เอเลเฟนท์,มร.กอเดอริก ฮารัง ผจก.รีสอร์ท อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้างแอนด์ รีสอร์ท, ประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน, กิตติ ทิศกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.เชียงราย, พ.ต.ต.กฤษณ์ สมณาศักดิ์สารวัตรงานป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจอำเภอเชียงแสน และ ชัยวัฒน์ พรหมมณี ผจก. ธ.กรุงเทพ สาขาเชียงแสน ร่วมงานวันช้างไทย

นงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.เชียงราย, เสริฐ ไชยยานันตา ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย,มร.จอห์น โรเบิร์ตส ผอ.มูลนิธิโกลเด้น ไทรแองเกิ้ล เอเชียน เอเลเฟนท์,มร.กอเดอริก ฮารัง ผจก.รีสอร์ท อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้างแอนด์ รีสอร์ท, ประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน, กิตติ ทิศกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.เชียงราย, พ.ต.ต.กฤษณ์ สมณาศักดิ์สารวัตรงานป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจอำเภอเชียงแสน และ ชัยวัฒน์ พรหมมณี ผจก. ธ.กรุงเทพ สาขาเชียงแสน ร่วมงานวันช้างไทย
กิตติ ทิศกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.เชียงราย, ประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน, มร.จอห์น โรเบิร์ตส ผอ.มูลนิธิโกลเด้น ไทรแองเกิ้ลเอเชียน เอเลเฟนท์, นงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.เชียงราย, มร.กอเดอริก ฮารังผจก.รีสอร์ท อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท และ เสริฐ ไชยยานันตา ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย

กิตติ ทิศกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.เชียงราย, ประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน, มร.จอห์น โรเบิร์ตส ผอ.มูลนิธิโกลเด้น ไทรแองเกิ้ลเอเชียน เอเลเฟนท์, นงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.เชียงราย, มร.กอเดอริก ฮารังผจก.รีสอร์ท อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท และ เสริฐ ไชยยานันตา ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย
ผู้ร่วมงานช่วยป้อนอาหารช้างและบันทึกภาพความประทับใจอย่างสนุกสนาน

ผู้ร่วมงานช่วยป้อนอาหารช้างและบันทึกภาพความประทับใจอย่างสนุกสนาน
บุฟเฟ่ต์ผลไม้สำหรับช้าง

บุฟเฟ่ต์ผลไม้สำหรับช้าง

โซไซตี้ : เปิดตัว 8 ทีมสตาร์ทอัพ ชนะเลิศด้านการศึกษา และด้านสาธารณสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/400418

โซไซตี้ : เปิดตัว 8 ทีมสตาร์ทอัพ ชนะเลิศด้านการศึกษา และด้านสาธารณสุข

โซไซตี้ : เปิดตัว 8 ทีมสตาร์ทอัพ ชนะเลิศด้านการศึกษา และด้านสาธารณสุข

วันอาทิตย์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

8 ทีม สตาร์ทอัพ “GovTech Mission – One Nation, One Mission ยกระดับประเทศไทย”

สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย (FIT) เปิดตัวทีมชนะเลิศ 8 ทีม สุดยอดสตาร์ทอัพด้านการศึกษา (EdTech) และด้านสาธารณสุข (Heath Tech) ภายใต้โครงการ “GovTech Mission – One Nation,One Mission ยกระดับประเทศไทย” เวทีที่เปิดให้คนรุ่นใหม่ และ Startup ที่มีความมุ่งมั่นและมีความคิดสร้างสรรค์จากทั่วประเทศ มาร่วมกันแข่งขันออกแบบแผนงานที่ผสมผสานกับการนำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อหาคำตอบที่ลงตัวให้กับปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ชิงเงินรางวัลกว่า 7 แสนบาท เดินหน้าเทคโนโลยีสู่การสร้างต้นแบบและพัฒนาสู่ระดับนโยบายต่อไป

ดร.ธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ ผอ.FIT

ดร.ธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ ผู้อำนวยการด้านนโยบายสาธารณะสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย (FIT) กล่าวว่า ทีมสตาร์ทอัพด้านการศึกษาทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ทีม CareerVisa (แคเรียร์วีซ่า) แพลตฟอร์มแนะแนวอาชีพครบวงจร แอพพลิเคชั่นแรกในประเทศไทยที่มีแบบประเมินความเหมาะสมทางอาชีพ จากผู้มีประสบการณ์ในการทำงานหลากหลายสาขาอาชีพ ตั้งแต่ Investment banker ที่ Wall Street หรือนักแสดง Broadway ที่ New York ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยตั้งเป้าช่วยแก้ปัญหานิสิต นักศึกษา ที่จบการศึกษาแล้วให้ได้กว่าปีละ 6 ล้านคน ให้สามารถรู้จักตัวตนของตนเองและเลือกงานได้อย่างเหมาะสม ,ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ทีม School Bright (รู้จักในนามจับจ่าย) คือ แพลตฟอร์มบริหารจัดการโรงเรียนดิจิทัล เชื่อมโยงครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ในรูปแบบแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนในระบบมากกว่า 100,000 คนและโรงเรียนมากกว่า 100 โรงเรียน ช่วยลดเวลาการทำงานของครูให้เหลือเพียงแค่15 นาที/วัน และจากการประเมินเวลาที่ครูทั้งประเทศต้องสูญเสียไปกับงานเอกสารต่อวันนั้นคิดแล้วใช้เวลาถึง 15,862 ปี แพลตฟอร์มนี้จึงช่วยคุณครูประหยัดเวลาการทำงานได้ถึง 90%และช่วยลดต้นทุนของโรงเรียนได้ถึง 30%,ทีมรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ ทีม BASE Playhouse แพลตฟอร์มสร้างความรู้ในรูปแบบเกม ช่วยฝึกทักษะการทำงานจริงให้เกิดขึ้นผ่านการเล่นเกม เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 เป็นการผสมผสานการทำงานร่วมกันกับทักษะออนไลน์และออฟไลน์ ผ่านบอร์ดเกมที่สำคัญ ซึ่งระบบของเกมหลังจากที่ครูเซตอัพระบบการสอนแล้ว เด็กจะสามารถสร้างทักษะที่สำคัญผ่านบอร์ดเกมที่ผสานหลักการดังกล่าว ที่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การคิดวิเคราะห์อย่างสร้างสรรค์ ทักษะของการสื่อสาร เน้นที่ระดับมัธยมต้น ซึ่งในปัจจุบัน Base Playhouse มีการทดลองใช้งานอยู่ในโรงเรียนเพลินพัฒนาและวชิราวุธ เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ โดยเทคโนโลยีจะสามารถประเมินทักษะผ่านการวัดพฤติกรรมของการเล่นและวัดจากผลลัพธ์ของการผ่านกระบวนการเล่นที่ถูกต้อง,ทีมรองชนะเลิศอันดับ 3 คือทีม VOXY แพลตฟอร์มของการสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่ใช้เทคโนโลยี AI คู่ขนานไปกับการสอนสด จากจุดเริ่มต้นของการที่คนไทยส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แม้ว่าจะใช้งบประมาณมากมายเพียงใดก็ตาม ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวเกิดจากความไม่พร้อมของครู ความไม่กล้าพูดของคนไทย ซึ่งแพลตฟอร์มนี้สอนโดยเจ้าของภาษาตลอด24 ชั่วโมง ผ่านทางแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ แท็บเลตและคอมพิวเตอร์ รองรับทั้งระบบ “iOS” และ “Android” ที่มีเนื้อหาที่อัพเดทตลอดเวลา เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้และองค์กรนั้นๆปัจจุบันมีผู้ใช้แล้วกว่า 5 ล้านคน, ทีมรองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ ทีม Codekit คือ แพลตฟอร์มของการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ไปสู่เทคโนโลยีที่ยากขึ้น อาทิ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ จากความต้องการของแรงงานที่ยังขาดทักษะการสื่อสารกับคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ จะเห็นว่าประเทศไทยยังเน้นการเรียนการสอนผ่านการโค้ตลงกระดาษ นอกจากจะขาดแคลนครูที่มีทักษะของการสอนโค้ตติ้งแล้ว ยังมีอุปสรรคของหลักสูตรทางการศึกษาที่ยังไม่ให้ความสำคัญกับการเรียนโค้ตที่มากเพียงพอ โดย Codekit จะทำให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทั้งในผู้ใหญ่ที่ไม่มีพื้นฐานและเด็กระดับมัธยมต้นช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา

ดร.ธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ กับ กรณ์ จาติกวณิช และ ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ

สำหรับ 3 ทีมสตาร์ทอัพด้านสาธารณสุข(Health Tech) ที่ได้รับการคัดเลือกมี 3 ทีม ได้แก่ ทีม ARINCARE คือแพลตฟอร์มด้านเภสัชกรที่ใช้ดิจิทัลเข้ามาแทนที่ในการทำงานแบบเดิมๆ จากการสำรวจร้านขายยาในชุมชนพบมากกว่า 21,000 ร้านค้าและผู้ใช้บริการอีกกว่า 11 ล้านคน ยังมีการทำทุกอย่างด้วยมือและออฟไลน์ ขณะที่แพลตฟอร์มร้านขายยานี้เกิดขึ้นเพื่อให้บริการฟรี ทั้งในส่วนของบริหารคลังยา การเก็บข้อมูลคนไข้ การจ่ายยา โดยเปิดบริการให้ใช้ฟรีสำหรับเภสัชกรไทย รวมทั้งยังมีการให้คำปรึกษาและเก็บข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้นในการใช้งาน การบริหารธุรกิจ เป็นการช่วยให้ร้านขายยาชุมชนสามารถทรานฟอร์มเข้าสู่ดิจิทัลได้อย่างง่ายดายอีกด้วย รวมทั้งสามารถให้บริการได้กว่า 2,000 ร้านยาและสามารถจ่ายยาให้กับผู้ป่วยได้มากกว่า 30,000 รายในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ระบบยังสามารถทำงานร่วมกับการให้บริการโรงพยาบาลชุมชน หรือหน่วยงานสาธารณสุขชุมชนในการบริหารคลังยา และในอนาคตจะมีการเชื่อมข้อมูลในการใช้ยานอกโรงพยาบาลเหล่านี้เข้าสู่ระบบของโรงพยาบาล เพื่อให้กลายเป็นฐานข้อมูลหนึ่งเดียวกัน, ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Medisee แพลตฟอร์มการบริการของคลินิก ทั้งรูปแบบบริการและบริหารจัดการที่ครบครัน ซึ่งเปิดโอกาสให้คนไข้ที่มีผลการรักษา สามารถนำผลดังกล่าวเข้ามารับคำปรึกษาจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะได้ เป็นการช่วยเสริมให้ระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากของการรักษาได้เป็นอย่างมาก ทีมรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Remote-Care แพลตฟอร์มการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันให้สนุก โดยระบบการทำงานจะเชื่อมเข้ากับอุปกรณ์ตรวจวัด WearableDevice เพื่อการวัดสุขภาพต่างๆ เข้ากับแอพพลิเคชั่นและสร้างรางวัลการดูแลสุขภาพจากการนับก้าวเพื่อแลกเป็นรางวัล ซึ่งปัจจุบันมีเป็นรูปแบบเงินสดและมีโรงพยาบาลภาครัฐใช้งานอยู่ 2 แห่ง และเอกชนบางแห่ง โดยมุ่งเน้นไปกลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable Diseases) หรือโรคอ้วนที่เป็นต้นเหตุของโรคต่างๆ ที่รัฐต้องอุดหนุนการรักษากว่า 8.5 ล้านคน ด้วยงบประมาณกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท

สตาร์ทอัพทีม Jabjai (School Bright)

พริษฐ์ วัชรสินธุ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ GovTech Mission-One Nations, One Mission ยกระดับประเทศไทย กล่าวว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในการแก้ไขปัญหาด้วยเทคโนโลยี ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาด้านการศึกษา และด้านสาธารณสุข รวมถึงการเปิดรับนโยบายแนวคิดใหม่ๆ เพราะปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ภาคเอกชนรู้เรื่องเหล่านี้มากที่สุด และการดำเนินโครงการ จึงเป็นการนำเทคโนโลยีต่างๆ อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) แอพพลิเคชั่นเข้ามาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาได้ถูกจุดและตรงกับความต้องการ และทำได้เห็นผลจริง

สตาร์ทอัพทีม Voxy

สตาร์ทอัพทีม Voxy
สตาร์ทอัพทีม Base Playhouse

สตาร์ทอัพทีม Base Playhouse
สตาร์ทอัพทีม Career Visa

สตาร์ทอัพทีม Career Visa

โซไซตี้ : กลุ่มบริษัทบีทีเอส จัดทอดผ้าป่า ตัดลูกนิมิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/397337

โซไซตี้ : กลุ่มบริษัทบีทีเอส จัดทอดผ้าป่า ตัดลูกนิมิต

โซไซตี้ : กลุ่มบริษัทบีทีเอส จัดทอดผ้าป่า ตัดลูกนิมิต

วันอาทิตย์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทบีทีเอส และ กวิน กาญจนพาสน์ กรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมทำพิธีตัดลูกนิมิต และทอดผ้าป่า ณ วัดเขาเหล็ก ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมนำเงินทำบุญถวายวัด จำนวน 2,594,407 บาท จากพนักงานในกลุ่มบริษัท และผู้โดยสารที่มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญ และมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 91 ทุน จาก 16 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนนบพิตำวิทยา โรงเรียนคงคาประชารักษ์ โรงเรียนบ้านโรงเหล็ก โรงเรียนบ้านปากลง โรงเรียนเคียงศิริ โรงเรียนวัดโรงเหล็ก โรงเรียนบ้านพังหรัน โรงเรียนบ้านพิตำ โรงเรียนวัดเปียน โรงเรียนบ้านนบโรงเรียนวัดนาเหรง โรงเรียนบ้านในตูล โรงเรียนวัดคงคา โรงเรียนบ้านขุนทะเล โรงเรียน ตชด.ห้วยตง และ กศน.อำเภอนบพิตำ โดยจัดมอบทุนละ 2,000 บาทและ 3,000 บาท ตามลำดับ

โซไซตี้ : ‘The Blissful Harmony’ สำราญความสุข สมบูรณ์เงินทอง ต้อนรับปีหมู 2019

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/394421

โซไซตี้ : ‘The Blissful Harmony’ สำราญความสุข สมบูรณ์เงินทอง ต้อนรับปีหมู 2019

โซไซตี้ : ‘The Blissful Harmony’ สำราญความสุข สมบูรณ์เงินทอง ต้อนรับปีหมู 2019

วันอาทิตย์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และ อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จัดงาน“King Power Chinese New Year 2019 The Blissful Harmony” (คิง เพาเวอร์ ไชนิสนิวเยียร์ 2019 เดอะ บลิสส์ฟูล ฮาร์โมนี) เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่อลังการ ต้อนรับปีกุนมหามงคล โดยมี ดาวิกา โฮร์เน่,ธัญชนก มูลนิลตา และ นุชนาถ ระวีแสงสูรย์ ร่วมงาน ณ ฟาวน์เท่น สแควร์ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เมื่อค่ำวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยบรรยากาศแห่งความสุข ทั้งการแสดงประกอบน้ำพุสุดอลังการ, การแสดงเปลี่ยนหน้ากากจีน, ระบำเจ็ดนางฟ้าและการเชิดมังกร จากโรงละครอักษรา และการแสดงเชิดสิงโต LED 8 ตัว ผ่านรูปแบบกายกรรมด้วยแสง สี เสียง ตระการตาอย่างยิ่งใหญ่อลังการ

วันตรุษจีน นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน ซึ่งชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความสำคัญและร่วมกันเฉลิมฉลองในเทศกาลนี้โดย “คิง เพาวเวอร์ รางน้ำ” จุดหมายแห่งไลฟ์สไตล์ที่เป็นมากกว่าดิวตี้ฟรี ภายใต้คอนเซ็ปต์Expilre Endlessly -การค้นพบไม่มีวันสิ้นสุด ตอกย้ำความเข้าในของนักเดินทางที่แสวงหาบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง วันตรุษจีน ด้วยการจำลองบรรยากาศภายในงานให้เป็น “โรงเตี๊ยมจีน” พร้อมร้านค้ากว่า 50 ร้าน ทั้งโซนอาหาร ขนมหวาน และสินค้ามงคลในบรรยากาศไชนิสมาร์เก็ต อาทิ โอวกี่หมูสะเต๊ะ, หอยทอดชาวเล, ข้าวขาหมูตรอกซุง,ยู้ลูกชิ้นปลาเยาวราช, นายเฉียเกาลัดเยาวราช และร้านดังอีกมากมาย และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมงาน ภายในงานได้อัญเชิญเทพเจ้าแห่งความเป็นสิริมงคลมาให้สักการะขอพร เช่น พระโพธิสัตว์กวนอิม (ช่วยสรรพสัตว์พ้นทุกข์), เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย (เงินตรา), พระสังกัจจายน์-พระอสีติมหาสาวก (โชคลาภ), เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย(ร่มเย็นเป็นสุข) และเทพเจ้าตั่วเหล่าเอี๊ย (ปกป้องอภิบาลและปราบปรามศัตรู) นอกจากนี้ภายในงานยังมีการถ่ายภาพสไตล์ย้อนยุคแบบจีนราชวงศ์ชิง สนุกกับเกมตามหาคำมงคลจีนที่มาให้ตามล่าถึง 8 ตัวอักษร แล้วรับสิทธิ์ถ่ายรูปสวยๆ ฟรีภายในงานอีกด้วย

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ขอเชิญมา เฮง เฮง เฮงรับตรุษจีน 2019 เสริมสิริมงคลเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่จีนในงาน คิง เพาเวอร์ ไชนิสนิวเยียร์ 2019 เดอะ บลิสส์ฟูล ฮาร์โมนีตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

โซไซตี้ : ‘เครือสหพัฒน์’ ผนึกภาครัฐและชุมชน สานพลังประชารัฐ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โซไซตี้ : ‘เครือสหพัฒน์’ ผนึกภาครัฐและชุมชน สานพลังประชารัฐ 1.tif

โซไซตี้ : ‘เครือสหพัฒน์’ ผนึกภาครัฐและชุมชน สานพลังประชารัฐ 1.tif

วันอาทิตย์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เครือสหพัฒน์ ผนึกกำลังภาครัฐและชุมชนในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มาร่วมแสดงพลังตามแนวคิดประชารัฐในงาน “ประชารัฐ @ เครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี ร่วมใจ”ครั้งที่ 1 ที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี โชว์แนวคิดโครงการประชารัฐในเครือสหพัฒน์ 11 โครงการพร้อมจัดกิจกรรมพิเศษฟรี ทั้งสอนอาชีพอบรมความรู้ บริการทางการแพทย์ ฐานกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า เครือสหพัฒน์ได้ริเริ่มดำเนินโครงการประชารัฐมาตั้งแต่ปี 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขานรับนโยบายประชารัฐของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมาได้สนับสนุนให้บริษัทในเครือจัดทำโครงการประชารัฐด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพและประชารัฐเพื่อสังคม ซึ่งโครงการต่างๆ มีผลการดำเนินการเป็นที่น่าพอใจ ด้วยเหตุนี้เครือสหพัฒน์จึงได้จัดงาน “ประชารัฐ เครือสหพัฒน์”ขึ้นในจังหวัดต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้มาศึกษาวิธีคิดและรายละเอียดการดำเนินงานของโครงการ เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาชุมชนของตนเองซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งที่สนามกีฬากลางเครือสหพัฒน์ ศรีราชาและสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ลำพูน และล่าสุดได้จัดขึ้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

งานประชารัฐ @ เครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี ร่วมใจ จัดขึ้นที่อำเภอกบินทร์บุรีเป็นครั้งแรกโดยในงานมีการจัดแสดงผลงานโครงการประชารัฐในเครือสหพัฒน์ และกิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจมากมาย อาทิ สาธิตการเย็บถุงผ้า อบรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพผิวอย่างถูกวิธีและสอนการแต่งหน้าขั้นพื้นฐานอบรมให้ความรู้การดูแลสุขอนามัยช่องปาก ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและสอนวิธีตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองโดยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ตกแต่งหมวกเพื่อมอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งที่ทำคีโม กิจกรรมฐานการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เล่นเกมตอบคำถามชิงรางวัล เป็นต้น และนอกจากการแสดงผลงานโครงการประชารัฐในเครือสหพัฒน์แล้ว ในงานครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ โรงเรียน โรงพยาบาลและชุมชนจากตำบลวังดาล และตำบลนนทรีร่วมออกร้านแสดงนิทรรศการและกิจกรรม อาทิ การตรวจสุขภาพเบื้องต้น และแนะนำการดูแลสุขภาพ จากโรงพยาบาลกบินทร์บุรี กิจกรรมการแสดงงานวิชาการของนักเรียนจากโรงเรียนกบินทร์วิทยา การจำหน่ายสินค้าเพื่อนำรายได้ช่วยเหลือสังคม นอกจากนี้ ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐและชุมชน ยังมีการจำหน่ายอาหารและสินค้าโอท็อป จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชน ซึ่งงาน “ประชารัฐ @ เครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี ร่วมใจ” ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นับเป็นการแสดงพลังความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน โรงเรียน ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ตามแนวคิดประชารัฐด้วยเช่นกัน ซึ่งทุกกิจกรรมเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สำหรับโครงการประชารัฐเครือสหพัฒน์ที่นำมาจัดแสดงในงานนี้มีทั้งสิ้น 11 โครงการ ได้แก่ โครงการสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี สานพลังประชารัฐ (Excellent Model School) โดยบริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โครงการนาฏศิลป์ไทยสู่เยาวชน พัฒนศิลป์สร้างคนสืบทอดวัฒนธรรมไทย โดยความร่วมมือของ 4 บริษัทในเครือสหพัฒน์ ได้แก่ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) โครงการ Sahapat Admission โดยบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) โครงการ Smart Science Teacher โดยบริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) โครงการ OCC สานพลังประชารัฐ พัฒนาความรู้ สู่เส้นทางสายอาชีพโดยบริษัท โอซีซี จำกัด(มหาชน)โครงการสอนเย็บผ้า สร้างอาชีพสู่สังคม โดยบริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) โครงการเกษตรพอเพียงดร.เทียม โชควัฒนา จังหวัดลำพูน โดยบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) โครงการประชารัฐร่วมใจ ต้านภัยมะเร็งเต้านมเพื่อชุมชนโดยบริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) โครงการ LION Oral Health Promotion and Preventionโดยบริษัท ไอ้อน(ประเทศไทย) จำกัด โครงการประชารัฐร่วมใจ ILC หัวใจสีเขียว เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนลแลบบอราทอรีส์ จำกัด และสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อพนักงานเครือสหพัฒน์ โดยสหกรณ์ออมทรัพย์ เพื่อพนักงานเครือสหพัฒน์