เต่าชูนิ้วกลางคว้ารางวัลภาพถ่ายสัตว์ป่าสุดฮาปี 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636867

วันที่ 30 ต.ค. 2563 เวลา 18:05 น.เต่าชูนิ้วกลางคว้ารางวัลภาพถ่ายสัตว์ป่าสุดฮาปี 2020 ชมอิริยาบทต่างๆ ของบรรดาสัตว์ป่าที่ฮาและน่ารักจนทำให้ช่างภาพอดใจไม่ไหวต้องแชะภาพมาอวดให้โลกรู้

การประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่าสุดฮาประจำปีนี้ (Comedy Wildlife Photography Awards 2020) ประกาศผลเป็นที่เรียบร้อย โดยภาพ “เทอร์รี่ เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง” ของ มาร์ก ฟิตซ์แพทริก คว้ารางวัลนี้ไปครอง และยังคว้ารางวัลชนะเลิศประเภทสัตว์ใต้ทะเล (Creatures Under the Sea Award) ไปอีกหนึ่งรางวัล

Mark Fitzpatrick/Comedy Wildlife Photography Awards 2020

ฟิตซ์แพทริกเล่าว่า เขาถ่ายเต่าหน้าตาไม่ค่อยสบอารมณ์ตัวนี้ไว้ระหว่างที่ออกไปดำน้ำที่เกาะเลดีเอลเลียตในรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียเพื่อชมแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ  

Charlie Davidson/Comedy Wildlife Photography Awards 2020

ขณะที่รางวัลภาพถ่ายสัตว์บก (Alex Walker’s Serian Creatures on the Land Award) เป็นภาพแรคคูนที่มีเพียงเท้าหลังและหางโผล่ออกมาจากโพรงบนต้นไม้ผลงานของ ชาร์ลี เดวิดสัน  

Tim Hearn/Comedy Wildlife Photography Awards 2020

ส่วนภาพถ่ายสัตว์ปีกสุดฮา (Spectrum Photo Creatures in the Air Award) เป็นภาพแมลงปอเข็มที่เกาะอยู่บนก้านของต้นหญ้าที่ถ่ายโดย ทิม เฮิร์น 

Roland Kranitz/Comedy Wildlife Photography Awards 2020

และภาพกระรอกที่ทำท่าราวกับกำลังร้องเพลงฝีมือการลั่นชัตเตอร์ของ โรแลนด์ ครานิตซ์ คว้ารางวัลขวัญใจประชาชน (Affinity Photo People’s Choice Award) ไปครอง

ผู้นำบราซิลลั่นล็อกดาวน์เป็นเรื่อง “บ้า” แม้ยอดป่วยทะลุ 5 ล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636869

วันที่ 30 ต.ค. 2563 เวลา 17:00 น.ผู้นำบราซิลลั่นล็อกดาวน์เป็นเรื่อง "บ้า" แม้ยอดป่วยทะลุ 5 ล้านประธานาธิบดีบราซิลยืนยันไม่ล็อกดาวน์พร้อมประกาศไม่ซื้อวัคซีนจากจีน

ฌาอีร์ โบลโซนารู ประธานาธิบดีบราซิล กล่าวว่าการที่ประเทศต่างๆ เริ่มประกาศล็อกดาวน์อีกครั้งเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่กำลังระบาดเป็นระลอกสองนั้นเป็นเรื่อง “บ้า”

นอกจากนี้ประธานาธิบดียังประกาศอีกว่า จะไม่มีการจ่ายเงินสำหรับวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาของจีนที่อยู่ระหว่างการทดลองในเมืองเซาเปาโล โดยกล่าวว่า “ผมเป็นรัฐบาล เงินไม่ใช่ของผมแต่เป็นของประชาชน และผมจะไม่ซื้อวัคซีนของคุณด้วย”

โดยขณะนี้บราซิลมียอดผู้ติดเชื้อรวมถึง 5.5 ล้านคน และเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปมากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตมากกว่า 159,000 คน

ขณะที่รัฐบาลในหลายประเทศเริ่มใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดครั้งล่าสุด รวมถึงฝรั่งเศส และเยอรมนีก็มีการประกาศล็อกดาวน์อีกครั้ง

ทั้งนี้ ประเทศทางตะวันตกส่วนใหญ่และละตินอเมริกายังมีรายงานผู้ติดเชื้อพุ่งสูงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

เคาท์ดาวน์เลือกตั้งสหรัฐ: ทรัมป์-ไบเดนลงพื้นที่ชิงคะแนนรัฐสำคัญโค้งสุดท้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636836

วันที่ 30 ต.ค. 2563 เวลา 15:32 น.เคาท์ดาวน์เลือกตั้งสหรัฐ: ทรัมป์-ไบเดนลงพื้นที่ชิงคะแนนรัฐสำคัญโค้งสุดท้ายทรัมป์- ไบเดนลงพื้นที่รัฐฟลอริดาช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงในเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา โดยโจมตี โจ ไบเดน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตว่า การล็อกดาวน์เพื่อสกัดโคโรนาไวรัสของไบเดนจะทำให้คำว่าชีวิตปกติของชาวอเมริกันหายไป

ทรัมป์ยังประกาศอีกว่า “เราจะไม่กลับไปล็อกดาวน์อีก…เรากำลังเดินหน้าธุรกิจต่างๆ” และยังเอ่ยกับผู้สนับสนุนอีกว่าการติดเชื้อโคโรนาไวรัสของตัวเองพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถจัดการไวรัสได้อยู่หมัด

นอกจากนี้ หลังจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่าจีดีพีของสหรัฐโตถึง 33.1% ในไตรมาสที่สามซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ทรัมป์ได้ทวีตว่า “ดีนะที่ตัวเลขจีดีพีสวยๆ ออกมาก่อนวันที่ 3 พ.ย.” ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งของสหรัฐ

ด้าน โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ลงพื้นที่ในเขตบราวเวิร์ด ในช่วงหนึ่งของการปราศรัยไบเดนกล่าวว่า “ที่ฟลอริดาแห่งนี้ มันขึ้นอยู่กับพวกคุณ คุณคือผู้ชี้ชะตา หากฟลอริดาเป็นสีน้ำเงิน (หมายถึงพรรครีพับลิกัน) มันก็จบสิ้นแล้ว จบสิ้นแล้ว”

หลังจากนี้ทั้งทรัมป์และไบเดนมีกำหนดลงพื้นที่ในรัฐสวิงสเตต (swing state) ซึ่งเป็นรัฐที่ทั้งสองมีคะแนนสูสีกัน ยังไม่สามารถเดาได้ว่าใครจะโกยคะแนนจากรัฐเหล่านี้ ไปจนถึงวันอังคารหน้า โดยทรัมป์จะไปพบปะทหารที่ค่ายฟอร์ทแบร็กในรัฐนอร์ทแคโรไลนา

ด้านไบเดนคาดว่าจะเดินทางไปวิสคอนซิน มินนิโซตา และไอโอวา

ทั้งนี้ โครงการเลือกตั้งสหรัฐของมหาวิทยาลัยฟลอริดาเผยว่า จนถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ชาวอเมริกันออกมาลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วกว่า 80 ล้านคน ซึ่งนับว่าสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบกว่าร้อยปี

สหรัฐปิดฉากภารกิจเดินสายต่อต้านจีนที่เวียดนาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636831

วันที่ 30 ต.ค. 2563 เวลา 14:30 น.สหรัฐปิดฉากภารกิจเดินสายต่อต้านจีนที่เวียดนามรมว. ต่างประเทศสหรัฐเยือนเวียดนาม ครบรอบ 25 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

สำนักข่าวเอพี รายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกำลังจบภารกิจเดินสายในเอเชียเพื่อต่อต้านจีน โดยไปเยือนประเทศเวียดนามเป็นประเทศสุดท้าย เนื่องในโอกาสครอบรอบ 25 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเวียดนาม

ปอมเปโอเข้าพบหารือกับฟาม บินห์ มินห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม โดยได้มีการวิจารณ์ถึงบทบาทของจีนในภูมิภาคนี้ทั้งการอ้างสิทธิในอาณาเขตและการเดินเรือในทะเลจีนใต้ตลอดจนกิจกรรมริมฝั่งแม่น้ำโขง

โดยในแถลงการณ์ระบุว่า การกระทำของจีนที่มุ่งทำลายเสถียรภาพในลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึงการสร้างเขื่อนที่ส่งผลต่อทิศทางการไหลของแม่น้ำและปริมาณประแสน้ำ ส่งผลเสียต่อผู้คนหลายล้านคนที่พึ่งพาแม่น้ำในการดำรงชีวิต

สหรัฐยืนหยัดที่จะร่วมมือกับพันธมิตรในอินโด-แปซิฟิกในการปกป้องสิทธิอธิปไตยของตนที่มีต่อทรัพยากรนอกชายฝั่งทะเลจีนใต้สอดคล้องกับสิทธิตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งสหรัฐปฏิเสธการอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ของจีน

โดยก่อนหน้านี้ปอมเปโอได้เยือนอินเดีย, ศรีลังกา, มัลดีฟส์ และอินโดนีเซีย เพื่อสร้างแรงกดดันต่อจีนอย่างต่อเนื่อง

Photo by Bui Lam Khanh / Vietnam News Agency / AFP

ฝรั่งเศสคุมเข้ม! เพิ่มกำลังทหารกว่า 2 เท่าหลังเกิดเหตุรุนแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636825

วันที่ 30 ต.ค. 2563 เวลา 13:30 น.ฝรั่งเศสคุมเข้ม! เพิ่มกำลังทหารกว่า 2 เท่าหลังเกิดเหตุรุนแรงปธน.ฝรั่งเศสสัญญาจะปราบปรามกลุ่มหัวรุนแรงพร้อมยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสยืนยันว่าจะต่อสู้กับการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสโดยเชื่อว่าเป็นผลมาจากกลุ่มคนชาวมุสลิมหัวรุนแรง หลังเกิดเหตุการณ์สังหารชาวฝรั่งเศส 3 รายที่โบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองนีซเมื่อวานนี้ (29 ต.ค.) ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งที่สองในฝรั่งเศสในช่วงเวลาไม่ถึงสัปดาห์

โดยภายหลังแหล่งข่าวด้านความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นชายสัญชาติตูนีเซีย อายุ 21 ปี และมีรายงานว่าเขาเดินทางเข้าประเทศฝรั่งเศสเมื่อต้นเดือนตุลาคม โดยเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ผ่านทางลัมเปดูซา ประเทศอิตาลี

ทั้งนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสมีการประกาศยกระดับการเตือนภัยขั้นสูงสุด รวมถึงเสริมกำลังทหารจาก 3,000 นายเป็น 7,000 นายเพื่อคุ้มกันสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น ศาสนสถานและโรงเรียน

รวมถึงประธานาธีดีเอ็มมานูเอล มาครง ยังให้สัญญาว่าจะปราบปรามกลุ่มคนหัวรุนแรงรวมถึงปิดมัสยิดและสถานที่อื่นๆ ที่ถูกกล่าวหาว่าก่อให้เกิดความรุนแรง

มาครงกล่าวว่าฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ถูกทำร้ายโดยประชาชนฝรั่งเศสถูกสังหารขณะเดียวกันสถานกงสุลฝรั่งเศสในประเทศซาอุดิอาระเบียก็กำลังถูกโจมตี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างฝรั่งเศสและโลกมุสลิม

Photo by ERIC GAILLARD / POOL / AFP

ไทย-จีน ร่วมลงนามสัญญารถไฟความเร็วสูง มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636814

วันที่ 30 ต.ค. 2563 เวลา 12:30 น.ไทย-จีน ร่วมลงนามสัญญารถไฟความเร็วสูง มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านไทย-จีน ลงนามใน “สัญญา 2.3” พัฒนารถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-โคราช

สำนักข่าวซินหัวรายงาน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม มีการลงนาม “สัญญา 2.3” ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีลงนาม

โดยเป็นการลงนามร่วมกันระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.), บริษัทไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์เนชันแนล และบริษัทไชน่า เรลเวย์ คอร์ปอเรชัน

โครงการดังกล่าวจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของไทยร่วมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมมือด้านรถไฟกับจีน ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาประเทศ รวมไปถึงจะช่วยพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ในอาเซียนตลอดจนเพิ่มโอกาสทางการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว

สัญญาดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการจัดซื้อราง ระบบไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบสื่อสาร การจัดซื้อตู้รถไฟโดยสาร การฝึกอบรมบุคลากร การเดินรถและซ่อมบำรุง ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ทั้งนี้ การก่อสร้างในระยะแรกจะเป็นการสร้างรางรถไฟ 253 กิโลเมตร จากกรุงเทพมหานครถึงนครราชสีมา ซึ่งมีทั้งหมด 6 สถานี ได้แก่ บางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และนครราชสีมา

อนาคตยังมีไหม? ส่องท่าทีวัยรุ่นอเมริกันต่อการเลือกตั้งสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636793

วันที่ 30 ต.ค. 2563 เวลา 11:29 น.อนาคตยังมีไหม? ส่องท่าทีวัยรุ่นอเมริกันต่อการเลือกตั้งสหรัฐท่าทีของวัยรุ่นอเมริกันต่อการเลือกตั้งเป็นอย่างไรขณะที่วัยรุ่นไทยสนใจการเมืองมากขึ้น

ในขณะที่เยาวชนไทยหันมาสนใจการเมืองกันมากขึ้นวัยรุ่นและเยาวชนสหรัฐก็เช่นกัน โดยผลการสำรวจความคิดเห็นของฮาวาร์ดคาดว่าในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งนี้จะมีเยาวชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่าครั้งก่อนๆ

การสำรวจดังกล่าวได้สำรวจความคิดเห็นของเยาวชนอเมริกันอายุระหว่าง 18 ถึง 29 ปี โดยพบผลการสำรวจเป็นเอกฉันท์ว่าเยาวชนอเมริกันมองว่ารัฐบาลควรเพิ่มบทบาทในการดำเดินการด้านนโยบายสุภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงเกี่ยวกับสุขภาพจิต รวมถึงจะสนับสนุนรัฐบาลที่ดำเนินการลดปัญหาการเหยียดสีผิว

โดยพบว่าเยาวชนกำลังมองหาสวัสดิการด้านสาธารณสุขที่ดีขึ้น, บริการด้านสุขภาพจิตที่ดีขึ้น และการดำเนินการที่ดีในการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

ผลการสำรวจากกลุ่มตัวอย่างเยาวชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,206 คนพบว่าเสียงส่วนใหญ่ร้อยละ 63 ชื่นชอบโจ ไบเดน ขณะทีร้อยละ 25 ชื่นชอบโดนัลด์ ทรัมป์

สำนักข่าวต่างประเทศเผยว่าแม้ว่าจะมีอุปสรรคจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เยาวชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งพร้อมที่จะเป็นพลังชี้ขาดในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเยาวชนมีความกระตือรือร้นและมีแนวโน้มที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งสูงสุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้ง

ส่งผลให้โจ ไบเดน และพรรคเดโมแครตให้ความสำคัญในการหาเสียงทางแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นมากขึ้น เช่นการหาเสียงผ่านเกมแอนิมอลครอสซิง ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ เน้นการหาเสียงแบบเผชิญหน้า 

โดยเมื่อวันพุธ (27 ต.ค.) ที่ผ่านมาผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุระหว่าง 18 ถึง 29 ปี ได้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วมากกว่า 3 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าในปี 2016 จำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มวัยรุ่นอเมริกันที่ยังมีอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งสนใจการเลือกตั้งในครั้งนี้โดยร่วมกันเป็นอาสาสมัครให้ความช่วยเหลือต่างๆ สำหรับเลือกตั้ง เช่น กลุ่ม เบ๊บโหวต และ เดอะ โพล ฮีโร่ ที่เยาวชนวัยมัธยมปลายกว่า 35,000 คนเข้ามาช่วยทำงานในหน่วยเลือกตั้ง หรือช่วยเหลือในการลงคะแนน

ทั้งนี้ ด้วยความสามารถทางเทคโนโลยีของวัยรุ่นปัจจุบันจึงถูกตั้งความหวังว่าวัยรุ่นเหล่านี้จะเป็นพลังใหม่ในการขับเคลื่อนทางการเมืองและการเลือกตั้งของสหรัฐในอนาคตต่อไป

การที่เยาวชนหันมาสนใจเกี่ยวกับการเมืองและการเลือกตั้งมากขึ้นส่งผลให้พวกเขาออกมาทำอะไรแผลงๆ มากขึ้นเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ อเล็กซานเดอร์ เฮิลเลอร์ การไทรซแมน วัย 19 ปี ถูกจับกุมหลังพบว่าครอบครองอาวุธปืน, กระสุน และระเบิดจำนวนมากโดยมีแผนที่จะลอบสังหารโจ ไบเดน

มหาเธร์ลั่นมุสลิมมีสิทธิ์ฆ่าคนฝรั่งเศส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636811

วันที่ 30 ต.ค. 2563 เวลา 10:30 น.มหาเธร์ลั่นมุสลิมมีสิทธิ์ฆ่าคนฝรั่งเศสอดีตผู้นำมาเลเซียชี้ ชาวมุสสลิมมีสิทธิ์ฆ่าคนฝรั่งเศส หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกฆ่าปาดคอกลางวิหารในเมืองนีซ

หลังจากเกิดเหตุสะเทือนขวัญคนร้ายบุกวิหารในเมืองนีซทางตอนใต้ของฝรั่งเศสคร่าชีวิตผู้เคราะห์ร้าย 3 ราย โดยหนึ่งในนั้นถูกมีดปาดคอ มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ทวีตถึงเหตุการณ์ดังกล่าวโดยโยงไปถึงการตัดศีรษะครูชาวฝรั่งเศสที่นำภาพการ์ตูนของศาสดามูฮัมหมัดมาสอนนักเรียนว่า ไม่เห็นด้วยกับการฆ่าผู้อื่น แต่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นก็ไม่ได้รวมถึงการดูหมิ่นผู้อื่น

“การไม่เคารพในศาสดาของผู้อื่นทำให้คนที่โกรธแค้นลุกขึ้นมาเข่นฆ่า” อดีตผู้นำวัย 95 ปีกล่าว

มหาเธร์ยังกล่าวอีกว่า “ตามประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสสังหารผู้คนนับล้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ดังนั้นชาวมุสลิมมีสิทธิ์ที่จะโกรธแค้นและสังหารชาวฝรั่งเศสหลายล้านคนเช่นเดียวกันสำหรับการสังหารในอดีต” และเสริมอีกว่า “แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว ชาวมุสลิมไม่ได้ใช้หลักตาต่อตาฟันต่อฟัน ดังนั้นเมื่อชาวมุสลิมไม่ใช้หลักนี้ ฝรั่งเศสก็ไม่ควรใช้เช่นกัน”

อดีตผู้นำมาเลเซียเผยอีกว่า “ฝรั่งเศสควรสอนให้คนของตัวเองรู้จักเคารพความรู้สึกของผู้อื่น เนื่องจากคุณกล่าวโทษชาวมุสลิมทั้งหมดและศาสนาของชาวมุสลิมต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจากคนที่โกรธแค้นเพียงคนเดียว ดังนั้นชาวมุสลิมจึงมีสิทธิ์ลงโทษชาวฝรั่งเศส”

อย่างไรก็ดี มหาเธร์ไม่ได้เอ่ยถึงเหตุสังหารที่เมืองนีซโดยตรง

การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมาย โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางคนถึงกับบอกว่าน่ารังเกียจและน่าอัปยศอดสู

ในเวลาต่อมาทวิตเตอร์ได้ระบุว่าทวีตของมหาเธร์เป็นการยุยงให้เกิดความรุนแรง แต่ยังไม่ลบทวีต ทว่าในที่สุดทวิตเตอร์ตัดสินใจลบทวีตเจ้าปัญหา

วิบากกรรมกะทิไทย ถูกฝรั่งแบนแล้วใครได้ประโยชน์? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636795

วันที่ 30 ต.ค. 2563 เวลา 09:36 น.วิบากกรรมกะทิไทย ถูกฝรั่งแบนแล้วใครได้ประโยชน์?เปิดสถิติเรื่องของมะพร้าวไทยที่คุณอาจจะยังไม่รู้ ดูตัวเลขแล้ววิเคราะห์ว่าใครคือคู่แข่งของไทยและใครจะได้ประโยชน์จากการที่สินค้าไทยถูกแบน

เป็นอีกครั้งที่กะทิของไทยถูกแบนจากต่างประเทศด้วยข้อกล่าวหาว่าไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าวอันเป็นการทารุณสัตว์ ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นปีกะทิของไทยก็ถูกแบนในทำนองเดียวกันทำให้เกิดกระแสคัดค้านและต่อต้านจากคนไทย 

ประเทศที่ผลิตมะพร้าวได้มากที่สุดในโลกคือ อินโดนีเซีย (มีผลผลิต 18 ล้านตัน) ตามด้วยฟิลิปปินส์ และอินเดีย ส่วนใหญ่อยู่ในอันดับที่ 9 ของโลก (ผลิตได้ 8.8 แสนตัน จากตัวเลจปี 2018) ซึ่งน้อยกว่าเวียดนามเสียอีก

ประเทศที่บริโภคมะพร้าวมากที่สุดในโลกก็ยังเป็นอินโดนีเซีย (19 ล้านตัน) ตามด้วยฟิลิปปินส์ และอินเดีย ทั้ง 3 ประเทศนี้บริโภคมะพร้าวคิดเป็น 72% ของทั้งโลกและบริโภคมากว่าที่ตัวเองผลิตได้ ส่วนใหญ่อยู่ในอันดับที่ 10 ของโลก

แต่ไทยเป็นประเทศที่ส่งออกมะพร้าวมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากอินโดนีเซีย (7 หมื่นตัน) อันดับที่สามคือเวียดนาม ทั้ง 3 ประเทศนี้คิดเป็น 23% ของสัดส่วนการส่งออกมะพร้าวทั้งโลก

ระหว่างปี 2007- 2018 ไทยมีการส่งออกมะพร้าวเพิ่มขึ้น 6.4% อยู่ในอันดับที่ 7 ของโลก ซึ่งโตช้ากว่าเวียดนามที่พุ่งพรวดขึ้นมาถึง 43.2% แต่เวียดนามก็ยังช้ากว่ากายานา ประเทศนแอฟริกาใต้ที่เพิ่มขึ้นถึง 97.7% ซึ่งเราต้องจับตาประเทศเหล่านี้ให้ดี

ว่ากันที่ส่วนแบ่งตลาดโลก ประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 6.2 p.p. (ซึ่งอาจจะลดลงไปบ้างหลังเกิดกรณีแบนผลิตภัณฑ์มะพร้าวไทยโดยอ้างเรื่องการทารุณลิง) ส่วนแบ่งตลาดของไทยเพิ่มขึ้นตามหลังอินโดนีเซียในอันดับหนึ่งและเวียดนามอันดับสอง

ในแง่ของมูลค่า ไทยมีมูลค่าการตลาดสูงที่สุด (70 ล้านเหรียญสหรัฐ) ตามด้วยอินโดนีเซีย (65 ล้าน) และเวียดนาม (22 ล้าน) ทั้งสามประเทศครองมูลค่าตลาดทั้งโลกถึง 58% แต่ในขณะที่ไทยส่งออกไม่ใช่น้อยและมีมูลค่าตลาดสูงสุด ไทยกลับเป็นผู้นำเข้ามะพร้าวมากที่สุดถึง 2.1 แสนตันในปี 2018 คิดเป็นสัดส่วนนำเข้าทั้งโลกถึง 31% ตามด้วยมาเลเซีย อันดับที่สามคือจีน

ในแง่ของมูลค่า การนำเข้ามะพร้าวของตลาดไทยมีมูลค่าสูงที่สุดในโลกเช่นกัน คือ 77 ล้านเหรียญ (ซึ่งมากกว่ามูลค่าตลาดส่งออกของมะพร้าวไทย) คิดเป็นมูลค่า 23% ของตลาดนำเข้ามะพร้าวของทั้งโลก

และที่สำคัญ การนำเข้ามะพร้าวของตลาดในเมืองไทยยังเติบโตเร็วที่สุดในโลกด้วย โดยมีอัตราการเติบโตถึง 30.9% ระหว่างปี 2007 – 2018 ตามด้วยสหรัฐและจีน

มีคำถามว่าเวียดนามจะเข้ามาแทนที่ไทยหรือไม่หากสหราชอาณาจักร (และอาจรวมถึงสหรัฐและสหภาพยุโรปในอนาคต) แบนมะพร้าวไทยโดยอ้างเรื่องการทารุณลิง? คำตอบก็คือขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดจีน เพราะเวียดนามส่งมะพร้าวเกือบทั้งหมดไปจีน

/ AFP PHOTO / Manan VATSYAYANA

อาเซียนตบเท้าเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพเรือรับมือจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636781

วันที่ 29 ต.ค. 2563 เวลา 21:40 น.อาเซียนตบเท้าเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพเรือรับมือจีนจีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้ไปแล้วกว่า 90% อาเซียนจึงนิ่งนอนใจไม่ได้

ทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญกลายเป็นพื้นที่พิพาทที่เกิดขึ้นมายาวนาน เนื่องจากหลายประเทศต่างก็อ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติแห่งนี้ และนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อจีนเริ่มเข้าครอบครองพื้นที่ที่อ้างว่าเป็นของตัวเองมากขึ้น

จนตอนนี้จีนอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ดังกล่าวไปแล้วกว่า 90% ทั้งยังสร้างสิ่งปลูกสร้างและมีการเคลื่อนไหวทางทหารตามเกาะที่จีนครอบครองเต็มไปหมด

ข้อมูลของโครงการความโปร่งใสทางทะเลแห่งเอเชีย (AMTI) ระบุว่า ปัจจุบันจีนมีฐานทัพบนหมู่เกาะพาราเซล 20 ฐาน บนหมู่เกาะสแปรตลีย์อีก 7 ฐาน และยังพยายามเข้าไปควบคุมพื้นที่บนหมู่เกาะสการ์โบโรด้วยการส่งเรือตรวจการณ์ชายฝั่งไปป้วนเปี้ยนบ่อยครั้ง

หลายประเทศในอาเซียนที่มีกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้กับจีนไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย ก็ไม่ได้นุ่งนอนใจ พยายามอัพเกรดทั้งกองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งเพื่อป้องกันพื้นที่ของตัวเองไม่ให้ถูกจีนรุกราน

ล่าสุด ทีโอโดโร ล็อกซิน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ประกาศเตรียมเสริมกำลังกองเรือรบและเรือประมงไปลอยลำในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์เดียวกับที่จีนใช้ในพื้นที่พิพาทแห่งนี้

ปัจจุบันกองทัพเรือฟิลิปปินส์มีเรือประจำการทั้งหมด 114 ลำ อาทิ เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ (LDP) 2 ลำและจะสั่งเพิ่มอีก 2 ลำ เรือฟริเกต 1 ลำและอีก 1 ลำรอส่งมอบ เรือลาดตระเวน 1 ลำและอีก 2 ลำที่สั่งซื้อไปแล้ว เรือลาดตระเวนนอกชายฝั่ง 10 ลำและอีก 6 ลำที่สั่งซื้อไปแล้ว และมีแผนซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำเนื่องจากฟิลิปปินส์ยังไม่มีเรือดำน้ำ

ด้านอินโดนีเซียเพิ่งรับมอบเรือลาดตระเวน 2 ลำที่ต่อโดยบริษัทสัญชาติอินโด ได้แก่ เรือ Karotang-872 และ Mata Bongsang-873 เข้าประจำการเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นเรือรบชั้น PC-40 ลำที่ 12 และ 13 ของกองทัพเรืออินโดนีเซีย และมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในการลาดตระเวนน่านน้ำของกองทัพเรือและเพิ่มความปลอดภัยให้กับน่านน้ำอินโดนีเซีย

กองทัพเรืออินโดนีเซียมีเรือรบประจำการ 236 ลำ อาทิ เรือดำน้ำ 5 ลำและอีก 3 ลำอยู่ระหว่างการต่อ เรือฟริเกต 7 ลำ เรือคอร์เวต 24 ลำ เรือเร็วโจมตี 31 ลำและอีก 2 ลำกำลังต่อ เรือตรวจการณ์ 29 ลำ

ขณะที่เวียดนามประกาศไว้เมื่อปีที่แล้วว่า สถานการณ์ที่ซับซ้อนในทะเลจีนใต้เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้นกองทัพเรือซึ่งมีหน้าที่ปกป้องอำนาจอธิปไตยของประเทศต้องสร้างกองทัพเรือที่แข็งแกร่งและทันสมัยเพื่อบรรลุภารกิจดังกล่าว

การเสริมแสนยานุภาพกองทัพเรือทำให้เวียดนามมีเรือประจำการรวม 119 ลำ อาทิ เรือดำน้ำ 6 ลำ เรือฟริเกต 9 ลำ เรือคอร์เวต 14 ลำ เรือลาดตระเวน 26 ลำ

ขณะที่เมียนมาก็เพิ่งเผยโฉมเรือดำน้ำ UMS Min Ye Thein Kha Thu ที่นำมาร่วมซ้อมรบด้วนเป็นครั้งแรกไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเรือรบลำนี้อินเดียได้ปรับปรุงเรือดำน้ำเดิมของตัวเองก่อนจะส่งมอบให้เมียนมาตามความร่วมมือด้านการทหารระหว่างทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ กองทัพเรือเมียนมายังมีเรืออื่นๆ ประจำการอีก 125 ลำ เช่น เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ (LDP) อีก 1 ลำซึ่งเข้าประจำการเมื่อปีที่แล้ว เรือฟริเกต 5 ลำ เรือคอร์เวต 3 ลำ

ส่วนจีนนั้น รายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐคาดการณ์ว่า จีนมีกองเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในโลกและยังต่อเรือลำใหม่ได้เร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย

รายงานของเพนตากอนระบุว่าจีนน่าจะมีเรือรบราว 350 ลำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรือตรวจการณ์ติดมิสไซล์ เรือคอร์เวต เรือฟริเกต และเรือพิฆาต รวมทั้งเรือดำน้ำนิวเคลียร์ 52 ลำ เรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดตั้งขีปนาวุธข้ามทวีป 4 ลำ และเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ

แม้ประเทศอาเซียนที่มีกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้กับจีนจะพยายามเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพเรือ แต่ก็ยังดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการอัพเกรดกองทัพเรือของจีน แม้แต่เวียดนามที่มีกองทัพเรือที่มีประสิทธิภาพที่สุดในบรรดาประเทศเหล่านี้ก็ยังห่างไกลจากจีนมาก

Photo by Cole SCHROEDER / Navy Office of Information / AFP