โอ๊ยเล่าเรื่อง : วันวิบัติ จันทร์ถล่มโลก (Moonfall)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/633294

โอ๊ยเล่าเรื่อง : วันวิบัติ จันทร์ถล่มโลก (Moonfall)

วันเสาร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

วันวิบัติ จันทร์ถล่มโลก (Moonfall) คือหนังไซไฟผจญภัยที่มีหน้าหนังชัดเจน ไม่อ้อมค้อมว่าเข้าไปดูแล้วจะเจออะไรภาพของArmageddon 2012 ID4 หรือ DeepImpact ลอยขึ้นมาในทันทีหนังแนวภัยพิบัติถล่มโลก น่าจะไม่ใช่พลอตใหม่ในยุคนี้ ทั้งหนังฟอร์มเล็กหนังใหญ่ หรืออินดี้มีออกมาให้ดูกันมากมาย ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือใน วันวิบัติ จันทร์ถล่มโลก (Moonfall) จะมีอะไรที่ฉีกออกไป หรือมีอะไรที่เซอร์ไพรส์ หลอกคนดูได้ หรือเป็นเพียงแค่ หนังเหล้าเก่าในขวดใหม่ เท่านั้น

โรเบิร์ด เอ็มเมอริช ทำ วันวิบัติ จันทร์ถล่มโลก (Moonfall)ที่ยังคงกลิ่นอายของหนังขึ้นหิ้งแนว โลกหายนะงานเก่าๆ ของเขาอย่าง Independence Day, 2012 และ The Day After Tomorrowทำออกมาในรูปแบบของหนังแนวอวกาศฮีโร่กู้โลกที่คุ้นเคยกันมาดีพลอตเรื่องง่ายเดาเรื่องไม่ยาก โยงเรื่องเข้ากับวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่ายเน้นๆ แอ๊กชั่นแบบจัดเต็ม ปนๆ ด้วย ดราม่าเล็กน้อยด้วยเวลาที่ผ่านมายุคสมัยที่เปลี่ยนไป จันทร์ถล่มโลก (Moonfall) อาจจะเทียบไม่ได้กับงานก่อนหน้านี้ที่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก ความสนุกมีมาแบบจัดเต็ม

แพทริค วิลสัน ในบท ไบรอัน ฮาร์เปอร์ ออกมาในลุคโทรมๆอันเกิดจากปมความผิดพลาดในอดีต แต่มีออร่าความเก่งในตัวเองเป็นบทสูตรสำเร็จของหนังแนวนี้

ฮัลลี่ เบอร์รี่ ดูดี เล่นได้แบบลื่นไหล ในบท โจซินต้า ฟาสเลอร์นักบินอวกาศที่ดูมีออร่า ความเก่ง ความฉลาด เป็นหญิงแกร่งในขณะเดียวกันก็รักลูกสุดหัวใจ 

จอห์น แบรดลี่ย์ ในบท เคซี เฮาส์แมน หนุ่มอ้วนที่หลายคนมองว่าเพี้ยนบ้า เป็นตัวละครที่น่ารัก เรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เป็นตัวขโมยซีนแทบจะทุกฉากที่ออกมา

สามนักแสดงหลัก ออร่าเด่นๆ พลังเหลือล้น เล่นกันได้แบบเข้าขาจนทำให้หนังเดินไปข้างหน้าได้อย่างสนุกสนานไม่น่าเบื่อ ตัวหนังใช้เวลาในช่วงชั่วโมงแรกในการปูตัวละครเชื่อมความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆ ซึ่งจะส่งผลในส่วนของดราม่าในช่วงท้ายๆ เรื่องก่อนที่จะไปเน้นๆ ในช่วงครึ่งหลังกับงานโชว์เอฟเฟกท์ ความตื่นเต้นล้วนๆ โดยตัดสลับไป-มาระหว่างภารกิจกู้โลกบนดวงจันทร์กับการเอาตัวรอดหนีตายจากภัยพิบัติที่กำลังถล่มบนโลกของครอบครัวตัวเอกเรียกได้ว่าดูกันแบบเต็มอิ่มจุใจทั้งบนพื้นดิน บนโลก และบนท้องฟ้าบนดวงจันทร์ เทคนิคพิเศษ สเปเชี่ยลเอฟเฟกท์ยังคงเป็นจุดขายหลักที่ทำได้ดี ทั้งท้องฟ้าในอวกาศบนดวงจันทร์หรือกับบนโลกมนุษย์ที่กำลังถูกภัยพิบัติจากดวงจันทร์ถล่มโลก (เพียงแต่ในฉากที่น้ำท่วมถล่มเมือง ดูแล้วรู้สึกแข็งๆ ดูเป็นโมเดล เหมือนดูหนังพวกยอดมนุษย์ในสมัยก่อนก็ไม่รู้) ฉากตื่นเต้น ฉากแอ๊กชั่น ก็มีลุ้นดูสนุก ตื่นเต้น แม้ว่าจะไม่มีอะไรใหม่นัก แต่ชอบฉากไคลแมกซ์ลุยๆ บนดวงจันทร์ในช่วงท้าย

วันวิบัติ จันทร์ถล่มโลก (Moonfall) อาจจะไม่ใหม่อะไรเทคนิคพิเศษแบบนี้อาจจะเห็นกันเกลื่อนในยุคนี้ แต่ถ้าใครที่ชอบหนังแนวๆ Armageddon ปนๆ กับ ID4 ก็น่าจะสนุกเพลิดเพลินเจริญใจไปกับเรื่องนี้ได้สนุกดูเพลินๆ ในระดับ 7 เต็ม 10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : รถด่วนขบวนนรก (Railway Heroes)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/631804

โอ๊ยเล่าเรื่อง : รถด่วนขบวนนรก (Railway Heroes)

วันเสาร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ย้อนไปเมื่อสองปีก่อน นักรบ 800 (800) หนังรักชาติเชิดชูวีรชนของจีน น่าจะเป็นหนังในดวงใจ หนังที่หลายๆ คนชื่นชอบ สะเทือนใจ มาปีนี้ทีมสร้างเดิมของ 800 กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับหนังเชิดชูวีรชนเรื่องใหม่ที่มีหน้าหนังชัดเจน ออกมาในทางเดียวกัน รถด่วนขบวนนรก(Railway Heroes) ยังคงหยิบเอาการรบของจีนกับญี่ปุ่นมาเป็นฉากหลังเพียงแต่เปลี่ยนจากการรักษาเมืองมาเป็นการจัดการส่งสิ่งของทางรถไฟเพื่อตัดกำลังแทน

หนังสร้างจากเรื่องจริงที่บันทึกโดยทหารช่างขบวนรถไฟที่ 115 ผลงานการกำกับและเขียนบท ของ หยาง เฟ็ง ผู้กำกับหน้าใหม่ ผ่านนักแสดงจากจีน ที่เราๆ อาจจะไม่ค่อยคุ้นหน้าตัวหนังชัดเจนในการนำเสนอวีรกรรมของกลุ่มใต้ดินกลุ่มนี้ ความโหดเหี้ยมของทหารญี่ปุ่น ความเสียสละของคนจีนเพื่อปกป้องพรรคคอมมิวนิสต์ กลุ่มพยัคฆ์เหินก็คือไทยถีบบ้านเราดีๆ นี่เอง หนังเล่าเรื่องแบบตรงประเด็น ไม่อ้อมค้อมไม่เน้นที่มาที่ไป ดึงคนดูให้ติดกับคาแร็กเตอร์ ปฏิบัติการ จุดจบชะตากรรมของแต่ละคน ตัวละครดำ-ขาวชัดเจน ไม่มีตัวละครใดที่เทาๆ กลางๆ หรือกลับอกกลับใจ คนจีนรักชาติยิ่งชีพ กับบางพวกบางคนที่หันไปอยู่ข้างญี่ปุ่น หรือพวกไส้ศึก ในขณะที่ญี่ปุ่นดำสนิทร้ายสุดๆ หาคนดีไม่เจอความสนุกของหนังอยู่ที่การตามดูภารกิจของหน่วยใต้ดินกับขบวนรถไฟของญี่ปุ่นที่ทั้งสองฝ่าย ต่างก็มีไส้ศึกปะปนอยู่การขับเคี่ยวกันของหัวหน้าทั้งสองฝ่ายที่สูสีกันทั้งฝีมือและไหวพริบ

ฟ่านเหว่ย ในบท เล่าหวัง หัวหน้าสถานีขี้เหล้า ที่เบื้องหลังคือ ผู้ชี้เป้าดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เล่นได้โดนใจมากๆ แสดงออกทั้งสีหน้า แววตา ท่าทาง แทบจะเป็นตัวละครเดียวที่พอจะมีมิติ รวมทั้งน่าจะทำให้คนดูสะเทือนใจ

ทั้งใจฉากไคลแมกซ์ปะทะกับนายพลญี่ปุ่น หรือกับเด็กหนุ่มกำพร้าลูกมือช่างในสถานี ที่เขาคอยช่วยเหลือ เพียงเพื่อจะได้ยินคำว่า พ่อหวัง แทนคำว่าหัวหน้าหวัง

จาง ฮั่นหยู เด่นมากๆ กับบท หงเจิ้นไห่ หัวหน้าปฏิบัติการที่มาดบุคลิกดูเป็นผู้นำ ที่มีออร่าความเก่ง ฉลาด ความอดกลั้น ภายใต้บุคลิกที่ชวนให้นึกถึงตัวละครในหนังคาวบอย แม้คาแร็กเตอร์อาจจะแบนขาดมิติไปบ้าง ก็ทำให้บรรยากาศความเป็นหนังแอ๊กชั่นมาแบบจัดเต็ม

เบน โบชิ ร้ายได้ใจ บุคลิกท่าทางทำให้ ฟูจิวาร่า ออกร้ายโหดเหี้ยม ลุ่มลึก ความความสนุกความเข้มข้นให้กับตัวเรื่อง

แม้หนังจะเน้นๆ ไปที่ผู้ชาย แต่ก็ยังใส่บท เสี่ยวจวนนางพยาบาลสาว ที่รับบทโดย โจวเหย่  เข้ามา เพื่อที่ไม่ให้หนังแห้งแล้งจนเกินไป และเข้ามาเพิ่มในส่วนดราม่าให้กับหัวหน้าหง

รถด่วนขบวนนรก (Railway Heroes) มีโปรดักชั่นที่อลังการงานสร้างและดูดีในทุกๆ ส่วน โดยเฉพาะงานด้านภาพที่ดูสวยงาม ภาพที่เน้นมุมกว้าง หุบเขา ขบวนรถไฟ ท่ามกลางหิมะ หรือแม้แต่ในเมืองสถานีรถไฟ ค่ายทหาร ที่ออกมาในโทนมืดๆ แทบจะหาความสว่างไม่เจอ ชวนให้นึกถึงภาพสงครามจากหนังคลาสสิก ฉากแอ๊กชั่นมีมาเป็นระยะๆ ชัดเจนในความเป็นฉากแอ๊กชั่นในหนังสงครามจากจีนในแบบที่กำลังพอดี หนังปิดท้ายได้อย่างงดงามด้วยเพลงประกอบหนังที่ได้ หลิวเต๋อหัว มาร้อง ชอบมากๆ กับภาพปิดท้ายหนัง ภาพรวมภาพหมู่ของทหารช่างกลุ่ม 115 ที่ให้อารมณ์ เหมือนเราเข้าไปดูภาพถ่ายของคนสำคัญ และอดนึกย้อนนึกถึงคนในภาพเหล่านั้นอาจจะไม่ประทับใจไม่สะเทือนใจ หรือเสียน้ำตา เท่าใน 800 แต่ก็ยังเป็นหนังจีนอีกเรื่องหนึ่งที่ดูสนุกดูเพลินจนลืมไปเลยว่าหนังยาว 124 นาที รถด่วนขบวนนี้ได้ใจไปเลย 8/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : อนิต้า…เสียงนี้ที่โลกต้องรัก (Anita)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/628674

โอ๊ยเล่าเรื่อง : อนิต้า...เสียงนี้ที่โลกต้องรัก (Anita)

วันเสาร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เหมยเยี่ยนฟาง” คือนางเอกหนังอีกคนที่ชื่นชอบในผลงานเธอมากเป็นพิเศษ ทั้งงานแสดงและงานเพลงรู้จักและเริ่มรักเธอมากๆ จากหนัง ล่ารัก 59 ปี (Rouge)(ตอนออกวีดีโอใช้ชื่อ หนีหลุมมาล่าผัว) ที่เธอเล่นร่วมกับ เลสลี่ จาง, ว่านจือเหลียง, จูเป่าอี้ ที่กลายเป็นหนังจีนอันดับหนึ่งในดวงใจ ดูกี่ครั้งๆ ก็ไม่เคยเบื่อต้องเสียน้ำตาทุกครั้ง หรือทุกวันนี้ยังฟังเพลงนี้เกือบทุกวันโดยส่วนตัวแล้วรู้จัก เหมยเยี่ยนฟาง เฉพาะภาพบนจอไม่เคยตามประวัติของเธอ รู้แค่เธอป่วยเป็นมะเร็งตายช่วงปีใหม่หลังจาก เลสลี่ จาง เพื่อนสนิทเธอจากไปไม่นานนัก

จนมาเมื่อหลายปีก่อนเปิดมาเจอซีรี่ส์ที่นำเสนอเรื่องราวของ เหมยเยี่ยนฟาง ดูเหมือนจะใช้ชื่อไทยว่า เผยชีวิตเหมยเยี่ยนฟาง ทางช่อง ทรูวิชั่นส์ จนอดหลับอดนอนต้องนอนดึกเพราะออกอากาศช่วงตีสอง ชอบมากๆน่าเสียดายที่เลิกเป็นสมาชิกซะก่อน เลยดูไม่จบ

อนิต้า..เสียงนี้ที่โลกต้องรัก (Anita) พาไปดูชีวิตของ เหมยเยี่ยนฟาง ตั้งแต่เป็นเด็กน้อยในโรงงิ้วกับพี่สาว เข้าสู่วงการด้วยชนะการประกวดร้องเพลง เริ่มเข้าสู่วงการ ความรัก สิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา เรื่อยมาจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต “Anita” นำเสนอประวัติชีวิตของ เหมยเยี่ยนฟางได้แบบชัดเจนละเอียด มุ่งตรงไปที่เรื่องของเธอโดยตรงมีตัวละครตัวอื่นผ่านเข้ามาในแต่ละช่วงในชีวิตหนังเล่าเรื่องได้อย่างสนุก ดูได้แบบเพลินๆ ได้รู้จักชีวิตของเธอ ที่เข้มข้นไปแพ้บทบาทที่เธอแสดงบนจอ

หนังตัดสลับ ใส่ภาพต่างๆ ของ เหมยเยี่ยนฟาง ทั้งการแสดง คอนเสิร์ต ภาพข่าวต่างๆ กับภาพที่ถ่ายมาใหม่ได้แบบลงตัวเนียนมากๆ โดยเฉพาะฉากจบกับเพลงที่มาพร้อมกับภาพต่างๆ ของ เหมยเหยี่ยนฟางที่ดูแล้วตื้นตัน ขนลุก จนน้ำตาซึม นึกถึงเธอขึ้นมาในทันที

หลุยส์ หวัง สวมวิญญาณ ถ่ายทอดความเป็น เหมยเยี่ยนฟางได้อย่างยอดเยี่ยม จนอดนึกไปว่ามาดู เหมยเหยี่ยนฟางตัวจริงมาแสดงบนจอ แม้ว่าในตอนแรกๆ อาจจะรู้สึกไม่ค่อยเหมือน แต่ดูไปแล้ว ใช่เลย!!! เหมือนมากๆ หน้าตาท่าทาง บุคลิก ลักษณะ ใช่เลย

อีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบมากๆ คือ กู่เทียนเล่อ ในบทเอ็ดดี้ เชา ดีไซเนอร์ ผู้ปั้นเธอจนโด่งดัง ทุกฉากที่ปรากฏตัวดูแล้วทรงพลังมากๆ น่าเสียดายที่ในตัวของ เลสลี่ จาง ที่รับบทโดย เทอเรย์ เลา ยังดูไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่นัก เลยไม่ค่อยอินในหนังเลือกใส่งานเพลงของ เหมยเยี่ยนฟาง เข้ามาให้ฟังกันแบบเต็มอิ่มตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบ

อนิต้า..เสียงนี้ที่โลกต้องรัก (Anita) คือ หนังรักที่โดนใจและชอบมากๆ จนติดอันดับหนังในดวงใจไปแล้ว 137 นาที แห่งความสุข ที่ได้ใจไปเต็มๆ 10/10 คะแนน ไม่มีหัก

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Spencer สเปนเซอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/627106

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Spencer สเปนเซอร์

วันเสาร์ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Spencer สเปนเซอร์ หนังดราม่าที่นำเสนอช่วงหนึ่งของชีวิต เจ้าหญิงไดอาน่า ที่ทำออกมาช่วงครบรอบ 25 ปี ของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในเดือนกันยายน ปี 1996 

โดยกวาดเสียงชื่นชมอย่างท่วมท้นที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ครั้งที่ 78 ประจำปี 2021

และที่เด่นมากๆ คือ คริสเตน สจ๊วต กับการแสดงอันยอดเยี่ยมจนสู่ตัวเต็งผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในปีนี้ ช่วงระยะเวลาสั้นๆเพียง 3 วัน ของสตรีผู้หนึ่งที่ชีวิตเคยเริ่มต้นเหมือนเทพนิยายต้องจบลงด้วยความจริงที่แสนเจ็บช้ำ 

หนังถ่ายทอดอีกแง่มุมหนึ่ง เสี้ยวหนึ่งในช่วงท้ายของ เจ้าหญิงไดอาน่า ที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน และไม่แตะต้องการเสียชีวิตเหมือนเรื่องอื่นๆ ที่เคยทำกัน Spencer สเปนเซอร์ พาไปดูเจ้าหญิงไดอาน่า กับสิ่งเร้ารอบๆ ตัวเธอ แรงกดดันต่างๆ นานาสิ่งที่ต้องเผชิญ ทั้งจากตัว เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กับคนรักใหม่ ควีนพระราชินี กฎระเบียบต่างๆ ในพระราชสำนัก หรือแม้กระทั่งการเข้าหาพระโอรสทั้งสองที่ยังคงต้องยึดตามกฎระเบียบรวมทั้งบรรดาปาปาราสซี่ที่คอยตามเกาะติด

ตัวหนังนำเอาตำนานของ พระนางแอนโบลีน ที่ถูกประหารชีวิต เข้ามาผูกเข้ากับเรื่อง ผูกเข้ากับตัว เจ้าหญิงไดอาน่า ที่มีเส้นทางคล้ายๆ กัน จุดจบที่ไม่ต่างกันนัก

หนังสะท้อนให้เห็นถึงเส้นทางชีวิตของสองเจ้าหญิงต่างยุคต่างสมัย ที่แม้เวลาจะผ่านไปแต่จุดจบลงที่ความตายเหมือนกันขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ของราชวงศ์ยังมีผลมาจนทุกวันนี้

ในหนังชวนให้นึกไปถึงว่า เจ้าหญิงไดอาน่า อาจจะมีปัญหาทางจิต อันเกิดมาจากเรื่องในอดีตที่เธอฝังใจกับเรื่องของพระนางแอนโบลีน ในบางช่วงอาจคิดไม่ได้ว่าความตายของเธออาจจะเกิดจากฝีมือของคนในก็ได้

ตัวละครสำคัญๆ เข้ามาเพิ่มความเข้มข้นให้กับเรื่อง ทั้งพระราชินีผู้เคร่งประเพณี พระสวามีผู้เฉยชา สองเจ้าชายที่ทำให้เห็นถึงความเป็นแม่ หญิงรับใช้ใกล้ชิดที่แอบรักเจ้าหญิง หัวหน้าพ่อบ้านผู้เคร่งครัด เซฟ หรือแม้แต่หุ่นไล่กาที่เฝ้าไร่ในบ้านเก่าที่ติดกับพระราชวัง นกเป็ดน้ำที่ถูกล่า

คริสเตน สจ๊วต สวยเด่นสง่า บุคลิกท่าทางถอดแบบมาเป็นตัวของเจ้าหญิงไดอาน่าที่เราๆ คุ้นตากันดี ออร่าเปล่งประกายทั้งภายนอกและภายใน คริสเตน ถ่ายทอดความเป็น เจ้าหญิงไดอาน่า ในแบบที่กำลังพอดี ไม่ล้นหรือขาด แต่ด้วยออร่าที่ออกมาเลยทำให้เธอเด่นมากๆ เด่นจนกลบนักแสดงคนอื่นๆ 

พาโบล ลาร์เลน ทำ Spencer สเปนเซอร์ เป็นหนังที่ดูละเมียดละไม เสื้อผ้าหน้าผมที่อลังการงานสร้าง บรรยากาศที่ดูนุ่มละมุน ค่อยเป็นค่อยไปภายใต้การแสดงอันสุดยอดของคริสเตน สจ๊วต ภาพสวยๆ รอบๆ พระราชวัง เพลงประกอบที่ไพเราะ ภายใต้เรื่องราวดราม่าที่กินใจและยังทำให้รู้จักในตัวเจ้าหญิงไดอาน่า มากยิ่งขึ้น เป็นหนังดราม่าอิงหนังอัตชีวประวัติของเจ้าหญิงไดอาน่า สเปนเซอร์ ที่ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจดูสนุก ไม่เครียด และยังทำให้รู้จัก เจ้าหญิงไดอาน่า มากขึ้น 8/10 คะแนนครับ

โอ๊ยเล่าเรื่อง : จอมยุทธ์ทะลุภพ (A Writer’s Odyssey)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/624414

โอ๊ยเล่าเรื่อง : จอมยุทธ์ทะลุภพ (A Writer’s Odyssey)

วันเสาร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ในตอนแรกที่ดูตัวอย่างหนัง รู้สึกเฉยๆ คิดว่าตัวหนังน่าจะมีพล็อตเดิมซ้ำๆ ที่คนหลุดเข้าไปในโลกนิยาย คิดว่าคงไม่มีอะไรใหม่แต่พอได้ดูจริง จอมยุทธ์ทะลุภพ (A Writer’s Odyssey) กลับไม่ใช่อย่างที่คิด กลายเป็นหนังจีนที่ดี ดูสนุก และโดนใจส่งท้ายปี 

จอมยุทธ์ทะลุภพ (A Writer’s Odyssey) ดัดแปลงมาจากตอนสั้นในชื่อเดียวกันของนิยายเบสต์เซลเลอร์ยอดฮิตเรื่อง Assassinate a Novelist ของ “ส่วงเสวี่ยเถา” นักเขียนเจ้าของรางวัล Taipei Literary Award คนแรกของจีน ผลงานการกำกับของ ลู่หยาง เจ้าของผลงานสุดมันเรื่อง Brotherhood of Blades มังกรพยัคฆ์ ล่าสะท้านยุทธภพ ทั้ง 2 ภาคและหนังสงครามยอดฮิตทำเงินสูงสุดอันดับ 2 แห่งปี 2020เรื่อง The Sacrifice

ตัวหนังเล่าเรื่อง ขนานกันไปกับเหตุการณ์ใน 2 ยุคสมัยสองกลุ่มตัวละครหลัก แยกกันแบบชัดเจน ต่างคนต่างมีเส้นเรื่องภายใต้บรรยากาศที่ต่างกันออกไปแบบชัดเจน แต่ตัวหนังมีวิธีการเล่าเรื่อง การเชื่อมต่อแบบมีชั้นเชิง ในการนำสองเส้นเรื่องมาร้อยเข้าด้วยกันได้แบบลื่นไหลไม่มีสะดุดในโลกปัจจุบัน สนุกไปกับบรรยากาศหนังแอ๊กชั่นดราม่า การตามหาการสืบหาความจริง ฆาตกร ปมปริศนา นักฆ่ามิตรภาพของคนที่ถูกล่ากับผู้ล่า ตัดสลับกับโลกในนิยาย ตัวละครในแนวจอมยุทธ์ผสมๆ กับแนวปราบปีศาจ โดยตัวละครทุกตัว ทั้งสองโลกมีจุดนำเสนอที่เหมือนกันคือในเรื่องของความรัก ของครอบครัว การถูกทิ้งความเป็นกำพร้า ทั้ง กวงหนิง ลู่คงเหวิน (ทั้งในโลกความจริงและในนิยาย) ถูหลิง ปีศาจตาเดียว ปีศาจผมแดง หรือแม้แต่เด็กน้อยกำพร้าในนิยาย

เหลยเจียอิน รับบท กวนหนิง ที่มาพร้อมบุคลิกโทรมๆดูมีปัญหาในแบบที่เราคุ้นๆ กันดีจากในหนังเกาหลี ที่ตัวเอกเป็นหนุ่มใหญ่มีปัญหา

ตงจื่อเจี้ยน รับบทเป็นสองตัวละคร ลู่คงเหวิน ทั้งในความจริง/นิยาย ดูดี มีเสน่ห์ ในแบบของพระเอกหนังจีน/เกาหลี ทั้งในส่วนของโลกความจริงและในนิยาย

หยางมี่ ในบท ถูหลิง มาพร้อมความสวย ปราดเปรียว สูงยาวเข่าดี พร้อมบู๊ พร้อมลุย แต่ก็มีความหวานความน่ารักในตัวเอง

ซีจีเทคนิคพิเศษเด่นมากๆ ทำออกมาได้ดี ดูเนียน ทำให้รู้สึกถึงการถูกดึงเข้าไปสู่ในโลกของแฟนตาซี ที่ดูสมจริงมากกว่าจะเข้าไปสู่โลกการ์ตูน ตัวหนังโดยรวม ออกมาค่อนข้างดีจะติดๆ ขัดๆ กับตัวบท ตัวละครในช่วงท้ายเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะกับทัพนักฆ่าตัวร้ายที่ถูกส่งมาตามเก็บงาน มันออกจะดูลอยไปสักนิด หนังจบแล้ว อย่าเพิ่งลุก นั่งดูเอนเครดิต ภาพตัวละครในเรื่อง ในแบบภาพซีจี 3 มิติ ให้ความรู้สึกเหมือนกับดูงานแกะสลักไม้ที่สวยงาม ก่อนที่จะมีติ่งหนังสั้นๆ ที่มาเรียกรอยยิ้มส่งท้าย อย่าลืมมาเพลิดเพลิน…มีความสุขไปกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะรับปีใหม่บนจอใหญ่ไปกับหนังจีนแฟนตาซีเรื่องนี้ที่ความยาว 130 นาที แต่เหมือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว 8/10 คะแนน ครับ

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ปริศนารูหลอน (The Whole Truth)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/622864

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ปริศนารูหลอน (The Whole Truth)

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หนังไทย ผลผลิตเรื่องที่ 3 ของ Netfix ต่อจาก GHOST LAB ฉีกกฎทดลองผี, DEEP โปรเจกท์ลับ หลับเป็นตาย (ไม่นับเคว้งกับมหานครเมือง(ห)ลวง (Bangkok Breaking) ที่เป็นซีรี่ส์)ปริศนารูหลอน (The Whole Truth) เป็นผลงานการกำกับของวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ที่ทำร่วมกับ ค่ายทรานส์ฟอร์เมชั่นฟิล์ม(ที่เคยทำ DEEP โปรเจกท์ลับ หลับเป็นตาย ให้ Netfix มาแล้ว)

พิม กับ พัท สองพี่น้องมีความจำเป็นต้องไปอยู่ในบ้านตากับยายหลังจากที่ ใหม่ แม่ของทั้งสองประสบอุบัติเหตุโคม่า ไม่ได้สติอยู่ในโรงพยาบาลสองพี่น้องเริ่มเจอเรื่องแปลกๆ หลังจากที่เจอรูลึกลับอยู่ที่ฝาบ้าน เมื่อส่องดูจะเจอะเจอเด็กหญิงลึกลับอยู่ในห้องลับภายในรูนั้น 

รูหลอน มีเพียงสองพี่น้องที่เห็นทั้งคู่ เลยเริ่มค้นหาสิ่งที่เห็นผ่านรูนั้นว่ามันคืออะไรกัน

วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ทำ ปริศนารูหลอน (The Whole Truth)ออกมาได้อย่างน่าสนใจชวนติดตาม แต่พอหน้าหนังเป็นหนังผีความคาดหวังเลยสูงตาม เพียงแต่..งานชิ้นนี้อาจจะไม่ได้น่ากลัว หลอนมากมายอย่างที่คิด ส่วนหนึ่งนั้นอาจจะเป็นเพราะเป็นหนังสตรีมมิ่งด้วยทุนสร้าง โปรดักชั่น ถ้าจะทำให้ออกมาเหมือนหนังจอเงินก็คงยาก ทฤษฎีรูหนอนมันคือจุดเชื่อมต่อระหว่างมิติเหตุการณ์ที่เราเห็นในรูนั้น มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตเราพบเห็นทุกอย่างผ่านรูนั้น ปริศนารูหลอน (The Whole Truth)ชัดเจนในความเป็นหนังผี เส้นเรื่องอยู่ที่ความหลอนของ พินยาเด็กปริศนาในรูลึกลับ แจมๆ ด้วยปริศนาฆาตกรรม ภายใต้เรื่องราวของความรักความเข้าใจกันในครอบครัว

ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ ได้รับบทเด่น สวย สมวัยมีอะไรให้เล่นที่หลากหลาย กับบท พิม ซึ่งเธอก็ทำได้ดี ดูแล้วอดลุ้น เอาใจช่วย อยากหาคำตอบของ รูปริศนา ไปพร้อมกับเธอ

แม็ค-ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ ในบท พัท บทเด่นและเดินเรื่องคู่กับ พิม พี่สาว ตลอดเรื่อง เล่นได้แบบลื่นไหล รับส่งบทกับปันปัน ได้ดี

นิโคล เทริโอ มาพร้อมความสวย บทอาจจะไม่มาก แต่ทุกฉากดูมีพลัง ทำให้ ใหม่ ออกมา ดูเด่นไม่แพ้ตัวละครตัวอื่นๆ ที่ออกมาตลอดเรื่อง

สมภพ เบญจาธิกุล ในบท สมพงศ์ อดีตผู้การตำรวจคุณตาผู้ดูเคร่งขรึม จริงๆ กับ แม่ก้อย-ทาริกา ธิดาทิตย์ ยายวรรณหญิงชรา ที่ดูจิคๆ ดุ หลงๆ ลืมๆ เจ้ากี้เจ้าการ สองนักแสดงอาวุโส ที่จับคู่กันได้อย่างลงตัว ช่วยกันส่ง ทำให้เรื่องดู ลับลึบ ชวนค้นหาตลอดเวลา

ปริศนารูหลอน (The Whole Truth) มีบทหนังที่ค่อนข้างดีลงตัว เปิดเรื่องชวนติดตามชวนค้นหา รอดูว่ารูปริศนานี่คืออะไร เด็กหญิงภายในรูคือใคร บทหนังค่อยๆ เฉลยไปทีละน้อยๆก่อนที่จะมีการหักมุม ปิดท้ายหลอกคนดูอีกชั้นในส่วนของผีซีจีทำได้ดี 

ในความเป็นหนังผี..อาจจะยังไม่สุด ไม่น่ากลัวในความความดราม่า..ก็ดีในระดับหนึ่ง

แถมยังอดแทรกประเด็นการเมือง ความจริงในสังคมปัจจุบันแต่ยังได้นักแสดงบ้าพลัง โปรดักชั่นดีเยี่ยม ตบด้วยบทเพลงไพเราะปริศนารูหลอน(TheWholeTruth)ได้ใจไปเลย 7.5-10 คะแนนครับ

โอ๊ยเล่าเรื่อง : 4 Kings

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/621363

โอ๊ยเล่าเรื่อง : 4 Kings

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

4 Kings คือหนังไทยที่มีสื่อการโปรโมทหนังเยอะมากแต่บอกตรงๆ ว่า เฉยมาก แทบจะไม่มีอะไรกระตุ้นให้เกิดความอยากดู แต่พอได้เข้ามาดูตัวหนังบอกได้เลยว่า 4 Kingsเป็น หนังไทยอีกเรื่องที่ทำออกมาได้ดีเกินความคาด 4 Kingsมีพลอตเรื่องง่ายๆ เล่าเรื่องของนักเรียนอาชีวะที่มักจะยกพวกตีกันมีกลุ่มหลักๆ 4 สถาบัน

โดยส่วนตัว ไม่ได้เป็นเด็กช่าง ไม่ได้รู้จักพวกเด็กช่างแต่จากการที่เรียนโรงเรียนชายล้วน ที่มีปัญหาไล่ตีกันเป็นประจำเลยพอจะเข้าใจและอินไปกับภาพต่างๆ ที่ 4 Kings นำเสนอออกมาฉากแอ๊กชั่นมีใส่เข้ามาเป็นระยะๆ ฉากเด็กช่างตะลุมบอนดูดีบรรยากาศมาแบบจัดเต็ม เหมือนเข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริงจะติดแค่หลายตอน พอตีกันนิดเดียว ตัดไปฉากอื่น เลยยังไม่ค่อยสะใจสักเท่าไหร่ ในส่วนดราม่าของหนัง โดนๆ หลายฉาก เล่นเอาเสียน้ำตาออกมาแบบไม่รู้ตัว ฉากเปิดเรื่องกับฉากท้ายเรื่องอารมณ์จัดเต็ม ค่อยๆ กระชากความรู้สึก เหมือนกับตัวหนังโฆษณาซึ้งๆ แนวครอบครัวที่มีสตอรี่ 

เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ เด่นมากๆ กับบท ดา อินทรที่ดูเหมือนจะไม่ต้องเล่นอะไรมาก เล่นแบบสบายๆ เรื่อยๆ แต่ทุกครั้งที่ปรากฏตัว ออร่าพุ่ง เด่นมาก แต่พอถึงช่วงดราม่า จัดหนักเท! ใจให้เลย และกลายเป็นส่วนที่ดีที่สุดของตัวหนัง

จ๋าย ไททศมิตร อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี เล่นนิ่งๆ เรื่อยๆแต่ออกมาดูดีในบทของ บิลลี่ บทที่เป็นเสมือนคนเล่าเรื่องตัวเชื่อมตัวละครหลักๆ เข้ามากัน ด้วยความนิ่งเรื่อยๆ กลายเป็นความพอดี ที่ไม่แย่งหรือขโมยซีนตัวละครตัวอื่น แต่กลายเป็นความกลมกลืนที่กำลังพอดี

ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ แทบจะไม่คุ้นหน้ากันเลย ภูมิ รังษีธนานนท์,ณัฏฐ์ กิจจริต, ทู-สิราษฎร์ อินทรโชติ, บิ๊ก ดีเจอราร์ด แหลม 25 Hoursยกเว้น โจ๊ก-อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ แต่ทุกคนก็เล่นได้ดีเล่นกันแบบเข้าขา ดูแล้วเชื่อว่าเป็นเด็กช่างจริงๆ และ เนโกะ-เนรัญชรา เลิศประเสริฐ ในบท อุ๊ ก็ออกมาดูดีเช่นกัน

ปลาย-ปรเมศ น้อยอ่ำ, วอ-จิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทรและ สุกัญญา มิเกล รุ่นใหญ่จัดเต็ม เสริมในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครองที่มี เข้าใจ เกลียดชัง ส่งเสริม ไม่เข้าใจ ให้กำลังใจหรือแม้แต่พยายามหาสิ่งที่ดีๆ ให้กับลูกหลาน กันสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต

พุฒิ-พุฒิพงษ์ นาคทอง ถือว่าสอบผ่านและทำได้ดีกับงานกำกับ 4 Kings งานนี้ค่อนข้างลงตัว แม้จะยังมีส่วนที่ขาดๆเกินๆ ไปบ้าง แต่ก็พอจะมองข้ามไปได้ งานด้านโปรดักชั่น จัดว่าโอเค โดยเฉพาะการพาย้อนกลับไปในช่วงปี 2537-2538ได้เห็นภาพตู้โทรศัพท์สาธารณะ โทรศัพท์บ้าน เพจเจอร์ หนังสือเพลง คอนเสิร์ตวงร็อก บทเพลงฮิตๆ หนัง ในสมัยนั้น

และที่ต้องชมเลย แม้ 4 Kings จะมีความยาวถึง 139 นาทีแต่หนังก็มีความลื่นไหล ดูได้เรื่อยๆ ไม่รู้สึกว่าหนังมีความยาวมากมายแต่อย่างใด เพลินๆ ระดับ 8/10 คะแนน ในฐานะที่เป้-อารักษ์ กับ จ๋าย ไททศมิตร ทำให้เสียน้ำตา

โอ๊ยเล่าเรื่อง : โตเกียว รีเวนเจอร์ส (Tokyo Revengers)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/619950

โอ๊ยเล่าเรื่อง : โตเกียว รีเวนเจอร์ส  (Tokyo Revengers)

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โตเกียว รีเวนเจอร์ส (Tokyo Revengers) คือหนังญี่ปุ่นเรื่องล่าสุด ที่ค่าย T&B MEDIA GLOBAL THAILAND นำเข้ามาฉายในบ้านเรา เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดัดแปลงจากมังงะขายดีของ เคน วาคุอิ ความยาว 23 เล่ม มียอดจำหน่ายมากกว่า 3 ล้านเล่ม ได้ชนะรางวัลมังงะโคดันชะ ครั้งที่ 44ในสาขาการ์ตูนโชเต็ง ในปี 2020 และยังเคยถูกสร้างเป็นอะนิเมะ ความยาว 25 EP.

เรื่องราวของชายหนุ่มขี้แพ้ ที่ได้รับโอกาสเพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาย้อนกลับคืนสู่อดีตเพื่อแก้ไขแล้วทะลุกลับสู่ปัจจุบัน ตัวหนังชัดเจนในการเน้นๆ พูดถึงเรื่องมิตรภาพของเพื่อนฝูง คุณธรรม การยึดใครสักคนเป็นไอดอล เป็นแบบอย่างรุ่นพี่รุ่นน้อง (เหมือนเด็กช่างกลในบ้านเรา) การซื้อใจการวัดใจ การตอบแทนบุญคุณ

ช่วงแรกของหนังอาจจะงงสักนิด ตัวละครเยอะ หลายกลุ่มแนะนำกันแบบรวดเร็ว ต้องค่อยๆ จำ ค่อยๆ ทำความรู้จักตัวหนังมีความเป็นแฟนตาซี เพียงแค่ในการย้อนเวลาไปมาเท่านั้น แต่โครงเรื่องหลักๆ อยู่ที่ดราม่าอารมณ์ขัน รักโรแมนติกและแอ๊กชั่น ฉากแอ๊กชั่นต่อสู้มีทั้งเบาๆ แบบการ์ตูน แฟนตาซีนิดๆ เรื่อยไปจนรุนแรงเลือดสาดท่วมจอ หนังเดินเรื่องเร็วไม่ยืดยาด เล่าเรื่องสนุก เก็บเรื่องราว รายละเอียดของในมังงะหรือแอนิเมชั่นที่มีความยาวหลายตอนมาสรุปย่อๆ จบภายใน2 ชั่วโมง โดยที่ไม่รู้สึกสะดุด ดูรู้เรื่อง ถ้าไม่บอกว่าตัวเรื่องจริงยาวกว่านี้ก็คงจะไม่รู้สึกอะไร เมื่อดูแล้วอยากจะไปดูฉบับยาวๆที่น่าจะสนุกไปกับรายละเอียดของตัวละครได้มากกว่านี้ ทั้งตัวละครหลักๆ หรือตัวรองๆ ที่บางตัวอาจจะเหลือเพียงนิดเดียว

ทาคุมิ คิตามูระ ดูลื่นไหลไปกับบท ทาเคมิจิ ฮานางากิที่เด่นมากๆ แบกหนังทั้งเรื่อง มิโอะ อิมาดะ สวยใส ในบท ฮินาตะทาจิบานะ สาวสวยหนึ่งเดียวของเรื่อง สองหนุ่ม เรียว โยชิซาวะในบท ไมค์กี้ กับ ยูกิ ยามาดะ ในบท คราเด่น มาพร้อมกับมาดเท่ๆ หล่อเหลาดูดี มากระชากใจสาวๆ โดยเฉพาะ นอกจากนักแสดงหน้าตาดี เรื่องสนุก โปรดักชั่นดีๆ แล้ว ตัวหนังยังมีเพลงไพเราะให้ฟังตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงเอนเครดิตท้ายเรื่องงานเพลงของวง Super Beaver 

โตเกียว รีเวนเจอร์ส (Tokyo Revengers) โดยรวมแล้วอดที่จะนึกถึงหนังจอมยุทธ์ ศิษย์ร่วมสำนัก มิตรสหายร่ำสุราคุณธรรมน้ำมิตร ตัวร้ายจอมวางแผนที่อยู่เบื้องหลัง รวมไปถึงแนวย้อนกลับไปแก้ไขอดีต ที่ออกมาในยุคสมัยใหม่ยุคปัจจุบันชัดเจนในความแฟนตาซี แอ๊กชั่น ดราม่า และอารมณ์ขันมีครบทุกรสชอบๆ ดูเพลินๆ 8/10 คะแนน ครับ

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานจ้วด… ภาพยนตร์รัก ‘ไนบักขามขั่ว นัวส์ในอารมณ์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/616836

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานจ้วด…  ภาพยนตร์รัก ‘ไนบักขามขั่ว นัวส์ในอารมณ์’

วันเสาร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลังจากหนังอินดี้จากอีสาน กลายเป็นตำนานจากหนังชุด “ผู้บ่าวไทบ้าน” มาแล้วถึงสามตอน ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้ (2557) ผู้บ่าวไทยบ้าน 2 (2559) และ ผู้บ่าวไทบ้าน 3 (2561)

มาปีนี้กลุ่ม “อีสานอินดี้” นำทีมโดย บอย-อุเทน ศรีริวิกลับมาอีกครั้งใน “ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานจ้วด…” ที่ได้ “สหมงคลฟิลม์”กับ “เวิร์คพ้อยท์ พิคเจอร์” มาร่วมสร้างสรรค์งาน

“จ้วด” ความหมายคือ “รวดเร็ว” เหมือนบั้งไฟที่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า อีสานจ้วดก็เป็นอีสานที่รวดเร็ว สมัยใหม่ ทันใจแล้วคำว่าจ้วดมันก็เป็นศัพท์แสลงของอีสานที่แทนความหมายว่า “สุดยอด ดีงาม” หรือเป็นคำกวนๆ แบบ “จ้วดไปเลยจัดไป” ก็ได้ด้วย

“เคน” หนุ่มอีสานผู้ผิดหวังจากการมาทำงานเสี่ยงโชคในเมืองหลวง ตัดสินใจ เดินทางกลับบ้านเกิด พร้อมด้วยความฝันที่จะทำกิจการเล็กๆ ของตัวเอง และ ดูแล แม่ทอง ที่เริ่ม อัลไซเมอร์“ร้านลาบอินดี้”..คือความฝันของเขา อะไรๆ ก็อินดี้ หนังอินดี้ เพลงอินดี้ นักร้องอินดี้…

“เฟิร์น” สาวโรงงานผู้กำลังอกหัก ผิดหวังจาก “แมน” แฟนหนุ่มจอมเจ้าชู้ จนเธอคิดจะหนีจากบ้าน มาเมืองกรุง “เคน” กับ “เฟิร์น” กำลังจะเริ่มความรัก ความสัมพันธ์ในแบบปลอมๆ ขึ้นแต่..ความรัก มีคำว่า ปลอมด้วยเหรอ…

“ไนบักขาม” หรือ “เมล็ดมะขาม” มาเป็นตัวแทน มาเป็นสื่อกลางความรักของพระเอกนางเอกแล้วก็เป็นสื่อกลางความรักของคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่ ตอนแรกก็ยังแข็งๆ กันอยู่ แต่พอเคี้ยวไปเคี้ยวมาเริ่มนุ่มเริ่มเข้าใจ

 โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ เด่นมากๆ เล่นน่ารัก เด่นทุกฉากทุกตอน มาในลุคที่ต่าง/ฉีกไปจากภาพเดิมๆ ที่คุ้นเคย ยิ่งเสริมด้วยสำเนียงเสียงอีสาน แทบจะลืม ภาพความเป็นคนเมือง มาเป็นเคน หนุ่มไทบ้านที่มีเสน่ห์ 

แอน อรดี ทิ้งภาพนักร้องหมอลำสาวสวย มาเป็น “เฟิร์น” สาวโรงงาน สวยใสพื้นๆ บ้านๆ เล่นเป็นธรรมชาติ เล่นกำลังดีชอบฉากร้องเพลงที่ฟังแล้ว ได้อารมณ์ ของคนธรรมดาๆ ที่กำลังเสียใจมาร้อง ไม่มีความรู้สึกว่ามาจากเสียงของ นักร้องอาชีพ

“โอบ-โอบนิธิ” จับคู่กับ “แอน อรดี” ได้แบบลงตัว เคมีเข้ากันมากๆ

“ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานจ้วด…” ยังชัดเจนความเป็น หนังชุด “ผู้บ่าวไทบ้าน” มีความเรียบง่ายเรื่อยๆ เพลินๆ ตัวละครเนื้อเรื่องถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ไม่เกี่ยวกับตอนก่อนหน้านี้ “บอย-อุเทน ศรีริวิ” ยังคงลายเซ็น ของผู้กำกับ หนังชุด ผู้บ่าวไทบ้าน ออกมาได้ดี หนังดูง่ายไม่ซับซ้อน ชัดเจนในความเป็นอีสานที่ใกล้ตัว แต่ที่ดูแปลกตาไปงานด้านโปรดักชั่น ที่ดูมีอะไรเพิ่มมากขึ้น ได้ อิ๊ม-อรุณี ศรีสุขมาเป็นโปรดิวเซอร์ผู้กำกับภาพ เบิ้ล นวโรภาส และ โก้-ชาติชายไชยยนต์ เป็นโปรดิวเซอร์ และอีกหลายๆ คนล้วนเป็นมืออาชีพระดับแถวหน้าของเมืองไทย มาเสริมทีม “อีสานอินดี้” ได้อย่างลงตัวสวยงาม และแม้จะมีนักร้องลูกทุ่ง มาร่วมแสดงหลายคนแต่หนังก็ไม่ได้ เน้นใส่เพลงลูกทุ่งเข้ามา  “ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานจ้วด…” อาจจะไม่ใช่ หนังที่มีอะไรโดดเด่น เลิศเลอเฟอร์เฟกท์ หรือมี อะไรที่น่าจะจำมากนัก แต่ก็เป็นหนังไทยเล็กๆ ที่ชัดเจนใน ความน่ารักแบบบ้านๆ ดูไปยิ้มไป ไม่ต้องคิดอะไรมากจ้วด..กันแบบเต็มๆ ในระดับ 7/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Dark World เกม ล่า ฆ่า รอด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/615312

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Dark World เกม ล่า ฆ่า รอด

วันเสาร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Dark World เกม ล่า ฆ่า รอด หนังไทยเรื่องล่าสุดที่เจอพิษโควิดเล่นงาน จนเจอโรคเลื่อนมานาน แต่ก็ไปสร้างชื่อในหลายเทศกาลหนังนานาชาติ ผลงานการกำกับของ โน้ตจูเนียร์-จิตต์สิน ผ่องอินทรกุล ลูกชายของ โน้ต เชิญยิ้ม  บทโดย พิง ลำพระเพลิง

การแข่งขันเกมในเมืองที่รอดจากสงครามโลกครั้งที่ 3 เมืองที่ไร้กฎระเบียบ ทุกคนต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอดผู้ชนะจะได้เงินรางวัลก้อนโตและได้เจอกับ บอส ผู้อยู่เบื้องหลังเกมผู้แพ้เกมตายสถานเดียว “Dark World เกม ล่า ฆ่า รอด”ชวนให้นึกถึงเกมปลาหมึก สควิดเกม เล่นลุ้นตาย (Squid Game)หนังเกาหลีเรื่องดังเริ่มตั้งแต่เปิดเรื่องตัวละครหลัก ถ้าดูดีๆจะรู้สึกได้เหมือนถอดกันมาที่ต่างไป คือ เกม จาก 6 เกม เหลือ 3 เกมคนแข่งขันจาก 463 คน มาแค่ 14 คน 4 คู่ คำถามที่ตามว่าในระหว่างดูคือ ทำไม!! บังเอิญเหมือนกันมากมายขนาดนี้ เหมือนเป็นหนังเรื่องเดียวกัน เปลี่ยนแค่ตัวละครเท่านั้น หดจาก 9 EPเหลือแค่ 2 ชั่วโมง

ดิว-อริสรา มาพร้อมกับความสวยและแรง กับบท “ไอรีน”มาครบรส สวยเซ็กซ์ น้ำหวาน-รักษ์ณภัค  ในบท “รัน” มาดสาวลุยสาวนักสู้  แซมมี่-ปัณฑิตา สาวที่ดูออกจะหวานๆ มากกว่าที่จะบู๊ ทั้งสามสาว บทเด่น บทส่ง ในบุคลิกที่ต่างกันออกไปทุกคนทำได้ดี ทั้งในส่วนของดราม่าและแอ๊กชั่นครบรส โดยเฉพาะเลิฟซีน

ตูมตาม-ยุทธนา  ในบท “พายุ” ตำรวจผู้หาผลประโยชน์กับเกมกับ นิว-ชัยพล  ในบท “ลีโอ” ฉีกไปจากลุคเดิมๆ ที่เคยเห็นกันจนชินตา บอส-ณัชพงศ์พล สุดดี ในบท “สิบทิศ” ชอบในการจับคู่ของสามหนุ่มสามสาว ทั้งการวางตัวเรื่อง บุคลิก ความสัมพันธ์บทสรุปสุดท้ายที่ช่วยกันเสริมทำให้หนังดูสนุกขึ้น

วิลลี่ แมคอินทอช เด่นมากๆ กับบทร้าย โหด เป็น “กวิน”ที่ดูเหี้ยม เล่นดีแรง

เดวิด อัศวนนท์ เป็น “เฮียหม่า” ที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับ“กวิน” ได้ดี 

รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ในบท “แฮปปี้” เหมือนจะมีอะไรให้ฉีกบทแต่เอาเข้าจริงๆ กลับไม่มีอะไร

แทค-ภรัญญู กับบทกวนๆ ซ่าส์ในแบบเดิมๆ

โน้ตจูเนียร์-จิตต์สิน ผ่องอินทรกุล ทำ Dark Worldเกม ล่า ฆ่า รอด ออกมาฉีกไปจากหนังไทยโดยทั่วไป โปรดักชั่นของตัวหนัง ทำออกมาได้ดี ฉาก เครื่องแต่งกาย บรรยากาศโลกที่ล่มสลาย งานด้านภาพ การตัดต่อ ดนตรีและเพลงประกอบ ฉากแอ๊กชั่นก็ทำได้ดี แม้อาจจะดูหลอกๆ ไปนิดในบางฉากบางตอนและที่เด่นมากๆ คือ นักแสดงที่ฉีกออกจากตัวเองแบบชัดเจนแต่ส่วนที่ไม่ชอบคือ นอกจากสามคู่ตัวหลักแล้ว คู่อื่นๆ มันดูเป็นแค่ตัวประกอบตัวเสริมเท่านั้น ความลุ้นเลยขาดหายไป และบรรดานักแสดงสมทบดูก๊องแก๊งไปนิด ไม่ว่าจะเป็นสมุนของกวิน หรือเฮียหม่า รวมทั้งแรงจูงใจในการเล่นเกมมันมีด้านเดียว คือเงินรางวัล และการได้พบ Boss มันดูแห้งๆ ไปสักนิด ดูสนุกเพลินๆ ดูได้เรื่อยๆ เป็นหนังไทยที่น่าดูอีกเรื่อง และโน้ตจูเนียร์ถือว่าสอบผ่านไปได้ด้วยดีกับงานชิ้นนี้ 7.5/10 คะแนน