Custom Made แหวนให้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เริ่มยังไงดี? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/638477

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 07:32 น.Custom Made แหวนให้มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เริ่มยังไงดี?ธรรมดาโลกไม่จำ อยากสั่งทำแหวนเพชรแบบ Custom Made ต้องเริ่มยังไงดี เรามีคำตอบ

คนรุ่นใหม่มีสไตล์เฉพาะตัว สิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาคือการสวมเครื่องประดับที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง ยุคนี้จึงเกิดเป็นเทรนด์ใหม่ขึ้นมา นั่นคือ Private Jeweler ซึ่งมาตอบโจทย์คนที่ต้องการทำแหวนเพชรและแหวนแต่งงานแบบ Custom Made ให้มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร หรือคนที่มีเรื่องราวความรักหรือแรงบันดาลใจที่ต้องการบันทึกไว้ในรูปแบบของแหวน

หลายคนมองว่าหากสั่งทำแหวนเพชรจะต้องมีราคาแพง เพราะ personalized มากกว่า แต่ความเป็นจริงราคาไม่ต่างกับแหวนเพชรสำเร็จรูปเลย เพราะการซื้อแหวนเพชรกับร้านตู้หรือร้านเพชรตามห้างที่ทำสำเร็จรูป มักมีต้นทุนดำเนินการสูงทั้งค่าเช่าที่ ค่าจ้างพนักงาน ค่าขนส่ง ทำให้แหวนที่ผลิตออกมาเสร็จสมบูรณ์ต้องบวกต้นทุนเหล่านี้ไปด้วย

เมื่อได้รู้ข้อดีของการสั่งทำแหวนเพชรกับ Private Jeweler ที่ได้ทั้งแหวนที่ตรงใจและราคาพอๆ กับแหวนสำเร็จรูป หลายคนเริ่มสนใจอยากสั่งทำบ้าง แต่พอเสิร์จอินเทอร์เน็ตเพื่อหาร้านก็พบว่ามี Private Jeweler มากมาย แล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าร้านไหนคือตัวจริง

บทความชิ้นนี้ก็เลยจะมาแนะนำว่าหากคุณจะเลือก Private Jeweler สักแห่ง ควรพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง

ใบเซอร์เพชร กรณีที่ซื้อเพชรไซส์ใหญ่ ถ้า Private Jeweler ร้านไหนไม่มีใบเซอร์เพชรการันตีให้ ก็คงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนในแง่ของความน่าเชื่อถือ บางร้านอาจบอกว่ามีใบเซอร์ให้ แต่เป็นเพียงใบเซอร์ที่ทางร้านเป็นผู้ออกเอง ไม่ได้ออกโดยสถาบันชั้นนำอย่างเช่น GIA หรือ HRD ซึ่งใบรับประกันที่ร้านออกเองอาจต้องอาศัยความเชื่อถือกันพอสมควร เพราะบ่อยครั้งพบว่าคุณภาพเพชรจะคลาดเคลื่อนจากรายละเอียดที่ระบุไว้ เพราะฉะนั้น หากใครกำลังวางแผนลงทุนซื้อเพชรไซส์ใหญ่กว่า 18 ตัง (0.18 กะรัต) ก็ควรเลือกเพชรที่มีใบเซอร์สำหรับเก็บไว้เป็นหลักฐานในอนาคต

รีวิวจากลูกค้าที่เคยซื้อ นอกจากจะมีใบเซอร์ที่การันตีว่าเพชรที่คุณจะได้รับมีคุณภาพแล้ว ฝีมือช่างรวมไปถึงบริการอื่น ๆ ก็ควรประทับใจด้วย ทำให้การสั่งทำแหวนเพชรราบรื่นและได้รับแหวนเพชรที่ตรงตามที่ต้องการ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเชื่อได้เพียงแค่คำโฆษณาของร้าน แต่คำบอกเล่าปากต่อปากจากลูกค้ารายก่อน ๆ จะทำให้คุณทราบประวัติและชื่อเสียงของร้าน ลองเสิร์จหารีวิวเกี่ยวกับ Private Jeweler ที่คุณสนใจทั้งจากสื่อโซเชียลมีเดียหรือเว็บบอร์ด ถ้าเสิร์จแล้วไม่เคยมีการรีวิวพูดถึงเลยก็ให้ผ่านไปก่อนดีกว่า เพราะนั่นอาจหมายความว่าร้านนั้นยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ หรือมีการปกปิดรีวิวไว้

โฟกัสที่ประสบการณ์มากกว่าป้ายลดราคา บ่อยครั้งที่พบว่าเพชรบางแห่งราคาถูกจนชวนให้สงสัยว่าคุณภาพสินค้าอาจจะไม่ได้มาตรฐานหรือเปล่า จึงดีกว่าที่จะมองหา Private Jeweler ที่เป็นที่รู้จักและมีประสบการณ์จริง ๆ โดยพยายามมองหาลักษณะความเป็นมืออาชีพจากร้านนั้น ๆ ซึ่งคุณควรเตรียมความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการดูเพชรแท้และการสั่งทำแหวนเพชรในเบื้องต้นไว้ก่อน ลองเข้าไปพูดคุยกับ Private Jeweler รวมถึงถามคำถามเกี่ยวกับการสั่งทำ คุณก็พอจะทราบได้ว่าร้านนั้นมีความเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน

เช็คราคากลาง ปกติแล้ววัสดุในการสั่งทำแหวนเพชรมักจะมีราคากลางกำกับไว้ทั้งราคาเพชรและราคาวัสดุเรือนแหวน ซึ่งราคาเพชรที่ขายในร้านมักมีราคาสูงกว่าราคากลางเล็กน้อย หากเป็นร้านเพชรระดับ Hi-End ก็อาจมีราคาแหวนเพชรสูงกว่าร้านทั่วไปค่อนข้างมาก การเช็คราคากลางจะทำให้คุณเทียบราคาในการสั่งทำแหวนได้ว่าร้านนั้นกำหนดราคาสมเหตุสมผลหรือไม่ หากร้านเพชรนั้นเป็นร้านทั่วไป แต่กลับมีราคาแหวนเพชรสูงก็อาจเป็นไปได้ว่าคุณจะได้แหวนเพชรที่มีคุณภาพไม่สมราคา หากร้านนั้นรับทำแหวนเพชรในราคาที่ถูกกว่าราคากลาง ก็ให้ตั้งข้อสงสัยว่าคุณภาพแหวนเพชรที่จะได้รับอาจจะต่ำ หรือมีข้อบกพร่องซ่อนอยู่ ร้านอาจใช้วัสดุโลหะชุบทองหรือทองคำขาว แทนการใช้ทองหรือทองคำขาวของแท้จริง ๆ หรือที่พบได้บ่อยคือการใช้เพชร CVD (เพชรสังเคราะห์) แทน

ถามหา After Sales Service เพราะการสั่งทำแหวนเพชรคือการสั่งทำสมบัติล้ำค่าที่จะอยู่ติดตัวคุณหรือคนที่คุณรักไปตลอดชีวิต ถ้า Private Jeweler มีบริการหลังการขายครบครัน จะช่วยให้คุณดูแลรักษาแหวนเพชรวงนั้น ๆ ไปได้อีกนานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเกินควร คุณควรสอบถามถึงบริการหลังการขายกับร้านก่อนว่าครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น บริการล้างทำความสะอาด บริการปรับไซส์แหวน บริการขัดเคลือบหรือซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ

ได้ทราบกันทริคในการเลือก Private Jeweler ไปแล้ว ใครยังหาร้านที่ถูกใจไม่ได้ก็ค่อย ๆ ศึกษากันไป อย่าลืมว่าคุณกำลังทำแหวนเพชรแท้ที่งามประหนึ่งงานศิลป์ชิ้นเดียวบนโลก อย่ารีบร้อนทำแหวนโดยมองข้ามปัจจัยเหล่านี้ แม้ปัจจัยที่กล่าวไปอาจทำให้คุณใช้เวลามากขึ้นในการหา Private Jeweler ฝีมือดี แต่ถ้าหา Private Jeweler ที่ใช่เจอ ก็จะทำให้แหวนเพชรในฝันของคุณเป็นจริง หวังว่าคุณคงจะได้พบกับร้านถูกใจเร็วๆ นี้

ขอบคุณสาระน่ารู้จากร้านเพชร “อโบฟไดมอนด์” ค้นหาบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับแหวนเพชรและแหวนแต่งงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.abovediamond.com

ไอเดียเลือกของขวัญสไตล์ไทยพื้นบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/640022

วันที่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 11:12 น. ไอเดียเลือกของขวัญสไตล์ไทยพื้นบ้านกรีน ลาเท็กซ์ ร่วมสนับสนุนสินค้าไทยและสืบสานวัฒนธรรมไทย ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ชวนมอบชุดของขวัญเพื่อสุขภาพแด่คนที่คุณรักและห่วงใย กับชุดของขวัญผลิตภัณฑ์ยางพาราธรรมชาติปลอกผ้าขาวม้าพื้นบ้าน

ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ กรีน ลาเท็กซ์ (Green Latex) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่นอน และหมอนยางพาราธรรมชาติเพื่อสุขภาพคุณภาพสูง มาตรฐานส่งออก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชวนส่งมอบความสุขให้กับตัวคุณเอง และคนพิเศษที่คุณรักและห่วงใยด้วย “ชุดของขวัญผลิตภัณฑ์จากยางพาราธรรมชาติ ปลอกผ้าขาวม้าพื้นบ้าน” โดดเด่นสวยงามด้วยลายทางผ้าขาวม้าสไตล์ไทยพื้นบ้าน ผ้าทุกผืนผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดและทอมือผืนต่อผืน จากกลุ่มทอผ้ามัดหมี่บ้านด่านเหนือแพรฝ้าย จังหวัดกาฬสินธุ์ และตะกร้าจักสานจาก จากกลุ่มเครื่องจักสาน อุบลราชธานี เพื่อให้คนไทยและต่างชาติได้รู้จักผลิตภัณฑ์คุณภาพจากท้องถิ่นของไทยและกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยเน้นเอาใจกลุ่มผู้รักสุขภาพ ทุกช่วงวัย และทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยผลิตภัณฑ์ยางพาราธรรมชาติที่มีความยืดหยุ่นสูง รองรับสรีระร่างกาย คลายอาการปวดเมื่อย เพื่อการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

5 รูปแบบสไตล์ไทยพื้นบ้าน เลือกให้เหมาะสำหรับผู้รับ

1.ชุดผลิตภัณฑ์เพื่อคนรักสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ชุดนี้เหมาะกับผู้รักสุขภาพทุกเพศทุกวัย ประกอบไปด้วยหมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ หมอนผ้าห่มยางพารา ผ้าปิดตายางพารา ที่จะช่วยให้นอนหลับได้สนิท สบายเต็มตื่น พร้อมกันนี้ยังมีรองเท้าพื้นยางพาราสำหรับใส่ในบ้าน สามารถช่วยรองรับอุ้งเท้า และดูดซับแรงกระแทกระหว่างข้อต่อได้เป็นอย่างดี

2.ชุดผลิตภัณฑ์เพื่อผู้ชอบการเดินทาง ผลิตภัณฑ์ชุดนี้เหมาะกับผู้ที่ชอบการเดินทาง ผู้ที่ต้องขับรถนานๆ ภายในชุดนี้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยรองรับหลัง ไหล่ และคอ ในขณะขับรถ หรือเดินทาง ประกอบด้วย หมอนผ้าห่มยางพารา หมอนยางปั่นผสมใย หมอนรองคอพนักพิง หมอนล็อคคอ เบาะรองนั่ง เบาะพิงหลังรองเท้ายางพารา ผ้าปิดตายางพารา และหมอนรองมือ

3.ชุดผลิตภัณฑ์เพื่อวัยทำงาน ผลิตภัณฑ์ชุดนี้เหมาะอย่างยิ่งกับคนวัยทำงาน ที่ต้องนั่งทำงานในท่าทางเดิมเป็นเวลานาน จำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์จัดท่าทางให้ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ สำหรับชุดนี้จะประกอบไปด้วย เบาะพิงหลัง เบาะรองนั่ง หมอนรองมือที่จะช่วยซัพพอร์ตข้อมือได้เป็นอย่างดีในขณะในขณะใช้เมาส์หรือคอมพิวเตอร์ นอกจากการดูแลรักษาสุขภาพในขณะทำงานแล้ว ประสิทธิภาพการนอนของคนวัยทำงานก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งหมอนยางพารา และหมอนผ้าห่มยางพารา จะช่วยทำให้หลับสนิท สบายเต็มตื่นมากขึ้นด้วย

4.ชุดผลิตภัณฑ์เพื่อญาติผู้ใหญ่ที่คุณห่วงใย เป็นชุดผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ คัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ซัพพอร์ตร่างกายและสุขภาพผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ประกอบด้วย ชุดปิกนิกพับยางพาราพร้อมหมอนอิงสามเหลี่ยมไส้ยางพาราปั่น เบาะรองนั่ง หมอนรองเข่า หมอนรองมือ และผ้าปิดตายางพารา

5.ชุดผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก ผลิตภัณฑ์สุขภาพชุดนี้เหมาะสำหรับคุณแม่ และน้องๆทุกเพศทุกวัย จะมอบเป็นของขวัญปีใหม่ หรือในโอกาสพิเศษอื่นๆ ก็เหมาะเป็นอย่างยิ่ง ประกอบไปด้วย หมอนยางพารา หมอนผ้าห่มยางพารา หมอนตุ๊กตา หมอนหนุนสำหรับเด็ก หมอนไส้กรอกหัวตุ๊กตา และหมอนรองมือ

ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน เพื่อสืบสานภูมิปัญญา และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน มอบสิ่งดีๆ เป็นของขวัญปีใหม่เพื่อสุขภาพของตนเอง และคนพิเศษที่คุณรัก และห่วงใย ด้วยชุดของขวัญผลิตภัณฑ์สุขภาพจาก กรีน ลาเท็กซ์ (Green Latex) ช้อปง่ายๆ ในทุกช่องทางการจำหน่าย สามารถดูรายละเอียดชุดของขวัญ คลิ๊ก : https://1th.me/YiyYt หรือสอบถามข้อมูล และดูสินค้าโปรโมชั่นอื่นๆ เพิ่มเติมที่ https://m.facebook.com/greenlatex และ Website : https://www.greenlatex.com

TIMEX X PEANUTS คอลเลคชั่นใหม่น่ารักน่าสะสม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/639860

วันที่ 09 ธ.ค. 2563 เวลา 08:50 น.TIMEX X PEANUTS คอลเลคชั่นใหม่น่ารักน่าสะสมTIMEX จับมือ PEANUTS เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 70 ปี PEANUTS ตัวการ์ตูนอันเป็นที่รักของเราทุกคน!

ตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมาตัวการ์ตูนอันเป็นที่รักของ CHARLES SCHULZ ได้ถือกำเนิดขึ้นในหน้าหนังสื อพิมพ์ทั่วประเทศจนกลายมาเป็นการ์ตูนซีรี่ย์สุดโด่งดังที่ทุกคนต้องหลงรัก และเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่แก๊ง PEANUTS ได้ร่วมงานกับ TIMEX มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนปีนี้ก็เช่นกัน คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะร่วมเดินทางย้อนไปสู่ความทรงจำของแก๊ง PEANUTS ไปด้วยกันกับเรา

สำหรับปี 2020 นี้ TIMEX X PEANUTS ร่วมออกคอลเลคชั่นสุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีของแก๊ง PEANUTS ที่เราชื่นชอบ ด้วยนาฬิการุ่นพิเศษที่โดดเด่นที่สุดของเราอย่างรุ่น MARLIN AUTOMATIC, WELTON และรุ่นสุดพิเศษที่เราจัดทำขึ้นมาใหม่อย่าง TIMEX X PEANUTS ที่ใส่ความเป็นแก๊งสนูปปี้และผองเพื่อนไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม

สำหรับคอลเลคชั่น TIMEX X PEANUTS นี้นาฬิกาแต่ละเรือนจะมาพร้อมตัวคาแรคเตอร์ของแก๊งค์ PEANUTS บนหน้าปัดอย่างโดดเด่น เพื่อให้คุณรู้สึกสนุกไปกับทุกช่วงเวลาที่มีเจ้าสนูปปี้คอยบอกเวลาอยู่ที่ข้อมือของคุณ ถ้าคุณรู้ว่าเป็นแฟนตัวจริงของแก๊งค์สนูปปี้ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะพลาดคอลเลคชั่นนี้แล้วล่ะ!

MARLIN AUTOMATIC นาฬิกา TIMEX รุ่น MARLIN® AUTOMATIC อันเป็นสัญลักษณ์ของเราในปี 1960 ได้รับการออกแบบใหม่ที่สวยงาม มีลักษณะที่เพรียวบางใส่ง่าย พร้อมโดดเด่นและสนุกสนานด้วยตัวละครสนูปปี้ที่แสดงบนหน้าปัด พิเศษมีข้อความครบรอบ 70 ปีสลักที่ตัวเรือนด้านหลัง ตัวเรือนขนาด : 40 มม./ ตัวเรือนหนา : 13 มม. / สายหนังกว้าง 20 มม.

WELTON TIMEX X PEANUTS อีกหนึ่งรุ่นฮิตที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นสไตล์วินเทจ มาพร้อมหน้าปัดรูปสนูปปี้และสายหนังสีน้ำตาล ตัวเรือนขนาด : 40 มม./ ตัวเรือนหนา : 12 มม. / สายกว้าง 20 มม. 

TIMEX X PEANUTS TIMEX ได้ร่วมมือกับแก๊ง PEANUTS เพื่อใส่ตัวละครที่คุณชื่นชอบไว้บนข้อมือของคุณ รุ่นนี้โดดเด่นด้วย

แขนของเจ้าสนูปปี้ที่ขยับตามเข็มนาฬิกา มาพร้อมสายหนังเย็บสองชิ้นสีดำ, สีน้ำตาล และแบบสายผ้าพิมพ์ลายสีเหลืองสำหรับคนที่ชอบแนวสตรีทที่แอบปนความน่ารักได้อย่างลงตัว ตัวเรือนขนาด : 38 มม./ ตัวเรือนหนา : 9 มม. / สายกว้าง 20 มม. 

สามารถช้อปนาฬิกา TIMEX X PEANUTS ได้แล้ววันนี้ที่ Shopee คลิกเลย TIMEXxSNOOPY

ใครเห็นฉันมีค่า เธอก็มีค่าเช่นกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/639729

วันที่ 07 ธ.ค. 2563 เวลา 08:30 น.ใครเห็นฉันมีค่า เธอก็มีค่าเช่นกันโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ประเด็นเรื่องศรัทธามีผลต่อความสำเร็จขององค์กรอย่างยิ่ง เมื่อพูดถึงประเด็นความท้าทายด้านศรัทธา อาการที่พบบ่อยมักเป็นอย่างนี้ บุคคลมีทัศนคติติดลบ เพราะต่างวัยต่างความคิด ติดกรอบเดิมๆ ใจจึงไม่เปิดกว้างรับฟัง นำไปสู่ความไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้ใจกัน หวาดระแวง ไม่ยอมรับกัน บุคคลจึงขาดความเชื่อมั่นต่อกัน ขัดแย้งกัน การทำงานจึงขาดการมีส่วนร่วม เล่นไม่เป็นทีม ไม่ไปในแนวเดียวกัน ไม่สอดคล้องกัน เมื่อทีมงานขาดความเป็นเอกภาพ องค์กรก็ขาดความเป็นปึกแผ่น เมื่อไม่เป็นเนื้อเดียวกัน องค์กรย่อมขาดความเข้มแข็ง เมื่อขาดความเข้มแข็ง ย่อมไม่มั่นคง เมื่อขาดความมั่นคง ก็ยากที่องค์กรจะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

เมื่อพิจารณาถึงรากของปัญหา ทำไมคน 2 คน ถึงไปด้วยกันไม่ได้ เราต้องเข้าใจก่อนว่า ในทุกการแสดงออกนั้น ไม่ว่าอะไรก็ตาม ย่อมมาจากกรอบความคิดของตนเอง และกรอบความคิดดังกล่าวย่อมแสดงความเป็นตัวตนของตนเองเช่นกัน ตามที่ เรอเน เดการ์ต (René Descartes, 1596-1650) นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศส ได้พูดประโยคสำคัญเอาไว้ว่า “I think, therefore I am” แปลว่า “ในขณะที่ฉันคิด ตัวตนฉันจึงมีอยู่” นั่นคือ ในทุกการแสดงออก มันบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของบุคคลนั้นๆ และการแสดงออกดังกล่าวมาจากกรอบความคิด นั่นหมายความว่า กรอบความคิดสะท้อนถึงความเป็นตัวตนของผู้พูดนั่นเอง

แล้วความเป็นตัวตนต้องการอะไร

ฟรีดริช วิลเฮล์ม นิตเช่ (Friedrich Wilhelm Nietzsche : 1844 – 1990) นักปราชญ์ชาวเยอรมัน ผู้มีบทบาทสำคัญในแนวคิดอัตถิภาวนิยม (Existentialism) ได้เสนอแนวคิดต่อจาก เรอเน เดการ์ต ว่า ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย ดังนั้น พฤติกรรมหรือการแสดงออกใดๆ มาจากกรอบความคิด กรอบความคิดกำหนดตัวตน ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย

นั่นคือ ในทุกความสัมพันธ์ บุคคลต้องการคุณค่าและความหมาย และในเมื่อบุคคลมีความต่างกัน การเห็นคุณค่าในความต่างนี่เองจึงเป็นรากฐานสำคัญของศรัทธา

ดังนั้น ในขณะที่บุคคลกำลังมีปฏิสัมพันธ์กันนั้น ในขณะนั้น โลกภายในของทั้งสองฝ่ายคือตัวตน ก็กำลังก้องสะท้อนระหว่างกันอยู่เช่นกัน และโดยธรรมชาติ ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย แต่ที่เป็นปัญหาไม่ไว้ใจกัน ก็เพราะต่างฝ่ายต่างไม่เห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน แต่กลับต้องการให้อีกฝ่ายเห็นคุณค่าและความสำคัญของตนเอง นั่นคือ จะเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง

ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างเอาตนเองเป็นศูนย์กลางนั้น ใจก็จะไม่เปิดรับฟังอีกฝ่าย เมื่อใจเธอไม่เปิดรับฟังฉัน นั่นคือ เธอเห็นฉันไม่มีค่า และ“ใครก็ตามที่ไม่เห็นฉันมีค่า เธอก็ไม่มีค่าเช่นกัน” เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่เห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน ศรัทธาก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อขาดศรัทธา ไม่ไว้ใจกัน ก็ขาดการมีส่วนรวม การทำงานก็ไม่เป็นทีม ไม่เป็นหนึ่งเดียว องค์กร หรือสังคมใดก็ตามที่ไม่เป็นหนึ่งเดียว ความยั่งยืนก็ไม่ต้องพูดถึง

ปัญหาความไม่เข้าใจกันในองค์กรนำมาซึ่งการสูญเสียโอกาสและทรัพยากรมากมาย ท่านคิดว่าอะไรคือรากของปัญหาด้านศรัทธาระหว่างกัน อะไรทำให้คนเราไม่เข้าใจกัน แล้วท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ ในการสร้างทีมงานบนฐานของศรัทธา เพื่อพลิกสถานการณ์เชิงลบให้กลับมาเล่นเชิงบวก เพื่อขับศักยภาพภายในของทีมงานให้ออกมาเสริมกันอย่างมีพลังร่วม สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน อย่างเป็นเอกภาพหนึ่งเดียวได้อย่างไร

ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล

ศรัทธาสร้างองค์กรให้ยั่งยืนได้อย่างไร ศรัทธาก็สร้างครอบครัวให้สงบสุขได้เช่นเดียวกัน เพราะต่างก็เป็นมนุษย์ที่ต้องการคุณค่าความหมาย ดังนั้น ใครเห็นฉันมีค่า เธอก็มีค่าเช่นกัน

มุมมองความคิดของ 3 ผู้หญิงรุ่นใหม่ ผู้จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ และตัวแทนความงาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/639724

วันที่ 07 ธ.ค. 2563 เวลา 08:10 น.มุมมองความคิดของ 3 ผู้หญิงรุ่นใหม่ ผู้จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ และตัวแทนความงามเจอร์เกนส์ ชวนผู้หญิงทุกคนเผยคุณค่าแห่งความงามที่เปล่งประกาย ในแคมเปญ “JERGENS Let your beautiful shine.” ผ่านมุมมองความคิดของ 3 ผู้หญิงรุ่นใหม่ ผู้จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจและเป็นตัวแทนความงามที่แข็งแกร่งภายใต้ภาพลักษณ์อันงดงาม

เพราะ “ผู้หญิง” กับ “ความงาม” เป็นของคู่กัน ขึ้นอยู่กับมุมมองและความเชื่อของแต่ละคนว่าจะให้นิยามหรือคุณค่าความสวยแบบไหน เจอร์เกนส์ แบรนด์สกินแคร์ขวัญใจผู้หญิงทั่วโลก ชวนผู้หญิงทุกคนเผยคุณค่าแห่งความงามที่เปล่งประกาย ในแคมเปญ “JERGENS Let your beautiful shine.” ผ่านมุมมองความคิดของ 3 ผู้หญิงรุ่นใหม่ ผู้จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจและเป็นตัวแทนความงามที่แข็งแกร่งภายใต้ภาพลักษณ์อันงดงาม

ธนา ฤทธิราชคัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท มามี่ จำกัด ผู้แทนจําหน่ายผลิตภัณฑ์เจอร์เกนส์® มอยส์เจอไรเซอร์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เผยสโลแกนใหม่ล่าสุด “JERGENS® Let your beautiful shine.” ซึ่งเป็นสโลแกนและแคมเปญที่เจอร์เกนส์ใช้ทั่วโลก โดยเจอร์เกนส์อยากให้ผู้หญิงทุกคนตระหนักถึงคุณค่าความงามใหม่ที่เปล่งประกาย ซึ่งซ่อนอยู่ในตัวของทุกคน เพื่อส่งเสริมพลังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงต่อไป”

สำหรับแคมเปญ “JERGENS® Let your beautiful shine.” ในประเทศไทย ทางแบรนด์ได้รับเกียรติจาก 3 ตัวแทนผู้หญิงเก่งรุ่นใหม่ 3 สไตล์ ได้แก่ “แพร” วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, “แพร์” พิมพิศา จิราธิวัฒน์ และ “แคท” ซอนญ่า สิงหะ ที่นอกจากโดดเด่นเรื่องความสวยมีออร่าแล้ว พวกเธอยังเต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อนจากภายในที่แฝงความแข็งแกร่ง มุ่งมั่น และยืนหยัดลงมือทำในสิ่งที่พวกเธอฝันและตั้งใจจนสำเร็จ กลายเป็นไอดอล หรือ แบบอย่างของผู้หญิงยุคใหม่ ที่อยู่ในใจของผู้หญิงมากมาย โดยครั้งนี้พวกเธอมาร่วมเผยความงามที่เปล่งประกายจากมุมมองความคิด และแง่มุมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

เริ่มต้นที่ตัวแทนของผู้หญิงแกร่ง เปี่ยมด้วยความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง “แพร” วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์มากความสามารถ ผู้ก่อตั้งและปลุกปั้น VATANIKA แบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ที่โดดเด่นด้วยสไตล์ความเรียบหรู ดูดี แอบเซ็กซี่ ที่นอกจากครองใจเหล่าดารา เซเลบริตี้ในเมืองไทยแล้ว ยังเป็นแบรนด์ไทยที่ไปเฉิดฉายบนเวทีโลกและได้รับการยอมรับในระดับฮอลลีวู้ดอีกด้วย กว่าจะมาถึงจุดนี้ของแบรนด์VATANIKA แรงขับเคลื่อนสำคัญล้วนเกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก ลงมือทำอย่างจริงจัง และกำลังใจจากคนรอบข้าง ที่รัก ที่สำคัญยังเกิดจากการเรียนรู้และไม่ได้ติดกับดักความสำเร็จ

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เป็นประสบการณ์แบบวันต่อวัน ที่ทำให้เรานำมาพัฒนาแบรนด์ ส่วนตัวเวลาเกิดไอเดียใหม่ ๆ เราก็อยากทำให้มันเกิดขึ้นจริง และไม่เคยคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จ เพราะถ้าคิดว่าสำเร็จ เราจะหยุดที่จะค้นหา ทั้งที่ชีวิตมีอะไรให้น่าค้นหา ได้พัฒนาตัวเอง ได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา”

แม้หลายคนจะมองภาพลักษณ์ “แพร” วทานิกา เป็นสาวเซ็กซี่ แต่เจ้าตัวกลับมองประเด็นนี้ในแง่มุมที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนัก โดยเธอบอกว่าแท้จริงตัวเองเป็นคนตรงไปตรงมา มั่นใจกับความคิดของตัวเอง และให้ความสำคัญกับกาลเทศะและยกย่องมารยาทตามแบบวัฒนธรรมไทย พร้อมกับเผยคุณค่าความงามที่เปล่งประกายของผู้หญิงยุคใหม่ว่า ผู้หญิงเราจะสวยที่สุด อยู่ที่สมอง ไม่ได้อยู่ที่หน้าตาหรือรูปลักษณ์ภายนอก

“แพรชอบผู้หญิงที่มีสมอง ฉลาด กล้าตามความฝันและทำให้เกิดขึ้นจริง มั่นใจในตัวเอง และจะสวยมากไปกว่าเดิม ถ้ารู้จักกาลเทศะ มารยาท วัฒนธรรม รู้จักปรับตัวได้ทั้งสองแบบ คือ เวลาเปรี้ยวต้องเปรี้ยวให้เป็น เวลาเป็นการเป็นงานก็วางตัวให้เรียบร้อยเหมาะสม”

ต้นแบบของผู้หญิงที่เปล่งประกายในมุมมองของ “แพร” วทานิกา เธอยกย่องคนใกล้ตัวอย่างคุณยายและคุณย่า โดยให้เหตุผลว่า ผู้หญิงยุคนั้นเป็นคนใส่ใจกับรายละเอียดในทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งทำให้เธอซึมซับนิสัยเหล่านี้มาใช้ในชีวิต แต่ถ้าให้นิยามความเปล่งประกายแบบผู้หญิงยุคใหม่ เธอบอกว่า “ต้องเริ่มต้นจากการคิดดีก่อน แค่นี้ก็พอแล้ว”

ทั้งนี้ เบื้องหลังการดูแลตัวเองให้เปล่งประกายในสไตล์ “แพร” วทานิกา เริ่มต้นจากการดูแลตัวเองและใส่ใจกับการดูแลผิว โดยเธอเผยว่าเป็นคนผิวแห้งมาก ยิ่งตอนไปเรียนที่ต่างประเทศ สภาพอากาศฤดูหนาวของที่นั่น ถึงกับทำให้ผิวลอกเลย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้จักและลองใช้ Jergens® Ultra Healing Extra Dry Skin Moisturiser มาตั้งแต่นั้น เพราะเป็นสูตรที่เด่นเรื่องการฟื้นบำรุงล้ำลึก เหมาะสำหรับผิวแห้งมากและผิวบริเวณแห้งกร้านเป็นพิเศษ ช่วยให้ผิวดูสว่างใสเปล่งประกาย ดูสุขภาพดี “เจอร์เกนส์ เป็นแบรนด์ที่รู้จักมานาน ช่วงฤดูหนาวที่นั่น คือ ทาแทบทุกวัน แต่สำหรับสภาพอากาศที่นี่ (เมืองไทย) สำหรับเจอร์เกนส์ต่อให้ใช้วันเว้นวัน ผิวก็ยังชุ่มชื่นอยู่ และนอกเหนือจากการดื่มน้ำมาก ๆ ทาครีมสม่ำเสมอแล้ว แพรว่าการดูแลต้องมาจากข้างใน อย่างตอนนี้แพรกำลังสนุกกับการเรียนเคนโด้ เรียกว่าได้เหงื่อแล้ว ยังฝึกสมาธิและทักษะควบคุมร่างกายด้วย พอเราได้ออกกำลังร่างกายจะรู้สึก energy ดีขึ้น รู้สึกตื่นตัวอยากทำงาน”

ถัดมาเป็นตัวแทนของหญิงสาวผู้มีแพชชั่น (passion) ไม่หยุดนิ่ง กับบทบาทหลากหลาย ทั้งการสานต่อธุรกิจครอบครัวและริเริ่มธุรกิจของตัวเองไปพร้อม ๆ กัน ด้วยฝีมือของตัวเอง “แพร์” พิมพิศา จิราธิวัฒน์ ทายาทตระกูลดังที่กำลังไฟแรงในตำแหน่ง Design and Technical Services Director ของ Centara Hotels & Resorts ไม่เพียงธุรกิจครอบครัวที่ต้องดูแลทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมากกว่า 5-6 โปรเจ็คต์เท่านั้น แพร์ยังสนุกและมีความสุขกับการบุกเบิก GIRLSNATION แบรนด์ชุดออกกำลังกายที่มาจากเงินเก็บอันเป็นน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

ย้อนกลับไปหลายคนอาจลืมแล้วว่า “แพร์” พิมพิศา เริ่มต้นหาเงินด้วยตัวเองมาตั้งแต่อายุ 14 ผ่านการทำงานต่าง ๆ มาหลากหลาย ทั้งถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา พิธีกร ศิลปินนักร้อง จนถึงปั้นแบรนด์เครื่องสำอาง ทั้งหมดเกิดจากนิสัยเป็นคนแอคทีฟ มีเป้าหมายชัดเจน และมีแพชชั่นในการทำงานอยู่ตลอดเวลา

“แพร์มองว่าการที่เรารู้ตัวเอง ช่วยทำให้เราไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้ง่ายและชัดเจนขึ้น ซึ่งแพร์ตั้งใจว่า ไม่ทิ้งงานของธุรกิจครอบครัว แต่อยากมีธุรกิจที่เราสร้างขึ้นมาเอง เพราะแพร์ชอบงานที่เริ่มต้นจากศูนย์ รู้สึกว่าท้าทาย การทำธุรกิจของตัวเอง คือ ทุกอย่างเราต้องเริ่มต้นเอง แต่ไม่ว่าจะทำอะไร แพร์ต้องรักมันก่อน ตั้งเป้าหมาย ตั้ง KPI เอาไว้ ซึ่งแพร์เป็นคนรู้ตัวตั้งแต่เด็กว่าเราอยากทำอะไร เป็นอะไร”

ในฐานะที่มีภาพลักษณ์ความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ เมื่อถามถึงคุณค่าความงามที่เปล่งประกายในสายตาของ “แพร์” พิมพิศา เธอเผยว่า ผู้หญิงสวย ต้องมีเสน่ห์ มีคาแร็กเตอร์ ไม่จำเป็นต้องสวยพิมพ์นิยม แต่รู้จักตัวเอง มีความมั่นใจ เช่นเดียวกันเมื่อหันกลับมาที่ตัวเอง เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนสวย แต่มีความสุขและมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น โดยไม่เปรียบเทียบตัวเองกับใคร “สมัยนี้ใครๆ ก็สวยได้ แต่สิ่งที่ทำให้โดดเด่นแตกต่าง คือ ความมั่นใจ ความยูนีค (unique) ที่ต้องออกมาจากข้างใน ถึงรู้สึกได้ บางคนดูผ่านๆ อาจดูเฉยๆ แต่พอเขามีแพชชั่นที่แรงกล้า สิ่งที่แสดงออกมาผ่านบุคลิกท่าทาง จะดูมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร”

ด้วยบุคลิกเป็นคน Work Hard, Play Hard นอกจากเต็มที่กับงานแล้ว “แพร์” พิมพิศา ยังแบ่งเวลาให้กับการดูแลสุขภาพและความงามด้วย โดยเฉพาะผิวพรรณ ซึ่งเธอยกเครดิตให้คุณแม่ของเธอ ที่ปลูกฝังนิสัยทาครีมมาตั้งแต่เล็ก

“คุณแม่ทาครีมให้แพร์ตั้งแต่เป็นเบบี้เลย ทำให้เราติดเป็นนิสัย ถ้าไม่ทาครีมจะนอนไม่หลับ เพราะชอบให้ผิวมีความชุ่มชื้น ยิ่งพอเราโตขึ้น ไหนไปดูงานต่างหวัด ออกไซต์งาน ยิ่งต้องดูแลมากขึ้น ซึ่งแพร์ถือคติว่าถ้าเราดูแลตั้งแต่อายุน้อยจะง่ายกว่า ดีกว่ามาแก้ตอนเริ่มมีอายุ ทุกวันนี้อย่างน้อยต้องมีทำทรีตเมนต์สักครั้งในหนึ่งสัปดาห์ แต่หลัก ๆ แพร์ให้ความสำคัญกับอาหารการกิน ถ้าอยู่บ้านจะกินคลีนไปเลย และเน้นดื่มน้ำมาก ๆ”

เพราะใส่ใจการดูแลผิวมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่แปลกใจที่พิมพิศารู้จักแบรนด์ เจอร์เกนส์และเคยใช้มาแล้วเกือบทุกสูตร จนเรียกว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ก็ว่าได้ รวมถึง Jergens Daily Moisture Dry Skin Moisturiser สูตรที่เน้นให้ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน ปกป้องผิวจากความแห้งกร้านทันที เผยผิวดูสว่างใสเปล่งประกาย

“แพร์เป็นคนไม่ชอบครีมที่มีกลิ่นน้ำหอมจัด ๆ ซึ่งสูตรนี้กลิ่นค่อนข้างละมุนและชอบผิวสัมผัสของเนื้อครีม ที่สำคัญให้ความชุ่มชื้นโดยไม่ต้องทาซ้ำ ตอบโจทย์วันไหนเรารีบหรือยุ่ง ถึงไม่ได้ทาซ้ำระหว่างวันก็ไม่ได้รู้สึกว่าผิวแห้ง”

ปิดท้ายที่ตัวแทนสาวมั่น รักความท้าทาย และหลงใหลในการแสดง “แคท” ซอนญ่า สิงหะ อดีตนักร้องที่ผันตัวมาเป็นนางเอกสาว เซเลบอินฟลูเอ็นเซอร์ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Jetset Brand แต่ระยะหลังจะคุ้นตาในผลงานอื่น ๆ ของสาวยิ้มใจละลายคนนี้ ในบทบาทพิธีกรผ่านช่องทางต่าง ๆ

“ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่แคททำได้ คือ การทำให้ชีวิตเดินไปข้างหน้าในทางบวกขึ้นทุกวัน และระหว่างทางต้องมีความสุขกับสิ่งที่ทำ ยิ่งถ้าเราคิดบวก เชื่อมั่น โหยหาในโอกาสเสมอ แคทเชื่อว่าโอกาสนั้นจะวิ่งเข้าหา และถ้าเราไขว่คว้าได้ ทำอย่างเต็มที่ แคทก็เชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เพราะชีวิตมีมากกว่าที่เราคิด” “แคท” ซอนญ่า เผยถึงแรงขับเคลื่อนให้ชีวิตก้าวมาถึงจุดนี้

นอกจากผลงานบันเทิงแล้ว เธอยังเป็นนักแสดงที่ถูกจับตามองถึงลุคและภาพลักษณ์สดใสผ่านโลกโซเชียล อีกทั้งได้รับการยอมรับในสไตล์และความพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์ นั่นทำให้เธอได้รับการทาบทามขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นชั้นนำอยู่บ่อยครั้ง เธอเป็นเสมือนกูรูความงามที่น่าจับตามอง เมื่อถามถึงคุณค่าความงามที่เปล่งประกายแบบผู้หญิงยุคใหม่ในมุมมองของเธอว่าควรเป็นอย่างไร “แคท” ซอนญ่า ตอบคำถามนี้อย่างมั่นใจแทบจะทันทีว่า

“รักในตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเอง ทุกวันนี้ทุกคนสามารถสวยได้ แต่สุดท้ายแล้วอยู่ที่อินเนอร์ภายใน ถ้าเรามั่นใจในตัวเอง เราชอบตัวเอง จะใส่อะไรก็สวย เพราะมันคือเรา เมื่อก่อนแคทเป็นคนหนึ่งที่เคยคิดว่าเราเหมาะกับแบบนั้นมากกว่าแบบนี้ แต่เมื่อเราพึงพอใจกับตัวเองจริง ๆ จะใส่อะไรก็ได้ เพราะนั่นก็แค่สิ่งใหม่ที่เข้ามาในชีวิต ความมั่นใจบวกกับพลังบวก เมื่อมาเจอกับสไตล์ที่ใช่ แต่งในแบบที่เรามั่นใจ นั่นคือ ความงามที่แท้จริง”

แน่นอนว่าอาชีพนักแสดง ย่อมต้องดูแลตัวเองมากกว่าคนอื่น โดยเธอเผยเคล็ดลับการดูแลผิวของตัวเองว่า นอกเหนือจากการดูแลทั่ว ๆ ไป กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำมาก ๆ แล้ว ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ ‘ใช่’ และผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวของตัวเอง

“ถ้าเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีเหมาะสมแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เยอะ ไม่ต้องหลายขั้นตอน เลือกแค่ตัวสำคัญ ๆ ก็พอแล้ว อย่างเจอร์เกนส์เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เป็นหนึ่งอยู่แล้ว และเป็นแบรนด์ที่มี มานาน มีผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว ส่วนตัวแคทใช้แบรนด์นี้มาตั้งแต่เด็ก ใช้มาตั้งแต่คุณแม่ของแคทและส่งต่อมาถึงเรา ความที่ชื่นชอบกลิ่นหอมสดชื่นและผิวสัมผัสของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Cucumber และ Aloe Vera สูตร Jergens® Soothing Aloe Refreshing Moisturiser จึงเป็นสูตรที่แคทใช้ประจำ เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง มีคุณสมบัติมอบความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวด้วยเนื้อสัมผัสแบบซึมซาบเร็ว คืนความสดชื่น และเผยผิวดูสว่างใส”

เผยความงามที่เปล่งประกายของผู้หญิงยุคใหม่ ไปพร้อมกับแคมเปญ “JERGENS® Let your beautiful shine.” ด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เจอร์เกนส์® บอดี้ มอยส์เจอไรเซอร์ ผสานเทคโนโลยีเพื่อผิวดูสว่างใส HYDRALUCENCE สร้างปราการปกป้องความชุ่มชื้นผิวอันเนียนเรียบ ช่วยสะท้อนแสงให้ผิวดู สว่างใสเปล่งประกายทั่วเรือนร่าง ขจัดความหมองคล้ำแห้งกร้าน มีสูตรให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับทุกสภาพผิว เติมเต็มความชุ่มชื้นล้ำลึกให้ผิวดูสว่างใสเปล่งประกาย ดูมีสุขภาพดีกว่าที่เคยสัมผัส

อัพเดตเคล็ดลับผิวสวยดูเปล่งประกายได้ทางเว็บไซต์ www.jergens-th.com และแฟนเพจ Facebook : Jergens Moisturizers in Thailand หรือ Instagram: jergensmoisturisersinthailland

“แกลมปิ้ง” ใต้แสงดาวที่แรกและที่เดียวในกรุงเทพ! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/639721

วันที่ 07 ธ.ค. 2563 เวลา 07:55 น.“แกลมปิ้ง” ใต้แสงดาวที่แรกและที่เดียวในกรุงเทพ!นอนนับดาวใจกลางเมือง แคมป์ปิ้งมิติใหม่ในโรงแรมแบบ Glam Glam ที่โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์

ไม่ต้องขึ้นเขาก็มีเราใกล้กับหมู่ดาวได้แล้ว จะเที่ยวแคมป์ปิ้งก็ไม่จำเป็นต้องลุยเสมอไป เมื่อโรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เอาประสบการณ์แคมป์ปิ้งมานำเสนอในแบบ Glamour ให้คนกรุงได้ปรุงแต่งรสสัมผัส “แกลมปิ้ง” ใต้แสงดาวที่แรกและที่เดียวในกรุงเทพ!

งานนี้คงต้องชวนเพื่อนฝูง จูงมือคนในครอบครัวหรือคนที่คุณรัก มานอนนับดาวใจกลางเมือง ดื่มด่ำบรรยากาศในค่ำคืนสุดพิเศษพร้อมอาหารและเครื่องดื่มที่เชฟรังสรรค์เพื่อคุณโดยเฉพาะ หลีกหนีความวุ่นวาย เปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสลมหนาวนอกบ้าน พร้อมเปิดประสบการณ์การสังสรรค์รูปแบบใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศชิลๆ ริมสระว่ายน้ำบนชั้น 18 ของโรงแรม ที่โอบล้อมไปด้วยแสงไฟจากมหานครซึ่งไม่เคยหลับใหล

เปิดจองเฉพาะคืนวันศุกร์ เสาร์ และ อาทิตย์ เริ่มคืนแรกวันศุกร์ที่ 18 ธันวาคมนี้ ราคาเริ่มต้นเพียง 2,888++ บาทต่อท่าน (ตั้งแต่ 2 – 10 ท่าน) สำหรับ 2.30 ชั่วโมง ราคารวมอาหารมื้อค่ำและเครื่องดื่มสำหรับการสังสรรค์

เพิ่มแกลมปิ้งลงในลิสต์ “สิ่งที่ควรลองสักครั้งในชีวิต” หาเรฟเฟอเร้นส์ถ่ายรูปเก๋ๆ ลิสต์ชื่อเพื่อนๆ แล้วเริ่มแพลนประสบการณ์แกลมปิ้งกับเราได้ที่ pawika.j@marriott.com  หรือส่งข้อความมาหาเราที่ inbox ได้ที่เพจ www.facebook.com/marriottsurawongse   

ไต้หวันชวนชมพลุเคาท์ดาวน์จากตึกไทเป 101 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/641568

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 12:27 น.ไต้หวันชวนชมพลุเคาท์ดาวน์จากตึกไทเป 101ไต้หวันจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับการเคาท์ดาวน์ชมพลุตึกไทเป 101 ในธีม “ให้ความรักโอบกอดโลก ให้ความหวังจุดประกายในอนาคต”

ตั้งแต่วันที่ 24-31 ธ.ค.นี้จะมีการฉายแสงชมพูทั่วตึกไทเป 101 และตั้งแต่เวลา 18.00น.ของทุกวัน และจะมีการแสดงระบำสีชมพูทุกต้นชั่วโมง เพื่อสร้างบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก กิจกรรมเคาท์ดาวน์ชมพลุตึก 101 ที่มีชื่อจะใช้ดนตรีและแสงสีบอกลาปี 2020 พร้อมต้อนรับ 2021

กิจกรรมเคาท์ดาวน์ชมพลุมีทั้งหมด 5 ชุด ประกอบด้วยชุดเปิดตัว “อำลาปี 2020 และต้อนรับปี 2021” โดยใช้พลุสีทองและสีแดงที่มีลักษณะเป็นวงกลมร่วมศูนย์กลางพุ่งขึ้นวนรอบตึก

ชุดที่ 1 “แสดงความเคารพต่อวีรบุรุษที่ช่วยป้องกันโรคระบาด และประชาชนร่วมใจก้าวไปข้างหน้า” โดยใช้พลุช่อดอกไม้ไฟพุ่งออกมาเป็นรูปหัวใจ เพื่อแสดงความเคารพต่อวีรบุรุษทั่วโลกที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคระบาด ส่วนพลุจากทั้ง 4 ด้านของตึกเป็นสัญลักษณ์ของประชาชนที่ร่วมใจกันก้าวไปข้างหน้า

ชุดที่ 2 “ร่วมมือชาวโลกก้าวไปข้างหน้าไต้หวันช่วยได้” ใช้วงกลมสามมิติ 360 องศาเป็นสัญลักษณ์ของไต้หวันที่ร่วมมือกับทั่วโลก ขออวยพรให้ทุกคนสมความปราถนา ในปี 2021

ชุดที่ 3 “อธิษฐานขอพร มุ่งสู่อนาคตอย่างมีความสุข” รูปกลีบดอกไม้และช่อดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ของคำอธิษฐานของมนุษย์ที่มีต่อโลก

ชุดฟินนาเล่ “ไต้หวันที่คึกครื่นรื่นเริง มีความเป็นไปได้ดีไม่รู้จบ ก้าวไปข้างหน้าด้วยความรักและความหวัง” พลุ 7 สีหลากหลายรูปแบบพร้อมใจกันแต่งแต้ม เชิญชวนทุกคนต้อนรับปีใหม่ด้วยความรักและความหวัง

สำหรับพลุดอกไม้ไฟทรงวงกลมสามมิติ 360 องศาบนตัวอาคารสูงเป็นเทคนิคพิเศษที่จัดแสดงครั้งแรกในโลก พลุที่จัดแสดงมีจำนวน 16,000 ชุด ใช้เวลาทั้งหมด 300 วินาที ด้วยงบประมาณ 25 ล้านเหรียญไต้หวัน

โดยชาวไทยสามารถร่วมการเคาต์ดาวน์ด้วยการชมการถ่ายทอดสดในวันที่ 31 ธ.ค. โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 22.40-23.10 ตามเวลาประเทศไทย ตามคลื่นความถี่ดังนี้

แบบจำลองชุดเปิดตัว
แบบจำลองชุดที่ 1
แบบจำลองชุดที่ 2
แบบจำลองชุดที่ 3
แบบจำลองชุดที่ 4
แบบจำลองชุดเปิดตัว

ภาพ : Teipei 101

บุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์ชั้นดีสไตล์สเปน อิ่มเอมแบบพรีเมี่ยม ณ ห้องอาหารอูโนมาส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/641560

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 11:33 น.บุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์ชั้นดีสไตล์สเปน อิ่มเอมแบบพรีเมี่ยม ณ ห้องอาหารอูโนมาสเปิดประสบการณ์กับบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์มื้อสายสไตล์สเปนสุดอลังการ ณ ห้องอาหารอูโนมาส โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

อาทิตย์สุขสันต์ วันที่ 10 มกราคม 2564 ใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวที่ ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ สัมผัสเปิดประสบการณ์กับบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์มื้อสายสไตล์สเปนสุดอลังการ หลากหลายเมนูสุดพรีเมี่ยม พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสถึงกลิ่นอายอันทรงเสน่ห์และวัฒนธรรมของอาหารสไตล์สเปน

รวบรวมเหล่าบรรดาซีฟู้ดคุณภาพเยี่ยม จัดเรียงรายบนน้ำแข็งเป็นการเรียกน้ำย่อย อาทิ ก้ามปูอลาสก้าเนื้อหวาน ล็อบสเตอร์เนื้อแน่น กุ้งลายเสือ หอยนางรมหลากหลายสายพันธุ์ ไข่ปลาคาเวียร์ พร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บเพื่อเพิ่มอรรถรส รวมถึงหลากหลายเมนูทาปาสต่างๆ มาให้ทุกคนได้เลือกสรรความอร่อยด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ ยังมีอาหารสเปนตามสั่งเมนูใหม่ โดยทีมเชฟประจำห้องอาหารได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศส่งตรงจากสเปน นำมารังสรรค์เป็นเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟตั้งใจปรุงอย่างสุดฝีมือ พร้อมเสิร์ฟร้อนให้ได้ลิ้มรสกันถึงโต๊ะ รวมทั้งเมนูของหวาน ละลานตาอีกมากมายที่สายของหวานไม่ควรพลาด

สัมผัสรสชาติและวัฒนธรรมของชาวสเปน พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่นกันได้ในราคาเพียง 3,555 บาท++ ต่อท่าน เสิร์ฟพร้อมแชมเปญจี เอช มุมม์ กอร์ดอง รูจ หนึ่งในสุดยอดแบรนด์แชมเปญของโลก รวมถึงไวน์รสเลิศจากทั่วโลก และเครื่องดื่มพรีเมียมอื่นๆ (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ)

ส่วนทางด้านความใส่ใจไม่ต้องเป็นกังกล ขอให้ทุกคนไว้ใจในการปรุงที่พิถีพิถัน เพราะควบคุมมาตฐานทุกกระบวนการ ทั้งความสะอาด ปลอดภัย ใส่ใจ และห่วงใย พร้อมการันตีว่าเชฟมิได้เดินทางไปยังที่สุ่มเสี่ยงตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2562 พนักงานทุกคนผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวัน และยังผ่านการอบรมแนวทางป้องกัน นอกจากนี้ ยังทำการฆ่าเชื้อโรคอุปกรณ์ทำครัว ห้องครัว และเครื่องมือเครื่องใช้เป็นอย่างดี เราขอการันตีด้วยประกาศนียบัตรโรงแรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรืออีเมล : diningcgcw@chr.co.th  สำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ www.unomasbangkok.com ติดตามข่าวสารของห้องอาหารอูโนมาสได้ที่ เว็บไซต์: www.unomasbangkok.com เฟสบุ๊ก: UNO MAS

บอกสูตรลับที่ดีต่อใจ สั่งอาหารจัดปาร์ตี้ยังไงให้ได้ราคาคุ้มสุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/641320

วันที่ 27 ธ.ค. 2563 เวลา 08:01 น.บอกสูตรลับที่ดีต่อใจ สั่งอาหารจัดปาร์ตี้ยังไงให้ได้ราคาคุ้มสุดNew Normal Party! รวมสูตรลับและโค้ดส่วนลด สั่งอาหารฉลองสิ้นปีในราคาหลักร้อย

สิ้นปีทั้งทีก็ต้องปาร์ตี้แบบ New Normal กันหน่อย นับถอยหลังเข้าสู่วีคสุดท้ายของปี ทั้งแก๊งเพื่อนสนิท หรือแก๊งออฟฟิศคงกำลังนัดฉลองกันแบบชิลๆ พระเอกของงานปาร์ตี้นอกจากจะเป็นธีมแต่งตัวสุดสร้างสรรค์ แล้วก็มี “อาหาร” นี่แหละที่ขาดไม่ได้ ต้องอิ่ม ต้องคุ้ม ต้องฟินกันทุกคน LINE MAN บอกสูตรลับที่ดีต่อใจ สั่งอาหารจัดปาร์ตี้ยังไงให้ได้ราคาคุ้มสุด ไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้มื้อบ่ายกับแก๊งออฟฟิศ หรือปาร์ตี้กับเพื่อนสนิท ว่าแล้วก็กำ แบงค์ร้อยเอาไว้ พร้อมแล้วนับถอยหลัง 3-2-1 ไปดูกันเลย!

สูตรสั่งอาหารปาร์ตี้กับแก๊งสำหรับ 5-7 คน จ่ายคนละ 100 บาท 

ปาร์ตี้กับเพื่อนสนิทหรือครอบครัว มีจับฉลากแลกของขวัญกันหนึ่งกรุบ ก็ต้องมีอาหารเอาไว้ให้เอ็นจอยกันเพลินๆ จัดมาให้แล้วสูตรสั่งตามได้เลย ในงบรวมไม่เกิน 800 บาท อิ่มกันได้ 5-7 คน หารแล้วตกคนละ 100 นิดๆ

สูตรลับสั่งอาหารให้ได้ราคาคุ้มที่สุด สั่งอาหารจาก LINE MAN โปรฯ Super Sale ลดสูงสุดได้ถึง 60% พร้อมค่าส่ง 0 บาท ในระยะทางที่กำหนดและร้านที่ร่วมรายการ

รายชื่อเมนูสุดฟิน อาทิ 

  • “CHICK ‘N Share ไก่ป๊อปซี้ด” จาก KFC เมนูที่ถูกเรียกร้องกลับมามากที่สุด ทวงบัลลังก์เมนูที่ซี้ดที่สุด 21 ชิ้น 99 บาท
  • เซตไก่ทอดชุดใหญ่จุใจจาก KFC 285 บาท (ปกติ 568 บาท) ไก่ทอด 3 ชิ้น ไก่วิงซ์แซ่บ 3 ชิ้น ชิคเก้นป๊อป 14 ชิ้น นักเก็ต 6 ชิ้น เฟรนซ์ฟรายส์ ขนาดปกติ 2 กล่อง มันบด ขนาดปกติ 1 ถ้วย ทาร์ตไข่ 2 ชิ้น
  • เซตอาหารเกาหลีต้นตำหรับยอดนิยมจาก RedSun 159 บาท (ปกติ 378 บาท) ข้าวผัดเรดซัน 3 หน้า ไซซ์ S กิมจิชิคเก้นป๊อป
  • “Peanut Butter Brownie Bites” จาก The Fat Beagle x After You บราวนี่สูตรลับ เหนียวหนึบสู้ฟัน ที่อบจาก Dark Choc 58% จากฝรั่งเศส เมนูเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะบน LINE MAN 180 บาท

โค้ดลับประจำวันส่งท้ายสิ้นปี 7 วัน 7 โค้ด และใส่โค้ด “SECRET” เพื่อลดเพิ่ม 50 บาท แล้วเตรียมอิ่มอร่อยจากเมนูลับแบรนด์ดัง ได้ตั้งแต่วันนี้-7 มกราคม 2564

  • Chicken Joy Box จาก Bonchon
  • CHICK ‘N Share ไก่ป๊อปซี้ด จาก KFC
  • Peanut Butter Brownie Bites จาก After You
  • ไก่เกาหลีแมควิงส์และไก่เกาหลีชิคสติ๊ก จาก McDonald’s

ร่วมสนุกกับเกมเปิดกล่องลุ้นกินฟรีและส่วนลดฟรีทุกวัน

  • LINE MAN HAPPY BOX ใช้เหรียญเงิน หรือเหรียญทอง จำนวน 1 เหรียญ แลกสิทธิ์เปิดกล่องของขวัญ 1 สิทธิ์ เพื่อลุ้นรับ Exclusive Menu แบบฟรีๆ! โค้ดส่วนลดค่าอาหาร หรือตั๋วหนัง ฯลฯ ร่วมสนุกได้ถึง 7 มกราคม 2564
  • ชวนเพื่อนกิน อิ่มฟินด้วยกัน เมื่อส่งลิงก์จากหน้ากิจกรรม “ชวนเพื่อนกินอิ่มฟินด้วยกัน” ให้เพื่อนที่ยังไม่เคยใช้บริการ ลุ้นรับโค้ดส่วนลดค่าอาหารสูงสุดถึง 500 บาท* ร่วมสนุกได้ถึง 31 มกราคม 2564

รับส่วนลดเพิ่มสำหรับลูกค้า AIS Serenade

สำหรับลูกค้า AIS Serenade ใช้ AIS Points 99 คะแนน แลกส่วนลด 50 บาท เมื่อสั่งเมนูลับจาก 4 แบรนด์ดังผ่านทาง LINE MAN เท่านั้น โดยสามารถรับโค้ดสิทธิ์ผ่าน myAIS Application ตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป จำกัดวันละ 2,000 สิทธิ์ ใช้ได้ถึง 7 มกราคม 2564 

รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมสั่งอาหารจาก LINE MAN มาฉลองกับเพื่อนหรือครอบครัว แล้วมานับถอยหลังเคาท์ดาวน์ รักษาระยะห่างสู่ปีใหม่ไปด้วยกัน อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโปรโมชันทั้งหมดได้ที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/c35f590b และติดตามความเคลื่อนไหว โปรเด็ด ดีลปัง ผ่านแอปและเว็บไซต์ LINE MAN และ Wongnai

ฉลองคริสมาสต์ด้วยเมนูพิเศษที่ ‘บลู เอเลเฟ่นท์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/641047

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 12:55 น.ฉลองคริสมาสต์ด้วยเมนูพิเศษที่ 'บลู เอเลเฟ่นท์'มอบความสุขให้ลูกค้า “บลู เอเลเฟ่นท์” ร่วมเฉลิมฉลองคริสมาสต์ด้วยเมนู Christmas 2020 พร้อมคืนกำไรให้ลูกค้าด้วยรางวัลพิเศษ พร้อมที่พักสุดหรู

บลู เอเลเฟ่นท์ ขอมอบความสุขให้คุณได้ร่วมเฉลิมฉลองวันคริสมาสต์กับครอบครัวและเพื่อนๆ สัมผัสเสน่ห์ปลายจวักของเชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ แห่งร้านบลู เอเลเฟ่นท์ ที่รังสรรค์อาหารไทยแท้ ด้วยวัตถุดิบ ชั้นเลิศจากโครงการหลวง และชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทยออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ แฝงด้วยอัตลักษณ์แห่งความไทยในรูปแบบร่วมสมัย ซึ่งครองใจคนไทยและชาวต่างชาติมายาวนานกว่า 40 ปี ลิ้มลองความอร่อยในเมนู “Christmas 2020” ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ในราคาสุทธิเพียง 1,555 บาทต่อท่าน ในระหว่างวันที่ 25-26 ธันวาคม 2563 พร้อมคืนกำไรให้ลูกค้าด้วยของขวัญสุดพิเศษ หรือห้องพักสุดหรูจากโรงแรมศรีพันวา-โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ- โรงแรมบาบา บีชคลับ นาใต้

เริ่มต้นเรียกน้ำย่อยด้วย เมนูกุ้งแม่น้ำยำสมุนไพร อโวคาโด ซัลซ่า-กุ้งแม่น้ำย่างหอมกรุ่น รับประทานเคียงกับเครื่องยำสมุนไพร ตะไคร้ ขิง น้ำมะขาม ยำมะม่วง-อโวคาโด Puree จากโครงการหลวง-คาเวียร์จากฟาร์มหัวหิน

ลาบเป็ดกงฟี พริกมะแขว่นสตรอว์เบอร์รี่ เป็ดฉะเชิงเทราย่างด้วยเทคนิคพิเศษตามแบบฉบับของฝรั่งเศส คลุกเคล้าเครื่องสมุนไพรไทย ข้าวคั่ว น้ำมะขาม และสตรอว์เบอร์รี่โครงการหลวง-ตับห่านซอสมะขาม มะม่วงน้ำดอกไม้ Landes Foie Gras หรือตับห่านจากเมืองล็องด์ ประเทศฝรั่งเศส นำมาเซียจนกรอบนอกนุ่ม

อาหารจานหลัก แซลมอนพริกขี้หนูกะเพรา เส้นพาสต้าทรัฟเฟิล-แซลมอนคัดพิเศษ ผัดกับพริกขี้หนู กระเทียมออร์แกนิค และใบกะเพรา ราดบนเส้นพาสต้าทรัฟเฟิล เสิร์ฟบนกระทะร้อนที่ส่งกลิ่นหอมเย้าย้วนชวนรับประทาน แกงมัสมั่นไก่บ้าน เมนูอันเลื่องชื่อของบลู เอเลเฟ่นท์ โดยได้แรงบันดาลใจจากบทกวีของรัชกาลที่ 2 ใช้พริกแกงมัสมั่นสูตรเฉพาะของร้าน แล้วปรุงรสด้วย น้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ มันเทศ และเกาลัด ผักขมผัดปูพริกกระเทียม รับประทานคู่กับข้าวมันในลูกมะพร้าวอ่อน ข้าวมันสูตรโบราณ ใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูผสมข้าวหอมมะลิ แล้วหุงด้วยน้ำกะทิ เพิ่มความหอมด้วยใบเตย ที่ให้รสสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังพอดี และหอมกรุ่นด้วยกลิ่นใบเตย

ปิดท้ายด้วยขนมหวานแสนอร่อย ขนมหม้อแกงถั่วพิตาชิโอ้ ช็อกโกแลตลาวา : ขนมหม้อแกงถั่วพิตาชิโอ้ รับประทานคู่กับช็อกโกแลตเบลเยี่ยมลาวา และไอศกรีมวนิลา

นอกจากนี้ บลู เอเลเฟ่นท์ ยัง ตั้งใจมอบความสุขและคืนกำไรให้กับลูกค้าคนพิเศษ ด้วยกิจกรรม “Blue Elephant Christmas Lucky Draw” ลุ้นรับของขวัญสุดพิเศษหรือห้องพักสุดหรูจากโรงแรมศรีพันวา-โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ-โรงแรมบาบาบีชคลับ นาใต้ ภูเก็ต ประกอบด้วย

  • ที่พัก 3 วัน 2 คืน รวมอาหารเช้า สำหรับ 2 ท่าน ที่โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ จำนวน 1 รางวัล
  • ที่พัก 1 Bedroom Luxury Pool Villa 3 วัน 2 คืน รวมอาหารเช้า สำหรับ 2 ท่าน ที่โรงแรมศรีพันวาภูเก็ต จำนวน 1 รางวัล
  • ที่พัก 1 Bedroom Gabana Villa 3 วัน 2 คืน รวมอาหารเช้า สำหรับ 2 ท่าน ที่ โรงแรมบาบา บีชคลับ นาใต้ จำนวน 1 รางวัล
  • กระเช้าของขวัญปีใหม่จากบลู เอเลเฟ่นท์ สามารถร่วมรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลได้ที่ https://bit.ly/christmas-lucky-draw

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2673 9353-8 ทุกวันตั้งแต่ 11.00-21.30 น. และติดตามข่าวสารได้ที่ www.blueelephant.com, Facebook: @BlueElephantBangkok สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2673 9353-8