โอ๊ยเล่าเรื่อง : ดาหลา บุปผา ฆาตกรรม (Dalah Dead And The Flowers)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ดาหลา บุปผา ฆาตกรรม  (Dalah Dead And The Flowers)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ดาหลา บุปผา ฆาตกรรม (Dalah Dead And The Flowers)

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มินิซีรี่ส์เรื่องล่าสุดของ Netflix แนวนักสืบฆาตกรรม ผลงานการผลิตของ “ปราบดา หยุ่น” นักจัดดอกไม้นามว่า “ดาหลา” รับงานสำคัญ จัดดอกไม้ในงานมงคลสมรสของ โอม-ดร.อนุสรณ์ เอื้อเทพา นักการเมืองหนุ่มหล่อ ว่าที่นายกรัฐมนตรี กับ ริสา-นริสาตั้งสินทรัพย์ ทายาทสาวตระกูลร่ำรวย เพื่อเชื่อมผลประโยชน์คืนก่อนงานแต่ง ว่าที่เจ้าบ่าวถูกฆาตกรรมในสตูดิโอดอกไม้ของดาหลา  ท่านมนตรี นายตำรวจใหญ่ เข้าทำคดีสอบสวน สมาชิกทั้งสองตระกูล ผู้เกี่ยวข้องทั้งทางตรงทางอ้อม ดาหลา เจ้าของสถานที่เกิดเหตุ มีผู้ต้องสงสัยมากมาย

แต่ผู้ต้องสงสัยที่สุดกลับหายตัวไปอย่างลึกลับ

ดาหลา บุปผา ฆาตกรรม ชัดเจนในลายเซ็นงานของ ปราบดา หยุ่น ทั้งการเล่าเรื่อง ตัวละคร บรรยากาศต่างๆ ที่เรื่องนี้รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ กำกับโดย ดรีม-ฐานิกา เจนเจษฎา กับ เอลิซ่า เปียงเขียนบทโดย อาทิชา ตันธนวิกรัย กับ ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์

ตัวหนังมาในสูตร ใครฆ่า? whodunit ขมวดไขปมปริศนา ค่อยๆ ให้รู้จักตัวละครแบบผิวเผิน จนเกิด..คนตาย ทุกๆ คน ต่างน่าสงสัยมีปมมีเหตุให้เป็นคนฆ่าได้ ก่อนที่จะพาไปเข้าถึงปมที่อยู่ในใจ แต่ยังไม่เฉลยรอให้สรุปสุดท้าย หักมุม!! กับคนที่คิดไม่ถึง

ดาหลา บุปผา ฆาตกรรม เป็นมินิซีรี่ส์ฆาตกรรมที่เล่าเรื่องสนุกชวนติดตาม ตรึงให้อยู่ตามติดเรื่องตลอดเวลา เล่าเรื่องอย่างมีจังหวะ มีชั้นเชิง ช่วงไหนจะพุ่งไปหาตัวละครตัวไหน ก็ทำได้ดีไม่มีสะดุดเส้นเรื่องหลักคือการตามหาฆาตกร ใคร? คือ คนฆ่า

ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ เด่นมากๆ ทำให้ ดาหลา เป็นตัวละครที่น่าสนใจ สวยน่ารัก ลึกลับ มีความเก่ง เป็นสาวมั่น มาพร้อมกับความเงียบขรึม ดูแล้วเชื่อว่าเป็นนักจัดดอกไม้ระดับเซียน เป็นนักสืบที่น่าจะไขคดีนี้ได้ พอๆ กับต้องมีปมเกี่ยวกับคดีนี้

แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช เป็น นริสา สาวสวยสาวเก่งว่าที่เจ้าสาว พลังการแสดงยังคงล้นเหลือ ทั้งสีหน้า น้ำเสียง แววตา 

ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล หล่อ มีเสน่ห์ ในบท สรัส พนักงานโรงแรม เดินเรื่องตลอด มาในบุคลิกเป็นผู้ช่วย ตัวช่วยที่ดี น่ารักสบายๆ ไม่มีพิษมีภัย สร้างรอยยิ้มได้

ณ-ณภัทร วิกัยรุ่งโรจน์ เป็น โอม-อนุสรณ์ ว่าที่นายกฯ หน้าตาความหล่อ บุคลิกท่าทาง ชวนให้นึกถึงนักการเมืองไทยบางคนแม้!! จะเป็นเหยื่อแต่ก็มีบทให้ออกมาทุกตอน

ดาหลา บุปผา ฆาตกรรม คือ หนังนักสืบอีกเรื่องที่ดูจากนักแสดง คาแร็กเตอร์ บทแล้ว เดาออกเดาไม่ผิดว่าใครคือฆาตกร แค่รอดูว่าหนังจะชี้เหตุผลในการฆ่าอย่างไร ฆ่าทำไม? และใช้วิธีไหนเผยโฉมฉีกหน้ากากฆาตกร เช่นเดียวกับตัวละครอื่นๆ ทุกตัว ที่สนุกไปกับการดู การพาไปเจาะปมของแต่ละคน ไม่เพียงแต่เรื่องราวน่าสนใจ บทหนังสนุก นักแสดงดีงาม เล่นเก่งเข้ากับบทแล้ว งานด้านโปรดักชั่นดีงาม ภาพสวยทุกภาพ การจัดแสงดีงาม การตัดต่อมีมูฟเม้นท์ เครื่องแต่งกายดี ดนตรีประกอบกระหึ่ม ขยี้ทุกช่วงอารมณ์ และเพลงประกอบไพเราะ

“เวลาเราจัดดอกไม้ ถ้าเรารู้ว่าจัดให้ใคร มีความสุขมากกว่าจัดให้ตัวเอง” ดาหลา บุปผา ฆาตกรรม สนุกสนานแบบติดจรวดจนดูรวดเดียวจบ 6 ตอน 6 ชั่วโมง อย่างรวดเร็วดีงาม ระดับ 8/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี

วันเสาร์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี ละครผีน่ากลัวของ “ค่ายซีเนริโอ” รีสเตจ คืนเวที อีกครั้งหลังจากที่เคยสร้างความน่ากลัว บนเวทีเมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ เมื่อปี 2554-2555 เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี ฉบับใหม่นี้ เดินเรื่อง เล่าเรื่อง เหมือนเวอร์ชั่นที่แล้ว แต่มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง บางสิ่งบางอย่าง บทสนทนา ฉากเครื่องแต่งกาย รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้เข้ากับยุคนี้พ.ศ. นี้ ตัดสิ่งที่อาจจะดูเชยออกไป ทำให้ตัวเรื่องดูสนุกมากยิ่งขึ้น ที่แตกต่างชัดเจนคือ การทำ เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี ออกมาเป็น ละครเวที 4D มีครบทั้ง รูป/รส/กลิ่น/แสง/สี/เสียง มาเขย่าขวัญ สั่นประสาท ให้ดูน่ากลัว ชวนขนลุก ได้ตลอดเวลาในค่ำคืนแห่งการเฝ้าผีนี้!!      

เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนที่เดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อมาร่วมงานศพของ “ฝน” เพื่อนรักที่เสียชีวิตอย่างปริศนา กับบรรยากาศการต้อนรับจาก “ดาว” พี่สาวของฝน ด้วยท่าทีที่น่าสงสัย…ทำให้ค่ำคืนที่ดูเหมือนจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยเรื่องเล่าชวนขนลุกและเหตุการณ์ที่ทุกคนจะไม่มีวันลืม!!

นุ่น-ศิรพันธ์ เป็น ดาว เล่นทางสีหน้าแววตา ส่งพลังการแสดง อินเนอร์ จากข้างใน ดูลึกลับน่ากลัว จิตๆ ดุๆ จากการสูญเสียฝน น้องสาวสุดที่รัก และรอการ กลับมาหลังเที่ยงคืน เพิ่มเติมความน่ากลัวด้วยชุดดำ 

ฟิล์ม ธนภัทร รับบทเป็น เอก แฟนของ ฝน และ อัค อัครัฐ เป็น แทน หนุ่มหล่อผู้นำเพื่อน ที่แอบชอบฝน สองหนุ่มที่มาพร้อมกับความหล่อ มาดเท่ คนหนึ่งหล่อแบบผู้ดีมีเงิน อีกคนมาดเซอร์นุ่งยีนส์มาเสริมในเรื่องดราม่า ใครกันแน่? ที่เกี่ยวกับการตายของฝนทั้งคู่เล่นได้ดี มีฉากปะทะฝีมือคารม อารมณ์ จัดเต็ม กับ นุ่น-ศิรพันธ์

ตั้ม วราวุธ เด่นมากๆ  ทั้งบท จ๋อง หนุ่มปากดีขี้เล่น และ ดีเจยามดึก ที่ได้โชว์ฝีมือเจ๋ง ยึดเวทีโชว์การแสดงเล่นกับเอฟเฟกท์หลอนต่างๆ โชว์สกิลโซโล่เดียว สลับกับมุขตลกสุดฮาที่ตั้มจัดเต็มกันแบบต่อเนื่องหลายตับ!!บทนี้ทำให้คนดู หัวเราะ ไปพร้อมๆ กับ สะดุ้งตกใจ กรี๊ด ไปพร้อมกัน เมื่อเจอผีหลอก

ปีโป้ ณัชพัณณ์ เล่นได้ดี เป็น เซน ในตอน ห้องน้ำผีสิงน้ำเสียง การแสดง เป็นน้องใหม่ ที่มาเล่าผี น่ากลัวๆ ขิงรุ่นพี่ที่จากไปทำให้คนดูลุ้นกันตัวโก่งกลัวผีจะโผล่มา

จ๊ะจ๋า แดนดาว ในบท ไอซ์ สาวร่างเล็กน่ารักๆ ที่กลัวผีตกใจง่าย มีน อาลามินา ในบท หนุน สาวร่างท้วมใจกล้า ที่โตมาในร้านขายโลงศพ แต่ยังไม่เคยเจอผี เลยไม่เชื่อว่าผีมีจริง  เจฟ ญาณกวี เป็น เต๋า ในตอนห้องน้ำผีสิง ตัวตึงปากหมาชอบท้าผี และนักแสดงสมทบ คนอื่นๆ ก็เข้ามาช่วยเสริม ในเรื่องเด่นขึ้น

อ้า-สันติ ต่อวิวรรธน์ กำกับทำ เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี ออกมาได้ดี ดูลงตัว คุมจังหวะ ใส่ความน่ากลัว ทำให้ขนลุก สะดุ้งตกใจ กรี๊ด ออกมาได้แบบไม่ทันตั้งตัว ผ่อนอารมณ์ ด้วย มุขตลก ในแบบเนียน ในแบบที่ กำลังพอดี ผสมความน่ากลัว/เสียงหัวเราะ และดราม่า ได้อย่างลงตัว บรรยากาศผีหลอก มาแบบเต็มๆ ทั้งจาก ความมืดสลัว ตลอดเรื่องหาความสว่างไม่ได้ เสียงหมาหอน โลงศพขาวๆ กลางบ้านกลิ่นธูปกลิ่นดอกไม้ โชยมาในโรง  เสียงโหยหวนเสียงเย็นยะเยือกในโทรศัพท์ ฝนตก ไฟดับ ผีตัวเป็นๆ ฯลฯ หรือ การให้นักแสดงใช้ไฟฉาย ส่องมาที่คนดู ท่ามกลางความมืดมิดทั่วโรงละคร เมื่อหันไปดูรอบๆ โรงตาม มันดูหลอนดูน่ากลัวชวนขนหัวลุก เรื่องเล่าคืนเฝ้าผีคือ ละครเวทีแนวผีๆ อีกเรื่องที่ ซีเนริโอ ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง สนุก ชวนขนหัวลุก ในแบบ หลอนปนฮา ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี เปิดแสดง ระหว่างวันที่ 6-23 มีนาคม 2568 รอบพฤหัสฯ-ศุกร์ เวลา 19.30 น. เสาร์ รอบ 14.00 น.,19.30 น. อาทิตย์รอบ14.00 น. • ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ • ราคาบัตร : 3,500 / 3,000 / 2,300 / 1,800 / 1,500 / 1,000/ 800 บาท • ซื้อบัตรได้ที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกช่องทาง หรือคลิก https://bit.ly/Rueanglao

โอ๊ยเล่าเรื่อง : แผลเก่า เดอะมิวสิคัล

โอ๊ยเล่าเรื่อง : แผลเก่า เดอะมิวสิคัล

โอ๊ยเล่าเรื่อง : แผลเก่า เดอะมิวสิคัล

วันเสาร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“แผลเก่า” คือ นิยายของ “ไม้เมืองเดิม” ที่ชอบมากสุดๆ กับฉบับหนังปี 2520 ของ เชิด ทรงศรี แต่เฉยๆ กับเวอร์ชั่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น หนัง/ละคร แผลเก่า เดอะ มิวสิคัล คือ “แผลเก่า” ฉบับล่าสุดที่ทำมาในแนวละครเพลงในแบบที่ต่างไปจากละครเวที “แผลเก่า” ที่เคยทำกันมา

ชัดเจนในความเป็นละครเพลง/ละครมิวสิคัล ในรูปแบบของ ครีมบ็อกซ์ ทั้งในรูปแบบการนำเสนอ การเล่าเรื่องโปรดักชั่น ฉาก/แสง/สี/เสียง ดนตรี บทเพลงการแสดงที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครแผลเก่า เดอะ มิวสิคัล เป็นละครเพลงแบบร้องทั้งเรื่อง sung-throughที่มีจำนวนเพลงถึง 32 เพลง จากบทละครซึ่งเป็นเนื้อร้อง เขียนโดย ดารกา วงศ์ศิริ ประพันธ์ดนตรีโดย ไกวัลกุลวัฒโนทัย, สุธี แสงเสรีชน, ภูดินันท์ ดีสวัสดิ์มงคล และ สุวรรณดีจักราวรวุธ เป็นผู้กำกับการแสดง ในส่วนของวงดนตรีมี อ.ดำริห์บรรณวิทยกิจ เป็นผู้อำนวยเพลง กำกับการร้องโดย ใจรัตน์ พิทักษ์เจริญ

ลิง-สุวรรณดี จักราวรวุธ ละเอียดละเมียดทุกขั้นตอน ทั้งการแสดงได้ลงตัวไม่มากไม่น้อยจนเกินไป งานโปรดักชั่นที่เข้ากับเรื่อง ผสมกันแบบลงตัว ดูกลมกลืนกันหมด

โจ้-ดารกา วงศ์ศิริ ถ่ายทอดเรื่องราวจากตัวนิยายมาสู่เวทีละครได้อย่างลงตัวยอดเยี่ยม บทละคร บทเพลงที่ดีงาม ไพเราะ เนื้อหา/เรื่องราว หัวใจของเรื่อง มาแบบจัดเต็ม ไม่ต้องตีความใหม่ ไม่มีบิดเรื่อง เดินเรื่องเรียงตามที่คุ้น จนแม้จะรู้เรื่อง แผลเก่า ดีอยู่แล้ว ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรที่ฉีกหรือต่างไปจากเดิม แต่ด้วยบทที่ดีทำให้ดูแล้วยังสนุก ซาบซึ้งกินใจที่ต้องชมคือ นักแสดงทั้งตัวหลัก ตัวรอง บทสมทบ ทำได้ดีทุกคน

เก้ง-เขมวัฒน์ เริงธรรม คือ ขวัญ ในแบบของละครเวที ถ่ายทอดอารมณ์ต่างๆ ผ่านทางการแสดง สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง ที่ดีเยี่ยมในทุกๆ บทเพลงทุกๆ ช่วงอารมณ์

โม-สยาภา สิงห์ชู พาร่างอันบอบบาง ฉีกภาพของ เรียม ที่เคยดูกันมาแว่บ!! แรกบนเวทีนึกในใจใช่เหรอ..ไม่นึกว่าจะเป็น เรียม แต่พอดูไปดูไป ถูกใจ..ใช่เลย..โอเค..เป็น เรียม ที่น่ารัก น่าทะนุถนอม ดูเป็นน้องสาวที่ ขวัญ ดูแลมาตั้งแต่เด็กๆ มีความเป็นเด็กบ้านๆ พอถูกย้อมตัวในพระนคร ก็ดูเปลี่ยนไป “น้องสยาโม” เอาอยู่ทั้งการแสดง

ปุ๊ก-มนตรี เจนอักษร ดีงามดูอบอุ่นในบท ผู้ใหญ่เขียน พ่อขวัญที่ร้องเพลงบนเวทีสดๆ ได้ดีงามไม่แพ้เสียงพากษ์

อู๋-ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา พาน้ำเสียงหนักแน่นมาดการแสดงที่ดูจริงจังในบท กำนันเรือง พ่อเรียมที่ดูร้ายทั้งเรื่อง ดูเป็นพ่อที่แทบไม่มีความดีในตัว

ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ มาดผู้ดีๆ นิ่งๆ กับบท คุณนายทองคำ เจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า เป็น แม่ทิม แม่อีเรียม ที่เวอร์ชั่นนี้ชัดเจนในความเป็นแม่ที่ดูร้ายพอๆ กับสามี

กาย-ทรงสินธ์ ศิริคุณารัศม์ ดูดีกับบท คุณสมชาย มาดผู้ดีเมืองหลวงมาแบบเต็มๆ เสียงร้องก็โอเค บท สมชาย ดูเด่น มีเพลงรักร้องคู่กับ เรียม ด้วย

เวลล์-ดิษย์กรณ์ ดิษยนันทน์ เป็น เริญ น้องชายนักเลงของ เรียม ความร้ายแผ่กระจาย แต่มาในแนวตัวร้ายสมทบ ตัวเสริมที่ดี ไม่ใช่หัวหน้าผู้นำ เสียงร้องหนักแน่น น้ำเสียงไม่มีแผ่ว เหมือนมานั่งดูนักแสดงร้องเพลงโอเปร่าของฝรั่ง นักแสดงสมทบคนอื่นๆ ก็เล่นไปแบบดีงามทุกคน แม้แต่ ควายไอ้เรียว กับ อีเก ก็ยังออกมาดูดี

สิ่งที่เด่นมากคือฉากแสงสีเสียงที่ไม่ธรรมดา เรื่องนี้ฉากอาจจะไม่เยอะเน้นท้องทุ่ง ทุ่งลำกระโดน ลำคลองย่านบางกะปิ บ้านขวัญ บ้านเรียม ต้นไทร ศาลเจ้าแม่ หรือบ้านคุณนายทองคำ ยังดีงามในทุกๆ ฉาก เทคนิคพิเศษดีงาม ฉากขวัญ/เรียมแหวกว่ายในคลองแสนแสบ ทั้งบทรักหรือโศกนาฏกรรมส่งท้าย หรือแม้แต่ลูกปืนที่พุ่งใส่ขวัญยังออกมาสวยงาม

แผลเก่า เดอะมิวสิคัล จัดแสดงที่เอ็มเธียเตอร์ (M Theatre)ยังคงเหลืออีก 3 รอบ ในวันเสาร์ที่ 1 มี.ค. เวลา 14.00 กับ 19.30 น., และวันอาทิตย์ที่ 2 มี.ค. เวลา 14.00 น. บัตรราคา 1,300/1,600/ 2,100/2,600  box 6 ที่นั่ง 18600 คอละครเวทีโดยเฉพาะ FC ดรีมบ็อกซ์ห้ามพลาดละครเวทีเรื่องนี้

โอ๊ยเล่าเรื่อง : สวัสดีวันจันทร์(ส)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : สวัสดีวันจันทร์(ส)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : สวัสดีวันจันทร์(ส)

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนังไทยเรื่องล่าสุดของ เนรมิตรหนังฟิล์ม ที่เปลี่ยนแนวจากหนังสัตว์ประหลาด หนังแอ๊กชั่นนักเรียนตีกัน มาเป็นหนังรักวัยรุ่นแฟนตาซี “สวัสดีวันจันทร์(ส)” เป็นผลงานการกำกับของ ก่อ-ชาคร ไชยปรีชา ที่เคยฝากผลงานการกำกับ “รักจัดหนัก (2011)” ในตอน “ทอมแฮ้ง”

“อยากทำอะไรก็ทำ ตื่นมาอีกวันใครจะไปจำ!” คุณจะทำอย่างไรถ้าทุกวันคือ จันทร์ที่ 1 เมษายน?

เอิร์ธ นักศึกษาปี 8 ที่ทุ่มสุดตัวในการจีบ สายไหม สาวรุ่นน้องที่มี เต้ เดือนมหา’ลัย เป็นคู่แข่ง และมี รักษ์ เพื่อนสนิทคอยดูแล มี กิมจิ แฟนรักษ์ เป็นคู่กัด

วันจันทร์ที่ 1 เม.ย. 2567 วันสอบวันสุดท้าย เอิร์ธ ตั้งใจจะบอกรัก สายไหม แต่ทุกอย่างกลับผิดแผนในคืนปาร์ตี้จบการศึกษาในคืนนั้นก่อนที่ เอิร์ธ จะตื่นมาพบว่าตัวเองติดอยู่ในวันจันทร์ที่ 1 เม.ย. 2567 วนไป-วนมา 

หนังวนลูปที่เหมือนจะออกมาเหมือนหนังวนลูปเรื่องอื่นๆที่ดูกันมาจนชินตา ทั้งในหนังไทย/เทศ บรรยากาศการเล่าเรื่อง ตัวละครที่นำเสนอในแบบหนังวัยรุ่นเฮฮาสบายๆ ก่อนจะบทสรุปในแบบดราม่า

หนังเล่าเรื่องสนุก ดูเพลิน ครึ่งแรกสนุกไปกับการวนลูปตื่นมาทุกเช้าวันจันทร์ที่ 1 เม.ย. ตามดูว่าจะทำอะไรในภาพที่ไม่ซ้ำเดิมก่อนที่ครึ่งหลังตามไปดูผลที่ตามมากับสิ่งต่างๆ ที่ได้กระทำไปในระหว่างที่วนลูป 

โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ เด่นมาก เอิร์ธ เป็นตัวแบกหนังเดินเรื่องคนเดียว เล่นครบทุกบทบาท เฮฮา ดราม่า แอ๊กชั่นเล่นแบบลื่นไหลในทุกบท

และทำให้เชื่อได้ว่าเป็นคนที่เหมือนจะรักคนอื่น แต่เอาจริงๆ ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง

พีพี-ปุญญ์ปรีดี คุ้มพร้อม รอดสวาสดิ์ ในบท สายไหม สวยใสในแบบสาวรุ่นใหม่อินฟู เป็นตัวละครที่ดูมีปม ไปๆ มาๆ รู้สึกว่า สายไหม เป็นตัวละครที่ทำทุกอย่างเพื่อตัวเองไม่แพ้กัน

วิคเตอร์-ชัชชวิศ เตชะรักษ์พงศ์ ดูดีกับบท รักษ์ เพื่อนสนิทหมอมู กูรูสายมูดังทางออนไลน์ เล่นดี เล่นนิ่งดูเป็นธรรมชาติ ช่วยเสริมในบทเด่นขึ้น สีหน้า ท่าทาง แววตาดีมากๆ ดูแล้วรับรู้สัมผัสได้ถึงความรักความหวังดีกับเพื่อน และความรักที่มีกับ กิมจิแฟนสาว 

เบล-วริศรา จิตปรีดาสกุล แฟนสาวปากแจ๋วของ รักษ์ที่ไม่ค่อยชอบเอิร์ธ ที่ไม่เอาไหนดูน่ารักๆ สบายๆ 

ปูน มิตรภักดี เป็น เต้ เดือนมหา’ลัย นักร้องวัยรุ่นดังที่มีแฟนคลับที่ตามจีบ สายไหม บทสบายๆ แค่ดูปากแดง ก๋องแก๋งๆไปสักนิด ไม่ค่อยรู้สึกเป็นนักร้องดังสักเท่าไหร่นัก 

ทราย เจริญปุระ เป็น เจ๊ออย แม่ค้าขายข้าว กับ สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข พี่ปลา เพื่อนบ้านบ้าหวย ชัดเจนในความเป็นนักแสดงสมทบแบบชาวบ้านๆ  บทแทบไม่มีอะไรแต่พลังของ ทรายกับสายป่านออกมาทะลุจอ

ศรินทรา นิยากร มาน้อยแต่ดูดีดูอบอุ่นกับบทแม่ของ เอิร์ธเฟี้ยวฟ้าวสุดสวิงริงโก้ในบทอาจารย์คุมสอบ บทสนุกๆ ในแบบที่คุ้นเคย 

เอส-คมกฤช ตรีวิมล มารับบท นายตำรวจ/นักพนันในบ่อน เน้นๆ เฮฮา สบายๆ  ชวนให้นึกถึงบทแบบนี้ในหนังไทยที่ อังเคิ่ล หรือ บุญถิ่น ทวยแก้ว เคยแสดงเอาไว้

สวัสดีวันจันทร์(ส) เป็นหนังที่ดูได้เรื่อยๆ ดูแบบเพลินสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก มีทั้งมุขตลกที่พอขำๆ มีรอยยิ้ม หรือฝืดๆ บ้าง ตัวหนังไม่ได้น่าเบื่อ แค่รู้สึกว่าหนังอาจขาดพลังดูบางเบา นักแสดง/ตัวละครอาจไม่ดึงดูด..แต่ก็มาในงานสร้างโปรดักชั่นที่ไม่เลวร้ายสนุกสนาน เฮฮา สวัสดีวันจันทร์(ส) โชคดีมีความสุขระดับ 6/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : กัปตัน อเมริกา : ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่ (Captain America : Brave New World)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : กัปตัน อเมริกา : ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่ (Captain America : Brave New World)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : กัปตัน อเมริกา : ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่ (Captain America : Brave New World)

วันเสาร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กัปตัน อเมริกา : ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่ (Captain America : Brave New World) ก็เหมือนกัน รู้สึกเฉยมากๆ ใบปิดตัวอย่างไม่มีอะไรดึงให้อยากดู แต่ก็ต้องดูเพราะเป็นหนัง มาร์เวล 

จำได้ว่าตอนที่ดู The Falcon and the Winter Soldier (2021) ซีรี่ส์ใน Disney+Hotstar ที่ส่งมอบความเป็นกัปตันอเมริกา ย้ำ!! ความเป็นกัปตันผิวสี ก็รู้สึกไม่ใช่ ไม่สนุกอยู่แล้ว

ยิ่งถ้าใครมาดูเรื่องนี้ แต่ไม่เคยดู The Falcon and theWinter Soldier ยิ่งขาดเรื่องราวหลายๆ อย่างไป กัปตัน อเมริกา :ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่ (Captain America : Brave New World) มาในบรรยากาศของความเป็นหนังฮีโร่ฝั่ง “มาร์เวล” ที่เน้นๆ ชัดๆ แม้..โปรดักชั่น โทน อารมณ์หนังจะออกมาดูดี ออกฉายในโรงใหญ่ แต่เอาจริงๆ..กลับรู้สึกว่าเหมือนมาดูหนังสตรีมมิ่งขึ้นจอใหญ่ ตัวหนัง ไม่มีอะไรที่ดึงเข้าไปสู่ความเป็น “อเวนเจอร์” เฟสใหม่ได้เลย เสน่ห์ของตัวละคร นักแสดงบางเบา บทหนังที่อ่อนปวกเปียก ที่มา-ที่ไป ปมบทเฉลยดูง่ายไปหมด 

ฉากแอ๊กชั่นมาเรื่อยๆ มาเป็นระยะ แต่ดูก๊องแก๊งไม่ตื่นเต้นไม่เร้าใจเหมือนมาดูกัปตันดำโชว์ลีลาต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่ธรรมดามากๆดูดีที่สุดแค่ฉาก กัปตันนกดำ ปะทะกับ ยักษ์ฮัลค์แดง แค่ฉากเดียวจริงๆ..ฉากที่รอมาตั้งนาน..มาแค่ 10 นาที ฉากการต่อสู้ทุกฉากแม้จะดูเนียนไม่สะดุดแต่ภาพที่ออกมามันดูสะดุดๆ เหมือนที่เห็นกันในหนังแอ๊กชั่นเกรดบี

แอนโทธี แม็คกี้ เดินเรื่องเด่นแบกหนังอยู่คนเดียว แต่เหมือนมาในบุคลิกเดียว มาแบบพระเอกเน้นๆ ดี๊ดี เล่นไปเรื่อยๆ แต่ด้วยออร่า..ยังไม่ดึงนัก ดูแล้วรู้สึกเหมือนเป็นตัวสมทบจากในเฟสที่แล้ว ยังไม่แรงส่งให้นำ ดูยังไงๆ ก็ไม่รู้สึกว่า แซม วิลสัน จะเป็นกัปตันอเมริกา ก็ยังเป็นแค่ ฟัลคอล ที่ถือโล่กัปตันอเมริกาเท่านั้น รวมทั้งในความรู้สึกกัปตันอเมริกาผิวสี..ก็ไม่ใช่ กัปตันอเมริกา อยู่ดี

แฮริสัน ฟอร์ด ในบท แธดเดียส รอสส์ ที่บทเยอะ เป็นตัวละครเด่นแต่ก็ไม่ช่วยอะไรให้หนังน่าดู เล่นธรรมดา พลังของประธานาธิบดี หรือความร้าย เจ้าเล่ห์ในตัวเอง แทบไม่มีเลย แต่..ตอนที่กลายเป็น เรดฮัลค์ โอเคนะ ความรู้สึกว่าเป็น รอสส์ มาแบบเต็มๆ

แดนนี่ รามิเรซ ฟัลคอนฝึกหัด ดูน่ารำคาญมากๆ มุขขำที่ใส่มาฝืดสนิท ความกวนกับคนรอบๆ ข้างดูขัดหูขัดตาไปหมด และ..บทนี้คือผู้ช่วยพระเอก แต่ออกมาเป็นตัวประกอบกิ๊กก๊อกเท่านั้นคาร์ล ลัมบลี ในบทรุ่นพี่ของ แซม กลับมาทำไม มาก็เหมือนไม่มา ทั้งที่บทนี้มีอะไรให้เล่นเยอะ

ไชร่า แฮส รปภ.สาว มาทำไม ตัวเตี้ย ก๊องแก๊ง ไม่ได้มีความทะมัดทะแมง ดูยังไงๆ ก็ไม่เก่ง เหมือนจะมีอะไรๆ ให้เล่น แต่ก็มีแค่เดินไป-เดินมา เช่นเดียวกับ ลิฟ ไทเลอร์ ในบท เบตตี้ รอส ที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องมา พอเห็นจอมาแค่นี้ไม่ต้องมาก็ได้ ทิม เบลค นีลสัน กับ จิอันคาร์โล เอสโปซิโต สองตัวร้ายในเรื่อง เหมือนจะมีอะไร เหมือนจะเก่ง เหมือนจะร้าย..แต่สุดท้ายก็ท่าดีทีเหลว 

กัปตัน อเมริกา : ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่ (Captain America :Brave New World) ไม่ใช่หนังที่เลวร้าย ไม่ใช่หนังที่แย่..แค่รู้สึกไม่สนุก ถ้าจะเปิดเฟสใหม่ทั้งที น่าจะอลังการงานสร้าง สนุกมากกว่านี้แต่ถ้าทำได้แค่นี้..ถ้าลงในสตรีมมิ่งก็จะดูดีทีเดียว น่าเสียดาย..น่าเสียดายกัปตันผิวสีกับพี่ฮัลค์แดง ดราม่าเหลวล่ม แอ๊กชั่นธรรมด๊าธรรมดา อารมณ์ขัน..ฝืดๆ 5/10 คะแนน

‘โอ๊ยเล่าเรื่อง’กัปตัน อเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่(Captain America: Brave New World)

'โอ๊ยเล่าเรื่อง'กัปตัน อเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่(Captain America: Brave New World)

‘โอ๊ยเล่าเรื่อง’กัปตัน อเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่(Captain America: Brave New World)

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.30 น.

กัปตัน อเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่(Captain America: Brave New World) ก็เหมือนกัน รู้สึกเฉย มากๆ ใบปิดตัวอย่าง ไม่มีอะไรดึงให้อยากดู ยิ่งตอน แต่ก็ ต้องดูเพราะเป็นหนังมาร์เวล จำได้ว่า ตอนที่ดู The Falcon and the Winter Soldier (2021))ซี่รี่ย์ใน Disney +Hotstar ที่ส่งมอบ ความเป็น กัปตันอเมริกา ย้ำ!! ความเป็น กัปตันผิวสี ก็รู้สึก ไม่ใช่ ไม่สนุก อยู่แล้ว

ยิ่งถ้าใคร มาดูเรื่องนี้ แต่ ไม่เคยดู The Falcon and the Winter Soldier ยิ่งขาดเรื่องราว หลายๆ อย่างไป กัปตัน อเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่(Captain America: Brave New Worldมาในบรรยากาศของ ความเป็น หนังฮีโร่ฝั่ง ‘มาร์เวล’ ที่เน้นๆ ชัดๆ แม้..โปรดักชั่น โทน อารมณ์หนัง จะออกมาดูดี ออกฉายในโรงใหญ่ แต่ เอาจริงๆ..กลับรู้สึกว่า เหมือน มาดูหนังสตรีมมิ่ง ขึ้นจอใหญ่ ตัวหนัง ไม่มีอะไรที่ดึงเข้าไปสู่ความเป็น ‘อเวนเจอร์’ เฟสใหม่ได้เลย เสน่ห์ของตัวละคร นักแสดง บางเบา บทหนังที่อ่อนปวกเปียก ที่มาที่ไป ปมบทเฉลยดูง่ายไปหมด 

ฉากแอ็คชั่น มาเรื่อยๆ มาเป็นระยะแต่ดูก๋องแก๋ง  ไม่ตื่นเต้น ไม่เร้าใจ เหมือนมาดู กัปตันดำโชว์ลีลาต่อสู้ กับคู่ต่อสู้ที่ธรรมดามากๆ ดูดีที่สุดแค่ ฉาก กัปตันนกดำ ปะทะกับ ยักษ์ฮัลค์แดง แค่ฉากเดียวจริงๆ ..ฉากที่รอมาตั้งนาน..มาแค่ 10 นาที ฉากการต่อสู้ทุกฉาก แม้จะดูเนียน ไม่สะดุด แต่ภาพที่ออกมา มันดูสะดุดๆ เหมือนที่เห็นกันในหนังแอ็คชั่นเกรดบี

แอนโทธี แม็คกี้ เดินเรื่องเด่นแบกหนังอยู่คนเดียว แต่เหมือนมาในบุคลิกเดียว มาแบบพระเอกเน้นๆ ดี้ดี เล่นไปเรื่อยๆ แต่ด้วย ออร่า.. ยังไม่ดึงนัก ดูแล้ว รู้สึก เหมือน เป็นตัวสมทบ จากในเฟส ที่แล้ว ยังไม่แรงส่ง ให้นำ ดูยังไงๆ ก็ไม่รู้สึกว่า แซม วิลสัน จะเป็นกัปตันอเมริกา ก็ยังเป็น แค่ ฟัลคอล ที่ถือโล่ห์กัปตันอเมริกา..เท่านั้นรวมทั้ง ในความรู้สึก กัปตันอเมริกาผิวสี..ก็ไม่ใช่ กัปตันอเมริกาอยู่ดี

แฮริสัน ฟอร์ด ในบท แธดเดียส รอสส์ ที่บทเยอะ เป็นตัวละครเด่น แต่ก็ไม่ช่วยอะไรให้หนังน่าดู เล่นธรรมดา พลังของประธานาธิปดี หรือ ความร้าย เจ้าเล่ห์ ในตัวเอง แทบไม่มีเลยแต่..ตอนที่กลายเป็น เรดฮัลค์ โอเคนะ ความรู้สึกว่าเป็น รอสส์ มาแบบเต็มๆ

แดนนี่ รามิเรซ ฟัลคอนฝึกหัด ดูน่าระคาญมากๆ มุขขำที่ใส่มาฝืดสนิด ความกวน กับคนรอบๆข้างๆ ดูขัดหูขัดตาไปหมด และ.. บทนี้คือ ผู้ช่วยพระเอก แต่ ออกมาเป็น ตัวประกอบกิ๊กก๊อกเท่านั้น  คาร์ล ลัมบลี ในบท รุ่นพี่ของ แซม กลับมาทำไม มาก็เหมือนไม่มา ทั้งทีบทนี้ มีอะไรให้เล่นเยอะ

ไชร่า แฮส รปภ.สาว มาทำไม ตัวเตี้ย ก๋องแก๋ง ไม่ได้มี ความทะมัดทะแมง ดูยังไงๆ ก็ไม่เก่ง เหมือนจะมีอะไรๆ ให้เล่น แต่ก็มีแค่ เดินไปเดินมา เช่นเดียวกับ ลิฟ ไทเลอร์ ในบท เบ้ตตี้ รอส ที่รู้อยู่แล้วว่า ยังไง ก็ต้องมา พอเห็นจอ มาแค่นี้ ไม่ต้องมาก็ได้  ทิม เบลค นีลสัน กับ จิอันคาร์โล เอสโปซิโต สองตัวร้ายในเรื่อง เหมือนจะมีอะไร เหมือนจะเก่ง เหมือนจะร้าย ..แต่สุดท้ายก็ ท่าดีทีเหลว 

กัปตัน อเมริกา: ศึกฮีโร่จักรวาลใหม่(Captain America: Brave New Worldไม่ใช่ หนังที่เลวร้าย ไม่ใช่หนังที่แย่ ..แค่รู้สึก ไม่สนุก ถ้าจะเปิดเฟสใหม่ทั้งที น่าจะอลังการงานสร้าง สนุกมากกว่านี้แต่ถ้า..ทำได้แค่นี้..ถ้า..ลงใน สตรีมมิ่ง ก็จะดูดีทีเดียวน่าเสียดาย..น่่าเสียดาย กัปตันผิวดี กับ พี่ฮัลค์แดง ดราม่าเหลวล่ม แอ็คขั่นธรรมด้าธรรมดา อารมณ์ขัน..ฝืดๆ  5/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Flat Girls ชั้นห่างระหว่างเรา

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Flat Girls ชั้นห่างระหว่างเรา

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Flat Girls ชั้นห่างระหว่างเรา

วันเสาร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนังเรื่องล่าสุดของ GDH ภายใต้การดูแลการผลิตของ เก้ง-จิระ มะลิกุล กับ วัน-วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ ที่สะดุดตา ชวนให้อยากดูตั้งแต่เห็นชื่อหนังและใบปิด

Flat Girls ฝันชั้นห่างระหว่างเรา จะพาคุณไปสำรวจการก้าวข้ามผ่านวัยในมุมมองวัยรุ่นผู้หญิง ในโลกที่ทุกอย่างถูกกำหนดด้วยชั้นระหว่างความฝัน ฐานะ แม้กระทั่งความรัก 

“เมื่อชั้นของแฟลตไม่ได้เป็นแค่ตัวเลข แต่คือระยะห่างของชีวิต ความสัมพันธ์ และความฝัน”

แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน ทำ Flat Girls ชั้นห่างระหว่างเราออกมาเป็นหนังที่เล่าเรื่องสนุก ดูได้เรื่อยๆ สบายๆ เข้าถึงเรื่องได้ไม่ยาก ดึงให้อินไปกับชีวิตของสองสาว ผสมผสานดราม่า-รัก-สนุกสนานเข้ากันได้อย่างลงตัว

แม้หน้าหนังจะมาในโทน บรรยากาศหนังหญิงรักหญิง แต่ก็มาในแบบที่ดีงาม ดูสบายๆ ไม่รู้สึกล่อแหลม ไม่ต้องแก้ผ้า ไม่โป๊เปลือย ไม่ต้องขยี้มากมาย แต่ภาพที่ออกมาทำให้อินไปกับในส่วนนี้ได้ดี

เอาเข้าจริงๆ แล้ว Flat Girls ชั้นห่างระหว่างเรา เป็นหนัง coming of age ของวัยรุ่นผู้หญิง เป็นทั้งหนังยูริ Girl Love และ Girl Life 

Flat Girls ชั้นห่างระหว่างเรา  ชัดเจนในความเป็นหนังผู้หญิง เน้นๆ ไปที่เรื่องของผู้หญิง ผู้หญิงมักจะได้ผลการกระทำหรือถูกกระทำจากผู้ชาย อยู่ที่ว่า จะเข้มแข็งหรือเอาตัวรอดได้อย่างไร ในเรื่องนี้นำเสนอชีวิตครอบครัวตำรวจในแฟลต ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของ เจนที่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับพ่อแอนที่อยู่แบบไม่มีที่ไป รอถูกไล่หลังพ่อตายในหน้าที่ หรือดาบตอง นายตำรวจหนุ่มโสดที่ย้ายมาใหม่ จนทำให้เกิดเรื่องเกิดราวขึ้น

เอินเอิน-ฟาติมา เดชะวลีกุล สวยใส เป็น แอน ที่ชวนให้หลงรักดูเป็นสาวที่เก่งฉลาดเอาตัวรอด

แฟร์รี่-กิรณา พิพิธยากร เป็น เจน ที่น่ารักแบบแก่นๆ ใครที่อยู่ใกล้แล้วมีความรอยยิ้ม กับความสุข (ทรงผมการแสดง รอยยิ้มท่าทาง นึกถึง อรพรรณ พานทอง ขึ้นมาในทันที)

เอินเอิน-แฟร์รี่ จับคู่รับ-ส่งบทเล่นกันได้แบบเข้าขากันดีทำให้เชื่อว่าสนิทกันมาตั้งแต่เกิด มีทั้งความรักแบบพี่น้อง เพื่อนหรือหญิงหญิง 

บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ เป็น อาตอง เล่นดีทั้งสีหน้าท่าทาง ดูสายตาที่รู้ซึ้งไปสิ่งที่คิดอยู่ในใจ เป็นตัวละครที่เข้ามามีผลกับสองสาวในเรื่อง

จอยซ์-กรภัสสรณ์ รัตนเมธานนท์ กับ น้ำฝน ภักดี ในบทแม่อุ้มของแอน กับแม่นีของ เจน เล่นดีมากๆ มาช่วยขยี้เรื่องราวในเรื่องได้อย่างมากๆ ดูเป็นธรรมชาติ ทั้งสีหน้า ท่าทางน้ำเสียง เสื้อผ้าหน้าผม ดูแล้วใช่เลย แม่บ๊านแม่บ้านจริงๆ 

อาโป-วชิรากร รักษาสุวรรณ ในบท ไนซ์ เพื่อนร่วมแก๊งก็เป็นตัวละครที่เข้ามาช่วยลดความหนักของเรื่อง ดูแล้วยิ้มได้เล่นกำลังดีไม่เว่อร์เหมือนตัวละครเพศที่สามเรื่องอื่นๆ  

เอ-สุรพันธ์ ชาวปากน้ำ มารับบท ตำรวจสมพงศ์ พ่อเจนขาใหญ่ในแฟลตที่ยิ้มกับทุกคนยกเว้นเมียตัวเอง

Flat girls ชั้นห่างระหว่างเรา ยังคงลายเซ็นของหนัง GDH ที่ดูปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็นผลงานของค่ายนี้ ทั้งโปรดักชั่น งานด้านภาพที่สวยงามดูเป็นธรรมชาติไม่เยอะ การตัดต่อที่ลื่นไหล เสื้อผ้าหน้าผม ที่เข้ากับตัวเรื่อง ขยี้ด้วยดนตรีประกอบที่ดีงาม บทหนังที่เล่าดีแทบจะไม่มีสะดุด ดูง่าย

แม้ภาพรวมของหนังจะออกมาดี แต่ก็ยังมีที่ติดๆ อยู่ในใจบ้าง หนังเล่าเรื่องแบบเรื่อยๆ แทบจะไม่มีการขยี้ ไม่คิดภาพต่อเอาเองเลยให้อารมณ์สะดุดหยุดตาม หรือฉากไคลแม็กซ์บนเรือ พอหลับตาปุ๊บ..เดาออกปั๊บ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น (ยังดีที่หนังไม่โหดร้ายกับคนดูนักไม่มีภาพสะเทือนใจ แต่คนดูก็รับรู้เรื่องราวทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น)

Flat girls ชั้นห่างระหว่างเรา คือ หนังของ GDH ที่ชอบมากๆ อีกเรื่องนี้ พี่แอน กับ น้องเจน เอินเอิน-แฟร์รี่ ทำให้หลงรักเรื่องนี้มากๆ “สักวัน บนเครื่องบิน คงได้เจอแอร์โฮสเตสแอน”ระยะห่าง ชั้นห่าง ในระดับ 8/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ไอ้เป๊าะ CEO ม.6

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ไอ้เป๊าะ CEO ม.6

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ไอ้เป๊าะ CEO ม.6

วันเสาร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนังไทยที่นำชีวประวัติของ “เป๊าะ-ขจรศักดิ์ ศรีบุญเรือง” CEO บริษัท นีโอ 727 ธุรกิจประกอบกิจการค้าอุปกรณ์ไฟฟ้า, ประปา, สื่อสาร, เครื่องปรับอากาศ การขายส่งสินค้าทั่วไป และ UWORK 999 ผู้ให้บริการรับเหมาก่อสร้าง มาสร้างเป็นหนัง 

เห็นใบปิดหนังเรื่องนี้ติดหน้าโรงมานานนับเดือน บอกตรงๆ ไม่ได้มีตรงไหนที่ดึงดูดให้สนใจ อยากจะเข้าไปชม แค่..รู้สึกน่าจะเป็นหนังวัยรุ่นธรรมดาที่ยังค้างๆ คาดว่าจะเน้นเฮฮา ความรัก หรือออกมาในแนวดราม่า ดิบๆ รุนแรง

แม้จะบอกว่าทำจากเรื่องจริง..ก็ไม่บอกว่า ขจรศักดิ์ ศรีบุญเรือง หรือ ไอ้เป๊าะ นั้นคือใคร ยิ่งไม่ทำให้อยากดู ไม่เว้นแม้แต่นักแสดงไม่รู้จัก ไม่มีตัวดึงให้เข้ามาดู

เรื่องราวชีวิตของ ไอ้เป๊าะ เด็กหนุ่มจากศรีสะเกษ ที่เข้ามากรุงเทพฯ ตั้งใจมาเรียนครูตามความตั้งใจของพ่อ แต่โชคชะตาพลิกผัน ไม่ได้เรียน จนก้าวเข้ามาสู่งานช่าง ด้วยวุฒิแค่ ม.6 ก่อนจะค่อยๆ ขยับขยายจนกลายเป็น CEO บริษัท

ตัวหนังชัดเจนในการตามดูชีวิต เป๊าะ ทุกฉากทุกตอน ตั้งแต่ต้นจบจนมีแต่เป๊าะ โดยหนังแบ่งออกเป็น 3 ช่วงวัยของ ไอ้เป๊าะ วัยเด็กประถมปูความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิท เน้นไปในทางใสๆ น่ารักๆ แบบเด็กๆ ดราม่าครอบครัวนิดๆ วัยมัธยม ปูเรื่องความรัก กับ หมวย

และ..วัยทำงาน จัดเต็มดราม่า 

นัฐพงศ์ วงษ์กวีไพโรจน์ ผู้กำกับ ทำ ไอ้เป๊าะ CEO ม.6 ออกมาดีในระดับหนึ่ง โปรดักชั่นดีงาม ภาพสวย มีความพิถีพิถันในการผลิตงานคุมโทน คุมเรื่องออกมาได้ดี ไม่ออกนอกเรื่องนอกราว ไม่มีมุขตลกยัดเยียด ไม่มีความรุนแรง หยาบคาย ภาพรวมโอเค แม้ว่าจะมีหลายอย่างที่ยังดูไม่ลงตัวนัก

ซันนี่-วรรณรัตน์ วัฒดาลิมมา เล่นเป็น เป๊าะ ที่ดูสบายๆ ใสๆมาพร้อมกับความหล่อน่ารัก เพียงแต่ลื่นไหลไปกับการเป็น ไอ้เป๊าะเพียงแต่ไม่รู้สึกถึงการเติบโตขึ้นของตัวละคร 

พิม-ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ ที่รับบท หมวย คนรักของ เป๊าะก็เล่นได้น่ารักๆ สดใส ดูมีความเปลี่ยนแปลง ชัดเจน จากน่ารักแบบวัยรุ่นมาสวยดูดีแบบสาวทำงาน

บทหนัง การเล่าเรื่องดูบางเบาไปหมด เหมือนเข้ามานั่งดูคนเล่าประวัติตัวเองแบบย่อๆ ตั้งแต่เด็กยันโต เจอะเจอเรื่องราวปัญหาต่างๆ เข้ามาแล้วก็แก้ตรงนี้อย่างง่ายดาย ไม่มีหักมุม ไม่มีเซอร์ไพรส์ เดาเรื่องได้หมดแทบจะไม่มีตรงไหนของหนังที่ทำให้รู้สึกว่า เป๊าะ สู้ชีวิต ชีวิตลำบากหรือเจอะเจอปัญหาอะไรที่จะทำให้ดูแล้วรู้สึกเข้าถึงความเป็นคนสู้ชีวิต

ดูจนจบ..ไม่มีตรงไหนที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้สู้ชีวิต ไม่ได้มีความรู้สึกตรงไหนว่าเป๊าะเก่ง ไม่ว่าจะเป็นตอนเด็ก วัยรุ่น ที่ทำโน่นทำนี่ ในหนังธรรมดามากๆ เด็กๆ วัยนี้ ใครๆ ก็ทำได้ หรือตอนโตที่เป็นช่างก็ไม่เห็นจะเก่งตรงไหน ภาพดูหลอกๆ การใส่คำสอน 7 บทเรียนเข้ามาด้วยคำพูดอย่างเดียว ไม่ทำให้ดูแล้วเห็นความเก่ง 

แม้หนังจะเน้นเรื่องชีวิต เป๊าะ เรื่อง CEO แต่กลับมาลงเอยปิดท้ายเรื่องที่งานทำบุญหลวงพ่อดำ ไม่ได้ไปสู่บทสรุปใดๆ ในส่วนของซีอีโอ 

เครดิตท้ายเรื่องแทนที่จะสรุปที่ไปเกี่ยวกับตัวละครที่นำมาเล่า เหมือนในหนังชีวประวัติทั่วไป แต่หนังกลับไม่มี กลายเป็นภาพงานทำบุญหลวงพ่อดำ ประกอบเพลงลูกทุ่ง ที่ดูจากภาพแล้วก็ไม่รู้ใครเป็นใครแค่พอจะเดาออกว่านำโดยเจ้าของ

หนังอาจจะตอบโจทย์ดูดีสำหรับการเล่าประวัติ นำชีวิตของ เป๊าะ-ขจรศักดิ์ มาขึ้นจอ แต่คงเฉยๆ กับคนดูหนังธรรมดาๆ ไอ้เป๊าะ CEO ม.6ไม่ใช่หนังแย่หรือไม่ใช่หนังไม่ดี เป็นหนังที่ดูได้เรื่อยๆ 5/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : คอมแพเนียน (Companion) ‘ค้นหาคนที่สร้างมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ’

โอ๊ยเล่าเรื่อง : คอมแพเนียน (Companion)  ‘ค้นหาคนที่สร้างมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ’

โอ๊ยเล่าเรื่อง : คอมแพเนียน (Companion) ‘ค้นหาคนที่สร้างมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ’

วันเสาร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนังระทึกขวัญ/รัก/ตลก เรื่องล่าสุดของ นิวไลน์ซีนีม่า ที่เชิญคุณสัมผัสประสบการณ์ความรักรูปแบบใหม่

ก่อนเข้าไปดู..อยากจะแนะนำว่า..ถ้าอยากดูให้สนุกต้องอย่ารู้อะไรเกี่ยวกับหนัง เข้าไปดูบนจอ..มีหวอ ว้าว ว้าย..แน่นอน

ไอริส สาวสวยพบรักกับ จอช แบบปุ๊บปั๊บก่อนที่จะไปเที่ยวในบ้านหรูริมทะเลของ เซอร์เก้ เจ้าพ่อ(?) รัสเซียแฟน แคท เพื่อน จอช เป็นเจ้าของบ้าน และมี คาไล กับ แพทริก คู่รัก LGBT มาร่วมงานด้วยท่ามกลางสนุกสนาน เรื่องระทึกขวัญค่อยๆ เกิดขึ้น โดยมีคอมแพเนียน หุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องดูแลจิตใจของคนมาเกี่ยวข้องด้วย

คอมแพเนียน (Companion) เป็นหนังที่ดูได้เรื่อยๆ เพลินๆ สบายๆ ดูง่ายไม่ซับซ้อน ตัวหนังมาแบบครบ ระทึกขวัญ รักหวานแหววคู่รักชาย-ชาย LGBT คู่รักชาย-หญิง หุ่นยนต์ พิศวาสฆาตกรรม ตลกร้าย

หนังระทึกขวัญฆาตกรรม เลือดสาด ในแบบไม่ทันตั้งตัวในแบบที่ไม่ต้องซ้ำ ไม่ตายยากตายเย็น ชนิดแบบทีเดียวเรียบร้อย ทุกฉากรุนแรงจนสะดุ้ง

สนุกไปกับการหักมุมไป-มา มุขขำๆ ที่มาเป็นระยะ ในแบบที่ขำนิดๆ ยิ้มได้เต็มใบหน้า ทั้งสีหน้าท่าทาง บทสนทนาคำพูดทั้งในเวลาปัจจุบันและในความทรงจำความคิด ที่มีทั้งมุขพื้นๆแต่โดนตลกร้ายรุนแรงที่โดนที่สุดใช้บ่อยๆ ในหนัง คือ เทคโนโลยีในมือถือ ที่เครื่องเดียวสามารถควบคุมบังคับทุกอย่างได้

เป็นหนังหุ่นยนต์ที่เหมือนจะไม่มีอะไร อาจจะรู้สึกเหมือนหุ่นยนต์เรื่องอื่นๆ ที่เคยผ่านตา แต่หนังก็ทำออกมา ฉีกไปจากเรื่องอื่นๆ(โดยเฉพาะ คอมแพเนียน หุ่นสาว อดนึกถึงสาวตุ๊กตายาง ของเล่นของหนุ่มๆ ที่มีชีวิตจิตใจ เคลื่อนไหวได้)

คอมแพเนียน (Companion) เป็นหนังอีกเรื่องที่ใช้นักแสดงไม่มาก มีแค่สามคู่รักในบ้าน

โซฟี แทตเชอร์ เป็น ไอริส ที่ดูสวยใสน่ารัก ชวนหลงใหลในทุกๆ ฉาก แจ็ค เควด รับบท จอช แฟน ไอริส หนุ่มที่ดูซื่อๆ สบายๆลูคัส เกจ รับบท แพทริค หนุ่มหล่อคู่รักกับ อิไล ที่แสดงโดย ฮาร์วีย์ กินเลน (หนุ่มอ้วน หน้าตาท่าทางคือ แจ็ค แฟนฉัน ชัดๆ)เมแกน ซูริ รับบท แคท สาวผิวสี คู่รักของ รูเพิร์ต เฟรนด์ รับบท เซอร์เก้ เศรษฐีหนุ่มชาวรัสเซีย

ต้องชม ดรูว์ แฮนค็อก ที่ทั้งเขียนบทและกำกับ ทำ คอมแพเนียน(Companion) ออกมาสนุกชวนติดตาม ผสมผสานทุกๆ อารมณ์หนังออกมาได้ดี บรรยากาศหนังรักแบบกวนๆ ตลกๆ ธรรมดาๆ แต่ไม่ฝืดภาพธรรมชาติที่สวยงาม รวมไปถึงเพลงไพเราะๆ ที่ช่วยทำให้เข้าถึงอินไปกับตัวหนังได้มากขึ้น

และถ้าอยากเพิ่มความสนุก แนะนำให้ไปดูบนจอใหญ่ๆ อย่าง IMAX

“จุดหักเหของชีวิตรักเกิดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเจอกันครั้งแรก กับในวันที่เราฆ่ากัน..”

ดูไปยิ้มไป เพลิดเพลิน เจริญใจ สลับสับเปลี่ยนกับโหดเลือดสาดในระดับ 8/10 คะแนน ดูจบอยากได้ คอมแพเนียน มาไว้ที่บ้าน สัก..(คน)

‘โอ๊ยเล่าเรื่อง’ คอมแพเนียน (Companion) ‘ค้นหาคนที่สร้างมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ’

'โอ๊ยเล่าเรื่อง'คอมแพเนียน (Companion) 'ค้นหาคนที่สร้างมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ'

‘โอ๊ยเล่าเรื่อง’คอมแพเนียน (Companion) ‘ค้นหาคนที่สร้างมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ’

วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.16 น.

หนังระทึกขวัญ/รัก/ตลก เรื่องล่าสุดของ นิวไลน์ซีนีม่า ที่เชิญคุณสัมผัสประสบการณ์ความรักรูปแบบใหม่ …ก่อนเข้าไปดู .. อยากจะแนะนำว่า.. ถ้า อยากดูให้สนุก ต้องอย่ารู้อะไรเกี่ยวกับหนัง เข้าไปดูบนจอ ..มีหวอ ว้าว ว้าย ..แน่นอน

ไอริส สาวสวยพบรักกับ จอช แบบปุ๊บปั๊บก่อนที่จะไป เที่ยวในบ้านหรูริมทะเล ของ เซอร์เก้ เจ้าพ่อ(?) รัสเซียแฟน แคท เพื่อนจอช เป็นเจ้าของบ้าน และมี คาไล กับ แพทริก คู่รักLGBT มาร่วมงานด้วยท่ามกลางสนุกสนาน เรื่องระทึกขวัญ ค่อยๆ เกิดขึ้นโดยมี คอมแพเนียน หุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อ เป็นเครื่องดูแลจิตใจของคน มาเกี่ยวข้องด้วยคอมแพเนียน (Companion)  เป็นหนังที่ดูได้เรื่อยๆ เพลินๆ สบายๆ ดูง่าย ไม่ซับซ้อน ตัวหนังมาแบบครบ ระทึกขวัญ รักหวานแหวว คู่รักชายชาย LGBT คู่รักชายหญิง หุ่นยนต์ พิศวาสฆาตกรรม ตลกร้ายหนังระทึกขวัญฆาตกรรม เลือดสาด ในแบบไม่ทันตั้งตัว ในแบบที่ไม่ต้องซ้ำ ไม่ตายยากตายเย็น ชนิดแบบทีเดียวเรียบร้อย ทุกฉากรุนแรงจนสะดุ้งสนุกไปกับ การหักมุม ไปมา มุขขำๆ ที่มาเป็นระยะ ในแบบที่ขำนิดๆ ยิ้มได้เต็มใบหน้า ทั้งสีหน้าท่าทาง บทสนทนาคำพูด ทั้งในเวลาปัจจุบัน และในความทรงจำความคิด ที่มีทั้ง มุขพื้นๆ แต่โดน ตลกร้ายรุนแรงที่โดนที่สุด ใช้บ่อยๆในหนัง คือ เทคโนโลยีในมือถือ ที่เครื่องเดียว สามารถควบคุมบังคับทุกอย่างได้เป็นหนังหุ่นยนต์ ที่เหมือนจะไม่มีอะไร อาจจะรู้สึกเหมือน หุ่นยนต์เรื่องอื่นๆ ที่เคยผ่านตา แต่หนังก็ทำออกมา ฉีกไปจาก เรื่องอื่นๆ(โดยเฉพาะ คอมแพเนียน หุ่นสาว อดนึกถึง สาวตุ๊กตายาง ของเล่นของหนุ่มๆ ที่มีชีวิตจิตใจ เคลื่อนไหวได้)คอมแพเนียน (Companion) เป็นหนังอีกเรื่อง ที่ใช้ นักแสดงไม่มาก มีแค่ สามคู่รักในบ้าน

โซฟี แทตเชอร์ เป็น ไอริส ที่ดูสวยใสน่ารัก ชวนหลงไหล ในทุกๆ ฉาก

แจ็ค เควด รับบท จอช แฟน ไอริส หนุ่มที่ดูซื่อๆ สบายๆ
ลูคัส เกจ รับบท แพทริค หนุ่มหล่อคู่รักกับ อิไล ที่แสดงโดย ฮาร์วีย์ กินเลน(หนุ่มอ้วน หน้าตาท่าทางคือ แจ็ค แฟนฉัน ชัดๆ)
เมแกน ซูริ รับบท แคท สาวผิวสี คู่รักของ รูเพิร์ต เฟรนด์ รับบท เซอร์เก้ เศรษฐีหนุ่มชาวรัสเซีย

ต้องชม  ดรูว์ แฮนค็อก ที่ทั้งเขียนบท และกำกับ  ทำ คอมแพเนียน (Companion) ออกมาสนุกชวนติดตาม ผสมผสานทุกๆอารมณ์หนังออกมาได้ดี บรรยากาศหนังรักแบบกวนๆ ตลกๆ ธรรมดาๆ แต่ไม่ฝืด ภาพธรรมชาติที่สวยงาม รวมไปถึง เพลงไพเราะๆ ที่ช่วยทำให้เข้าถึงอินไปกับตัวหนังได้มากขึ้น
และถ้าอยาก เพิ่มความสนุก แนะนำ ให้ไปดูบนจอใหญ่ๆ อย่าง IMAX

” จุดหักเหของความชีวิตรัก เกิดขึ้น2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเจอกันครั้งแรก กับ ในวันที่เราฆ่ากัน..“ดูไปยิ้มไป เพลิดเพลิน เจริญใจ สลับสับเปลี่ยนกับ โหดเลือดสาด ในระดับ 8/10 คะแนนดูจบ อยากได้ คอมแพเนียน มาไว้ที่บ้าน สัก..(คน)