เทรนด์แฟชั่นชุดแต่งงานเรียบโก้สไตล์เจ้าสาวยุค New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655137

วันที่ 10 มิ.ย. 2564 เวลา 08:50 น.

เทรนด์แฟชั่นชุดแต่งงานเรียบโก้สไตล์เจ้าสาวยุค New Normalอัพเดทเทรนด์แฟชั่นชุดแต่งงานสุดเรียบหรูปี 2021 จากห้องเสื้อ ‘วนัช กูตูร์’ ที่รังสรรค์เพื่อเจ้าสาวยุค New Normal โดยเฉพาะ กับคอลเลกชั่นพิเศษ “New normal minimal collection” ที่ถ่ายทอดผ่านนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ซอโซ่-นัทธ์หฤทัย อัครกิจวัฒนากุล

ตอบโจทย์เจ้าสาวยุค New Normal โดยเฉพาะกับ วนัช กูตูร์ คอลเลกชั่นพิเศษ New normal minimal collection ที่ครั้งนี้ได้นางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ซอโซ่-นัทธ์หฤทัย อัครกิจวัฒนากุล มาร่วมถ่ายทอดผลงานซึ่งมีมาให้เลือกหลากหลายลุคเช่นเดิม เพื่อให้เหมาะกับเจ้าสาวยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน

คอลเลกชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานการณ์โควิดที่กำลังระบาดระลอก 3 อยู่ในปัจจุบัน รูปแบบของงานดีไซน์ได้ถูกปรับให้ดูมินิมอลมากขึ้น ดูเรียบง่ายแต่โดดเด่น โก้หรู และมีสไตล์แบบสาวเซเลป บวกกับคัตติ้งสุดเนี๊ยบที่บ่งบอกถึงความมีคลาสของผู้สวมใส่ได้อย่างดี เหมาะกับธีมงานแต่งงานแบบมินิมอล ภายใต้คอนเซ็ปต์น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ที่คู่รักยุคใหม่หลากหลายคู่นำมาปรับใช้กับงานแต่งของตัวเองในช่วงนี้อีกด้วย

สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาชุดแต่งงานสไตล์แบบนี้ บอกเลยว่าครั้งนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด โอกาสทองเป็นของคุณแล้ว เพราะทางแบรนด์ได้จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะ เดือนมิถุนายน 2564 ราคาเริ่มต้นที่ 19,000 บาทเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจติดต่อทางห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ เพื่อออกแบบชุดเจ้าสาวในแบบที่เป็นตัวคุณได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.facebook.com/vanuscouture หรือโทร. 02 002 4895, 02 002 4896, 086-491-5445 Line: @ vanuscouture

4 มิติเพื่อการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน และมุมมองอินฟลูเอ็นเซอร์ต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655030

วันที่ 09 มิ.ย. 2564 เวลา 10:15 น.

4 มิติเพื่อการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน และมุมมองอินฟลูเอ็นเซอร์ต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนยูเอ็น ประเทศไทย จับมือ ดีป้า เปิดตัวแคมเปญ Decade of Action, Decade of Innovation ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อโอกาสในการสร้างใหม่ให้ดีกว่าเดิม

สหประชาชาติ ประเทศไทย (UN Thailand) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดตัวแคมเปญ Decade of Action, Decade of Innovation ทศวรรษแห่งการลงมือทำ  ทศวรรษแห่งนวัตกรรม เพื่อก้าวใหม่สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อส่งเสริมการใช้โซลูชั่นเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาของโลกในอนาคต ในช่วงสนทนา กลุ่มอินฟลูเอ็นเซอร์ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ประกอบด้วย ทนพ. ภาคภูมิ เดชหัสดิน เจ้าของเพจ หมอแล็บ แพนด้า ดิจิทัลมีเดียสร้างความเข้าใจ และความร่วมมือฝ่าวิกฤติโควิด-19 คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ: เทคโนโลยีจะช่วยทำให้เด็กนักเรียนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ คุณริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส และ คุณเบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม ตัวแทนคนบันเทิงรุ่นใหม่เพื่อชุมชน สร้างความมั่นคงทางรายได้ด้วยการเกษตร

SDGs คือเป้าหมายระดับโลก 17 เป้าหมายที่มีความเชื่อมโยงกัน ถูกออกแบบมาให้เป็นพิมพ์เขียวเพื่อบรรลุอนาคตที่ดีขึ้นและยั่งยืนมากขึ้นสำหรับทุกคน เป้าหมายดังกล่าวให้ความสำคัญในการขจัดความยากจนและการกีดกันต่างๆ ซึ่งต้องดำเนินควบคู่ไปกับกลยุทธ์การพัฒนาสุขภาพและการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้ง การรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและอนุรักษ์ท้องทะเลและป่าไม้

สหประชาชาติ ประเทศไทย มีหน้าที่ในการสร้างความสำเร็จเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่ให้ความสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน สหประชาชาติ ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ ดีป้า ในการรณรงค์แคมเปญ Decade of Action, Decade of Innovation ด้วยความเชื่อที่ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลมีพลังในการลดความเหลื่อมล้ำ สามารถสร้างโซลูชั่นนวัตกรรมสำหรับการใช้ชีวิตสมัยใหม่ สร้างโอกาสให้กับประชาชนและองค์กรให้เติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัล โดย ดีป้า จะแบ่งปันความรู้จากโครงการในประเทศไทยและข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในมิติต่าง ๆ เช่น อีเลิร์นนิง เกษตรอิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น สำหรับเอสเอ็มอี เพื่อสร้างความตระหนักในเป้าหมายระดับโลกและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทุกสาขาอาชีพในการสร้างและมีส่วนร่วมแก้ไขความต้องการพัฒนาในอนาคตของโลก

คุณกีต้า ซับบระวาล ผู้ประสานงานสหประชาชาติ ประเทศไทย กล่าวว่า “การบรรลุวาระพัฒนา 2030 และ SDGs เป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม สื่อมวลชน เยาวชน นักวิชาการ และพันธมิตรด้านการพัฒนาอื่นๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ นวัตกรรมมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายระดับโลก ความร่วมมือระหว่างสหประชาชาติ ประเทศไทย และ ดีป้ามีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมโซลูชันส์ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ SDGs”

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า “ทศวรรษนี้ได้มอบความท้าทายมากมาย สิ่งที่สำคัญกว่าที่เคยคือเราได้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยแก้ไขปัญหา ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นว่าดิจิทัลสามารถช่วยธุรกิจต่างๆ ได้อย่างไร และตอนนี้เราต้องขยายและเร่งการนำไปใช้ รวมทั้งสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อกระจายประโยชน์ให้ทั่วถึงทุกมุมของประเทศ ภายในสิ้นทศวรรษ ระดับของการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นตัวกำหนดการเติบโต การเพิ่มผลิตภาพ และการพัฒนามนุษย์ และสิ่งสำคัญคือจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง 

วิสัยทัศน์ของสำนักงานฯ ในการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไม่ข้างหลัง ทำงานที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประกอบด้วย การทำให้ประชาชนไทย มีความรู้ด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี การสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม และการทรานสฟอร์มทั้งภาคการเกษตร การผลิต และธุรกิจบริการ ซึ่งเน้นการลงมือทำผ่านกระบวนการที่เน้นให้ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนเกิดการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำว่าเป็นสิ่งที่คนไทยควรเริ่มทำในวันนี้ โดย ดีป้า จะเป็นผู้ที่นำสิ่งใหม่ๆ เพื่อจะทำให้คนไทย perform better, think faster, live better”

แคมเปญ Decade of Action, Decade of Innovation ประกอบด้วย 4 มิติ ได้แก่ ผู้คน (PPEOPLE) สิ่งแวดล้อม (PLANET) ความมั่งคั่ง ( PROSPERITY) และความร่วมมือ (PARTNERSHIP)

  1. มิติด้านผู้คน (PPEOPLE) ชี้ให้เห็นว่าเราได้รับผลกระทบจากโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และเทคโนโลยีสามารถส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร เช่นเดียวกับการค้นพบวิธีในการปิดช่องว่างการเชื่อมต่อและลดความเหลื่อมล้ำซึ่งอาจเพิ่มขึ้นหากไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ อีเลิร์นนิง ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตซึ่งเป็นวิธีในการขจัดช่องว่างทางดิจิทัลและสร้างสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุม
  2. มิติสิ่งแวดล้อม (PLANET) มุ่งเน้นประเด็นต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการบริโภคอย่างมีสำนึก การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อสร้างเมืองให้มีความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นที่สิ่งแวดล้อม จากการเปลี่ยนแปลงวิธีสร้างและจัดการพื้นที่ในเมือง ไปสู่การปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะ การสร้างพื้นที่สาธารณะสีเขียว พัฒนาการวางผังเมือง และการจัดการในรูปแบบที่สร้างการมีส่วนร่วมและครอบคลุมทุกกลุ่มสังคม
  3. มิติความมั่งคั่ง (PROSPERITY) จัดการกับปัญหาในอุตสาหกรรมและธุรกิจต่างๆ ที่ต้องเผชิญขณะที่เปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งนี้ รวมทุกกลุ่มสังคม โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย เช่น การท่องเที่ยวและเกษตรกรรม ร่วมค้นหาว่าเราจะสร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหลังเกิดโรคระบาดได้อย่างไร และการนำประโยชน์จากเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลมาปรับใช้กับการเกษตร นั้นมีความสำคัญเช่นเดียกับการพัฒนาการเติบโตของอีคอมเมิร์ซและการสร้างที่ทำงานสู่ระบบดิจิทัล
  4. มิติความร่วมมือ (PARTNERSHIP)  ตระหนักถึงความสำคัญของกลุ่มต่างๆ ในการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน และฉายภาพความสำเร็จจากความร่วมมือของกลุ่มคนประเภทต่างๆ ธุรกิจ และองค์กร ที่อาจสร้างผลลัพธ์เกินความคาดหมาย การระบาดใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างตัวอย่างมากมายในความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยเหลือสังคม

แคมเปญ Decade of Action, Decade of Innovation ดำเนินไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนลงมือทำเพื่อช่วยเหลือชุมชนและสังคมไทยเพื่อแก้ไขปัญหาในปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้ จะมีกิจกรรม Facebook Live เพื่อให้เหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์ได้ร่วมพูดคุยถึงความท้าทายในมิติต่างๆ และแบ่งปันประสบการณ์และกิจกรรมลงบนโซเชียลมีเดีย โดยใช้ #SDGs

มุมมองอินฟลูเอ็นเซอร์ต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

หมอแล็บแพนด้า: ใช้ดิจิทัลมีเดียสร้างความเข้าใจโควิด-19 และสร้างความร่วมมือฝ่าวิกฤติ ซุ่มทำโรงพยาบาลสนามอย่างดีจากตู้คอนเทนเนอร์

“สิ่งที่ทำมาโดยตลอดคือการโพสต์ให้ความรู้ที่ถูกต้อง ตัวเองไปศึกษาจากแหล่งข้อมูล งานวิจัยที่เชื่อถือได้ เอามาแปลเป็นภาษาง่ายๆ ให้คนเข้าใจโรคโควิด 19 และการป้องกันตัวเอง ทำให้คนได้ความรู้ที่ถูกต้องและไม่ตื่นตระหนก ดูแลตัวเองและดูแลสังคมไปด้วย นอกจากเพจที่ให้ความรู้อยู่ตลอด เราอยากให้โควิดจบเร็วที่สุดในแบบที่เราทำได้จึงใช้ความรู้ด้านแลป เครื่องมือแพทย์ สร้างรถตรวจเชิงรุกไปตามชุมชน เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อจากชุมชนไปรักษา ให้ชุมชนปลอดภัย ไม่ให้ประชาชนต้องไปแออัด กันที่โรงพยาบาล เป็นคันแรกของประเทศไทย และใช้กันอย่างแพร่หหลายมาก และร่วมมือกับหลายภาคส่วน เช่น กรุงเทพมหานคร คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อสร้างรถคันเดียวที่สามารถตรวจครั้งเดียว พร้อมกันได้ 3 ราย ทำให้สามารถตรวจได้ 3,000 เคส ต่อวัน ทำให้ตรวจเชิงรุกได้เร็ว ประกอบกับการฉีดวัคซีนควบคู่ ช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

หมอแล็บเผยว่ากำลังซุ่มทำโปรเจคใหม่ จะนำตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่ได้ใช้แล้ว มาแบ่งเป็นห้องต่างๆ ห้องความดันลบสำหรับผู้ป่วย และห้องความดันบวกสำหรับเจ้าหน้าที่ แพทย์ สามารถประยุกต์ทำเป็นห้องตรวจโรค สวอป ให้คำปรึกษา หรือ ไอซียู หากนำตู้คอนเทนเนอร์หลายๆตู้มาประกอบกันสามารถทำเป็นโรงพยาบาลสนามที่มีคุณภาพ

สุดท้ายนี้ หมอแล็บได้เน้นย้ำการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยั่งของสหประชาชาตินั้น ประเด็นความร่วมมือ สำคัญมากที่จะทำให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติไปได้ และทำให้การพื้นฟูประเทศดีขึ้นกว่าเดิมได้

ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ: เทคโนโลยีจะช่วยทำให้เด็กนักเรียนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้

จุดเริ่มต้นของ Start Dee เกิดขึ้นจากการเห็นปัญหาว่าการศึกษาที่มีคุณภาพเข้าถึงยากมาก เพราะเหตุผล 3 มิติ ได้แก่ คุณภาพของระบบการศึกษา คุณภาพการเรียนการสอนที่แตกต่างกันแต่ละโรงเรียน และนักเรียนต้องจ่ายค่าเรียนพิเศษที่สูงมากเมื่อต้องการความรู้นอกห้องเรียน ทั้งนี้ ทางออกที่ยั่งยืนคือภาครัฐต้องทำให้โรงเรียนที่มีคุณภาพอยู่ใกล้กับเด็กทุกคน

และเพื่อผลักดันการศึกษาบนดิจิทัลแพลตฟอร์มยังไงให้มีมาตราฐานมากขึ้นเป็นมาตราฐานเดียวกัน พริษฐ์ มองว่า “ภาครัฐไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างขึ้นมาใหม่หมด แต่วางกฎ กติกาและระบบเพื่อใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มหรือเนื้อหาที่ภาคเอกชนผลิตมาได้มากที่สุด และควรสร้างความเข้าใจว่าการเรียนออนไลน์ที่ดีไม่ใช่การคัดลอกเนื้อหาในห้องเรียนมาแปะไว้นออนไลน์ แต่ควรออกแบบการเรียนออนไลน์ให้ตรงตามความเป็นจริง เพราะพฤติกรรมการเรียนออนไลน์กับการเรียนในห้องไม่เหมือนกัน การเรียนออนไลน์ไม่ได้มาทดแทนการเรียนในห้อง เพราะบางรูปแบบทดแทนกันไม่ได้ เราต้องการการปฏิสัมพันธ์กับครูและนักเรียนในการพัฒนาทักษะเหล่านั้น มองการเรียนออนไลน์จะเสริมการเรียนในห้องเรียนยังไง แนวคิดที่อยากจะแชร์คือ ห้องเรียนกลับด้านหรือ flip classroom การที่ครูใช้เวลา 1 คาบในการบรรยาย ครูสามารถอัดวิดีโอให้เด็กดูที่บ้าน เพื่อให้เด็กมาพร้อมข้อมูลและใช้เวลา 1 ชั่วโมง ในการพัฒนาทักษะ การคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม การวางบทบาทระหว่างครูและเทคโนโลยี ให้ครูมาทำบทบาทที่เทคโนโลยีทำไม่ได้มากขึ้น

ริชชี่-อรเณศ ดีคาบาเลส ตัวแทนคนบันเทิงรุ่นใหม่เพื่อชุมชน สร้างความมั่นคงทางรายได้ด้วยการเกษตร 

อาหารคือความมั่นคงที่ทุกคนขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงของการแพร่ระบาดโควิด-19 อาหารเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักที่ยังดำเนินต่อไปได้ หลายปีมานี้เราจะเห็นคนบันเทิงทำการเกษตรมากขึ้น โดยเฉพาะคนบันเทิงรุ่นใหม่อย่างคุณริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส และเบิ้ล ปทุมราช ที่ใช้จิทัลเทคโนโลยีและมุมมองของคนรุ่นใหม่พัฒนาอาชีพเกษตกรรมของครอบครัวซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ให้กับครอบครัวแล้ว ยังเผื่อแผ่สร้างความมั่นคงทางรายได้ให้ชุมชนสามารถอยู่ได้และไม่ต้องจากบ้านเพื่อไปหางานทำต่างถิ่น

“ครอบครัวริชชี่เป็นเจนเนอร์เรชั่นที่ 4 เป็นผู้นำและดูแลในดอยปู่หมื่น อาชีพหลักของชุมชนคือการปลูกชา เมื่อก่อนสมัยคุณตานำเกษตรเข้ามาทดแทนการปลูกฝิ่น ในยุคที่ฝิ่นผิดกฎหมายเราได้รับชาต้นแรกจากในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงเปลี่ยนอาชีพจากปลูกฝิ่นทั้งหมดมาทำไร่ชา นับแต่นั้นมาที่บ้านดูแลรับซื้อชา พัฒนาชา ไม่ใช่แค่ดอยตัวเอง แต่เราเป็นหมู่บ้านตัวอย่างจึงคอยช่วยส่งเสริมการปลูกชาดอยข้างเคียงและพื้นที่รอบๆ จนปัจจุบันนี้การทำไร่กลายเป็นอาชีพหลัก

ริซ พยายามคิดให้ชาวบ้านมีความมั่นคงขึ้น มีตลาดมากขึ้น เราอยากเพิ่มผลผลิต แต่ก่อนส่งออกไปที่จีน ในฐานะคนรุ่นใหม่เราอยากทำแบรนด์ของไทย จึงทำแบรนด์ตัวเองขึ้นมา เป็นชาดีท็อกซ์โดยนำชามาแปรรูปเป็นการช่วยเพิ่มช่องทางการขายและเพิ่มยอดขาย ช่วยให้ชาวบ้านมีความมั่นคงมากขึ้น และเราก็พอมีชื่อเสียงในการประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้คนอยากรู้ที่มา เราจึงพรีเซนต์ถึงการท่องเที่ยวชุมชน  บนดอยทุกอย่างเป็นธรรมชาติ ออแกนิกหมดเลย ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสวิถีชาวบ้าน เก็บชา การท่องเที่ยวชุมชนซึ่งรายได้ส่วนนึงเป็นของชาวบ้าน แบรนด์ขายออนไลน์ ริชวางแผนว่าเมื่อเปิดประเทศจะส่งออกด้วย ชาผลิตด้วยกระบวนการธรรมชาติเพื่อช่วยระบาย และจะผลิตชาเพื่อสุขภาพ อยากเพิ่มมูลค่าเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น มั่นคงเพื่อให้อยู่ในชุมชนตัวเองได้ไม่ต้องออกไปหางาน บนดอยเป็นต้นน้ำ ทุกอย่างออแกนิก เพื่อให้คนเห็นถึงคุณค่าที่มี

“ริชชี่มองว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนเราทุกคนสามารถทำได้ด้วยการส่งเสริมพัฒนาสิ่งที่เรามีในชุมชน รายได้ส่วนหนึ่งเอาไปช่วยชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้ชุมชน เพราะเมื่อเห็นผลผลิตของชุมชนเป็นเรื่องที่ดี เราก็ไม่ต้องทำลายสิ่งแวดล้อม สร้างคุณค่า โดยเฉพาะช่วงนี้ทุกคนกลับบ้านก็จะสังเกตุได้ว่าเรามีอะไรดี พัฒนาตรงนั้น ช่วยทำให้มันมั่นคงและพัฒนามากขึ้น”

เบิ้ล-ปทุมราช อาร์สยาม ตัวแทนคนบันเทิงรุ่นใหม่เพื่อชุมชน สร้างความมั่นคงทางรายได้ด้วยการเกษตร 

ส่วนหนุ่มเบิ้ล ปทุมราช แม้ว่าจะประสบความสำเร็จในด้านการเกษตรจากแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและการเกษตรแบบผสมผสานแล้ว เบิ้ลร่วมกับแฟนคลับระดมทุนจัดกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อส่งต่อเทคนิคการเกษตรที่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้ชุมชนมีรายได้ที่มั่นคงตามมาด้วยเช่นกัน “เบิ้ลเกิดในครอบครัวชาวนา ผมเชื่อเรื่องการเกษตรว่าสามารถอยู่ได้ หากวางแผนและใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์ ช่วงที่เบิ้ลเป็นนักร้อง กลับไปคุยกับคุณพ่อ ท่านอยากทำนาตลอดชีวิต แม้ว่าเบิ้ลจะดังหรือไม่ จึงได้ศาสตร์พระราชาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 จึง เพื่อทำนาอย่างไรให้ผลผลิต เหลือและแบ่งปันครอบครัวพี่น้องได้ และ ใช้มุมมองของนักร้องของชาวบ้านและแฟนคลับ นำเงินกลับไปทำกิจกรรมกับผู้สูงอายุในชุมชน เป็นโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อถ่ายทอกแนวคิการเกษตรแบบผสมผสาน แบ่งพื้นที่ทำนามาทำเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่

ในแต่ละปีพวกเรานำงบประมาณจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เชิญชาวบ้านทุกคนมาดำนา ลงแขกเกี่ยวข้าว ประกวดแปลงเกษตรดีเด่น มีรางวัล แข่งขันในระดับตำบล และระดับอำเภอ แต่งบประมาณตรงนี้ยังไม่มากเพราะเป็นงบประมาณส่วนตัวของเบิ้ลและแฟนคลับ

ตอนนี้เบิ้ลแบ่งรายได้ให้คุณพ่อและพี่ชายทำนา ไม่ต้องขายข้าวแต่ให้สหกรณ์เพื่อแบ่งให้ชาวบ้าน นอกจากนี้อยากมีผลิตภัณฑ์ข้าวจากชาวนา แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า และเป็นคนกลางช่วยชาวนาขายข้าว ให้เขามีรายได้ไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลงซึ่งไม่ต้องเจอกับความผกผันกับราคาข้าวในแต่ละปี”

เปิดกล่องสมบัติสุดพิเศษจาก Keds x A Treasure Box #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655023

วันที่ 09 มิ.ย. 2564 เวลา 09:33 น.

เปิดกล่องสมบัติสุดพิเศษจาก Keds x A Treasure Boxชวนสาวๆ มาช้อปและร่วมลุ้นรับของขวัญชิ้นพิเศษจากแคมเปญ Dream in Canvas ที่ Keds ร่วมกับ A Treasure Box แบรนด์กระเป๋าไทยดีไซเนอร์ยอดนิยม

ไม่มีช่วงเวลาใดจะน่าตื่นเต้นไปกว่าช่วงเวลาที่เอื้อมมือไปเปิดกล่องของขวัญอีกแล้ว ซึ่งความรู้สึกอันแสนวิเศษนี้คือ คีย์หลักของแคมเปญ Dream in Canvas ที่ Keds ได้จับมือร่วมงานกันครั้งแรกกับ A Treasure Box แบรนด์กระเป๋าไทยดีไซเนอร์ยอดนิยม รังสรรค์ของขวัญชิ้นพิเศษที่จะมอบให้แก่สาวๆ ด้วยกันถึง 2 ชิ้น

โดยชิ้นแรกเป็นถุง Dust Bag สีหวานพร้อมชาร์มรูปหัวใจ ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษโดย คุณไอซ์-ไอริณ อุนนกิตติ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ A Treasure Box และความพิเศษที่มากกว่านั้น สามารถนำชาร์มรูปหัวใจนี้มาร้อยเข้ากับเชือกรองเท้าทุกรุ่นของ Keds ได้อีกด้วย เพียงช้อปปิ้งรองเท้า Keds ทุกรุ่นในราคาปกติ ก็สามารถเป็นเจ้าของของขวัญชิ้นพิเศษนี้ได้

นอกจากนี้ ยังมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรับขวัญชิ้นที่สองนั่นคือ กล่องของขวัญ Dream in Canvas Giftbox สีชมพูพาสเทลใบใหญ่ ที่มีทั้งรองเท้า Champion Cotton Organic White สุดคลาสสิก ตกแต่งตัวชาร์มรูปหัวใจสีชมพูหวาน มาพร้อมถุง Dust Bag และกระเป๋า Canvas Layer Treasure Box รุ่นล่าสุด ซึ่งของขวัญชิ้นนี้จะมอบให้ผู้โชคดีเพียง 1 ท่านเท่านั้น

สาวๆ คนไหนสนใจรีบแวะมาช้อปและร่วมลุ้นรับของขวัญชิ้นพิเศษนี้ได้ที่ร้าน Keds สาขาที่ร่วมแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 10 – 30 มิถุนายนนี้ และติดตามข่าวสารจาก Keds Thailand ได้ที่เว็บไซด์ http://www.keds.co.th, Facebook และ Instagram: @KedsThailand

สาขา Keds ที่ร่วมแคมเปญ ร้าน Keds Mega Bangna, Central Lardpao, Terminal 21 Pattaya, Terminal 21 Asok, และ Maya Chiang Mai , ร้าน Ikon shop Siam Square One, Future Park Rangsit (Zpell), Fashion Island และ Central Bangna

Burberry Beauty เผยเซรั่มรองพื้นสูตรใหม่มอบผลลัพธ์ผิวสวยเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655022

วันที่ 09 มิ.ย. 2564 เวลา 09:15 น.

Burberry Beauty เผยเซรั่มรองพื้นสูตรใหม่มอบผลลัพธ์ผิวสวยเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติเอาใจสาวกบิวตี้ Ultimate Glow Foundation และ Ultimate Glow Cushion รองพื้นเซรั่มใหม่จาก BURBERRY

Burberry Beauty เปิดตัว Ultimate Glow Foundation และ Ultimate Glow Cushion เซรั่มรองพื้นสูตรใหม่ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเมคอัพเพื่อการแต่งหน้าที่ให้ความเปล่งประกายอ่อนเยาว์ ดูมีมิติยาวนานตลอดวัน ด้วยส่วนผสมบำรุงผิวอันทรงพลัง ผสานกรดไฮยาลูโรนิคและสารสกัดจากวิโอลา ที่ทำให้ผิวอ่อนเยาว์เรียบเนียนให้ความชุ่มชื้นตลอด 24 ชั่วโมง มอบผลลัพธ์ความกระจ่างใสบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด เนื้อเซรั่มให้ความบางเบาผสานเรียบเนียนไปกับผิวพร้อมมอบการปกปิดเต็มรูปแบบยาวนานตลอดวัo โดยโทนสีรองพื้น เฉดสี Ultimate Glow Foundation มีให้เลือก 12 เฉดสี Ultimate Glow Cushion มีให้เลือก 6 เฉดสี

คุณสมบัติที่โดดเด่นของ ULTIMATE GLOW FOUNDATION

– เติมความอ่อนเยาว์และการปกป้องผิวจากมลภาวะด้วยส่วนผสมบำรุงผิว ประสิทธิสูงมากมายทั้งกรดไฮยาลูโรนิคและสารสกัดจากวิโอลารวมถึงสารสกัดจากชาขาวที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวของคุณจากมลภาวะ

– มอบความชุ่มชื้นนานแปดชั่วโมงเพื่อผิวที่อ่อนเยาว์และกระจ่างใสอย่างเห็นได้ชัดตลอดทั้งวัน

– เปล่งประกายสดใสจากภายในสู่ภายนอกด้วยไข่มุกสะท้อนแสง

คุณสมบัติที่โดดเด่นของ ULTIMATE GLOW CUSHION

– เติมความอ่อนเยาว์และการปกป้องผิวจากมลภาวะด้วยส่วนผสมบำรุงผิวประสิทธิสูงมากมายทั้งกรดไฮยาลูโรนิกและสารสกัดจากวิโอลารวมถึงสารสกัดจากชาขาวที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวของคุณจากมลภาวะ

– มอบความชุ่มชื้นตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อผิวที่อ่อนเยาว์และกระจ่างใสอย่างเห็นได้ชัดตลอดทั้งวัน

– เปล่งประกายสดใสจากภายในสู่ภายนอกด้วยไข่มุกสะท้อนแสง

พบกับ Burberry Beauty ที่เคาน์เตอร์ Burberry Beauty Counter ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลชิดลม สยามพารากอน เอ็มโพเรียม เดอะมอลล์งามวงศ์วาน และสยามทาคาชิมายา และร้าน Sephora สยามเซ็นเตอร์ และเอ็มควอเทียร์ หรือทางเว็บไซต์ sephora.co.th และ central.co.th

จุดบรรจบความงดงามของผลงานจิวเวลรี่และความเบิกบานสดใสของลายเส้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654924

วันที่ 08 มิ.ย. 2564 เวลา 13:10 น.

จุดบรรจบความงดงามของผลงานจิวเวลรี่และความเบิกบานสดใสของลายเส้นVan Cleef & Arpels นำเสนอป๊อบอัพ บูติค ณ สยามพารากอน ที่โอบล้อมด้วยลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินหนุ่มชาวฝรั่งเศส Alexandre Benjamin Navet บทหลอมรวมความงดงามของผลงานจิวเวลรี่และความเบิกบานสดใสของลายเส้น

เพื่อขานรับการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ Van Cleef & Arpels ได้นำงานออกแบบฝีมือของ อเล็กซงดร์ แบ็งฌาแม็ง นาเวต์ มาใช้ในการตกแต่งป๊อปอัพบูติก ที่ชั้น M ศูนย์สรรพสินค้าสยามพารากอน ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนเมษายน และให้ลูกค้า กับผู้สนใจได้แวะมาเยี่ยมชมได้

ป๊อปอัพ บูติค ชวนให้ผู้ผ่านไปผ่านมาได้ดื่มด่ำไปกับความงดงามดุจฝัน มอบความรู้สึกราวกับกำลังเดินล่วงเข้าไปในสมุดวาดภาพร่างแบบ เพื่ออยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้และช่อดอกไม้หลากเฉดสีในโทนพาสเทลอ่อนหวาน ซึ่งดูราวกำลังจะแข่งกันผลิบานไปทั่วพาวิลเลียนหลังน้อยแห่งนี้ ด้วยแรงบันดาลใจจากมวลดอกไม้ ทั้งที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์ และดอกไม้มงคลตามความเชื่อของวัฒนธรรมไทย นำมาซึ่งภาพวาดลายเส้นจากฝีมือของจิตรกรร่วมสมัย ถ่ายทอดความสดใส มีชีวิตชีวาในธรรมชาติได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

“ประเทศไทยเป็นเสมือนอัญมณีน้ำหนึ่งแห่งภูมิภาคเอเชีย! ผมได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากสีสันสดใส ให้ความรู้สึกสว่างไสวจากมวลธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นดอกบัว, ดอกราชพฤกษ์, ดอกกล้วยไม้ และดอกไม้เมืองร้อนอื่นๆ อีกมากมาย…เหล่านี้เป็นดอกไม้หลากสีสันที่ก่อความประทับใจอย่างลึกซึ้ง” อเล็กซงดร์ แบ็งฌาแม็ง นาเวต์

บรรยากาศเหมือนฝันของพาวิลเลียนหลังน้อยยังถูกส่งผ่านมาสู่โลกดิจิทัล  ด้วยการปลดล็อคฟิลเตอร์ลายดอกไม้ที่แกว่งไกวไปมา ซึ่งถูกจัดทำขึ้นสำหรับอินสตาแกรมทางการของ Van Cleef & Arpels โดยเฉพาะ เพียงคลิกเข้าไปในฟิลเตอร์ Colorful flowers เท่านั้น ดอกไม้ลายเส้นฝีมือการออกแบบของอเล็กซงดร์ แบ็งฌาแม็ง นาเวต์ก็จะปรากฏให้ผู้ชื่นชอบนำไปใช้เป็นลูกเล่นแต่งภาพได้ตามต้องการ

พบกับ ป๊อปอัพ บูติก ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2021 จนถึงวันพุธที่ 30 มิถุนายน 2021 ที่ชั้น M ศูนย์สรรพสินค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ ประเทศไทย เปิดทำการระหว่างเวลา 10.00 – 21.00 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์

#VCAfrivole

#VanCleefArpels

@vancleefarpels

นวัตกรรมคืออะไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654840

วันที่ 07 มิ.ย. 2564 เวลา 08:10 น.

นวัตกรรมคืออะไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไรโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

โลกเปลี่ยน เทคโนโลยีเอไอ คอมพิวเตอร์ เครื่องจักรกล หรือหุ่นยนต์ ล้ำสมัยอย่างก้าวกระโดดในอัตราเร่ง แต่ก็ล้าสมัยชั่วข้ามคืน และเมื่อพูดถึงขีดความสามารถในด้านการคิดคำนวณของมนุษย์เมื่อเทียบกับปัญญาประดิษฐ์แล้ว เราไม่อาจแข่งกับมันได้เลย เพราะมันเร็วกว่า ทนกว่า มันไม่เคยลืม มันไม่เคยบ่น ไม่รู้จักเหนื่อย มันไม่เคยเรียกร้อง นั่นคือ เมื่อพิจารณาในแง่ของความมีประสิทธิภาพแล้ว เราสู้มันไม่ได้ แต่แนวทางการพัฒนาองค์กรในปัจจุบัน เราสอนให้ไปแข่งกับมันซึ่งไม่มีทางชนะได้เลย ดังนั้น มันจึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่มนุษย์จะต้องก้าวข้ามเหนือมัน แต่จะก้าวข้ามมันได้ เราต้องพิจารณาว่าแล้วอะไรที่มนุษย์ต่างจากเครื่องจักร

เราพบว่า เครื่องจักรไม่ว่าจะก้าวหน้าเพียงใดก็ตาม มันก็คิดเองไม่ได้ ต่างจากมนุษย์ที่คิดได้เอง ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว เราจึงสามารถพัฒนาและปรับปรุงสินค้าและบริการให้มันแตกต่าง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน

เราต่างตระหนักดีว่า องค์กรที่ผลิตสินค้าและให้บริการแบบเดิมๆ จะไม่อาจทนอยู่ได้ เพราะไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรที่แตกต่าง นั่นคือขาดนวัตกรรม (Innovation)

เมื่อพูดถึงนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ คุณสมบัติเหล่านี้คืออะไร เราจะพัฒนาความคิดที่แตกต่าง ที่แปลกใหม่ขึ้นมาได้อย่างไร

เราลองพิจารณาของใกล้ตัว ท่านสงสัยไหมว่า ทำไมร้านที่ขายก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ต้องมีผัดซีอิ๊วด้วย ทั้งสองจานนี้แตกต่างกัน ทั้งหน้าตา กลิ่น และรสชาติ เราพูดได้ไหมว่านี่คือ ความคิดสร้างสรรค์ อะไรทำให้มันแตกต่างกัน แล้วมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

โดยธรรมชาติของทั้งสองจานนี้คือระบบ เพราะต่างก็เป็นภาวะองค์รวมที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ และแสดงคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างได้อย่างลงตัว แล้วสะท้อนออกมาในรูปของคุณค่าที่ต่างกัน

เมื่อพิจารณาในรายละเอียด เราพบว่าทั้งสองจานมีองค์ประกอบที่คล้ายกันมาก แตกต่างกันที่ผัดซีอิ๊วไม่ต้องใช้น้ำและแป้งมัน อีกทั้งการผัด (หรือการเชื่อมโยง) ก็มีขั้นตอนที่ต่างกัน เพราะสิ่งใหม่ที่ปรากฏขึ้น (ผัดซีอิ๊ว) มีรูปลักษณ์ กลิ่นและรสชาติที่แปลกออกไป คุณค่าก็ต่างกัน และเราเรียกภาวะการเกิดขึ้นของผัดซีอิ๊วว่า นวัตกรรม

ด้วยความเข้าใจดังกล่าว เมนูในร้านอาหารก็ยาวขึ้นเรื่อยๆ และมีชื่อเรียกที่แตกต่างไป ทั้งนี้เกิดจากการใช้องค์ประกอบที่แตกต่างและขั้นตอนการปรุงที่หลากหลาย เพื่อสร้างทางเลือกและความพึงพอให้ลูกค้าเลือกได้มากขึ้น นี่คือนวัตกรรม ใช่หรือไม่

ถ้าเช่นนั้น ท่านคิดว่า นวัตกรรมคืออะไร มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร อะไรทำให้คนเราแตกต่างทางความคิด ท่านคิดว่า อะไรทำให้คนเรามีความคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างทางเลือกได้อย่างหลากหลาย ท่านคิดว่า ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดที่แตกต่างนี้คืออะไร ความคิดเชิงนวัตกรรมมาจากไหน องค์กรนวัตกรรมเกิดขึ้นเมื่อไหร่ มันผุดขึ้นมาได้อย่างไร แล้วนวัตกรรมสามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้อย่างไร

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจนี้มาสร้างภูมิปัญญาและกระบวนการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความคิดที่แตกต่างที่แปลกใหม่ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ เพื่อสร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อความมั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร

ร่ำรวยโภชนา อาหารเหลาราคาย่อมเยา สั่งหมูหัน แถมเป็ดปักกิ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/656031

วันที่ 21 มิ.ย. 2564 เวลา 11:30 น.

ร่ำรวยโภชนา อาหารเหลาราคาย่อมเยา สั่งหมูหัน แถมเป็ดปักกิ่งเรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

คุ้มค่าเกินราคา!! กับร้าน “ร่ำรวยโภชนา” จัดโปรโมชั่นเด็ด สั่งหมูหันหนังกรอบ/ฮ่องกง 1 ตัว แถมเป็ดปักกิ่ง 1 ชุดฟรี!! เดลิเวอรี่ถึงที่มาแบบทั้งตัว

ขึ้นชื่อว่าอาหารเหลา คนเราก็มักกลัวเรื่องราคา แต่ที่ร้านร่ำรวยโภชนา ท้าให้ลองสารพันเมนูในที่ราคาจับต้องได้ ร้านนี้เน้นอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งสูตรฮ่องกง แถมมีซีฟู้ดสดๆ การันตีรสชาติความอร่อยทุกเมนนูในระดับภัตตาคาร แต่สนนราคาชนิดที่คนทำงานรับไหว

ยิ่งช่วงนี้มีโปรโมชั่นสุดคุ้มลดโหดประชดโควิดให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยกับเมนูหมูหันหนังกรอบ ที่ใช้สกิลการย่างขั้นเทพได้หมูหันแบบกรอบ ไม่มัน ที่สำคัญไม่เหนียว เคี้ยวได้กรุบๆ มาพร้อมหมั่นโถว ซอสหวาน และน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด ราคาเพียง 1,600 บาท!!

แถมฟรีอีก 1 เมนูอร่อยตามใจให้เลือกได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็น เป็ดปักกิ่ง 1 ชุด พร้อมเนื้อเป็ดผัดพริกไทยดำ, แฮกึ้นทอด 10 ลูก ไส้กุ้งเน้นๆ , เป๋าฮื้อออสเตรเลียเจี๋ยนน้ำแดง 6 ตัว , กระเพาะปลาน้ำแดงเนื้อปู (กลาง) กระเพาะปลาแท้ชิ้นใหญ่เต็มคำ เนื้อปูและเห็ดหอมชิ้นใหญ่, หูฉลามทรงเครื่อง (เล็ก) , ผัดโหงวก้วย , กุ้งผัดพริกเกลือ 10 ตัว , ปลากะพงนึ่งมะนาวหรือนึ่งซีอิ้วหรือทอดน้ำปลาเรียกว่าราคาแค่นี้แต่ได้กินเกินคุ้มเลยจริงๆ แล้วอย่าลืมสั่งซาลาเปาลาวาไส้ไหลหอมไข่เค็ม กินร้อนๆ ไหลเยิ้มๆ มาเพิ่มเติมมื้ออร่อยด้วย ยิ่งช่วยให้ฟินขั้นสุด

อยากอร่อยฟินกินแบบคุ้มๆ แบบนี้ อัพเดทโปรโมชั่น หรือสอบถามเมนูเพิ่มเติมได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก ร่ำรวยโภชนา หรือโทร. 02 294 5273-5 (สาขาพระราม 3) , 02 399 2520-1 (สาขาอุดมสุข) สามารถรับเองที่หน้าร้าน หรือสั่งผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ Robinhood , LINE MAN ร้านเปิดบริการทุกวันจันทร์-ศุกร์  เวลา 11.00-14.00 , 17.00-21.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 11.00-21.00 น.

สืบสานประเพณีเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยขนมไหว้พระจันทร์สุดพรีเมี่ยม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/655959

วันที่ 20 มิ.ย. 2564 เวลา 11:30 น.

สืบสานประเพณีเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยขนมไหว้พระจันทร์สุดพรีเมี่ยมต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ด้วยขนมไหว้พระจันทร์สุดพรีเมี่ยม จากห้องอาหารพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีนี้ด้วยคุณภาพและความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์ที่คัดสรรพิเศษเฉพาะจากห้องอาหารจีน พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ นำเสนอในกล่องดีไซน์สวยหรูเหมาะสำหรับนำไปมอบเป็นของฝากให้แก่ครอบครัว เพื่อน หรือของขวัญให้กับคนพิเศษของคุณในช่วงเวลาอันเป็นมงคลนี้

โดยในปีนี้ห้องอาหารจีนพาโกด้าไชนีสเรสเตอรองท์ได้นำความทันสมัยมาผสมผสานความดั้งเดิมของประเพณีอันงดงามถ่ายทอดและรังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์โดยเน้นการใช้ส่วนผสมวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมในการปรุงพร้อมนำเสนอหลากหลายรสชาติทั้งแบบสูตรดั้งเดิมสุดคลาสสิคและสูตรซิกเนเจอร์

เริ่มที่ขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิม (ขนาด 150 กรัม) มีทั้งหมด 4 รสชาติประกอบไปด้วย ไส้เม็ดบัวและแมคคาเดเมีย ไส้หมูแผ่นปรุงรสและสารพัดถั่ว ไส้เม็ดบัวและเมล็ดแตงโมกับไข่แดงและ ไส้ทุเรียนจันทบุรีกับเม็ดบัวและไข่แดง ขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิมสามารถซื้อได้ทั้งแบบกล่องบรรจุ 4 ชิ้น (ราคาเริ่มต้นกล่องละ 988 บาทสุทธิ) และแบบชิ้นเดี่ยว (ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 188 บาทสุทธิ)

สำหรับสูตรซิกเนเจอร์ (ขนาด 50 กรัม) มีให้เลือก 2 รสชาติ ได้แก่ ไส้คัสตาร์ดวานิลลากับไข่แดง และไส้ช็อกโกแลตมอลต์ โรเช่ร์ (ทำจากช็อกโกแลตและอัลมอนด์พราลีน วัตถุดับพรีเมี่ยมจากประเทศฝรั่งเศส) สำหรับขนมไหว้พระจันทร์สูตรซิกเนเจอร์จะจำหน่ายเป็นกล่องบรรจุ 6 ชิ้น (ราคาเริ่มต้นกล่องละ 888 บาทสุทธิ) และกล่องขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ถูกออกแบบมาในสไตล์ร่วมสมัยรูปทรงแบบหกเหลี่ยมสีแดงมงคล พิมพ์ลวดลายมังกรสีทองและยังสามารถตกแต่งด้วยโลโก้ของบริษัทเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับคู่ค้าทางธุรกิจของคุณได้อีกด้วย 

ขนมไหว้พระจันทร์พร้อมวางจำหน่ายที่ห้องอาหารจีนพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมถึง 21 กันยายน 2564 สำหรับผู้ที่สั่งจองและชำระเงินภายในวันที่ 10 สิงหาคม รับส่วนลดสุดพิเศษ สูงสุด 25% ดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อขนมไหว้พระจันท ได้ที่โทร. +66 (0) 2 059 5999 แฟ็กซ์ +66 (0) 2 059 5366 หรืออีเมล restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com  เว็บไซต์: www.bangkokmarriottmarquisqueenspark.com เฟสบุ๊ก: www.facebook.com/PagodaChineseRestaurant/

ไลน์: @pagoda

‘อยุธยา’ หมุดหมายใหม่ในการคัดสรรร้านอาหารติดดาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/655609

วันที่ 16 มิ.ย. 2564 เวลา 08:01 น.

 ‘อยุธยา’ หมุดหมายใหม่ในการคัดสรรร้านอาหารติดดาวคู่มือมิชลิน ไกด์ ฉบับที่ 5 ของไทย “พระนครศรีอยุธยา” แม่เหล็กดึงดูดนักชิมและนักท่องเที่ยว ด้วยอัตลักษณ์โดดเด่นด้านอาหารและวัฒนธรรม ประกอบกับมนต์เสน่ห์ที่หลอมรวมความเก่าและใหม่ไว้อย่างลงตัว

เผยความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง เมื่อคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับปี 2565 ซึ่งเป็นฉบับที่ 5 ของไทย รุกขยายขอบเขตการคัดสรรแนะนำร้านอาหารเข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือ ‘อยุธยา’…เมืองแห่งประวัติศาสตร์ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไทย ซึ่งได้รับยกย่องให้เป็น “เมืองมรดกโลก” โดยองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี 2534

ทั้งนี้ อยุธยาถือเป็นเมืองลำดับ 5 ที่คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ฉบับล่าสุด เลือกเข้าไปดำเนินการสำรวจ คัดเลือก และจัดอันดับร้านอาหาร โดยคู่มือฉบับดังกล่าวซึ่งมีกำหนดตีพิมพ์เผยแพร่ปลายปีนี้ในชื่อ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา 2565’ (The MICHELIN Guide Bangkok, Phra Nakhon Si Ayutthaya, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2022) จะชี้ให้เห็นถึงศักยภาพที่โดดเด่นและมีลักษณะเฉพาะตัวของอยุธยาในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารสำหรับคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์ที่เกิดจากการหลอมรวมกลิ่นอายแห่งอดีตเข้ากับความทันสมัยของโลกยุคใหม่อย่างลงตัว หรือการมีกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นหลากหลายรูปแบบสำหรับรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม

เกว็นดัล ปูลเล็นเนค ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก เปิดเผยว่า อยุธยาเป็นหนึ่งในเพชรเม็ดงามด้านวัฒนธรรมอาหารไทย การที่เมืองซึ่งเต็มไปด้วยมนต์ขลังและร่องรอยทางประวัติศาสตร์แห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางทางการทูตและการค้าระดับโลก ทำให้ได้รับอิทธิพลจากหลายชาติ อาทิ โปรตุเกส ญี่ปุ่น อินเดีย เปอร์เซีย ฯลฯ ซึ่งมีบทบาทต่ออาหารไทยในท้องถิ่น นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งล้อมรอบด้วยแม่น้ำ 3 สายยังส่งผลให้อยุธยาเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งปลาน้ำจืด กุ้งแม่น้ำ ตลอดจนผักและผลไม้สดมากมาย

“เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวปลายปีนี้ จะได้มีโอกาสแนะนำอยุธยาในฐานะเมืองที่บรรยากาศธุรกิจร้านอาหารมีความโดดเด่นเฉพาะตัวบนพื้นฐานของการผสานความเก่าและใหม่เข้าด้วยกันได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีทั้งร้านอาหารเก่าแก่สุดคลาสสิก, ร้านอาหารใหม่ ๆ ในอาคารเก่าที่ผ่านการดัดแปลงปรับปรุงอย่างเก๋ไก๋หรือในอาคารใหม่ที่ออกแบบให้มีรูปลักษณ์ทันสมัย, ร้านกาแฟและคาเฟ่ที่มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายภาพหลากหลายมุม ไปจนถึงร้านเด็ดในตลาดบกและตลาดน้ำพื้นบ้าน  ทางเลือกด้านอาหารที่หลากหลายเหล่านี้ ประกอบกับภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ยาวนาน คือเสน่ห์ที่แตกต่างซึ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกลับมาเยือนอยุธยาอยู่เสมอ” มร.ปูลเล็นเนค กล่าว

ในอดีตเมื่อครั้งที่อยุธยายังเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ซึ่งเวลานั้นเป็นที่รู้จักในนาม “สยาม” ชาวต่างชาติหลากหลายเชื้อชาติได้เข้ามาตั้งรกรากในอยุธยาและมีอิทธิพลต่อวิวัฒนาการอาหารไทยซึ่งสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้กะทิและเครื่องเทศในแกง [อิทธิพลจากอินเดียและเปอร์เซีย] ต่อยอดพัฒนาเป็นแกงไทยจานเด่น อาทิ แกงมัสมั่น, การใช้ไข่และไข่แดงในการทำขนมไทย [อิทธิพลจากโปรตุเกส] อาทิ ทองหยิบ และทองหยอด

ในวันนี้ อยุธยาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยอดนิยมของไทย เนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวงในปัจจุบัน และยังสะดวกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งทางรถไฟและทางเรือ  นอกจากนี้ อยุธยายังมีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจให้เลือกสัมผัส อาทิ การไหว้พระตามวัดสำคัญๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล, การเที่ยวชมหมู่บ้านชาวต่างชาติ อาทิ หมู่บ้านญี่ปุ่น หมู่บ้านโปรตุเกส และหมู่บ้านฮอลันดา รวมถึงพิพิธภัณฑ์เฉพาะทาง อาทิ พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น เกริก ยุ้นพันธุ์ และพิพิธภัณฑ์เรือไทย, การนั่งเรือชมทัศนียภาพและวิถีชีวิตริมสองฝั่งแม่น้ำ ฯลฯ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวเสริมว่า “นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแล้ว การได้ลิ้มลองอาหารอร่อยหลากชนิดจากตลาดพื้นบ้านหรือร้านอาหารในท้องถิ่น ยังเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเยือนอยุธยา  ผมเชื่อว่าชาวไทยและทั่วโลกที่ได้อ่านคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับล่าสุดนี้ จะเกิดแรงบันดาลใจในการเดินทางมาค้นพบเสน่ห์และมนต์ขลังของอยุธยาที่ไม่เคยเสื่อมคลายเหล่านี้ด้วยตนเองอย่างแน่นอน”

ผู้สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ได้ที่: guide.michelin.com/th/th หรือติดตามข่าวสารล่าสุดของ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา 2565’ ได้ทางเฟซบุ๊ก: MichelinGuideThailand

‘เที่ยวไทยถึงรส’ เปิดประสบการณ์เที่ยวไทยมุมมองใหม่ผ่านวัตถุดิบท้องถิ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/655521

วันที่ 15 มิ.ย. 2564 เวลา 09:15 น.

'เที่ยวไทยถึงรส' เปิดประสบการณ์เที่ยวไทยมุมมองใหม่ผ่านวัตถุดิบท้องถิ่นยกระดับเมนูอาหารบ้านๆ สไตล์ดั้งเดิมของไทยให้ก้าวไกลทัดเทียมระดับ Chef Table การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จับมือ THAILAND FOODCATION ทำโครงการ พร้อมดึงเชฟชื่อดังร่วมโปรเจ็กต์

ภาคท่องเที่ยวเริ่มขยับ ขานรับการฉีดวัคซีนแล้ว เราจะพาชุมชนไทยและอาหารไทยไปด้วยกัน! ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ เพจ FOODCATION โดย บริษัท Mi6 Bangkok จำกัด แถลงข่าวจัดทำโครงการ “เที่ยวไทยถึงรส” เปิดโอกาสให้ชาวไทย และ นักท่องเที่ยวทุกคน ได้มาทำความรู้จักกับเมืองไทยในมุมมองใหม่ผ่านเรื่องราวของวัตถุดิบท้องถิ่นและวิถีการกินพื้นบ้าน เพื่อเพิ่มความเข้าใจในวัตถุดิบและรสชาติที่สุดยอด น่าลิ้มลองพร้อมสร้างประสบการณ์เที่ยวเมืองไทยในมุมมองใหม่ไปพร้อมกัน ชนิดแตกต่าง เต็มอิ่ม และ ครบรส ถึงเครื่องมากขึ้น!!

ปรากฏการณ์ใหม่ในโครงการ “เที่ยวไทยถึงรส” ในครั้งนี้ นำร่องด้วยการเชิญเชฟชื่อดัง ผู้ที่มีความสนใจและหลงใหลในวัตถุดิบของไทย อย่าง เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร แห่งร้านฤดู (LeDu) เจ้าของรางวัลดีกรี มิชลิน 1 ดาว และอันดับที่ 4 จาก Asia’ s Best 50 Restaurants 2021 มายกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้จากภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ นำมารังสรรค์ให้กลายเป็นเมนูใหม่ที่มีความพิเศษ มีคุณภาพและความอร่อยทัดเทียมระดับ Chef Table อีกทั้งยังตั้งใจผลักดันให้เมนูจากโครงการฯนี้ สามารถกลายเป็นเมนูคู่ครัวและเอกลักษณ์ประจำจังหวัด สร้างความภูมิใจของภูมิภาคต่อไปในอนาคต

“นี่จะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่จะให้ชาวไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างๆ ได้รู้จักกับเมืองไทยในมุมมองใหม่ โดยผ่านอาหาร และ วัตถุดิบท้องถิ่น ส่วนตัวมองว่า วัตถุดิบไทยที่อยู่ใน ภูมิภาคต่างๆ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก วัตถุดิบหลายอย่างล้วนมีประโยชน์และมีคุณค่าอยู่ในตัวเองทั้งสิ้น มีหลายอย่างที่บางคนอาจจะยังไม่รู้จัก จึงอาจถูกมองข้ามไป ผมจึงอยากนำประสบการณ์และความถนัดของตัวเอง นั่นก็คือการทำอาหาร มาเป็นตัวกลางในการบอกเล่าและช่วยยกระดับให้วัตถุดิบของไทยเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เริ่มจากคิดวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาง่ายในจังหวัด” เชฟต้น กล่าว

นอกจากทำเมนูที่มีความคิดสร้างสรรค์และความพิเศษแล้ว ผมยังคำนึงถึงขั้นตอนที่ไม่ยากจนเกินไป ซึ่งเมนูนำร่องของโครงการ ก็จะประกอบไปด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้มาจาก 3 จังหวัดสำคัญ นั่นก็คือ ปลานิล และ มะเดื่อ จาก จ.หนองคาย, สาหร่ายไก และ มะแขว่น จาก จ.น่าน, หน่อไม้ไผ่ตง จาก จ.ปราจีนบุรี ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้จะถูกนำมาปรุงเป็นเมนูอะไรบ้างนั้น อยากชวนให้ทุกๆ คนร่วมติดตามไปพร้อมกันที่เพจ FOODCATION รับรองว่าทุกเมนูที่รังสรรค์ขึ้นมาใหม่ จะถูกปากถูกใจพี่น้องชาวไทยแน่นอน

โครงการเที่ยวไทยถึงรส ยังได้รับความร่วมมือจากร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ใน 3 จังหวัดนำร่อง ช่วยกันกระจายความอร่อยไปสู่ผู้คนในท้องถิ่น รวมถึง นักท่องเที่ยวที่สนใจอยากเดินทางมาชิมเมนูพิเศษเมนูถึงถิ่นด้วยตัวเองด้วย พร้อมกันนั้นผู้ที่สนใจอยากลิ้มลองความอร่อยของ 3 เมนูพิเศษนี้ ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมใจยินดีมอบส่วนลดพิเศษให้ 50% เมื่อสั่งเมนูพิเศษของโครงการ โดยจะเริ่มต้นเปิดจำหน่ายเมนูพิเศษนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน – 15 กันยายน 2564 (สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด) ทั้งนี้เพื่อปลุกกระแสให้วัตถุดิบท้องถิ่นได้รับความสนใจมากขึ้น และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศอีกทางหนึ่งด้วย