ถอดบทเรียนบาหลี โควิดถล่มเละหลังเปิดเกาะเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632555

วันที่ 09 ก.ย. 2563 เวลา 16:10 น.ถอดบทเรียนบาหลี โควิดถล่มเละหลังเปิดเกาะเที่ยวไทยจ่อเดินหน้า travel bubble ขณะที่ท่องเที่ยวบาหลีปิดยาวยันสิ้นปี

ขณะที่ไทยเดินหน้าทำ travel bubble ร่วมกับประเทศอื่น ๆ เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากที่ซบเซามานาน แม้ว่าจะมีเสียงสนับสนุนจากบรรดาผู้ประกอบการที่ต้องการให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย เนื่องจากมองว่าต่างชาติมีกำลังซื้อมากกว่าซึ่งจะสามารถฟื้นฟูธุรกิจการท่องเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดี

แต่ก็มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วย และหวาดระแวงกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังทำการเปิดประเทศท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงเป็นที่น่ากังวล

เช่นเดียวกับอินโดนีเซียก่อนหน้านี้ที่ต้องการจะฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศจนเกิดการระบาดของโควิด-19ครั้งใหญ่ โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อในบาหลีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากทำการเปิดเกาะต้อนรับนักท่องเที่ยวในประเทศไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ส่งผลให้แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสู่เกาะบาหลีที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 กันยายน ต้องถูกระงับไปจนถึงสิ้นปี 2563 ตามมติของรัฐบาลอินโดนีเซีย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศยังคงน่าเป็นห่วง

โดยขณะนี้อินโดนีเซียมีจำนวนผู้ติดเชื้อรวม 200,035 ราย และเสียชีวิตถึง 8,230 ราย ซึ่งมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในบาหลีมีผู้ติดเชื้อไปแล้วถึง 6,549 ราย ทั้งที่ก่อนหน้านี้บาหลีเป็นเมืองที่ควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด

โดยบาหลียังไม่มีการระบุวันที่แน่นอนว่าจะสามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวบาหลีได้อีกครั้งเมื่อไร เนื่องจากสถานการณ์ในอินโดนีเซียยังไม่เอื้อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในอินโดนีเซียรวมถึงบาหลีด้วย หากแต่ต้องประเมินสถานการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ของอินโดนีเซีย เนื่องจากบาหลีเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้แก่ชาวบาหลีอย่างมากเกี่ยวกับผลกระทบต่อประชาชนบนเกาะที่ต้องพึ่งพารายได้หลังจากการท่องเที่ยว

หลายคนมองว่ากรณีที่เกิดขึ้นในบาหลีนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้แก่นานาประเทศในการเปิดพรมแดน รวมถึงประเทศไทยเช่นกัน

Photo by SONNY TUMBELAKA / AFP

อากาศวิปริต จากร้อนจัดกลายเป็นหิมะตกในวันเดียว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632550

วันที่ 09 ก.ย. 2563 เวลา 14:06 น.อากาศวิปริต จากร้อนจัดกลายเป็นหิมะตกในวันเดียวอากาศแปลกๆ ที่รัฐโคโลราโดเปลี่ยนจากแสงอาทิตย์ร้อนจัดเป็นอากาศหนาวราวกับขั้วโลกใน 24 ชั่วโมง

ชาวรัฐโคโลราโดต้องพากันทิ้งโลชั่นกันแดดหันมาสวมถุงมือและรองเท้าบู๊ตที่อบอุ่นหลังเกิดสภาพอากาศผันแปรอย่างฉับพลันโดยเปลี่ยนจากอากาศที่ร้อนจัดในช่วงฤดูร้อนมาเป็นหนาวจัดจนเกิดหิมะตกในเวลาเพียงวันเดียว

ในเมืองหลวงของรัฐคือเมืองเดนเวอร์อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 33 องศเซลเซียสเมื่อช่วงบ่ายวันอังคารตามเวลาประเทศไทย แต่พอถึงเช้าวันพุธตามเวลาประเทศไทย อุณหภูมิลดลงเหลือ 2.2 องศเซลเซียสและอาจเย็นลงอีก

“การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงมาเป็นฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่คืนนี้!” สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติในเมืองโบลเดอร์ทวีตเมื่อวันจันทร์ “เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงจากฤดูร้อนเป็นฤดูหนาว!”

ปรากฎว่าหิมะตกในเช้าวันพุธที่เดนเวอร์ ซึ่งนักพยากรณ์อากาศกล่าวว่าสาเหตุที่ทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างกะทันหันที่สุดในโคโลราโดในช่วงเวลาสั้นๆ เกิดจากมวลอากาศเย็นที่พุ่งเข้ามาจากแคนาดา และอากาศหนาวจัดเกิดขึ้นเพียงสามวันหลังจากอุณหภูมิในเดนเวอร์แตะระดับ 37.2 องศเซลเซียส

Photo by Eli IMADALI / AFP

อาเซียนกังวลจีน-สหรัฐบีบภูมิภาคนี้เลือกข้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632542

วันที่ 09 ก.ย. 2563 เวลา 12:05 น.อาเซียนกังวลจีน-สหรัฐบีบภูมิภาคนี้เลือกข้างเปิดม่านการประชุมที่จะกำหนดจุดยืนของอาเ้ซียนในช่วงเวลาที่มหาอำนาจกำลังบีบให้ภูมิภาคนี้เลือกข้าง

รัฐมนตรีต่างประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาค ในวันที่ 9 กันยายน โดยคาดว่าทางกลุ่มจะแสวงหาความร่วมมือเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามระดับโลกและพยายามที่จะยุติการแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐที่พยายามแย่งชิงอิทธิพล

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นผ่านระบบออนไลน์โดยมีเวียดนามเป็นเจ้าภาพ นอกจากสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศแล้ว ยังมีรัสเซีย, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลียฐ เกาหลีใต้และอินเดียเป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมงาน ซึ่งจะรวมถึงการประชุมด้านความมั่นคง 27 ประเทศ หรือ ASEAN Regional Forum

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่างวถึงคือความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจจนทำให้ประเทศเล็กๆ ถูกลูกหลงไปด้วย

“ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐกิจในภูมิภาครวมทั้งทะเลจีนใต้กำลังเผชิญกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อสันติภาพและเสถียรภาพ” นายกรัฐมนตรีเหงียนซวนฟุกแห่งเวียดนามกล่าวในสุนทรพจน์เปิดการประชุมสุดยอด

ด้าน ฝ่ามบิ่งมิญ รัฐมนตรีต่างประเทศของเวียดนามกล่าวในการกล่าวเปิดงานว่าบทบาทของกฎหมายระหว่างประเทศและสถาบันระดับพหุภาคีกำลังถูก “ท้าทายอย่างมาก”

เรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียเตือนสหรัฐและจีนไม่ให้เข้ามาดึงชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ทางภูมิรัฐศาสตร์

“เราไม่ต้องการติดกับดักโดยการแข่งขันนี้” เร็ตโนกล่าวกับรอยเตอร์ก่อนการประชุม ASEAN Regional Forum ซึ่งจะประชุมในวันที่ 12 ก.ย.

เรตโนกล่าวว่าอาเซียนไม่ต้องการเข้าข้างใดข้างหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็บอกว่าการเพิ่มกำลังทหารในทะเลจีนใต้เป็นเรื่องที่ “น่าเป็นห่วง”

คอลลิน โกะ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของสถาบัน S. Rajaratnam School of International Studies ในสิงคโปร์กล่าวว่า อาเซียนไม่มีความปรารถนาที่จะเข้าข้างหรือถูกมองว่าทำเช่นนั้น

ตรงกันข้ามอาเซียนจะหารือกับจีนแทน เกี่ยวกับความคืบหน้าของหลักปฏิบัติทางทะเล (maritime conduct) สำหรับใช้น่านน้ำทะเลจีนใต้ร่วมกันที่ล่าช้ามานาน และการพัฒนาและการเข้าถึงวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด -19

ส่วนการพูดคุยระหว่างอาเซียนกับสหรัฐ จะมีการเรียกร้องให้เกิดการยับยั้งการเสริมกำลังทางทหารและขอให้มีการลงทุนที่มากขึ้นจากภาคธุรกิจจากสหรัฐในอาเซียน ซึ่งวิธีดการของอาเซียนทั้ง 2 แนวทางนั้นมีจุดประสงค์เพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างจีนกับสหรัฐนั่นเอง

AFP PHOTO / STR / China OUT

บริษัทยาอังกฤษระงับทดลองวัคซีนโควิด หลังพบผู้ร่วมทดสอบป่วยไม่รู้สาเหตุ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632529

วันที่ 09 ก.ย. 2563 เวลา 10:06 น.บริษัทยาอังกฤษระงับทดลองวัคซีนโควิด หลังพบผู้ร่วมทดสอบป่วยไม่รู้สาเหตุ“แอสตร้าเซนเนก้า” ผู้ผลิตยารายใหญ่ของอังกฤษ ประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบผู้เข้าร่วมทดสอบรายหนึ่งป่วยไม่รู้สาเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ผู้ผลิตยารายใหญ่ของอังกฤษ ได้ออกแถลงการณ์ประกาศระงับการทดลองใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบว่ามีผู้เข้าร่วมทำการทดสอบรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้

“การตัดสินใจระงับการทดลองใช้วัคซีนเกิดขึ้นหลังจากที่มีการทบทวนมาตรฐานของวัคซีนที่ทางบริษัทใช้ในการทดลอง ภายหลังจากผู้เข้าร่วมทำการทดลองรายหนึ่งมีอาการป่วยที่ไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้”แถลงการณ์ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ระบุ

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า การตัดสินใจระงับการทดลองยังมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทีมนักวิจัยมีเวลาในการตรวจสอบข้อมูลด้านความปลอดภัย โดยทางบริษัทจะยังคงรักษาความโปร่งใสและตรงไปตรงมาในการทดลองวัคซีน

รายงานข่าวระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมานั้น วัคซีน AZD1222 ซึ่งแอสตร้าเซนเนก้ากำลังพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดนั้น ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในวัคซีนที่มีความหวังว่าจะนำเข้าสู่ตลาด แต่การที่แอสตร้าเซนเนก้าตัดสินใจระงับการทดลองในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามของทางบริษัทเองและหลายประเทศทั่วโลกที่ต้องการจะควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

เมื่อต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา แอสตร้าเซนเนก้าเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้เริ่มลงทะเบียนชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่จำนวน 30,000 คนสำหรับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เฟส 3 แล้ว

“เมียนมา”พบติดโควิดใหม่อีก99ราย ตายเพิ่ม2 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632524

วันที่ 09 ก.ย. 2563 เวลา 09:13 น."เมียนมา"พบติดโควิดใหม่อีก99ราย ตายเพิ่ม2เมียนมาพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 99 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองย่างกุ้ง ขณะที่ผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย สาเหตุปอดติดเชื้อรุนแรงจากไวรัสโควิด

กระทรวงสาธารณสุขเมียนมารายงานว่า ในรอบ24 ชม.ที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 99 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 1,709 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 10 ราย

ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เป็นชายอายุ 69 ปี และหญิงอายุ 82 ปี ซึ่งมีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน โดยเสียชีวิตจากภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลันและปอดติดเชื้ออย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากโควิด-19 ในช่วงบ่ายของวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมา

กระทรวงสาธารณสุขเมียนมาระบุด้วยว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พบแบ่งเป็น 75 รายอยู่ในเมืองย่างกุ้ง และอีกส่วนหนึ่งพบในเมืองมัณฑะเลย์ รัฐยะไข่ รัฐคะฉิ่น และรัฐมอญ

รายงานข่าวระบุว่า เมียนมาพบผู้ติดเชื้อโควิด 2 รายแรกในวันที่ 23 มี.ค. และจนถึงขณะนี้มีการตรวจหาเชื้อโควิดให้ประชาชนไปแล้ว 179,471 ครั้ง โดยผู้ที่ได้รับการรักษาจนหายดีอยู่ที่ 460 ราย

“แอฟริกาใต้”ประณาม “ทรัมป์” ดูหมิ่น “เนลสัน แมนเดลา” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632520

วันที่ 09 ก.ย. 2563 เวลา 08:03 น."แอฟริกาใต้"ประณาม "ทรัมป์" ดูหมิ่น "เนลสัน แมนเดลา"พรรครัฐบาลของแอฟริกาใต้ประณาม “โดนัลด์ ทรัมป์” หลังดูหมิ่น “เนลสัน แมนเดลา” อดีตประธานาธิบดีผู้ล่วงลับ ชี้หากยังมีชีวิตอยู่คงได้สั่งสอนความเป็นผู้นำให้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา (ANC) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของประเทศแอฟริกาใต้ ได้ประณาม นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ได้ดูหมิ่น นายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีผู้ล่วงลับของแอฟริกาใต้ หลังจากก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ได้เผยแพร่เรื่องราวของนายไมเคิล โคเฮน อดีตทนายความของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งมีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เคยกล่าวคำพูดที่ไม่สุภาพต่ออดีตประธานาธิบดีแมนเดลา พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นผู้นำของนายแมนเดลาด้วย

โฆษกพรรค ANC กล่าวว่า ทรัมป์เป็นคนที่มีแต่ความแตกแยกและเกลียดชัง และหากนายแมนเดลายังมีชีวิตอยู่ เขาคงสั่งสอนเรื่องความเป็นผู้นำให้กับทรัมป์

“ประธานาธิบดีแมนเดลาเชื่อในเรื่องความสัมพันธ์ด้านการค้าและทางการทูตที่ดี รวมทั้งเข้าใจถึงคุณค่าของความเป็นมิตรกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก แสดงให้เห็นว่า ความเป็นผู้นำที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณสร้างศัตรูขึ้นมาได้มากแค่ไหน หากแต่เป็นมิตรภาพที่ได้มา แม้จะจากพื้นที่ที่มีความเห็นต่างกันอย่างสุดขั้วก็ตาม”โฆษกพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา

เมียนมาคุมโควิดไม่อยู่ หรือปิดเมืองเผด็จศึกชนกลุ่มน้อย? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632485

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 21:04 น. เมียนมาคุมโควิดไม่อยู่ หรือปิดเมืองเผด็จศึกชนกลุ่มน้อย?สรุปเหตุการณ์และเผยเงื่อนงำในรัฐยะไข่ จุดที่เกิดการระบาดใหญ่ในเมียนมา แต่ว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือไม่?

1. คนไทยกำลังอยู่กันแบบหวาดผวากับการระบาดที่ประเทศเพื่อนบ้าน ยิ่งผวากันเข้าไปใหญ่เมื่อกระทรวงสาธารณสุขแสดงความกังวลว่าการระบาดของ โควิด-19 อาจจะมาถึงชายแดนไทยในอีก 2 สัปดาห์

2. สถานการณ์ในเมียนมาเริ่มทำให้คนไทยเริ่มกังวล โดยเฉพาะเมื่อเมียนมายืนยันผู้ป่วยโควิด-19 สูงเป็นประวัติการณ์สะสมถึง 1,111 รายในวันพฤหัสบดี รวมถึงผู้ป่วยรายใหม่ 116 ราย โดยรัฐยะไข่พบผู้ติดเชื้อสูงสุดจำนวนเกือบ 500 คน

3. เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2020 มีการล็อกดาวน์รัฐยะไข่ หรือรัฐอาระกัน ซึ่งเป็นรัฐที่มีความขัดแย้งรุนแรงทางเชื้อชาติทั้งชาวท้องถิ่นยะไข่และชาวโรฮิงญา โดยรัฐบาลเมียนมาประกาศเพิ่มพื้นที่ล็อกดาวน์ไปทั่วทั้งรัฐในช่วงดึกของวันพุธ มีการหยุดการเคลื่อนไหวของประชาชนมากกว่าสามล้านคน เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

4. ยะไข่เป็นหนึ่งในรัฐที่ยากจนที่สุดในเมียนมา โดยมีสถานพยาบาลต่ำกว่ามาตรฐานและขาดการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลบางแห่ง นอกจากนี้ยังเป็นถิ่นอาศัยของชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 130,000 คนที่เป็นปัญหาคาราคาซังของเมียนมา และยังมีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น กองทัพปลดแอกอาระกัน (ALA – หยุดยิงแล้ว) กองทัพอาระกัน (AA) และกองทัพปลดแอกโรฮิงญา (ARSA)

5. อย่างไรก็ตามหัวหน้ากองทัพอาระกัน (AA) กล่าวหารัฐบาลเมียนมาว่าใช้ประโยชน์จากกรณีการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส เพื่อขยายขอบเขตปฏิบัติการทางทหาร และจำกัดการเดินทางในรัฐยะไข่ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น โดยมีคำสั่งให้หัวหน้าครอบครัวเท่านั้นที่ออกจากเคหสถานได้เพื่อหาซื้อสิ่งของจำเป็น 

6. พลตรีตะวัน มรัต ไนง์ โญ ตะวัน ออง แห่งกองทัพอาระกัน (AA) กล่าวว่ารัฐบาลมียนมาที่ได้ใช้ประโยชน์จากวิกฤตโควิด-19 เพื่อเพิ่มกำลังทหารให้มากขึ้นในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง และพลเรือนกำลังถูกควบคุมตัวโดยพลการ ถูกทรมาน และสังหารท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 

7. กองกำลังทหารพม่าและกลุ่ม AA ต่อสู้กันมายาวนานถึง 21 เดือนแล้วในรัฐยะไข่ ซึ่งกองกำลังกบฏกำลังต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวยะไข่ ในขณะที่รัฐบาลเมียนมาตีตราว่ากลุ่ม AA เป็นกลุ่มที่ผิดกฎหมายและเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้าย นอกจากนี้นัฐบาลยังตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ความขัดแย้ง 9 เมืองตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เพิ่งจะปล่อยให้มีสัญญาณ 2G ใช้เมื่อต้นเดือนสิงหาคม

8. พลตรีตะวัน มรัต ไนง์ โญ ตะวัน ออง กล่าวว่า “เรายอมรับ (การล็อคดาวน์) ได้หากมีสาเหตุเพราะการระบาดของโรคโควิด-19 แต่กองทัพเมียนมาได้เคลื่อนกำลังทหารจำนวนมหาศาลทั้งเครื่องบินรบและเรือรบ” โดยกองทัพทหารเมียนมากว่า 600 นายเข้าสู่รัฐยะไข่ในวันพุธผ่านเทือกเขาอาระกัน

9. เขายังตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงกลางเดือนสิงหาคมชาวบ้านหลายคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการยิงปืนใหญ่โดยทหารเมียนมาร์ในเขตเมืองยะเตต่อง ขณะที่คนอื่น ๆ ถูกยิงในเขตเมืองเจาตอ และเมืองปุณณาจูน

10. กลุ่ม AA และกองทัพชาติพันธุ์อื่น ๆ อีก 2 กลุ่ม ได้แก่ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอั้ง (TNLA) และกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมาร์ (MNDAA) ประกาศตั้งพันธมิตรภรารดรภาพ (Brotherhood Alliance) และกล่าวเมื่อวันที่ 2 กันยายนว่าพวกเขาจะหยุดยิงชั่วคราวจนถึงเดือนพฤศจิกายนเพื่อสนับสนุนการสร้างสันติภาพและเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไป

11. ทว่า ณ วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2563 การรุกของกองทัพพม่าในรัฐอาระกันตอนเหนือยังคงปฏิบัติการทางการทหารต่อไปแถมยังรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมอีกในพื้นที่เคลื่อนไหวของ AA แม้ว่ากลุ่มพันธมิตรชนกลุ่มน้อยจะประกาศหยุดยิงเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งก็ตาม

12. นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตว่ากองกำลังเมียนมาได้ดำเนินการหยุดยิงชั่วคราวในพื้นที่อื่นๆ แต่กลับไม่รวมรัฐยะไข่เข้าไปด้วย ทำให้น่าสงสัยในเจตนาว่าเหตุใดกองทัพเมียนมาจึงไม่หยุดปฏิบัติในยะไข่ ทั้งๆ ที่ยอมหยุดยิงที่อื่น และยะไข่เองก็ยังมีปัญหาการระบาดของโควิด-19 อย่างหนักอีกด้วย 

Photo by AFP

“TikTok” ประกาศร่วมต่อต้าน “Hate Speech” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632514

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 20:01 น."TikTok" ประกาศร่วมต่อต้าน "Hate Speech"“TikTok” แอพพลิเคชั่นวิดีโอสั้นยอดฮิตประกาศปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณว่าด้วยการต่อต้านคำพูดสร้างความเกลียดชังของยุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ติ๊กต็อก (TikTok) แอพพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดนิยมของจีน ได้ประกาศที่จะปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณว่าด้วยการต่อต้านคำพูดสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) ของยุโรป

เวรา จูโรวา รองประธานคณะกรรมาธิการด้านค่านิยมและความโปร่งใสของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่า การได้ติ๊กต็อกเข้ามาร่วมกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกอย่าง เฟซบุ๊ก ไมโครซอฟท์ ทวิตเตอร์ ยูทูบ และสแนปแชทอยู่นั้น ถือเป็นก้าวที่สำคัญ รวมทั้งคาดว่า ติ๊กต็อกจะไม่เพียงปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณเท่านั้น แต่ยังต้องเคารพกฎหมายยุโรปอย่างเต็มที่เมื่อดำเนินธุรกิจในยุโรปด้วย

ขณะที่ คอร์แม็ค คีแนน หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของติ๊กต็อก ประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา กล่าวว่า “เป้าหมายสูงสุดของ[ibKymคือการกำจัดความเกลียดชังบนติ๊กต็อก ซึ่งเราตระหนักดีว่าสิ่งนี้อาจดูเหมือนเป็นความท้าทายที่ยากลำบาก เนื่องจากโลกกำลังเปลี่ยนขั้วอำนาจมากขึ้น แต่เราเชื่อว่าสิ่งนี้ไม่ควรหยุดยั้งความพยายามของเรา

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้กำหนดแนวปฏิบัติทางจรรยาบรรณเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 โดยให้บริษัทเทคโนโลยีร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมและหน่วยงานสาธารณะเพื่อกำจัดคำพูดที่สร้างความเกลียดชังทางออนไลน์

เงินหยวนจะเป็นสกุลเงินอันดับ3ของโลกในอีกสิบปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632461

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 19:06 น.เงินหยวนจะเป็นสกุลเงินอันดับ3ของโลกในอีกสิบปีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนจะบีบให้จีนต้องหันมาใช้เงินหยวนมากขึ้นพร้อมๆ กับที่นักลงทุนแห่เข้าตลาดจีนที่เสรีขึ้น

นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley เปิดเผยว่า ภายในปี 2030 เงินหยวนของจีนจะกลายเป็นสกุลเงินที่ทรงอิทธิพลที่สุดอันดับที่ 3 ของโลก รองจากเงินเหรียญสหรัฐและเงินยูโร เนื่องจากจีนเปิดตลาดการเงินกว้างขึ้นและยังลดการพึ่งพาเงินเหรียญสหรัฐลงอย่างต่อเนื่อง

รายงานที่เปิดเผยผ่าน SCMP เผยว่าเงินหยวนอาจมีสัดส่วนระหว่าง 5% – 10% ของสินทรัพย์สำรองอัตราแลกเปลี่ยนทั่วโลกภายในปี 2030 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 2.02% ตามรายงานโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2020

หากเงินหยวนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นขนาดนั้นตามคาดการณ์ ก็จะมีอิทธิพลสูงกว่าเงินเยนของญี่ปุ่นและปอนด์อังกฤษ ทำให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดเป็นอันดับสามรองจากเงินเหรียญสหรัฐและยูโร

Morgan Stanley ยังคาดว่านักลงทุนทั่วโลกจะแห่กันไปซื้อสินทรัพย์ทางการเงินที่อิงกับสกุลเงินหยวนและมูลค่าการลงทุนในพอร์ตโฟลิโออาจสูงถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐจะผลักดันให้จีนต้องหันมาใช้เงินหยวนในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศมากขึ้น ดังที่ก่อนหน้าหน้าโพสต์ทูเดย์รายงานว่ารัสเซียกับจีนหันมาลดการใช้เงินเหรียญสหรัฐในการทำธุรกรรม

AFP PHOTO / FRED DUFOUR

สีจิ้นผิงลั่น จีนผ่านบททดสอบสู้โควิดสำเร็จ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632481

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 17:09 น.สีจิ้นผิงลั่น จีนผ่านบททดสอบสู้โควิดสำเร็จประธานาธิบดีจีนมอบเหรียญเกียรติยศให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ในสมรภูมิสงครามประชาชนสู้โควิด

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงกล่าวในวันอังคารในพิธีมอบรางวัลนักรบชุดขาวที่ช่วยให้ประเทศจีนสามารถควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้สำเร็จ

สีจิ้นผิงมอบเหรียญทองเกียรติยศเพื่อเชิดชูเกียรติให้กับ “ฮีโร่” สี่คนจากวงการแพทย์โดยมีสักขีพยานเป็นผู้แทนทางการเมืองหลายร้อยคน ที่มหาศาลาประชาชนที่กรุงปักกิ่ง

ผู้ได้รับรางวัลทั้ง 4 คน หนึ่งในนั้นคือ จงหนานซานวัย 83 ปีซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ ซึ่งเป็นนักรบชุดขาวคนสำคัญของจีนในต่อสู้กับโรคระบาด ในการนี้สีจิ้นผิงได้มีสุนทรพจน์ประกาศความสำเร็จด้วย

“เราได้ผ่านการทดสอบที่ไม่ธรรมดาและสร้างประวัติศาสตร์” สีจิ้นผิง กล่าวพร้อมกับยกย่องประเทศจีนที่ “ต่อสู้อย่างกล้าหาญ” กับโรคร้าย

“เราประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในช่วงแรกในการทำสงครามประชาชนต่อต้านโควิด -19 เราเป็นผู้นำโลกในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและต่อสู้กับโควิด -19”

จีนถูกนานาชาติเพ่งเล็งจากทั่วโลกเกี่ยวกับการตอบสนองต่อการระบาดของไวรัส โดยสหรัฐและออสเตรเลียเป็นประเทศแกนนำที่กล่าวหารัฐบาลจีนว่าปกปิดต้นกำเนิดและรพดับความรุนแรงของไวรัส

ทั้งนี้ นายแพทย์จงหนานซานกล่าวว่า “เราจะจับมือกับ … บุคลากรทางการแพทย์ของโลกเพื่อต่อสู้ต่อกับการสืบหาต้นกำเนิดของไวรัสต่อไป”

ที่ผ่านมารัฐบาลจีนยืนยันแหล่งที่มาของไวรัสว่าพบครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่นเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าไวรัสมาจากที่ไหน

Photo by NICOLAS ASFOURI / AFP