ผอ.ฮีโร่ แต่งชุดซุปเปอร์แมนรับศิษย์ทุกเช้า เผยจูงใจให้เด็กมาเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผอ.ฮีโร่ แต่งชุดซุปเปอร์แมนรับศิษย์ทุกเช้า เผยจูงใจให้เด็กมาเรียน

ผอ.ฮีโร่ แต่งชุดซุปเปอร์แมนรับศิษย์ทุกเช้า เผยจูงใจให้เด็กมาเรียน14 กรกฎาคม 2563 – 13:57 น.

ผอ.ฮีโร่ แต่งชุดซุปเปอร์แมนรับศิษย์ทุกเช้า เผยจูงใจให้เด็กมาเรียน “ผมต้องการอย่างสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากมาโรงเรียน และได้เข้าไปเรียนอย่างสนุกสนาน”

วันนี้ (14 กรกฎาคม 2563) ที่ จ.นครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสังเกตการณ์ที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนอนุบาลเมืองนครสวรรค์ (เขากบวิวรณ์สุขวิทยา) เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ หลังได้รับเรื่องราวบอกต่อจากบรรดากลุ่มผู้ปกครองของเด็กนักเรียนโรงเรียนดังกล่าว ว่า ผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้ มักจะชอบแต่งกายชุดสุดยอดซุปเปอร์ฮีโร่มาปรากฏกายเพื่อรอต้อนรับนักเรียนในตอนเช้าก่อนเข้าเรียนเกือบทุกวันจากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ พบว่า มีชายวัยกลางคน คือนายวิศิษฐ์ ศิริวัฒพงศ์ ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเมืองนครสวรรค์ แต่งกายด้วยชุดซุปเปอร์แมน ซึ่งเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ชื่อดังในภาพยนตร์ เดินมาปรากฏกายที่บริเวณริมถนนหน้าโรงเรียน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับยกมือไหว้แบบนอบน้อมในการต้อนรับผู้ปกครองที่เดินทางมาส่งบุตรหลานเพื่อเข้าเรียน โดยตลอดระยะเวลาในการต้อนรับกลุ่มผู้ปกครองและนักเรียนเข้าเรียนนั้น นายวิศิษฐ์ ผู้ที่แต่งกายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่รายนี้ จะมีการเดินไปทักทายนักเรียน พร้อมกับถ่ายรูปร่วมกันอย่างเป็นกันเองกับนักเรียนทุกคน และจากนั้น นายวิศิษฐ์ ยังได้ไปร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มเด็กนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล ซึ่งมีการทำกิจกรรมร้องรำทำเต้นในการสอนให้เด็กนักเรียนร่วมกันรณรงค์ป้องกันตนเองจากพิษภัยของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย โดยกิจกรรมดังกล่าว นอกจากจะได้ความรู้แล้ว กลุ่มเด็กนักเรียนยังได้รับความสนุกสนานที่ได้เห็นผู้อำนวยการโรงเรียนแต่งกายชุดซุปเปอร์แมนมาร้องเต้นและทำกิจกรรมสร้างความบันเทิง

จากการสอบถาม นายวิศิษฐ์ ศิริวัฒพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเมืองนครสวรรค์ ได้รับการเปิดเผยว่า เนื่องจากโรงเรียนได้ปิดไปนาน ตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 และเพิ่งจะมีการเปิดทำการเรียนการสอนใหม่ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนก็มีความคิดว่า โรงเรียนได้ปิดไปนานหลายเดือนจนอาจทำให้เด็กนักเรียนบางคนไม่อยากมโรงเรียน จึงได้เกิดความคิดที่จะหาวิธีทางที่สร้างแรงดึงดูดให้เด็กนักเรียนอยากมาโรงเรียนมากขึ้น ด้วยการไปสั่งซื้อชุดซุปเปอร์แมนมาจากร้านค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อนำมาแต่งสร้างสีสัน ในการต้อนรับนักเรียนเปิดเทอมวันแรก แล้วผลปรากฏว่า ได้รับกระแสการตอบรับดีจากกลุ่มผู้ปกครองและนักเรียนในสังกัด โดยเฉพาะนักเรียนระดับชั้นอนุบาล เมื่อเห็นตนที่ด้านหน้าโรงเรียน จะมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และจะขอให้ผู้ปกครองนำโทรศัพท์มือถือมาให้ถ่ายรูปร่วมกับตนในคาบชุดซุปเปอร์ฮีโร่เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก จึงทำให้ตนแต่งกายด้วยชุดนี้เกือบทุกวัน มารอต้อนรับนักเรียนในช่วงเช้า เพื่อสร้างแรงจูงใจ และเรียกรอยยิ้มให้พวกเค้ามีความสุข ก่อนจะเข้ารั่วไปร่ำเรียนวิชาติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

“ซุปเปอร์แมน เป็นซุปเปอร์ฮีโร่จากต่างดาว ที่มาอาศัยโลกอยู่ จึงทำให้ซุปเปอร์แมนต้องปฏิญาณตนในการช่วยปกป้องและพยุงโลกให้พ้นจากภัยอันตรายต่างๆ ซึ่งก็เหมือนกับครู ถ้าไม่มีนักเรียน ก็จะไม่มีครู ดังนั้น ถ้าครูจะสามารถทำอะไรได้เพื่อนักเรียน ครูก็ต้องทำ อย่างเช่น การที่ผมมาแต่งตัวเป็นซุปเปอร์แมนเกือบทุกวันนั้น ผมต้องการอย่างสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากมาโรงเรียน และได้เข้าไปเรียนอย่างสนุกสนาน” ผอ.วิศิษฐ์ ระบุทิ้งท้าย

รณกฤต วรณันวรกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์

คนอีสานเฮ รฟท.เดินหน้ารถไฟเร็วสูง ระยะ2 โคราช-หนองคาย เชื่อมสปป.ลาวและจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คนอีสานเฮ รฟท.เดินหน้ารถไฟเร็วสูง ระยะ2 โคราช-หนองคาย เชื่อมสปป.ลาวและจีน

14 กรกฎาคม 2563 – 06:51 น.

คนอีสานเฮ! รฟท.เดินหน้ารถไฟเร็วสูง ระยะ2 โคราช-หนองคาย เชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาวและจีน ส่งเสริมการลงทุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

วันนี้ (13 กรกฎาคม 2563) เวลา 09.0 น. ณ โรงแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมา การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน 4 จังหวัดภาคอีสาน  ครั้งที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย) โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ศึกษาแนวเส้นทางโครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 นครราชสีมา-หนองคาย ระยะทางรวม 356 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 226,340 ล้านบาท ประกอบด้วย สถานีรถไฟ 5 สถานี สถานีขนถ่ายสินค้า 1 แห่ง อนาคตเตรียมพัฒนาเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ เชื่อมต่อการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว และจีน โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชุม เพื่อนำเสนอสาระสำคัญ วัตถุประสงค์ ขอบเขตการดำเนินการ แผนการดำเนินโครงการ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับของโครงการ พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ หน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุมเป็นจำนวนมาก

นายสุวัฒน์ กันภูมิ หัวหน้าแผนกบริหารงานทั่วไป การถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท) เปิดเผยว่า รฟท.อยู่ระหว่างดำเนินโครงการศึกษาและออกแบบรายละเอียดงานโยธารถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย มีเส้นทางครอบคลุม 4 จังหวัด คือ จ.นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และจ.หนองคาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางที่มีคความรวดเร็วและความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งเกิดการการพัฒนาเมืองตามแนวเส้นทางให้เป็นศูนย์กลางความเจริญทางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาค นอกจากนั้นเส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมต่อการค้าการลงทุนของไทยกับ สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ในขณะดำเนินการก่อสร้างโครงการยังสนับสนุนการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ โครงการฯมีระยะทางประมาณ 356 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟจำนวน 5 สถานี ได้แก่ สถานีบัวใหญ่ สถานีบ้านไผ่ สถานีขอนแก่น สถานีอุดรธานี สถานีหนองคาย และมีสถานีขนถ่ายสินค้า 1 แห่ง บริเวณสถานีรถไฟนาทา จ.หนองคาย มีศูนย์ซ่อมบำรุงที่เชียงรากน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และศูนย์ซ่อมบำรุงเบาที่นาทา จ.หนองคาย พร้อมด้วยหน่วยซ่อมบำรุงทาง 4 แห่ง ที่สถานีบ้านมะค่า จ.นครราชสีมา สถานีหนองเม็ก จ.ขอนแก่น สถานีโนนสะอาด จ.อุดรธานี และสถานีนาทา จ.หนองคาย โดยออกแบบขนาดรางเป็น 1.435 เมตร มีจุดตัดทางรถไฟ 241 แห่ง ระยะเวลาการเดินทางจากกรุงเทพมหานครถึงหนองคาย 3 ชั่วโมง 15 นาที่ นายสุวัฒน์ กล่าวติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้าน ผวจ.โคราช นายวิเชียร จันทรโณทัย กล่าวว่า วันนี้เป็นความก้าวหน้าของรถไฟความเร็วสูงของรัฐบาล ซึ่งช่วงที่ 1 ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งกำลังดำเนินการและมีกำหนดการที่จะแล้วเสร็จประมาณปี 2569 ตอนนี้ทางรถไฟได้มอบให้บริษัทที่ปรึกษามารับฟังข้อคิดเห็นเพื่อดำเนินการในเฟสที่ จากนครราชสีมาไปยัง จ.ขอนยแก่น และจ.หนองคาย เพื่อเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งวันนี้เป็นการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ของเฟสที่ 2  อยากให้พี่น้องประชาชนมาร่วมรับฟังและเสนอแนะกันอย่างทั่วถึง เพื่อให้คณะที่ปรึกษาได้นำข้อคิดเห็นของประชาชนในวันนี้เไปปรับปรุงและออกแบบและนำมาเสนอให้พี่น้องประชาชนทราบอีกครั้งในเดือน พ.ย. 2563 นี้ ผวจ.โคราชกล่าว

กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครราชสีมา

ผู้ว่าฯ มาเยี่ยมเผยหาทางช่วยเหลือ เด็กยอดกตัญญู ปั่นจักรยานเร่ขายน้ำพริกหารายได้ช่วยแม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผู้ว่าฯ มาเยี่ยมเผยหาทางช่วยเหลือ เด็กยอดกตัญญู ปั่นจักรยานเร่ขายน้ำพริกหารายได้ช่วยแม่

ผู้ว่าฯ มาเยี่ยมเผยหาทางช่วยเหลือ เด็กยอดกตัญญู ปั่นจักรยานเร่ขายน้ำพริกหารายได้ช่วยแม่14 กรกฎาคม 2563 – 06:46 น.

ฟ้ามีตา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านของน้องปีใหม่ เด็กหญิงยอดกตัญญูวัย 12 ปี ที่ปั่นรถจักรยานตระเวนเร่ขายน้ำพริกแมงดาบรรจุกระปุก และเก็บขวดน้ำพลาสติกตามถังขยะมาสะสมไว้ขาย

วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ สื่อมวลชนหลายสำนักได้มีการนำเสนอข่าว ด.ญ.ปภาวดี เช้าโต หรือน้องปีใหม่ เด็กหญิงยอดกตัญญูวัย 12 ปี ที่รักแม่ ช่วยแม่ทำงานบ้านได้ทุกอย่าง พอมีเวลาก็จะปั่นรถจักรยานไปตามหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เพื่อตระเวนเร่ขายน้ำพริกแมงดาบรรจุกระปุก และเก็บขวดน้ำพลาสติกตามถังขยะมาคัดแยกสะสมไว้ขาย เพื่อหารายได้ช่วย น.ส แสงเดือน ศรีอภัย แม่วัย 35 ปี ที่ทำงานเพียงลำพังคนเดียว แต่ต้องแบกภาระเลี้ยงลูกที่อยู่ในวัยเรียนถึง 3 คน รวมทั้งต้องการหาเงินไปซื้อกระเป๋าและเสื้อผ้าชุดนักเรียน ที่พึ่งเปิดภาคเรียนมาตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ผู้ว่าฯ มาเยี่ยมเผยหาทางช่วยเหลือ เด็กยอดกตัญญู ปั่นจักรยานเร่ขายน้ำพริกหารายได้ช่วยแม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ชีวิตรันทด แม่วัย 35 ปี หาเงินเลี้ยงลูก 3 คน เพียงลำพัง ลูกๆ ต้องอดมื้อกินมื้อ

                         สองพี่น้อง อยากได้ชุดนักเรียนใหม่ ปั่นจักรยานตระเวนขายของหารายได้ก่อนเปิดเทอมติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น วันนี้ นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย นายปกรณ์ ตั้งใจตรง นายอำเภอวิเชียรบุรี นางวรรณภา สุขคง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ และดาบตำรวจวัฒนพงษ์ เกิดพูล นายกเทศมนตรีเมืองวิเชียรบุรี ได้ลงพื้นที่ที่บ้านเลขที่ 507 บ้านน้อย หมู่ 10 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี เพื่อเยี่ยมเยือน มอบสิ่งของ และดูสภาพความเป็นอยู่ของ ด.ญ.ปภาวดี เช้าโต หรือน้องปีใหม่ เด็กหญิงยอดกตัญญูวัย 12 ปี และครอบครัว หลังจากทราบว่า นอกจากจะมีฐานะที่ยากจนแล้ว ยังได้รับความเดือดร้อนเรื่องบ้านที่อยู่อาศัย ที่มีสภาพผุๆพังๆ กันน้ำกันฝนไม่ได้ และอาศัยอยู่ในที่ดินของคนอื่น

นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า วันนี้ได้มาดูเรื่องปัญหาของราษฎรในเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในเรื่องของที่อยู่อาศัย วันนี้ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะแก้ปัญหา และให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่มีฐานะยากจน ได้อยู่อย่างตามอัตภาพที่ดีขึ้น คงจะไม่ได้อยู่แบบบ้านหลังใหญ่หลังโต แต่อย่างน้อยขอให้อยู่แบบมีความสุขเท่าที่จะทำได้ การมาวันนี้ได้มาบูรณาการ ให้ทุกส่วนให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส่วนปัญหาเรื่องการสร้างบ้านให้น้องปีใหม่ทำไม่ได้ เนื่องจากที่ดินตรงนี้เป็นที่ขอเขาอยู่ ถ้าสร้างให้เกรงว่าจะมีปัญหา ความช่วยเหลือตอนนี้ก็คือซ่อมแซมบ้านให้พออยู่ได้ไปก่อน จนกว่าจะหาที่อยู่ได้ เพราะว่าการสร้างบ้านที่เป็นที่ดินของผู้อื่น พอเราสร้างเสร็จเขาขายเลยก็เคยมีมาแล้ว และเป็นการทำผิดระเบียบอีกด้วย

สำหรับผู้ใจบุญที่มีจิตเมตตาสงสาร ช่วยเหลือครอบครัว น.ส แสงเดือน ศรีอภัย แม่ลูกสาม และ ด.ญ.ปภาวดี หรือน้องปีใหม่ เด็กหญิงยอดกตัญญู ให้มีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตัวเอง และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถบริจาคโดยตรงได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 063-6734264 ซึ่งเป็นเบอร์ของ น.ส แสงเดือน ศรีอภัย หรือบริจาคเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ชื่อ น.ส แสงเดือน ศรีอภัย หมายเลขบัญชี 629-0-34308-4

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

จัดโปรฯ เรียกแขก หลังซบเซามานาน รถแห่สกลฯปรับราคาสู้โควิด จากหลักหมื่นเหลือ 198 บาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จัดโปรฯ เรียกแขก หลังซบเซามานาน รถแห่สกลฯปรับราคาสู้โควิด จากหลักหมื่นเหลือ 198 บาท

จัดโปรฯ เรียกแขก หลังซบเซามานาน รถแห่สกลฯปรับราคาสู้โควิด จากหลักหมื่นเหลือ 198 บาท13 กรกฎาคม 2563 – 19:37 น.

ธุรกิจรถแห่ พลิกวิกฤติสู้โควิด-19 หั่นราคาจ้างหลัก 3 หมื่น ลดเหลือ 198 บาท ต่อ 3 ชม. สร้างกระแสเรียกลูกค้า หลังปลดล๊อคธุรกิจบันเทิง ขณะที่มีคนเข้าแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการแย่งลูกค้า ในช่วงที่กำลังฟื้นตัวหลังโควิด-19

13 ก.ค.63บรรยากาศที่บ้านห้วยทราย ต.ห้วยหลัว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร มีการจัดแสดงดนตรีแก้บนให้ หลักเจ้าปู่บ้านห้วยทราย’ เพื่อความเป็นสิริมงคล และให้หมู่บ้านมีความอุดมสมบูรณ์ หลังชาวบ้านในพื้นที่เริ่มลงมือทำนา สำหรับ ‘หลักเจ้าปู่บ้านห้วยทราย’ เป็นสถานที่ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ จะคอยนำสิ่งดีมา และบันดาลโชคให้กับคนในหมู่บ้านที่มาขอพร เมื่อสมหวังจะแก้บน ซึ่ง นายวุฒิศักดิ์ สิงห์สาย กำนัน ต.ห้วยหลัว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร กล่าวว่า มีลูกบ้านแจ้งจะจัดการแสดงดนตรีสด เพื่อมาแก้บน จึงมาร่วมดูแลความปลอดภัย เพราะแม้จะเปิดให้แสดงได้ แต่ยังอยู่ใน พรก.ฉุกเฉิน และเป็นการป้องปรามเหตุทะเลาะวิวาท เพราะถือว่า เป็นครั้งแรกที่มีการแสดงดนตรีในพื้นที่ หลังจากมีการปิดสถานที่ ห้ามมีการแสดงรื่นเริง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า งานบุญประเพณีของชาวอีสาน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ดนตรีลำซิ่ง ที่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นดนตรีรถแห่ ที่ไม่ต้องใช้เวที มีการแสดงสดบนรถ หลังจากรัฐบาลผ่อนปรนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในระยะที่ 5 เปิดให้กลุ่มอาชีพเสี่ยง โดยเฉพาะเกี่ยวกับสถานบันเทิง การจัดเวทีการแสดง สามารถจัดกิจกรรมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ธุรกิจรถแห่ เป็นหนึ่งในกลุ่มอาชีพที่ได้รับการปลดล็อค และเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ว่าจ้างเปิดการแสดงนำขบวนตามงานประเพณี งานรื่นเริง งานบุญ แต่หลังคลายล็อคระยะที่ 5 พบว่า ยังมีการว่าจ้างน้อย ทำให้ธุรกิจนี้ยังซบเซา แต่มีผู้ประกอบการรายหนึ่ง ที่สวนกระแสเพื่อเรียกลูกค้ามาจองคิวการแสดง โดยยอมหั่นค่าจ้างจากราคาหลักหมื่น ลงมาเหลือหลักร้อย ด้วยโปรโมชั่น 3 ชั่วโมง 198 บาท ทำให้ได้รับกระแสตอบรับจากชาวบ้านจองคิวกันยาว  โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.อุดรธานี จ.สกลนคร และ จ.บึงกาฬ แต่ขณะเดียวกันมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยกับโปรโมชั่นดังกล่าว เพราะเป็นการตัดราคา และกระทบกับเจ้าของรถแห่รายอื่น

นายปภังกร ปลั่งกลาง อายุ 49 ปี ผู้จัดการรถแห่เคอร์วิกซ์ ที่ได้รับว่าจ้างจากลูกค้า มาแสดงแก้บน ที่ บ.สามขาห้วยทราย ต.ห้วยหลัว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ในโปรโมชั่นราคา 198 บาท กล่าวว่า ธุรกิจรถแห่ได้รับความนิยมมากในช่วง 3-4 ปี จนเมื่อต้นปี 2563 ได้ลงทุนเพิ่มเติมประกอบรถแห่แบบครบวงจร ลงทุนไปเกือบ 5 ล้านบาท ทั้งระบบเครื่องเสียง ระบบแสงสีเสียง ระบบการตัดต่อไลฟ์สด ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างดี แต่รับงานได้เพียง 7 งาน ก็ถูกพิษไวรัสโควิด-19 ทำให้ลูกค้าสั่งยกเลิกงาน ทีมงานต้องหยุดการแสดง และระหว่างที่มีการเก็บตัว หยุดเชื้อเพื่อชาติ ตนเองก็ให้ทีมงานมาพักอาศัยอยู่รวมกัน เพื่อฝึกซ้อมดนตรี  มีการดูแลสุขภาพ ตามมาตรการของสาธารณสุข เวลาซ้อมดนตรีก็ต้องสวมหน้ากาก แต่เมื่อกำหนดเวลาล็อคดาวน์ยืดออกไป จึงตัดสินใจซ้อมดนตรีไปด้วย ไลฟ์สดไปด้วย ทำให้มีแฟนคลับติดตามมาตลอดติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

หลังวันที่ 1 ก.ค. 2563 มีการคลายล็อค สามารถรับงานแสดงได้ แต่พบว่า ไม่มีคนมาว่างจ้างงานแสดง ตนเองจึงคิดโปรโมชั่น 198 บาท ต่อ 3 ชั่วโมง และหากเจ้าภาพพอใจ ก็จ้างต่อคิดชั่วโมงละ 5 พันบาท แต่มีเงื่อนไขเจ้าภาพต้องขออนุญาตการใช้เครื่องเสียงเอง ตนเองยืนยันว่า ไม่ได้คิดราคานี้ตลอด เป็นการจัดโปรโมชั่นระยะสั้น  และผู้ประกอบธุรกิจรถแห่ ก็ทราบดีว่า  ช่วงนี้เข้าพรรษาไม่มีงาน เป็นฤดูทำนา งานบุญ งานบวช งานประเพณีไม่มี เมื่องานหายากไม่มีคนจ้าง ตนเองจึงปรับกลยุทธ์ให้ธุรกิจอยู่รอด และสร้างกระแสให้รถแห่ กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง และอยากให้ทีมงานได้ออกไปแสดงในพื้นที่จริง  จึงคิดโปรโมชั่นนี้ขึ้นมา โดยเดินทางในระยะทาง 39 กิโลเมตร จากสำนักงาน ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ส่วนใหญ่ผู้จ้างอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี อ.สว่างแดนดิน อ.เจริญศิลป์ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร  มีการจ้างจองคิวยาวไปถึงวันที่ 14 ก.ค.ทีมงานก็จะปิดโปรโมชั่น ซึ่งงานที่จองคิวมา ก็เป็นงานบุญเล็กๆ ของชาวบ้านในหมู่บ้าน แต่ก็ทำให้ทีมงานได้ซ้อมจริง และได้ปรับปรุงระบบเครื่องเสียง ระบบไฟ ระบบออกอากาศไลฟ์สด ไปในตัวด้วย  เป็นการเตรียมความพร้อม ที่จะสามารถรับงานใหญ่ได้หลังประเพณีออกพรรษา ต่อเน่ื่องยาวไปถึงปีใหม่ ถือเป็นช่วงเวลาทองก็ได้ โดยจะรับงานราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 18,000 – 30,000 บาท สามารถรับงานได้ในต่างจังหวัด

ด้าน นายรวิมล สร้อยประดิษฐ์ ชาวบ้านดอนเชียงยืน ต.โพนสูง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร หนึ่งในผู้ว่าจ้าง กล่าวว่า ตนและญาติๆได้จัดงานบุญแจกข้าว อุทิศส่วนกุศลให้กับอา ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อต้นเดือนกรฏาคม และอาเป็นคนชอบเสียงดนตรี จึงว่าจ้างดนตรีมาแสดงให้ผู้ร่วมงานชม มาเจอเฟซบุ๊กเพจรถแห่เคอร์วิกซ์ พบว่า อยู่ไม่ห่างจากบ้านตนเอง จึงไปว่าจ้าง ครั้งแรกไม่เชื่อว่าจะได้ราคา 198 บาท เพราะราคามาตรฐานอยู่ที่เกือบ 3 หมื่นบาท แต่พอเสียเงินแค่ 198 บาท สามารถเข้าถึงได้ แต่การบริการยังมาตรฐานเดิมทำให้รู้สึกดีใจ และถือเป็นครั้งแรกของหมู่บ้านที่มีรถแห่ราคาจ้างระดับหลายหมื่นมาจัดการแสดง ตนเองและญาติรู้สึกดีใจที่จัดงานบุญให้อาที่เสียไป มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ทวีป  ศรีสุชาติ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สกลนคร

เปิดภาพนาทีช่วยเหลือ ลูกช้างป่า พลัดตกสระน้ำ ก่อนช่วยได้อย่างปลอดภัย (มีคลิป) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดภาพนาทีช่วยเหลือ ลูกช้างป่า พลัดตกสระน้ำ ก่อนช่วยได้อย่างปลอดภัย (มีคลิป)

13 กรกฎาคม 2563 – 17:45 น.

ช้างป่าอ่างฤาไน วัย 5 ปี เข้ามากินผลไม้ในสวนของชาวบ้านเนินกระบก อ.ท่าตะเกียบ ก่อนใช้งวงดูดกินน้ำในสระน้ำของชาวบ้านทำให้พลัดตกลงสระน้ำ ก่อนส่งเสียงร้องโหยหวนนานกว่า 3 ชม. จึงมีชาวบ้านเข้ามาเห็น ประสานเจ้าหน้าที่นำรถแบ็คโฮ มาขุดเป็นทางลาดพาช้างขึ้น

วันนี้ (13 ก.ค. 2563) เวลาประมาณ 14.00 น. นายสุริยากมล ไวยหงษ์ ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่าพบช้างตกสระน้ำกลางสวนผลไม้ชาวบ้าน จึงได้รุดเข้าพื้นที่โดยประสานกำลังกองร้อยอาสาท่าตะเกียบ พร้อมประสานนายเอนก วงษ์ศา หัวหน้าชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังช้างป่าเขาอ่างฤาไน ประจำอำเภอท่าตะเกียบ  ร้อยโท สุระ โสรักนิษฐ์ รองผู้บังคับการกองร้อยทหารพรานที่ 1306 เพื่อร่วมนำทีมเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และเจ้าหน้าที่ทหารพรานร่วมลงพื้นที่

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เมื่อไปถึงพื้นที่ตามรับแจ้งภายในสวนผลไม้ของชาวบ้าน หมู่ที่ 12 หมู่บ้านเนินกระบก ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา พบลูกช้าง จมอยู่ในสระน้ำลักษณะชูงวงขึ้นให้พื้นน้ำ ที่ชาวบ้านขุดไว้ เพื่อนำน้ำมาใช้ด้านการเกษตร โดยขนาดสระดังกล่าว กว้างประมาณ 8 ยาว 20 เมตร และลึกประมาณ 3 เมตร ซึ่งช้างป่าเขาอ่างฤาไน พยายามส่งเสียงร้อง และพยามจะปีนขึ้นจากสระน้ำ แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากสระน้ำมีสภาพลึกชัน จึงไม่สามารถช่วยตนเองขึ้นมาได้

ด้านนายสุริยากมล ไวยหงษ์ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.ท่าตะเกียบ จึงได้วางแผนประสานขอรถแบ็คโฮจากชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง มาตักดินข้างบ่อให้เป็นทางลาด เพื่อให้ช้างสามารถเดินขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนลูกช้างป่าจะเดินเข้าป่าตามฝูงแม่ช้างไป   ซึ่งสาเหตุของการพลัดตกสระน้ำ คาดว่าโขลงช้างป่าน่าจะลงมาหาอาหารกิน ในสวนของชาวบ้าน ก่อนที่ลูกช้างตัวดังกล่าวจะใช้งวงกินน้ำภายในสระ ก่อนจะลื่นไถลตกไป จนไม่สามารถขึ้นมาบนบกได้ โชคดีที่ชาวบ้านได้ยินเสียงร้อง จึงเข้ามาดูก่อนประสานช่วยเหลือได้สำเร็จ

ข่าว/ภาพ  สราวุฒิ บุญสร้าง /คนองศักดิ์ อังศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา 

พลัง ” มดข่าว ” ระดมสมองสร้างสื่อสร้างสรรค์ ปลอดภัยป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พลัง ” มดข่าว ” ระดมสมองสร้างสื่อสร้างสรรค์ ปลอดภัยป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

13 กรกฎาคม 2563 – 09:44 น.

พลัง ” มดข่าว ” ระดมสมองสร้างสื่อสร้างสรรค์ ปลอดภัยป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยกองบรรณาธิการมดข่าวพะเยาทีวี จับมือบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.พะเยา จัดโครงการ ” พลังสื่อสร้างสรรค์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น”

วันนี้ (12 กรกฎาคม 2563) ที่กองบรรณาธิการมดข่าวพะเยาทีวี ภายในวัดศรีโคมคำ อ.เมือง จ.พะเยา ได้มีการร่วมมือกับบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.พะเยา สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา นิสิตสาขาวิชาการสื่อสารสื่อใหม่ (New Media Communication) มหาวิทยาลัยพะเยา และเยาวชนกล้าแผ่นดิน ในโครงการ “พลังสื่อสร้างสรรค์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” เพื่อการออกแบบสื่อและแนวทางการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งประเทศไทยจัดอยู่ในลำดับที่ 2 ของประเทศอาเซี่ยน

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นางสาวศิรินุข เศรษฐกุลบุตร  นักจิตวิทยาเด็กและครอบครัวจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันบันสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นหรือวัยใสประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 2 ของอาเซียน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการอยากรู้ อยากทดลองตามลักษณะนิสัยของวัยรุ่นและการเข้าใจที่ผิดพลาดในเรื่องการการนับหน้า 7 หลัง 7 , ก่อนและหลังการมีประจำเดือน เนื่องจากระยะการมีประจำเดือนของผู้หญิงมีวันที่และเวลาไม่แน่นอนเสมอไป การนับ 7 วันก่อนประจำเดือนมาจึงมักจะเกิดโอกาสพลาดในการตั้งครรภ์สูง ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจึงเป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องตระหนัก พยายามหาทางออก หาทางแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสังคมอื่นๆที่จะตามมา

นายชัยวัฒน์  จันทิมา บรรณาธิการโทรทัศน์ชุมชนพะเยาทีวี  กล่าวในช่วงหนึ่งของการระดมความคิด ว่า เนื่องจากปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นถือเป็นปัญหาที่จะลูกลามหรือจะมีปัญหาทางสังคมด้านอื่นๆตามมา  สื่อฯจึงมีหน้าที่นำเสนอวิธีการป้องกันด้วยการใช้สื่อที่มีอยู่อย่างสร้างสรรค์ จรรโลงสังคม เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาที่จะตามมาทั้งตัวของวัยรุ่นเองและปัญหาสังคมที่จะตามมาหากมีการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น  จึงมีการโครงการฯ นี้ขึ้น เพื่อออกแบบสื่อสร้างสรรค์ และ การนำเสนอแนวทางการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในครั้งนี้ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพะเยา และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 

นพพร ทาทาน  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา ส่งเสริมชาวบ้านปลูกบุก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา ส่งเสริมชาวบ้านปลูกบุก

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา ส่งเสริมชาวบ้านปลูกบุก13 กรกฎาคม 2563 – 09:44 น.

โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา มอบพันธุ์บุก 5 พันต้น 2 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทุ่งป่าคาและห้วยไก่ป่า ส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจ

โดยนายมาโนช กิ่งเมือง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ / หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ได้ทำพิธีมอบกล้าพันธุ์บุก จำนวน 5,000 ต้น ให้กับกลุ่มวิสาหกิจบ้านทุ่งป่าคา 3,000 ต้น และกลุ่มวิสาหกิจบ้านห้วยไก่ป่า 2,000 ต้น ให้กับราษฏร 30 ราย ตามโครงการแม่ฮ่องสอน model ที่ได้มีการสำรวจตรวจสอบพื้นที่ ที่ผ่านการสำรวจสิทธิของชาวบ้านที่ครอบครองพื้นที่อย่างถูกต้อง ก่อน 30 มิ.ย. 41 

ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างอาชีพให้กับราษฏรนอกเหนือจากการทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว โดยทางโครงการพัฒนาป่าไม้ ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งป่าคา ได้สนับสนุนพันธุ์บุก ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีตลาดรองรับ ประกอบกับ จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการปลูกบุกที่มีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ ซึ่งการส่งเสริมและสนับสนุนพันธุ์บุกถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฏร ได้สร้างงานสร้างรายได้เพิ่มให้ครอบครัวหวัง พัฒนาคุณภาพชีวิตต่อยอดรายได้ให้ยั่งยืน

บุก เป็นพืชล้มลุกที่เจริญเติบโตตามธรรมชาติ ไม่ต้องรดน้ำพรวนดิน ไม่ต้องให้ปุ๋ย ไม่ต้องตัดแต่งกิ่งใดๆทั้งสิ้น และชอบดินร่วนปนทราย รวมถึงการอยู่ในที่ร่มแสงแดดรำไร ดังนั้น การปลูกบุกแซมในร่องสวนหรือปลูกร่วมกับพืชชนิดอื่นจึงทำได้ ไม่ต้องเสียพื้นที่ การปลูก ส่วนมากเริ่มปลูกในช่วงเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป เมื่อนำต้นกล้าที่เพาะจากไข่บุกมาปลูก ก็ขุดหลุมลงไปเพียงนิดเดียว เอาดินกลบ หากขุดหลุมลึกเกินไปจะทำให้หัวเน่าและการขุดเก็บทำได้ยาก การปลูกแซมสามารถทำได้ในทุกๆ พื้นที่ และปลูกร่วมกับพืชอื่นได้ทุกชนิดติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เพชรบูรณ์ เปิดงานท่องเที่ยวฤดูฝน “อินทผลัมเฟสติวัล 2020” ชมชิมอินทผลัมสดๆ จากสวน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เพชรบูรณ์ เปิดงานท่องเที่ยวฤดูฝน “อินทผลัมเฟสติวัล 2020” ชมชิมอินทผลัมสดๆ จากสวน

เพชรบูรณ์ เปิดงานท่องเที่ยวฤดูฝน "อินทผลัมเฟสติวัล 2020" ชมชิมอินทผลัมสดๆ จากสวน13 กรกฎาคม 2563 – 09:44 น.

เพชรบูรณ์ เปิดงานท่องเที่ยวฤดูฝน “อินทผลัมเฟสติวัล 2020” ชมชิมอินทผลัมสดๆ จากสวน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดงาน “อินทผลัมเฟส Intapalum Festival” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 ที่ร้านไนน์แทมมะรินด์ คาเฟ่ @ ไนน์เพชรบูรณ์ ฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดโครงการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ “อินทผลัมเฟส Intapalum Festival” โดยมี นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักท่องเที่ยว และเกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วม

การจัดงานอินทผลัมเฟส Intapalum Festivalในครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ร่วมกับ กลุ่มอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจังหวัดเพชรบูรณ์ กำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2+563 เวลา 9.00 – 21.00 น. ณ ร้านไนน์แทมมะรินด์ คาเฟ่ @ ไนน์เพชรบูรณ์ ฟาร์ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อประชาสัมพันธ์เปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร (สวนอินทผลัม) ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีการปลูกมากกว่า 10,000 ต้น ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรในช่วงฤดูฝน และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์

โดยภายในงานได้นำผลอินทผลัมสดๆ มาให้ชิมฟรีไม่อั้น การนำอินทผลัมผลสดสายพันธุ์บาฮีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เกรดพรีเมี่ยม รสชาติ หวาน กรอบ มาจำหน่าย ในราคาพิเศษ การจำหน่ายต้นพันธุ์อินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนำเข้าจากต่างประเทศ การแสดงเมนูพิเศษจากอินทผลัม การแสดงดนตรีสด การจำหน่ายพืชผักปลอดภัยสินค้าเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายอัครเดช ทองใจสด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ หันมาปลูกอินทผาลัมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์มีความอุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชผักผลไม้ได้ผลดีเกือบทุกชนิด มีรสชาติหวาน ไม่ว่าจะเป็น มะขามหวาน เงาะ มังคุด ทุเรียน แม้กระทั่งสะเดายังมีรสชาติหวานมัน

ดังนั้นเมื่อนำอินทผาลัมมาปลูก จึงให้รสชาติที่หวานฉ่ำกรอบอร่อย เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกอินทผาลัม รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผลไม้เศรษฐกิจตัวใหม่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวฤดูฝน ชมชิมอินทผาลัมสดขึ้นระหว่างวันที่ 11–12 กรกฎาคม 2563 ณ ร้านไนน์แทมมะรินด์ คาเฟ่ @ ไนน์เพชรบูรณ์ ฟาร์ม อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ โดยภายในงานจะมีเกษตรกรนำอินทผาลัมสดมาจำหน่ายกว่า 20 ร้าน พร้อมทั้งเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนอินทผาลัมจังหวัดเพชรบูรณ์อีกด้วย

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ “เที่ยวปันสุข” -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40% #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ “เที่ยวปันสุข” -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40%

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ "เที่ยวปันสุข" -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40%13 กรกฎาคม 2563 – 09:00 น.

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ “เที่ยวปันสุข” -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40%


         
คนไทยแห่เดินทางท่องเที่ยวหลังอัดอั้นมานาน…โรงแรมในเครือแมริออท ในประเทศไทย 40 แห่ง ขานรับความต้องการที่พักประกาศเข้าร่วมโครงการ “เที่ยวปันสุข” ตามมาตรการของภาครัฐเพื่อฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของไทยคลี่คลาย ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนคลายระยะต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้โรงแรมในเครือแมริออท ในประเทศไทย กลับมาเปิดให้บริการตามปกติตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
           

สำหรับโครงการ “เที่ยวปันสุข” ในแพ็กเกจ “เราเที่ยวด้วยกัน” รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนค่าที่พัก และค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ช่วยให้ผู้เดินทางท่องเที่ยวประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และเข้าพักในโรงแรมและรีสอร์ทต่างๆ มากขึ้น โดยจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 และสามารถใช้สิทธิได้ถึง 31 ตุลาคม 2563

อ่านข่าว…  ขาเที่ยวเฮ ที่พัก-สปา จัดหนักรับคลายล็อกท่องเที่ยวทั่วไทย

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ "เที่ยวปันสุข" -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40%

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

โดยมอบ 3 สิทธิพิเศษ ได้แก่ สิทธิ์ที่ 1 รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายโรงแรมที่พัก 40% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืน สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน (สูงสุดไม่เกิน 5 คืน)

สิทธิ์ที่ 2 รับคูปอง มูลค่า 600 บาทต่อวัน ใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ โดยใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ โดยชำระเพียง 60% อีก 40% ตัดจากคูปอง เมื่อเช็คอินเข้าพัก จึงจะได้รับคูปองเป็นรายวัน

และสิทธิ์ที่ 3 เงินคืนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% แต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อที่นั่ง (จำกัดห้องพักละ 2 ที่นั่ง ตามจำนวนห้องที่พักจริง แต่รวมไม่เกิน 10 ที่นั่ง ตามเงื่อนไขของโครงการ
          

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลด และสิทธิประโยชน์อื่นๆ โดยลงทะเบียนซึ่งผูกกับแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” (G-Wallet) โครงการเที่ยวปันสุข เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 โดยรอรับ sms ยืนยันผลการลงทะเบียนสำเร็จ พร้อมดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” สำหรับใช้จ่ายในโครงการ

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ "เที่ยวปันสุข" -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40%

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิแพ็กเกจ “เราเที่ยวด้วยกัน” เพื่อเป็นส่วนลดค่าที่พักโรงแรมและรีสอร์ทในเครือแมริออท สามารถจองผ่าน https://hotel-deals.marriott.com/summer-dreaming-in-asia-th/ และhttps://hotel-deals.marriott.com/staycation-bangkok-th/ หรือจองผ่านผู้ให้บริการ Online Travel Agency (OTA) และสามารถติดต่อโรงแรมในเครือแมริออทที่ร่วมโครงการโดยตรง เมื่อดำเนินการจองเป็นที่เรียบร้อย ชำระเงินผ่านแอพฯ “เป๋าตัง” หลังจากนั้นระบบจะส่งคูปอง สําหรับเช็คอินที่โรงแรมเข้ามายังแอพฯ “เป๋าตัง” ซึ่งสามารถนำไปใช้วันที่เข้าเช็คอินที่พักได้ทันที

ขาเที่ยวเฮ ดีเดย์ 15 ก.ค.นี้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ "เที่ยวปันสุข" -เครือแมริออทหั่นค่าห้องพัก 40%

ชุมพรพาสื่อต่างประเทศ ลุยสวนมะพร้าว ดูวิถีชีวิตของคนกับลิงกัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชุมพรพาสื่อต่างประเทศ ลุยสวนมะพร้าว ดูวิถีชีวิตของคนกับลิงกัง

ชุมพรพาสื่อต่างประเทศ ลุยสวนมะพร้าว ดูวิถีชีวิตของคนกับลิงกัง12 กรกฎาคม 2563 – 17:14 น.

ชุมพรพาสื่อต่างประเทศ ลุยสวนมะพร้าว ดูวิถีชีวิตของคนกับลิงกังขึ้นมะพร้าวตั้งแต่แรกเกิด  การฝึกลิงกังขึ้นมะพร้าวความเป็นอยู่และการทำงานร่วมกับ ชาวสวนมะพร้าวอย่างละเอียดทุกขั้นตอน

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 11 กค.63  ที่หมู่ที่ 18 ตำบลนาพญาอำเภอหลังสวนจังหวัดชุมพร คณะผู้สื่อข่าวจาก สำนักข่าวต่างประเทศ เดินทางไปยังตำบลนาพญาอำเภอหลังสวน เพื่อดูความเป็นอยู่ของลิงกัง ขึ้นมะพร้าว ในพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพรแหล่ง ปลูกมะพร้าวจำนวนมาก ของ จ.ชุมพร

นาย Toshihisa Onishi จากสำนักข่าว เกียวโด ประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยล่ามได้เดินทางไปยังที่ ตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยมีนายเสน่ห์ คงสุวรรณ ประธานชมรมผู้เลี้ยงลิงกัง ขึ้นมะพร้าวจังหวัดชุมพร และนายจินตการ พรหมสุวรรณ รองนายก สมาคมชาวสวนมะพร้าวจังหวัดชุมพร ปลัดอำเภอหลังสวน ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มผู้เลี้ยงลิงกังในหลายอำเภอของจังหวัดชุมพรได้นำลิงกังขึ้นมะพร้าว มาร่วมให้การต้อนรับติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายเสน่ห์ เล่าให้ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศฟังถึงความเป็นมาของการเลี้ยงลิงกังขึ้นมะพร้าว ในจังหวัดชุมพร รวมถึง ความเป็นอยู่ของลิงกังขึ้นมะพร้าวในจังหวัดชุมพรว่า การเลี้ยงลิงกังขึ้นมะพร้าว ของชาวสวนมะพร้าวในจังหวัดชุมพรมีมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายและการเลี้ยงดูลิงกังนั้น จะเพาะพันธุ์ลูกลิงกังจากพ่อแม่ที่ผ่านการคัดเลือกว่า มีความฉลาดและไม่ดุร้ายหลังจากนั้นก็จะนำมาฝึก เพื่อที่จะให้รู้จักการขึ้นมะพร้าว จนเป็นที่ชำนาญจึงจะนำไปขึ้นมะพร้าว ในวันหนึ่งจะขึ้นมะพร้าวตั้งแต่เวลา 8:00 น จนถึง 15:00 น เท่านั้นและลิงกัง 1 ตัวจะขึ้นมะพร้าว ได้เพียงประมาณ 300 ลูก เมื่อกลับมาถึงบ้านก็จะจัดอาหาร เครื่องดื่ม ให้ลิงกังขึ้นมะพร้าวได้กินอย่างเต็มที่รวมถึงการจัดที่หลับนอนในช่วงตอนกลางคืน ในอดีตส่วนใหญ่ลิงกังขึ้นมะพร้าวจะนอนอยู่ภายในบ้านเจ้าของด้วยกัน แต่ต่อมาได้มีการสร้างบ้านไว้สำหรับลิงกังขึ้นมะพร้าวให้อยู่แยกออกมาต่างหากโดยเป็นการสร้างบ้านอย่างดี การเลี้ยง ดู เสมือน เป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวไม่เคยมีการทุบตี หรือบังคับ ลิงกังขึ้นมะพร้าวให้ทำงานด้วยความรุนแรง ในเวลาที่เจ็บไข้ได้ป่วยก็จะได้รับการรักษาอย่างดี

ผู้ที่จะเลี้ยงลิงกังขึ้นมะพร้าวในจังหวัดชุมพรจะมีกฎหมาย ควบคุมและมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของทางราชการอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะ มีการทรมานลิงกังขึ้นมะพร้าว กลุ่มผู้เลี้ยงลิงกังขึ้นมะพร้าวและชาวสวนมะพร้าวได้นำผู้สื่อข่าว จากสำนักข่าวต่างประเทศ ไปดูวิถีชีวิตของลิงกังขึ้นมะพร้าวตั้งแต่แรกเกิด  การฝึกลิงกังขึ้นมะพร้าวความเป็นอยู่และการทำงานร่วมกับ ชาวสวนมะพร้าวอย่างละเอียดทุกขั้นตอน  ซึ่งผู้สื่อข่าว สำนักข่าวต่างประเทศได้บันทึก ภาพ รวมถึง สัมภาษณ์ เพื่อนำไปเสนอตามข้อเท็จจริงที่พบเห็นในวันนี้

ภาพข่าว จิตติ ดาวขจร ภูมิภาค ชุมพร