บุคลากรแพทย์รัสเซียดับเพราะโควิดเกือบ 500 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626461

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 20:38 น.บุคลากรแพทย์รัสเซียดับเพราะโควิดเกือบ 500 คนข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อระหว่างปฏิบัติหน้าที่

Roszdravnadzor หน่วยงานเฝ้าระวังทางการแพทย์ของรัสเซียเผยว่า จนถึงตอนนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ของรัสเซีย เสียชีวิตจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสแล้ว 489 ราย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าบุคลากรเหล่านี้ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ขณะที่ข้อมูลจากสภาพยาบาลระหว่างประเทศพบว่า มีบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกติดเชื้อโคโรนาไวรัสกว่า 230,000 คน และพยาบาลเสียชีวิตอย่างน้อย 600 คน

ทั้งนี้ รัสเซียขึ้นแท่นเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐและบราซิล แต่เกิดการกังขากับตัวเลขผู้เสียชีวิตว่ารัสเวียอาจรายงาตัวเลขต่ำกว่าความเป็นจริง

จีนโต้ไม่ได้จับตัวทหารอินเดียหลังปะทะเดือดพรมแดน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626445

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 18:30 น.จีนโต้ไม่ได้จับตัวทหารอินเดียหลังปะทะเดือดพรมแดนเหตุปะทะเดือดระหว่างพรมแดนจีนกับอินเดียยังไม่คลี่คลาย

เจ้าลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนโต้กลับอินเดียว่า ทางการจีนไม่ได้ควบคุมตัวทหารอินเดียที่ปะทะกันที่หุบเขาแม่น้ำกัลวัน ในแคว้นลาดัก หลังจากสื่ออินเดียรายงานว่าทหารอินเดีย 10 นายได้รับการปล่อยตัวแล้ว

นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่ากรณีนี้ชัดเจนว่าใครผิดใครถูก และฝั่งอินเดียต้องรับผิดชอบไปทั้งหมด พร้อมทั้งยืนยันว่าขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจาผ่านช่องทางการทูตและการทหาร โดยหวังว่าอินเดียจะร่วมมือกับจีนเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทวิภาคีไว้

ก่อนหน้านี้ ศิวะ อารูร์ บรรณาธิการอาวุโสของ India Today ทวีตเผยรายละเอียดการปล่อยตัวทหารอินเดีย ซึ่งมีนายทหารระดับพลโท 1 นายและพลตรี 3 นายรวมอยู่ด้วย

ควีนส์แลนด์จ่อเก็บค่ากักตัว นทท.คนละ 6 หมื่นบาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 16:31 น.ควีนส์แลนด์จ่อเก็บค่ากักตัว นทท.คนละ 6 หมื่นบาทต่อไปนี้การกักตัวเพื่อคัดกรองโควิดในรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียสำหรับชาวต่างชาติจะไม่ฟรีอีกต่อไป

ทางการรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียประกาศว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ารัฐควีนส์แลนด์ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักตัว 14 วันในโรงแรมที่ทางการจัดไว้ให้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19

เว็บไซต์ของรัฐควีนส์แลนด์ระบุว่าค่าใช้จ่ายในการกักตัวนักท่องเที่ยว 1 คนจะอยู่ที่ 2,800 เหรียญออสเตรเลีย หรือ 59,606 บาท นักท่องเที่ยวที่มาเป็นคู่อยู่ที่ 3,700 เหรียญออสเตรเลีย หรือ 78,705 บาท และ 4,600 เหรียญออสเตรเลีย หรือ 97,875 บาทสำหรับครอบครัว 4 คนซึ่งต้องพักห้องเดียวกัน

ทั้งนี้ ยกเว้นนักท่องเที่ยวที่มีกำหนดเดินทางเข้าควีนส์แลนด์นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไปที่จองตั๋วเครื่องบินไว้ก่อนวันที่ 1 ก.ค.

ทางการรัฐควีนส์แลนด์เผยว่าจุดประสงค์ในการเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวคือ เพื่อลดการสร้างภาระทางการเงินที่มาจากภาษีประชาชนในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

นับตั้งแต่ Covid-19 ระบาดจนถึงปัจจุบัน ทางการรัฐควีนส์แลนด์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักตัวแล้วกว่า 19 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือ 404.22 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกิน 24 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือ 510.71 ล้านบาทภายในสิ้นเดือน มิ.ย.

ด้วยเหตุนี้รัฐควีนส์แลนด์จึงเป็นรัฐแรกของออสเตรเลียที่เก็บเงินค่ากักตัวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ออสเตรเลียถูกแฮกเกอร์มือดีล้วงข้อมูลรัฐบาล คาดจีนอยู่เบื้องหลัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626422

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 15:12 น.ออสเตรเลียถูกแฮกเกอร์มือดีล้วงข้อมูลรัฐบาล คาดจีนอยู่เบื้องหลังรัฐบาลออสเตรเลียและองค์กรต่างๆ ถูกแฮกเกอร์มือดีที่มีรัฐบาลหนุนหลังล้วงข้อมูลถี่ขึ้นช่วงโควิด

นายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลียเผยว่า แฮกเกอร์ที่มีรัฐบาลหนุนหลังลงมือล้วงข้อมูลของรัฐบาลและองค์กรต่างๆ ทุกภาคส่วน อาทิ องค์กรทางการเมือง อุตสาหกรรม การศึกษา สุขภาพ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งเกิดขึ้นถี่ขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ผู้นำออสเตรเลียไม่ได้ชี้ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ดังกล่าว เพียงแต่เอ่ยว่า “แฮกเกอร์ฝีมือดีที่มีรัฐบาลหนุนหลังและสามารถลงมือได้ในระดับนี้มีไม่มาก”

ถึงอย่างนั้น เมื่อพิจารณาจากความเสียหายที่เกิดเป็นวงกว้างและช่วงเวลาทำให้ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองและผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองทางไซเบอร์หลายคนพุ่งเป้าไปที่จีน เนื่องจากพบความเชื่อมโยงว่าจีนแฮกข้อมูลของออสเตรเลียหลายครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จีนเป็นเพียงไม่กี่ประเทศนอกจากรัสเซีย อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ที่มีศักยภาพในการลงมือในระดับนี้ ทั้งยังไม่ใช่พันธมิตรกับจีน แต่ก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ เนื่องจากแม้แต่ประเทศที่เป็นพันธมิตรกันก็จารกรรมข้อมูลทางไซเบอร์ระหว่างกัน

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ของจีนและออสเตรเลียเริ่มตึงเครียดในช่วงที่ Covid-19 ระบาด หลังจากออสเตรเลียเรียกร้องให้มีการตรวจสอบต้นกำเนิดของเชื้อโคโรนาไวรัส และวิพากษ์วิจารณ์การรับมือโรคระบาดของรัฐบาลจีน ทำให้จีนขึ้นภาษีนำเข้าเนื้อและข้าวบาร์เลย์จากออสเตรเลีย  

ส่วนจีนตกเป็นผู้ต้องสงสัยของรัฐบาลหลายชาติว่าอยู่เบื้องหลังการจารกรรมข้อมูลของประเทศอื่น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ทางการสหรัฐเตือนว่าจีนอาจอยู่เบื้องหลังการล้วงข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับวัคซีน Covid-19 ของสหรัฐ

อังกฤษพบยาสเตียรอยด์ รักษาป่วยโควิดอาการโคม่าได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626408

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 13:55 น.อังกฤษพบยาสเตียรอยด์ รักษาป่วยโควิดอาการโคม่าได้นักวิจัยออกซฟอร์ดเผย”เดกซาเมทาโซน”ยาสเตียรอยด์ราคาถูก ช่วยลดเสี่ยงตายในผู้ป่วยโควิดอาการหนัก สาธารณสุขอังกฤษอนุมัติใช้แล้ว

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ เผยผลการทดลองใช้ยา “เดกซาเมทาโซน” ซึ่งเป็นยากลุ่มสเตียรอยด์ที่มีราคาถูกและมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาอาการแพ้ต่างๆ รวมถึงรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และโรคหืด สามารถช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตในผู้ป่วยโควิด-19 อาการหนักได้

ทีมวิจัยซึ่งได้ใช้ยา “เดกซาเมทาโซน”ทดลองในผู้ป่วยโควิดอาการหนักกว่า 2,000 รายมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้เผยผลการศึกษาเบื้องต้นที่พบว่า เมื่อให้ยาดังกล่าวในกลุ่มผู้ป่วยหนักที่ถึงขั้นใช้เครื่องช่วยหายใจ สามรรถลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึง 1 ใน 3 ขณะที่ผู้ป่วยปกติที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ สามารถลดอัตราเสียชีวิตได้ถึง 1 ใน 5

สำหรับผู้ป่วยโควิดอาการหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจจะมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงเกือบร้อยละ 40 แต่จากผลการทดลองใช้ยาชนิดนี้ อัตราการเสียชีวิตลดลงเหลือไม่ถึงร้อยละ 30

อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยยืนยันว่า ผลการทดลองดังกล่าวยังต้องรอความชัดเจนในรายละเอียดอีกครั้งเมื่อพวกเขาตีพิมพ์รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ในเร็วๆนี้ แต่มีรายงานว่านายแมตต์ แฮนค็อก รมว.สาธารณสุขอังกฤษได้อนุมัติให้ใช้ยาชนิดดังกล่าวรักษาผู้ป่วยโควิดที่มีอาการหนักแล้ว

โบลตันแฉอีก ทรัมป์เพิ่งรู้ว่าอังกฤษก็ครอบครองหัวรบนิวเคลียร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626391

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 11:56 น.โบลตันแฉอีก ทรัมป์เพิ่งรู้ว่าอังกฤษก็ครอบครองหัวรบนิวเคลียร์อดีตที่ปรึกษาบอก ปธน.ทรัมป์ไม่รู้เรื่องการบริหารประเทศเลย

ตอนหนึ่งในหนังสือเล่มใหม่ที่ชื่อว่า The Roome Where It Happened : A White House Memoir ซึ่งเขียนโดยนายจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยอีกว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เคยรู้มาก่อนว่าสหราชอาณาจักรมีหัวรบนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองด้วย

อดีตที่ปรึกษาทรัมป์ระบุในหนังสือเล่มใหม่ของเขาว่า ย้อนไปเมื่อสองปีที่แล้วในปี2018 คราวที่ประธานาธิบดีทรัมป์พบปะหารือแบบทวิภาคีกับอดีตนายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ของอังกฤษ ผู้นำสหรัฐได้ถามเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งในสำนักนายกอังกฤษว่า “โอ้..คุณก็เป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์เหมือนกันหรอ?” ซึ่งนายโบลตันยืนยันว่า คำพูดดังกล่าวไม่ใช่คำพูดติดตลกแต่อย่างใด เขามั่นใจว่าผู้นำสหรัฐไม่รู้มาก่อนว่าพันธมิตรที่ใกล้ชิดสหรัฐอย่างอังกฤษก็มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองด้วย

สำหรับนายโบลตัน เคยเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาวระหว่างปี 2018ถึง2019 ได้เขียนหนังสือเล่มใหม่ที่กล่าวอ้างหลากหลายเรื่องราวในทำเนียบขาวภายใต้การบริหารของรัฐบาลทรัมป์ โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่า ปธน.ทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐที่ไม่รู้เรื่องการบริหารใดๆเลย

ทั้งนี้ อังกฤษเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์มาตั้งแต่ปี 1952 และมีกองเรือดำน้ำติดหัวรบนิวเคลียร์ประจำการอยู่ในกองทัพจำนวนหลายลำ

นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีประเด็นน่าสนใจอื่นๆ ที่นายโบลตันระบุในหนังสือของเขาเกี่ยวกับผู้นำสหรัฐ อาทิ เมื่อคราวประชุมG20 ที่นครโอซาก้าปี 2019 ซึ่งอ้างว่าทรัมป์ได้ขอความช่วยเหลือจากผู้นำจีนในการช่วยให้ชนะเลือกตั้งสมัยสองปลายปีนี้เพื่อผลดีที่การค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ

การออกมาแฉของนายโบลตัน ได้สร้างความไม่พอใจให้กับทำเนียบขาวอย่างมากโดยมีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐเตรียมดำเนินการฟ้องร้องนายโบลตัน ด้วยข้อกล่าวขายความลับด้านความมั่นคงของชาติ ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่หนังสือเล่มใหม่ของนายโบลตันจำนวน 577 หน้าจะถูกตีพิมพ์ ได้ผ่านการอนุมัติเนื้อหาจากคณะกรรมาธิการข้อมูลข่าวกรองแล้ว

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ได้ทวีตข้อความโจมตีนายโบลตันในหลายข้อความว่าเป็นพวกขายชาติ

แฟ้มภาพ : AFP

นิวยอร์กเล็งกักโรคคนมะกันจากรัฐอื่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626379

วันที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 10:37 น.นิวยอร์กเล็งกักโรคคนมะกันจากรัฐอื่นผู้ว่านิวยอร์กเตรียมใช้มาตรการกักกันโรคคนเดินทางจากรัฐอื่น หลังอเมริกันบางรัฐติดเชื้อพุ่ง

นายแอนดรูว โคโม่ ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กได้แถลงเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา เตรียมพิจารณาให้รัฐนิวยอร์กใช้มาตรการกักกันโรคชาวอเมริกันที่เดินทางมาจากรัฐฟลอริด้า และรัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากที่สองรัฐดังกล่าวมีรายงานยอดติดเชื้อโควิดสูงขึ้น

นายโคโม่กล่าวว่า ขณะนี้เขายังไม่ได้มีการตัดสินใจใดๆ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าจะพิจารณาใช้มาตรการดังกล่าวด้วยการใช้อำนาจพิเศษในฐานะผู้ว่าการรัฐ เพื่อลดความเสี่ยงที่ชาวอเมริกันจากรัฐอื่นจะนำเชื้อมาติดยังพื้นที่รัฐนิวยอร์ก

ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้นหลัง จากที่เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมารัฐฟลอริด้ามีรายงานผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นถึง 2,384 ราย ในช่วงสามที่ผ่านมา นับเป็นสถิติการติดเชื้อรายวันสูงที่สุดของฟลอริด้า

ก่อนหน้านั้นช่วงปลายเดือนมีนาคม นายรอน ดิซานดิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริด้าก็เคยลงนามในคำสั่งพิเศษ สั่งกักกันชาวนิวยอร์กที่เดินทางมายังฟลอริด้าเป็นเวลา 14 วันด้วย เช่นเดียวกับนายเกร็ก แอ็บบอต ผู้ว่าเท็กซัส ก็เคยใช้คำสั่งเดียวกันกักกันชาวนิวยอร์กที่เข้ามายังเท็กซัส

ขณะนี้สถานการณ์โควิดระบาดในรัฐนิวยอร์กเริ่มทยอยผ่อนคลายลง แต่ในส่วนอื่นๆของประเทศอย่างรัฐฟลอริด้าและรัฐแคลิฟอร์เนีย พบสัญญาณการกลับมาระบาดซ้ำ หลังท้องถิ่นเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

นอกจากนี้ มีรายานว่า สายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ ซึ่งเริ่มเปิดทำการเส้นทางบินในประเทศแล้ว ได้เตรียมออกข้อบังคับให้ผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากขณะโดยสารเครื่องบิน ซึ่งหากผู้โดยสารไม่ปฏิบัติตาม สายการบินมีสิทธิ์ปฏิเสธให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง

ขณะนี้ทั่วสหรัฐมียอดติดเชื้อสะสมที่กว่า 2.23 ล้านราย รักษาหายแล้วกว่า 698,000 คน เสียชีวิตแล้วไม่น้อยกว่า 120,000 ราย

ทราเวล บับเบิล ไม่เวิร์กจนกว่าจะมีวัคซีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626365

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 20:47 น.ทราเวล บับเบิล ไม่เวิร์กจนกว่าจะมีวัคซีนเรายังไม่ควรประมาท ยังไม่ควรลดการ์ด เพราะเชื้อสามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ

เชื้อโคโรนาไวรัสทำให้การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกหยุดชะงัก องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (WTO) คาดการณ์ว่าการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศในปีนี้จะลดลงถึง 80% หลายประเทศที่เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ จึงเริ่มมองหาหนทางในการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว

มาตรการ Travel Bubble จึงถูกพูดถึงอย่างหนาหูในช่วงนี้

Travel Bubble ก็คือ การจับคู่การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสได้แล้ว โดยให้พลเมืองของประเทศคู่สัญญาเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันโดยไม่ต้องกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ 14 วัน เพื่อฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยว

ประเทศที่ตกลงจะทำสัญญา Travel Bubble ระหว่างกันเป็นประเทศแรกๆ ก็คือ ออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ (Trans-Tasman bubble) เพราะทั้งสองประเทศสั่งปิดพรมแดนสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่เดือน มี.ค. และสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อยู่หมัดแล้วในขณะนั้น

แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าแผนเปิดพรมแดนระหว่างกันจะต้องเลื่อนออกไป เพราะนิวซีแลนด์เองก็กลับมาพบการติดเชื้ออีกระลอก หลังจากไม่มีผู้ป่วยรายใหม่  24 วันติดต่อกัน ส่วนออสเตรเลีย บางรัฐ อาทิ ควีนส์แลนด์ เวสเทิร์นออสเตรเลีย ยืนยันว่าจะยังไม่เปิดพรมแดนไปจนถึงปีหน้า ทำให้ต้องชะลอแผนท่องเที่ยวระหว่างกันไว้ก่อน

แปลว่ามาตรการ Travel Bubble ไม่เวิร์กแล้ว เพราะรัฐบาลท้องถิ่นของออสเตรเลียไม่เอาด้วย ส่วนนิวซีแลนด์ก็ยังกล้าๆ กลัวๆ เพราะออสเตรเลียยังมีผู้ติดเชื้ออยู่

ประเด็นการระบาดระลอกสองกลายเป็นเรื่องที่น่าจับตาสำหรับประเทศที่กำลังจะใช้มาตรการ Travel Bubble โดยเฉพาะประเทศไทย เพราะประเทศที่เราจะจับคู่ด้วยต่างก็เริ่มมีสัญญาณการระบาดระลอกสอง ไม่ว่าจะเป็นจีนที่พบการระบาดในตลาดซินฟาตี้ในกรุงปักกิ่งจนต้องล็อกดาวน์ห้ามเดินทางเข้าออกในพื้นที่ 11 จุด

ส่วนในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังพบกลุ่มผู้ติดเชื้อใหม่ต่อเนื่องเป็นหลักสิบ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสถานบันเทิงยามค่ำคืน ทั้งๆ ที่ดูเหมือนว่าจะควบคุมได้แล้วก่อนหน้านี้

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าเรายังไม่ควรประมาท ยังไม่ควรลดการ์ด เพราะเชื้อสามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ การเปิดรับนักท่องเที่ยวแม้จะมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดการแพร่เชื้อหากมีนักท่องเที่ยวติดเชื้อ

เรื่องนี้มีผลสำรวจความคิดเห็นชาวไทยจากสวนดุสิตโพลล์เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า 75.72% มองว่ายังไม่ควรเปิด Travel Bubble 54.39% บอกว่าคนไทยควรเที่ยวในประเทศกันเองก่อน และ 21.33% กังวลว่านักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะทำให้ Covid-19 ระบาดระลอกสอง

คำถามคือ หากไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วธุรกิจการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้อย่างไร

ณ ตอนนี้คนไทยต้องหันมาเที่ยวกันเองในประเทศ อย่างที่ กลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทยแนะนำว่าไทยต้องเริ่มจากการท่องเที่ยวในประเทศก่อน แม้ว่าจะไม่อาจชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่หากมองจากสถานการณ์ในจีนขณะนี้ ไทยควรเพลย์เซฟไว้ก่อน

เพราะหากมีนักท่องเที่ยวติดเชื้อแม้เพียงคนเดียว นอกจากจะมีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อให้คนไทยแล้ว รัฐบาลอาจจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะสูงกว่ารายได้ที่ไทยจะได้จากนักท่องเที่ยวรายนั้นหลายเท่า

รัฐบาลไทยมีงบประมาณเตรียมพร้อมสำหรับกรณีนี้หรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีแง่มุมที่ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนรอบคอบ อาทิ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของผู้ประกอบการที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจาก Travel Bubble เพราะหากเปิดแล้วนักท่องเที่ยวน้อยก็ไม่คุ้มกับต้นทุนในการดำเนินการ

ความกังวลเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวมีรายงานจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุว่านักท่องเที่ยวยังกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางด้วยเครื่องบิน โดยช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวมีแผนจะเดินทางภายใน 2-3 เดือนหลัง Covid-19 จบ เพียง 45% ลดลงจากเดือน เม.ย. ที่อยู่ที่ 61%

และหากนักท่องเที่ยวนำเชื้อเข้ามาแพร่ในประเทศจนเกิดการระบาดระลอกสอง ไทยจะต้องงัดมาตรการล็อกดาวน์กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครต้องการแล้ว เพราะทุกคนทั้งประชาชนและภาคธุรกิจต่างก็บอบช้ำจากการล็อกดาวน์ระลอกแรกมาไม่น้อย ถ้าต้องเจ็บตัวซ้ำทั้งที่ยังไม่ทันฟื้นตัวจากครั้งแรก คนที่สายป่านสั้นอาจต้องล้มหายตายจากไป

แล้วทำไมกรีซซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อและการควบคุมการแพร่ระบาดใกล้เคียงกับไทยทำได้

กรีซเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งมีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า (European Health Insurance) ที่ครอบคลุมระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกัน รวมทั้งในสวิตเซอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร หากนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปด้วยกันเกิดติดเชื้อโคโรนาไวรัสติดในกรีซ รัฐบาลกรีซไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐบาลสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ กรีซยังจับตาดูสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมตรวจหาเชื้อในกลุ่มนักท่องเที่ยว รวมทั้งบังคับใช้มาตรการเพื่อความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ อาทิ จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในโรงแรมและรีสอร์ท แต่ละโรงแรมต้องมีแพทย์ประจำ

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคหลัง Covid-19 อย่างแท้จริง หมายความว่าเชื้อโคโรนาไวรัสอาจกลับมาระบาดได้ทุกเมื่อ และหากมันเกิดขึ้นความพยายามควบคุมการแพร่ระบาดที่ผ่านมาล้วนเสียเปล่า  

ขึ้นชื่อว่าฟองอากาศ (Bubble) ย่อมมีความเปราะบาง ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีน ความเสี่ยงก็ยังมีอยู่ไม่ว่าจะควบคุมอย่างเข้มงวดเพียงใดก็ตาม Travel Bubble ก็ยังไม่ควรเกิดขึ้น

เยอรมนีงานเข้า โควิดระบาดในโรงฆ่าสัตว์ ติดเชื้อแล้ว 650 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626363

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 19:46 น.เยอรมนีงานเข้า โควิดระบาดในโรงฆ่าสัตว์ ติดเชื้อแล้ว 650เยอรมนีเร่งหยุดการแพร่ระบาดของ Covid-19 หลังคนงานในโรงงานฆ่าสัตว์ 650 คนในรัฐนอร์ดไฮน์เวสต์ฟาเลนทางตะวันตกของประเทศ ติดเชื้อโคโรนาไวรัส

ทางการเยอรมนีสั่งปิดโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ในเมืองกือเทอร์สโลในรัฐนอร์ดไฮน์เวสต์ฟาเลนชั่วคราว หลังพบว่าพนักงานในโรงงาน 650 คนติด Covid-19

ด้าน กีเรียน ชูลซ์ อัลธอฟฟ์ ประธานฝ่ายการจัดการคุณภาพของบริษัท Toennies ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานระบุว่า พนักงานของโรงงานจำนวนหนึ่งเป็นแรงงานต่างชาติที่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ และอาจนำเชื้อโคโรนาไวรัสกลับมาแพร่ที่โรงงาน

นอกจากนี้ ยังยอมรับว่า การบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างระหว่างกันในโรงงานทำได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากโรงงานไม่ได้สร้างเพื่อรองรับโรคระบาด

ขณะที่ทางการท้องถิ่นกำลังเร่งควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้ขยายวงกว้าง แต่ยังไม่ประกาศล็อกดาวน์ ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงของรัฐบาลกลางว่าหากพบการติดเชื้อเกิน 50 คนต่อประชากร 100,000 คนในรัฐใด รัฐนั้นต้องมีมาตรการควบคุมโรค

การระบาดล่าสุดในโรงงานฆ่าสัตว์ทำให้เกิดความกังวลว่าสถานการณ์ Covid-19 ในเยอรมนีจะแย่ลง และทำให้นึกถึงการระบาดระลอกใหม่ในจีนและนิวซีแลนด์

ทั้งนี้ ทางการเยอรมนีผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคและเปิดพรมแดนไปเมื่อเร็วๆ นี้

ส่อวุ่น เนปาลอนุมัติแผนที่ประเทศฉบับใหม่ รุกล้ำดินแดนอินเดีย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/626352

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 17:33 น.ส่อวุ่น เนปาลอนุมัติแผนที่ประเทศฉบับใหม่ รุกล้ำดินแดนอินเดียอินเดียมีปัญหาเพื่อนบ้านรอบด้าน ล่าสุดสภาเนปาลอนุมัติแผนที่ใหม่ ผนวกดินแดนอินเดียด้วย

รอยเตอร์รายงานว่า วันนี้ (18 มิ.ย.) วุฒิสภาเนปาลได้เห็นชอบอนุมัติใช้แผนที่ประเทศฉบับใหม่ ซึ่งมีการผนวกรวมดินแดนบางส่วนที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การปกครองของอินเดียไปด้วย ส่งผลให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติของเอเชียใต้แย่ลง ซ้ำเติมสถานการณ์ปะทะกันบนพรมแดนหิมาลัยระหว่างอินเดียกับจีน

รายงานระบุว่า แผนที่ฉบับใหม่ของเนปาล ได้รวมถึงดินแดนเขต Limpiyadhura, ช่องเขาลิปูเลค (Lipulkeh) และดินแดนคาลาปานี (Kalapani)ซึ่งเป็นพื้นที่ภายใต้การปกครองของอินเดียในส่วนหนึ่งของเขตพิธาราระห์รัฐอุตตราขัณฑ์ และเป็นดินแดนที่ถูกเนปาลเรียกร้องอ้างสิทธิ์มาตั้งแต่ปี 1998

วุฒิสภาเนเปาลซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 59 เสียง ได้ลงมติท่วมท้นด้วยคะแนน 57 เสียง เห็นด้วยเกี่ยวกับร่างราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญในการเปลี่ยนแปลงแผนที่ประเทศ หลังจากที่ร่างฯดังกล่าวผ่านการอนุมติของสภาผู้แทนฯเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เรื่องดังกล่าว ทางการอินเดียได้ออกมาปฏิเสธตั้งแต่ก่อนหน้าที่วุฒิสภาเนปาลจะอนุมัติว่า โดยว่าเนปาลได้อ้างสิทธิ์เหนือดินแดนโดยปราศจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาอ้างอิง

ด้านนาง Shiva Maya Tumbahamphe รมว.ยุติธรรม แถลงต่อที่ประชุมสภาโดยยืนยันว่า เนเปาลมีข้อเท็จจริงและหลักฐานมากพอที่จะยืนยันถึงสิทธิเหนือดินแดนต่ออินเดีย

ทั้งนี้ แผนที่ประเทศฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการต่อเมื่อประธานาธิบดีพิทยา เทวี ภัณทารี ผู้นำหญิงของเนปาลลงนามอนุมัติ ซึ่งจะส่งผลให้กลายเป็นข้อพิพาททางดินแดนระหว่างอินเดียกับเนปาล หลังจากที่อินเดียเพิ่งมีข้อพิพาททางดินแดนกับจีน จากเหตุปะทะกันระหว่างทหารจีนกับอินเดียบนพรมแดนเขาหิมาลัย ซึ่งส่งผลให้ทหารอินเดียอย่างน้อย 20 นาย เสียชีวิต และมีรายงานทหารจีนอย่างน้อย 43 นายบาดเจ็บด้วย แต่ทางการจีนยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยอย่างชัดเจนว่ามีทหารฝ่ายตนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจำนวนเท่าใด