“มะเร็งปอด” รู้เร็ว…ก็รักษาทัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/631311

วันที่ 24 ส.ค. 2563 เวลา 06:20 น.“มะเร็งปอด” รู้เร็ว...ก็รักษาทันกรมการแพทย์ ชี้สัญญาณเตือนมะเร็งปอด แนะประชาชนตรวจคัดกรอง หากพบระยะเริ่มต้นและรักษาตั้งแต่แรกๆ ช่วยลดความเสี่ยงและการเสียชีวิตลงได้

กรมการแพทย์  โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ  ชี้สัญญาณเตือนมะเร็งปอด ไอเรื้อรัง ไอมีเสมหะปนเลือด หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ มีเสียงหวีด เสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยนไป  เจ็บหน้าอกหรือหัวไหล่ ปอดติดเชื้อบ่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด แนะประชาชนตรวจคัดกรองมะเร็งปอด หากพบระยะเริ่มต้นและเข้ารับการรักษาตั้งแต่แรกๆ ช่วยลดความเสี่ยงและลดการเสียชีวิตลงได้

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เผยโรคมะเร็งเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขของทุกประเทศทั่วโลกสำหรับประเทศไทยโรคมะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับที่ 2 ในเพศชาย และอันดับ 5 ในเพศหญิง

สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก รายงานว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลก 2 ล้านคนต่อปี และเสียชีวิต 1.7 ล้านคนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบคนไทยป่วยเป็นมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นวันละ 42 คน (Cancer in Thailand  Vol. IX 2013-2015) ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคมะเร็งปอด คือ การสูบหรือรับควันบุหรี่ พันธุกรรม และการสัมผัสสารก่อมะเร็ง อาทิ ก๊าซเรดอน แร่ใยหิน รังสี ควันธูป ควันจากท่อไอเสีย และมลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า อาการของมะเร็งปอดที่พบบ่อย ได้แก่ ไอเรื้อรัง ไอมีเสมหะปนเลือด หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ มีเสียงหวีด เสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยนไป  เจ็บหน้าอกหรือหัวไหล่ ปอดติดเชื้อบ่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดที่มีประสิทธิภาพในระดับประเทศแต่มีคำแนะนำให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงในการเกิดมะเร็งปอดเข้ารับการตรวจคัดกรองโดยการเอกซเรย์ปอดเป็นประจำทุกปี

การรักษาในปัจจุบัน ได้แก่ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด  การฉายรังสี และการรักษาโดยให้ยามุ่งเป้าทำลายเซลล์มะเร็ง ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะของโรค  ดังนั้นการตรวจคัดกรองในรายที่เสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งปอดจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถค้นพบผู้ป่วยระยะเริ่มต้นให้ได้เข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและลดการเสียชีวิตลงได้

สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันมะเร็งปอด  คือ “เลิกสูบบุหรี่” เพื่อตัวคุณเอง ครอบครัวและสังคมรอบข้าง หมั่นตรวจร่างกายเป็นประจำ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

ยุโรปทะเลเดือด ตุรกีซ้อมรบอาวุธจริง ขู่กรีซ-นาโต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/631809

วันที่ 30 ส.ค. 2563 เวลา 16:51 น.ยุโรปทะเลเดือด ตุรกีซ้อมรบอาวุธจริง ขู่กรีซ-นาโตอียูเตือนตุรกีอาจเจอมาตรการคว่ำบาตรโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจจากท่าทีก้าวร้าวในครั้งนี้

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาตุรกีประกาศการฝึกซ้อมทางทหารครั้งใหม่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ท่ามกลางการเผชิญหน้าระหว่างตุรกีกับกรีฐ นาโต และสหภาพยุโรป โดยที่กรีซกล่าวหาว่าเครื่องบินไอพ่นของตุรกีรุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำของตน

การเผชิญหน้าครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งยาวนานระหว่างกรีซกับตุรกีในเรื่องสิทธิทางทะเลและแหล่งก๊าซ ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายเผชิญหน้ากันอีกและได้เริ่มการฝึกซ้อมทางทะเลเพื่อแสดงแสนยานุภาพ

ในการซ้อมรบครั้งล่าสุดนั้น ตุรกีระบในข้อความบนเครือข่าย NAVTEX ซึ่งระบบเดินเรือทางทะเลระหว่างประเทศว่าจะดำเนินการ “ซ้อมรบด้วยปืน” ตั้งแต่ที่ 29 สิงหาคมถึงวันที่ 11 กันยายนในเขตนอกเมืองอานามูร์ทางตอนใต้ของตุรกีประชิดทางตอนเหนือของเกาะไซปรัส

ด้วยหน่วยงานป้องกันประเทศของกรีซ HNDS กล่าวว่าเครื่องบินรบของตุรกีได้เข้าสู่เขตข้อมูลการบินเอเธนส์ (FIR) เมื่อวันศุกร์ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบการจราจรทางอากาศของทางการกรีซ

การล่วงล้ำเข้ามาเกิดขึ้นในขณะที่เครื่องบินขับไล่ F-16 ของกรีก 4 ลำกำลังคุ้มกันเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ “Allied Sky” ซึ่งเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐ 6 ลำกำลังทำการบินอยู่เหนือน่านฟ้าชาตินาโต้ 30 ชาติในยุโรปและอเมริกาเหนือในช่วงวันเดียวกันนั้นเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพันธมิตร

HNDS กล่าวว่าการบุกรุกทางอากาศของตุรกีเป็นท่าที “ยั่วยุและต่อต้านพันธมิตร” และเครื่องบินรบก็ไล่ล่าเครื่องบินของตุรกีออกไป

วิกฤตดังกล่าวทำให้สมาชิกของพันธมิตรนาโตแตกแยกและในการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอันของตุรกีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เยนส์ สตอลเทนแบร์ก เลขาธิการนาโตได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการ “เจรจาและการลดระดับการเผชิญหน้า”

นอกจากเรื่องน่านน้ำแล้ว กรีซและตุรกียังมีเรื่องบาดหมางประเด็นสำคัญๆ รวมถึงผู้อพยพจากตะวันออกกลางและโบสถ์คริสเตียนยุคไบแซนไทน์ในนครอิสตันบูลที่ถูกตุรกีเปลี่ยนเป็นมัสยิด ซึ่งกระทบต่อจิตใจชาวคริสต์ออร์ทอดอกซ์ในกรีซ และความตึงเครียดเหนือเกาะไซปรัส

แต่การค้นพบแหล่งสำรองไฮโดรคาร์บอนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกทำให้ความสัมพันธ์ตึงเครียดขึ้นโดยตุรกีปฏิเสธการเรียกร้องจากสหภาพยุโรปและเอเธนส์ให้ยุติการสำรวจพลังงานในน่านน้ำพิพาททันที

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม เรือวิจัยตุรกี Oruc Reis เข้าสู่น่านน้ำกรีซพร้อมกับเรือรบตุรกี ทำให้ความตึงเครียดในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้น

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมากระทรวงกลาโหมของตุรกีกล่าวว่าหนึ่งวันก่อน เครื่องบินขับไล่ของตรุกีสกัดกั้นเครื่องบินกรีซ 6 ลำซึ่งกำลังเข้าใกล้เขตที่เรือวิจัยของตุรกีกำลังปฏิบัติงาน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปเตือนตุรกีว่าอาจเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่รวมถึงมาตรการทางเศรษฐกิจที่เข้มงวด เว้นแต่จะมีความคืบหน้าในการลดความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้น

แต่ตุรกีตอบรับคำเตือนอย่างโกรธเกรี้ยว รองประธานาธิบดีฟูอัต ออกเทย์ แห่งตุรกีกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า “ความจริงที่ว่าสหภาพยุโรปพยายามการเจรจาในด้านหนึ่ง และในขณะเดียวกันการวางแผนทำการอื่นๆ ก็สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความจริงใจ … ตุรกีจะไม่ลังเลที่จะปกป้องผลประโยชน์ของตน”

ยิงกันแล้ว ฝ่ายหนุนทรัมป์ปะทะฝ่ายต่อต้านเหยียดผิว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/631824

วันที่ 30 ส.ค. 2563 เวลา 14:55 น.ยิงกันแล้ว ฝ่ายหนุนทรัมป์ปะทะฝ่ายต่อต้านเหยียดผิวการประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวเผชิญหน้ากับกลุ่มสนับสนุนทรัมป์ที่เคลื่อนพลผ่านมาเข้าในเมืองพอร์ตแลนด์

เกิดเหตุชายคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน เนื่องจากกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จำนวนมากเดินทางด้วยคาราวานรถผ่านตัวเมืองพอร์ตแลนด์ซึ่งมีการประท้วงต่อต้านรัฐาลและการเหยียดผิวทุกคืนติดต่อกันสามเดือนแล้ว

การชุมนุมของกลุ่มสนับสนุนทรัมป์ประกอบไปด้วยคาราวานรถบรรทุกหลายร้อยคันที่เต็มไปด้วยผู้สนับสนุนบนรถเดินทางเข้ามาในเมืองพอร์ตแลนด์ จนกระทั่งผู้สนับสนุนทรัมป์และผู้ต่อต้านทรัมป์ปะทะกันบนท้องถนน โดยมีคนยิงปืนเพนท์บอลจากท้ายของรถกระบะและผู้ประท้วงบนถนนขว้างสิ่งของกลับมาที่พวกเขา

มีผู้ถ่ายคลิปวิดีโอที่อ้างว่าจับภาพการยิงชายเคราะห์ร้ายไว้ได้และถ่ายจากอีกฟากหนึ่งของถนน แสดงให้เห็นกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ ที่ถนนด้านนอกอาคารที่น่าจะโรงจอดรถ จากนั้นเสียงปืนดังสนั่นและชายคนหนึ่งล้มลงบนถนน

ชายที่ถูกยิงเสียชีวิตในเวลาต่อมา และพบว่าเขาสวมหมวกที่มีตรา Patriot Prayer ซึ่งเป็นกลุ่มขวาจัดในพอร์ตแลนด์ที่ปะทะกับผู้ประท้วงต่อต้านทรัมป์ในอดีต

สำนักงานตำรวจพอร์ตแลนด์กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ทราบรายงานการยิงปืนก่อน 21.00 น. (ประมาณ 11.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) และพบเหยื่อถูกกระสุนปืนเข้าที่หน้าอก แลหลังจากนั้นเหยื่อเสียชีวิตแล้ว แต่ไม่ได้รับว่าใครเป็นผู้ยิง

การปะทะกันครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ปั่นป่วนอย่างมากในสหรัฐ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อตำรวจในเมืองเคโนชา รัฐวิสคอนซินยิงชายผิวดำที่ชื่อ เจค็อบ เบลค หลายครั้งจนเขาเป็นอัมพาตและทำให้เกิดการประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและความโหดร้ายของตำรวจอย่างรุนแรงในเมืองดังกล่าว และล่าสุดคือการยิงกันของฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่พอร์ตแลนด์ 

ระหว่างเหตุการณ์ความไม่สงบหลังการยิงเบลคในเมืองเคโนชา ยังเกิดเหตุซ้ำขึ้นมาอีกเมื่อชายหนุ่มผิวขาวชื่อ ไคล์ ริทเทนเฮาส์วัย 17 ปีใช้ปืนยิงผู้ประท้วงสองคนถึงแก่ชีวิต

Photo – Nathan Howard/AFP

สหรัฐ-ญี่ปุ่นร่วมต้านอิทธิพลจีนในทะเลจีนใต้-ตะวันออก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/631807

วันที่ 30 ส.ค. 2563 เวลา 12:53 น.สหรัฐ-ญี่ปุ่นร่วมต้านอิทธิพลจีนในทะเลจีนใต้-ตะวันออกญี่ปุ่นยังจะเปลี่ยนใจมาให้สหรัฐติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธด้วยและรัฐบาลญี่ปุ่นยังเสนอให้ญี่ปุ่นสามารถครอบครองเทคโนโลยีประเภทนี้ได้

ทาโร โคโนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นและมาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ หารือกันเฉพาะกิจที่เกาะกวมในมหาสมุทรแปซิฟิกม และตกลงกันว่าทั้งสองประเทศจะควบคุมความเคลื่อนไหวในเชิงรุกของจีนในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก

“ในส่วนของทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก เรายืนยันว่าญี่ปุ่นและสหรัฐะต่อต้านประเทศที่เปลี่ยนแปลงสถานะเดิมโดยการบังคับเพียงฝ่ายเดียว” โคโนะกล่าวในการแถลงข่าวออนไลน์หลังพบกับเอสเปอร์ที่ฐานทัพอากาศแอนเดอร์เซน

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เพนตากอนกล่าวว่าจีนยิงขีปนาวุธสี่ลูกลงในทะเลจีนใต้เมื่อวันพุธเพื่อเตือนเครื่องบินลาดตระเวนของสหรัฐที่บินใกล้พื้นที่ที่จีนกำลังทำการฝึกซ้อมทางเรือ

โคโนะบอกกับเอสเปอร์ว่าการยิงขีปนาวุธของจะทำให้ภูมิภาคนี้ไม่มั่นคงและเขาจะติดตามสถานการณ์นี้ด้วยความกังวล

ในช่วงแรกของการเจรจา เอสเปอร์ประณามพฤติกรรมของจีนในน่านน้ำทั้งสองแห่งโดยกล่าวว่า “เรามีความตั้งใจแน่วแน่ในการต่อต้านการกระทำของจีนที่ทำให้เกิดความไร้เสถียรภาพในภูมิภาคนี้”

โคโนะกล่าวตอบว่า “ผมคิดว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงไม่ใช่แค่เพราะโควิด-19 เท่านั้น แต่เป็นเพราะมีความพยายามบางอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพที่เป็นอยู่ด้วยการบังคับและการบีบบังคับ” ซึ่งคำกล่าวนี้โคโนะหมายถึงจีนอย่างชัดเจน

โคโนะกล่าวว่าเขาและเอสเปอร์ยืนยันอีกครั้งว่ามาตรา 5 ของสนธิสัญญาความมั่นคงญี่ปุ่น-สหรัฐมีผลบังคับใช้กับหมู่เกาะเซนกากุกลุ่มเกาะเล็กเกาะน้อยในทะเลจีนตะวันออกที่ควบคุมโดยญี่ปุ่น แต่อ้างสิทธิ์โดยจีนซึ่งจีนเรียกหมู่เกาะเหล่านี้ว่าเตียวหยู และมาตรา 5 กำหนดว่าสหรัฐมีพันธะที่จะต้องปกป้องญี่ปุ่น

ความตึงเครียดในหมู่เกาะต่างๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีเรือของจีนแล่นเข้ามาใกล้เป็นเวลา 111 วันติดต่อกันจนถึงเดือนนี้ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่รัฐบาลญี่ปุ่นซื้อเกาะเล็กเกาะน้อยในทะเลตะวันออกจากเจ้าของเอกชนและกำหนดให้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐในปี 2012

โคโนะกล่าวว่าเขาและเอสเปอร์ยังตกลงกันว่าจะร่วมมือกันจัดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ญี่ปุ่นเพิ่งจะตัดสินใจในเดือนมิถุนายนที่จะหยุดแผนการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ Aegis Ashore ที่พัฒนาโดยสหรัฐ

“เราตกลงกันว่าญี่ปุ่นและสหรัฐหาวิธีเพิ่มความร่วมมือด้านการป้องกันทางอากาศและขีปนาวุธแบบบูรณาการ ตลอดจนความสามารถของ ISR (หน่วยสืบราชการลับการเฝ้าระวังและการลาดตระเวน)” โคโนะกล่าวในงานแถลงข่าวออนไลน์

การติดตั้งระบบ Aegis Ashore ตามแผนเดิมมีจุดประสงค์เพื่อเสริมการป้องกันญี่ปุ่นจากภัยคุกคามจากขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ แต่แผนการนี้ถูกยกเลิกเนื่องจากญี่ปุ่นพบว่าอาจมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องใช้เวลาอัพเกรดเพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงในระหว่างการสกัดกั้นขีปนาวุธ

แต่โคโนะกล่าวว่าเขาอธิบายกับเอสเปอร์เกี่ยวกับการเจรจากับสภาความมั่นคงแห่งชาติของญี่ปุ่นเกี่ยวกับทางเลือกอื่น บ่งชี้ว่าญี่ปุ่นพร้อมที่จะมีนโยบายใหม่เกี่ยวกับระบบป้องกันขีปนาวุธใหม่ในเดือนกันยายน

พรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรคครัฐบาลญี่ปุ่นได้ยื่นข้อเสนอในเดือนนี้เพื่อให้พิจารณา ให้ประเทศสามารถ “ครอบครองเทคโนโลยีในการสกัดกั้นขีปนาวุธและอื่นๆ แม้จะโจมตีดินแดนของฝ่ายตรงข้ามก็ตาม” ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นที่ระบุว่าญี่ปุ่นต้องปลอดความเกี่ยวข้องกับสงครามโดยสิ้นเชิง

Photo by Behrouz MEHRI / POOL / AFP

จีนรีบเข้าหาอาเซียน ผลักสหรัฐออกจากทะเลจีนใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/631804

วันที่ 30 ส.ค. 2563 เวลา 10:52 น.จีนรีบเข้าหาอาเซียน ผลักสหรัฐออกจากทะเลจีนใต้แสดงท่าทีที่จะเจรจาประเด็นนี้มากขึ้นกับประเทศพิพาทน่านน้ำหลังจากที่ “มือที่สาม “เข้ามา

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า รัฐบาลจีนได้เชิญนักการทูตจาก 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาประชุมร่วมกันและฝ่ายจีนแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งในน่านทะเลจีนใต้ซึ่งจีนมีกรณีพิพาทร่วมกับนานาประเทศอาเซียนและตอนนี้สหรัฐยังประกาศจุดยืนในทะเลจีนใต้ชัดเจนขึ้น

ในระหว่างการประชุมที่กรุงปักกิ่งเมื่อต้นเดือนสิงหาคม เจ้าหน้าที่จีนซึ่งรับผิดชอบกิจการทางทะเลและเขตแดนแสดงความกังวลว่าในเวลานี้มี “ความเสี่ยงสูง” จากกิจกรรมทางทหารของ “ประเทศนอกภูมิภาค” ซึ่งเป็นคำที่จีนมักใช้เมื่อพูดถึงบทบาทของสหรัฐในเอเชีย

ทางการจีนเรียกร้องให้สมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ทำงานร่วมกับรัฐบาลจีนเพื่อกลับมาเจรจาเรื่องแนวทางปฏิบัติ (code of conduct) สำหรับทะเลจีนใต้โดยเร็วที่สุด เพราะจีนไม่ต้องการให้มือที่สามเข้ามาแย่งชิงโอกาสนี้ จากประเทศที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจา

ทั้งนี้ แนวปฏิบัติ หรือ code of conduct เป็นสิ่งที่อาเซียนกับจีนเจรจากันมาหลายปีและไม่มีความคืบหน้ามากนัก เป็นทางออกสำหรับทุกฝ่ายในการใช้ทะเลจีนใต้ร่วมกัน

นักการทูตต่างๆ จากอาเซียนเชื่อว่าการประชุมดังกล่าวเน้นย้ำถึงความตั้งใจของจีนที่จะให้เพื่อนบ้านในเอเชียใกล้ชิดกับตนมากขึ้นและผลักดันสหรัฐออกไป

ที่เห็นได้ชัดคือเมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลแสดงความเต็มใจที่จะหารือเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขข้อพิพาททะเลจีนใต้มากขึ้นซึ่งเป็นปัญหาที่จีนพยายามบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด และจีนมักจะรบเร้าให้อาเซียนเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจทวิภาคีแทน

Photo by STR / AFP) / China OUT

ผลวิจัยชี้เด็กใช้เวลาขับเชื้อโควิดจากร่างกายนานหลายสัปดาห์ แม้ไม่แสดงอาการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/631793

วันที่ 30 ส.ค. 2563 เวลา 08:37 น.ผลวิจัยชี้เด็กใช้เวลาขับเชื้อโควิดจากร่างกายนานหลายสัปดาห์ แม้ไม่แสดงอาการผลวิจัยพบเด็กใช้เวลาขับเชื้อโควิดออกจากร่างกายนานหลายสัปดาห์ แม้ไม่แสดงอาการหรือหายป่วยแล้ว สะท้อนการคัดกรองอาการไม่สามารถระบุการติดเชื้อส่วนใหญ่ในเด็กได้

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานผลการศึกษาใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารกุมารเวชศาสตร์ เจเอเอ็มเอ (JAMA Pediatrics) ระบุว่า เด็กที่ป่วยโรคโควิด-19 ใช้เวลาในการขับเชื้อไวรัสออกจากร่างกายนานหลายสัปดาห์ แม้จะเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ หรือหายจากโรคแล้วก็ตาม

นักวิจัยได้ติดตามผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปี จำนวน 91 คน ระหว่างวันที่ 18 ก.พ. – 31 มี.ค. ในโรงพยาบาล 20 แห่ง และสถานกักตัวที่ไม่ใช่โรงพยาบาล 2 แห่งทั่วเกาหลีใต้

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วย 22% ไม่แสดงอาการของโรค และมีผู้แสดงอาการเพียง 8.5% เท่านั้นที่ถูกตรวจพบเมื่อเริ่มมีอาการ ขณะที่ผู้ป่วย 66.2% มีอาการที่ไม่รู้จักก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัย และ 25.4% เริ่มมีอาการหลังการวินิจฉัย

จากการศึกษาตรวจพบอาร์เอ็นเอ (RNA) ของไวรัสโควิด-19 อยู่ในผู้ป่วยเด็กเป็นเวลาเฉลี่ย 17.6 วัน และ 14.1 วันในกรณีของผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การตรวจคัดกรองอาการไม่สามารถระบุถึงการติดเชื้อส่วนใหญ่ในเด็กได้ นอกจากนี้ อาร์เอ็นเอของไวรัสโควิด-19 ยังถูกตรวจพบในร่างกายของเด็กเป็นระยะเวลานานอย่างไม่คาดคิดด้วย

งานฝีมือชิ้นแรก! นายกฯ นิวซีแลนด์ทำหน้ากากผ้าใช้เอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/631782

วันที่ 29 ส.ค. 2563 เวลา 18:00 น.งานฝีมือชิ้นแรก! นายกฯ นิวซีแลนด์ทำหน้ากากผ้าใช้เองผู้นำนิวซีแลนด์ลงมือเย็บหน้ากากอนามัยแบบผ้าด้วยตัวเอง ก่อนมาตรการสวมหน้ากากอนามัยจะมีผลบังคับทั่วประเทศสัปดาห์หน้า

นายกรัฐมนตรี จาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ โพสต์คลิปขณะที่เธอกำลังทำหน้ากากอนามัยแบบผ้าลงในเฟซบุ๊ค เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสที่บังคับให้ชาวนิวซีแลนด์สวมหน้ากากอนามัยบนรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งจะเริ่มในสัปดาห์หน้า

ผู้นำหญิงของนิวซีแลนด์ยังเผยอีกว่า หน้ากากผ้าชิ้นนี้เป็นงานฝีมือชิ้นแรก โดยเลือกใช้สีแดงซึ่งเป็นสีประจำพรรคแรงงานของเธอ

ชาวสวนมาเลย์โค่นทุเรียนมูซังคิงประท้วงรัฐบาลเอื้อนายทุน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/631777

วันที่ 29 ส.ค. 2563 เวลา 15:48 น.ชาวสวนมาเลย์โค่นทุเรียนมูซังคิงประท้วงรัฐบาลเอื้อนายทุนชาวสวนทุเรียนมูซังคิงในรัฐปะหังของมาเลเซียตัดต้นทุเรียนประท้วงนโยบายขึ้นทะเบียนพื้นที่ปลูกทุเรียนที่เอื้อต่อนายทุน

เมื่อเร็วๆ นี้ ทางการรัฐปะหังของมาเลเซียทำสัญญากิจการร่วมค้ากับบริษัทเอกชน Royal Pahang Durian Resources (RPDR) โดยให้บริษัทดังกล่าวเข้าใช้พื้นที่ของรัฐบาลและพื้นที่ป่าสงวนในเมืองราอุบซึ่งปลูกทุเรียนได้ดีที่สุด เพื่อปลูกทุเรียนมูซังคิง (Musang King)

เมื่อหลายสิบปีที่แล้วรัฐบาลมาเลเซียมีนโยบายกระตุ้นให้เกษตรกรรุ่นใหม่ในพื้นที่ชนบทเข้าใช้พื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตร รวมทั้งการปลูกทุเรียนมูซังคิงที่ขึ้นชื่อของมาเลเซียได้แม้จะไม่ได้เป็นเจ้าของที่

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกษตรกรเหล่านี้พยายามยื่นขออนุญาตใช้พื้นที่อย่างเป็นทางการกับทางการรัฐปะหังหลายครั้ง และยินดีจะจ่ายค่าเช่าที่ดิน แต่ทางการกลับปฏิเสธ จนกระทั่งทางการรัฐปะหังได้อนุญาตให้บริษัท RPDR เข้าใช้พื้นที่ ส่งผลให้เกษตรกรที่ใช้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นผู้ปลูกทุเรียนผิดกฎหมายไปโดยปริยาย เพราะไม่ใช่เจ้าของที่ดิน

แม้ทางการจะประกาศว่าเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ปลูกทุเรียนต่อไป โดยมีข้อแม้ว่าต้องขายผลผลิตให้ RPDR ตามราคาที่บริษัทกำหนด แต่เกษตรกรมองว่าไม่เป็นธรรมกับพวกเขา

สำนักข่าว Malay Mail รายงานว่าเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในรัฐปะหังมองว่าพวกเขาถูกบังคับให้ตกอยู่ในฐานะไม่ต่างจาก “ทาสสมัยใหม่” เนื่องจากทางการยังบังคับให้เกษตรกรที่จะใช้พื้นที่ต่อเซ็นสัญญาที่ต้องจ่ายค่าเช่า 6,000 ริงกิต หรือ 44,809 บาทต่อพื้นที่ 2.5 ไร่ และต้องจ่ายเพิ่มอีกสูงสุดไม่เกิน 20,000 ริงกิต หรือ 149,363 บาทต่อพื้นที่ 2.5 ไร่ ขึ้นอยู่กับผลผลิตทุเรียน

ด้วยเหตุนี้ เกษตรกรจึงรวมตัวกันจัดตั้ง “พันธมิตรพิทักษ์มูซังคิง” รวมทั้งตัดต้นทุเรียนในสวน เพื่อประท้วงนโยบายขึ้นทะเบียนพื้นที่ปลูกทุเรียนของทางการ เพราะนอกจากพวกเขาจะเดือดร้อนแล้ว ยังเสี่ยงที่อุตสาหกรรมทุเรียนจะถูกทำลาย เนื่องจากทางการอนุญาตให้บริษัทเอกชนเข้าควบคุมการผลิตทุเรียนและกลายเป็นผู้ผูกขาดตลาด

อย่างไรก็ดี RPDR ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และชี้แจงว่าบริษัทมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่มีชาวต่างชาติหนุนหลังมีอิทธิพลเหนือตลาดท้องถิ่นเท่านั้น

จีนรวบคนทำผิดเกี่ยวกับโควิด-19 เกือบ 6,000 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/631761

วันที่ 29 ส.ค. 2563 เวลา 13:01 น.จีนรวบคนทำผิดเกี่ยวกับโควิด-19 เกือบ 6,000 คนหนึ่งในนั้นเป็นลูกค้ารายหนึ่งซึ่งตีลูกค้าอีกคนที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยในห้างสรรพสินค้าจนเสียชีวิต

สำนักงานอัยการสูงสุดของจีนเผยว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ค.ที่ผ่านมา ทางการจีนจับกุมตัวผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส 5,797 ราย ถูกดำเนินคดี 6,755 ราย

ความผิดส่วนใหญ่ได้แก่ จำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ปกปิดประวัติการเดินทาง ยักยอกเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วย Covid-19

นอกจากนี้ ยังมีคดีสุดสะเทือนขวัญอย่างการฆาตกรรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ลูกค้าของห้างสรรพสินค้าทุบตีลูกค้าอีกรายที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยจนเสียชีวิต จงใจขับรถชนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และใช้มีดสั้นแทงเจ้าหน้าที่ขณะตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย

อย่างไรก็ดี สำนักงานอัยการสูงสุดไม่ได้ระบุว่า ผู้กระทำผิดเหล่านี้ถูกคุมขังหรือมีคำพิพากษาลงโทษแล้วกี่ราย

สิ้นราชาเสือดำ แชดวิก โบสแมน นักแสดง Black Panther เสียชีวิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/631754

วันที่ 29 ส.ค. 2563 เวลา 10:10 น.สิ้นราชาเสือดำ แชดวิก โบสแมน นักแสดง Black Panther เสียชีวิตแชดวิก โบสแมน นักแสดงที่โด่งดังชั่วข้ามคืนจากภาพยนตร์ Black Panther เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในวัย 43 ปี

ครอบครัวของโบสแมนระบุว่าเขาจากไปด้วยโรคมะเร็งลำไส้ที่บ้านในเมืองลอสแองเจลิส

“ด้วยความที่เป็นนักสู้อย่างแท้จริง แชดวิกได้ทุ่มเทความพยายามทั้งหมดสร้างผลงานการแสดงภาพยนตร์หลายเรื่องที่มีคนรักมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Marshall, Da 5 Bloods, Ma Rainey’s Black Bottom และอีกหลายเรื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้ถ่ายทำในช่วงที่เขาเข้ารับการผ่าตัดและทำเคมีบำบัด ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งในอาชีพนักแสดงที่เขาทำให้กษัตริย์ที่ชัลลากลับมามีชีวิตใน Black Panther” แถลงการณ์ของครอบครัวระบุ

โบสแมนถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ตั้งแต่ปี 2016 และต่อสู้กับโรคนี้มา 4 ปีจนกระทั่งมะเร็งลุกลามเข้าสู่ระยะที่ 4

นักแสดงวัย 43 ปีเริ่มมีชื่อเสียงจากการรับบทตำนานนักเบสบอล แจ็กกี โรบินสัน ในภาพยนตร์เรื่อง 42 เมื่อปี 2013 ตามมาด้วยการรับบท เจมส์ บราวน์ ใน Get on Up แต่เรื่องที่ทำให้เจ้าตัวดังเป็นพลุแตกคือภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ Black Panther แห่งจักรวาลมาร์เวล

pic.twitter.com/aZ2JzDf5ai— Chadwick Boseman (@chadwickboseman) August 29, 2020