รับสิทธิ์ให้ไว ลองกานอยด์-รพ.เชียงใหม่ ฮอสพิทอล ผลักดันแพทย์ทางเลือกรักษาคนปวดเข่าและกล้ามเนื้อเรื้อรัง ฟรี 1,000 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/459305

รับสิทธิ์ให้ไว ลองกานอยด์-รพ.เชียงใหม่ ฮอสพิทอล ผลักดันแพทย์ทางเลือกรักษาคนปวดเข่าและกล้ามเนื้อเรื้อรัง ฟรี 1,000 ราย

รับสิทธิ์ให้ไว ลองกานอยด์-รพ.เชียงใหม่ ฮอสพิทอล ผลักดันแพทย์ทางเลือกรักษาคนปวดเข่าและกล้ามเนื้อเรื้อรัง ฟรี 1,000 ราย

24 กุมภาพันธ์ 2564 – 11:58 น.

รับสิทธิ์ให้ไว ลองกานอยด์-รพ.เชียงใหม่ ฮอสพิทอล ผลักดันแพทย์ทางเลือกรักษาคนปวดเข่าและกล้ามเนื้อเรื้อรัง ฟรี 1,000 ราย

นายแพทย์ บัญชา ใจตรง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงใหม่ ฮอสพิทอล ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการ “วิจัยประสิทธิผลครีมลองกานอยด์ ในการบำบัดอาการปวดข้อเข่าและปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแก่ผู้สูงวัยในยามที่โควิด-19 ระบาดจนทำให้ปัญหาเศรษฐกิจค่อนข้างสาหัสสำหรับประชาชน อาการปวดเข่าเรื้อรังมีสาเหตุมาจากข้อเสื่อม ซึ่งเป็นโรคที่ต้องดูแลรักษาต่อเนื่อง เพราะแม้จะผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมแล้ว แต่ก็ยังอาจพบอาการปวดเรื้อรังและผลข้างเคียงอื่นๆ อีกทั้งข้อเทียมมีอายุการใช้งานเฉลี่ยเพียง 10 ปี ที่สำคัญคือราคาสูง โดยทั่วไปจึงรักษาด้วยการทานยาหรือฉีดยาลดปวดอักเสบ แต่ก็ไม่เหมาะต่อการบรรเทาปวดเรื้อรัง เพราะยาเหล่านี้มีผลเสียต่อตับและไต แพทย์จึงไม่แนะนำให้ทานยาแก้ปวดต่อเนื่องนานเกินไป

โรงพยาบาลเชียงใหม่ ฮอลพิทอล เล็งเห็นความสำคัญของการรักษาโดยแพทย์ทางเลือกที่ปลอดภัย เพื่อลดการทานยาที่มีผลข้างเคียงอันตรายต่อตับและไต ทั้งนี้ได้มีการทดสอบพรีคลินิกกับอาสาสมัคร 50 ราย พบว่า“ครีมลองกานอยด์” มีประสิทธิภาพลดระดับอาการปวด (Pain Score) ได้น่าประทับใจถึง 96% ด้วยเหตุนี้ บจก. ลำไยอินโนเทค จึงมอบครีมลองกานอยด์มาให้บรรเทาผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นข้อ-เข่า-กล้ามเนื้อจำนวน 1,000 คน เป็นเวลา 3 เดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น 

“ลองกานอยด์” มีงานวิจัยยืนยันประสิทธิภาพการดูแลภาวะข้อเสื่อมและกล้ามเนื้ออักเสบ ได้รับรางวัลการันตีถึง 9 สถาบันทั่วโลก อาทิ เหรียญทองนวัตกรรมโลกจากสวิสเซอร์แลนด์ เหรียญเชิดชูเกียรติจากสถาบันนวัตกรรมแห่งชาติไต้หวันและเกาหลี ได้รับรางวัลสมุนไพรคุณภาพและดีเด่นจากกรมแพทย์แผนไทยฯ กระทรวงสาธารณสุขถึง 2 ปีซ้อน จึงมั่นใจได้ในคุณภาพ ปลอดภัยไม่มีสเตียรอยด์

โครงการนำร่องนี้เปิดรับผู้ป่วยในเขตจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียงก่อนจากนั้น “ลองกานอยด์” จะขยายความร่วมมือไปยังภูมิภาคอื่นๆต่อไป ผู้สนใจรีบลงทะเบียนเพื่อเข้าโครงการรักษาฟรีโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ ศูนย์นวัตกรรมสุขภาพแบบครบวงจร โรงพยาบาลเชียงใหม่ ฮอสพิทอลโทร. 053-215021 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือเพียงแค่แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรประกันสังคม ที่เวชระเบียน โรงพยาบาลเชียงใหม่ ฮอสพิทอล (ช่วงเวลา 08.00-16.00 น.) 

คุณหมอบัญชา ย้ำว่าโครงการนี้ฟรีเพื่อคนไทย นอกจากนี้ผู้สนใจยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ “ชะลอโรคชะลอวัย” ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ ณ ชั้น 3 แผนกแพทย์ทางร่วม โรงพยาบาลเชียงใหม่ ฮอสพิทอล โรงพยาบาลที่มุ่งเน้นนำนวัตกรรมแพทย์ทางเลือกที่มีงานวิจัยมาผสมผสานกับการแพทย์สมัยใหม่ ทั้งหมดนี้คือโครงการดีๆ ที่ภาคเอกชนจับมือช่วยชาติ เพราะคนไทยไม่ทิ้งกัน  

เนสท์เล่ ส่งแบรนด์ระดับโลก ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์ บุกตลาด Plant-based Food ตอบรับเทรนด์รักสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/459266

เนสท์เล่ ส่งแบรนด์ระดับโลก ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์ บุกตลาด Plant-based Food ตอบรับเทรนด์รักสุขภาพ 

เนสท์เล่ ส่งแบรนด์ระดับโลก ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์  บุกตลาด Plant-based Food ตอบรับเทรนด์รักสุขภาพ 

23 กุมภาพันธ์ 2564 – 20:08 น.

เนสท์เล่ ส่งแบรนด์ระดับโลก ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์ (HARVEST GOURMET™) บุกตลาด Plant-based Food ตอบรับเทรนด์รักสุขภาพ 

 ในปัจจุบันกระแสการดูแลสุขภาพถือเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคไทยหันมาให้ความสำคัญกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน โดยหนึ่งในเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมคือการบริโภคโปรตีนจากพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะอาหารจากพืช หรือ Plant-based Food โดยในปัจจุบันพบว่ากว่า 25 เปอร์เซ็นต์ของคนไทยบริโภคอาหารที่ทำจากพืช ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่ผู้บริโภคที่ทานมังสวิรัติ หรือ เจ แต่ยังรวมถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ด้วยเหตุผลที่ใส่ใจด้านสุขภาพ ความเชื่อเรื่องการละเว้นหรือการบริโภคเนื้อสัตว์ให้น้อยลง และเหตุผลในการช่วยเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 

เนสท์เล่ ส่งแบรนด์ระดับโลก ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์  บุกตลาด Plant-based Food ตอบรับเทรนด์รักสุขภาพ 

บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เล็งเห็นถึงพฤติกรรมการบริโภครูปแบบใหม่นี้ จึงเปิดตัวแบรนด์ระดับโลก ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์ (HARVEST GOURMET™)เสริมทัพพอร์ตผลิตภัณฑ์ และบุกตลาด Plant-based Food เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจในการดูแลสุขภาพ และ โภชนาการกันมากขึ้น

คุณเครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร และ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า กล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ Good food, Good life ของเนสท์เล่ที่มุ่งมั่นคิดค้นนวัตกรรมอาหารเพื่อชีวิตที่ดีของผู้บริโภค เรามีแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช (Plant-based Food) ที่ทั้งมีคุณค่าทางโภชนาการและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์การใส่ใจสุขภาพเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และนับเป็นสัญญาณที่ดีที่คนไทยดูแลสุขภาพกันมากขึ้น นับเป็นเวลากว่า 30 ปีที่เนสท์เล่ได้สั่งสมประสบการณ์ และความรู้ที่ได้จากงานวิจัยทั่วโลก จนเกิดเป็นความเชี่ยวชาญในการพัฒนานวัตกรรม Plant-based Food เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และถือเป็นโอกาสดีที่จะได้แนะนำแบรนด์ ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์ ซึ่งเป็น Plant-based Food แบรนด์แรกของเนสท์เล่ในประเทศไทย เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ มองหาอาหาร ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติถูกปาก และใส่ใจสิ่งแวดล้อม”

เนสท์เล่ ส่งแบรนด์ระดับโลก ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์  บุกตลาด Plant-based Food ตอบรับเทรนด์รักสุขภาพ 

ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์ นำเสนอนวัตกรรมอาหารจากพืช (Plant-based Food) มีโปรตีนสูง เป็นแหล่งของใยอาหาร ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่ใช้สีสังเคราะห์ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งประสบการณ์อาหารรสชาติอร่อยที่คาดไม่ถึง มาในรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ เนื้อเบอร์เกอร์, เนื้อบดละเอียด, ไก่ย่างรมควัน, ไก่ชุบเกล็ดขนมปัง และ มีทบอล ซึ่งล้วนมีส่วนประกอบหลักที่ทำจากโปรตีนพืช ได้แก่ พืชตระกูลถั่วจากธรรมชาติ, แต่งสีธรรมชาติ เช่น บีทรูทสกัดเข้มข้น และแครอทสกัดเข้มข้น ตลอดจน เพิ่มเนื้อสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำมันมะพร้าว ให้มีลักษณะคล้ายไขมันแทรก เพื่อมอบรสชาติเสมือนเนื้อจริง โดยเรามีฐานการผลิตล่าสุดสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ที่ มาเลเซีย ซึ่งจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์จากฮาร์เวสต์ กูร์เมต์ มีรสชาติที่ถูกปากคนเอเชีย รวมถึงคนไทยแน่นอน” คุณเครือวัลย์ วรุณไพจิตร กล่าวเพิ่มเติม

เนสท์เล่ ส่งแบรนด์ระดับโลก ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์  บุกตลาด Plant-based Food ตอบรับเทรนด์รักสุขภาพ 

ทั้งนี้ ผลสำรวจพบว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทยที่หันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ หรือที่เรียกว่า Flexitarian นี้ มีอยู่ 2 กลุ่มหลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มคนรักสุขภาพ (65%) และ กลุ่มควบคุมน้ำหนัก (20%)  คุณจันทิมา  เกยานนท์ นักโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวถึงคุณประโยชน์ทางด้านโภชนาการของอาหารจากพืช (Plant-based Food) ว่า “Plant-based Food คือ อาหารที่มาจากพืช ผัก ผลไม้ เห็ดต่างๆ รวมไปถึงธัญพืช และถั่ว โดยข้อมูลพบว่าถั่วบางชนิด เช่นถั่วเหลือง จัดเป็นโปรตีนที่สมบูรณ์ กล่าวคือมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบถ้วน

เนสท์เล่ ส่งแบรนด์ระดับโลก ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์  บุกตลาด Plant-based Food ตอบรับเทรนด์รักสุขภาพ 

ดังนั้นการเลือกทานอาหารจากพืช ควรเลือกทานให้มีความหลากหลายและได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ข้อแนะนำสำหรับการทานโปรตีนให้เพียงพอคือ ควรได้รับปริมาณโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. เพราะร่างกายต้องใช้โปรตีนในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมร่างกาย และใช้เป็นพลังงานเมื่อถึงคราวจำเป็น อาหารจากพืช (Plant-based Food) ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่รักสุขภาพ ซึ่งนอกจากมีโปรตีนสูงแล้ว ยังเป็นแหล่งของใยอาหารอีกด้วย”  

ด้วยปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ธุรกิจร้านอาหาร หันมาให้ความสำคัญกับเมนูโปรตีนจากพืชกันมากขึ้นโดยมีเมนูมังสวิรัติ และ โปรตีนจากพืชเพิ่มขึ้นถึง 65% และ 32% ตามลำดับ** ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยสร้างทัศนคติใหม่ ๆ ที่ดีกับผู้บริโภค ซึ่งผลสำรวจในต่างประเทศเผยให้เห็นว่า ผู้บริโภคชื่นชอบร้านอาหารที่นำเสนอเมนู Plant-based เพราะมีอาหารทางเลือกเพื่อผู้ที่รักสุขภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมองว่าภาพลักษณ์ของร้านดูทันสมัย และ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกด้วย*** 

เนสท์เล่ ส่งแบรนด์ระดับโลก ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์  บุกตลาด Plant-based Food ตอบรับเทรนด์รักสุขภาพ 

สำหรับแผนการตลาดในช่วงแรกของการเปิดตัวแบรนด์ ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์ จึงมุ่งเน้นที่การจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจร้านอาหาร เพื่อส่งมอบประสบการณ์ของแบรนด์ ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์ ให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ลิ้มลอง เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป และคาดหวังว่าโมเดลธุรกิจนี้ จะช่วยส่งต่อเทรนด์อาหารจากพืชให้เป็นที่รู้จักและนิยมในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

สำหรับคู่ค้าทางธุรกิจที่สนใจผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชจาก ฮาร์เวสต์ กูร์เมต์ สามารถติดต่อ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัลที่    02-657-8625 กด 1 และผู้บริโภคสามารถติดตามข่าวสารและเมนูจากฮาร์เวสต์ กูร์เมต์ที่ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจได้ที่ https://www.nestleprofessional.co.th/harvest-gourmet  

ตามไปซูม บิกินี่สีแดงแรงฤทธิ์สุดเริ่ดของ คิมเบอร์ลี่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/459073

ตามไปซูม บิกินี่สีแดงแรงฤทธิ์สุดเริ่ดของ คิมเบอร์ลี่

ตามไปซูม บิกินี่สีแดงแรงฤทธิ์สุดเริ่ดของ คิมเบอร์ลี่

22 กุมภาพันธ์ 2564 – 08:26 น.

ตามไปซูม บิกินี่สีแดงแรงฤทธิ์สุดเริ่ดของ คิมเบอร์ลี่

หัวหินร้อนระอุ เมื่อนางเอกสาว คิมเบอร์ลี่ หวานใจหนุ่ม หมาก ปริญ อวดหุ่นสวยในทริปเที่ยวทะเลกับแก๊งเพื่อนอย่าง โบว์-เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์ ล่าสุดสาวคิมโพสภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัว @kimmy_kimberley พร้อมข้อความ “เพื่อนบอกว่าทะเลข้างหลังสวยดี” แต่งานนี้บอกเลยว่า ความสวย แซ่บ ของสาวคิมเบอร์ลี่ โดดเด่นดึงดูดสายตาและร้อนแรงแบบดับเบิ้ลกับ บิกินี่ดีไซน์วินเทจ สี Flame Scarlet – สีเปลวไฟสีแดง ซึ่งขับสีผิวให้ยิ่งขาววิ้งออร่ากระจาย เข้าเซ็ทกับกางเกงเอวสูง เก๋ด้วยเข็มขัด จากแบรนด์ AB. Angelys Balek (เอบี. แอนเจลิส บาเลก) คอลเลกชั่น Fall / Winter 2020..สวยเริ่ด ยืนหนึ่งเรื่องนำเทรนด์แฟชั่นยกให้คิมเบอร์ลี่ไปเลยจ้า

ตามไปซูม บิกินี่สีแดงแรงฤทธิ์สุดเริ่ดของ คิมเบอร์ลี่


สาวคนไหนอยากสวย แซ่บ แบบสาวคิมเบอร์ลี่ ตามไปซูมไอเทมเริ่ดๆ ได้ที่ AB. Angelys Balek ชั้น G ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอร์รี่ หรือ Instagram: @angelysbalekth, @angelysbalek และ https://www.angelysbalekshop.com/ 
#AB #ABWorld #ABAngelysBalek

“เนื้อวากิว” ชั้นเลิศพร้อมเสิร์ฟอร่อยฟิน ที่ Wagyu Lab J Produced By Channel J #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/458989

“เนื้อวากิว”ชั้นเลิศพร้อมเสิร์ฟอร่อยฟิน ที่ Wagyu Lab J Produced By Channel J 

"เนื้อวากิว"ชั้นเลิศพร้อมเสิร์ฟอร่อยฟิน ที่ Wagyu Lab J Produced By Channel J 

21 กุมภาพันธ์ 2564 – 07:17 น.

Wagyu Lab J Produced By Channel J ร้านอาหารญี่ปุ่นที่แรกที่เดียวในประเทศไทยที่นำเข้าเนื้อวากิวชั้นเลิศและส่วนผสมคุณภาพเยี่ยม พร้อมเมนูอาหารจานเด็ดมากมายในราคาเบาๆ 

มิสเตอร์ เคนตะ อูเอดะ กรรมการผู้จัดการบริษัท Channel J (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าอยากให้ประเทศไทยได้มีร้านสเต็กเนื้อวากิวที่มีคุณภาพพร้อมรสชาติความอร่อยในราคาที่ไม่แพง พร้อมตอบโจทย์ครบทุกฟังค์ชั่น ทั้งวัตถุดิบคุณภาพ บรรยากาศร้าน และการบริการที่ประทับใจเป็นได้ทั้งร้านนั่งคุยธุรกิจ จัด lunch meeting ตอนกลางวัน รวมไปถึงร้านนั่งชิล หรือฉลองมื้อพิเศษในตอนกลางคืน เรียกได้ว่า Wagyu Lab J เป็นร้านหรูใจกลางทองหล่อที่รวบรวมเอาวัตถุดิบพรีเมียมจาก

"เนื้อวากิว"ชั้นเลิศพร้อมเสิร์ฟอร่อยฟิน ที่ Wagyu Lab J Produced By Channel J 
"เนื้อวากิว"ชั้นเลิศพร้อมเสิร์ฟอร่อยฟิน ที่ Wagyu Lab J Produced By Channel J 

ญี่ปุ่นมาคิดค้นอาหารสไตล์ฟิวชั่น ผสมผสานความโมเดิร์นและคลาสสิคของอาหารตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัว เมนูจานซิกเนเจอร์ของร้าน เช่น สเต็ก Kobe Wine Beef เนื้อพรีเมียมระดับ A5 เนื่องจากโกเบเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องไวน์ ดังนั้นวัวที่เลี้ยงในเมืองนี้จะได้กินกากองุ่นที่ได้จากการทำไวน์ ทำให้เนื้อมีรสชาติ หวาน หอม และนุ่มเป็นพิเศษ เมื่อนำมาย่างด้วยถ่านไม้โกงกาง จึงทำให้เนื้อมีกลิ่นหอมน่าทานยิ่งขึ้น  โดยทางร้านมีเนื้อให้เลือกสองส่วนคือริบอายส์และสตริปลอยด์   เมนูสเต็กอีกหนึ่งจานแนะนำคือ ชาโตบริยง (Chateaubriand) หรือส่วนกลางของ Tenderloin หรือเนื้อสันใน วัวหนึ่งตัวจะมีเนื้อส่งชาโตบริยงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื้อส่วนนี้มีไขมันแทรกน้อยแต่โดดเด่นเรื่องความนุ่ม จนเรียกได้ว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุดของวัว 

"เนื้อวากิว"ชั้นเลิศพร้อมเสิร์ฟอร่อยฟิน ที่ Wagyu Lab J Produced By Channel J 
"เนื้อวากิว"ชั้นเลิศพร้อมเสิร์ฟอร่อยฟิน ที่ Wagyu Lab J Produced By Channel J 

ลูกค้าสามารถเลือกทานชาโตบริยงได้จากวากิว 2 แหล่ง คือ Kagoshima Wagyu A5 และ Hokkaido F1 Wagyu ได้ความอร่อยทั้งคู่ แต่มีสัดส่วนของไขมันต่างกัน ในส่วนของอาหารเรียกน้ำย่อย ทางร้านมีเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Wagyu Roll with Foie Gras Sauce เนื้อวากิวห่อกับหน่อไม้ฝรั่ง นำมาย่างจนได้เนื้อที่ชุ่มฉ่ำ ราดกับซอสฟัวกราส์สูตรเฉพาะของทางร้านออกมาเป็นความอร่อยที่ลงตัว และวากิวซูชิ เนื้อแน่นเต็มคำ ออนท็อปด้วยฟัวกราส์  ซอสสูตรเฉพาะและคาเวียร์ สำหรับคนที่ชอบทานแป้ง ทางร้านมีทั้งเมนูข้าวและเส้น ข้าวผัดกระเทียมเนื้อ โดดเด่นที่การใช้มันของเนื้อวากิวผัดข้าว นอกจากกลิ่นหอมแล้วยังอุดมไปด้วยวิตามินและกรดไขมันดี ออนท็อปด้วยเนื้อวากิวหั่นเต๋าเต็มชาม ส่วนเมนูเส้น ทางร้านได้นำเอาสูตรลับของราเมงซุปล็อบสเตอร์ (Lobster Ramen) มาจำหน่ายเป็นเจ้าแรกในไทย กลิ่นหอมของซุปโฟมล็อบสเตอร์นั้นเข้ากันกับรสชาติกลมกล่อมของน้ำซุปและความเหนียวนุ่มของเส้นราเมงได้เป็นอย่างดี 

"เนื้อวากิว"ชั้นเลิศพร้อมเสิร์ฟอร่อยฟิน ที่ Wagyu Lab J Produced By Channel J 
"เนื้อวากิว"ชั้นเลิศพร้อมเสิร์ฟอร่อยฟิน ที่ Wagyu Lab J Produced By Channel J 

นอกจากนี้ทางร้านยังจัดเต็มกับเมนูอาหารจานเดี่ยวพร้อมโปรโมชั่น Lunch set อาหารทุกจานมาพร้อมกันกับเครื่องดื่มและสลัด ราคาเริ่มต้นเพียง 250++ เช่น สปาเก็ตตี้เบคอน คาโบนาร่า, แซลมอนสเต็กด้ง, ราเมงซุปล็อบสเตอร์ หรือราคา 350++ เช่น ข้าวสตูว์เนื้อไข่ออมเล็ตสไตล์ญี่ปุ่น, สปาเก็ตตี้พริกแห้งกระเทียมกุ้งหรือหอยเชลล์, สปาเก็ตตี้หอยเชลล์ฮอกไกโดครีมซอส รวมไปถึงข้าวหน้าเนื้อวากิวดรายเอจไข่ออนเซ็นที่เสิร์ฟ เพียง 10 จานต่อวันเท่านั้น บริการอาหารมื้อกลางวัน เริ่มตั้งแต่เวลา 11.00 – 15.00 น. ปิดท้ายด้วยน้ำผลไม้ม็อกเทล Lab J Punch ส่วนผสมที่ลงตัวของน้ำสัปปะรด น้ำส้ม น้ำเลมอน และไซรับทับทิม เป็นตัวชูโรงที่อยากให้ทุกคนได้มาลิ้มลองกัน  

"เนื้อวากิว"ชั้นเลิศพร้อมเสิร์ฟอร่อยฟิน ที่ Wagyu Lab J Produced By Channel J 

Wagyu Lab J Produced By Channel J พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้ ตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 11.00 – 22.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) ทางร้านมีบริการ Take Home และเดลิเวอรี่  ตั้งแต่เวลา 11.30 – 20.00 น. โดยลูกค้าสามารถสั่งอาหารพร้อมส่งความอร่อยถึงบ้านได้ที่ LINE OA : @wagyulabj รวมถึงการให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น Foodpanda และ Lineman เชิญทุกท่านมาลองชิมเนื้อวากิวชั้นเลิศกับเมนูสุดพิเศษโดยเชฟยอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญอาหารสไตล์ยุโรปและญี่ปุ่นได้ที่ร้าน Wagyu Lab J Produced By Channel J ในโครงการพิมาน ซอยสุขุมวิท 49 กรุงเทพ  พร้อมติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆ จากทางร้าน หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook: Wagyu Lab J  Line ID : @wagyulabj โทรจองโต๊ะได้ที่ 02-123-8703  Wagyu Lab J Produced By Channel J  **เราดีใจที่ได้ทำให้คุณทาน**

เปิดงานวิจัย “เภสัช จุฬา” สกัด “ลำไย” สมุนไพรพ่นจมูกป้องกันโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/458959

เปิดงานวิจัย”เภสัช จุฬา” สกัด “ลำไย” สมุนไพรพ่นจมูกป้องกันโควิด-19

 เปิดงานวิจัย"เภสัช จุฬา" สกัด "ลำไย" สมุนไพรพ่นจมูกป้องกันโควิด-19

20 กุมภาพันธ์ 2564 – 16:13 น.

คณะเภสัชฯ จุฬา เผยงานวิจัย พัฒนาสมุนไพรพ่นจมูกและลำคอป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 นำลำไยสกัดเข้มข้นด้วยกรรมวิธีพิเศษพัฒนาเป็นสูตรตำรับสมุนไพรพ่นลำคอและจมูก ลดการยึดเกาะของเชื้อไวรัสและลดการสร้างสารก่อการอักเสบที่รุนแรงในปอด

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ ภาควิชาเภสัชกรรมปฎิบัติ ได้ร่วมมือกับ University of Innsbruck และ ADSI ประเทศออสเตรีย ประสบความสำเร็จในการศึกษาวิจัยการนำลำไยสกัดเข้มข้นด้วยกรรมวิธีพิเศษมาพัฒนาเป็นสูตรตำรับสมุนไพรพ่นลำคอและจมูก สามารถลดปริมาณไวรัสที่เกาะติดเยื่อบุและลดปริมาณไวรัสที่อาจเข้าสู่ร่างกายได้  เหมาะสำหรับการนำมาใช้ป้องกันการติดเชื้อไวรัสทุกชนิด รวมทั้งไวรัสโควิด-19โดยลำไยสกัดเข้มข้นด้วยกรรมวิธีพิเศษ (P80) ได้ผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถลดการยึดเกาะของเชื้อไวรัสที่เยื่อบุอ่อน ไม่ว่าจะเป็นที่โพรงจมูกและลำคอได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถลดการสร้าง complementary C3a ซึ่งเป็นสาร  ก่อการอักเสบที่รุนแรงในปอดได้ นับเป็นสมุนไพรตัวแรกที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการลดการติดเชื้อที่โพรงจมูกและลำคอได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง  ผลการศึกษาพบว่าฤทธิ์ดังกล่าวสามารถอยู่ได้นานถึง 2 วัน ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาประสิทธิภาพในผู้ป่วยจริงทางคลินิกโดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

 เปิดงานวิจัย"เภสัช จุฬา" สกัด "ลำไย" สมุนไพรพ่นจมูกป้องกันโควิด-19

ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ อาจารย์นักวิจัยผู้พัฒนาสมุนไพรพ่นจมูกและลำคอจากลำไยสกัดเข้มข้นด้วยกรรมวิธีพิเศษเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 เปิดเผยถึงเหตุผลที่สนใจนำสารสกัดลำไยมาพัฒนาเป็นสูตรตำรับสมุนไพรดังกล่าว เนื่องจากลำไยเป็นผลไม้ที่เรานำมารับประทานเป็นอาหารอยู่แล้วจึงมีความปลอดภัยสูง เมื่อศึกษาตำราแพทย์แผนโบราณระบุว่าลำไยสามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ จึงได้ศึกษาวิจัยสารสกัดลำไยจนพบว่าสามารถลดการยึดเกาะเชื้อไวรัสและมีฤทธิ์ต่อเชื้อไวรัสแทบทุกชนิด โดยได้ทำการทดสอบไปแล้วกับเชื้อไวรัสหลายประเภท เช่น เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคเริม ฯลฯ ซึ่งได้ผลมีประสิทธิภาพดีกับเชื้อไวรัสทุกชนิดที่ทำการทดสอบ

 เปิดงานวิจัย"เภสัช จุฬา" สกัด "ลำไย" สมุนไพรพ่นจมูกป้องกันโควิด-19

สำหรับกระบวนการในการทำวิจัย ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ กล่าวว่าเริ่มจากการเลือกสารสกัดลำไยที่มีสารสำคัญในกลุ่มโพลีฟีนอลในปริมาณสูง ซึ่งเป็นสารสกัดลำไยที่ผ่านกระบวนการสกัดพิเศษ ด้วยอุณหภูมิต่ำภายใต้ความดันสูงและผ่านการกรองหลายครั้งจนได้สารสกัดที่มีความเข้มข้นของสารสำคัญ จากนั้นจึงนำมาตั้งสูตรตำรับสำหรับพ่นจมูกและลำคอเพื่อให้มีความหนืดและค่าความตึงตัวที่เหมาะสม เมื่อพ่นเข้าไปในโพรงจมูกและลำคอแล้วไม่ระคายเคือง ที่สำคัญต้องสามารถให้ขนาดละอองที่พอเหมาะ สามารถเข้าไปถึงอวัยวะที่ต้องการออกฤทธิ์ได้ ถ้าพ่นที่โพรงจมูก ต้องขนาดเล็กพอให้ทั่วโพรงจมูกแต่ไม่เล็กจนทำให้เข้าสู่ปอด ถ้าพ่นลำคอ ต้องให้สามารถให้ละอองถึงด้านในลำคอได้โดยไม่ติดที่ปาก ลิ้น และฟัน เมื่อศึกษาความคงตัวของสูตรตำรับแล้วจึงนำมาทดสอบทางคลินิกเพื่อดูประสิทธิภาพในผู้ป่วยจริง    

 เปิดงานวิจัย"เภสัช จุฬา" สกัด "ลำไย" สมุนไพรพ่นจมูกป้องกันโควิด-19

ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปริมาณการใช้สารสกัดลำไยที่เข้มข้นสำหรับป้องกันการติดเชื้อไวรัสนั้นใช้เพียงปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น สามารถใช้สารสกัดนี้พ่นได้ทั้งลำคอและช่องจมูก วันละ 2 ครั้งเช้าเย็น ซึ่งสามารถออกฤทธิ์ได้ทันที ทั้งการออกฤทธิ์ทางกายภาพคือป้องกันการยึดเกาะของเชื้อไวรัสต่อเยื่อบุผิว และการออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อป้องกันการเกิดสารก่อการอักเสบ ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องเดินทางไปในสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ที่ๆ มีคนแออัด ก็สามารถใช้พ่นจมูกหรือลำคอก่อนเข้าสู่บริเวณดังกล่าวแล้วจึงสวมหน้ากากอนามัย 

 เปิดงานวิจัย"เภสัช จุฬา" สกัด "ลำไย" สมุนไพรพ่นจมูกป้องกันโควิด-19

“เราทำวิจัยเรื่องนี้มาประมาณ 1 ปีครึ่งแล้ว ตั้งแต่ยังไม่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทดสอบกับเชื้อไวรัสอื่น เมื่อมีการระบาดของเชื้อโรคนี้ จึงเริ่มนำมาทดสอบกับเชื้อโควิด ขณะนี้อยู่ในระหว่างการทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัครจำนวน 62 ราย โดยมีความร่วมมือทางวิชาการกับโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ คาดว่าอีก 3 เดือนผลิตภัณฑ์น่าจะออกสู่ท้องตลาดได้” ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา : https://www.chula.ac.th/news/43785/

ยกให้สุดยอดเมีย “ไฮโซน้ำหวาน” แพลนซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นไว้ให้ “นาวินต้าร์” เล่นสกี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/458729

ยกให้สุดยอดเมีย “ไฮโซน้ำหวาน” แพลนซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นไว้ให้ “นาวินต้าร์” เล่นสกี

ยกให้สุดยอดเมีย "ไฮโซน้ำหวาน" แพลนซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นไว้ให้ "นาวินต้าร์" เล่นสกี

18 กุมภาพันธ์ 2564 – 14:00 น.

ไม่ธรรมดา “ไฮโซน้ำหวาน” รวยอันดับต้นวงการไฮโซ เผยหลังโควิดแพลนซื้อบ้านพักที่ญี่ปุ่น ไว้ให้ “นาวินต้าร์” เล่นสกีชิลๆ

วงการไฮโซยอมรับให้ “ไฮโซน้ำหวาน – พัสวี พยัคฆบุตร” ภรรยาสุดแซบของ “นาวินต้าร์ – นาวิน เยาวพลกุล” รวยเป็นอันดับต้นๆในวงการนักธุรกิจไฮโซ เพราะไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ปังไปหมด ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่าง “ลูก้าบิ้ล” ที่มียอดขายถล่มทลาย ขนาดไฮโซน้ำหวานมีลูก 2 คนแล้วยังหุ่นดีเป๊ะ เอว S ขนาดนี้ แถมเจ้าตัวยังขยันขายข้าวหน้าไก่ ขายขนมเค้ก ที่ต้องขอบอกเลยว่าขายดีมาก

ยกให้สุดยอดเมีย "ไฮโซน้ำหวาน" แพลนซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นไว้ให้ "นาวินต้าร์" เล่นสกี

ล่าสุด ไฮโซน้ำหวาน มีแพลนหลังโควิดจะซื้อบ้านพักตากอากาศที่ญี่ปุ่น ไว้ให้สามีอย่าง นาวินต้าร์ ไว้เล่นสกีอีกด้วยจ้า เลยกลายเป็นเรื่องเมาท์ในกลุ่มเพื่อนๆว่าเปย์สามีสุดๆ ก่อนหน้านี้เพิ่งจะเซอร์ไพร์สซื้อที่ดินที่เขาใหญ่ให้สามีในวันเกิด เรียกว่าเป็นครอบครัวที่น่ารักน่าอิจฉาที่ซู๊ด

ยกให้สุดยอดเมีย "ไฮโซน้ำหวาน" แพลนซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นไว้ให้ "นาวินต้าร์" เล่นสกี

ต้องยอมรับในความขยันและความเก่งของไฮโซน้ำหวาน ที่ทำธุรกิจอะไรก็ปังประสบความสำเร็จไปซะหมด ยิ่งความสวยความแซบก็ไม่แพ้ดาราเลยทีเดียว งานนี้ต้องชมเค้าแหละสุดยอดจริงๆเลยแม่คู๊นนน

ยกให้สุดยอดเมีย "ไฮโซน้ำหวาน" แพลนซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นไว้ให้ "นาวินต้าร์" เล่นสกี
ยกให้สุดยอดเมีย "ไฮโซน้ำหวาน" แพลนซื้อบ้านที่ญี่ปุ่นไว้ให้ "นาวินต้าร์" เล่นสกี

The Elephant Hospital สารคดีที่จะทำให้คุณเข้าใจ “คนรักช้าง” มากยิ่งขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/458663

The Elephant Hospital สารคดีที่จะทำให้คุณเข้าใจ “คนรักช้าง” มากยิ่งขึ้น

The Elephant Hospital สารคดีที่จะทำให้คุณเข้าใจ "คนรักช้าง" มากยิ่งขึ้น

17 กุมภาพันธ์ 2564 – 18:40 น.

“ทรูวิชั่นส์” พาสัมผัสธรรมชาติ “The Elephant Hospital” สารคดีที่จะทำให้คุณเข้าใจ “คนรักช้าง” มากยิ่งขึ้น

ด้วยชื่อเสียงอันโด่งดังของโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง ที่ช่วยเหลือดูแล รักษาช้างป่วย ช้างบาดเจ็บ จนไปถึงเป็นที่พักให้ช้างชรา ช้างทุพพลภาพ ทำให้ ดร.พอล โอ’โดน็อกฮิว นักชีววิทยาสัตว์ป่าและนักสัตววิทยาชื่อดังแห่งนอร์ธเวลส์ ให้ความสนใจ ถึงกับตัดสินใจบินลัดฟ้ามาเพื่อบันทึกภาพการดูแลรักษาช้าง และลองทำการรักษาด้วยมือของเขาเอง

The Elephant Hospital สารคดีที่จะทำให้คุณเข้าใจ "คนรักช้าง" มากยิ่งขึ้น

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมโครงการนี้ครับ มันเป็นการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ และได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากมาย การดูแลพยาบาลช้างที่นี่ยอดเยี่ยมมากๆ เทียบเท่าได้กับการดูแลรักษามนุษย์เลยล่ะครับ พวกเขาทำงานกันหนักมากตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง เราสามารถสัมผัสได้ถึงความรักที่มนุษย์มีต่อช้างจริงๆ และช้างทุกตัวก็นิสัยน่ารักมาก แต่ก็โชคไม่ค่อยดีนัก ที่ระหว่างถ่ายทำรายการมันเป็นช่วงที่โควิด-19 ซึ่งกำลังเริ่มระบาดในประเทศไทยพอดี ทำให้เราเห็นได้ว่ารายได้จากนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ได้หายไปด้วย ผมจึงขอใช้โอกาสนี้ในการเป็นกระบอกเสียงเชิญชวนให้ผู้ชมหันมาใส่ใจสัตว์ต่างๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกมากยิ่งขึ้น”

ติดตามชมสารคดีที่จะทำให้คุณหลงรักช้าง และเข้าใจในความรักของคนที่มีต่อช้างได้มากยิ่งขึ้นใน “The Elephant Hospital” ได้ทุกคืนวันอาทิตย์ เวลา 21.00 น. เริ่ม 21 ก.พ.นี้ ทาง National Geographic (167/558) สมัคร Platinum HD Package รับทันทีกล่อง TrueID TV Hybrid และดูฟรี True Premier League 2 ฤดูกาล 2020/2021-2021/2022 พร้อมสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมาย ตั้งแต่ 1 ก.พ. – 28 ก.พ. 64 โทร 0-2700-8000 หรือ http://www.truevisions.co.th

The Elephant Hospital สารคดีที่จะทำให้คุณเข้าใจ "คนรักช้าง" มากยิ่งขึ้น
The Elephant Hospital สารคดีที่จะทำให้คุณเข้าใจ "คนรักช้าง" มากยิ่งขึ้น
The Elephant Hospital สารคดีที่จะทำให้คุณเข้าใจ "คนรักช้าง" มากยิ่งขึ้น

ส่องความสำเร็จของ Blackpink #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/458644

ส่องความสำเร็จของ Blackpink

ส่องความสำเร็จของ Blackpink

17 กุมภาพันธ์ 2564 – 16:10 น.

ส่องความสำเร็จของวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีชื่อดังระดับโลก

Blackpink วงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีชื่อดังระดับโลก

ต้องบอกเลยว่าในยุคนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักแบล็กพิงก์ (Blackpink) อย่างแน่นอน วงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังสัญชาติเกาหลีใต้ ภายใต้สังกัด YG Entertainment ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 4 คนคือ จีซู, โรเซ, เจนนี และลิซ่า โดยวงได้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมในปี 2016 พร้อมกับงานโชว์เคสอัลบั้มที่มีชื่อว่า “Square One” ซึ่งมาพร้อมกับเพลง “Whistle” ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนได้ขึ้นเป็นอันดับ 1 บน Gaon Digital Chart เช่นเดียวกันกับเพลง “Boombayah” ที่ได้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งบนชาร์ต Billboard World Digital Songs อีกด้วย และต่อมาสาวๆก็ได้รับรางวัล Golden Disc Awards และ Seoul Music Awards สาขาศิลปินหน้าใหม่แห่งปี หลังจากนั้น Blackpink ก็ได้ปล่อยผลงานเพลงฮิตออกมามากมายจนกลายมาเป็นวงที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ฟังทั่วโลก 

ผลงานล่าสุดของ 4 สาว Blackpink 

Live Stream Concert “THE SHOW”

คอนเสิร์ตไลฟ์สตรีมที่เพิ่งจัดขึ้นในวันที่ 31 มกราคม 2021 ที่สามารถรับชมได้ผ่านทางยูทูป โดยจะต้องสมัครสมาชิกช่อง BLACKPINK ก่อนเพื่อที่จะสามารถดูคอนเสิร์ตในครั้งนี้ได้ ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่

  • ของขวัญสุดพิเศษจาก JISOO ที่มาเซอร์ไพรส์ชาวบลิ๊งค์(ชื่อแฟนคลับของแบล็กพิงก์) ในเพลง Forever Young
  • โชว์เพลงโซโล่เพลงแรกของ ROSÉ 
  • ท่อนแร็พใหม่ของเพลง SOLO จาก JENNIE
  • คอนเซปต์โชว์ของ LISA ที่เตรียมขึ้นเฉพาะสำหรับแสดงใน The Show โดยเฉพาะ 

โดยหลังจากที่มีการประกาศจัดคอนเสิร์ตออนไลน์ครั้งแรกของ BLACKPINK เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็ทำให้มีผู้เข้ามากดติดตามบนยูทูปเพิ่มขึ้นถึง 2.7 ล้านคน และปัจจุบันมียอดผู้ติดตามมากถึง 56.8 ล้านคน ซึ่งกลายเป็นศิลปินหญิงที่มีผู้กด Subscribe มากที่สุดบน YouTube และเป็นอันดับที่ 2 ของศิลปินทั้งหมดรองมาจาก Justin Bieber 

ส่องความสำเร็จของ Blackpink

พรีเซนเตอร์ “Pepsi”

ทางเป๊ปซี่เห็นว่า “กลุ่มวัยรุ่นในประเทศไทยให้ความสนใจกับดนตรีเป็นอันดับต้นๆ จึงได้ใช้ศิลปินเบอร์ดังอย่าง Blackpink เพื่อดึงความสนใจ กระตุ้นยอดการรับรู้และการทดลองซื้อสินค้ามากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายการก้าวขึ้นเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจของกลุ่ม Gen Z ที่ชอบความหลากหลาย เปิดรับความแปลกใหม่ ท้าทาย ไม่จำเจ และสนุกกับการใช้ชีวิต” ซึ่งก่อนหน้านี้เป๊ปซี่ได้สร้างปรากฏการณ์สุดเซอร์ไพรส์กับแพ็คเกจสีดำ-ชมพูของเป๊ปซี่แม็กซ์กับ 4 สาวแบล็กพิงก์ที่ทยอยปล่อยออกมาทีละแบบให้เหล่าบลิ๊งค์ได้ตามล่าสะสมถึง 4 ดีไซน์ด้วยกัน และนอกจากนั้นเป๊ปซี่ยังได้ระเบิดพลังความฟินด้วยเอ็กซ์คลูซีฟบ็อกซ์เซ็ท Pepsi Maxx BLACKPINK ที่มีเฉพาะในประเทศไทย สำหรับชาวไทยบลิ๊งค์เท่านั้น แต่แค่นี้ยังไม่พอ เพราะล่าสุดทางเป๊ปซี่ได้กลับมาแบบยิ่งใหญ่กว่าเดิมกับ Pepsi X Blackpink ดีไซน์ใหม่ สีฟ้า ซ่ายิ่งกว่าเดิม สดชื่นยิ่งกว่าใครที่พร้อมให้เหล่าบลิ๊งค์ได้สะสมกันแล้ว

ส่องความสำเร็จของ Blackpink

อัลบั้มเต็มชุดแรก “The Album” 

คัมแบ็คอย่างเป็นทางการกับอัลบั้มเต็มชุดแรกที่มีชื่อว่า “The Album” เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2020 โดยอัลบั้มนี้ ได้ทำยอดพรีออเดอร์ได้สูงถึง 1 ล้านชุด กลายเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการเกิร์ลกรุ๊ป K-pop ที่สามารถทำยอดจองพรีออเดอร์ได้มากกว่า 1 ล้านชุดเป็นวงแรก ซึ่งอัลบั้มนี้ประกอบไปด้วยกันทั้งหมด 8 เพลง รวมถึง “How You Like That” และเพลง “Ice Cream” ที่ได้ศิลปินสาวชื่อดังอย่าง Selena Gomez มาร่วมงานด้วย ส่วนอีก 6 เพลงประกอบไปด้วย Pretty Savage, Bet You Wanna ซึ่งได้ร่วมงานกับ Cardi B ศิลปินชื่อดังระดับโลกอีกด้วย Crazy Over You, Love To Hate Me, You Never Know และเพลง Lovesick Girls ที่โปรดิวซ์โดย Teddy, 24, R.Tee, David Guetta, Brian Lee, Leah Haywood รวมถึง Jennie และ Jisoo ก็ได้มีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อเพลงนี้อีกด้วย

ส่องความสำเร็จของ Blackpink

ขอบคุณภาพจาก 

Twitter: Blackpink

Facebook: Pepsi Thai

ฮือฮาสนั่นวงการ “หนึ่ง บางปู” เปลี่ยนลุคใหม่ หั่นผมสั้นเป็นโอปป้าหล่อบาดใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/458631

ฮือฮาสนั่นวงการ “หนึ่ง บางปู” เปลี่ยนลุคใหม่ หั่นผมสั้นเป็นโอปป้าหล่อบาดใจ

ฮือฮาสนั่นวงการ "หนึ่ง บางปู" เปลี่ยนลุคใหม่ หั่นผมสั้นเป็นโอปป้าหล่อบาดใจ

17 กุมภาพันธ์ 2564 – 14:50 น.

ฮือฮาสนั่นวงการ “หนึ่ง บางปู” เปลี่ยนลุคใหม่ หั่นผมสั้นเป็นโอปป้าหล่อบาดใจ เอฟซีถูกใจยกให้เป็นสามีแห่งชาติ

เรียกว่าปรับลุคจนแทบจำไม่ได้เลย สำหรับ “หนึ่ง บางปู” นักแสดงสาวจากรายการก่อนบ่ายคลายเครียด ทางช่องเวิร์คพ้อยท์ ที่ล่าสุดเธอลุกขึ้นมาหั่นผมสั้น มองผ่านๆคิดว่าหนุ่มหล่อที่ไหน เพราะโอปป้ามากแม่

ฮือฮาสนั่นวงการ "หนึ่ง บางปู" เปลี่ยนลุคใหม่ หั่นผมสั้นเป็นโอปป้าหล่อบาดใจ

งานนี้ หนึ่ง บางปู ได้โพสต์ภาพตัวเองลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยเซตผมเท่ๆในลุคสั้นแบบทอมบอย พร้อมกับระบุข้อความว่า “หล่อกว่าพี่ก็ณเดชน์แล้วค้าบ” จากนั้นเธอยังโพสต์อีกรูปและเขียนแคปชั่นว่า “หล่อกว่าเฮียก็พี่เวียร์แล้วค่า”

ฮือฮาสนั่นวงการ "หนึ่ง บางปู" เปลี่ยนลุคใหม่ หั่นผมสั้นเป็นโอปป้าหล่อบาดใจ

บอกเลยการเปลี่ยนลุคครั้งนี้ของ หนึ่ง บางปู ทำเอาฮือฮาไม่น้อย นอกจากสาวน้อย สาวใหญ่จะกรี๊ดกันแล้ว เพื่อนๆในวงการบันเทิงอย่าง ลาล่า อาร์สยาม และ บ๊อบบี้ 3.50 ยังทนไม่ไหวต้องรีบเข้ามาคอมเมนต์กันเลยทีเดียว

ฮือฮาสนั่นวงการ "หนึ่ง บางปู" เปลี่ยนลุคใหม่ หั่นผมสั้นเป็นโอปป้าหล่อบาดใจ

นอกจากนี้ยังทำเอาโลกโซเชียลสะเทือน เพราะมีบรรดาสาวๆแห่เข้ามาแซวเพียบ หล่อโดนใจขึ้นแท่นเป็นขวัญใจสาวๆแบบนี้ สงสัยจะคว้าตำแหน่งสามีแห่งชาติไปครองอีกคนแล้วละจ้า

ฮือฮาสนั่นวงการ "หนึ่ง บางปู" เปลี่ยนลุคใหม่ หั่นผมสั้นเป็นโอปป้าหล่อบาดใจ
ฮือฮาสนั่นวงการ "หนึ่ง บางปู" เปลี่ยนลุคใหม่ หั่นผมสั้นเป็นโอปป้าหล่อบาดใจ
ฮือฮาสนั่นวงการ "หนึ่ง บางปู" เปลี่ยนลุคใหม่ หั่นผมสั้นเป็นโอปป้าหล่อบาดใจ

“เจน ทิพย์วิภา” ดีไซน์เนอร์ไทยคนแรกที่ได้รับเลือกให้ขึ้นปก Prestige Hong Kong #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/458490

“เจน ทิพย์วิภา” ดีไซน์เนอร์ไทยคนแรกที่ได้รับเลือกให้ขึ้นปก Prestige Hong Kong

"เจน ทิพย์วิภา" ดีไซน์เนอร์ไทยคนแรกที่ได้รับเลือกให้ขึ้นปก Prestige Hong Kong

17 กุมภาพันธ์ 2564 – 11:05 น.

วงการแฟชั่นไทยต้องยกให้ L’Astelle คือความภูมิใจรับปี 2021เมื่อเจน ทิพย์วิภา ดีไซน์เนอร์และผู้ก่อตั้ง L’Astelleคือคนไทยคนแรกที่ได้รับเลือกให้ขึ้นปก Prestige Hong Kong

วงการแฟชั่นไทยก้าวไกลอีกครั้งเมื่อ “เจน ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์” ดีไซน์เนอร์ และเจ้าของแบรนด์ Haute Couture ชื่อดังอย่าง L’Astelle เป็นคนไทยคนแรกที่มีโอกาสขึ้นปกนิตยสารชื่อดังระดับอินเตอร์อย่าง PrestigeHongkong ร่วมกับ Celebrity สาวแถวหน้าระดับโลกอย่าง Wendy Yu นักลงทุนด้านแฟชั่นแถวหน้าของประเทศจีน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในกรรมการผู้จัดงาน Met Gala ที่ New York ซึ่งเหล่าคนดังจากทั่วโลกตั้งตาคอยที่จะได้เข้าร่วมงานดังกล่าว งานนี้เจน ทิพย์วิภา ได้รับเชิญจากทางนิตยสารชื่อดังโดยตรงเพื่อนำเสนอความปราณีตงดงามของเสื้อผ้าตามแบบฉบับ L’Astelle

"เจน ทิพย์วิภา" ดีไซน์เนอร์ไทยคนแรกที่ได้รับเลือกให้ขึ้นปก Prestige Hong Kong

สำหรับการถ่ายแบบของทั้งคู่นั้นมาในแนวคิดการร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความรักด้วยมิตรภาพที่งดงาม โดยถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของเสื้อผ้า และแฟชั่นเซตในครั้งนี้ นับเป็นความภูมิใจของวงการแฟชั่นและคน ไทยที่ “เจน ทิพย์วิภา” ได้รับเลือกให้โชว์ผลงาน โดยก่อนหน้านี้ ผู้ที่ได้ขึ้นปก Prestige Hong Kong นั้น ล้วนแต่ เป็นเซเลบริตี้ชั้นนำระดับโลกทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Karl Lagerfeld, Naomi Campbell Henry Cavell เป็นต้น

"เจน ทิพย์วิภา" ดีไซน์เนอร์ไทยคนแรกที่ได้รับเลือกให้ขึ้นปก Prestige Hong Kong

เจน ทิพย์วิภา  กับการนำแบรนด์ Haute couture สัญชาติไทยอย่าง L’Astelle สู่สายตาชาวโลก ด้วยการขึ้น ปกนิตยสาร Pestige Hongkong ร่วมกับ Wendy Yu เซเลบริตี้สาวแถวหน้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ ในครั้งนี้เป็นการถ่ายแฟชั่นเซตแบบจัดเต็มพร้อมบทสัมภาษณ์ โดยทั้งคู่ได้เลือกสวมใส่เสื้อผ้าทั้งหมดจากแบรนด์ L’Astelle เป็นการ สะท้อนและการันตีคุณภาพที่เป็นระดับสากลของ L’Astelle ได้เป็นอย่างดี

"เจน ทิพย์วิภา" ดีไซน์เนอร์ไทยคนแรกที่ได้รับเลือกให้ขึ้นปก Prestige Hong Kong

โดยก่อนหน้านี้ เจน ทิพย์วิภาได้พา L’Astelle ไปสู่สายตาชาวโลกทั้งในงาน Paris Fashion week และชุด ของแบรนด์ L’Astelle ยังได้รับเลือกไปสวมใส่โดยเหล่าราชนิกุลและคนดังระดับโลกทั้ง Donna BiancaBrandolin แห่งอิตาลี Princess Olympia of Greece และ Lady Kitty Spencer จากอังกฤษ โดยการขึ้นปก Prestige Hong Kong ในครั้งนี้ก็นับเป็นอีกหนึ่งการก้าวกระโดดสู่ระดับอินเตอร์ในปี 2021 ของ L’Astelle ทั้ง ยัง เป็นการรุกสู่ตลาดแฟชั่นยักษ์ใหญ่อย่างประเทศจีนได้อย่างสง่างามอีกด้วย