แพทย์สหรัฐเตือน “เดือนธ.ค.” อากาศหนาวอาจทำโควิดระบาดหนัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632482

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 15:18 น.แพทย์สหรัฐเตือน "เดือนธ.ค." อากาศหนาวอาจทำโควิดระบาดหนักแพทย์สหรัฐเตือนเดือนธันวาคมปีนี้อาจกลายเป็น “เดือนมรณะ” ที่มีผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง เนื่องจากเป็นฤดูหนาวทำให้ไวรัสแพร่กระจายได้ดี แนะควรป้องกันเข้มทั้ง สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม

สถาบัน Institute for Health Metrics and Evaluation (IHME) ของ วิทยาลัยการแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้คาดการณ์ว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะทำให้ “เดือนธันวาคม” กลายเป็น “เดือนมรณะ” หรือที่เรียกว่า “Deadly December” เนื่องจากซีกโลกเหนือจะเข้าสู่ฤดูหนาว ส่งผลให้เชื้อไวรัสโควิดแพร่กระจายได้เป็นอย่างดี

ดร.คริสโตเฟอร์ เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการสถาบัน IHME เปิดเผยว่า ไวรัสโควิด-19 จะแพร่กระจายได้ดีในสภาพอากาศหนาวเย็น เหมือนกับโรคปอดบวม เป็นเหตุให้เดือนธ.ค. เป็นเดือนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสวมหน้ากากอนามัย การรักษาระยะห่างทางสังคม และจำกัดการรวมตัวพบปะสังสรรค์ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยยับยั้งการระบาดของไวรัส

ดร.เมอร์เรย์ ยังเตือนไม่ให้ใช้ยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า “ภูมิคุ้มกันหมู่” (herd immunity) ซึ่งหมายถึงภูมิคุ้มกันต่อไวรัสในกลุ่มประชาชนที่เกิดขึ้นหลังจากประชากรจำนวนมากติดเชื้อและหายจากโรคแล้ว เนื่องจากเป็นการปล่อยให้ผู้คนจำนวนมากตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตทั้งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้

สำหรับตัวเลขคาดการณ์ยอดผู้เสียชีวิตนั้น จากข้อสันนิษฐานว่า ประชาชนป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยและมาตรการรับมืออื่น ๆ ยังคงเป็นเหมือนเดิม คาดว่าจะมียอดผู้เสียชีวิตโดยรวมอยู่ที่ราว 2.8 ล้านคน ณ วันที่ 1 ม.ค. 2564

ขณะที่ 10 ประเทศที่คาดว่าจะมียอดผู้เสียชีวิตรวมสูงสุด ณ วันที่ 1 ม.ค. 2564 ได้แก่ อินเดีย สหรัฐ บราซิล เม็กซิโก ญี่ปุ่น รัสเซีย ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สเปน และฟิลิปปินส์

ฮ่องกงชู 3 นิ้ว ถือป้ายหนุนประท้วงในไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632475

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 15:07 น.ฮ่องกงชู 3 นิ้ว ถือป้ายหนุนประท้วงในไทยพันธมิตรชานมแสดงพลัง ฮ่องกงประท้วงในบ้านตัวเองแต่ก็ยังอุตส่าห์หนุนประท้วงไทย

เว็บไซต์ข่าวฮ่องกงเผยภาพการกลุ่มผู้ชุมนุมออกมาประท้วงตามท้องถนน เพื่อต่อต้านการเลื่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง ในวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา หลังนางแคร์รี หลั่ม ผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกงประกาศเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ให้เลื่อนการเลือกตั้งไปอีก 1 ปี โดยอ้างเหตุผลของสถานการณ์ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 21 ราย รวมสะสม 4,879 ราย

ส่งผลให้ชาวฮ่องกงเกิดความไม่พอใจเนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงมองว่าการเลื่อนการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นเพราะรัฐบาลฮ่องกงเกรงว่าฝ่ายค้านจะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นในสภา เพราะขณะนี้ฝ่ายค้านได้ครองเสียงข้างมากด้วยแรงสนับสนุนจากประชาชนที่ไม่พอใจในกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงเสรีภาพของชาวฮ่องกงที่ถูกลิดรอนจากอิทธิพลของจีนที่เข้าครอบงำ

HKUST Radio News Reporting Team ปรากฏภาพผู้ชุมนุมชู 3 นิ้ว และป้ายภาษาอังกฤษที่มีความหมายว่า “ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ยืนเคียงข้างฮ่องกง ไทย และเบลารุส”

ทั้งนี้ผู้ประท้วงทั้งในไทย ไต้หวัน และฮ่องกงประกาศตัวเป็นพันธมิตรกันผ่าน #Milkteaalliance หรือ #ชานมข้นกว่าเลือด ซึ่งในระยะหลังกลายเป็นการแสดงจุดยืนร่วมกันเรื่องต่อต้านเผด็จการและเรียกร้องประชาธิปไตย

นอกจากนี้ยังมีภาพผู้ชุมนุมพร้อมใจกันชู 6 นิ้ว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้อง 5 ข้อ และจะไม่ยอมผ่อนปรนแม้แต่ข้อเดียว จะเห็นได้ว่าการประท้วงในฮ่องกงมีการใช้สัญลักษณ์ใกล้เคียงกับประเทศไทยแต่ในระยะหลังการชุมนุมที่ฮ่องกงถูกปราบปราบอย่างรุนแรงมากขึ้น ซึ่งในไทยยังไม่มีความรุนแรงเทียบเท่ากับฮ่องกง

มู่หลานโดนแบนอีกแล้ว เหตุขอบคุณซินเจียง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632456

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 13:08 น.มู่หลานโดนแบนอีกแล้ว เหตุขอบคุณซินเจียงแม้ว่าจะโดนแบนไปถึง 2 รอบแต่รายได้ในไทยกลับสวนทาง และรายได้ในระดับโลกก็ค่อนข้างดี

ก่อนหน้านี้ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง “มู่หลาน” (Mulan) ของค่ายดิสนีย์ ถูกคว่ำบาตรในหลายประเทศ จนเกิด #boycottmulan โดยมีสาเหตุมาจากการที่ “หลิวอี้เฟย” นักแสดงนำหญิงที่รับบทมู่หลานเคยแสดงความเห็นสนับสนุนตำรวจฮ่องกงในการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปีที่แล้ว

แต่มู่หลานกำลังเจอศึกหนักอีกครั้งเมื่อพบว่าในเครดิตตอนจบของเรื่อง ทีมงานได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานของรัฐหลายแห่งในเขตปกครองตนเองซินเจียงรวมถึงหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะในเขตทูหลูฟาน และ”ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของตณะกรรมการภูมิภาคพรรคคอมมิวนิสต์ เขตปกครองตนเองซินเจียง อุยกูร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานความมั่นคงของรัฐบาลในมณฑลซินเจียง

สาเหตุเพราะรัฐบาลซินเจียงถูกกล่าวหาว่าควบคุมตัวชาวอุยกูร์ซึ่งเป็นชาวมุสลิมถึง 1 ล้านคน ทำให้จีนถูกโจมตีจากนานาประเทศว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทำให้ตอนนี้มู่หลานถูกโจมตีว่าสนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งในฮ่องกงและซินเจียง

BBC รายงานว่า ขณะนี้ดิสนีย์ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้สถานที่ถ่ายทำและเครดิตดังกล่าว ในขณะที่รัฐบาลจีนกล่าวว่าค่ายกักกันหรือค่ายปรับปรุงตัวในซินเจียงมีความจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงในภูมิภาคเท่านั้น

แต่ก็ดูเหมือนกระแสดังกล่าวจะทำอะไรหนังเรื่องนี้ไม่ได้เลย เมื่อ “มู่หลาน” สามารถเก็บรายได้จากการฉายรอบแรกเฉพาะในเขตกรุงเทพและปริมณฑลไปถึง 2 ล้านบาทซึ่งถือเป็นรายได้ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่บ้านเราเปิดให้มีการเข้าชมภาพยนตร์ได้หลังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาการเข้าฉายในตลาดต่างประเทศทำรายได้ไปได้ถึง 5.9 ล้านเหรียญ เฉพาะในไทยกวาดรายได้ไปถึง 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ 

นอกจากนี้ #boycottmulan ที่เคยเป็นกระแสจนขึ้นอันดับ 1 บนทวิตเตอร์ก็ไม่ได้ติดอันดับ Trending ที่ถูกพูดถึงอีกแล้ว

Photo by FREDERIC J. BROWN / AFP

ดับฝันอาเซียน ท่องเที่ยวสะดุดเพราะโควิดบุกอีก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632445

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 11:02 น.ดับฝันอาเซียน ท่องเที่ยวสะดุดเพราะโควิดบุกอีกกรณีการติดเชื้อไวรัสระลอกใหม่ทำให้ความหวังในการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องดับวูบลง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของกรณีการติดเชื้อโคโรนาไวรัสในเกาะบาหลีของอินโดนีเซียและผู้ติดเชื้อรายแรกของไทยในรอบ 100 วัน ส่งผลต่อความหวังของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญ

แผนการเปิดเกาะบาหลีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกครั้งในเดือนกันยายนถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดในขณะที่ข้อเสนอของไทยในการเปิดเกาะภูเก็ตอย่างระมัดระวังก็ถูกตั้งคำถามอย่างมากถึงความเป็นไปได้

เช่นเดียวกับการพยายามส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังพิจารณาทำ “ฟองสบู่” หรือ Travel bubble ร่วมกับประเทศอื่น ๆ เพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหลังจากซบเซามานาน เรื่องนี้ก็ถูกตั้งคำถามเช่นกันว่าจะเป็นไปได้หรือไม่

ในช่วงแรกบาหลีดูเหมือนจะรับมือกับวิกฤตได้ดีกว่าส่วนอื่นๆ ของอินโดนีเซียซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่กรณีติดเชื้อในบาหลีได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวในประเทศเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม

“การท่องเที่ยวภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยในบาหลีเพิ่มขึ้น” ดร. ปันดู ริโอโน นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยอินโดนีเซียกล่าว

ในขณะที่เกตุต สุอาร์จายาหัวหน้าหน่วยงานด้านสาธารณสุขของบาหลีกล่าวว่าไม่ควรตำหนินักท่องเที่ยวในประเทศว่าเป็นเหตุให้กรณีติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่คนอื่นๆ กลับมองว่าประสบการณ์ของบาหลีเป็นการเตือนถึงอันตรายของการเปิดพรมแดนอีกครั้งอย่างเร็วเกินไป

นักระบาดวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่าการเดินทางมาของนักท่องเที่ยวในบาหลีไม่เพียงแต่ทำให้มีโอกาสที่บาหลีจะติดเชื้อจากส่วนอื่นๆ ของอินโดนีเซียมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงข้อบกพร่องของอินโดนีเซียในการจัดการกับการระบาดของโรค โดยเฉพาะขาดการตรวจเชื้อและการติดตามการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขยังกล่าวอีกว่าปัจจัยที่เป็นไปได้อีกประการหนึ่งที่ทำให้บาลีระบาดหนักคือการมาถึงของเชื้อกลายพันธุ์ของไวรัสที่เรียกว่า D614G

บาหลีมีรายงานผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส 196 รายในวันศุกร์ที่ผ่านมาซึ่งทำลายสถิติสูงสุดเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าโดยเฉลี่ยเทียบกับช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมาในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็น 116 รายในช่วงเวลาดังกล่าว

เศรษฐกิจของอินโดนีเซียรายไตรมาสหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองทศวรรษในช่วงไตรมาสที่สอง โดยเศรษฐกิจของบาหลีหดตัวมากกว่าส่วนอื่นๆ ของประเทศเกือบถึง 11%

ประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคิดเป็นกว่า 11% ของ GDP เมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ได้รับผลกระทบหนักยิ่งขึ้นจากการล่มสลายของการท่องเที่ย วแม้ว่าจะจัดการกับโรคระบาดได้ดีขึ้นก็ตาม และเศรษฐกิจยังหดตัวมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินในเอเชียในไตรมาสที่สอง

ประเทศไทยระงับแผนการทำข้อตกลง Travel bubble กับบางประเทศในเดือนสิงหาคมเนื่องจากผู้ติดเชื้อโคโรนารายวันรายใหม่เพิ่มขึ้นในบางส่วนของเอเชีย

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าการเปิดภูเก็ตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างระมัดระวังมีแนวโน้มที่จะล่าช้าออกไปจนกว่าจะถึงวันที่ 1 ตุลาคม

นายยุทธศักดิ์กล่าวกับรอยเตอร์ว่าเขาหวังว่าโครงการนี้จะสามารถทำได้ทันเมื่อถึงช่วงฤดูหนาวของยุโรปซึ่งเป็นช่วงไฮซีวั่นของการท่องเที่ยวของไทย

การท่องเที่ยวในท้องถิ่นของเวียดนามกลับมาเปิดอีกครั้งหลังจากที่สามารถกำจัดไวรัสได้แล้วในตอนแรกก็เกิดความสั่นคลอนเมื่อมีการค้นพบการระบาดใหม่ในเมืองดานัง เมืองตากอากาศของประเทศในเดือนกรกฎาคม ทำให้ทางการต้องล็อคดาวน์อย่างเข้มงวดซึ่งเพิ่งยกเลิกในวันจันทร์ที่ผ่านมา

Photo by Nhac NGUYEN / AFP

“ทรัมป์”ลั่นดันวัคซีนต้านโควิดออกสู่ตลาดภายในต.ค.นี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632432

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 09:53 น."ทรัมป์"ลั่นดันวัคซีนต้านโควิดออกสู่ตลาดภายในต.ค.นี้“โดนัลด์ ทรัมป์” เผยสหรัฐอาจอนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในช่วงเดือนต.ค.นี้ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกังวลคนอาจไม่เต็มใจฉีดเพราะเป็นวัคซีนหาเสียง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 7 ก.ย.63 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ ว่า สหรัฐอาจอนุมัติวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในเดือนต.ค.นี้ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย.63

ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ยืนยันว่า “วัคซีนจะมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพอย่างมาก และจะมีการวางจำหน่ายในไม่ช้านี้”

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขและนักวิทยาศาสตร์หลายคนได้แสดงความกังวลว่าสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) กำลังเผชิญแรงกดดันจากทำเนียบขาว ให้ทำการอนุมัติวัคซีนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย.63

ขณะที่ชาวอเมริกันอาจไม่เต็มใจที่จะฉีดวัคซีนหากเชื่อว่า วัคซีนถูกเร่งเข้าสู่ตลาดจากการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

ทั้งนี้ สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดในโลก โดยมีผู้ติดเชื้อจำนวน 6,276,421 ราย และผู้เสียชีวิตจำนวน 188,941 ราย

“WHO”เตือนทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือโควิดระบาดรอบใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632427

วันที่ 08 ก.ย. 2563 เวลา 08:59 น."WHO"เตือนทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือโควิดระบาดรอบใหม่ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก เตือนทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือการระบาดของโควิดรอบใหม่ แนะเพิ่มการลงทุนด้านสาธารณสุข คาดการใช้วัคซีนในวงกว้างอาจต้องรอถึงกลางปี64

นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาเตือนให้ประเทศต่างๆทั่วโลกเตรียมความพร้อมสำหรับการแพร่ระบาดรอบใหม่ของไวรัสโควิด-19 พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ลงทุนด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้นเพื่อรับมือ

“สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่ใช่การแพร่ระบาดครั้งสุดท้าย เพราะประวัติศาสตร์สอนเราว่า การแพร่ระบาดเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แต่เมื่อการแพร่ระบาดครั้งใหม่เกิดขึ้น ทั่วโลกจะเตรียมตัวให้พร้อม และต้องเป็นความพร้อมที่ดีกว่าในปัจจุบัน”ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่กรุงเจนีวา

รายงานข่าวระบุว่า องค์การอนามัยโลก คาดการณ์ว่า การใช้วัคซีนโควิด-19 ในวงกว้างอาจต้องรอไปจนถึงกลางปี 2564 พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนอย่างเข้มงวด

ด้าน มาร์กาเรต แฮร์ริส โฆษกองค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนในการทดลองทางคลินิกตัวใดที่แสดง “สัญญาณชัดเจน” ว่ามีประสิทธิภาพในระดับอย่างน้อย 50% อย่างที่ WHO มุ่งหวังไว้

“การทดลองวัคซีนในระยะที่ 3 ในมนุษย์จำนวนมาก ต้องใช้เวลานานขึ้น เพราะเราต้องการที่จะดูว่าวัคซีนสามารถป้องกันได้อย่างไร รวมถึงดูว่าวัคซีนปลอดภัยหรือไม่”โฆษกองค์การอนามัยโลกกล่าว

อินเดียแซงบราซิล มีผู้ติดเชื้อโควิดมากเป็นอันดับ2โลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632414

วันที่ 07 ก.ย. 2563 เวลา 20:19 น.อินเดียแซงบราซิล มีผู้ติดเชื้อโควิดมากเป็นอันดับ2โลกอินเดียกลายเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากเป็นอันดับ2 ของโลก แซงหน้าบราซิล หลังยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 4.2 ล้านราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศอินเดียได้กลายเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19มากเป็นอันดับ 2 ของโลก แซงหน้าบราซิลแล้ว หลังจากมียอดผู้ติดเชื้อสะสม เพิ่มขึ้นเป็น 4,204,613 ราย ขณะที่ บราซิลมีจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 4,137,521 ราย

กระทรวงสาธารณสุขอินเดียรายงานว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อินเดียพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 90,802 ราย และพบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มอีก 1,016 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 71,642 ราย

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อินเดียได้เร่งเพิ่มการตรวจหาเชื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุให้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงขึ้นทุกวัน โดยข้อมูลลจากสภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (ICMR) ระบุว่า นับจนถึงวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. อินเดียได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กับประชาชนทั่วประเทศไปแล้ว 49,551,507 ราย และเฉพาะวันอาทิตย์เพียงวันเดียวนั้น มีผู้เข้ารับการตรวจหาเชื้อจำนวน 720,362 ราย

แฉนาโตหันมาซ้อมยิงขีปนาวุธ เตรียมถล่มรัสเซีย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632408

วันที่ 07 ก.ย. 2563 เวลา 18:44 น.แฉนาโตหันมาซ้อมยิงขีปนาวุธ เตรียมถล่มรัสเซียรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่าเขาสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวในเชิงรุกกับรัสเซียมากขึ้นหลายสิบเท่าตัวในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

สำนักข่าว RT ของรัสเซียอ้างคำกล่าวของเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียที่เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในรายการโทรทัศน์แห่งชาติว่า ในเวลานี้กองกำลังทางอากาศของกลุ่มทหารนาโต (NATO) ที่นำโดยสหรัฐไม่เพียงแต่เสริมกำลังคอยเฝ้าระวังตามแนวพรมแดนของรัสเซียเท่านั้น แต่ตอนนี้ยังซ้อมการโจมตีรัสเซียอีกด้วย

ชอยกูกล่าวว่าเขาสังเกตพบว่ามีการเสริมกำลังตามแนวชายแดนรัสเซียและยังมีการซ้อมรบทางอากาศตามแนวชายแดนรัสเซียรวมถึงการป้องกันกาณโจมตีทางอากาศด้วย โดยเมื่อเดือนที่แล้วกิจกรรมในทำนองดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2019

นอกจากนี้เครื่องบินของนาโตยังซ้อมทำการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงขึ้นและยังทำการยิงขีปนาวุธจำลองเพื่อซ้อมยิงเป้าหมายภายในรัสเซียเป็นประจำ

“สิ่งที่น่าตกใจที่สุดก็คือ ก่อนหน้านี้มีแต่เครื่องบินลาดตระเวนเป็นหลักและบินไม่บ่อยนัก แต่ตอนนี้พวกเขาได้เริ่มเที่ยวบินฝึกซ้อมเป็นประจำโดยใช้เครื่องบินจำนวนมากพร้อมๆ กับที่มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธจำลอง” ชอยกูระบุ

RT รายงานว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเครื่องบินของรัสเซียและนาโตเผชิญหน้ากับหลายครั้งในบริเวณใกล้เคียงกับพรมแดนของรัสเซีย ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์เมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ B-52H ของกองทัพอากาศสหรัฐที่สามารถติดตั้งและใช้งานนิวเคลียร์ได้จำนวน 3 ลำได้โฉบเข้าใกล้ชายแดนของรัสเซียผ่านน่านฟ้าของยูเครน แต่ถูกสกัดกั้นโดยเครื่องบินขับไล่ของรัสเซีย 8 ลำและเตือนให้บินห่างจากชายแดน

Photo by Mario GOLDMAN / AFP

ภาพสะเทือนใจ ทหารยิวคุกเข่ากดคอผู้เฒ่าชาวปาเลสไตน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632385

วันที่ 07 ก.ย. 2563 เวลา 16:37 น.ภาพสะเทือนใจ ทหารยิวคุกเข่ากดคอผู้เฒ่าชาวปาเลสไตน์ภาพนี้ทำให้ชาวปาเลสไตน์ไม่พอใจการกระทำของทหารอิสราเอลและเกิดแฮชแท็กประท้วงในโลกโซเชียล

ภาพของทหารอิสราเอลที่ใช้เข่ากดคอผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์ลงกับพื้นทำให้เกิดความไม่พอใจไปทั่ว โดยผู้ประท้วงชื่อไครี ฮานูนซึ่งชายในช่วงอายุ 60 ปีปลายๆ เข้าร่วมในการเดินขบวนเมื่อวันอังคารที่ 1 กันยายนใกล้กับเมืองทุลคาร์มทางตอนเหนือของเวสต์แบงก์ เพื่อต่อต้านการเคลื่อนไหวเพื่อขยายการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลที่อยู่ใกล้เคียง

ในภาพวิดีโอฮานูนดูเหมือนจะไปแตะตัวทหารอิสราเอลก่อน หลังจากนั้นเขาก็ถูกผลักเขาลงไปที่พื้นโดยทหารอิสราเอลใช้เข่ามากดคอเขาแล้วมัดมือด้วยสายรัดพลาสติก

หลังจากนั้นมีการเผยแพร่ภาพตัดต่อของเหตุการณ์ดังกล่าวเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียและช่องโทรทัศน์ของปาเลสไตน์ ทำให้หลายคนโพสต์คลิปพร้อมแฮชแท็ก #PalestinianLivesMatter

ชาวปาเลสไตน์เปรียบเทียบภาพดังกล่าวกับกรณีของจอร์จ ฟลอยด์ ชาวแอฟริกันอเมริกันที่ถูกสังหารโดยตำรวจคุกเข่ากอดคอของเขา

ซาเอ็บ เอรากัต เลขาธิการองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์เขียนบนทวิตเตอร์เกี่ยวกับภาพๆ นี้แล้วประณามอิสราเอลว่ากระทำการก้าวร้าวรุนแรง

กลุ่มขบวนการอิสลามิสต์ฮามาสซึ่งมีอิทธิพลในฉนวนกาซากล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสาเหตุหลักของความตึงเครียดในภูมิภาค

อย่างไรก็ตามกองทัพของอิสราเอลกล่าวว่าภาพดังกล่าวถูกตัดต่อโดยตัดเอาการกระทำรุนแรงของอีกฝ่ายออกไป ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงต่อกองทหาร IDF (อิสราเอล) ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเดการควบคุมตัวชายชรา

กองทัพของอิสราเอลกล่าวว่า ชาวปาเลสไตน์ผู้ก่อเหตุได้ผลักทหารหลายครั้ง และทหารอิสราเอลแสดงความยับยั้งชั่งใจ แต่ถูกชายดังกล่าวทำร้ายพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นอกจากนี้ หลังจากจับกุมชายดังกล่าวแล้วทหารอิสราเอลยังช่วยพยาบาลเขาด้วยซ้ำ

Photo by JAAFAR ASHTIYEH / AFP

แคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉิน ไฟป่าลามยิ่งกว่านรกบนดิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632390

วันที่ 07 ก.ย. 2563 เวลา 14:46 น.แคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉิน ไฟป่าลามยิ่งกว่านรกบนดินผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉินใน 5 เขตเนื่องจากไฟไหม้ป่ารุนแรงไม่หยุด

เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉินใน 5 เขตเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายนตามเวลาท้องถิ่นเนื่องจากไฟป่ายังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้แคลิฟอร์เนียเป็นทะเลเพลิงราวกับนรกบนดิน ล่าสุดยังพบว่าไฟป่าจุดหนึ่งเกิดจากความเลินเล่อของมนุษย์

คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเกิดไฟป่าครีก (แคลิฟอร์เนียจะตั้งชื่อไฟป่าในจุดต่างๆ) ซึ่งเริ่มต้นในคืนวันศุกร์และขยายตัวอย่างรวดเร็วจนเผาผลาญพื้นที่ 45,000 เอเคอร์ ทำให้ต้องให้อพยพประชาชนและปิดถนนในพื้นที่เฟรสโนทางตอนกลางของแคลิฟอร์เนีย

ทางการต้องส่งเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนกว่า 200 คนไปยังที่ปลอดภัยตลอดทั้งคืนหลังจากไฟป่าที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วตัดเส้นทางถนนสายเดียวที่เชื่อมต่อกับอ่างเก็บน้ำแมมมอธพูลซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมในป่าสงวนแห่งชาติเซียร์ราของแคลิฟอร์เนีย

ในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ไฟป่าที่เกิดขึ้นทั่วทั้งรัฐทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 คนและอาคารกว่า 3,300 แห่งถูกทำลาย

ล่าสุด หน่วยดับเพลิงแคลิฟอร์เนียเปิดเผยว่า ไฟป่าเอลโดราโดซึ่งกำลังลุกไหม้ใกล้โอ๊คเกลนในซานเบอร์นาดิโนเคาน์ตี้มีสาเหตุมาจากอุปกรณ์ทำดอกไม้ไฟซึ่งใช้ในงานปาร์ตี้ที่เปิดเผยเพศของทารก ซึ่งเป็นงานที่ชาวอเมริกันจะจัดขึ้นเพื่อประกาศว่าลูกในท้องเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย ซึ่งบางครั้งจะมีการประกาศด้วยดอกไม้ไฟควันสีชมพูหรือสีฟ้าเพื่อบอกเพศด้วยสีควัน

หน่วยดับเพลิงแคลิฟอร์เนียประกาศว่าผู้ที่ทำให้เกิดไฟป่าจากความประมาทหรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมายจะต้องรับผิดตามกฎหมายอาญาและต้องรับผิดชอบความเสียหายเป็นตัวเงิน

Photo by SANDY HUFFAKER / AFP