โลกสดใส กายสุขสันต์ : สานพลังชุมชนท้องถิ่น สร้างสุขภาวะในทุกมิติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238654

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นับได้ว่า เป็นเรื่องน่าทึ่ง ที่เราได้เห็น คนมากกว่า 3,500 คนจากองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ (อปท.) 527 แห่งมาอยู่รวมกัน โดยทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ “ร่วมใจกันสานพลังจัดการตนเอง เสริมความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่น สร้างสุขภาวะในทุกมิติ”

เราได้ยินคำพูดที่เกิดจากการร่วมตัวกันในครั้งนี้ ว่า “เราอาศัยหลักให้เขาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ดีกว่าการที่เราจะไปถ่ายทอดความรู้ให้เขาไปทำเพียงอย่างเดียว เพราะการเรียนรู้ไปแก้ไขปัญหาไป และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน จะให้รูปธรรมที่เห็นได้ชัดเจนกว่า เราไม่ได้หวังเป้าหมายว่าจะต้องสำเร็จทั่วทุกแห่งภายในกี่ปีเพราะเราคิดว่าเรื่องเหล่านี้จะต้องอาศัยอยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจ และอาศัยทุนศักยภาพของตนเอง ไม่ใช่เรียนรู้ที่จะไปพึ่งพาคนอื่น หรือไปชี้แนะว่าจะไปพึ่งคนอื่นได้อย่างไร แต่เป็นการให้เขาเรียนรู้ที่จะไปจัดการด้วยตนเอง” ผู้ที่กล่าวคือ นายธวัชชัย ฟักอังกูร ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สสส.

ในงานนี้ รศ.ดร.ขนิษฐา นันทบุตร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน ได้สรุปภาพรวมว่า ทำให้ได้เกิดความร่วมมือในพื้นที่ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับการสร้างชุมชนสุขภาวะทั้งประเทศ ขณะที่การร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันเพื่อแก้ปัญหาที่เป็นวาระของประเทศมี 7 ประเด็น อันนำไปสู่ 21 เป้าหมายของการขับเคลื่อน ดังนี้ 1.การควบคุมการบริโภคยาสูบ โดยผู้นำไม่สูบและนำพาให้สมาชิกในชุมชนลด ละเลิก ยาสูบ และทุกคนร่วมเป็นนักรณรงค์ 2.การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดอุบัติเหตุ โดยกำหนดมาตรการของชุมชนเพื่อช่วยเหลือผู้ดื่มให้ลดละเลิก พร้อมชวนให้สมาชิกในชุมชน มีบทบาทในการรณรงค์ “ลดเมา เพิ่มสุข” 3.ระบบอาหารชุมชน โดยทุกครัวเรือนลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร ด้วยการสร้างอาหารที่ปลอดภัยได้เอง 4.การพัฒนาระบบการดูแลเด็กปฐมวัยโดยชุมชนท้องถิ่น เน้นส่งเสริมบทบาทให้ศูนย์พัฒนาครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งของบริการสาธารณะของ อปท. 5.การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน โดยพัฒนาทักษะเด็กและเยาวชนให้เป็นนักรณรงค์ของชุมชนและมีจิตอาสา 6.การจัดการสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อน โดยทุกชุมชนท้องถิ่นมีการจัดการน้ำด้วยตัวเอง และส่งเสริมให้เพิ่มพื้นที่ป่าและลดมลพิษ 7.ระบบการดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนท้องถิ่น โดยผู้สูงอายุทุกคนต้องได้เข้าโรงเรียนผู้สูงอายุตลอดชีพ ผู้สูงอายุที่ป่วย พิการติดเตียง ต้องได้รับการดูแล บ้านและที่สาธารณะต้องเอื้อให้ผู้สูงอายุมีอิสรภาพในการดำเนินชีวิต

นายธวัชชัย ฟักอังกูร ประธานกรรมการบริหารแผนสุขภาวะชุมชน สสส. บอกถึงทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจนับจากนี้ว่า เราจะสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญใน 7 ประเด็นที่กำหนดไว้ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยท้องถิ่นไหนสมัครใจที่จะเรียนรู้เรื่องอะไรก็ให้ไปจับคู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญในประเด็นนั้นๆ ซึ่งขณะนี้เราจับคู่กันได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะให้ระยะเวลาทำงาน 2-3 ปี และถ้าเกิดประสบความสำเร็จเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ก็จะปรับสภาพไปเป็นผู้นำเพื่อขยายผลต่อไป ทุกวันนี้อปท.เปลี่ยนไปมาก จากการที่มองเพียงว่าเขาจะต้องได้อะไร กลายเป็นการที่มองว่าเขามีอะไรที่จะให้กับชุมชนได้บ้าง ตรงนี้เราถือว่าประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแนวความคิดด้านการพัฒนาของเขา

สำหรับ ความประทับใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เสียงส่วนใหญ่เปิดเผยถึงความประทับใจที่มีต่องานนี้ว่า ได้มาเห็นวิธีคิดในการแก้ปัญหาของแต่ละท้องถิ่น ทำให้ทราบว่าสิ่งที่เคยทำมานั้นยังไม่ถูกวิธี ซึ่งพอมารับรู้กระบวนการจากเวทีนี้ทำให้เข้าใจถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา และรู้สึกมีแรงผลักดันในการทำงานมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้นำแนวทางการดำเนินงานของแต่ละประเด็นไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ต่อไป

โดย ปานมณี

โลกสดใส กายสุขสันต์ : ล้อมรั้วชุมชน สานพลังต้านยาเสพติด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/238481

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทุกวันที่ได้เห็นข่าวจากทีวี. เรื่องของ ยาเสพติด จะมีให้เห็นตลอดเวลา และ ดูเหมือนจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ “ปานมณี” แน่ใจว่า ปัญหายาเสพติดไม่อาจแก้ได้ด้วยการปราบปรามเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันด้วยการเสริมสร้างให้สังคมได้เรียนรู้ และมีส่วนร่วม ต่อปัญหาและการป้องกันอย่างจริงจังด้วยจึงจะทำให้เกิดผลสำเร็จอย่างยั่งยืน

เมื่อไม่นานมานี้ คุณพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 และ สำนักงานกองทุน
สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) นำโดย ดร.สุปรีดาอดุลยานนท์ ผู้จัดการ สสส. พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ไปยัง ชุมชนตำบลคอรุมและตำบลหาดสองแคว จ.อุตรดิตถ์ได้พบการรวมพลังของคนในชุมชนต่อการแก้ปัญหายาเสพติดซึ่งถือเป็นบทเรียนที่น่าสนใจยิ่ง ที่สะท้อนให้เห็นว่า คำตอบของการสร้างชุมชนสุขภาวะที่แท้จริงนั้น คนในชุมชนคือปัจจัยหลัก

คุณพีระศักดิ์ พอจิต กล่าวให้ทุกคนทราบว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติดและถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะในส่วนที่ ห่วงใยมากที่สุดคือกลุ่มเด็กและเยาวชน เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเข้าถึงได้ง่าย ด้วยเป็นวัยอยากรู้อยากลอง ดังนั้นปัญหายาเสพติด จึงเป็นเรื่องที่ต้องปรับวิธีการต่อสู้ไปเรื่อยๆจึงอยากให้กำลังใจ สสส.ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการแก้ปัญหาร่วมกับชุมชนท้องถิ่น รวมไปถึงภาคีเครือข่ายในจังหวัดอุตรดิตถ์ทุกคน โดย สนช.จะช่วยแก้ไขปรับปรุงข้อกฎหมายที่ยังติดขัดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส.ได้กล่าวเสริมด้วยว่า การสร้าง “ล้อมรั้วชุมชน” เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่นำมาใช้ขับเคลื่อนปัญหายาเสพติด ตามหลักการ “3 สร้าง” คือ 1.สร้างระบบ ในการจัดการสุขภาวะชุมชน 2.สร้างความรู้ ชุดข้อมูลและคู่มือต่างๆ และ 3.สร้างคน คือการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในพื้นที่ ซึ่งใน จ.อุตรดิตถ์ มีการขยายผลการดำเนินงานของสสส. ถึง 39 แห่ง จาก อปท.ทั้งหมด 79 แห่ง โดย อบต.หาดสองแคว และ อบต.คอรุม ถือเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้ ในการเป็น “ชุมชนสุขภาวะ” อาทิ เปิดเวทีประชาคมที่ให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม, การจัดทำแผนของชุมชน เพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เป็นต้น

คุณผจญ พูลด้วง นายกฯ อบต.คอรุม ให้ความเห็นถึงการเป็น ชุมชนสุขภาวะ ว่า กว่าจะเป็นเช่นทุกวันนี้ ต้องพบกับ
อุปสรรคไม่น้อย ต้องสู้กับปัญหาที่สะสมในพื้นที่มายาวนานโดยเฉพาะ ปัญหายาเสพติดที่เคยมีการแพร่ระบาดในพื้นที่อย่างรุนแรง เป็นปัญหาที่แก้ยาก จึงหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกัน ด้วยการเดินหน้าหาแนวร่วมในชุมชน พร้อมทั้งทำประชาคมกับคนในพื้นที่เพื่อสร้างกติกาใหม่ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 4 สร้าง คือ1.สร้างคน 2.สร้างงาน 3.สร้างโอกาส และ4.สร้างสังคมอุดมปัญญาผ่านการขับเคลื่อนฐานคิดในการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันเมื่อทุกฝ่ายยอมรับโดยไม่มีข้อข้องใจกับกติกาใหม่ที่จะทำร่วมกันให้ชุมชนปลอดยาเสพติด เราถึงกล้าเดินหน้า ใครติดยาก็จะเข้าไปพูดคุยด้วยดีๆ พร้อมช่วยเหลือบำบัดจนเลิกยาได้ และการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนจากการหนุนเสริมของ สสส. ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ เช่น ดีเจวิทยุชุมชน กิจกรรมด้านดนตรีและกีฬา ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ ล้วนเป็นภูมิคุ้มกันในการป้องกันปัญหายาเสพติดของเยาวชน ในพื้นที่ตำบลคอรุมได้อย่างครอบคลุม

เช่นเดียวกับ คุณพงษ์เทพ ชัยอ่อน นายก อบต.หาดสองแคว เล่าว่า การหนุนเสริมให้เด็กและเยาวชนร่วมพัฒนาชุมชน เป็นอีกแนวทางในการช่วยแก้ปัญหายาเสพติดอย่างได้ผล โดยเราจะเริ่มจาก การมองตั้งแต่เริ่มต้นว่า เกิดปัญหาอะไรขึ้นในชุมชน
ของเรา ซึ่งที่ผ่านมา สสส.ได้เข้ามาสนับสนุนให้เป็นตำบลสุขภาวะพัฒนาฐานการเรียนรู้ของเด็กเยาวชน มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชน ให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วมคิด ร่วมพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมอยู่แล้วที่ทำให้เด็กหาดสองแควมีความคิดที่เป็นระบบเมื่อเกิดเป็นปัญหาทุกคนจึงร่วมใจกันอย่างเต็มที่

สุดท้าย คุณดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผอ.สำนัก 3 สนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน สสส. กล่าวเสริมว่า ปัจจัยความสำเร็จอีกอย่างหนึ่งคือแรงสนับสนุนจากภาควิชาการที่เข้ามาให้ความรู้ และเปิดมุมมองใหม่ๆ สนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน สะท้อนให้เกิดเป็นผลงานว่า การทำงานในพื้นที่จะไม่มุ่งทำเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เรามาทำรั้วชุมชน คือ ช่วยชุมชนวิเคราะห์ปัญหากันทั้งระบบ เพราะการถอดบทเรียนชุมชนเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะรู้ว่าอะไรเป็นจุดเด่นจุดด้อย และจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เมื่อทำต่อเนื่องจะนำไปสู่การพัฒนาได้ในที่สุด

นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของความสำเร็จในการทำกิจกรรมที่สามารถสัมผัสได้ด้วยผลงานอันเป็นที่ยอมรับต่อภาคสังคมอย่างไม่มีข้อกังขา

ปานมณี