“ธัญ” เผยเคล็ด (ไม่) ลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญฝุ่น PM2.5 และความร้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/460156

“ธัญ” เผยเคล็ด(ไม่)ลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญฝุ่น PM2.5 และความร้อน

"ธัญ" เผยเคล็ด(ไม่)ลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญฝุ่น PM2.5 และความร้อน

4 มีนาคม 2564 – 18:50 น.

“ธัญ” (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ เผยเคล็ดลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 และความร้อน

ไลฟ์สไตล์ชีวิตของคนเมืองในปัจจุบันที่ต้องใช้ชีวิตเผชิญกับปัญหามลภาวะทางอากาศ และฝุ่นละอองที่เกินค่ามาตรฐาน นอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคืองต่อผิวหน้าแล้ว ยังส่งผลกระทบโดยตรงกับเส้นผมและหนังศีรษะ หากละเลยหรือปล่อยไว้นานยิ่งจะทวีความรุนแรงและส่งผลเสียในระยะยาวได้

"ธัญ" เผยเคล็ด(ไม่)ลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญฝุ่น PM2.5 และความร้อน

ฝุ่นละออง PM2.5 (Particulate Matters 2.5) คือฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 2.5 ไมครอนหรือไมโครเมตร ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมเราถึง 40 เท่า (เส้นผมมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100 ไมคอน) เป็นอนุภาคที่ลักษณะขรุขระ สามารถนำพาสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายต่างๆ ติดมาด้วย

 อาทิ แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอน เป็นต้น นอกจากนี้ฝุ่นละอองและมลภาวะสามารถเกาะตัวกับเส้นผมได้มากกว่าผิวหนังถึง 3 เท่า โดยเฉพาะผู้ที่มีผมหนาหรือยาวมักเกิดปัญหาผมเกิดความอ่อนแอ แห้งกรอบ หลุดร่วงง่าย รวมถึงการอุดตันรูขุมขนบนหนังศีรษะ และการเกิดสิว หากปล่อยไว้นานฝุ่นละอองเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้าเส้นผมและทำลายโครงสร้างโปรตีนของเส้นผม ทำให้ผมแห้งและหลุดร่วงมากยิ่งขึ้น โดยปกติแล้วเส้นผมของคนเราจะหลุดร่วงเฉลี่ยประมาณวันละ 70-100 เส้น หากหลุดร่วงมากกว่านั้นก็อาจะเป็นสัญญาณว่าหนังศีรษะเริ่มมีปัญหา

แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ที่ได้รับการยอมรับจากสากลทั่วโลก พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ รศ.ดร. แพทย์หญิง รัชต์ธร ปัญจประทีป อาจารย์ประจำแผนกผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนะเคล็ดลับการดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 และความร้อน กับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ‘ธัญ อะโรม่าเธอราพี แชมพู’ (THANN Aromatherapy shampoo) 4 ชนิด

"ธัญ" เผยเคล็ด(ไม่)ลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญฝุ่น PM2.5 และความร้อน

อาทิ ‘ดีท็อกซิฟายอิ้ง ฟอร์มูล่า” (Detoxifying formula), ‘เอ็กซ์ตร้า ชายน์ ฟอร์มูล่า’ (Extra shine formula), ‘เอ็กซ์ตร้า นูริชชิ่ง ฟอร์มูล่า’ (Extra nourishing formula), ‘คัลเลอร์ ทรีท แฮร์ ฟอร์มูล่า’ (Colour treated Hair formula) และผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสภาพเส้นผม ‘แอดวานซ์ โพรเทคทีฟ แฮร์ เซรั่ม’ (Advance protective hair serum) และ ‘แฮร์ มาส์ก’ (Hair mask) โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลเส้นผมตามแบบฉบับขของตนเอง อาทิ เมลนีย์ อยู่วิทยา, ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ และ วัจณา เจริญสมสมัย ที่ ธัญ แซงชัวรี่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

รศ.ดร. แพทย์หญิง รัชต์ธร ปัญจประทีป อาจารย์ประจำแผนกผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แนะนำเคล็ดลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 และความร้อนว่า “ปัญหามลภาวะทางอากาศทั้งแสงแดด ฝุ่นละอองPM 2.5 ที่เราต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน นอกจากจะส่งผลกระทบกับสุขภาพร่างกายและผิวพรรณแล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ ทำให้เกิดอาการหนังศีรษะแห้งลอกเป็นขุย เส้นผมเปราะบาง ขาดความเงางาม หลุดร่วงง่าย การทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำเป็นประจำ เพื่อกำจัดคราบไขมัน ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรก รวมถึงคราบสารเคมีจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม สำหรับคนที่หนังศีรษะมัน ควรสระผมทุกวัน หรือวันเว้นวัน และคนที่หนังศีรษะแห้งก็สามารถทิ้งระยะห่างในการสระผมห่างได้เช่นทุก 2-3 วัน 

แชมพูที่ดีควรขจัดคราบไขมัน สิ่งสกปรกตกค้าง รวมถึงสารเคมีจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมออกไปได้มากที่สุดโดยไม่ทำให้เส้นผมหรือหนังศีรษะแห้งคัน ในปัจจุบันมีแชมพูสระผมหลากหลายประเภท อาทิ แชมพูสำหรับผมปกติ (Normal hair), ผมแห้ง (Dry hair), ผมมัน (Oily hair), ผมเสียแห้งเสีย (Damaged hair), ผมเส้นเล็ก (Fine hair), ผมทำสี (Colour treated hair) และแชมพูยาสำหรับรักษารังแคหรือการอักเสบของหนังศีรษะ ซึ่งการเลือกใช้ควรพิจารณาว่าแชมพูชนิดไหนเหมาะกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะของเรา นอกจากนี้การทำแฮร์ทรีทเม้นท์ (Hair treatment) ก็มีส่วนช่วยฟื้นฟูสภาพเส้นผมที่แห้งเสียให้กลับมามีสุขภาพดี การใช้ครีมนวดผม (Hair conditioner), ครีมหมักผม (Hair mask) หรือเซรั่มบำรุงเส้นผม (Hair serum) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ จะช่วยเคลือบปิดเกล็ดผม (Cuticular scales) ไม่ให้ฉีกขาดง่าย ช่วยลดแรงต้าน (Friction) เวลาหวีผม ทำให้เส้นผมไม่ถูกทำลายได้โดยง่าย และทำให้เส้นผมมีน้ำหนัก 

"ธัญ" เผยเคล็ด(ไม่)ลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญฝุ่น PM2.5 และความร้อน

สิ่งที่ทำลายสุขภาพเส้นผมโดยที่เราไม่รู้ตัว ทำให้เส้นผมเกิดความอ่อนแอ แห้งเสีย ชี้ฟูและไม่เงางาม ได้แก่
•การใช้แชมพูสระผมที่มีค่าความเป็นด่างสูง ทำให้เกล็ดผมบวม และง่ายต่อการถูกทำลาย รวมถึงการใช้น้ำที่ร้อนเกินไปสระผม ทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้น เนื่องจากน้ำร้อนจะไปชะล้างน้ำมันที่หล่อเลี้ยงเส้นผมออกไป ทำให้ผมแห้งเสีย

•การใช้ไดร์ร้อนเป่าผม เครื่องหนีบผม หรือเครื่องม้วนผม เป็นการทำลายเกล็ดผม ทำให้เส้นผมแห้งเสีย และชี้ฟูการดัดหรือยืดผมทำให้ผมเสีย เนื่องจากสารเคมีในน้ำยาดัดหรือยืดผมทำให้เส้นผมเกิดการเปลี่ยนรูปร่าง และเปราะบางขึ้น ส่วนการกัดสีหรือทำสี ทำให้รากผมอ่อนแอ หลุดร่วงง่าย บางรายอาจมีอาการแพ้ เกิดผื่นคันที่หนังศีรษะ รวมถึงเกิดอาการผมร่วงได้ เนื่องจากในน้ำยาทำสีผมมีส่วนประกอบของสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดและด่าง 

•การอยู่ในสภาพอากาศที่แห้งเป็นเวลานาน ทำให้เส้นผมแห้งกระด้าง เกิดไฟฟ้าสถิต ผมชี้ฟู และจัดทรงยากส่วนความร้อนจากแสงแดดและรังสี UV ก็ทำให้เส้นผมเปราะ ขาดง่าย แห้งกร้าน เนื่องจากโปรตีนเคราตินที่ทำหน้าที่ปกป้องเส้นผมถูกทำลาย

•ความเครียดทำให้ผมแห้งเสีย ขาดน้ำหนัก ในบางรายอาจมีอาการผมร่วงได้ เนื่องจากความเครียดส่งผลต่อฮอร์โมน และระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้สารอาหารที่ไปช่วยบำรุงเส้นผมไม่เพียงพอ 

•การถอนเส้นผมอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้ผมไม่งอกขึ้นมาใหม่ ส่วนการแกะเกาหนังศีรษะอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดผื่นคันเรื้อรัง ผมหักขาดเป็นหย่อมๆ

"ธัญ" เผยเคล็ด(ไม่)ลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญฝุ่น PM2.5 และความร้อน

การมีผมสวยสุขภาพดีย่อมเป็นที่ดึงดูด และส่งผลดีต่อบุคลิกภาพ ทำให้เกิดความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งวิธีการง่ายๆ เริ่มจากลดการใช้สารเคมีในการทำสี ดัด ย้อมให้น้อยที่สุด, หลีกเลี่ยงการเป่าผมด้วยความร้อนจัด หลีกเลี่ยงการหนีบผม หรือไดร์ยืดผมตอนที่เส้นผมยังเปียกอยู่ เพราะจะทำให้เส้นผมขาดหักได้ง่าย, การหวีผม ควรใช้แปรงที่มีตุ่มหรือหวีซี่ใหญ่ โดยไม่ทำให้เกิดเส้นผมขาดจากการเกี่ยวของหวีหรือแปลงได้, ควรใช้น้ำอุ่นในการสระผม โดยให้ปลายนิ้วนวดคลึงหนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และไม่ควรเกาหนังศีรษะอย่างรุนแรงขณะสระผม 

นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอ, วิตามินบี, สังกะสี (Zinc) และเหล็ก (Iron) อาทิ เนื้อปลา หอยนางรม ไข่ นมหรือผลิตภัณฑ์จากนม ถั่วและธัญพืชชนิดต่างๆ ผักใบสีเขียวเข้ม ส้ม และแครอท ฯลฯ ก็ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงและมีสุขภาพดีได้อีกด้วย”

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์โฮม อะโรมา ซึ่งประกอบไปด้วย ‘อะโรมาเธอราพี แชมพู ดีท็อกซิฟายอิ้ง ฟอร์มูล่า” (Aromatherapy shampoo detoxifying formula) ขนาด 250 มล. ราคา 550 บาท แชมพูสูตรขจัดสิ่งสกปรกและสารเคมีตกค้าง สูตรทำความสะอาดเส้นผมได้อย่างล้ำลึก แต่คงความอ่อนโยน พร้อมคืนความชุ่มชื้นและเพิ่มความเงางามให้กับเส้นผมด้วย น้ำมันมะกอกออแกนิค (Organic olive oil), น้ำมันโจโจ้บา (Jojoba oil), สารสกัดจากลูกเดือย (Coix seed extract) และโปรตีนสกัดจากข้าวสาลี (Wheat protein) มีให้เลือก 2 กลิ่น คือ ‘อะโรมาติก วูด’ (Aromatic wood) และ ‘โอเรียนทอล เอสเซ้นซ์’ (Oriental essence) 

"ธัญ" เผยเคล็ด(ไม่)ลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญฝุ่น PM2.5 และความร้อน

‘อะโรมาเธอราพี แชมพู เอ็กซ์ตร้า ชายน์ ฟอร์มูล่า’ (Aromatherapy shampoo extra shine formula) ขนาด 250 มล. ราคา 550 บาท แชมพูสูตรเพิ่มความเงางามให้กับเส้นผมด้วยคุณประโยชน์จากน้ำมันสกัดจากธรรมชาติที่อุดมด้วยกรดไขมันที่จำเป็น และวิตามินอี อาทิ น้ำมันมะกอกออแกนิค (Organic Olive Oil), น้ำมันงาออแกนิค (Organic Sesame Oil) และ น้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil) พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นของน้ำมันหอมธรรมชาติจาก ส้ม (Orange), แทงเจอรีน (Tangerine), จันเทศ (Nutmeg) และ ไม้จันทน์ (Sandalwood) 

‘อะโรมาเธอราพี แชมพู เอ็กซ์ตร้า นูริชชิ่ง ฟอร์มูล่า’ (Aromatherapy shampoo extra nourishing formula) ขนาด 250 มล. ราคา 550 บาท แชมพูสูตรเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงให้ผมนุ่มสลวย ด้วยคุณประโยชน์จากน้ำมันสกัดจากธรรมชาติที่อุดมด้วยกรดไขมันที่จำเป็น และวิตามินอี อาทิ น้ำมันเมล็ดคาเมลเลียออแกนิค (Organic camellia), น้ำมันอาร์แกนออแกนิค (Organic argan oil) และน้ำมันรำข้าว (Rice bran oil) พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นของน้ำมันหอมธรรมชาติจากตะไคร้ (Lemongrass) และ มะกรูด (Kaffir Lime)

‘อีเดน บรีซ คัลเลอร์ ทรีท แฮร์ แชมพู’ (Eden breeze colour treated hair shampoo) ขนาด 250 มล. ราคา 550 บาท แชมพูสูตรที่พัฒนามาสำหรับผมทำสีด้วยค่า pH4.5 ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมสำหรับเส้นผม ทำความสะอาดเส้นผมได้อย่างอ่อนโยน โดยไม่ทำลายสีผม อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาติที่มอบคุณค่าการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ อาทิ น้ำมันมะกอกออแกนิค (Organic olive oil), น้ำมันโจโจ้บา (Organic jojoba oil), สารสกัดจากไหมข้าวโพดออแกนิค (Organic corn silk extract) เติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมและหนังศีรษะ คืนความเงางาม ลดการหลุดล่วงของเส้นผมด้วยสารสกัดจากดอกลินเดน (Tilicine) และน้ำมันสกัดจากเมล็ดเชีย (Chia seed oil) เพื่อผมนุ่มลื่น น่าสัมผัส

"ธัญ" เผยเคล็ด(ไม่)ลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญฝุ่น PM2.5 และความร้อน

‘แอดวานซ์ โพรเทคทีฟ แฮร์ เซรั่ม’ (Advance protective hair serum) ขนาด 100 มล. ราคา 675 บาท เซรั่มบำรุงผมเพื่อการปกป้องและฟื้นฟูสภาพเส้นผมจากความร้อน และสารเคมีจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมสูตรบางเบา พร้อมซึมซาบเข้าบำรุงเกล็ดผมทันทีที่ใช้ เหมาะกับทุกสภาพเส้นผม อุดมด้วยคุณค่าสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด อาทิ น้ำมันอาร์แกนออยล์ออแกนิค (Organic argan oil), น้ำมันมะกอกออแกนิค (Organic olive oil), สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) และสารสกัดจากรากมาคา (Maca root extract)

‘แฮร์ มาส์ก’ (Hair mask) ขนาด 100 มล. ราคา 800 บาท ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ โดดเด่นด้วยส่วนผสมของสารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ช่วยเสริมความแข็งแรงกับเส้นผมที่แห้งเสีย รวมถึงทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ (Anti-oxidant) ตามธรรมชาติ พร้อมคุณค่าของน้ำมันสกัดเข้มข้นจากอาร์แกนออแกนิค (Organic argan oil), เซราไมด์ โปรตีน (Ceramide protein), น้ำมันโจโจ้บา (Jojoba oil) และโปรตีนสกัดจากข้าวสาลี (Wheat protein) ช่วยบำรุงผมที่แห้งเสีย แตกหักง่าย ให้แข็งแรง เงางาม

ด้านเหล่าเซเลบริตี้สาวรักเส้นผมได้ร่วมกิจกรรม พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะให้สวยสุขภาพดีในแบบฉบับของตนเอง เริ่มที่คุณแม่สาวสวย เมลนีย์ อยู่วิทยา เผยว่า “ช่วงนี้ถือว่าไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเองเท่าที่ควร เนื่องจากระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาเมย์จะทุ่มเทเวลาไปกับการดูแลลูกเป็นส่วนใหญ่ ส่วนตัวแล้วเมย์เป็นคนที่แพ้ง่ายมาก ก็เลยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมเป็นพิเศษ โดยจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากธรรมชาติหรือมีส่วนผสมของสารสกัดออแกนิคที่เน้นเรื่องการบำรุงเส้นผมอะโรมาเธอราพี แชมพู เอ็กซ์ตร้า นูริชชิ่ง ฟอร์มูล่า เพราะนอกจากจะช่วยฟื้นสภาพเส้นผมให้กลับมามีสุขภาพดีแล้ว กลิ่นหอมที่ได้จากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติก็ช่วยให้เราผ่อนคลายและอารมณ์ดีได้ด้วย นอกจากนี้เมย์ก็จะหาเวลาระหว่างสัปดาห์เพื่อทำแฮร์ทรีทเม้นท์ที่บ้านด้วย แฮร์มาส์กและแฮร์เซรั่มเพื่อฟื้นฟูสภาพเส้นผมที่แห้งเสีย แตกหักง่าย ให้กลับมาแข็งแรง เงางาม และปกป้องเส้นผมจากความร้อนด้วย”

"ธัญ" เผยเคล็ด(ไม่)ลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญฝุ่น PM2.5 และความร้อน

ถัดมาที่สาวสังคม ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ เล่าว่า “กิ๊ฟเป็นคนที่ชอบทำสีผมตลอดเวลา ซึ่งคนที่ชอบทำสีผมเหมือนกันจะรู้ดีว่าจะต้องคอยหมั่นเติมสีที่โคนผมอยู่ตลอดเพื่อให้สีผมเสมอกัน ปัญหาที่ตามมาจากการทำสีผมก็คือ เส้นผมจะเสียและแห้งมาก ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เกี่ยวกับเส้นผมจึงต้องเหมาะกับผมทำสีโดยเฉพาะอย่างอีเดน บรีซ คัลเลอร์ ทรีท แฮร์ แชมพู สามารถทำความสะอาดเส้นผมได้อย่างอ่อนโยน ไม่ทำลายสีผม และควรมาร์คผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งด้วยแฮร์มาส์กซึ่งจะมีความเข้มข้นมากกว่าคอนดิชันเนอร์ทั่วไปหลายเท่าตัว หากใช้คู่กับแชมพูก็จะช่วยให้เส้นผมกลับมามีสุขภาพดีและเห็นผลเร็วยิ่งขึ้น เป็นวิธีง่ายๆ ที่เราสามารถทำเองได้ที่บ้านโดยไม่ต้องเสียเวลาไปทำแฮร์ทรีทเม้นท์ที่ร้านทำผมเลย และหลังจากสระผมเสร็จก็ไม่ลืมที่จะใช้แฮร์เซรั่มเพื่อปกป้องและฟื้นฟูสภาพเส้นผมก่อนเจอกับความร้อนจากไดร์เป่าผมด้วย”

ปิดท้ายที่ดีไซน์เนอร์สาว วัจณา เจริญสมสมัย เผยว่า “ปกติเราเป็นคนที่ไม่ทำสีและไม่ดัดผม จึงทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษา แต่หากช่วงไหนที่ต้องออกงานบ่อยๆ ก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้เครื่องหนีบหรือดัดลอนผม ทำให้เสี่ยงต่อผมแห้งเสียได้ง่าย ยิ่งช่วงนี้มลภาวะจากฝุ่นละออง PM2.5 เยอะมาก การทำความสะอาดเส้นผมจึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมาก เราจึงเลือกใช้แชมพูสูตรที่เน้นทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะที่มีส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากธรรมชาติที่เป็นออแกนิค โดยไม่ทำให้ผมแห้งเสียอย่างอะโรมาเธอราพี แชมพู ดีท็อกซิฟายอิ้ง ฟอร์มูล่า ร่วมกับการทำแฮร์ทรีทเม้นท์ที่บ้านเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นผมด้วยแฮร์มาส์กควบคู่กับการอบไอน้ำสัปดาห์ละครั้ง และควรใช้แฮร์เซรั่มบำรุงเส้นผมก่อนการหนีบหรือดัดลอนผม เพื่อเป็นการปกป้องเส้นผมจากความร้อนและมลภาวะด้วย”

สัมผัสผมนุ่มสลวย เงางาม อย่างสุขภาพดี ด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ‘แฮร์ แคร์ ซีรี่ส์’ (Hair care series) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 15 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต

จะดีแค่ไหน ถ้าเห็นภาพลูกได้ตั้งแต่เป็นตัวอ่อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/460089

จะดีแค่ไหน  ถ้าเห็นภาพลูกได้ตั้งแต่เป็นตัวอ่อน

จะดีแค่ไหน  ถ้าเห็นภาพลูกได้ตั้งแต่เป็นตัวอ่อน

4 มีนาคม 2564 – 11:08 น.

จะดีแค่ไหนถ้าคุณพ่อคุณแม่สามารถบันทึกภาพการเปลี่ยนแปลงของลูกได้ตั้งแต่วินาทีแรก

นายแพทย์พิชัย โชตินพรัตน์ภัทร ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์มา กว่า 25 ปี คลินิก Gifted IVF Udonthani กล่าวว่า จะดีแค่ไหนถ้าคุณพ่อคุณแม่สามารถบันทึกภาพการเปลี่ยนแปลงของลูกได้ตั้งแต่วินาทีแรก วันนี้ Gifted IVF Udonthani ช่วยสานฝันให้เป็นจริงได้แล้ว ด้วยเครื่องเลี้ยงตัวอ่อน EmbryoScope Plus เทคโนโลยีล่าสุดจากยุโรป ที่ถูกนำมาใช้ในคลินิกชั้นนำทั่วโลก โดยมีข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้กว่าล้าน Cycle ที่ช่วยการันตีความสำเร็จของเจ้าเครื่องดังกล่าว

จะดีแค่ไหน  ถ้าเห็นภาพลูกได้ตั้งแต่เป็นตัวอ่อน

ในการรักษาผู้มีบุตรยากโดยวิธีเด็กหลอดแก้ว (IVF,ICSI) นั้น ความท้าทายอย่างหนึ่งของขั้นตอนการรักษา คือการเลือกตัวอ่อนที่ดี มีแนวโน้มที่จะสามารถเจริญเติบโตเป็นทารกที่สมบูรณ์แข็งแรงในครรภ์ได้ วิธีการเลี้ยงตัวอ่อนแบบเดิมนั้น ในทุกๆ วันทางนักวิทย์ฯ จะสามารถนำตัวอ่อนออกมาจากตู้เลี้ยงได้เพียงวันละ 1 ครั้งเพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นครับ เพราะถ้าเอาออกมาบ่อยกว่านั้นจะเป็นการรบกวนและอาจเกิดการผิดพลาดได้ตลอดเวลา ซึ่งนั่นหมายความว่าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงของตัวอ่อนในช่วงระหว่างวันนั้นเราจะไม่สามารถรู้ได้เลยครับ

แต่ด้วยเทคโนโลยี EmbryoScope Plus ตัวอ่อนจะถูกดูแลอยู่ภายในเครื่องนี้ โดยเจ้าหน้าที่จะสามารถร่วมวิเคราะห์และเห็นพัฒนาการของตัวอ่อนตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 5 ได้อย่างต่อเนื่อง และคัดตัวอ่อนที่มีการเจริญเติบโตดีที่สุดเพื่อให้เกิดโอกาสสูงสุดในการตั้งครรภ์ครับ ซึ่งในระหว่าง 5 วันที่ตัวอ่อนอยู่ในเครื่อง EmbryoScope Plus นี้จะถูกควบคุมสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อน บวกรวมเข้ากับระบบการถ่ายภาพตัวอ่อนแบบ time-lapse จะเป็นการบันทึกข้อมูลทุกๆ 5 นาที ทำให้นักวิทย์ได้เห็นตัวอ่อนในทุกการเปลี่ยนแปลงและชัดเจนทุกมุมมองครับ ที่สำคัญทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเฝ้าดูการเจริญเติบโตของตัวอ่อนและเก็บคลิปพิเศษๆ นี้เพื่อเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆ ในอนาคตอย่างที่ไม่เคยมีเทคโนโลยีไหนทำได้มาก่อน ที่สำคัญไม่เป็นการรบกวนตัวอ่อนอย่างที่ผ่านมาด้วยครับ

คุณหมอกล่าวปิดท้ายอีกด้วยว่า แม้ว่า Gifted IVF Udonthani เราจะมีอัตราความสำเร็จจากการใส่ตัวอ่อนกลับสูงถึง 62-72% แต่เรายังคงไม่หยุดพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งยังค้นหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับคนไข้ของเราครับ  

# # #
ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก : นายแพทย์พิชัย โชตินพรัตน์ภัทร ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์มา กว่า 25 ปี คลินิก Gifted IVF Udonthani

LOVEiS Entertainment แจ้งข่าวดี คว้า “นนท์ ธนนท์” ร่วมค่าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/460034

LOVEiS Entertainment แจ้งข่าวดี คว้า “นนท์ ธนนท์” ร่วมค่าย

LOVEiS Entertainment แจ้งข่าวดี คว้า "นนท์ ธนนท์" ร่วมค่าย

3 มีนาคม 2564 – 18:10 น.

“จี๊บ เทพอาจ” ซีอีโอค่าย LOVEiS Entertainment ประกาศแจ้งข่าวดี คว้า “นนท์ ธนนท์” ร่วมค่าย เป็นของขวัญต้นปี 64 ให้ทุกคน

วันนี้ 3 มี.ค. 2564 “จี๊บ – เทพอาจ กวินอนันต์” ซีอีโอคนเก่ง เบื้องหลังศิลปินดังทั้งค่าย LOVEiS Entertainment ประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Jeep TK” คว้า “นนท์ ธนนท์” ร่วมค่าย เป็นของขวัญต้นปี 64 ให้ทุกคน

โดยมีใจความว่า สวัสดีครับแฟนๆ LOVEiS Entertainment ทุกท่าน ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผมอยู่ในวงการบันเทิง และกำลังขึ้นปีที่ 4 เรามีภารกิจที่สำคัญที่สุดในการทำงานนี้คือสร้างความสุขให้แฟนๆ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่ความสามารถเรามี

วันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เรากำลังจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำภารกิจดังกล่าวอย่างเต็มที่ “นนท์ ธนนท์” หนึ่งในศิลปินที่มีความสามารถในขั้นสูงสุด มีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างไม่มีใครในประเทศนี้เหมือน วันนี้ผมดีใจมากๆ ที่จะขอแจ้งให้แฟนๆ LOVEiS Entertainment และแฟนๆนนท์ทุกๆท่านทราบว่า เราได้ตัดสินใจมาทำงานสร้างสรรค์ศิลปะและสร้างความสุขให้ทุกๆ ท่านร่วมกัน

ทั้งนี้ เราต้องขอขอบคุณค่าย i am ที่สนับสนุน ให้ความรักและความเมตตานนท์มาโดยตลอด อีกทั้งยังคงจะมีโปรเจ็คร่วมกันกับ LOVEiS Entertainment ทั้งในส่วนของนนท์ และศิลปินท่านอื่นๆอีกด้วย

LOVEiS Entertainment แจ้งข่าวดี คว้า "นนท์ ธนนท์" ร่วมค่าย

สุดท้ายนี้ ผมขอฝากนนท์และศิลปินทุกๆท่านในบ้านหลังนี้ หวังว่าเราจะได้รับการสนับสนุนจากแฟนๆทุกๆท่านอย่างน่ารักเหมือนที่ผ่านมานะครับ

ปล สุขสันต์วันเกิดนนท์ล่วงหน้าด้วยนะครับ รักนะ จุ๊บๆ

ปล 2 กลางเดือนมีนาคมน่าจะมีอะไรมาให้ชมให้ฟังกัน อย่าลืมติดตามกันนะครับ

รักเสมอ

JEEP เทพอาจ กวินอนันต์
CEO LOVEiS Entertainment

LOVEiS Entertainment แจ้งข่าวดี คว้า "นนท์ ธนนท์" ร่วมค่าย

ปังขั้นสุด “ชมพู่ อารยา” แฟชั่นนิสต้าตัวแม่ ผันตัวสู่ธุรกิจ E-Commerce #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/460032

ปังขั้นสุด “ชมพู่ อารยา” แฟชั่นนิสต้าตัวแม่ ผันตัวสู่ธุรกิจ E-Commerce

ปังขั้นสุด "ชมพู่ อารยา" แฟชั่นนิสต้าตัวแม่ ผันตัวสู่ธุรกิจ E-Commerce

3 มีนาคม 2564 – 18:00 น.

ปังขั้นสุด “ชมพู่ อารยา” แฟชั่นนิสต้าตัวแม่ ผันตัวสู่ธุรกิจ E-Commerce ยอดทะลุเป้า โตสวนกระแสเศรษฐกิจยุคโควิด

หลังจากที่เปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าเด็กแนว Street ของตัวเองในนาม “SAIFAH BHAYU” เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยให้ลูกชายฝาแฝด “น้องสายฟ้า” และ “น้องพายุ” เป็นพรีเซ็นเตอร์ก็ปังข้ามปีกันไปแล้ว

ชมพู่ อารยา

ล่าสุดแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ของวงการบันเทิงไทย ชมพู่ อารยา ได้เปิดตัวเว็บไซต์ http://www.hausofabbi.com แพล็ตฟอร์มสำหรับช้อปปิ้งออนไลน์สุดปัง เอาใจนักช้อปด้วยสินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ดังที่แม่ชมคัดสรรเอง

โดยเป็นการ Collab ระหว่างแม่ชมกับเหล่า Thai Designers ตัวท็อป มาเสิร์ฟสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่มีขายที่ช่องทาง Haus of Abbi เท่านั้น อาทิ La Boutique , Kloset , Tohns , Theatre , Janesuda , Aristotle bag , O&B , Tango , Pony Stone , TandT , Vatanika , Matter Makers , Gemster ฯลฯ

เรียกได้ว่าฮอตสุดๆ ลงขายสินค้าตัวไหนปุ๊บ ก็ Sold out ปั๊บ ลูกค้าแย่งกันกดซื้อไวมากกก บอกเลยฟีดแบ็กดีเวอร์

กระซิบกันตรงนี้สำหรับนักช้อปเข้าไปตำกันได้เลยที่ http://www.hausofabbi.com หรือทาง Line @hausofabbi

ชมพู่ อารยา
ชมพู่ อารยา
ชมพู่ อารยา
ชมพู่ อารยา
ชมพู่ อารยา
ชมพู่ อารยา
ชมพู่ อารยา
ชมพู่ อารยา

Lazada 3.3 ลดแรงสูงสุด 70% วันเดียวเท่านั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/459911

Lazada 3.3 ลดแรงสูงสุด 70% วันเดียวเท่านั้น

Lazada 3.3 ลดแรงสูงสุด 70% วันเดียวเท่านั้น

2 มีนาคม 2564 – 15:57 น.

Lazada 3.3 ลดแรงสูงสุด 70% วันเดียวเท่านั้น รวมท้อปดีลแบรนด์ดัง ลดเยอะ ลดแรงเฉพาะ 3.3

เตรียมตัวกันให้พร้อม วันนี้วันเดียวเท่านั้นกับลาซาด้า 3.3 ช้อปสินค้าจากแบรนด์ดัง ได้ส่วนลดหลายต่อ โปรโมชั่นจัดเต็มให้ทุกคนได้ช้อปแบบจุใจกันแน่นอน 

Lazada 3.3 ลดแรงสูงสุด 70% วันเดียวเท่านั้น

รวมโปรโมชั่นลดแรงรับ 3.3

E-voucher McDonald’s Chocolate Sundae / Strawberry Sundae

สำหรับสายของหวาน ขอแนะนำ คูปองแมคซันเด ไอศครีมสำหรับรสช็อกโกแลต และสตรอว์เบอร์รี่

Lazada 3.3 ลดแรงสูงสุด 70% วันเดียวเท่านั้น

Android Smart TV 32”

สมาร์ททีวี ความละเอียดของภาพระดับ HD Ready ที่มาพร้อมกับระบบ AI ซึ่งจะช่วยปรับปรุงภาพ เสียง และระบบอื่นๆอีกมากมายภายในตัวเครื่องพร้อม Google Voice search สามารถสั่งการค้นหาสิ่งที่คุณต้องการได้เพียงแค่ใช้เสียงของคุณ และรองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น เน็ตฟลิกซ์ ยูทูป หรือไลน์ทีวี ตอบสนองความบันเทิงในการใช้งานได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด 

Lazada 3.3 ลดแรงสูงสุด 70% วันเดียวเท่านั้น

Solomon ชุดหมอนป้องกันไรฝุ่น

คุณภาพที่จะช่วยให้การนอนหลับของคุณเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดด้วยหมอนหนุนใยสังเคราะห์จาก Solomon ชุดหมอนหนุนป้องกันไรฝุ่น ที่จะช่วยแก้ปัญหาและช่วยให้คุณหลับได้สบายได้ดียิ่งขึ้น มาพร้อมกับโปรโมชั่นหมอนหนุน 2 ใบ จากราคา 1,199 บาท เหลือเพียง 345 บาท และฟรีหมอนข้าง 1ใบทันที

Lazada 3.3 ลดแรงสูงสุด 70% วันเดียวเท่านั้น

Eucerin Ultrawhite + Spotless Double Booster Serum

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้ายูเซอรีน อัลตร้าไวท์ พลัส สปอตเลส ดับเบิ้ล บูสเตอร์ เซรั่ม ที่สามารถช่วยลดจุดด่างดำโดยไม่ต้องทำการรักษาด้วย Laser อีกต่อไป ซึ่งนอกจากจะช่วยลดจุดด่างดำแล้ว ยังมีส่วนผสมของ Hyaluronic acid ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า แถมยังช่วยลดริ้วรอยในขวดเดียว

#Lazada #ลาซาด้า #ช้อปปิ้งออนไลน์ #คมชัดลึก

ทวงบัลลังก์สามีแห่งชาติ “ปีเตอร์ คอร์ป” อวดหุ่นแซบกระชากใจสาวๆ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/459897

ทวงบัลลังก์สามีแห่งชาติ “ปีเตอร์ คอร์ป” อวดหุ่นแซบกระชากใจสาวๆ

ทวงบัลลังก์สามีแห่งชาติ "ปีเตอร์ คอร์ป" อวดหุ่นแซบกระชากใจสาวๆ

2 มีนาคม 2564 – 14:40 น.

“ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล” ทวงบัลลังก์สามีแห่งชาติ อวดหุ่นแซบกระชากใจสาวแท้สาวเทียม

เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มที่ทำสาวๆคลั่งกันทั้งบ้านทั้งเมือง สำหรับหนุ่ม ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล นักร้องนักแสดงและนายแบบยุค 90 ที่โด่งดังแบบสุดขีดไม่ว่าจะเป็นผลงานเพลง และเป็นนายแบบฮอตแห่งยุค 20 กว่าปีที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าตัวสลัดผ้าโชว์หุ่นแซบขึ้นปกนิตยสาร ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่น้ำลายหกกันเป็นแถวๆ

ทวงบัลลังก์สามีแห่งชาติ "ปีเตอร์ คอร์ป" อวดหุ่นแซบกระชากใจสาวๆ

ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ในวัย 45 ปี กับเซตภาพสุดเซ็กซี่ที่ใส่เสื้อกล้ามกางเกงยีนส์ โชว์ซิกแพกแน่นๆ เห็นแล้วต้องขยี้ตาแรงๆ ยิ่งอายุเยอะยิ่งเด็ด น่ากินไม่แพ้สมัยเข้าวงการใหม่ๆ งานนี้ต้องยกความดีให้ ไฮโซน้ำหวาน – พัสวี พยัคฆบุตร ภรรยาหนุ่มนาวินตาร์ ที่จับหนุ่มปีเตอร์มาบิ้วใหม่ด้วยการให้ผลิตภัณฑ์ลูก้าบิ้ล มาเป็นตัวช่วยในการดูแลรูปร่างให้กลับมาฟิตเหมือนเดิม ไม่ปล่อยให้หุ่นพังไปตามกาลเวลา สมแล้วที่สาวๆเทใจยกให้เป็นสามีแห่งชาติ

ทวงบัลลังก์สามีแห่งชาติ "ปีเตอร์ คอร์ป" อวดหุ่นแซบกระชากใจสาวๆ
ทวงบัลลังก์สามีแห่งชาติ "ปีเตอร์ คอร์ป" อวดหุ่นแซบกระชากใจสาวๆ
ทวงบัลลังก์สามีแห่งชาติ "ปีเตอร์ คอร์ป" อวดหุ่นแซบกระชากใจสาวๆ
ทวงบัลลังก์สามีแห่งชาติ "ปีเตอร์ คอร์ป" อวดหุ่นแซบกระชากใจสาวๆ
ทวงบัลลังก์สามีแห่งชาติ "ปีเตอร์ คอร์ป" อวดหุ่นแซบกระชากใจสาวๆ

บอสหญิงแปซิฟิกา นำทีม 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก TAG Heuer ร่วมกับ Porsche สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ รังสรรค์นาฬิกาหรู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/459743

บอสหญิงแปซิฟิกา นำทีม 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก TAG Heuer ร่วมกับ Porsche สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ รังสรรค์นาฬิกาหรู

บอสหญิงแปซิฟิกา นำทีม 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก TAG Heuer ร่วมกับ Porsche สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ รังสรรค์นาฬิกาหรู

1 มีนาคม 2564 – 08:28 น.

“โศภนา เลวิจันทร์” บอสหญิงแปซิฟิกา นำทีม 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก TAG Heuer ร่วมกับ Porsche สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ รังสรรค์นาฬิกาหรู

จดบันทึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ เมื่อบอสหญิง โศภนา เลวิจันทร์ แห่งแปซิฟิกา ผู้ดูแลธุรกิจแบรนด์ชั้นนำในกลุ่มแฟชั่น บิวตี้ และไลฟ์สไตล์ในเครือกว่า 17 แบรนด์ จัดงาน TAG Heuer: Discover A New Global Partnership นำทีม 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มีดีเอ็นเอด้านมอเตอร์สปอร์ตและการแข่งขันเหมือนกัน อย่างTAG Heuer กับ Porsche ที่สร้างปรากฏการณ์เป็นพันธมิตรระยะยาวทั้งในการลงสนามแข่งขันและการรังสรรค์ผลงานนาฬิกา มาร่วมอวดโฉมนาฬิการุ่นพิเศษชิ้นแรก โดยมีเหล่านาฬิกาเลิฟเวอร์และเซเลบริตี้ดัง แคทเธอรีน มาลีนนท์, วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, สาวิตรี โรจนพฤกษ์, สมปราชญ์ อนุราษฎร์, เอมี่ อนุราษฎร์ พร้อมด้วยพระเอกดัง เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ในฐานะแขกคนพิเศษมาร่วมอัปเดต

บอสหญิงแปซิฟิกา นำทีม 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก TAG Heuer ร่วมกับ Porsche สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ รังสรรค์นาฬิกาหรู
บอสหญิงแปซิฟิกา นำทีม 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก TAG Heuer ร่วมกับ Porsche สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ รังสรรค์นาฬิกาหรู

โศภนา เลวิจันทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริษัท แปซิฟิกา กล่าวว่า “งานนี้นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ซึ่งมั่นใจว่าสร้างความตื่นเต้นและปลื้มใจให้แก่แฟนๆ ของ 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่จาก 2 วงการ คือ TAG Heuer แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิส และ Porsche แบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูงระดับตำนานจากประเทศเยอรมนี ที่มาจับมือร่วมกันเป็นพันธมิตรและรังสรรค์นาฬิการุ่นพิเศษชิ้นแรก TAG Heuer Carrera Porsche Chronograph (แทค ฮอยเออร์ คาร์เรรา ปอร์เช โครโนกราฟ) ให้บรรดาคนรักนาฬิกาได้ยลโฉม และร่วมเฉลิมฉลองการทำงานร่วมกันของทั้งสองแบรนด์ พร้อมอัปเดตและทำกิจกรรมต่างๆ กับทางแบรนด์ โดยนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นพิเศษ TAG Heuer Carrera Porsche Chronograph นี้ มีต้นแบบการดีไซน์จากนาฬิการุ่น TAG Heuer Carrera Sport Chronograph ขอบหน้าปัดมีสเกลทาคีมิเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ และได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดีไซน์ของ Porsche ผสมผสานและสะท้อนความเป็นเลิศของหัวใจสำคัญทั้งสองแบรนด์ไอคอนแห่งประสิทธิภาพ ทั้งด้านคุณภาพ และนวัตกรรมได้อย่างลงตัว ซึ่งมั่นใจว่าผลงานนาฬิการุ่นพิเศษนี้ที่โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชั่นจะกลายเป็นรุ่นโปรดเรือนใหม่ที่เข้าไปอยู่ในใจหลายๆ คนในเวลานี้”

บอสหญิงแปซิฟิกา นำทีม 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก TAG Heuer ร่วมกับ Porsche สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ รังสรรค์นาฬิกาหรู
บอสหญิงแปซิฟิกา นำทีม 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก TAG Heuer ร่วมกับ Porsche สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ รังสรรค์นาฬิกาหรู

ร่วมสัมผัสความพิเศษและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TAG Heuer Stores ทั้ง 4 สาขาที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  ชั้น 1, โทร 096-769-1586, ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น M, โทร 063-873-2931, ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแค ชั้น G, โทร 082-082-8279, ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ชั้น G, โทร 063-859-4025

ตรวจ C1-INH ได้แล้วในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก HAE #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/459443

ตรวจ C1-INH ได้แล้วในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก HAE 

ตรวจ C1-INH ได้แล้วในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก HAE 

25 กุมภาพันธ์ 2564 – 13:50 น.

ตรวจ C1-INH ได้แล้วในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก HAE 

ข่าวดีเพื่อผู้ป่วยโรค HAE  และผู้ที่สงสัยในอาการของตัวเอง เช่นเกิดอาการบวมใต้ชั้นผิวหนังโดยไม่อาจระบุสาเหตุได้ สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองและตรวจเลือดฟรีเพื่อค้นหาความผิดปกติของสารยับยั้งเอนไซม์ C1-INH ได้ในโรงพยาบาลของรัฐจากเดิมที่การส่งตรวจเลือดจำเป็นต้องพึ่งพาห้องปฏิบัติการตรวจวินิฉัยในต่างประเทศเท่านั้น  

รศ.พญ.พรรณทิพา ฉัตรชาตรี  นายกสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โรค HAE (Hereditary angioedema) จัดอยู่ในกลุ่มโรคหายากที่มีอุบัติการณ์น้อยมาก (ทั่วโลกพบอุบัติการณ์โดยประมาณ 1 ต่อ 50,000) เป็นโรคที่เกิดจากพันธุกรรมถ่ายทอดโดยยีนเด่น  มีอาการบวมเฉียบพลันที่อวัยวะต่างๆ และเป็นอาการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวมักจะแสดงอาการเมื่อเด็กเริ่มโตหรือเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น บางรายพบอาการเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว สาเหตุของโรคมาจากความผิดปกติของโปรตีนในเลือดที่ชื่อ C1 esterase-inhibitor (C1-INH) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและระบบการแข็งตัวของเลือด หากการทำงานของโปรตีนดังกล่าวลดลงจะทำให้เกิดการบวมที่บริเวณใบหน้า ลิ้น  ปาก และส่วนอื่นๆของร่างกายได้ บางกรณีอาจมีการบวมของลำไส้ทำให้ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ในขณะที่หากอาการบวมเกิดในระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยจะเสี่ยงต่อการขาดอากาศ ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรงมากอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ฉับพลันหากไม่ได้รับตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างถูกต้อง 

ตรวจ C1-INH ได้แล้วในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก HAE 

ผู้ป่วยที่มีอาการในครั้งแรกมักจะคิดว่าตัวเองเป็นภูมิแพ้เพราะอาการโรค HAE มีความคล้ายคลึงกัน แต่จริงๆ แล้ว HAE ต่างจากภูมิแพ้ในหลายประเด็น ได้แก่ 1) อาการบวมฉับพลันของอวัยวะต่างๆ เป็นอาการบวมที่ไม่มีผื่นลมพิษร่วมด้วย  2) มีอาการบวมและเจ็บปวดและไม่มีอาการคัน 3) อาการบวมมากอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้หากบวมในระบบทางเดินหายใจ  เช่น ปาก  ลิ้น  คอ  4) อาการภูมิแพ้จะหาสาเหตุพบว่าแพ้อะไร แต่ HAE จะไม่พบว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นอาการ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่มีอาการบวมหากไม่รุนแรงและไม่ได้บวมที่อวัยวะสำคัญ อาการบวมนั้นจะหายเองได้ภายใน 3-4 วัน  และกลับมาบวมได้อีกเป็นระยะๆ

ที่ผ่านมา อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การตรวจวินิจฉัยโรค HAE มีความล่าช้าเป็นเพราะโรงพยาบาลไม่ได้จัดให้มีการตรวจเลือดผู้ป่วยที่มีอาการบวมฉับพลันตามอวัยวะต่างๆ เพื่อหาความผิดปกติของสารยับยั้งเอนไซม์ C1-INH เนื่องจากเคสที่พบมีน้อยและต้องทำการตรวจในห้องปฏิบัติการพิเศษ  โดยหากจำเป็นต้องตรวจเพื่อทดสอบ C1-INH โรงพยาบาลต้องส่งตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยไปให้ห้องปฏิบัติการในต่างประเทศดำเนินการ เช่น สหรัฐอเมริกาหรือสิงคโปร์  ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงเป็นภาระของผู้ป่วยและครอบครัว  

ตรวจ C1-INH ได้แล้วในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก HAE 

อย่างไรก็ตาม มีความพยายามผลักดันและประสานความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย กลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  โรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์  สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืดและวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย ชมรมผู้ป่วยโรค HAE แห่งประเทศไทยซึ่งอยู่ภายใต้มูลนิธิผู้ป่วยโรคหายาก และบริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทชีวเวชภัณฑ์ผู้วิจัยและพัฒนายารักษาสำหรับกลุ่มโรคหายาก  ที่ช่วยสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการจัดตั้งห้องปฏิบัติการใช้สำหรับทดสอบโปรตีนคอมพลิเมนต์ในประเทศไทย ในโรงพยาบาลของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  โรงพยาบาลรามาธิบดี และสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี  ซึ่งสามารถรับคนไข้ส่งต่อจากทั่วประเทศไทยเข้ามารับการตรวจคัดกรองโรคและตรวจเลือดโดยผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้ แต่ละโรงพยาบาลอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการให้บริการ  หากผู้ป่วยต้องการขอรับการตรวจคัดกรองโรค ควรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนเพื่อทำการนัดหมายล่วงหน้ากับทางโรงพยาบาลในการเตรียมความพร้อมและช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้ารับบริการ

รศ.พญ.พรรณทิพา กล่าวด้วยว่า สมาคมโรคภูมิแพ้ฯ  ในฐานะตัวกลางประสานงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ มีภารกิจสำคัญต่อเนื่องสำหรับการกำหนดทิศทางการดูแลรักษาผู้ป่วย HAE ในระยะต่อไป ได้แก่  1) เร่งพัฒนาเครือข่ายระบบเพื่อการส่งต่อผู้ป่วยทั่วประเทศเพื่อเพิ่มอัตราการตรวจคัดกรองโดยมีแผนจะเพิ่มจำนวนห้องปฏิบัติการตรวจ C1-INH ในโรงพยาบาลศูนย์จังหวัดใหญ่ของแต่ละภาค   2) ทำวิจัยเพื่อค้นหาผู้ป่วย HAE ในเชิงลึกเพื่อจัดทำเป็นข้อมูลโดยละเอียดทั้งจำนวนผู้ป่วย  อัตราการอุบัติการณ์ในไทย การปฏิบัติตัวของผู้ป่วย  ประวัติการใช้ยา  วิธีตรวจวินิจฉัยและอื่นๆ  ซึ่งการวิจัยนี้จะดำเนินการภายใต้ทุนสนับสนุนการวิจัยของสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืดและวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยแพทย์ต่างๆ และทุนสนับสนุนองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการดูแลผู้ป่วย จากบริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด  3) ทำงานร่วมกับชมรมผู้ป่วยโรค HAE แห่งประเทศไทย ประสานงานไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกี่ยวกับการนำเข้าและขึ้นทะเบียนยารักษาโรคHAE ที่ตอนนี้กำลังเตรียมผลักดันให้ได้เร็วที่สุด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคของผู้ป่วย     

รศ.พญ.พรรณทิพา  ย้ำว่า  “สังคมไทยเริ่มรู้จักและเข้าใจกลุ่มโรคหายากมากขึ้น จึงอยากให้ “วันโรคหายาก” (Rare Disease Day) ซึ่งทั่วโลกกำหนดไว้คือวันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวาระเริ่มต้นให้ประชาชนได้มีความตระหนักมากขึ้นเกี่ยวกับโรค HAE ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยสามารถมีห้องปฏิบัติการตรวจC1-INH ได้อย่างแม่นยำแล้ว หมอเชื่อว่า การที่ไทยเราสามารถตรวจเลือดทดสอบ C1-INH ได้เอง จะช่วยให้ในอนาคตการตรวจวินิจฉัยและการรักษา HAE ทำได้เร็วขึ้นและจะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น” 

วิธีเลี้ยงปลากัด สัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/459421

วิธีเลี้ยงปลากัด สัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย

วิธีเลี้ยงปลากัด สัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย

25 กุมภาพันธ์ 2564 – 10:44 น.

วิธีเลี้ยง “ปลากัด” สัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย

ปลากัด ถือเป็นปลายอดนิยมและพบเห็นได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นตามงานขายสัตว์เลี้ยงหรือตามตลาดนัดทั่วไป เนื่องจากเป็นปลาที่ทั้งสามารถเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงาม หรือเลี้ยงไว้เพื่อให้เป็นปลานักสู้ก็ได้เช่นกัน โดยปลากัดที่ถูกเลี้ยงในประเทศไทยจะถูกจัดว่าเป็นปลากัดที่มีความสามารถและอดทนมากที่สุด จึงได้รับความนิยมจากทั้งคนในประเทศและนอกประเทศในชื่อของปลานักสู้เป็นอย่างมาก จนถึงขนาดเรียกได้ว่าเป็นเกมกีฬาประเภทหนึ่ง และมีสถานที่สำหรับเดิมพันในการต่อสู้กันของปลากัด หรือเรียกอีกอย่างว่า บ่อนปลากัด ตั้งขึ้นในหลายพื้นที่ตามความนิยมของการเลี้ยงในพื้นที่นั้นๆ

วิธีเลี้ยงปลากัด สัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย

ภาพถ่ายโดย Chevanon Photography จาก Pexels

วิธีการเลี้ยงปลากัด 

ปลากัดเป็นปลาพื้นบ้านและสัตว์น้ำประจำชาติไทย อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำนิ่ง เช่น หนอง บึง หรือชายทุ่งนา จึงมีความอดทนสูง โอกาสตายน้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทนทานได้ทุกสภาพแวดล้อม ซึ่งปัจจัยแวดล้อมที่สำคัญที่สุดคือที่อยู่อาศัยและน้ำที่ใช้ ที่ที่ใช้เลี้ยงปลากัดที่เหมาะสมจึงควรจะเป็น ขวดโหล หรือแก้วใส่บรั่นดีขนาดใหญ่ แต่ก่อนจะนำปลากัดมาใส่ในตู้ปลาที่เราเตรียมไว้ จำเป็นต้องนำถุงปลากัดมาแช่ไว้ในตู้ปลาก่อน เพื่อเป็นการปรับอุณหภูมิ และทำให้ปลาคุ้มเคยกับที่อยู่ใหม่ แล้วจึงค่อยปล่อยปลาลงไปในตู้ปลา ซึ่งตู้ปลากัดไม่จำเป็นต้องใช้ออกซิเจน เพราะปลากัดสามารถว่ายขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อหายใจได้ แต่หากเลี้ยงเพื่อความสวยงามก็สามารถเลี้ยงในตู้ที่ใส่เครื่องพ่นออกซิเจน จะช่วยให้ปลากัดรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้น เรื่องการเปลี่ยนถ่ายน้ำก็สำคัญเช่นกัน ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง มีวิธีการดังนี้

  1. นำปลาไปพักไว้ในที่พักปลา 
  2. เอาสิ่งสกปรกที่ตกตะกอนออกจากตู้ปลา 
  3. เก็บน้ำเก่าในตู้ปลาไว้ 1 ใน 3 ของตู้ปลาเพื่อรักษาสมดุลของแบคทีเรีย 
  4. เติมน้ำใหม่เข้าไป 2 ใน 3 สำหรับข้อควรระวังตรงจุดนี้คือ น้ำประปาใหม่ที่เติมเข้ามาต้องเป็นน้ำที่ตั้งทิ้งไว้ 2-3 วันก่อน ให้คลอรีนระเหย จึงค่อยนำไปใส่ตู้ปลา และห้ามเติมน้ำเต็มตู้ปลา เพราะปลากัดจะกระโดดหนีออกจากตู้ได้ 
  5. หลังจากทำการถ่ายน้ำ ให้ใส่เกลือเม็ด หรือเกลือธรรมชาติตามลงไปในตู้ปลาเล็กน้อย จะช่วยทำให้ปลารู้สึกผ่อนคลาย และเพิ่มภูมิต้านทานโรค จากนั้นจึงนำปลากัดจากที่พักปลามาใส่ในตู้ปลาตามเดิม
วิธีเลี้ยงปลากัด สัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย

ภาพถ่ายโดย Tim Mossholder จาก Pexels

อาหารของปลากัด

ปลากัดเป็นปลาที่กินเก่ง โดยปกติจะกินอาหาร 2 มื้อต่อวัน เช้า-เย็น จะแบ่งอาหารได้เป็น 2 ประเภทได้แก่

  1. อาหารปลาสำเร็จรูป เป็นอาหารที่ทำมาจากพืชและเนื้อสัตว์ผสมรวมกันอัดเม็ด มีคุณค่าทางอาหารสูง ช่วยเพิ่มสีสันความสวยงาม ไม่ควรให้ปลากัดขนาดเล็กกิน เนื่องจากฟันยังไม่แข็งแรงพอ อาหารสำเร็จรูปแบบเกล็ดจะเหมาะกับปลากัดที่สุด เพราะกินง่ายและลอยอยู่บนผิวน้ำ
  2. อาหารที่มีชีวิต โดยทั่วไปปลากัดจะชอบกินอาหารที่มีชีวิตมากกว่าอาหารสำเร็จรูป สามารถให้ปลากัดกินได้ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงโตเต็มวัย แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาดของตู้ปลา และอาหารที่มีชีวิตมักจะมีเชื้อโรคติดมาด้วย จึงควรนำไปล้างน้ำให้สะอาดก่อน เช่น ลูกน้ำยุงลาย หนอนแดง และไรทะเล
  3. อาหารเสริม เป็นอาหารที่จะช่วยเร่งสีของปลากัดให้เป็นไปอย่างธรรมชาติ เร็วมากกว่าอาหารที่มีชีวิตหรืออาหารสำเร็จรูป แต่ต้องนำไปบดให้ละเอียดซะก่อนจะนำไปให้ปลากัด เช่น เต้าหู้ไข่ ไข่ต้มละลายน้ำ และไข่ตู่น 
วิธีเลี้ยงปลากัด สัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย

ภาพถ่ายโดย Ken Benitez จาก Pexels

การใช้ใบหูกวางแห้งเลี้ยงปลากัด

ใบหูกวาง เป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับการเลี้ยงปลากัด ใบหูกวางจะมีสารที่ชื่อว่า แทนนิน ซี่งจะช่วยลดความเครียด สุขภาพดีขึ้น ป้องกันการติดเชื้อ และยังส่งผลอ่อนๆทำให้สีสันลวดลายของปลากัดมีความสวยงามมากขึ้น 

วิธีเลี้ยงปลากัด สัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย

ภาพถ่ายโดย Migs Reyes จาก Pexels

“ก้อย” นำทีม 2 สาวเพื่อนซี้ “นัตตี้-ดรีม” พิชิตภารกิจเล่นสเก็ตบอร์ดสุดมันส์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/459349

“ก้อย” นำทีม 2 สาวเพื่อนซี้ “นัตตี้-ดรีม” พิชิตภารกิจเล่นสเก็ตบอร์ดสุดมันส์

"ก้อย" นำทีม 2 สาวเพื่อนซี้ "นัตตี้-ดรีม" พิชิตภารกิจเล่นสเก็ตบอร์ดสุดมันส์

24 กุมภาพันธ์ 2564 – 16:08 น.

“ก้อย” นำทีม 2 สาวเพื่อนซี้ “นัตตี้-ดรีม” ร่วมเปิดตัวลูกอมฮอลล์ Halls XS Red Bull รสชาติใหม่คูลสุดขั้ว พร้อมพิชิตภารกิจเล่นสเก็ตบอร์ดสุดมันส์

บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านขนมและของว่าง
ท้า 3 สาวเพื่อนซี้ Youtuber สุดฮ็อต “ก้อย-นัตตี้-ดรีม” มาร่วมไลฟ์เปิดตัวลูกอมฮอลล์ Halls XS Red Bull ฮอลล์ เอ็กซ์เอส (เครื่องหมายการค้า เรดบูล) (ลูกอมชูการ์ฟรีกลิ่นผลไม้รวม) เพื่อพิสูจน์ความคูลสุดขั้วของลูกอมฮอลล์รสชาติใหม่พร้อมพิชิตภารกิจเล่นสเก็ตบอร์ดมันส์ๆ กับ Halls XS Red Bull ไปกับแฟนๆ ทางเฟซบุ๊กเพจ http://www.facebook.com/HallsThailand/

"ก้อย" นำทีม 2 สาวเพื่อนซี้ "นัตตี้-ดรีม" พิชิตภารกิจเล่นสเก็ตบอร์ดสุดมันส์

นายอนุรักษ์ อากาวัล ผู้จัดการอาวุโสผลิตภัณฑ์ลูกอมฮอลล์ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฮอลล์เป็นแบรนด์ลูกอมระดับโลกที่ทำหน้าที่ส่งมอบ “ความเย็นซ่า” ให้กับคนไทยมาถึง 55 ปี เราพยายามคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ของเรา เพื่อคงความเป็นผู้นำและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ ล่าสุด เราได้เขย่าวงการลูกอมอีกครั้ง ด้วยการนำรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของ Red Bull มาพัฒนาเป็นลูกอม   Halls XS Red Bull ลูกอมเม็ดเล็ก ผสานความเย็นซ่าไม่เหมือนใคร ปราศจากน้ำตาล โดยมีให้เลือกซื้อ 2 ขนาดรูปแบบซอง ราคา 10 บาท และแบบกล่อง ราคา 25 บาท ให้ผู้บริโภคทุกไลฟ์สไตล์ได้เติมความคูลได้ทุกที่ทุกเวลา
 
ในงานไลฟ์เปิดตัวลูกอม Halls XS Red Bull ได้เชิญ 3 สาวเพื่อนซี้ ก้อย-อรัชพร โภคินภากร , นัตตี้-นันทนัท ฐกัดกุล และ ดรีม-อภิชญา พานิชตระกูล มาพิชิตภารกิจคูลสุดขั้วกับการเล่นสเก็ตบอร์ดกีฬาสุดเอ็กซ์ตรีมเป็นครั้งแรก พร้อมร่วมพูดคุยและทำกิจกรรมต่างๆ กับแฟนๆ แบบเรียลไทม์ ซึ่งทั้ง 3 สาวบอกว่ารู้สึกตื่นเต้นและสนุกมาก เพราะไม่เคยลองเล่นมาก่อน แม้จะกังวลกับภารกิจสุดหินในครั้งนี้ แต่ทั้ง 3 คน ก็สามารถพิชิตภารกิจของ Halls XS Red Bull ได้ไป

"ก้อย" นำทีม 2 สาวเพื่อนซี้ "นัตตี้-ดรีม" พิชิตภารกิจเล่นสเก็ตบอร์ดสุดมันส์

โดยสาวดรีม-อภิชญา พานิชตระกูล เป็นผู้ที่ทำเวลาได้ดีที่สุด และชนะภารกิจในครั้งนี้ไป คว้าสเก็ตบอร์ดจากฮอลล์เป็นของรางวัล หลังจากการทำภารกิจจบลงทั้ง 3 สาว ได้เพิ่มความเย็นซ่าด้วยลูกอมฮอลล์รสใหม่ Halls XS Red Bull สัมผัสกับความเย็นสุดขั้วที่คนรุ่นใหม่ต้องลอง

"ก้อย" นำทีม 2 สาวเพื่อนซี้ "นัตตี้-ดรีม" พิชิตภารกิจเล่นสเก็ตบอร์ดสุดมันส์

ก้อย-อรัชพร โภคินภากร นักแสดงสาวและยูทูบเบอร์ชื่อดัง เล่าทิ้งท้ายว่า ก่อนที่จะได้ร่วมภารกิจสเก็ตบอร์ดกับ Halls XS Red Bull ก็รู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นการเล่นสเก็ตบอร์ดครั้งแรกเลย แต่พอได้ลองเล่นแล้วก็สนุกดีค่ะ ปกติก้อยและเพื่อนๆ ชอบทำกิจกรรมแอคทีฟๆ อย่างการเต้นด้วยกันค่ะ เวลาที่เหนื่อย ก้อยก็จะพยายามหาอะไรที่ทานแล้วรู้สึกสดชื่น อย่างของที่มีรสหวานก็จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นค่ะ แต่เวลาเลือกทานก้อยจะเลือกที่ไม่มีน้ำตาล ซึ่ง Halls XS Red Bull ตอบโจทย์ความต้องการ แถมรสชาติยังอร่อยทานแล้วเย็นซ่ามากค่ะ

"ก้อย" นำทีม 2 สาวเพื่อนซี้ "นัตตี้-ดรีม" พิชิตภารกิจเล่นสเก็ตบอร์ดสุดมันส์
"ก้อย" นำทีม 2 สาวเพื่อนซี้ "นัตตี้-ดรีม" พิชิตภารกิจเล่นสเก็ตบอร์ดสุดมันส์
"ก้อย" นำทีม 2 สาวเพื่อนซี้ "นัตตี้-ดรีม" พิชิตภารกิจเล่นสเก็ตบอร์ดสุดมันส์
"ก้อย" นำทีม 2 สาวเพื่อนซี้ "นัตตี้-ดรีม" พิชิตภารกิจเล่นสเก็ตบอร์ดสุดมันส์