เกษตรกรสุโขทัยแห่ร่วมงาน “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่” อำเภอทุ่งเสลี่ยม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เกษตรกรสุโขทัยแห่ร่วมงาน “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่” อำเภอทุ่งเสลี่ยม

เกษตรกรสุโขทัยแห่ร่วมงาน "คลินิกเกษตรเคลื่อนที่" อำเภอทุ่งเสลี่ยม17 กรกฎาคม 2563 – 09:16 น.

เกษตรกรสุโขทัยแห่ร่วมงาน “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่” อำเภอทุ่งเสลี่ยม

17 ก.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอำเภอทุ่งเสลี่ยม จัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2563 และโครงการพัฒนาตลาดนัดสินค้าเกษตร ณ ที่ว่าการอำเภอทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย เพื่อให้บริการทางการเกษตรและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรแก่เกษตรกร

กิจกรรมในงานประกอบด้วย การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ 10 คลินิก ได้แก่ คลินิกพืช คลินิกดิน คลินิกปศุสัตว์ คลินิกประมง คลินิกชลประทาน คลินิกข้าว คลินิกยางพารา คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย และคลินิกอื่นๆ ได้แก่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ให้คำปรึกษากองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน สำนักงานเกษตรจังหวัด บริการให้คำปรึกษาการเกษตรและขึ้นทะเบียนเกษตรกร นิทรรศการกลุ่มอารักขาพืช โดยเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ด้วยการให้คำปรึกษา แนะนำ พร้อมวัสดุอุปกรณ์ให้กับเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้ามารับบริการทางการเกษตรได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนทุกด้านในคราวเดียวกัน รวมทั้งการออกร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน โอทอป โดยมีเกษตรกรมารับบริการจำนวนมาก

ทั้งนี้ นายปรีชา สุทนต์ นายอำเภอทุ่งเสลี่ยม ได้กล่าวเปิดการจัดงานดังกล่าว พร้อมด้วยนายเนตร สมบัติ เกษตรจังหวัดสุโขทัย กล่าวพบปะและแจ้งโครงการด้านการเกษตรที่สำคัญแก่พี่น้องเกษตรกรที่มาร่วมงาน ได้แก่ การแจ้งเตือนเพื่อเฝ้าระวังโรคใบด่างมันสำปะหลัง (การควบคุมการขนย้ายท่อนพันธุ์ จังหวัดสุโขทัย) โครงการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แจ้งเตือนเกษตรกรรับมือฝนทิ้งช่วง ฯลฯ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ถึงแม้ว่าช่วงนี้ได้มีการคลายล๊อคดาวน์สถานการณ์ COVID-19 แล้ว แต่ภายในงานยังมีมาตรการและกฎข้อบังคับที่ยังคงรักษาไว้อยู่ โดยจัดให้มีจุดคัดกรองและตรวจวัดไข้ผู้เข้าร่วมงาน หากตรวจพบว่ามีอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ห้ามเข้าร่วมงาน แนะนำให้ไปพบแพทย์โดยทันที มีแอลกอฮอล์เจลวางตามจุดต่างๆ และสวมหน้ากากอนามัยเข้างาน เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัย อีกด้วย

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

พะเยาเจ๋ง จัดพิธีไหว้ออนไลน์ ทางเลือกของการสืบสานวัฒนธรรมยุคโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พะเยาเจ๋ง จัดพิธีไหว้ออนไลน์ ทางเลือกของการสืบสานวัฒนธรรมยุคโควิด

16 กรกฎาคม 2563 – 20:23 น.

พะเยาเจ๋ง จัดพิธีไหว้ออนไลน์ ทางเลือกของการสืบสานวัฒนธรรมยุคโควิด ร.ร.บ้านน้ำมินสุดล้ำ จัดพิธีไหว้ครูออนไลน์ นักเรียนปลื้มครั้งแรกในชีวิต แม้วิธีเปลี่ยนแต่ยังระลึกถึงพระคุณครูเหมือนเดิม

วันนี้ (16 กรกฎาคม 2563) ที่ โรงเรียนบ้านน้ำมิน ตำบลแม่ลาว อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ได้มีการจัดพิธีไหว้ครูออนไลน์ ผ่านระบบโดยการถ่ายทอดผ่านระบบ vdo conferrentce ของโรงเรียน เพื่อเป็นการระลึกถึง พระคุณครูบาอาจารย์ ตลอดจนเพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณี ที่ดีงามของลูกศิษย์ พึงกระทำ ต่อครูบาอาจารย์

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายณัฐฐศรัณฐ์ พรหมเผ่า ผอ.ร.ร.บ้านน้ำมินเปิดเผยว่า ปกติทางโรงเรียนจะจัดวันไหว้ครูในวันพฤหัสบดีแรกของการเปิดภาคการศึกษาที่1.จนเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมา แต่เนื่องจากในปีการศึกษานี้เกิดการ ของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 จึงทำให้ต้องงดกิจกรรมไหว้ครูแบบรวมชั้นและใช้ระบบออนไลน์ในการทำพิธีไหว้ครู ผ่านระบบ vdo. conferrentce ของโรงเรียน ซึ่งเป็นไปตามแนวของของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการกำหนด เพื่อลดความเสี่ยง อันเนื่องจาก ความแออัด หรือความใกล้ชิดของนักเรียน ในเวลาทำกิจกรรมไหว้ครู โดยทางโรงเรียน ได้จัดให้ทำพิธีไหว้ครูในแต่ละระดับชั้น โดยใช้ห้องเรียนของ ระดับชั้นนั้นๆ  รักษาระยะห่าง 1 เมตร โดยให้คุณครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษาอยู่ประจำชั้นเรียนของตัวเอง นักเรียนไม่ต้องทำพิธีรวมกันทั้งโรงเรียนเหมือนปีที่ผ่านๆมา  ซึ่งนักเรียนส่วนมากรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ไหว้ครูในปีนี้แบบออนไลน์ครั้งแรกในชีวิต และรู้สึกถึงคุณค่าหรือการระลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ที่คอยอบรม สั่งสอน ชี้แนะ ให้เป็นคนดี

ด.ช.ศุภชัย  ใจดี และ ด.ญ.เพชรลดา นิทะโน ประธานสภาฯและนักเรียนตัวแทนนักเรียน กล่าวว่า ตัวเองทั้งคู่รู้สึกไปในทิศทางเดียวกันคือดีใจมากที่ปีนี้มีการไหว้ครูแบบออนไลน์ ซึ่งแตกต่างจากปีที่แล้วเนื่องจากผลกระทบของการระบาดไรวัส โคโรน่า 2019หรือคือ โควิด 19 ซึ่งไม่ว่าจะในรูปแบบไหนก็จะขอระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์อยู่เสมอ 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

คึกคัก กกต.สมุทรปราการ เปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต5 วันแรก กองเชียร์แน่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คึกคัก กกต.สมุทรปราการ เปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต5 วันแรก กองเชียร์แน่น

16 กรกฎาคม 2563 – 17:03 น.

กกต.สมุทรปราการ เปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต5 วันแรกคึกคัก ผู้สมัคร 4 พรรคใหญ่ลงสมัครวันแรก

จากกรณีที่มีพระราชกฤษฏีกา การเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดสมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง หลังศาลฏักา สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ เนื่องจาก กกต.ให้ใบเหลือง นายกรุง ศรีวิไลสุทินเผือก ทาง กกต.จึงกำหนดให้มีการรับสมัครการรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการใหม่ ในวันที่ 16-20 กรกฏาคมนี้ และจะมีการเลือกตั้งวันอาทิตย์ ที่  9 สิงหาคม 63

เมื่อเวลา 08.30น. วันที่ 16 กรกฏาคม 2563 ที่ชั้น 3 องค์การบริหารส่วนตำบลบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ โดยเมื่อช่วงเช้า ซึ่งเป็นวันรับสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.วันแรก ผู้สมัคร 4 พรรคใหญ่แห่ลงสมัครวันแรก ประกอบด้วยนาย มานะ บุญมาก จากพรรคเสรีรวมไทย 2. นายอัศราวุฒิ ณ.น่าน จากพรรคก้าวไกล 3.นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย และ 4.นายกรุง ศรีวิไล สุทินเผือก จากพรรคพลังประชารัฐ โดยผู้สมัครทั้งหมดได้เดินทางมาก่อนเวลา 08.30น. ทาง กกต. ถือว่ามาพร้อมกัน จึงให้ทั้งหมดตกลงกันว่าใครจะมาก่อนมาหลัง  แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ทาง กกต.จึงได้ให้ใช้วิธีการจับฉลาก

ผลปรากฏว่า นายมานะ บุญนาค พรรคเสรีรวมไทย สามารถจับได้เบอร์ 1 นายิศราวุฒิ ณ น่าน พรรคก้าวไกล ได้เบอร์ 2 นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ พรรคเพื่อไทย ได้เบอร์ 3 และนายกรุง ศรีวิไลสุทินเผือก พรรคพลังประชารัฐ ได้เบอร์ 4 โดยมีนายปฐมพงศ์ โพธิโต ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้ชี้แจงขั้นตอนในการสมัครรับเลือกตั้ง ตามขั้นตอน ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

หลังจากที่ผู้สมัครได้กรอกเอกสารการสมัครเป็นที่เรียบร้อย ได้เดินทางมาที่ด้านล่างซึ่งมีเหล่าบรรดากองเชียร์ของแต่ละพรรคค่อยอยู่จำนวนมาก ต่างพากันส่งเสียงเชียร์กันเสียงดังสนั่น โดยพบว่าพรรคพลังประชารัฐ ได้มี สส.ดร.ยงยุทธ  สุวรรณบุตร สส.เขต 2 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ และนายอัครวัฒน์ อัศวเหม ส.ส.เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาให้กำลังใจ นายกรุง ศรีวิไล สุทินเผือก ผู้สมัครหมายเลข  4 ของพรรคพลังประชารัฐ

ส่วนพรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาให้กำลังใจนางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์  ผู้สมัครส.ส. หมายเลข 3  และเคยเป็นอดีต สส. หลายสมัย ที่มาลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยในวันนี้ รวมทั้งกองเชียร์ได้เดินทางมาให้กำลังใจกันอย่างเนืองแน่น

ส่วนพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ได้มาให้กำลังใจนายสราวุฒิ ณ น่าน ผู้สมัครก้าวไกล หมายเลข 2 และร่วมขึ้นรถหาเสียงด้วยเช่นกัน

ทำให้บรรยากาศ บริเวณด้านล่าง ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบางเสาธง เป็นไปด้วยความคึกคักและเนื่องแน่นไปด้วยผู้คนมาให้กำลังใจของแต่ละพรรค หลังจากนั้นผู้สมัคร ทั้ง 4 พรรค ได้ขึ้นรถแห่ เคลื่อนขบวนออกจากลานจอดรถ แยกย้ายกันหาเสียง ทำให้บรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความคึกคัก

สำหรับ เขตเลือกตั้งที่ 5 สมุทรปราการ ประกอบด้วย อ.บางบ่อ  อ.บางเสาธง และ ต.หนองปรือ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี มีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งประมาณจำนวน 130,000 คน

สุธินันท์ คงสินธ์ / สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สมุทรปราการ

นายกฯ อารมณ์ดี ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ชิมทุเรียนภูเขาไฟบอกรสชาติอร่อยมาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นายกฯ อารมณ์ดี ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ชิมทุเรียนภูเขาไฟบอกรสชาติอร่อยมาก

นายกฯ อารมณ์ดี ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ชิมทุเรียนภูเขาไฟบอกรสชาติอร่อยมาก16 กรกฎาคม 2563 – 16:21 น.

นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ชิมทุเรียนภูเขาไฟบอกรสชาติอร่อยมาก อารมณ์ดีเป็นพิเศษ มีการตรวจวัดไข้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตามมาตรการป้องกันทุกขั้นตอน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.ค. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนทุเรียนภูเขาไฟทับทิม อ.กันทรลักษ์  จ.ศรีสะเกษ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมพร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อมาตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญต่างๆ ของรัฐบาลที่จัดทำขึ้นมาเพื่อพัฒนาประเทศและเพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจของประชาชน โดยมี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายธงชัย เจริญพานิชย์กุล นายสำรวย เกษกุล และนายสมชัย คล้ายทับทิม รอง ผวจ.ศรีสะเกษ นายวิชิต  ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ นายสว่าง กาลพัฒน์ เกษตร  จ.ศรีสะเกษ นายจรินทร์ รอบการ พัฒนาการ  จ.ศรีสะเกษ  น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผอ.ททท.สำนักงานสุรินทร์ ดร.กัลยาณี  ธรรมจารีย์  ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  จ.ศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เกษตรกรและกลุ่มแม่บ้านโอท็อป จาก 22 อำเภอของ จ.ศรีสะเกษ มาร่วมให้การต้อนรับ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง พร้อมเข้มงวดตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 โดย นายกรัฐมนตรีได้มีการตรวจวัดไข้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตามมาตรการป้องกันทุกขั้นตอน ได้มีการพบปะกับเกษตรกรที่มาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและได้ตัดทุเรียนภูเขาไฟภายในสวนอีกด้วย  ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ชิมทุเรียนภูเขาไฟแล้วกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ทุเรียนภูเขาไฟอร่อยมาก”

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีมอบประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “หอมแดงศรีสะเกษ” และ “กระเทียมศรีสะเกษ” ให้แก่ตัวแทนเกษตรกร จ.ศรีสะเกษ ประกอบด้วย นายบวร สิมลา ชาว ต.ไผ่ อ.ราษีไศล กลุ่มแปลงใหญ่หอมแดงตำบลไผ่ และ  น.ส.อรชัญ พ้นวิไล ชาว ต.ละทาย อ.กันทรารมย์ วิสาหกิจชุมชนเกษตรเทรดแฟร์ศรีสะเกษ เพื่อเป็นการพัฒนาภาคการเกษตรให้สามารถดำรงอยู่คู่กับสังคมไทยในปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการได้ครบวงจร สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่งผลให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังข้อเสนอจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ กันทรลักษ์ YSF (Young Smart Farmer) และกลุ่ม YEC (Young Enterpreneur chamber of commerce) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มจัดทำโครงการของนักธุรกิจรุ่นใหม่ของ จ.ศรีสะเกษ เพื่อพัฒนาเครือข่ายสมาชิกและธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการเกษตรแบบครบวงจรอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งได้ปลูกต้นทุเรียนภูเขาไฟ  ผลไม้ขึ้นชื่อของ จ.ศรีสะเกษ และเยี่ยมชมนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์โอท็อป เช่น การทอผ้า การทอเสื่อกก/หวาย/ไม้ไผ่ เป็นต้น โดยนายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจผ้าทอเบญจศรี ผ้าทอ แบรนด์ศรีสะเกษ 5 ชนิด ได้แก่ 1.ผ้าศรีลาวา ย้อมด้วยดินลาวาภูเขาไฟ แหล่งปลูกภูเขาไฟเลื่องชื่อ ได้ผ้าสีน้ำตาลแดง 2.ผ้าศรีกุลา ย้อมด้วยดินจากทุ่งกุลาร้องไห้ แหล่งปลูกข้าวหอมมะลินุ่มหอมเป็นเลิศ ได้ผ้าสีเทา 3.ผ้าศรีมะดัน ย้อมด้วยเปลือกไม้มะดัน ที่ชาวบ้านนำกิ่งไปทำไม้ย่างไก่รสกลอมกล่อม ได้ผ้าสีน้ำตาลอ่อน 4.ผ้าศรีลำดวน ย้อมด้วยใบลำดวน ต้นไม้ประจำจังหวัด ได้ผ้าสีเหลืองนวล และ 5.ผ้าศรีมะเกลือ ย้อมด้วยผลมะเกลือ ภูมิปัญญาการย้อมดั้งเดิมของอีสานใต้ ได้ผ้าสีเหลืองนวล

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ต่อมา นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางต่อไปยัง ร.ร.ตำรวจตระเวนชายแดน บ้านหนองใหญ่ อ.กันทรลักษ์ เพื่อตรวจเยี่ยมการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนแบบ New Normal ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด -19 ตามนโยบายการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดต่อฯ และได้ทักทายพูดคุยให้กำลังใจแก่ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จากนั้นได้ไปกราบสักการะหลวงพ่อตาตน พระพุทธรูปปางสมาธิสะดุ้งมารแบบขอม ที่วัดสำโรงเกียรติ อ.ขุนหาญ  และกราบนมัสการ พระอธิการอุทัย มหาปุญโญ  เจ้าอาวาสวัดสำโรงเกียรติ  พร้อมเยี่ยมชมวิถีโครงการพลังบวร (บ้าน-วัด-โรงเรียน)  และยังได้พบปะคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ของ อ.ขุนหาญ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อ.ขุนหาญ อีกด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ตนดีใจที่ได้เดินทางมาที่นี่เพราะบรรยากาศดี การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อที่จะได้มาดูด้านการเกษตรเพื่อเป็นต้นแบบที่จะขยายไปยังพื้นที่อื่น ให้ประชาชนได้มีรายได้ ทั้งนี้ปัญหาส่วนใหญ่คือปัญหาเรื่องน้ำ จะพบได้ว่าในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ มีแหล่งน้ำลำห้วยโยงใยเป็นสายเลือดเต็มไปหมด แต่ปัญหาคือไม่มีน้ำ ที่ผ่านมารัฐบาลดูแลเร่งแก้ไขปัญหามาโดยตลอด เพื่อให้สอดคล้องกับ 6 ยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีการพัฒนาทุกอย่างก้าวหน้ามาตามลำดับ ซึ่งเรื่องเร่งด่วนก็จะต้องมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันได้มีแผนบริหารจัดการน้ำแล้วหลายร้อยโครงการ  ส่วนในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ตนรับทราบปัญหาในพื้นที่ดี ปัจจุบันสถานการณ์สงบสุขแล้ว จึงจะมีการศึกษาสร้างแลนด์มาร์คใหม่ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมต่อยอดการท่องเที่ยวต่อไป 

ศิริเกษ หมายสุข  ผู้สื่อข่าว จ. ศรีสะเกษ

ธ.ก.ส. พะเยา จัดโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 แบบจับคู่ธุรกิจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ธ.ก.ส. พะเยา จัดโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 แบบจับคู่ธุรกิจ

ธ.ก.ส. พะเยา จัดโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 แบบจับคู่ธุรกิจ16 กรกฎาคม 2563 – 07:44 น.

ธ.ก.ส. พะเยา จัดประชุมโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 ลักษณะแบบ Business Matching จับคู่ธุรกิจ

วันที่ 15 ก.ค. 2563 นายชนก มากพันธุ์ ปลัดจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 ซึ่ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน จัดขึ้นที่ ห้องประชุม แมลงปอฮอลล์แอนด์การ์เด้น ตำบลเชียงบาน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ประกอบการ SMEs พร้อมรับรู้ถึงความต้องการของตลาด ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะในการประกอบธุรกิจ เชื่อมโยงธุรกิจผลิตผลลำไย โดยมีส่วนราชการ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจลำไยในพื้นทีจังหวัดพะเยาและเชียงราย เข้าร่วมประชุมตามโครงการดังกล่าว จำนวน 120 คน

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ธ.ก.ส. พะเยา จัดโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 แบบจับคู่ธุรกิจ

นายมาโนช บังองค์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดเผยว่า ทาง ธ.ก.ส. ได้จัดโครงการนี้มาเป็นปีที่ 3 แล้ว เนื่องจากลำไยเป็นผลิตผลหลักของจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนบน ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุดของประเทศไทย ทุกปีที่ผ่านมาผลผลิตลำไยมีผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6-7% และจากข้อมูลสำนักเศรษฐกิจการเกษตร คาดการณ์ว่าราคาลำไยปี 2563 ทั้งช่อสดและลำไยอบแห้งที่เกษตรกรขายได้จะมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมาและด้านการตลาด เนื่องจากประสบปัญหาผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากสถานการณ์ดังกล่าว ฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน จึงได้จัดโครงการบริหารจัดการผลผลิตลำไย ปี 2563 ในลักษณะแบบ Business Matching จับคู่ธุรกิจ โดยได้เชิญเจ้าของธุรกิจแปรรูปลำไยขนาดใหญ่ กลุ่มผู้ส่งออกลำไย ผู้ประกอบการ SMEs หัวขบวน

เพื่อเข้าร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนแนวคิดพร้อมเชื่อมโยงธุรกิจและร่วมกำหนดทิศทางในการบริหารจัดการลำไย อีกทั้งเพื่อรับทราบคามต้องการ ข้อเสนอแนะในการประกอบธุรกิจ การเชื่อมโยงธุรกิจในห่วงโซ่ผลิตผลลำไย สามารถขยายตลาดการค้าในปัจจุบันเพิ่มขึ้น รวมทั้งสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ ทั้งสินเชื่อ SMEs เกษตร และสินเชื่อเพื่อรวบรวมผลไม้ปี 2563 ให้ได้มีเงินทุนเพียงพอในการรับซื้อผลผลิตลำไยจากเกษตรกร เพื่อกระจายผลผลิตลำไยสดออกนอกพื้นที่ และเพื่อรวบรวมลำไยสดแปรรูปเป็นลำไยอบแห้งทั้งเปลือกและอบแห้งเนื้อสีทอง ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร

ธ.ก.ส. พะเยา จัดโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการลำไย ปีการผลิต 2563 แบบจับคู่ธุรกิจ

 ปัญญา เพชรแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

ศรีสะเกษเข้ม รถโดยสารเข้า-ออก โดยเฉพาะรถจากระยอง หลังพบทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศรีสะเกษเข้ม รถโดยสารเข้า-ออก โดยเฉพาะรถจากระยอง หลังพบทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด

ศรีสะเกษเข้ม รถโดยสารเข้า-ออก โดยเฉพาะรถจากระยอง หลังพบทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด15 กรกฎาคม 2563 – 16:30 น.

ขนส่งศรีสะเกษคุมเข้มมาตรการเฝ้าระวังโควิด-19 รถโดยสารผ่านเข้าออก หลังพบทหารอียิปต์ติดเชื้อที่ จ.ระยอง โดยได้ทำการคัดกรองผู้โดยสาร ทำความสะอาดมือ และตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ไม่พบผู้ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายไกรสร แจ่มหอม ขนส่ง จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จากการที่ขณะนี้ได้มีการตรวจพบว่า มีทหารชาวอียิปต์ จำนวน 1 นาย ติดเชื้อโควิด-19 ได้เดินทางเข้ามาที่ จ.ระยอง และมีการเดินทางไปท่องเที่ยวในเขตพื้นที่  จ.ระยอง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ไม่ให้มีการแพร่ระบาดเข้ามาในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ตนจึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่ง จ.ศรีสะเกษ บูรณาการร่วมกับเทศบาลเมืองศรีสะเกษ และ อบจ.ศรีสะเกษ ดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เข้าสู่  จ.ศรีสะเกษ และรถระหว่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถที่เดินทางมาจาก จ.ระยอง

โดยในวันที่ 15 ก.ค. 2563 ช่วงเวลา 00.01-08.30 ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.ศรีสะเกษ และที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.กันทรลักษ์ ได้ทำการคัดกรองผู้โดยสาร ทำความสะอาดมือ และตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ไม่พบผู้ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส มีผลการดำเนินการ  ดังนี้ สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.ศรีสะเกษ ตรวจผู้โดยสารขาเข้า จำนวน 118 คน จากรถ 21 เที่ยว ตรวจผู้โดยสารขาออก จำนวน 98 คน จากรถ 21 เที่ยว สถานีขนส่งผู้โดยสาร สาขาอ.กันทรลักษ์ ตรวจผู้โดยสารขาเข้า จำนวน 28 คน จากรถ 6 เที่ยว ตรวจสอบผู้โดยสารขาออก จำนวน 41 คน จากรถ 9 เที่ยวติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ขนส่ง จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยต่อไปว่า ตนได้เน้นให้เจ้าหน้าที่ขนส่ง จ.ศรีสะเกษ ทำการประชาสัมพันธ์และแนะนำผู้ประกอบการ  เพื่อจัดให้มีการบันทึกข้อมูลผู้โดยสาร ดังนี้  ลงทะเบียนเข้าใช้แอปพลิเคชั่น  “ไทยชนะ” หรือแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” และจัดพิมพ์  QR CODE ติดไว้ในรถทุกคันในตำแหน่งที่ผู้โดยสารสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน  และสะดวกต่อการลงทะเบียนเข้า  (check-in)  เมื่อขึ้นรถ  และลงทะเบียนออก  (check-out)  เมื่อสิ้นสุดการเดินทาง จัดให้ผู้โดยสาร พนักงานขับรถ และผู้บริการลงทะเบียนเข้า  (check-in)  เมื่อขึ้นรถ และลงทะเบียนออก  (check-out)  เมื่อสิ้นสุดการเดินทาง ผู้ตรวจการและเครือข่ายในการปฏิบัติงานร่วมกันกำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า  2019  (covid-19)  ดังนี้ พนักงานขับรถ ผู้บริการและผู้โดยสารทุกคน จะต้องสวมหน้ากากอนามัย  มีการจัดที่นั่งเว้นระยะห่างตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด  มีจุดบริการล้างมือ เจลแอลกอฮอล์  น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับผู้โดยสารก่อนขึ้นรถ

ขนส่ง จรีสะเกษ ยังเปิดเผยด้วยว่า ในส่วนของผู้ประกอบการต้องจัดให้มีการทำความสะอาดผิวสัมผัส ภายในรถ เช่นมือจับประตูรถและประตูห้องน้ำ มือจับราวบันไดรถ และเบาะนั่งทั้งก่อนและหลังการให้บริการ  ส่วนการตรวจสอบผู้โดยสารรถสายที่ 589 – 232 อุบลราชธานี-พัทยา ออกจาก จ.อุบลราชธานี มีผู้โดยสาร  จำนวน 6 คน และสายที่ 947-1 กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี ออกจาก จ.อุบลราชธานี  มีผู้โดยสาร จำนวน 6 คน พบพนักงานขับรถ ผู้บริการ และผู้โดยสาร มีการสวมหน้ากาก และนั่งเว้นระยะห่างตามมาตรการ social distancing ที่กำหนด ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบถึงการให้บริการประชาชน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน  ดังนี้  สำนักงานขนส่ง  จ.ศรีสะเกษ  และสำนักงานขนส่ง  จ.ศรีสะเกษ  สาขา  อ.กันทรลักษ์  เปิดให้บริการทุกกระบวนงาน ตั้งแต่วันที่  22  มิ.ย. 2563 เป็นต้นไป โดยให้สิทธิแก่ประชาชนที่จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue  ซึ่งผู้ที่จองคิวไว้แล้วสามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่เว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th/checkbooking/  ได้ตั้งแต่วันที่ 6  มิ.ย. 2563 เวลา 09.00 น. จนถึงวันที่ 30  มิ.ย. 2563 ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าระบบจองคิวมาก่อน ให้เริ่มจองคิวได้ตั้งแต่วันที่  1  ก.ค. 2563 เป็นต้นไป ผ่านทางแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th/ ของกรมการขนส่งทางบก หรือติดต่อด้วยตนเอง ณ สำนักงานขนส่ง  จ.ศรีสะเกษ  และสำนักงานขนส่ง  จ.ศรีสะเกษ  สาขาอ.กันทรลักษ์ โดยแต่ละกระบวนงานที่เปิดให้บริการมีมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของ โรคพร้อมทั้งเว้นระยะห่าง (Social istancing)

ศิริเกษ หมายสุข ผู้สื่อข่าว จ.ศรีสะเกษ

สานฝันเยาวชน หนุ่มใหญ่ใจบุญ ถมที่นา 7 ไร่ ทำ 3 สนามบอลให้ชาวบ้านเล่นฟรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สานฝันเยาวชน หนุ่มใหญ่ใจบุญ ถมที่นา 7 ไร่ ทำ 3 สนามบอลให้ชาวบ้านเล่นฟรี

15 กรกฎาคม 2563 – 16:30 น.

สานฝันเยาวชน หนุ่มใหญ่ใจบุญ ถมที่นา 7 ไร่ ทำ 3 สนามบอลให้ชาวบ้านเล่นฟรี ทุกเสาร์ – อาทิตย์ เผยใจมันรักและต้องการให้เยาวชนหันมาเล่นกีฬา

วันที่ 15 ก.ค. 2563  ชาวบ้านฮือฮา นายวันชัย วงค์มณี อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/3 หมู่ที่ 4 ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ได้ลงทุนถมพื้นที่นาของตนเองที่อยู่ใกล้บ้าน จำนวน 7 ไร่ สร้างสนามฟุตบอลหญ้ามาตรฐาน จำนวน 3 สนาม ให้ชาวบ้านมาใช้สนามเล่นฟุตบอลฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายมานานกว่า 5 ปี ซึ่งมีชาวบ้านในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงต่างเดินทางเล่นฟุตบอลกันอย่างต่อเนื่อง ในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ นอกจากนั้นยังมีการแข่งขันโดยใช้สนามฟุตบอลแข่งขันชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัลเป็นประจำ

จากการสอบถาม นายวันชัย เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นพ่อค้าเจ้าของฟาร์มหมูที่มีใจรักในการเล่นฟุตบอล โดยได้นำเงินส่วนตัวที่เก็บมานำไปซื้อดินทำการถมพื้นที่นาข้างบ้าน เพื่อสร้างสนามฟุตบอลด้วยใจรัก และได้ลงมือทำมาหลายปี จนกระทั่งเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐาน 7 คน สำหรับผู้ใหญ่ และสนามฟุตบอล 11 คน สำหรับเด็กและเยาวชนติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

โดยได้เปิดให้ชาวบ้านได้เดินทางมาใช้สนามฟรี ในวันเสาร์อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างไร เพื่อให้เยาวชนได้หันมาสนใจกีฬาฟุตบอล และมีสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานที่เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ และเยาวชนในการใช้ต่อยอดไปสู่อนาคตของนักเตะแข้งทองกันต่อไป

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/437108/38577/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/437108/38578/news

กาฬสินธุ์ฮือฮา ขุดพบกระดูกสัตว์โบราณ เชื่อบันดาลโชคแห่ขอหวยคึกคัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กาฬสินธุ์ฮือฮา ขุดพบกระดูกสัตว์โบราณ เชื่อบันดาลโชคแห่ขอหวยคึกคัก

กาฬสินธุ์ฮือฮา ขุดพบกระดูกสัตว์โบราณ เชื่อบันดาลโชคแห่ขอหวยคึกคัก14 กรกฎาคม 2563 – 23:09 น.

ชาวบ้านในตำบลคำเหมือดแก้ว อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ แตกตื่นแห่ดูวัตถุประหลาด ลักษณะคล้ายกระดูกสัตว์ดึกดำบรรพ์ หลังรถแบ็คโฮขุดดินปรับที่นาใต้เนินต้นไม้ใหญ่กลางทุ่งลึกเกือบ 1 เมตร พบกองกระดูกสีขาวโพลน เชื่อเป็นกระดูกสัตว์โบราณชนิดหนึ่ง นำดอกไม้ธูปเทียน

ชาวบ้านในตำบลคำเหมือดแก้ว อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ แตกตื่นแห่ดูวัตถุประหลาด ลักษณะคล้ายกระดูกสัตว์ดึกดำบรรพ์ หลังรถแบ็คโฮขุดดินปรับที่นาใต้เนินต้นไม้ใหญ่กลางทุ่งลึกเกือบ 1 เมตร พบกองกระดูกสีขาวโพลน เชื่อเป็นกระดูกสัตว์โบราณชนิดหนึ่ง นำดอกไม้ธูปเทียนประกอบพิธีขอความเป็นสิริมงคลและโชคลาภตามความเชื่อ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณที่นานายสุทิน เลพล อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 156 บ้านคำมันปลา หมู่ 6 ต.คำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านคำมันปลากับบ้านคำมะโฮ ลักษณะภูมิประเทศเป็นทุ่งนาสลับกับเนินสูงปลูกมันสำปะหลัง มีชาวบ้านจำนวน 15 คน นำโดยนายสุทินเจ้าของนา และผู้สูงอายุในหมู่บ้าน มุงดูวัตถุชนิดหนึ่ง อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้นบนเนินดินสูง  ซึ่งวัตถุที่พบดังกล่าวมีลักษณะเป็นก้อนสีขาว ถูกฝังรวมกันอยู่ใต้ผิวดิน ลึกจากระดับผิวดินปกติประมาณ 70 ซม. ทั้งนี้ ชาวบ้านต่างเชื่อว่าเป็นกระดูกของสัตว์โบราณอายุหลายหมื่นปี จึงนำดอกไม้ธูปเทียนมาจุดขอขมา และเดินวนอ้อมเนินดินและบริเวณที่พบกระดูกดังกล่าว 3 รอบ ก่อนประกอบพิธีขอความเป็นสิริมงคลและโชคลาภตามความเชื่อ

นายพูนพิพัฒน์ เรืองแสน อายุ 61  ปี บ้านเลขที่ 174 บ้านคำมันปลา หมู่ 6 ต.คำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า บริเวณดังกล่าวและละแวกใกล้เคียง เป็นพื้นที่ราบสูง แต่มีร่องรอยของร่องน้ำธรรมชาติไหลผ่านเชื่อมไปถึงโนนวิเศษ ในเขตใกล้เคียงคือ อ.ชื่นชม จ.มหาสารคาม ซึ่งในอดีตคนเฒ่าคนแก่เล่าขานว่าเป็นทางเดินของคนโบราณ รวมถึงแหล่งหากินของสัตว์ในยุคโบราณ นอกจากนี้ตามบริเวณวัดป่าในพื้นที่ และตามหัวไร่ปลายนาของชาวบ้าน ยังเคยขุดพบเศษซากสิ่งของเครื่องใช้ของคนโบราณอีกเป็นจำนวนมาก จึงสันนิษฐานว่าในย่านนี้ น่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของคนโบราณที่เรียกว่ามนุษย์ 8 ศอก หรือเป็นสุสานฝังซากศพสัตว์ในยุคดึกดำบรรพ์ แต่ยังไม่เคยมีการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายพูนพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการขุดพบวัตถุที่มีลักษณะเหมือนกระดูกสัตว์ดังกล่าว ตนเชื่อว่าบริเวณนี้น่าจะเป็นหลุมฝังศพสัตว์ขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะเป็นช้างป่า หรือม้า และน่าจะมีอายุหลายพันปีหรือหลายหมื่นปี เพราะอยู่ลึกจากระดับผิวดินปัจจุบันประมาณ 70 ซม. อย่างไรก็ตามถึงแม้วัตถุที่พบดังกล่าว จะมีลักษณะเป็นแผ่น เป็นก้อน แยกออกจากกัน แต่ก็กองอยู่รวมกัน ไม่ชิดติดกันเหมือนโครงกระดูกหรือฟอสซิลไดโนเสาร์ หรือกระดูกสัตว์ขนาดใหญ่ตามอย่างที่เห็นโดยทั่วไป แต่ตนก็เชื่อว่าเป็นกระดูกของสัตว์โบราณแน่นอน ส่วนที่เห็นมีลักษณะดังกล่าว ซึ่งคล้ายเศษปูนชิ้นเล็กชิ้นน้อย น้ำหนักเบา อาจจะเป็นเพราะสภาพทางกายภาพ และอายุนานหลายพันหลายหมื่นปีมากกว่า จึงทำให้กระดูกผุกร่อนแยกและออกจากกันดังกล่าว

ด้านนายสุทิน เลพล เจ้าของสถานที่กล่าวว่า เดิมจุดที่พบเป็นเนินสูง สภาพเป็นดินเหนียว แข็ง โดยมีต้นนางหวานซึ่งเป็นต้นไม้โบราณ ปัจจุบันเกือบจุสูญพันธุ์ไปหมดแล้วยืนต้นอยู่ สัปดาห์ก่อนได้จ้างรถแม็คโฮมาขุด เพื่อนำดินไปถมที่และเพื่อปรับพื้นที่เป็นแปลงนา วันนี้จึงได้นำเมล็ดข้าวเปลือกมาหว่าน จากนั้นเข้าไปนั่งพักใต้ร่มนางหวาน จึงได้สังเกตเห็นวัตถุสีขาว เป็นก้อน เป็นแผ่น วางเรียงกันเป็นตับอยู่ รู้สึกแปลกใจมากจึงเอามือเกลี่ยดินที่ปกคลุมออก และใช้ฝ่ามือลูบดู บางชิ้นผิวเรียบ บางชิ้นขรุขระ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรแน่ จึงเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยกันดู

นายสุทินกล่าวอีกว่าเพื่อนบ้านที่มาเห็นต่างสงสัย ดูไม่ออกว่าเป็นซากกระดูกสัตว์หรือไม้ที่กลายเป็นหินกันแน่ อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีลักษณะคล้ายหินหรือเศษปูนดังกล่าว ก็ไม่มีใครคิดว่าเป็นเนื้อปูนแห้ง และไม่มีเหตุผลใดที่จะมีใครเอาเศษปูนมาฝังดินที่อยู่ลึกเกือบ 1 เมตร  จึงสันนิษฐานไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นซากกระดูกสัตว์โบราณหรือในยุคดึกดำบรรพ์ ทั้งนี้ ตนและภรรยาเคยมานอนเฝ้าสัตว์เลี้ยงและข้าว บางคืนภรรยาตนบอกว่าเคยมองเห็นแสงประหลาดพุ่งขึ้นเนินต้นนางหวาน ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นแสงอะไร ก่อนที่จะมาพบกระดูกปริศนาในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อข่าวการพบกระดูกสัตว์โบราณแพร่ออกไป ทำให้ชาวบ้านที่ทราบเรื่องราวและนิยมเรื่องโชคลาภ โดยเฉพาะใกล้วันหวยออก จึงต่างแตกตื่นมาดู พร้อมกับนำดอกไม้ ธูปเทียนมาประกอบพิธีขอขมา เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอเลขเด็ดตามความเชื่อ ทั้งนี้ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล  ซึ่งทางผู้นำหมู่บ้าน จะได้รายงานนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำการตรวจสอบต่อไปว่าวัตถุที่ขุดพบนั้นคืออะไร

ชมพิศ ปิ่นเมือง  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัด กาฬสินธุ์

“หมออมร” แนะชาวระยอง ถ้าไม่มีอาการ รออีก3วัน ค่อยตรวจหาเชื้อโควิดได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“หมออมร” แนะชาวระยอง ถ้าไม่มีอาการ รออีก3วัน ค่อยตรวจหาเชื้อโควิดได้

"หมออมร" แนะชาวระยอง ถ้าไม่มีอาการ รออีก3วัน ค่อยตรวจหาเชื้อโควิดได้14 กรกฎาคม 2563 – 18:10 น.

“ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี”ปธ.ราชวิทยาลัยฯ แนะชาวระยอง หากใครมีอาการ ไข้ ไอ หรือ เจ็บคอ แล้ว ให้รีบไปตรวจหาเชื้อโควิดวันนี้ หากไม่มีอาการรออีก 2-3 ค่อยไปตรวจ หวั่นผลลบลวงได้

             เมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2563 เสียงก่นด่าสนั่นโซเชียลหลังมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลผ่านศบค. เกิดความหละหลวมถึงขั้นน็อตหลุด เมื่อปล่อยให้นายทหารอียิปต์ที่ติดเชื้อไวรัสร้ายโควิด-19 เข้ามาประเทศไทย และออกตระเวนท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดระยองเมืองท่องเที่ยวระดับต้นๆของประเทศไทย งานนี้เล่นเอาชาวจังหวัดระยองเดือดไปตามๆ กัน หลังรับรู้ เกิดความหวาดระแวง อีกทั้งต้องรีบตรวจร่างกายหวั่นติดเชื้อโควิด-19

             เกี่ยวกับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 หรือไม่อย่างไร  “คมชัดลึก ออนไลน์ ” มีคำแนะนำดีๆ จากปารมาจารย์ระดับครูของแพทย์ อย่าง  “ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี” ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย  ว่า ที่จังหวัดระยองคนคงแตกตื่นจะไปตรวจกันวันนี้ ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

           “ผมว่า หากใครมีอาการ ไข้ ไอ หรือ เจ็บคอ แล้ว ก็ไปตรวจวันนี้ หากใครไม่มีอาการใด ๆ รอ อีกสองถึงสามวัน ค่อยไปตรวจ หรือถ้าไม่มีอาการ ค่อยไปตรวจวันที่ 17 ก.ค. หรือ 18 ก.ค. 2563  จะได้มีโอกาสตรวจพบเชื้อโควิด-19” ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ระบุ

          ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร  กล่าวอีกว่า ถ้าตนเองติดเชื้อ ระหว่างที่คอยไปตรวจ สวมหน้ากากอนามัยไว้ก่อน อยู่ห่าง ล้างมือ เต็มตัว  หากรีบตรวจเร็วไปในวันนี้ จะได้ผลลบลวงได้ เพราะวิธีการตรวจยังตรวจไม่พบเชื้อในวันนี้ แม้ว่าจะรับเชื้อไปแล้ว เดี๋ยวจะเข้าใจผิดไปอีกว่า ไม่ติดเชื้อแล้ว

    …กมลทิพย์ ใบเงิน..เรียบเรียง….

อ.จุน เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ อบรม 4 อปท.200 คน ลดความเสี่ยงหรือสูญเสีย ปี 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อ.จุน เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ อบรม 4 อปท.200 คน ลดความเสี่ยงหรือสูญเสีย ปี 2563

14 กรกฎาคม 2563 – 17:19 น.

อ.จุน เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ อบรม 4 อปท.200 คน ลดความเสี่ยงหรือสูญเสีย ปี 2563 โดยมีคณะผู้บริหาร อปท. ในพื้นที่ 4 แห่งให้การต้อนรับพร้อมจิตอาสาจำนวน 200 คน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ  ที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ

วันนี้ (14 กรกฎาคม 2563) ที่หอประชุม 50 ปี อ.จุน จ.พะเยา นายสิโรฒม์ ชมใจ ปลัดอาวุโส อ.จุน เป็นประธานในการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติ ปี 2563 โดยมีคณะผู้บริหาร อปท. ในพื้นที่ 4 แห่งให้การต้อนรับพร้อมจิตอาสาจำนวน 200 คน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ  ที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ เป็นการลดความเสี่ยงหรือความสูญเสียในพื้นที่

นายสุภชัย  ศุนย์กลาง นายก.ทต.จุน เปิดเผยว่า โครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาภัยพิบัติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ อปท.ทุกแห่งมีการจัดฝึกอบรมอาสาสมัครจิตาสาภัยพิบัติขึ้น ซึ่งการในครั้งนี้ ประกอบด้วย เทศบาลตำบลห้วยข้าวก่ำ เทศบาลตำบลจุน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางขาม และ องค์การบริหารส่วนตำบลธาตุขิงแกง โดยมีจิตอาสาฯเข้าร่วมฝึกอบรมฯ อปท.ละ 50 นาย รวมเป็น 200 นาย เพื่อให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่ ซึ่งจะทำให้การทำงานเต็มไปด้วยคุณภาพ ประสิทธิภาพเมื่อยามเกิดภาวะภัยพิบัติ ตลอดจนสร้างระบบบังคับบัญชาให้รู้ว่าใครมีหน้าทีอะไร ตลอดจนเป็นการดสร้างบุคคลากรในโครงการจิตอาสาในระดับพื้นที่ให้เข้มแข็งยิ่งๆ ขึ้นติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้านนายสิโรฒม์ กล่าว การฝึกอบรมครั้งนี้ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการ ในการดูแล ป้องกันและแก้ไข หากเกิดกรณีภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของแต่ละ อปท. เนื่องจากอาสาสมัครทั้งหมดที่เข้าอบรมต้องเป็นผู้ช่วยพนักงานบรรเทาสาธารณภัย และมีความใกล้ชิดหรืออยู่ในพื้นที่ภัยพิบัตินั้นๆ จึงมีความรวดเร็วในการแจ้งเหตุ ประเมินสถานการณ์ อันจะนำไปสู่การแก้ไข หรือช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว อันเป็นการลดความสูญเสียในทุกๆด้านได้เป็นอย่างดี 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา