แบรนด์ไลฟ์แห่งแรกในไทยใจกลางสุขุมวิท ‘lyf Sukhumvit 8 Bangkok’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/630638

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 18:28 น.แบรนด์ไลฟ์แห่งแรกในไทยใจกลางสุขุมวิท ‘lyf Sukhumvit 8 Bangkok’lyf Sukhumvit 8 Bangkok ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เอาใจวัยมิลเลนเนียลด้วยคอนเซ็ปต์ Co-Living ผสานความคิดสร้างสรรค์กับพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว

โพสต์ทูเดย์ พาเช็กอินที่พักชิคๆ ที่เปิดใหม่ล่าสุดย่านสุขุมวิท ในชื่อ “ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก (lyf Sukhumvit 8 Bangkok)” โดยแคปิตาแลนด์ บิสิเนสยูนิตด้านที่พักอาศัยของ ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด (แอสคอทท์) แบรนด์ไลฟ์แห่งแรกในไทย ซึ่งนับเป็นอสังหาริมทรัพย์ลำดับที่ 23 ของแคปปิต้าแลนด์ในไทย

แบรนด์ lyf บริหารงานโดยคนยุคมิลเลนเนียลเพื่อคนวัยมิลเลนเนียลด้วยจิตใจแบบมิลเลนเนียลโดยผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ในการใช้งานพื้นที่ใช้สอยให้เข้ากับกิจกรรมประจำสัปดาห์ของไลฟ์ที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ในทุกๆด้านทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตการทำงานและพักผ่อน

สำหรับ ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองศูนย์กลางของแหล่งช็อปปิ้งทันสมัยและแหล่งบันเทิง แวดล้อมด้วยคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหาร ซึ่งผู้พักอาศัยสามารถเดินไปยังแหล่งช็อปปิ้งเหล่านี้ได้ อยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีนานา และห่างจากเทอร์มินอล 21 เพียงหนึ่งสถานี หนึ่งในแหล่งช็อปปิ้งอันโด่งดังของกรุงเทพฯ เพียง 3 สถานี ก็ถึงสยาม ศูนย์รวมของแหล่งร้านค้า ร้านอาหาร และที่ทำงาน

“พวกเราตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการเปิดตัวแบรนด์ ไลฟ์ แห่งแรกในไทย และ ไลฟ์ แห่งนี้นับว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์แบรนด์ ไลฟ์ แห่งที่สองของโลก หลังจากที่เราเปิดตัว ไลฟ์ ฟูนาน สิงคโปร์ ในเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมา กลุ่มมิลเลนเนียล เป็นฐานลูกค้าหนึ่งในสี่ของแอสคอทท์ และเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกเหนือจากการสร้างประสบการณ์เพื่อการใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อนแล้ว เรายังคำนึงถึงมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความสะอาด โดยส่งมอบบริการผ่าน #AscottCares ซึ่งเราได้รับใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยวโดยนักท่องเที่ยว (Safety & Health Administration) นอกเหนือไปจากนี้แล้ว เรามีทีมงาน ไลฟ์ การ์ด และแอมบาสซาเดอร์ ที่คอยทำหน้าที่ดูแลแขกผู้มาพัก และแนะนำแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง” มิสเตอร์ไบรอัน ตัน ผู้จัดการทั่วไปแอสคอทท์อินเตอร์เนชั่นแนลแมนเนจเม้นท์ประจำประเทศไทยและลาว กล่าว

ภายในงานวันเปิดตัวยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การรังสรรค์เมนูลุยสวนดอกไม้ โดย เชฟปิง-สุรกิจ เข็มแก้ว เชฟกระทะหล่อ ที่นำดอกไม้หลากสีมาบรรจงสร้างเมนูลุยสวนดอกไม้สวยงามเลิศรส การสาธิตการทำค็อกเทลน้ำอัญชัญมะกรูด โดย เชฟตูน และกิจกรรม DIY การเพนท์กระถาง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นการแสดงให้เห็นถึงการใช้พื้นที่ส่วนกลางของ LYF ร่วมกันได้อย่างเต็มที่และทั่วถึง

ที่ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก มีห้องพักแบบ One of a Kind จำนวน 196 ห้อง เป็นห้องพักสำหรับผู้มาพักคนเดียวหรือแบบสองคน มีห้องน้ำในตัว พร้อมกับพื้นที่ใช้สอยส่วนกลางที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์และสวยงาม อาทิ โซน “Connect” พื้นที่ทำงานและเลาจน์ โซน “Bond” พื้นที่ทำอาหารร่วมกับผู้พักอาศัยอื่น โซน “Wash&Hang” โซนซักรีด ซึ่งมีที่รอซักผ้าทั้งพื้นที่ภายในและระเบียงให้หย่อนใจ และโซน “Burn” พื้นที่ออกกำลังกายบนดาดฟ้า

สำหรับผู้มาพักอาศัยสามารถจองห้องผ่านเว็บไซต์ พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษในช่วงเปิดตัว  lyf sukhumvit 8 หรือจองผ่านโมบายแอพ lyf by Ascott โดยสมัครเข้าเป็นสมาชิก Ascott Star Rewards ซึ่งจะสามารถจองที่พักแบบ One of a Kind ได้ในราคาพิเศษเพียง 1,105 ++ บาท ล่าสุด ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก เข้าร่วมในโครงการโปรโมชั่น “เราเที่ยวด้วยกัน” …สัมผัสประสบการณ์ที่ ไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก ได้แล้ววันนี้ A New Way To Belong

7 การเปลี่ยนแปลงของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า..เช็กตัวเองว่าใช่ หรือแค่คิดไปเอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/630569

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 09:45 น.7 การเปลี่ยนแปลงของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า..เช็กตัวเองว่าใช่ หรือแค่คิดไปเองการเปลี่ยนแปลงในผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า และโรคอื่นที่มีอาการคล้ายคลึงกับโรคซึมเศร้า

หนึ่งในโรคทางจิตเวชที่กลายเป็นที่กล่าวถึงกันมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ “โรคซึมเศร้า” ซึ่งมีผู้เป็นจำนวนไม่น้อย บางคนเป็นโดยที่ตัวเองไม่ทราบ คิดว่าเป็นเพราะตนเองคิดมากไปเองก็มี ทำให้ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม และทันท่วงที

การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นเป็นคนอ่อนแอ คิดมาก หรือเป็นคนไม่สู้ปัญหา เอาแต่ท้อแท้ ซึมเซา แต่ที่เขาเป็นนั้นเป็นเพราะตัวโรค กล่าวได้ว่าถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม โรคก็จะทุเลาลง เขาก็จะกลับมาเป็นผู้ทีจิตใจแจ่มใส พร้อมจะทำกิจวัตรต่างๆ ดังเดิม

การเปลี่ยนแปลงในผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก การเปลี่ยนแปลงหลักๆ จะเป็นในด้านอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด พฤติกรรม ร่วมกับอาการทางร่างกายต่างๆ ได้แก่ 

1. อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป ที่พบบ่อยคือจะกลายเป็นคนเศร้าสร้อย หดหู่ สะเทือนใจง่าย ร้องไห้บ่อย เรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็ดูเหมือนจะอ่อนไหวไปหมด บางคนอาจไม่มีอารมณ์เศร้าชัดเจนแต่จะบอกว่าจิตใจหม่นหมอง ไม่แจ่มใส ไม่สดชื่นเหมือนเดิม บางคนอาจมีความรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่เดิมตนเคยทำแล้วเพลินใจหรือสบายใจ เช่น ฟังเพลง พบปะเพื่อนฝูง เข้าวัด ก็ไม่อยากทำหรือทำแล้วก็ไม่ทำให้สบายใจขึ้น บ้างก็รู้สึกเบื่อไปหมดตั้งแต่ตื่นเช้ามา บางคนอาจมีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย อะไรก็ดูขวางหูขวางตาไปหมด กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ไม่ใจเย็นเหมือนก่อน

2. ความคิดเปลี่ยนไป มองอะไรก็รู้สึกว่าแย่ไปหมด มองชีวิตที่ผ่านมาในอดีตก็เห็นแต่ความผิดพลาดความล้มเหลวของตนเอง ชีวิตตอนนี้ก็รู้สึกว่าอะไรๆ ก็ดูแย่ไปหมด ไม่มีใครช่วยอะไรได้ ไม่เห็นทางออก มองอนาคตไม่เห็น รู้สึกท้อแท้หมดหวังกับชีวิต บางคนกลายเป็นคนไม่มั่นใจตนเองไป จะตัดสินใจอะไรก็ลังเลไปหมด รู้สึกว่าตนเองไร้ความสามารถ ไร้คุณค่า เป็นภาระแก่คนอื่น ทั้งๆ ที่ญาติหรือเพื่อนๆ ก็ยืนยันว่ายินดีช่วยเหลือ เขาไม่เป็นภาระอะไรแต่ก็ยังคงคิดเช่นนั้นอยู่ ความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า ความคับข้องใจ ทรมานจิตใจ เหล่านี้อาจทำให้เจ้าตัวคิดถึงเรื่องการตายอยู่บ่อยๆ แรกๆ ก็อาจคิดเพียงแค่อยากไปให้พ้นๆ จากสภาพตอนนี้ ต่อมาเริ่มคิดอยากตายแต่ก็ไม่ได้คิดถึงแผนการณ์อะไรที่แน่นอน เมื่ออารมณ์เศร้าหรือความรู้สึกหมดหวังมีมากขึ้น ก็จะเริ่มคิดเป็นเรื่องเป็นราวว่าจะทำอย่างไร ในช่วงนี้หากมีเหตุการณ์มากระทบกระเทือนจิตใจก็อาจเกิดการทำร้ายตนเองขึ้นได้จากอารมณ์ชั่ววูบ

3. สมาธิความจำแย่ลง จะหลงลืมง่าย โดยเฉพาะกับเรื่องใหม่ๆ วางของไว้ที่ไหนก็นึกไม่ออก ญาติเพิ่งพูดด้วยเมื่อเช้าก็นึกไม่ออกว่าเขาสั่งว่าอะไร จิตใจเหม่อลอยบ่อย ทำอะไรไม่ได้นานเนื่องจากสมาธิไม่มี ดูโทรทัศน์นานๆ จะไม่รู้เรื่อง อ่านหนังสือก็ได้ไม่ถึงหน้า ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ทำงานผิดๆ ถูกๆ

4. มีอาการทางร่างกายต่างๆ ร่วม ที่พบบ่อยคือจะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งเมื่อพบร่วมกับอารมณ์รู้สึกเบื่อหน่ายไม่อยากทำอะไร ก็จะทำให้คนอื่นดูว่าเป็นคนขี้เกียจ ปัญหาด้านการนอนก็พบบ่อยเช่นกัน มักจะหลับยาก นอนไม่เต็มอิ่ม หลับๆตื่นๆ บางคนตื่นแต่เช้ามืดแล้วนอนต่อไม่ได้ ส่วนใหญ่จะรู้สึกเบื่ออาหาร ไม่เจริญอาหารเหมือนเดิม น้ำหนักลดลงมาก บางคนลดลงหลายกิโลกรัมภายใน 1 เดือน นอกจากนี้ยังอาจมีอาการท้องผูก อืดแน่นท้อง ปากคอแห้ง บางคนอาจมีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว 

5. ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเปลี่ยนไป ดังกล่าวบ้างแล้วข้างต้น ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะดูซึมลง ไม่ร่าเริง แจ่มใส เหมือนก่อน จะเก็บตัวมากขึ้น ไม่ค่อยพูดจากับใคร บางคนอาจกลายเป็นคนใจน้อย อ่อนไหวง่าย ซึ่งคนรอบข้างก็มักจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป บางคนอาจหงุดหงิดบ่อยกว่าเดิม แม่บ้านอาจทนที่ลูกๆ ซนไม่ได้ หรือมีปากเสียงระหว่างคู่ครองบ่อยๆ

6. การงานแย่ลง ความรับผิดชอบต่อการงานก็ลดลง ถ้าเป็นแม่บ้านงานบ้านก็ไม่ได้ทำ หรือทำลวกๆ เพียงให้ผ่านๆ ไป คนที่ทำงานสำนักงานก็จะทำงานที่ละเอียดไม่ได้เพราะสมาธิไม่มี ในช่วงแรกๆ ผู้ที่เป็นอาจจะพอฝืนใจตัวเองให้ทำได้ แต่พอเป็นมากๆ ขึ้นก็จะหมดพลังที่จะต่อสู้ เริ่มลางานขาดงานบ่อยๆ ซึ่งหากไม่มีผู้เข้าใจหรือให้การช่วยเหลือก็มักจะถูกให้ออกจากงาน

7. อาการโรคจิต จะพบในรายที่เป็นรุนแรงซึ่งนอกจากผู้ที่เป็นจะมีอาการซึมเศร้ามากแล้ว จะยังพบว่ามีอาการของโรคจิตได้แก่ อาการหลงผิดหรือประสาทหลอนร่วมด้วย ที่พบบ่อยคือ จะเชื่อว่ามีคนคอยกลั่นแกล้ง หรือประสงค์ร้ายต่อตนเอง อาจมีหูแว่วเสียงคนมาพูดคุยด้วย อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้มักจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อได้รับการรักษา อารมณ์เศร้าดีขึ้น อาการโรคจิตก็มักทุเลาตาม

โรคอื่นที่มีอาการคล้ายคลึงกับโรคซึมเศร้า

ภาวะอารมณ์ซึมเศร้าจากการปรับตัวไม่ได้กับปัญหาที่มากระทบ เป็นภาวะที่เกิดจากการปรับตัวไม่ได้กับปัญหาต่างๆ ที่เข้ามากระทบ เช่น ย้ายบ้าน ตกงาน เกษียน เป็นต้น โดยจะพบอาการซึมเศร้าร่วมด้วยได้ แต่มักจะไม่รุนแรง ถ้ามีคนมาพูดคุย ปลอบใจก็จะดีขึ้นบ้าง อาจมีเบื่ออาหารแต่เป็นไม่มาก ยังพอนอนได้ เมื่อเวลาผ่านไป ค่อยๆ ปรับตัวได้กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ภาวะอารมณ์ซึมเศร้าที่มีก็จะทุเลาลง

โรคอารมณ์สองขั้ว ในโรคอารมณ์สองขั้ว ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนกับโรคซึมเศร้าอยู่ช่วงหนึ่ง และมีอยู่บางช่วงที่มีอาการออกมาในลักษณะตรงกันข้ามกับอาการซึมเศร้า เช่น อารมณ์ดีเบิกบานมากผิดปกติ พูดมาก ขยันมาก เชื่อมั่นตัวเองมากกว่าปกติ ใช้เงินเปลือง เป็นต้น ซึ่งทางการแพทย์เรียกระยะนี้ว่า ระยะแมเนีย ผู้ที่เป็นโรคอารมณ์สองขั้วบางครั้งจะมีอาการของโรคซึมเศร้า บางครั้งก็มีอาการของภาวะแมเนีย

โรควิตกกังวล พบบ่อยว่าผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้ามักจะมีอาการวิตกกังวล ห่วงโน่นห่วงนี่ ซึ่งเป็นอาการหลักของโรควิตกกังวล ที่ต่างกันคือในโรควิตกกังวลนั้น จะมีอาการหายใจไม่อิ่ม ใจสั่น สะดุ้ง ตกใจง่าย ร่วมด้วย อาการเบื่ออาหารถึงมีก็เป็นไม่มาก น้ำหนักไม่ลดลงมากเหมือนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และโรคซึมเศร้านั้นนอกจากอาการวิตกกังวลแล้วก็จะพบอาการซึมเศร้า ท้อแท้ เบื่อหน่ายชีวิต ร่วมด้วยโดยที่อาการอารมณ์เศร้านี้จะเห็นเด่นชัดกว่าอาการวิตกกังวล

ปัจจุบันแนวคิดเกี่ยวกับสาเหตุของโรคซึมเศร้านั้น เชื่อกันว่าสัมพันธ์กับหลายๆ ปัจจัย ทั้งจากด้านกรรมพันธุ์ การพลัดพรากจากพ่อแม่ในวัยเด็ก พัฒนาการของจิตใจ รวมถึงปัจจัยทางชีวภาพ เช่น การเปลี่ยนแปลงของระดับสารเคมีในสมองบางตัวเป็นต้น

ปัจจัยสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคซึมเศร้า ได้แก่ กรรมพันธุ์  เคมีในสมอง และลักษณะนิสัย บางคนมีแนวคิดที่ทำให้ตนเองซึมเศร้า เช่น มองตนเองในแง่ลบ มองอดีตเห็นแต่ความบกพร่องของตนเอง หรือ มองโลกในแง่ร้าย เป็นต้น บุคคลเหล่านี้เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดัน เช่น ตกงาน หย่าร้าง ถูกทอดทิ้งก็มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการซึมเศร้าได้ง่าย ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสมอาการอาจมากจนกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้

โรคซึมเศร้านั้นไม่ได้มีสาเหตุจากแต่เพียงปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเท่านั้น เหมือนกับการป่วยเป็นไข้หวัด ก็มักเป็นจากร่างกายอ่อนแอ จากพักผ่อนน้อย ไม่ได้ออกกำลังกาย ขาดสารอาหาร ถูกฝน อากาศเย็น ร่วมกับการได้รับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัด ถ้าเราแข็งแรงดี แม้จะได้รับเชื้อหวัดก็ไม่เป็นอะไร ในทำนองเดียวกัน ถ้าร่างกายเราอ่อนแอ แต่ไม่ได้รับเชื้อหวัดก็ไม่เกิดอาการ การเริ่มเกิดอาการของโรคซึมเศร้านั้นมักมีปัจจัยกระตุ้น มากบ้างน้อยบ้าง บางครั้งอาจไม่มีก็ได้ซึ่งพบได้น้อย อย่างไรก็ตาม การมีสาเหตุที่เห็นชัดว่าเป็นมาจากความกดดันด้านจิตใจนี้ มิได้หมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนเราไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน การพิจารณาว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นผิดปกติหรือไม่ เราดูจากการมีอาการต่าง ๆ และความรุนแรงของอาการเป็นหลัก ผู้ที่มีอาการเข้ากับเกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้านั้น บ่งถึงภาวะของความผิดปกติที่จำต้องได้รับการช่วยเหลือ

เซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่การพักผ่อนอันสงบบนหาดกะรนอีกครั้งในราคาสุดพิเศษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/630561

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 07:45 น.เซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่การพักผ่อนอันสงบบนหาดกะรนอีกครั้งในราคาสุดพิเศษ“เซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต” เปิดให้บริการอีกครั้ง พร้อมส่งโปรโมชั่นราคาสุดพิเศษห้องพักวิลล่าหรู มอบที่สุดแห่งความผ่อนคลายคู่ความสวยงามแห่งท้องทะเลใต้

พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่การพักผ่อนอันสงบบนหาดกะรนอีกครั้งแล้ว สำหรับ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ประกาศเปิดให้บริการ เซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต อีกครั้ง พร้อมมอบข้อเสนอห้องพักวิลล่าหรูสุดส่วนตัวในราคาสุดพิเศษให้นักท่องเที่ยวได้กลับมาผ่อนคลายกับความสวยงามของทะเลใต้และชายหาดอันแสนสงบอีกครั้ง

เซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต นำเสนอวิลล่าอันโดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีพื้นที่กว้างขวางที่หันหน้าเข้าสู่ทะเลอันดามัน ซึ่งทำให้รีสอร์ทมีบรรยากาศที่สวยงาม สะท้อนบรรยากาศเฉพาะแบบไทยๆ โดยรีสอร์ทตั้งอยู่ห่างจากหาดกะรนที่สวยงามเพียงไม่กี่ก้าว ในระยะเดินเพียง 5 นาที

รีสอร์ทเพื่อการพักผ่อนบนชายหาดกะรนของจังหวัดภูเก็ตแห่งนี้ โดดเด่นด้วยวิลล่าสไตล์ไทยที่กว้างขวาง 72 หลัง ห้อมล้อมด้วยพืชพันธุ์เขตร้อนเขียวชอุ่มและมีการผสมผสานของสวนตามธรรมชาติและวิวทะเล วิลล่าบางหลังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวหรือสปา อีกทั้งเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการต่างๆ อย่างครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำ 2 สระ ห้องอาหาร 2 ห้อง บาร์ และสปาเซ็นวารี

เซ็นทารามอบโปรโมชั่นสุดพิเศษฉลองการกลับมาเปิดให้บริการของเซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต อีกครั้ง ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,640 บาทต่อคืน (ราคารวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน) โดยแขกผู้เข้าพักสามารถพักผ่อนแบบสุขกาย สุขใจ กับข้อเสนอ “Stay Happy & Healthy” แพ็คเกจห้องพักราคาพิเศษที่มาพร้อมทางเลือกเพื่อดูแลสุขภาพมากมาย อาทิ คอร์ส AcuRelax ทรีทเมนต์ 60 นาที สำหรับ2 ท่าน เซตตัวช่วยการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ และเซตอุปกรณ์ออกกำลังกายภายในห้องพักเพื่อออกกำลังกายแบบส่วนตัว

เซ็นทารายังเอาใจคนรักการท่องเที่ยวแบบส่วนตัว ด้วยส่วนลดสุดพิเศษสำหรับห้องพักประเภทพูลวิลล่าที่มีสระน้ำส่วนตัวโดยเฉพาะ โดยสามารถเลือกเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 และสามารถยกเลิกได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โปรโมชั่นนี้มาในราคาเริ่มต้นเพียง 7,300 บาทต่อคืน ซึ่งมาพร้อมอาหารเช้าและอาหารเย็น

โดยผู้เข้าพักสามารถเลือกรับประทานที่ห้องอาหารของโรงแรมหรือจะเลือกรับประทานอาหารแบบเป็นส่วนตัวที่เสิร์ฟภายในวิลล่าก็ได้เช่นกัน นอกจากนั้น เซ็นทารายังมอบส่วนลดเพิ่มอีก 20% สำหรับสมาชิก CentaraThe1

เซ็นทาราพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ด้วยมาตรฐานด้านสุขอนามัยภายใต้โปรแกรม “เซ็นทาอมพลีท แคร์” (Centara Complete Care) ซึ่งประกอบไปด้วยหลักปฏิบัติการ 12 ข้อ ครอบคลุมทั้งการเว้นระยะห่าง  สุขภาพ สุขอนามัย และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานการบริการให้มีความปลอดภัยสูงสุดต่อสุขภาพอย่างรอบด้านอันสอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ www.centarahotelsresorts.com/centara/cvp หรืออีเมล cvp@chr.co.th หรือโทร +66 (0) 76 286 316

ภูมิแพ้อาหารแฝง…ภัยเงียบที่รอคุกคาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/630559

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 07:15 น.ภูมิแพ้อาหารแฝง...ภัยเงียบที่รอคุกคามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเผยการแพ้อาหารชนิด “แฝง” มีความแตกต่างจากการแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน พร้อมแนะวิธีการสังเกตและการตรวจหา

เมื่อพูดถึงการแพ้อาหาร โดยส่วนใหญ่มักนึกถึงอาการคันมีผื่นขึ้นตามตัว หายใจไม่ออก บวมที่ใบหน้า คลื่นไส้ อาเจียน อาการแพ้ดังกล่าวนี้เรียกว่า การแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน ร่างกายจะสร้างภูมิ หรือ แอนติบอดี (antibody) ชนิด Immunoglobulin E (IgE) ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้อย่างรุนแรง แต่หากพูดถึงการแพ้อาหารชนิด “แฝง” จะมีความแตกต่างออกไปจากการแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน

พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Addlife Check-Up Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลเรื่องภูมิแพ้อาหารว่า ภูมิแพ้อาหารแบบแฝงหรือเรียกอีกชนิดว่าแพ้อาหารแบบเรื้อรังนั้น จะเกิดจากการที่ร่างกายสร้างแอนติบอดี ชนิด Immunoglobulin G (IgG) โดยจะทำปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้ ซึ่งจะยังไม่แสดงอาการผิดปกติในทันที มักแสดงตัวอย่างช้าๆ จะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

กลไกของการแพ้อาหารแบบแฝงนั้น เริ่มจากเมื่อเราบริโภคอาหารที่แพ้เข้าไป เม็ดเลือดขาว (White blood cell) จะสร้าง Antibody ที่จำเพาะต่ออาหารชนิดที่เราแพ้นั้นๆ ในทางเดินอาหารของเรา สำหรับอาหารที่ไม่ได้แพ้ก็จะถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็กเพื่อที่จะไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายผ่านตามกระแสเลือดตามปกติ แต่อาหารที่แพ้ จะมี Antibody จับกับอาหารที่แพ้ และเกิดเป็นอนุภาคที่ก่อให้เกิดการอักเสบ และอนุภาคเหล่านี้เองจะเดินทางไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย แล้วก่อให้เกิดการอักเสบที่ร่างกายตามจุดต่างๆ ซึ่งลักษณะอาการต่างๆที่เกิดขึ้น และชนิดของอาหารที่แพ้ จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

อาการของการแพ้อาหารแบบแฝง โดยคร่าวๆ ได้แก่ ท้องอืด มีลมในระบบทางเดินอาหาร ลำไส้ผิดปกติ ผื่นคันและผิวหนังอักเสบ รวมไปถึงอาจเกิดอาการวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ปวดศีรษะ ไมเกรน เหนื่อยเพลีย ความดันโลหิตสูง ปวดข้อ ข้ออักเสบ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและน้ำหนักขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้น ควรหมั่นสังเกตตัวเองให้ดีว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่ เพื่อที่จะเริ่มตรวจและรักษาได้เร็ว 

นับว่าเป็นโชคดีที่อาการแพ้อาหารแฝงนี้สามารถตรวจหาด้วยการตรวจ “สารก่อภูมิแพ้อาหาร IgG ทั้งนี้การตรวจเลือดสามารถช่วยให้เรารู้ว่า การแพ้อาหารที่แอบแฝงอยู่นั้นเป็นอาหารชนิดใด หรือ IgG Food Allergy Test ซึ่งจะรายงานผลการตรวจออกมาเป็นระดับการแพ้อาหารแต่ละรายการ และสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยเซลล์บำบัด รักษาด้วยโอโซน รักษาด้วยออกซิเจนแรงกดอากาศสูง การรักษาด้วยการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต การักษาด้วยเลเซอร์พลังงานต่ำ การปรับสมดุลลำไส้

ถ้าคุณเข้าข่ายหรือมีอาการเหล่านี้ อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจและรักษาก่อนที่จะกลายเป็นโรคที่ร้ายแรงขึ้น

แปลงร่างเป็นเชฟยุค New Normal ด้วย 3 เมนูมัดใจแม่แบบอินเตอร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/630410

วันที่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 09:10 น.แปลงร่างเป็นเชฟยุค New Normal ด้วย 3 เมนูมัดใจแม่แบบอินเตอร์ แปลงร่างเป็นเชฟยุค New Normal ไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบ ไม่ต้องหาสูตร ทำอาหารนานาชาติทานเองที่บ้านได้ ด้วยเคล็ด (ไม่) ลับจากเชฟมืออาชีพ

ยุค New Normal แบบนี้ หลายคนอยากพลิกบทบาทเป็นเชฟ ฝึกปรือเสน่ห์ปลายจวัก ทำอาหารเสิร์ฟคนที่บ้านด้วยฝีมือตัวเองสักมื้อ แต่ต้องมาตกม้าตายเพราะใช้เวลากว่าครึ่งวันเพื่อหาสูตรที่ทำง่ายเหมาะกับตัวเอง ไหนจะต้องเดินเลือกซื้อวัตถุดิบจากซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วยังต้องเสิร์ชวิธีเลือกวัตถุดิบคุณภาพดีไปด้วย

ยุ่งยากขนาดนี้หลายคนเลือกที่จะเลิกกลางคันแล้วกลับไปซื้ออาหารสำเร็จรูปเหมือนเดิม แต่วันนี้ Gourmet Market x Wongnai จะมาสานฝันคนที่อยากเป็นเชฟฝึกหัด ด้วย Meal Kit ชุดเมนูนานาชาติพร้อมปรุงกว่า 10 เมนูที่รวมวัตถุดิบคุณภาพ และเครื่องปรุงที่ชั่ง ตวงมาให้เรียบร้อย พร้อมด้วยสูตรวิธีการทำจากเชฟมืออาชีพ ทำให้ไม่ต้องวุ่นวายเตรียมวัตถุดิบหรือหาสูตรด้วยตัวเอง บทความนี้ เราจะยก 3 เมนูนานาชาติทั้ง “เกาหลี-ฝรั่ง-ไทย” พร้อมเคล็ด (ไม่) ลับจากปากเชฟมืออาชีพมาให้ทุกคนลองทำตามกัน

เมนูอาหารเกาหลี : พัคเซรอยเนื้อ ซุปกิมจิเต้าหู้อ่อน 

ยกเครื่องวัตถุดิบสไตล์เกาหลีแท้ๆ มาให้ทำตามได้ง่ายๆ เพื่อคลายความคิดถึงรสชาติที่เหมือนไปนั่งกินที่เกาหลีด้วยชุดเมนูพร้อมปรุง “พัคเซรอยเนื้อ” โดยเชฟจาก We Hunt You Cook ผู้คิดค้นสูตรเล่าว่า “จุดเริ่มต้นของเมนูนี้มาจากผมดูซีรีส์ชื่อดังเรื่อง Itaewon Class โดยชื่อของเมนูตั้งตามชื่อของพระเอกในเรื่อง ซึ่งเมนู ‘ซุปเต้าหู้อ่อน’ เป็นหนึ่งในเมนูที่พระเอกของเรื่องชอบทำ จริงๆ เมนูนี้ทำตามได้ไม่ยาก แต่แฝงไปด้วยความละเอียดและใส่ใจในการปรุงรสแต่ละขึ้นตอน อย่างเนื้อสไลด์เราเลือกเนื้อสันนอกอย่างดีจากออสเตรเลีย เน้นรสชาติของเครื่องปรุงรสต่างๆ ให้ปรุงแล้วได้รสชาติใกล้เคียงต้นฉบับเกาหลีที่สุดในราคาที่ถูกกว่า ที่เหลือคือความพิถีพิถันระหว่างการปรุงที่แต่ละขั้นตอนจะต้องมีเหตุและผลในการเลือกใส่ก่อนและหลัง เช่น ต้องรวนเนื้อก่อนที่จะใส่โคชูจังเพื่อให้ไขมันจากเนื้อมารองรับไม่ทำให้โคชูจังไหม้จนเกินไป หรือควรใส่เต้าหู้ในขั้นตอนท้าย เพื่อไม่ให้เต้าหู้เละในะระหว่างการผัด ทีนี้เราก็ต้องมาวัดกันระหว่างขั้นตอนการทำว่าใครมีความพิถีพิถันมากกว่ากัน” 

ในชุดเมนูพร้อมปรุงเตรียมวัตถุดิบทั้งหมดมาให้เสร็จสรรพ มีวิธีทำง่ายๆ เพียงแค่ผัดเนื้อสไลด์ 1 นาที ตามด้วยใส่โคชูจัง พริกป่นเกาหลี และเติมกิมจิโดยแยกน้ำกิมจิออกไว้ส่วนหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเติมน้ำสะอาดเพื่อทำซุป เมื่อน้ำเดือดแล้วจึงเติมกิมจิ เต้าหู้ และหอมใหญ่  เตรียมนำขึ้นเสิร์ฟด้วยการโรยต้นหอมซอย และงาขาวคั่วเป็นอันสำเร็จ

เมนูอาหารฝรั่ง : ซูส์วีด์พอร์คชอป

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเมนูสุดหรูอย่างซูส์วีด์พอร์คชอปจะสามารถทำเองได้ง่ายๆ แค่ 10 นาที เชฟจาก You Hunt We Cook เล่าว่า “เนื้อที่เราเลือกใช้ คือเนื้อผ่านขั้นตอนการซูส์วีด์มาแล้วถึง 4 ชั่วโมง เพื่อให้กลิ่น และรสของเครื่องเทศซึมเข้าไปในเนื้อ ช่วยให้เนื้อนุ่มขึ้น ไม่แข็งและแห้งเหมือนเนื้อที่เราซื้อมาแล้วเอามาทำอาหารเลยทันที เมนูนี้ไม่ได้มีเคล็ดลับเพราะเราตั้งใจให้เป็นเมนูที่ทำสะดวกและง่ายสำหรับมือใหม่ ไม่ต้องใช้เทคนิคพิเศษมากมาย สามารถทำได้ในสไตล์ของทุกคน เช่นเดียวกับผักโขมอบชีสและซอสพริกไทยสดที่เราออกแบบมาให้สามารถนำไปอุ่นร้อนและพร้อมทานได้เลย”  

ขั้นตอนการทำ เพียงแค่นำพอร์คชอปที่ซูส์วีด์แล้วเรียบร้อย ไปย่างในกระทะด้านละ 2 นาที จากนั้นให้ลดไฟลงแล้วย่างต่ออีกด้านละ 3 นาที นำผักโขมอบชีสเข้าเตาอบ 5 – 8 นาที ตามด้วยอุ่นซอสพริกไทยสดประมาณ 1 นาที แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟเมนูสุดหรูให้คนที่บ้านทานกันได้แล้ว

เมนูอาหารไทย : กุ้งแม่น้ำฉู่ฉี่  

ใครเป็นสาวกอาหารไทยรสแซ่บ แนะนำเมนู “กุ้งแม่น้ำฉู่ฉี่” ที่ไม่ได้มีดีแค่วัตถุดิบที่เป็นกุ้งแม่น้ำไซส์ใหญ่จากอยุธยา แต่มาเป็นคู่กับพริกแกงสุดจัดจ้าน เตรียมพร้อมให้โชว์เส่นห์ปลายจวักกันให้ได้รสชาติเด็ดแบบโรงแรมห้าดาว เชฟจาก We Hunt You Cook ผู้คิดค้นสูตรเล่าว่า “ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะมีเตาอบ หรือเตาย่าง เราเลยตั้งใจออกแบบวิธีการย่างกุ้งเพื่อให้ทุกคนสามารถทำตามได้ ด้วยการใช้ฟอยล์ห่อกุ้ง แล้วย่างลงบนกระทะ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เนื้อกุ้งยังชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งจนเกินไป และได้ความสุกของกุ้งอย่างพอดีเหมือนเอาเข้าเตาอบ ส่วนพริกแกงฉู่ฉี่ก็ผ่านการปรุงมาให้แล้ว พร้อมประกอบอาหารได้ทันที” 

ขั้นตอนการทำง่ายๆ โดยนำกุ้งห่อฟอยล์ย่างบนกระทะโดยปิดฝาประมาณ 5-8 นาที และผัดกะทิกับพริกแกงฉู่ฉี่รวมกัน ตามด้วยตกแต่งด้วยซอสพริกแกง และกะทิ โรยด้วยพริกแดง ใบมะกรูด และผักชีไทยบนกุ้งที่ถูกย่างสุกก็พร้อมทานแล้ว 

ชุดอาหารพร้อมปรุง Gourmet Meal Kit By Gourmet Market x Wongnai คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ และเครื่องปรุงที่ผ่านการชั่ง ตวงอย่างพอดีสำหรับการปรุงอาหารใน 1 มื้อ มีเมนูให้เลือกอร่อยมากมาย ทั้งเมนูอาหารเกาหลี ฝรั่ง และไทย รวม 10 เมนู นอกจาก 3 เมนูนี้แล้วยังมี ชุดริบอายสเต็ก, ชุดเบอร์เกอร์เนื้อ, สตูว์ปลาสไตล์อิตาเลี่ยน,  เฟตตูชินีเพสโต้กุ้งแม่น้ำ, ชุดสันในวัวน้ำจิ้มแจ่ว,  ชุดพะแนงหมู และชุดแกงเขียวหวานไก่ ในราคาเริ่มต้นเพียง 149–499 บาทต่อเมนู  สั่งซื้อได้แล้วผ่านแอป Wongnai หรือคลิก https://www.wongnai.com/mealkits 

5 เรื่องเข้าใจผิดของผู้หญิงเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/630408

วันที่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 08:36 น.5 เรื่องเข้าใจผิดของผู้หญิงเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมมะเร็งเต้านมกับความเข้าใจผิดที่ผู้หญิงต้องรู้ โดย นพ.สาธิต ศรีมันทยามาศ ศัลยแพทย์มะเร็งเต้านม ศูนย์เต้านมโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ

มะเร็งเต้านม มะเร็งอันดับ 1 ของผู้หญิงทั่วโลก เพราะมะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งในผู้หญิงที่พบมากเป็นอันดับ 1 ทั้งในตะวันตกและเอเชีย จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า มีผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งเต้านมรายใหม่ประมาณ 20,000 คนต่อปี หรือ 55 คนต่อวัน ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นทุกปี

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม

1) อาหารไขมันสูงของมันและของทอดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม

ข้อเท็จจริง อาหารไม่ได้เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งเต้านม แต่อาหารบางอย่างจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม เช่น อาหารไขมันสูง เมื่อรับประทานมากๆ จะสะสมกลายเป็นไขมันในร่างกาย และเปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งฮอร์โมนเพศมีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ส่วนอาหารพวกเนื้อสัตว์ไม่ได้พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านมด้วยเช่นกัน นอกจากนี้การบริโภคพืชผักหรือไฟเบอร์จะช่วยลดการเกิดมะเร็งได้ทุกชนิดรวมทั้งมะเร็งเต้านมด้วย

2) การสวมชุดชั้นในขณะนอนหลับเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม

ข้อเท็จจริง ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน แม้ในอดีตจะมีหนังสือตีพิมพ์ว่า การสวมชุดชั้นในขณะนอนหลับจะเกิดการบีบรัดระบบน้ำเหลือง ทำให้ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนไม่สะดวกและมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถยืนยันได้ถึงความเกี่ยวพันดังกล่าว การสวมชุดชั้นในขณะหลับจึงไม่ได้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด

3) หากไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมก็จะไม่เป็นมะเร็งเต้านม

ข้อเท็จจริง เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะมะเร็งเต้านมมีความสัมพันธ์กับพันธุกรรมแค่ 10% และมะเร็งเต้านมในปัจจุบันเกิดขึ้นได้เองมากกว่าเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

4) ผู้หญิงที่มีเต้านมเล็กมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าผู้หญิงเต้านมใหญ่

ข้อเท็จจริง ไม่เป็นความจริง ปัจจัยเรื่องขนาดไม่ได้มีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านม เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่มีเต้านมเล็กและใหญ่ มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้เท่าๆ กัน

5) ทำแมมโมแกรมบ่อยๆ เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม

ข้อเท็จจริง ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน อีกทั้งรังสีที่ใช้ในการตรวจแมมโมแกรมมีปริมาณน้อย รวมทั้งการตรวจเช็กแมมโมแกรมเพียงปีละ 1 ครั้งไม่ได้มีอันตรายหรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด

จริงหรือมั่ว! น้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว ล้างพิษตับ กำจัดนิ่วในถุงน้ำดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/630407

วันที่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 08:18 น.จริงหรือมั่ว! น้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว ล้างพิษตับ กำจัดนิ่วในถุงน้ำดีแชร์กันเยอะ!! ล้างพิษตับ กำจัดนิ่วในถุงน้ำดี ด้วยน้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว เป็นไปได้จริงๆ หรืออิงนิยาย

มีหลายเรื่องในโซเชียลมีเดียวที่เชื่อไม่ได้ หนึ่งในนั้นคือเรื่องราวที่ถูกแชร์ต่อกันจนเกิดเป็นกระแสมาๆ หายๆ ในหลายๆ ช่องทาง สำหรับเรื่องการล้างพิษตับ ล้างนิ่วในถุงน้ำดี ด้วยการกินน้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาว แต่กระแสที่ออกมานั้น เช็ก แชร์ ชัวร์ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย) กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันแล้วว่า…ไม่ใช่เรื่องจริง

เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะ “นิ่วในถุงน้ำดี” เกิดจากภาวะไม่สมดุลของสารประกอบในน้ำดี บางรายไม่มีอาการ บางรายมีอาการ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย บางครั้งมีอาการปวดแบบปวดดิ้น หรือถ้านิ่วตกลงไปอุดท่อน้ำดีใหญ่ จะทำให้มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง

ส่วนทางด้าน “ตับ” เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย สร้างน้ำดีช่วยย่อยไขมันในลำไส้ สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อช่วยกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ออกจากร่างกาย และสร้างโปรตีนให้หลอดเลือดแข็งตัว

จะเห็นได้ว่า หน้าที่ของตับไม่ได้เกี่ยวกับการกำจัดนิ่วเลย ดังนั้น หากเป็นนิ่วควรเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ถุงน้ำดีอักเสบจนอาจกระตุ้นการเกิดมะเร็งถุงน้ำดีได้

ผู้ประท้วงต่อต้านเหยียดผิว จี้คนผิวขาวยกบ้านให้คนผิวดำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/631272

วันที่ 23 ส.ค. 2563 เวลา 18:33 น.ผู้ประท้วงต่อต้านเหยียดผิว จี้คนผิวขาวยกบ้านให้คนผิวดำผู้ประท้วงเรียกร้องให้คนผิวขาวเสียสละโดยอ้างว่าพวกเขาได้ประโยชน์จากการมีอภิสิทธิ์เหนือคนผิวดำ

New York Post รายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วง Black Lives Matter ในซีแอตเทิลเดินขบวนผ่านย่านที่อยู่อาศัยของคนผิวขาวและเรียกร้องให้ชาวผิวขาวยอมทิ้งบ้านของตนเพื่อมอบให้กับคนผิวดำ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงกลางเดือนสิงหาคมและมีการโพสต์คลิปเหตุการร์บน Twitter แสดงให้เห็นฝูงชนหลายสิบคนคนร้องตะโกนเรียกร้องสิทธิของคนผิวดำ และมีชายคนหนึ่งแสดงความโกรธแค้นต่อคนผิวขาวที่อยู่ใกล้เคียงโดยกล่าวว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในพื้นที่เคยเป้นของคนผิวดำในอดีต

ในขณะที่ผู้หญิงอีกคนในฝูงชนตะโกนว่าคนผิวขาวควรจะ “สละ” บ้านของพวกเขา และผู้หญิงอีกคนในฝูงชนเรียกร้องให้ผู้อยู่อาศัยคนผิวขาวเสียสละทรัพย์สินของพวกเขา 

“เอาบ้านคนผิวดำคืนมา คุณอยู่ตรงนั้นสบายๆ สบายเหมือนว่าคุณไม่ได้มีส่วนทำให้พื้นที่เป็นของคนผิวขาว! ฉันเคยอาศัยอยู่ในละแวกนี้และครอบครัวของฉันถูกผลักไสออกไปและคุณกำลังนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วความสุขกับเพื่อนผิวขาวคนอื่นๆ ของคุณ!”

คลิปที่สองแสดงให้เห็นผู้ประท้วง Black Lives Matter  และสมาชิกกลุ่มต่อต้านเผด็จการ Antifa เรียกร้องให้คนผิวขาว “ไสหัวออกไป” ในขณะที่คนอื่นๆ ในฝูงชนเรียกร้องให้มีการชดใช้สิ่งที่พวกเขาสูญเสียไป

แต่มีอีกคลิปหนึ่งที่ผู้ประท้วงข่มขู่เจ้าของธุรกิจคนผิวขาวที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกตำรวจเพื่อรายงานว่าหน้าต่างร้านของเขาอาจถูกทุบจนแตก แต่ผู้ประท้วงโจมตีคนผิวขาวคนนี้ว่าเขากำลังเหยียดผิว และสั่งให้คนผิวขาวคนนี้ “ทบทวนอภิสิทธิ์ของคุณซะ” ซึ่งหมายความว่าผู้ประท้วงเห็นว่าคนผิวขาวคนนี้กำลังใช้อภิสิทธิ์ความเป็นคนผิวขาวเพื่อเรียกตำรวจมาจัดการกับคนผิวดำ 

ภาพประกอบคือการประท้วงที่นิวยอร์ก  Scott Heins/AFP

สื่อนอกชี้เมืองไทยคุมโควิดได้ แต่คนขับรถชนตายบนถนนเป็นเบือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/631285

วันที่ 23 ส.ค. 2563 เวลา 16:34 น.สื่อนอกชี้เมืองไทยคุมโควิดได้ แต่คนขับรถชนตายบนถนนเป็นเบือเป็นอีกหนึ่งครั้งที่สื่อต่างประเทศรายงานถึงอันตรายจากการใช้รถใช้ถนนของเมืองไทย

สำนักข่าว/สถานีโทรทัศน์ Sky News ของอังกฤษรายงานข่าวเกี่ยวกับอันตรายของถนนในประเทศไทยในรายงานคือ Why are Thailand’s roads so deadly? (ทำไมถนนในประเทศไทยถึงอันตรายถึงตาย?)

ผู้สื่อข่าว (Siobhan Robbins) ได้ตั้งข้อสังเกตไว้อย่างแหลมคมว่า ประเทศไทยมีถนนที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ทุกๆ ปีหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตบนถนนเหล่านี้ “จนถึงขณะนี้ไวรัสโคโรนาได้คร่าชีวิตไปแล้วราวๆ 60 คน แล้วเป็นไปได้อย่างไรที่ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ แต่กลับลดจำนวนคนตายบนท้องถนนไม่ได้”

ในแต่ละมีมีอย่างน้อย 20,000 คนที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับท้องถนนของเมืองไทยนช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้ไทยมีถนนที่อันตรายที่สุดเป็นอันดับที่ 9 ของโลก แม้ว่าในปีหน้าทางการไทยตั้งเป้าจะลดตัวเลขลงมา 45% แต่จากการที่ผู้สื่อข่าวได้ติดตามทีมกู้ภัยไปช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุต่างๆ จนแทบไม่ได้พัก เธอบอกว่าตัวเลขที่ตั้งไว้ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้

คืนแล้วคืนเล่าวัฏจักรของอุบัติเหตุและการทำงานอย่างหนักหน่วงของทีมกู้ภัยวนไปวนมาอยู่แบบนี้ สำหรับประเทศที่สามารถควบคุมโควิด-19ได้ให้มีคนตายแต่ 60 คน แต่ในปีนี้กลับมาคนตายบนถนนแล้วถึง 8,000 คน

ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ทีมกู้ภัยคนหนึ่งโดยถามคำถามว่าทำไมประเทศถึงคุมโควิด-19 อยู่ แต่กลับคุมอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ได้ ทีมกู้ภัยตอบว่า “คนไทยไม่เคารพกฎ” และผู้สื่อข่าวได้เสริมว่า “พวกเขา (คนไทย) ไม่กลัวถนน แต่กลัวโควิด”

ผู้สื่อข่าวยังได้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจและได้ซักถามเรื่องการติดสินบนดังที่มีกลุ่มเคลื่อนไหวบางกลุ่มกล่าวอ้างแต่ตำรวจไทยปฏิเสธเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวบอกว่ารัฐฐาลไทยกำลังดำเนินการกวาดล้างการติดสินบยนและกำหนดโทษไว้รุนแรง แรวมถึงกำหนดมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนน

แต่แผนการเหล่านี้อาจจะล้มเหลวในที่สุดหากผู้ขับขี่ยานยนต์ไม่เปลี่ยนนิสัย ในปีนี้ตัวเลขคนตายบนท้องถนนลดลงเล้กน้อย แต่ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเพราะการระบาดของโควิด-19ที่ทำให้ถนนของเมืองไทยปลอดภัยขึ้น เพราะประชาชนถูกล็อคดาวน์ให้อยู่กับบ้าน แต่นี้เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น

พี่สาวยังทนไม่ไหว ด่าทรัมป์โหดร้าย-คนโกหก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/631280

วันที่ 23 ส.ค. 2563 เวลา 14:34 น.พี่สาวยังทนไม่ไหว ด่าทรัมป์โหดร้าย-คนโกหกในการบันทึกลับที่เพิ่งได้รับการเปิดเผยพี่สาวของทรัมป์เรียกเขาว่า ‘โหดร้าย’, ‘คนโกหก’

ตามบันทึกลับที่ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันเสาร์เปิดเผยว่าพี่สาวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ กล่าวว่าเขาเป็นคนโหดร้ายและเป็นคนโกหก และการที่ทรัมป์เป็นคนไร้หลักการทำให้เขาไม่สามารถเชื่อถือได้

แมรีแอนน์ ทรัมป์ แบร์รี่ (Maryanne Trump Barry) ตำหนิน้องชายของเธอเกี่ยวกับนโยบายการเข้าเมืองของเขาที่ทำให้เด็กๆ ผู้อพยพเข้าเมืองต้องถูกแยกจากพ่อแม่ที่ชายแดนสหรัฐและถูกส่งไปยังศูนย์กักกัน ซึ่งเป็นนโยบาที่สร้างความไม่พอใจไปทั่วประเทศ

ในบันทึกลับที่หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ได้รับมาแมรีแอนน์ ทรัมป์ แบร์รี่ บอกว่า “ทุกสิ่งที่เขาต้องการทำคือเอาใจฐานเสียงของเขา เขาไม่มีหลักการอะไร ไม่มีเลย”

พี่สาวผู้นำสหรัฐยังบอกว่า “ทวีตที่น่ารังเกียจของเขาและการโกหก โอ้พระเจ้า” ซึ่งหมายถึงการทวีตข้อคงวามของทรัมป์ที่มักจะใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมและยังเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ บ่อยครั้ง

บันทึกเสียงดังกล่าวอัดไว้อย่างลับๆ โดยแมรี่ ทรัมป์ หลานสาวของทรัมป์เอง ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วแมรี่ ทรัมป์เปิดตัวบันทึกความทรงจำของเธอเกี่ยวกับครอบครัวทรัมป์ซึ่งสร้างความตกตะลึงอย่างมาก เพราะมีขึ้นในช่วงที่ทรัมป์ต้องรักษาภาพลักษณ์ขณะลงสนามหาเสียงเลือกตั้งรักษาเก้าอี้ผู้นำสมัยที่สอง

โรเบิร์ตน้องชายของทรัมป์ซึ่งเสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่แล้วพยายามใช้ศาลเพื่อพยายามปิดกั้นการตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้โดยอ้างว่าแมรี่ละเมิดข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลที่ลงนามในปี 2001 แต่ก็ไม่เป็นผล หนังสือเล่มนี้ มียอดขาย 950,000 เล่มในวันที่ออกจำหน่าย แต่ทำเนียบขาวประณามว่าเป็น “หนังสือแห่งความเท็จ”

แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งในการบันทึกเสียงแมรีแอนน์ ทรัมป์ แบร์รี่พูดกับหลานสาวของเธอว่าทรัมป์ต่างหากที่เป็นคนเท็จ โดยเธอบอกว่า “เป็นความเท็จที่สุดแห่งความเท็จ มันคือความเท็จและความโหดร้าย โดนัลด์เป็นคนโหดร้าย”

การบันทึกเสียงนี้ยังให้ความกระจ่างเกี่ยวกับการแฉเรื่องน่าอับอายในหนังสือของแมรี่ที่อ้างว่าทรัมป์จ่ายเงินให้คนๆ หนึ่งช่วยสอบเข้าวิทยาลัยให้เขา

แมรีแอนน์ ทรัมป์ แบร์รี่ บอกในบันทึกเสียงว่า “เขาเข้ามหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียได้เพราะมีคนเข้าสอบให้” และแมรีแอนน์ ทรัมป์ แบร์รี่ยังจำชื่อชายคนนั้นได้ด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ แมรีแอนน์ ทรัมป์ แบร์รี่ เป็นผู้พิพากษาศาลอุธรณ์เขตที่สามซึ่งเกษียณอายุแล้วได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีบิล คลินตัน เป็นคนที่วิจารณ์น้องชายของเธอมาโดยตลอด ส่วนแมรี่ ทรัมป์ เป็นหลานสาวที่เกิดจากพี่ชายของทรัมป์คือเฟรด ทรัมป์ จูเนียร์

Photo by SAUL LOEB / AFP