ข้าวแพงจัด เวียดนามถึงกับต้องนำเข้าจากคู่แข่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642019

วันที่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 20:01 น.ข้าวแพงจัด เวียดนามถึงกับต้องนำเข้าจากคู่แข่งผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ยังเจอสถานการณ์น่าเป็นห่วง ถึงกับต้องนำเข้าข้าวจากประเทศคู่แข่ง

สำนักข่าว Reuters รายงานว่าเวียดนามซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อันดับสามของโลกได้เริ่มซื้อข้าวจากคู่แข่งอย่างอินเดียเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี หลังจากราคาในประเทศพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 9 ปีท่ามกลางซัพพลายในประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัด

การสั่งซื้อข้าวของเวียดนามสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่สูงมรกในเอเชียซึ่งอาจทำให้ราคาข้าวสูงขึ้นในปี 2021 และยังบีบให้ประเทศผู้ซื้อข้าวที่เดิมซื้อจากไทยและเวียดนาม ต้องเปลี่ยนไปซื้อจากอินเดียซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งราคาถูกกว่าแต่คุณภาพข้าวไม่ดีนัก

ผู้ค้าชาวอินเดียได้รับการติดต่อทำสัญญาว่าจะส่งออกข้าวหัก 100% จำนวน 70,000 ตันสำหรับการจัดส่งในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ประมาณ 310 เหรียญสหรัฐต่อตันให้กับเวียดนาม

“เป็นครั้งแรกที่เราส่งออกไปเวียดนาม” B.V. Krishna Rao ประธานสมาคมผู้ส่งออกข้าวกล่าวกับ Reuters เมื่อวันจันทร์ “ราคาของอินเดียน่าสนใจมาก ความแตกต่างของราคาอย่างมากทำให้การส่งออกเป็นไปได้”

การลดลงของปริมาณข้าวและการซื้อข้าวของฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาข้าวส่งออกของเวียดนามพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี

ข้าวหัก 5% ของเวียดนาม มีราคาประมาณ 500 – 505 เหรียญสหรัฐต่อตันซึ่งสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับราคาของอินเดียที่ 381 – 387 เหรียญสหรัฐ

ปริมาณการผลิตที่หดตัวจะเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความไม่มั่นคงด้านอาหารในอนุภูมิภาคซาฮาราแอฟริกาในพื้นที่ที่ความต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเนื่องจากการเติบโตของประชากร

ธนาคารโลกระบุว่าความหิวโหยเรื้อรังและเฉียบพลันกำลังเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนที่เปราะบางในเกือบทุกประเทศโดยการระบาดของโควิด -19 ทำให้รายได้ลเลงและทำลายห่วงโซ่อุปทานตาม

ผู้ค้ากล่าวว่าการระบาดทั่วโลกทำให้เวียดนามและประเทศอื่นๆ ต้องกักตุนข้าว โดยเวียดนามประกาศเมื่อปีที่แล้วว่าจะกักตุนข้าว 270,000 ตันเพื่อให้แน่ใจว่ามีอาหารเพียงพอท่ามกลางการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่ขับเคลื่อนด้วยโคโรนาไวรัสทั่วโลก

ผู้ค้าในเวียดนามกล่าวว่าข้าวจากอินเดียถูกกักตุนไว้ในปริมาณสำรองของรัฐบาลตั้งแต่ปี 2016/17 โดยราคาที่ค่อนข้างถูกก็เพราะข้าวอินเดียมีคุณภาพที่ต่ำ

“คุณภาพข้าวแย่มากจนไม่เหมาะที่จะให้คนบริโภคโดยตรง แต่ใช้สำหรับผลิตอาหารสัตว์และเบียร์เท่านั้น” พ่อค้าข้าวรายหนึ่งในโฮจิมินห์ซิตี้กล่าว

ผลผลิตข้าวเปลือกทั้งหมดของเวียดนามในปี 2020 ลดลง 1.85% เป็น 42.69 ล้านตันหรือเทียบเท่ากับข้าวสารประมาณ 21.35 ล้านตันจากข้อมูลเบื้องต้นจากสำนักงานสถิติทั่วไปของรัฐบาลระบุ

การส่งออกข้าวของประเทศในปี 2020 คาดว่าจะลดลง 3.5% เหลือ 6.15 ล้านตัน

ในเดือนธันวาคมผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกคือจีนเริ่มซื้อข้าวอินเดียเป็นครั้งแรกในรอบอย่างน้อยสามทศวรรษเนื่องจากความต้องการข้าวอย่างมากของไทย เมียนมาร์ และเวียดนามซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ อีกส่วนหนึ่งเพราะข้าวจากอินเดียถูกกว่ามาก

จากข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการของกระทรวงพาณิชย์อินเดียชี้ว่าในปี 2020 อินเดียส่งออกข้าวมากเป็นประวัติการณ์ถึง 14 ล้านตัน

Photo by NOAH SEELAM / AFP

“ซีพี” ทุ่มกว่าหมื่นล้านร่วมระดมทุนผลิตวัคซีนจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642027

วันที่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 18:30 น."ซีพี" ทุ่มกว่าหมื่นล้านร่วมระดมทุนผลิตวัคซีนจีนบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค ระดมทุน 515 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อเร่งผลิตวัคซีนเป็นสองเท่า

สำนักข่าวนิกเกอิ เอเชียรายงานว่า บริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech) ของจีนระดมทุน 515 ล้านเหรียญสหรัฐจากนักลงทุนเพื่อเร่งผลิตวัคซีนต้านโรคโควิด-19 เพิ่มเป็นสองเท่า

โดยบริษัทซิโน ไบโอฟาร์มมาซูทิเคิล (Sino Biopharmaceutical) ธุรกิจเวชภัณฑ์ ของบริษัท ซีพี ฟาร์มาซูติเคิล กรุ๊ป (CP Pharmaceutical Group) ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงได้ถือหุ้น 15% มูลค่า 515 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 15,400 ล้านบาท ในซิโนแวค ไลฟ์ ไซแอนซ์ (Sinovac Life Sciences) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการผลิตวัคซีนโคโรนาแวค (Corona Vac)

นอกจากนี้ยังมีกองทุนจากแอดวานซ์เทค แคปิตอล (Advantech Capital) ของจีน และวีโว่ แคปิตอล (Vivo Capital) ของสหรัฐที่ร่วมถือหุ้นของซิโน ไบโอฟาร์ม (Sino Biopharm) บริษัทละ 6.3%

หยาน เหว่ยตง หยิน ประธานกรรมการประธานและหัวหน้าฝ่ายบริหารของซิโนแวคกล่าวว่า”เรามีความก้าวหน้าอย่างมากในการพัฒนาวัคซีนโคโรนาแวค ซึ่งได้บรรลุเป้าหมายสำคัญในการทดลองในเอเชียและละตินอเมริกา นอกเหนือจากการระดมทุนแล้ว การเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ใหม่กับซิโน ไบโอฟาร์มมาซูทิเคิลยังช่วยให้เราสามารถปรับปรุงความสามารถในการขายวัคซีน ขยายตลาดในเอเชีย รวมถึงเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือเร่งความพยายามในการต่อสู้กับโรคระบาดทั่วโลก”

การลงทุนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทมีเป้าหมายว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตวัคซีนเป็นสองเท่า มาอยู่ที่ 600 ล้านโดส และเตรียมเปิดโรงงานผลิตวัคซีนแห่งที่ 2 

สำนักข่าวนิกเกอิยังระบุว่าซีพี กรุ๊ป (CP Group) จากประเทศไทยเป็นหนึ่งในบริษัทต่างชาติกลุ่มแรกที่เข้าไปลงทุนในประเทศจีน โดยมีความสนใจตั้งแต่ธุรกิจอาหารไปจนถึงการประกันภัย

ทั้งนี้ ในวันที่ 5 ม.ค. รัฐบาลไทยได้สั่งซื้อวัคซีนต้านโรคโควิด-19 จากซิโนแวค ไบโอเทค จำนวน 2 ล้านโดส ซึ่งจะได้รับวัคซีนชุดแรกจำนวน 2 แสนโดสในเดือนกุมภาพันธ์ และชุดที่สองจำนวน 8 แสนโดสจะมาถึงในเดือนมีนาคม และอีก 1 ล้านโดสจะมาถึงช่วงสิ้นเดือนเมษายน

Photo by SILVIO AVILA / AFP

เสรีภาพเหนืออื่นใด! นักการเมืองอเมริกันยันจะพกปืนเข้าสภา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642003

วันที่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 17:00 น.เสรีภาพเหนืออื่นใด! นักการเมืองอเมริกันยันจะพกปืนเข้าสภา สมาชิกพรรครีพับลิกันยืนกรานที่จะพกปืนในวอชิงตัน ดี.ซี. และสภาคองเกรส ตำรวจย้ำต้องได้รับโทษ

บีบีซีรายงาน ลอเร็น โบเบิร์ต สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกันยืนกรานว่าจะพกปืนระหว่างการดำรงตำแหน่งในวอชิงตัน ดี.ซี.

โดยมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่เธอบรรจุกระสุนปืนพกก่อนที่จะเดินไปรอบๆ เมือง พร้อมกล่าวว่า “ฉันจะพกปืนไปในวอชิงตัน ดี.ซี. และสภาคองเกรส” ซึ่งคลิปวิดีโอดังกล่าวมีผู้ชมมากกว่า 3 ล้านครั้ง

โบเบิร์ตยังกล่าวอีกว่า “แม้ว่าตอนนี้ฉันจะทำงานในเมืองที่เปิดเสรีที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา แต่ฉันก็ปฏิเสธที่จะสละสิทธิ์ของตัวเอง ในฐานะผู้หญิงที่สูง 5 ฟุต น้ำหนัก 100 ปอนด์ฉันเลือกที่จะปกป้องตัวเองอย่างถูกกฎหมายเพราะฉันคือความปลอดภัยที่ดีที่สุดตัวฉันเอง”

Let me tell you why I WILL carry my Glock to Congress. Government does NOT get to tell me or my constituents how we are allowed to keep our families safe.I promise to always stand strong for our 2nd Amendment rights.https://t.co/E75tYpdN4B pic.twitter.com/qg7QGenrNo— Lauren Boebert (@laurenboebert) January 4, 2021

ขณะที่โรเบิร์ต คอนตี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่า “สมาชิกสภาคองเกรสคนนั้นจะต้องรับโทษเช่นเดียวกับประชาชนคนอื่นๆ ในวอชิงตีนดี.ซี. ที่พกพาอาวุธปืน”

พร้อมเผยว่ามีแผนที่จะพูดคุยทำความเข้าใจกับโบเบิร์ตเกี่ยวกับกฎระเบียบในการพกพาอาวุธปืนที่เข้มงวด

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริการะบุถึงสิทธิในการครอบครองและพกพาอาวุธปืนไว้ว่า สมาชิกสภาคองเกรสได้รับอนุญาตให้เก็บอาวุธปืนไว้ในสำนักงานและพกพาในวอชิงตัน ดี.ซี. ตราบเท่าที่ไม่ได้บรรจุกระสุนปืน

อย่างไรก็ตามต้องมีใบอนุญาตในการพกพาอาวุธปืนในบริเวณถนนของเมือง และอาวุธจากรัฐอื่นๆ จะต้องลงทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อน

นอกจากนี้เมื่อเดือนที่แล้วกลุ่มวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตยังได้เสนอกฎหมายใหม่เพื่อกระชับกฎเกณฑ์ที่มีอยู่สำหรับสมาชิกสภาคองเกรส ทั้งนี้ การครอบครองอาวุธปืนเป็นประเด็นหนึ่งที่สำคัญในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

Photo by Jason Connolly / AFP

นักวิทย์ห่วงโควิดกลายพันธุ์ในแอฟริกาใต้อาจต้านวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641988

วันที่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 15:24 น.นักวิทย์ห่วงโควิดกลายพันธุ์ในแอฟริกาใต้อาจต้านวัคซีนนักวิทยาศาสตร์กังวลไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้อาจลดประสิทธิภาพวัคซีน คาดได้คำตอบชัดเจนภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. บีบีซีรายงานว่านักวิทยาศาสตร์แอฟริกาใต้กำลังกังวลว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดในแอฟริกาใต้อาจสามารถต้านทานวัคซีนที่กำลังแจกจ่ายอยู่ในขณะนี้

โดยศาสตราจารย์ ซาเบียร์ มาดี (Shabir Madhi) ผู้นำการทดลองวัคซีนแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) เผยว่า “เป็นเรื่องน่ากังวลว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้อาจมีประสิทธิภาพในการต้านทานวัคซีนมากขึ้น”

พร้อมคาดว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยขณะนี้กำลังดำเนินการทดสอบเป็นวงกว้างในแอฟริกาใต้

ความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากไวรัสสายพันธุ์นี้แพร่ระบาดไปไกลกว่าสายพันธุ์ที่ระบาดในสหราชอาณาจักร ซึ่งอาจหมายความว่ามันสามารถต้านทานแอนติบอดีได้

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์มาดีย้ำว่าไวรัสกลายพันธุ์ในแอฟริกาใต้ไม่น่าจะทำให้วัคซีนในปัจจุบัน “ไร้ประโยชน์” แต่อาจส่งผลให้วัคซีนมีประสิทธิภาพลดลง

เมื่อไม่นานมานี้แอฟริกาใต้กล่าวว่าไวรัสกลายพันธุ์ในแอฟริกาใต้สามารถแพร่ระบาดได้มากกว่าไวรัสกลายพันธุ์ในสหราชอาณาจักร ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ายังไม่พบหลักฐาน

ด้านศาสตราจารย์เฮเลน รีส (Helen Rees) ผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนจากมหาวิทยาลัยวิตวอเตอร์สแรนด์กล่าวว่าควรมีการปรับเปลี่ยนวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองต่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ และเทคโนโลยีในการพัฒนาวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถทำให้การดำเนินการเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

พร้อมเสริมว่าความกังวลเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเพิ่มแรงกดดันให้ทั่วโลกพยายามแจกจ่ายวัคซีนโดยเร็วไม่ใช่เพียงแต่ประเทศร่ำรวยกว่าเท่านั้น

“เนื่องจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่กำลังแพร่ระบาดไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกแล้ว การตรวจสอบประสิทธิภาพของวัคซีนต่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่จึงเป็นเรื่องสำคัญระดับโลก” ศาสตราจารย์รีสกล่าว

Photo by Pascal GUYOT / AFP

อิหร่านฉีกสัญญานิวเคลียร์ เดินหน้าเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641983

วันที่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 13:26 น.อิหร่านฉีกสัญญานิวเคลียร์ เดินหน้าเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมอิหร่านเดินหน้าเพิ่มสมรรถนะนิวเคลียร์ สหรัฐจับตาใกล้ชิดหวั่นผลิตอาวุธปรมาณู

นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมาอิหร่านได้ประกาศเดินหน้าเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ส่งผลให้อิหร่านเข้าใกล้การพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ภายใน 6 เดือน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการฉีกสัญญาว่าด้วยการพัฒนานิวเคลียร์ที่ทำขึ้นในปี 2015 โดยอาลี ราบีอี โฆษกรัฐบาลอิหร่านกล่าวว่าประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ได้สั่งให้มีมาตรการบังคับใช้กฎหมายเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยอนุญาตให้มีการเสริมสมรรถนะกระบวนการผลิตยูเรเนียม 20 เปอร์เซ็นต์

โดยสมรรถภาพที่เพิ่มขึ้นนั้นเข้าใกล้ขีดความสามารถในการผลิตระเบิดปรมาณู ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐลอบสังหารนายพลคาเซ็ม สุเลมานี ในกรุงแบกแดด และเหตุการณ์ลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ชั้นนำของอิหร่าน

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าสหรัฐจะตอบโต้อย่างเต็มรูปแบบทันทีหากอิหร่านกระทำการใดๆ เพื่อแก้แค้นต่อเหตุการณ์ลอบสังหารนายพลสุเลมานี

อย่างไรก็ตามแม้ว่าอิหร่านจะแสดงความโกรธแค้นต่อการลอบสังหารบุคลลสำคัญดังกล่าวแต่ก็ยังยืนยันมาโดยตลอดว่าความพยายามในการผลิตนิวเคลียร์นั้นมีขึ้นเพื่อจุดประสงค์ที่สันติไม่ใช่การสร้างอาวุธปรมาณูแต่อย่างใด

ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอลยังกล่าวหาว่าอิหร่านกำลังดำเนินการพัฒนาโครการนิวเคลียร์ทางทหาร และอิสราเอลจะไม่อนุญาตให้อิหร่านผลิตอาวุธนิวเคลียร์เป็นอันขาด

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปกล่าวว่าการตัดสินใจของอิหร่านในการเพิ่มการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมถือเป็นการ ละเมิดสัญญาอย่างรุนแรง

โดยในเดือนธันวาคมฝ่ายนิติบัญญัติของอิหร่านได้ผ่านกฎหมายสั่งให้มีการเพิ่มระดับยูเรเนียมในทันทีและเรียกร้องให้มีการขับไล่ผู้ตรวจสอบนิวเคลียร์ระหว่างประเทศหากการคว่ำบาตรของสหรัฐไม่ถูกยกเลิกภายในต้นเดือนกุมภาพันธ์

นอกจากนี้อิหร่านยังได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันของเกาหลีใต้โดยอ้างถึง “ความกังวลด้านมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและสารเคมี”

การยึดเรือดังกล่าวได้รับการยืนยันโดยรัฐบาลเกาหลีใต้ ขณะที่อิหร่านกดดันให้เกาหลีใต้ปล่อยเงินจำนวน 7 พันล้านเหรียญสหรัฐที่ถูกระงับเนื่องจากการคว่ำบาตรของสหรัฐ

โดยเรือบรรทุกน้ำมันเกาหลีใต้ถูกทางการอิหร่านเรียกไปสอบสวนขณะที่กำลังแล่นอยู่ในน่านน้ำนอกโอมานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ด้านกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้แถลงว่าทางกระทรวงและสถานทูตเกาหลีใต้ในอิหร่านได้ตรวจสอบสถานการณ์โดยละเอียดและยืนยันความปลอดภัยของลูกเรือ พร้อมเร่งดำเนินการขอส่งคืนเรือโดยด่วน

ขณะที่กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ได้ส่งเรือรบของกองทัพเรือเกาหลีใต้ไปยังน่านน้ำที่เรือบรรทุกนำมันลำดังกล่าวถูกยึดเพื่อต่อต้านการละเมิดในภูมิภาค

ทั้งนี้ เพนตากอนของสหรัฐยังได้สั่งให้เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐประจำอยู่ในตะวันออกกลาง โดยคริสโตเฟอร์ ซี. มิลเลอร์ รักษาการเลขาธิการกระทรวงกลาโหมให้เหตุผลว่าเนื่องจากคำขู่ของผู้นำอิหร่านต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐคนอื่นๆ

Photo by MAHMUD HAMS / AFP

นักวิทย์เตือน ไวรัสใหม่ ‘Disease X’ รุนแรงกว่าโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641973

วันที่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 11:23 น.นักวิทย์เตือน ไวรัสใหม่ 'Disease X' รุนแรงกว่าโควิดนักวิทยาศาสตร์เตือนหลังพบไวรัสปริศนา Disease X แพร่ระบาดเร็วเหมือนโควิดแต่รุนแรงกว่า

ศาสตราจารย์ฌอง-ฌาร์คส มูเยมเบ นักวิทยาศาสตร์ผู้ร่วมค้นพบเชื้อไวรัสอีโบลาในปี 1976 และผู้นำสถาบันวิจัยชีวการแพทย์แห่งชาติในกินชาซา เตือนว่าขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับไวรัสชนิดใหม่ที่กำเนิดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ

หลังจากที่ล่าสุดมีการตรวจพบไวรัส Disease X ซึ่งสามารถแพร่ระบาดได้เช่นเดียวกับไวรัสโคโรนาแต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าอาจเป็นอันตรายกว่ามาก และร้ายแรงเท่ากับเชื้ออีโบลา โดยมีอัตราเสียชีวิตถึง 50-90% ซึ่งคาดว่าไวรัสดังกล่าวเกิดในป่าฝนเขตร้อน ทวีปแอฟริกา

ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า Disease X เป็นเชื้อโรคที่ยังไม่ทราบชนิดและสาเหตุซึ่งถูกระบุเป็น 1 ใน 9 โรคอันตรายและเป็นภัยต่อมนุษย์เป็นที่เรียบร้อย

โดยมีการตรวจพบไวรัสดังกล่าวจากผู้หญิงคนหนึ่งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกซึ่งมีอาการเบื้องต้นคล้ายโรคไข้เลือดออก และได้ทำการตรวจหาโรคหลายชนิดรวมถึงอีโบลาแต่ผลการตรวจโรคทั้งหมดเป็นลบ

ศาสตราจารย์มูเยมเบกล่าวว่าหากเชื้อไวรัสดังกล่าวเกิดขึ้นในแอฟริกาจะต้องใช้เวลาในการแพร่ระบาดทั่วโลก ดังนั้นการตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ ส่งผลให้ทั่วโลกสามารถพัฒนากลยุทธ์ใหม่เพื่อต่อสู้กับไวรัสได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ยังได้เตือนถึงความอันตรายของไวรัสอีกหลายชนิดที่อาจเกิดจากสัตว์หรือระบาดจากสิ่งมีชีวิตอื่นสู่ร่างกายมนุษย์ โดยกล่าวว่าไวรัสโคโรนา โรคพิษสุนัขบ้า และไข้เหลืองก็เป็นหนึ่งในนั้น

ทั้งนี้ ไวรัสโคโรนาหรือ SARS-CoV-2 ซึ่งคาดว่ามีต้นกำเนิดมาจากค้างคาว ส่งผลให่มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 85 ล้านคน และคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1.8 ล้านคน

Photo by ERNESTO BENAVIDES / AFP

สังคมส่วยๆ ที่ทำให้คนไทยซวยทั้งประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641950

วันที่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 08:30 น.สังคมส่วยๆ ที่ทำให้คนไทยซวยทั้งประเทศเศรษฐกิจในเงามืดที่มีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจในที่แจ้งถึงเกือบครึ่งหนึ่งกำลังสร้างปัญหาที่คาดไม่ถึง

คงไม่มีประเทศไหนอีกแล้วที่การระบาดระลอกใหญ่ของโควิด-19 เกิดขึ้นเพราะธุรกิจมืด คงมีแต่ประเทศที่เศรษฐกิจมืดเฟื่องฟูอย่างประเทศไทยเท่านั้นที่ปล่อยให้เกิดเรื่องทำนองนี้ได้

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าขายหน้าในเวลาเดียวกัน น่าเศร้าที่ประชาชนไทยไม่เพียงแต่ต้องถูกมอมเมาจากธุรกิจมืด แต่ยังต้องถูกโรคระบาดเล่นงานเพราะธุรกิจมืดซ้ำเข้าไปอีก

น่าอายที่รัฐบาลปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาได้ ไม่ใช่แค่รัฐบาลนี้ แต่ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ตามที่ทำเป็นหูหนวกตาบอดกับธุรกิจมืดย่อมมีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะเท่ากับมองไม่เห็นว่ามันจะเป็นภยันตรายอย่าที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวันนี้

ใครจะไปเชื่อว่าการค้าแรงงานเถื่อน บ่อการพนัน และแหล่งอโคจรผิดกฎหมายจะทำให้ไทยติดโควิด-19 ได้ขนาดนี้!

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจมืดหรือเศรษฐกิจใต้ดินใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เศรษฐกิจมืดคืออะไร? มันคือเศรษฐกิจนอกระบบ ไม่เป็นทางการ ไม่ผ่านการเก็บภาษี และในหลายกรณีผิดกฎหมายร้ายแรงแต่ทำเงินมหาศาล มันจึงถูกเรียกว่า Shadow Economy บ้าง Black Economy บ้าง Informal economy บ้าง และบางครั้ง Underground Economy

ชื่อเรียกเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเลยว่ามันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดี แต่ประเทศเราก็ปล่อยให้มันคาราคาซังอยู่แบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว

เศรษฐกิจใต้ดินในเงามืดมีทั้งที่เป็นคุณกับประชาชนตาดำๆ คือการค้าขายแผงลอย และที่เป็นคุณกับมิจฉาชีพทั้งที่เป็นมิจฉาชีพโดยอาชีพและมิจฉาชีพในเครื่องแบบ

ที่บอกว่าเศรษฐกิจใต้ดินเป็นคุณกับประชาชนตาดำๆ ก็เพราะมันเปิดโอกาสให้คนจนได้มีโอกาสให้ทำมาหากิน ไม่จำเป็นจะต้องไปหางานทำในระบบคือสมัครงานเป็นลูกจ้างใคร ดังนั้นในประเทศที่งานน้อย คนจนจึงมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากจากการทำธุรกิจนอกระบบ เช่น การค้าขายแบบบ้านๆ 

อย่างในประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ชอกช้ำน้อยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับโดย Misery index ก็เพราะอัตราเงินเฟ้อไม่มากอัตราว่างงานต่ำ ทั้งนี้ก็เพราะคนไทยไม่ค่อยจะว่างงาน แต่ไปทำงานนอกระบบ เช่น ขายของตามตลาดนัดหรือสตรีทฟู๊ดที่ไม่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เก็บภาษีอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

เรื่องนี้เราจะละเอาไว้ก่อน เพราะประเด็นที่เราจะพูดถึงคือเศรษฐกิจในเงามืดอีกประเภทที่ไม่เป็นคุณประชาชนและกำลังสร้างโทษให้กับบ้านเมืองอย่างร้ายแรง

เศรษฐกิจในเงามืดของไทยจากตัวเลขของ The Global Economy (ซึ่งทำมาจาก IMF อีกต่อหนึ่ง) ระบุว่ามีสัดส่วนอยู่ที่ 43.12% (ปี 2015) เมื่อเทียบกับขนาดจีดีพีหรือเศรษฐกิจในระบบของประเทศไทย หมายความว่าเศรษฐกิจในเงามืดของไทยมันใหญ่เกือบจะครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจจริงๆ ขณะที่อัตราเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่เพียง 27.78%

เศรษฐกิจส่วนนี้ของไทยยังใหญ่ที่สุดอันดับ 2 รองจากเมียนมา (51%) และยังใหญ่กว่าเวียดนาม (14.8%) และลาว (25%) เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อที่ไทยซึ่งอยู่ในกลุ่มปานกลางรายได้สูง ปล่อยให้เรื่องนอกระบบใหญ่ขนาดนี้ได้

เราไม่มีตัวเลขชัดๆ ว่าในเศรษฐกิจเงามืดรายได้ส่วนไหนที่ใหญ่กว่ากันระหว่างการค้าขายของประชาชนตาดำๆ กับพวก “ธุรกิจบาป” เช่น การค้าประเวณี การพนัน และค้ามนุษย์?

ฟรีดิช ชไนเดอร์ (Friedrich Schneider) นักเศรษฐศาสตร์ผู้เขียนหนังสือเรื่องเศรษฐกิจในเงาบอกว่าเศรษฐกิจส่วนนี้ของไทยรวมถึงส่วนที่ผิดกฎหมาย เช่น การพนันและอาวุธปืน แต่ไม่รวมเอาการค้ายาเสพติดเข้าไปมากนัก

แต่ในกรณีของบ้านเราตอนนี้ เรารู้ว่าการค้าประเวณี การพนัน และค้ามนุษย์คือเหตุแห่งการระบาดครั้งใหญ่ที่กำลังทำลายเศรษฐกิจจริงๆ ให้ย่อยยับแบบที่รัฐบาลต้องก่ายหน้าผากกันเลยทีเดียว

ขอยกตัวอย่างยูเครนที่มีปัญหาเรื้อรังเรื่องธุรกิจนอกระบบ กระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจและการพาณิชย์ประเมินว่ามีขนาดเทียบกับจีดีพีถึง 33% แต่นักเศรษฐศาสตร์บอกว่าน่าจะสูงถึง 40% รัฐบาลยูเครนจึงเดินหน้ากวาดล้างบ่อนและธุรกิจที่ไม่เสียภาษี เรียกว่าไม่ไว้หน้าทั้งธุรกิจบาปและธุรกิจของชาวบ้าน

รัฐบาลยูเครนเริ่มการยกเรื่องในเงามาไว้บนที่แจ้งแล้วจะสำเร็จหรือไม่ก็อีกเรื่อง ที่สำคัญคือพวกเขาได้ลงมือทำแล้ว

ถามว่ารัฐบาลไทยทำไมไม่ทำบ้าง?

เพราะติด “คนกันเอง” ทั้งนั้นนั่นคือตำรวจ กองทัพ นักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงในอาณาจักรผลประโยชน์ในเงาที่มีมูลค่ามหาศาล ที่สร้างความมั่งมีและระบาดไปทั่วพอๆ กับโรคร้าย คือ “บ่อนการพนัน”

ขณะที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไปจนถึงคนระดับรองนายกรัฐมนตรีบอกว่า “ไม่มีบ่อน”

แต่ตาสีตาสาก็ยังรู้ว่าที่ไหนมีบ่อน ไม่ต้องไปถามถึงนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์จอมแฉเรื่องผลประโยชน์คนมีสี และไม่ต้องไปถามนักวิชาการระดับประเทศอย่างรศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ที่ติดตามเรื่องเศรษฐกิจใต้ดินของคนมีสีมานานหลายปีแล้ว

ที่น่าหัวร่อซ้ำสองก็คือขณะที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบอกปัดเป็นพัลวันว่าไม่มีบ่อน แต่กลับมีคนไปเที่ยวบ่อนอยู่ทนโท่ แล้วคนไปเที่ยวก็ยังอมพะนำไม่ยอมบอกว่าไปบ่อนมา ทำให้ไวรัสระบาดไปทั่ว

เอาแค่ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือน ช่วงสิงหาคมปีที่แล้วเกิดกรณียิงกันตาย 4 ศพที่ “บ่อนเฮียตี้” ย่านพระราม 3 ในช่วงแรกนั้น ผบช.น. กล่าวว่า ” สถานที่ดังกล่าวมีการลักลอบเล่นการพนัน แต่ไม่ยืนยันว่าจะเป็นบ่อนการพนันหรือไม่”

เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ผบช.น. ไม่ทราบว่าย่านนั้นไม่มีบ่อน เพราะแม้แต่คนขับแท็กซี่ยังรู้! แถมมันยังเป็นบ่อนใหญ่น้องๆ คาสิโนที่เจ้าของมีเงินหมุนเข้าวันละหลายล้าน

กรณีนั้นรศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ถึงกับกล่าวว่าอย่าไปเอาคาสิโนขึ้นบนดินเลย ให้ปฏิรูปตำรวจก่อนดีกว่า เพราะมันคือต้นเหตุที่แท้จริง

ธุรกิจผิดกฎหมายพวกนี้ยังอยู่ได้ด้วยส่วย เช่น ส่วยนำเข้าคนต่างด้าวมาทำงาน ส่วยเปิดบ่อน ส่วยเปิดซ่อง แม้แต่การหาเช้ากินค่ำของประชาชน อย่างคนขายอาหารริมถนนยังถูกบางหน่วยงานเก็บส่วยกันเป็นล่ำเป็นสัน เศรษฐกิจในเงามืดของเราจึงเป็นเศรษฐกิจที่อยู่ได้ด้วยส่วยโดยเท้

เราจึงอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วย “ส่วย” พูดในภาษาเศรษฐศาตร์การเมืองก็คือพวกหากินกับส่วยคือ “พวกแสวงหากำไรส่วนเกิน” หรือ Rent-seeking ซึ่งเป็นพวกที่แสวงหาความมั่งคั่งโดยไม่ทำการผลิตอะไรขึ้นมา ทำให้รัฐขาดรายได้ ทำให้ประชาชนถูกขูดรีด

พูดภาษาชาวบ้าน Rent-seeking ก็คือพวก “ทำนาบนหลังคน” ประเภทหนึ่งแต่ทำด้วยความฉ้อฉลโดยอาศัยช่องโหว่ในอำนาจรัฐ ยิ่งสังคมนั้นชอบทำอะไรลับๆ บ่อๆ การขูดรีดเอากำไรหรือส่วยจากประชาชนยิ่งมีมาก เพราะมันอยู่ในเงามืดจึงขูดรีดได้ง่ายๆ ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเห็น

ดังนั้นเราจึงสรุปได้ว่าเศรษฐกิจในเงามืดเอื้อให้เกิดการคอร์รัปชั่น และการที่รัฐบาลไหนๆ ไม่ยอมทำเรื่องนี้ให้เป็นระบบระเบียบเพราะมันเกี่ยวกับกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองและคนมีสี ขณะเดียวกันหากจะนำคนหาเช้ากินค่ำมาขึ้นทะเบียนเสียภาษีก็เกรงว่าจะทำให้คนเหล่านี้ไม่พอใจจนเสี่ยงต่อคะแนนนิยมไปอีก

เศรษฐกิจในเงามักเป็นคุณลักษณะหนึ่งของประเทศกำลังพัฒนา นั่นคือยังพัฒนาไม่เต็มที่ หากพัฒนาแล้วและบ้านเมืองมีความโปร่งใสจะไม่ปล่อยให้เรื่องนอกระบบโตขนาดนี้ (แต่ไม่ใช่ว่าประเทศพัฒนาแล้วจะไม่มี อย่างเศรษฐกิจในเงาของสหรัฐมีขนาด 11% – 12%)

ดังนั้นหากเราต้องการเป็นประเทศพัฒนาแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะต้องทำคือเอาเรื่องใต้ดินขึ้นมาบนดินเท่าที่จะทำได้ ทำให้เรื่องนอกระบบมาอยู่ในระบบให้มากที่สุด ซึ่งฟังแล้วดูเหมือนจะง่าย แต่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่สุดหิน ไม่ใช่แต่รัฐบาลไทยจะ “ทำแทบไม่ได้” แต่รัฐบาลประเทศอื่นๆ ยังทำได้ยากเช่นกัน

แต่ความท้าทายของไทยไม่ใช่แค่การเล่นบทยักษ์กับประชาชนตาดำๆ ด้วยการลากเข้ามาจดทะเบียนเสียภาษีให้หมดเท่านั้น รัฐบาลยังต้องสู้รบปรบมือกับผู้ทรงอิทธิพล “ตัวจริง” ที่กอบโกยจากธุรกิจใต้ดินสารพัด แต่คนเหล่านี้นี่แหละที่เป็นฐานอำนาจของรัฐบาล

รัฐบาลไทยไหนๆ ก็เป็นจำพวกที่ติดอยู่กับคณาธิปไตย (ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน) และธนาธิปไตย (มีเงินนับเป็นน้องมีทองนับเป็นพี่) ที่ไม่สามารถเล่นงานเครือข่ายผลประโยชน์พวกเดียวกันเองได้

ตัวอย่างเช่น ข้อมูลจากคริส เบลค (Chris Blake) ผู้สื่อข่าวของ Bloomberg รายงานเมื่อปี 2015 (หรือหลังจากรัฐประหารมาได้ 1 ปี) เผยว่าส่วยที่เรียกเก็บจากธุรกิจย่านบันเทิงยามราตรีที่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นมาหลังจากที่กองทัพทำรัฐประหาร เพราะ “คนที่เธอ (เจ้าของธุรกิจ) จ่ายส่วยให้บอกว่าพวกนั้นบอกให้จ่ายเพิ่มขึ้น”

ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมามีข่าวคราวการกวาดล้างระบบส่วยหลายครั้งรวมถึงการจัดการกับขบวนการค้ามนุษย์จนรัฐบาลสหรัฐปรับระดับให้ดีขึ้น (เล็กน้อย) แต่แล้วเราก็ยังถูกธุรกิจในอิทธิพลส่วนสร้างปัญหาให้จนได้

การเห็นแก่พวกพ้องและผลประโยชน์ทำให้ประเทศชาติอ่อนแอมานาน และไม่น่าเชื่อว่ามันยังทำให้ประชาชาชนตาดำๆ ต้องพลอยติดโรคระบาดไปด้วยแล้วในวันนี้!

หมายเหตุ – หากจะถามว่าถ้าเกิดไทยนำธุรกิจมืดขึ้นมาบนที่แจ้งตั้งแต่แรกแล้ว มันจะช่วยให้เราติดโควิด-419 น้อยลงหรืแเปล่าในตอนนี้? ขอตอบว่าคงจะไม่ช่วยเท่าไร เพราะคนที่ไปพัวพันกับเรื่องนี้ก็มีโอกาสปกปิดข้อมูลอยู่ดี

ก็ในสังคมที่ยังมองว่าการพนันคือทางแห่งหายนะ ใครเล่าจะอยากให้คนอื่นรู้ว่าไปเล่นพนัน และใครจะกล้าบอกทางบ้านว่าไปเที่ยว “อีหนู” มา ต่อให้มันถูกกฎหมายก็เถอะ?

Photo by Mladen ANTONOV / AFP

เศรษฐกิจมืดทำลายไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641861

วันที่ 03 ม.ค. 2564 เวลา 18:05 น.

เศรษฐกิจมืดทำลายไทย

Posttoday Podcast : The Expert Ep.72 เศรษฐกิจมืดทำลายไทย

Posttoday Podcast : The Expert Ep.72 เศรษฐกิจมืดทำลายไทย

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/958559470&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · เศรษฐกิจมืดทำลายไทย

ชี้จีนไม่ใช่ตัวการระบาดใหญ่ แต่ลุกลามเองหลายจุดทั่วโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641923

วันที่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 15:46 น.ชี้จีนไม่ใช่ตัวการระบาดใหญ่ แต่ลุกลามเองหลายจุดทั่วโลกรัฐมนตรีต่างประเทศของจีนกล่าวว่าการแพร่ระบาดนอกประเทศจีนอาจทำให้เกิดการระบาดของโรคโควิด -19

หวางอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนแสดงความเห็นระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวและสำนักข่าว CCTV ว่า จากการวิจัยที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ชี้ให้เห็นว่าการระบาดของโรคโควิด-19 น่าจะเกิดจากการระบาดหลายจุดที่เกิดแยกจากกันในพื้นที่หลายแห่งในโลก”

หวางอี้กล่าวว่าจีนดำเนินการทันทีเพื่อดำเนินการสอบสวนทางระบาดวิทยา ระบุเชื้อโรค และเผยแพร่ข้อมูล สำคัญรวมถึงลำดับจีโนมของไวรัส ซึ่งการกระทำทั้งหมดนี้ของจีนช่วยส่งสัญญาณเตือนไปทั่วโลก

ในการให้สัมภาษณ์หวางอี้กล่าวว่าจีน “มีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน” ในการตอบสนองทั่วโลกต่อการระบาดใหญ่

“เรายืนอยู่แถวหน้าในการต่อสู้กับข้อมูลที่ผิดๆ โดยไม่ยอมให้มีความพยายามทำให้ประเด็นนี้เป็นเรื่องการเมืองและเป็นการการตีตราบาป เราตั้งใจแน่วแน่ที่จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำอธิบายที่เที่ยงตรงและเป็นความทรงจำร่วมกันในการต่อสู้กับการระบาดทั่วโลก จะไม่ถูกบิดเบือนโดยเรื่องโกหก” หวางอี้กล่าว

ทั้งนี้ จีนพยายามที่จะอธิบายเรื่องการระบาดของไวรัสตามมุมมองของจีนเอง ขณะที่สื่อตะวันตกมักจะอธิบายว่าจีนคือตัวการการระบาดแรกเริ่ม แม้ว่าการอธิบายของทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่อาจยืนยันได้เพราะยังไม่มีผลการสืบสวน ต้นกำเนิดของโรคอย่างเป็นทางการจากองค์กรนานาชาติที่เชื่อถือได้

นอกจากนี้จีนยังพยายามที่อธิบายการระบาดช่วงแรกในเวอร์ชั่นของตัวเอง โดยเจ้าหน้าที่และสื่อของรัฐบาลจีนต่างผลักดันทฤษฎีที่เชื่อมโยงโควิด-19 กับกองทัพสหรัฐ และอ้างว่าไวรัสอาจเข้าสู่ประเทศจีนจากอาหารแช่แข็งที่นำเข้าจากประเทศอื่น และทางการจีนยังรีบอ้างงานการวิจัยที่ชี้ว่าพบการระบาดในสหรัฐและอิตาลีก่อนการระบาดที่อู่ฮั่น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งเดินทางไปประเทศจีนในปีที่ผ่านมากลับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในอู่ฮั่นซึ่งเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาด โฆษกของ WHO กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า WHO หวังว่าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจสอบต้นกำเนิดจะสามารถเยือนอู่ฮั่นได้ในเดือนมกราคม

Photo by KIM Min-Hee / POOL / AFP

ชาวฮาวายเห็น UFO ปรากฎตัวบนท้องฟ้าแล้วดำลงทะเล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641915

วันที่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 14:49 น.ชาวฮาวายเห็น UFO ปรากฎตัวบนท้องฟ้าแล้วดำลงทะเลหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐยืนยันว่าในวันนั้นไม่มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับอากาศยานเลย

สำนักข่าว Hawaii News Now รายงานว่ามีผู้คนพบเห็นวัตถุบินได้ลักษณะประหลาดที่น่าจะเป็นจานบิน UFO ปรากฏบนท้องฟ้ายามเย็นเหนือเกาะโออาฮู ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโฮโนลูลู และผู้พบเห็นพยายามแจ้งให้ให้ตำรวจได้รับทราบ

การพบยานปริศนาดังกล่าวเห็นเกิดขึ้นประมาณ 20.30 น. วันที่ 29 ธันวาคม 2020 และมีผู้ถ่ายคลิปวิดีโอหลายคลิปที่สามารถจับภาพวัตถุรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรืองแสงได้ทั้งลอยจากท้องฟ้าแล้วตกลงไปในทะเล

เจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารการบินของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FAA) กล่าวว่าไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวเครื่องบินหรือเกิดอุบัติเหตุทางอากาศในพื้นที่ดังกล่าวในเวลานั้น

หนึ่งในผู้ที่จับภาพวัตถุปริศนาได้คือ มิซิตินา ซาเป บอกกับสำนักข่าว Hawaii News ว่าเธอจับวัตถุปริศนาได้เมื่อเวลา 20:26 น. ใกล้ๆ ถนนฮาเลอากาลา

ในเวลาไล่เลี่ยกันมีผู้หญิงชื่อโมริยาห์เห็นวัตถุอย่างเดียวกันลอยผ่านมาแถวๆ ถนนพรินเซสคาฮานูซึ่งอยู่ไม่ไกลจากรายแรกที่พบเห็น โดยบรรยายว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าเสาโทรศัพท์และไม่ได้ยินเสียงอะไรออกมา

โมริยาห์วัย 38 ปีกล่าวว่าเธอไม่เคยเชื่อเรื่องยูเอฟโอมาก่อน แต่วัตถุสีฟ้าสดใสทำให้เธอและสามีและคนที่อยู่ใกล้ๆ กันที่ได้พบเห็นรู้สึกทึ่งมากจนพวกเขากระโดดขึ้นรถและเริ่มติดตามมัน แต่พบว่ามันเคลื่อนที่เร็วมาก

กลุ่มของโมริยาห์ติดตามมันไปเป็นระยะทางถึงเกือบ 5 กิโลเมตรจากจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นดูเหมือนว่าวัตถุลึกลับหายลงไปในมหาสมุทร ซึ่งในคลิปมีเสียงบรรยายว่ามันดำลงทะเลเช่นกัน แม้ว่าคลิปจะค่อนข้างมืดและเห็นแต่วัตถุเรืองแสงบสีฟ้าเป็นหลัก

ในเวลาต่อมาตำรวจได้แจ้งไปยัง FAA แต่ทางหน่วยงานได้มีคำตอบดังที่ระบุไว้ข้างต้นว่าไม่พบว่ามีเหตุการณ์ใดๆ เกี่ยวข้องกับอากาศยานในเวลานั้น

ภาพ – Misitina Sape

Hawaii – An unidentified flying object spotted in the evening sky over Leeward Oahu prompted witnesses to call 911. Multiple witnesses reported seeing a large blue object fall out of the sky and into the ocean.#Hawaii #UFO pic.twitter.com/hvdry0zyN0— Insider Paper (@TheInsiderPaper) January 2, 2021