เลขา กพฐ.ติดตามการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด ที่สุโขทัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เลขา กพฐ.ติดตามการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด ที่สุโขทัย

3 กรกฎาคม 2563 – 16:47 น.

เลขา กพฐ.ติดตามการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด ที่สุโขทัย  เน้นย้ำเด็กนักเรียนทุกคนต้องได้รับการเรียนรู้อย่างครบถ้วน ส่วนปัญหาที่เด็กนักเรียนบางคนไม่มีหน้ากากอนามัย ทางโรงเรียนก็ยังได้จัดหาหน้ากากอนามมัยแบบผ้า มอบให้กับเด็กนักเรียนไว้ใช้แล้ว

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงพื้นที่ติดตามการเปิดเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ที่โรงเรียนบ้านเมืองเก่า ศรีอินทราทิตย์ และโรงเรียนบ้านกง (ราษฎร์อุทิศ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 เพื่อติดตามการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด -19 และหลังจากลงพื้นที่ได้ทราบปัญหาอุปสรรค์ การทำงานของคณะครู ร่วมกับผู้ปกครอง เพื่อเข้าถึงตัวนักเรียนให้มากที่สุด

นายอำนาจ ยังเน้นย้ำในการใช้ประโยชน์จากการเรียนออนไลน์ให้มากที่สุด ซึ่งครอบครัวที่ไม่พร้อมขอให้สถานศึกษาแก้ปัญหาเป็นรายครอบครัว เพราะสังคมคาดหวังกับสถานศึกษาที่จะดูแลบุตรหลานให้ได้รับความรู้ให้มากที่สุด พร้อมทั้งให้กำลังใจและขอขอบคุณสถานศึกษาที่ถึงแม้จะต้องทำงานหนักมากขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แต่ครูก็มีหน้าที่และควรทำอย่างเต็มความสามารถ อีกทั้งยังเน้นย้ำให้มีการจัดการสอนในห้องเรียนให้มากที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งการคัดกรองวัดไข้ การจัดสถานที่ให้มีที่ล้างมือ การเว้นระยะหางทางสังคมติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ซึ่งทางโรงเรียนบ้านเมืองเก่า ศรีอินทราทิตย์ ได้มีการจัดเตรียมไว้อย่างทั่วถึง รวมถึงการเรียนการสองในระบบ ON AIR เรียนทางโทรทัศน์สลับกับการมีเรียนในโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดเตรียมไว้เป็นการลดความแออัดในห้องเรียนโดยแบ่งเด็กเรียนในห้องเรียนไม่เกิน 20 คน จะสลับ วันเรียนในโรงเรียนและเรียนทาง ON AIR หากเด็กไม่พร้อมจริงๆก็สามารถมาเรียนกับคุณครูที่โรงเรียนได้ โดยนายอำนาจ เน้นย้ำเด็กนักเรียนทุกคนต้องได้รับการเรียนรู้อย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามปัญหาที่เด็กนักเรียนบางคนไม่มีหน้ากากอนามัย ทางโรงเรียนก็ยังได้จัดหาหน้ากากอนามมัยแบบผ้า มอบให้กับเด็กนักเรียนไว้ใช้ในโรงเรียน อย่างทั่วถึงอีกด้วย

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435971/36788/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435971/36789/news

เด็กเรียนดีแต่ยากจน สอบติดวิศวะฯลาดกระบัง แต่ฝันอาจสลายครอบครัวไม่พร้อมส่งเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เด็กเรียนดีแต่ยากจน สอบติดวิศวะฯลาดกระบัง แต่ฝันอาจสลายครอบครัวไม่พร้อมส่งเรียน

3 กรกฎาคม 2563 – 15:43 น.

เด็กเรียนดีแต่ยากจน สอบติดวิศวะฯลาดกระบัง แต่ฝันอาจสลายครอบครัวไม่พร้อมส่งเรียน ครูยืนยันว่าน้องฝนเป็นเด็กดี มีพฤติกรรมดี เรียบร้อย ตั้งใจจริงในการศึกษา ซึ่งเสียดายโอกาสดีๆ จึงอยากวิงวอนขอผู้มีจิตอันเป็นกุศลช่วยดูแลให้จิราภาได้เรียนต่ออย่างที่ตั้งใจไว้

จากกรณีมูลนิธิพิพัฒน์เพื่อการศึกษาซึ่งมอบทุนการศึกษาเพื่อเด็กเรียนดี แต่ยากจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้วอนหาคนใจบุญสนับสนุนด้านการเรียนต่อให้กับ น.ส.จิราภา บุญทาทิพย์ (น้องฝน) นักเรียนดีเด่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 แม็กซ์พลอยส์ ทริปเปิ้ลเกมส์ ชิงแชมป์ภาคเหนือ จากโรงเรียนคีรีมาศพิทยาคม อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ที่มีผลการศึกษาดี สามารถสอบติด คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แต่ฐานะทางบ้านยากจน ไม่เงินค่าเทอม จึงทำให้อาจจะหมดโอกาสได้เรียนตามที่ฝัo

น้องฝน เป็นพี่คนโต อาศัยอยู่กับพ่อ แม่ น้องสาว และหลานสาวอีก 3 คน ที่บ้านเลขที่ 229 ม.3 ต.ทุ่งหลวง อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย โดยพ่อคือนายโกศัลย์ บุญทาทิพย์ อายุ 50 ปี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้วันละไม่เกิน 300 บาท ส่วนแม่คือนางจรูญ บุญทาทิพย์ อายุ 49 ปี เป็นแม่บ้านอยู่บ้านดูแลลูกหลาน ไม่มีอาชีพ รายได้ในครอบครัวจึงมาจากพ่อคนเดียว และด้วยความที่น้องฝน เป็นคนขยันสู้งาน ไม่ย่อท้อ ในช่วงปิดเทอมน้องยังหางานทำพิเศษในตำแหน่งพนักงานควบคุมเครื่องปรุงของโรงงานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแห่งหนึ่งที่จังหวัดนครปฐม เพื่อหารายได้เก็บไว้ใช้ตอนเปิดเรียน

น้องฝน จึงมีความฝันอยากเรียนให้สูงๆ จะได้ทำงานดีๆ มีเงินมาเลี้ยงน้อง หลาน และให้พ่อ แม่ มีชีวิตปั้นปลายอย่างมีความสุข จึงมุ่งมั่นในการเรียน จนเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ และครูในโรงเรียน ล่าสุดเมื่อทราบว่าครอบครัวไม่พร้อมที่จะส่งเสีย คุณครูกัณฑิมา ทาจิตต์ ครูที่ปรึกษาในสมัยที่น้องเรียนอยู่ ม.4/1 จึงได้ประสานสื่อมวลชน พร้อมเข้าเยี่ยมบ้าน และกล่าวว่า เมื่อมาเยี่ยมบ้านเด็กเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าครอบครัวน้อง อาศัยนอนในคอกวัว ที่ใช้สังกะสีกั้นเป็นฝาบ้าน โยงไฟฟ้ามาจากบ้านญาติ และห้องน้ำต้องออกมาเข้าข้างนอก ซึ่งไม่เหมาะกับเด็กสาวที่กำลังโต จึงนำเรื่องไปปรึกษากับทางอำเภอและนายพิพัฒน์ เอาภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้น  ตามโครงการนักศึกษาวิชาทหารช่วยเหลือประชาชน  และได้นำกำลังนักศึกษาวิชาทหารจากโรงเรียนมาช่วยกันปลูกสร้างที่พักให้ใหม่ พออยู่ได้ และรับการสนับสนุนอุปกรณ์การก่อสร้างจากอำเภอ และมูลนิธิพิพัฒน์เพื่อการศึกษา โดยนายพิพัฒน์ เอกภาภัณฑ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

คุณครูญาณนันท์ อุปถัมภ์ ครูประจำชั้น ม.6/1 โรงเรียนคีรีมาศพิทยาคม ซึ่งเป็นครูอีกท่านที่คอยสนับสนุนให้จิราภามีงานทำพิเศษ และยืนยันว่า น้องฝนเป็นเด็กดี มีพฤติกรรมที่ดี เป็นเด็กเรียบร้อย ตั้งใจจริงในการศึกษา ซึ่งเสียดายโอกาสดีๆ หากเด็กไม่มีคนสนับสนุนต่อเนื่อง จึงอยากวิงวอนขอผู้มีจิตอันเป็นกุศลช่วยดูแลให้จิราภาได้เรียนต่ออย่างที่ตั้งใจไว้ โดยน้องยังได้กล่าวว่าจะตั้งใจร่ำเรียนให้จบมาทำงานเพื่อครอบครัว และเป็นคนดีของสังคมต่อไป

สำหรับผู้ที่ต้องการให้ความช่วยเหลือให้น้องฝน (น.ส.จิราภา) ได้เรียนต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จนจบการศึกษา สามารถร่วมสนับสนุนกำลังทรัพย์ได้ที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาสุโขทัย  น.ส.จิราภา บุญทาทิพย์ หมายเลขบัญชี 616-0-52550-6

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435963/36776/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435963/36777/news

พะเยา สืบฮีตสานฮอยป๋าเวณี “หล่อเตียนผะษา” ให้อนุชนได้เรียนรู้สืบทอด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พะเยา สืบฮีตสานฮอยป๋าเวณี “หล่อเตียนผะษา” ให้อนุชนได้เรียนรู้สืบทอด

พะเยา สืบฮีตสานฮอยป๋าเวณี "หล่อเตียนผะษา" ให้อนุชนได้เรียนรู้สืบทอด3 กรกฎาคม 2563 – 12:03 น.

วัดหลวงราชสัณฐานรักษาจารีตประเพณีทำพิธี “หล่อเตียนผะษา” เชื่อทำให้ชีวิตสว่างไสว เจริญรุ่งเรือง

วันนี้ (3 กรกฎาคม 2563) ที่วัดหลวงราชสัณฐาน ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา พระครูอุปถัมภ์จันทวงศ์ เจ้าอาวาสฯ พร้อมด้วยศรัทญาติโยมได้ทำพิธี “หล่อเตียนผะษา” หรือหล่อเทียนพรรษาตามที่เคยปฏิบัติสืบทอดขนบประเพณีจากครั้งโบราณกาล เพื่ออนุรักษ์และสืบสานส่งต่ออนุชนรุ่นหลังตลอดจนให้อนุชนได้มองเห็นคุณค่าอันเป็นภูมิปัญญาของบรรพชน

พระครูอุปถัมภ์จันทวงศ์ เปิดเผยว่า ทางชุมชนและวัดได้ช่วยกันอนุรักษ์และสืบประเพณีการหล่อเทียนพรรษามาช้านานรุ่นต่อรุ่น เนื่องจากคนในชุมชนไม่ว่าจะเป็นชุมชนวัดใดๆทางเหนือก็ล้วนแต่เชื่อว่าถ้าถวายเทียนพรรษาแล้วชีวิตจะสว่างไสวเจริญรุ่งเรือง มีบารมี โดยทางวัดได้จัดเตรียมเทียนที่เป็นรูป 12 นักษัตรไว้ให้ญาติโยม จากนั้นให้คนชื่อตนเอง ครอบครัว ลงไปในเทียนด้วยนำไปต้ม ก่อนที่จะใช้กระบวยตักเทียนใส่ในแบบของแท่งเทียนไปจนกว่าจะได้ต้นเทียนที่สมบูรณ์ ส่วยการหล่อเทียนพรรษาน่าจะเป็นความเชื่อมาจากเมื่อครั้งพุทธกาล พระอนุรุทธะ สาวกของพระพุทธเจ้าเคยให้แสงประทีปเป็นทานในอดีตชาติ จึงมีสติปัญญาเฉียบแหลม ฉลาดรอบรู้พระธรรมวินัยอย่างแตกฉาน และ หญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งได้นำประทีปไปจุดให้แสงสว่างคนที่มาฟังธรรมที่เชตวนาราม เมืองสาวัตถี เมื่อตายไปแล้วไปเกิดใหม่เป็นนางฟ้า เทพธิดาผู้มีรัศมีสว่างงดงามติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

อานิสงส์การถวายเทียนพรรษา 1. เกิดปัญญาทั้งชาตินี้และชาติหน้า 2. ทำให้ชีวิตรุ่งเรืองสว่างไสว เจริญรุ่งเรืองด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ 3. ทำให้เรืท่องร้ายๆกลับกลายเป็นดี 4. มีมิตรสหายมากมาย 5. เป็นที่รักของมนุษย์ เทวดา 6. เมื่อตายไปจะได้สู่สุขคติสวรรค์ และ 7. หากมีบารมีมากพอ ย่อมทำให้เกิดดวงตาเห็นธรรม เข้าสู่พระนิพพาน

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา 

พช.อุตรดิตถ์ ร่วมคัดเลือกข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีเด่น ประจำปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พช.อุตรดิตถ์ ร่วมคัดเลือกข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีเด่น ประจำปี

พช.อุตรดิตถ์ ร่วมคัดเลือกข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีเด่น ประจำปี3 กรกฎาคม 2563 – 10:39 น.

พช.อุตรดิตถ์ ร่วมคัดเลือกข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563

นายชัยวัฒน์  แสงศรี ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เขตตรวจที่ 17 พร้อมด้วย นายประยุกต์ สุดธัญญรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนพิษณุโลก และนายชาญณรงค์ วงษ์เนียม ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินกิจกรรมการคัดเลือกข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

โดยมีนางสาวนิตยาวรรณ เลื่อนลอย พัฒนาการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายจักรพงษ์ เทียมเพ็ง นางปัทมาวดี สุปัญญา จ.ส.ต.ณรงค์ ศณีสืบวงษ์ นางรัตนาวดี นาคมูล หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้าฝ่ายและเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมให้การต้อนรับ ณ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ซึ่งกิจกรรมการคัดเลือกข้าราชการ ลูกจ้างประจำและพนักงานราชการดีเด่น ประจำปี 2563 มีดังนี้ ประเภทพัฒนาการอำเภอ ได้แก่ นางบุณฑริกา ยอดไพบูลย์ พัฒนาการอำเภอพิชัย ประเภทวิชาการ ได้แก่ นางสาวศรสวรรค์ พุ่มสวาท นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ ประเภทพัฒนากรขวัญใจชุมชน ได้แก่ นายณภัทร จันทวี นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ  สพอ.พิชัย 

ณัฐวัฒน์  ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อขาวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์

ชาวนานครสวรรค์ น้ำตาตก หว่านข้าวรอฝนถึงเสี่ยงก็ยอม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวนานครสวรรค์ น้ำตาตก หว่านข้าวรอฝนถึงเสี่ยงก็ยอม

ชาวนานครสวรรค์ น้ำตาตก หว่านข้าวรอฝนถึงเสี่ยงก็ยอม3 กรกฎาคม 2563 – 10:37 น.

ชาวนานครสวรรค์ น้ำตาตก หว่านข้าวรอฝนถึงเสี่ยงก็ยอม ในวันนี้จำเป็นต้องหว่านข้าวบนแปลงนาและไถกลบ เพื่อรอฝนตกในช่วงฤดูฝนที่จะถึง ซึ่งหวังว่าอาจจะมีฝนตกลงมาช่วยบรรเทาภาวะฝนแล้งและฝนทิ้งช่วงได้

วันที่ 3 ก.ค. 2563 ชาวนาหลายพื้นที่ในจังหวัดนครสวรรค์ต้องหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวบนผืนนาและรอน้ำจากฤดูฝน ในขณะที่ชาวนาเผยยังเสี่ยงกับปัญหาข้าวตายแล้งเนื่องจากตลอดฤดูกาลยังไม่มีฝนตกชาวนาหลายพื้นที่ในจังหวัดนครสวรรค์ต้องจ้างรถไถมาทำการเตรียมพื้นที่นาพร้อมกับหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงแปลงนาเพื่อรอฝนที่จะตกในโอกาสข้างหน้า โดยส่วนใหญ่ต่างบอกช่วงนี้ขาดรายได้เนื่องจากพิษโควิด-19 ไม่สามารถออกไปรับจ้างนอกพื้นที่ได้  จึงต้องเสี่ยงทำนาถึงแม้สภาพอากาศแล้งมากก็ตาม 

จากการเปิดเผยของนางวราภรณ์ กสิการ ชาวนาหมู่ที่ 7 ตำบลเข้าดิน อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์บอกว่าการหว่านเมล็ดข้าวในครั้งนี้อาจจะเสี่ยงต่อการขาดทุนเนื่องจากในพื้นที่ยังส่อเค้าแล้งอยู่ตลอดเวลา ซึ่งปกติในช่วงนี้ของทุกปีในพื้นที่จะมีฝนตกและมีแหล่งน้ำตามธรรมชาติเหลือเพียงพอ  แต่ในปีนี้มีฝนตกลงมาน้อยมากหรือแทบไม่ตกเลยทำให้ในวันนี้จำเป็นต้องหว่านข้าวบนแปลงนาและไถกลบ เพื่อรอฝนตกในช่วงฤดูฝนที่จะถึง ซึ่งหวังว่าอาจจะมีฝนตกลงมาช่วยบรรเทาภาวะฝนแล้งและฝนทิ้งช่วงได้ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

แต่ถ้าหากว่าถึงช่วงดังกล่าวแล้วไม่มีฝนตกลงมาภายใน 15 วันก็จะทำให้เมล็ดข้าวที่หว่านไว้เสียหายและเกิดการขาดทุนอย่าง  เนื่องจากลงทุนค่าเมล็ดพันธุ์และค่ารถไถนาไปแล้วจำนวนหลายพันบาท ในขณะที่ยังมีชาวนาอีกหลายพื้นที่ในจังหวัดนครสวรรค์ที่ต้องเสี่ยงหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวรอฝนเช่นเดียวกันเนื่องจากทุกพื้นที่เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงและตกน้อยเหมือนกันทุกพื้นที่

รณกฤต วรณันวรกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์

นครปฐม ทำพิธีอัญเชิญพ่อปู่ยางสามยอด มาสถิต ณ ศาลใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นครปฐม ทำพิธีอัญเชิญพ่อปู่ยางสามยอด มาสถิต ณ ศาลใหม่

นครปฐม ทำพิธีอัญเชิญพ่อปู่ยางสามยอด มาสถิต ณ ศาลใหม่3 กรกฎาคม 2563 – 10:07 น.

นครปฐม ทำพิธีอัญเชิญพ่อปู่ยางสามยอด มาสถิต ณ ศาลใหม่ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของคนในชุมชนมาอย่างช้านาน โดยในแต่ละปีจะมีการจัดงานประจำปีของพ่อปู่ยางสามยอด เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้กราบไหว้บูชา 

นครปฐม ทำพิธีอัญเชิญพ่อปู่ยางสามยอด มาสถิต ณ ศาลใหม่ วันนี้ (2 ก.ค. 2563) นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีอัญเชิญศาลพ่อปู่ต้นยางสามยอด ณ บริเวณศาลพ่อปู่ยางสามยอด ตำบลบ้านยาง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม โดยมี วัฒนธรรมจังหวัด โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด รวมทั้ง นายก อบต.บ้านยาง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมพิธีจำนวนมาก

ต้นยางสามยอด จังหวัดนครปฐม ถือว่าเป็น รุกข มรดกของแผ่นดิน ซึ่งเป็น 1 ใน 63 ต้น ของต้นไม้ที่ทรงคุณค่า และในปี 2561 กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดโครงการวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกข มรดกของแผ่นดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 63 พรรษา

ทั้งนี้ นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้มอบหมายให้แขวงทางหลวงชนบท องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม และฟสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ดำเนินการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครปฐม และ ดำเนินการออกแบบ สร้างศาลใหม่ ซึ่งในวันนี้ได้จัดให้มีพิธีอัญเชิญพ่อปู่ยางสามยอดมาสถิต ณ ศาลที่สร้างใหม่ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับ ยางสามยอด เป็นไม้พันธุ์ยางนา มีขนาดรอบต้นประมาณ 14 เมตร ความสูงประมาณ 30 เมตร มีอายุราว 250 ปี ปัจจุบันยังคงมีความสมบูรณ์ของลำต้น กิ่ง ใบ อีกทั้งบริเวณดังกล่าวยังมีต้นยางนาขนาดใหญ่ขึ้นเป็นจำนวนมาก และจากความศรัทธาของประชาชนในชุมชน จึงมีศาลพ่อปู่ยางสามยอด ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของคนในชุมชนมาอย่างช้านาน โดยในแต่ละปีจะมีการจัดงานประจำปีของพ่อปู่ยางสามยอด เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้กราบไหว้บูชา 


ปนิทัศน์ มามีสุข   นส.ปณิดา มามีสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.นครปฐม

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต3 กรกฎาคม 2563 – 08:55 น.

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิตSmartwatch Xfit Lite II (เอ็กซ์ ฟิท ไลท์ ทู)

นาฬิกาอัจฉริยะวัดความดันรุ่นใหม่ล่าสุด 2020 สุดยอดนวัตกรรมที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย สามารถวัดความดันโลหิต วัดค่าความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือด วัดอัตราการเต้นของหัวใจ บันทึกการนอนหลับ แทร็คกิ้ง แบบ 24/7 เปลี่ยนรูปภาพพื้นหลังได้  โหมดออกำลังกายพื้นฐาน เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นชื่อดังได้มากมาย รองรับภาษาไทยทั้งแอปพลิเคชั่นและตัวนาฬิกา ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน มาพร้อมคู่มือการใช้งานภาษาไทย ออกแบบและผลิตมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ มาตรฐานการกันน้ำ IP67 (สามารถใส่อาบน้ำ ล้างมือ ล้างจานได้) ด้วยฟังก์ชั่นพิเศษเหล่านี้ทำให้ผู้สวมใส่ติดตามผลสุขภาพได้อย่างง่ายดาย    

ผลิตจากวัสดุพรีเมี่ยมคุณภาพสูง รูปร่างทันสมัย โครงสร้างแข็งแรงออกแบบมาให้ไร้รอยต่อ หน้าจอทัชสกรีน IPS ขนาด 1.5 นิ้ว คมชัดสีสันสดใส เลือกรูปแบบการแสดงเวลาได้หลากหลาย เปลี่ยนภาพพื้นหลังได้ สายข้อมือผลิตจากซิลิโคนคุณภาพสูง สัมผัสนุ่มใส่สบาย สามารถเปลี่ยนสายข้อมือจากซิลิโคนเป็นสายแสตนเลสได้ ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ด้วยอัตราส่วนที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปจึงทำให้ครอบคลุมการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิตจริงๆ

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต


คุณสมบัติของ XFit Lite ll  ( เอ็กซ์ ฟิท ไลท์ ทู )
•วัดความดันโลหิต (อัตโนมัติ) 
•วัดอัตราการเต้นของหัวใจเรียลไทม์
•วัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด
•วัดการนอนหลับ
•วัดระยะทาง การนับก้าว
•วัดการเผาผลาญแคลอรี่
•เปลี่ยนภาพพื้นหลังหน้าปัดนาฬิกา
•โหมดออกกำลังกาย บอกระยะทาง จับเวลา การเผาผลาญ และอัตราการเต้นของหัวใจ
•ฟังก์ชั่นแจ้งเตือนเป็นภาษาไทย 
•หน้าจอ IPS 1.5 นิ้ว คมชัด สีสันสดใส 
•หน้าจอแสดงผลข้อมูลพื้นฐาน วัน – เวลา สภาพอากาศ นับก้าว แคลอรี่ และ ค่าเฉลี่ย Heart Rate 
•ควบคุมเพลงจาก Smartphone ผ่านนาฬิกา
•กดชัตเตอร์ถ่ายรูปจาก Smartphone ผ่านนาฬิกา
•IP67 กันน้ำได้ลึกสูงสุด 1 เมตร นานสุด 30 นาที
 

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต

ฟังก์ชั่น การวัดความดัน ใช้ Sensor ที่มีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำสูง ในการตรวจวัดความดันโลหิต พัฒนาให้มีความแม่นยำมากถึง 90-95% แล้ว ยังมาพร้อมโปรแกรมวัดความดันโลหิตอัตโนมัติทุกๆ 10, 20, 30, 40, 50 และ 60 นาที ทำให้ผู้สวมใส่สามารถติดตามผลสุขภาพของตนเองได้ละเอียดยิ่งขึ้น 

การวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด แสดงผลเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีแสงสีแดง เช่นเดียวกับเครื่องวัดออกซิเจนในเลือดแบบหนีบที่ปลายนิ้ว ทำให้การวัดค่ามีความแม่นยำสูง ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

การวัดค่าอัตราการเต้นของหัวใจ สามารถแสดงผลได้แบบ Real time บนหน้าจอนาฬิกา และนอกจากจะบันทึกเพื่อนำไปวิเคราะห์สถานะสุขภาพ แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ใช้ชิพเซนเชอร์ 2 แกน ประมวลผลทุกอิริยาบทเพื่อเปลี่ยนทุกการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่มาประเมินเป็นจำนวนก้าวและคำนวณแคลอรี่ได้แม่นยำขึ้น 

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต


ฟังก์ชั่นติดตามการนอนหลับ ช่วยประเมินคุณภาพและปริมาณการนอนหลับ พร้อมบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจขณะนอนหลับ สามารถตรวจวัดปริมาณการนอนหลับลึก หลับตื้น และรายละเอียดการนอนอย่างที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนเลยทีเดียว 

Tracking 24/7 ระบบที่จะช่วยคำนวนการเผาผลาญแคลอรี่และจำนวนก้าว แสดงผลผ่านหน้าจอนาฬิกาแบบกราฟฟิกสวยงามเพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็น เข้าใจง่าย สามารถดูผลคำนวนอย่างละเอียดบนแอปพลิเคชั่น และยังดูสถิติได้ทั้งรายวัน เดือน และปี ได้อีกด้วย

เปลี่ยน Background หน้าจอได้ เลือกการแสดงผลนาฬิกาได้หลากหลายรูปแบบ และยังสามารถเปลี่ยนรูปภาพ Background หน้าจอได้อีกด้วย โดยสามารถเลือกเปลี่ยนรูปภาพที่ถ่ายจะกล้องก็ได้ เปลี่ยนนาฬิกาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบไม่เหมือนใคร
  

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต

โหมดออกำลังกายพื้นฐาน Walking เดิน / Running วิ่ง / Cycling ขี่จักรยาน / Hiking ปีนเขา ครอบคลุมทุกช่วงอายุ เป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถออกกำลังกายได้อย่างง่ายๆ แสดงผลเป็น เวลา / อัตราการเผาผลาญ / ระยะทาง และ อัตราการเต้นของหัวใจ กราฟฟิคอ่านง่าย สีสันสดใส สบายตา 

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นพื้นฐาน ควบคุม Smartphone ได้ผ่านนาฬิกา ไม่ว่าจะเป็นการกด Shutter กล้องถ่ายรูป หรือ ควบคุมเพลงเยอร์ โหมดฟังเพลงผ่านแอพ Joox Spotify Apple Music ระบบแจ้งเตือนจาก Smartphone ผ่านนาฬิกา แสดงผลเป็นภาษาไทย สามารถใช้งานได้ยาวนาน 3-15 วัน ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ระบบการชาร์จแบบ Magnetic หัวแม่เหล็ก เพื่อป้องกันความเสียหายการชาร์จสลับขั้ว เชื่อมต่อสะดวก

สำหรับ Xfit Lite ll จะเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Happy Sports ซึ่งสามารถบันทึกค่าการวัดและกิจกรรมต่างๆ แสดงผลรายวัน เดือน และปี สามารถเชื่อมด้วยสัญญาณ Bluetooth 4.0 เชื่อมต่อได้ทั้ง Android และ iOS อย่างง่ายดาย

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต


มีสีตัวเรือนให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ สีดำ บรอนซ์ ชมพู และมีสายให้เลือก 2 แบบคือ สายซิลิโคน และสแตนเลส ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย คุณสมบัติอัดแน่นเกินราคา มีความคุ้มค่า จึงช่วยการันตีได้เป็นอย่างดีว่า Xfit Lite II สินค้าแบรนด์ไทยผ่านการรองรับมาตรฐานสากลนั้นจะเข้ามาเป็น นาฬิกาอัจฉริยะที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน

พร้อมรับประกันคุณภาพจากศูนย์และตัวแทนจำหน่ายประเทศไทย 1 ปีเต็ม PROMOTION สุดพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว จากราคาปกติ 5,000 บาท เหลือเพียงแค่ 1,990 บาท เท่านั้น แถม สายสแตนเลส ฟรี 1 เส้น สั่งซื้อสินค้า https://www.xfitwatch.com/product/liteII/ สนใจติดต่อ – สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่  โทร. 02-026-3581 http://www.xfitwatch.com   Line : @xfit Facebook 

เผยกลเม็ดเคล็ดลับอายุยืนเกิน 100 ปี ของ 3 ผู้เฒ่าชาวอุทัยธานี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เผยกลเม็ดเคล็ดลับอายุยืนเกิน 100 ปี ของ 3 ผู้เฒ่าชาวอุทัยธานี

เผยกลเม็ดเคล็ดลับอายุยืนเกิน 100 ปี ของ 3 ผู้เฒ่าชาวอุทัยธานี2 กรกฎาคม 2563 – 15:55 น.

เผยกลเม็ดเคล็ดลับอายุยืนเกิน 100 ปี ของ 3 ผู้เฒ่าชาวอุทัยธานี โดยทั้งสามคน ได้เผยว่าตอนที่เป็นหนุ่มสาวนั้นมีเคล็ดลับก็คือกินน้ำพริกกับผักต้มเป็นหลัก เพราะในสมัยก่อนนั้นอาหารที่เป็นหลักก็คือน้ำพริกนั่นเอง

วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.00 น. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้สำรวจผู้สูงอายุในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ว่ามีคนอายุ 100 ปี พบว่าขณะนี้ในจังหวัดอุทัยธานีมีคนอายุนับร้อยปีถึง 3 คน จึงได้จัดทำโครงการออกเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุในพื้นที่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยมี นายธนิศร์ วงศ์ปิยะสถิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี และจิตอาสาพระราชทาน รุดเข้าเยี่ยม นางประไพ พลชาลี อายุ 103 ปี ที่อยู่ ตำบลดอนขวาง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานีคนที่สองคือ นางเสนาะ กล่ำทวี อายุ 100 ปี ที่อยู่ ตำบลดอนขวาง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานีและอีกหนึ่งคนคือนายจรูญ พัวพงษ์  อายุ 101 ปี ที่อยู่ ตำบลหนองเต่า อำเอเมือง จังหวัดอุทัยธานี

โดยคุณตาและยายทั้งสามคน ได้เผยว่าตอนที่เป็นหนุ่มสาวนั้นมีเคล็ดลับก็คือกินน้ำพริกกับผักต้มเป็นหลัก เพราะในสมัยก่อนนั้นอาหารที่เป็นหลักก็คือน้ำพริกนั่นเอง ซึ่งรองผู้ว่าราชการและส่วนราชการที่มาเยี่ยมนั้นต่างก็ทึ่งว่าตาและยายนั้นอายุยืนมากและที่สำคัญคุณตาและยายนั้นพึ่งจะมีอาการหลงๆ ลืมๆ มีปัญหาเกี่ยวกับสายตาแต่ก็ยังคงช่วยตัวเองเวลาหยิบจับสิ่งของได้เป็นอย่างดี แต่บางรายก็มีอาการหูตึงหรือไม่ได้ยินบ้างแล้วติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ขณะเดียวกันทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดและส่วนราชการได้มอบสิ่งของให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับคุณตา-คุณยาย อายุ 100 ปี และจะทำการสำรวจให้ครบทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดอุทัยธานี เพื่อมอบสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันได้กับผู้สูงอายุ

นันทศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุทัยธานี

พ่อเมืองระยองลุยน้ำ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เร่งช่วยเหลือแปดพันครัวเรือน (คลิป) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พ่อเมืองระยองลุยน้ำ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เร่งช่วยเหลือแปดพันครัวเรือน (คลิป)

2 กรกฎาคม 2563 – 13:58 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลทับมา อ.เมืองระยอง พบประชาชนเดือดร้อนถูกน้ำท่วมกว่า 8,000 ครัวเรือน กำชับชลประทานจังหวัด เร่งสูบน้ำระบายออกให้เร็วที่สุด

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลทับมา บริเวณพื้นที่ ม.3 บ้านหนองมะหาด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมหนักสุด ซึ่งมีโครงการบ้านจัดสรรจำนวนมาก จากการติดตามที่บริเวณสะพานหมู่บ้านกรุงไทย พบปริมาณน้ำท่วมสูง 70 ซม.รถเล็กไม่สามารถสัญจรเข้า-ออกหมู่บ้านได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือท้องแบนมารับส่งประชาชน และผู้ปกครองที่พาบุตรหลานเดินทางไป-กลับโรงเรียนในวันเปิดเทอมวันแรก ขณะที่ผู้ปกครองบางราย ต้องยอมให้บุตรหลานขาดเรียน เนื่องจากไม่สามารถพาออกไปส่งโรงเรียนได้ นอกจากนี้ภายในโครงการบ้านศักดิ์ทิพย์ หมู่บ้านแดนใหม่วิลล่า และหมู่บ้านสวนแก้ว ซึ่งอยู่ติดริมคลองทับมา ก็ได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วมสูงเช่นกัน  เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ ระดับน้ำอยู่ที่ 70 ซม.โดยทางเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง และเทศบาลตำบลทับมา ได้นำถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ชุด ไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมดังกล่าว

นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยอง ประสบปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ กำลังสำรวจพื้นที่ความเสียหาย ม.3 ต.ทับมา อ.เมืองระยอง เป็นพื้นที่ถูกท่วมหนักสุด มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 8,000 ครัวเรือน ได้มอบหมายให้ชลประทานจังหวัดระยอง เร่งสูบน้ำออกลงทะเลเร็วที่สุด ซึ่ง เครื่องสูบน้ำ 5 เครื่องสูบได้ 25 ล้าน ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะนี้ลดลงเรื่อยๆ จากเดิมอยู่ที่ 70-80 ซม.น้ำลดลงกว่า 10 ซม.แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมหนัก เนื่องจากมีฝนตกสะสมมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 29-30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปริมาณฝนตกเฉลี่ยวันละ 150 มิลลิเมตร จึงทำให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ตำบลทับมอย่างรวดเร็ว และเป็นพื้นที่ต่ำที่เคยถูกท่วมมาแล้ว ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์ระดับน้ำบริเวณสะพานหมู่บ้านกรุงไทย พบว่าน้ำระบายออกทำได้น้อย เนื่องจากปริมาณน้ำในคลองทับมามีระดับที่สูง ประกอบกับวันนี้มีน้ำทะเลหนุนด้วย จึงเห็นว่าปริมาณน้ำทรงตัวลดลงแค่ 10 ซม.เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ทางชลประทานจังหวัดระยอง เร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุดแล้ว.ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

อัจฉรา วิเศษศรี ผู้สื่อข่าวจังหวัดระยอง

ท่องเที่ยวอีสานวิถีใหม่ “สไตล์ New Normal” 9 เส้นทาง 20 จังหวัด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ท่องเที่ยวอีสานวิถีใหม่ “สไตล์ New Normal” 9 เส้นทาง 20 จังหวัด

ท่องเที่ยวอีสานวิถีใหม่ "สไตล์ New Normal" 9 เส้นทาง 20 จังหวัด2 กรกฎาคม 2563 – 11:53 น.

ท่องเที่ยวอีสานวิถีใหม่”สไตล์ New Normal” 9 เส้นทาง 20 จังหวัด ตามโครงการ “มินิคาราวานซ่อมสร้างการท่องเที่ยวไทยในอีสาน โปรแกรม2 ไดโนเสาร์ คิดถึง ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ”

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ ต้อนรับสื่อมวลชน และบริษัททัวร์ จาก 20 จังหวัดภาคอีสาน ท่องเที่ยวศรีสะเกษ “มินิคาราวานซ่อมสร้างการท่องเที่ยวไทยในอีสาน โปรแกรม 2 ไดโนเสาร์ คิดถึง ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ”  

นางวาสิตา น้อยพรหม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ, นายสุรพล ตั้งคณสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภาคอีสานตอนล่าง2 และคณะสมาชิกในจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมให้การต้อนรับคณะของ นายมรกต สุดดี ผู้อำนวยการกองตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการ ททท.ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, นางวสุมน เนตรเจริญ นายกสมาคมการค่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีสาน ( สอทอ. ) พร้อมคณะสื่อมวลชนจาก 20 จังหวัดภาคอีสาน และสื่อมวลชนจากส่วนกลาง จากหลายๆ สำนัก และยังมีเจ้าของ บริษัท ผู้ประกอบการในด้านธุรกิจการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ กว่า 50 คน ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดศรีสะเกษ ตามโครงการ “มินิคาราวานซ่อมสร้างการท่องเที่ยวไทยในอีสาน โปรแกรม2 ไดโนเสาร์ คิดถึง ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ”  ที่จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 26 – 28 มิถุนายน 2563 ด้วยคาราวานจากจังหวัดขอนแกน ผ่านจังหวัดร้อยเอ็ด และมุ่งสู่ดินแดนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

โดยในวันแรกที่เดินทางมาถึง 26 มิถุนายน 2563 ได้เข้าร่วมพิธีเปิดงาน เทสกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีการจัดงาน การแสดงผลไม้ที่ปลุกได้ในจังหวัดศรีสะเกษ บนผืนดินแห่งลาวาของภูเขาไฟ ที่ดับไปแล้วกว่าพันปี แต่ยังทิ้งแร่ธาตุอันสำคัญต่อการเจริญเติบโตของผลไม้นานาชนิด อธิ ลำไย ละมุด มังคุด ลิ้นจี่ ลองกอง อินทผาลัม เรียกได้ว่า ประเทศไทยปลูกไม้ผลชนิดใดได้ จังหวัดศรีสะเกษ ปลูกได้ ให้ผลดีด้วย และโดยเฉพาะ ราชาแห่งผลไม้อย่างทุเรียน ก็สามารถปลูกได้ และให้ผลดีด้วย กับความโดดเด่นเฉพาะตัวของทุเรียนดินภูเขาไฟ ที่หวานน้อย เนื้อกรอบนอก นุ่มใน ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน จึงทำให้ใครๆ ก็อยากที่จะมาทานทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ จากนั้น ได้เดินทางไปชมประเพณีอันสำคัญๆ แหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมไปกันหากเดินทางมาจังหวัดศรีสะเกษ อาทิ การเดินทางไปกราบไหว้ขอพร หลวงพ่อตาตน ที่วัดสำโรงเกียรติ อำเภอขุนหาญ ชมการร่ายรำกับเพลงภาษาถิ่นของชนเผ่าเขมร 1 ใน  4 เผ่า ของคนศรีสะเกษ คือ เผ่าส่วย เขมร ลาว และเยอ จากนั้นไปชมสวนทุเรียนของลุงเวียง เกษตรกรผู้ประสบผลสำเร็จกับการลูกทุเรียนอันดับ1 ของจังหวัดศรีสะเกษ ลองลิ้มชิมทุเรียนภูเขาไฟที่อร่อยที่สุดในโลก โดยมี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มาร่วมต้อนรับที่สวนทุเรียนลุงเวียงด้วย จากนั้นเดินทางไปชมความงามของธรรมชาติ บนหน้าผาพญากูปรี สัตว์ป่าที่มีลักษณะคล้ายวัวป่าในตำนานเมื่อสมัยยังมีป่าแถบนี้ที่อุดมสมบูรณ์ ก่อนที่จะเดินทางไปกราบสรีระสังขารขององค์หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน ที่ มณฑปหลวงปู่สรวง ในวัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ ก่อนที่จะมาพักค้างคืนที่ตัวเมืองศรีสะเกษ และรุ่งเช้าของวันอาทิตย์ ได้เดินทางไปร่วมประเพณีของชนเผ่าลาว ในการถือประเพณี สวมโสร่ง นุ่งซิ่น ผ้าไทย มาใส่บาตร ไหว้พระธาตุสุพรรณหงส์ ลงเที่ยวตลาดโบราณพื้นบ้าน ที่ วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ บ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จากนั้นก็ได้เดินทางไปชมความวิจิตร งดงามของ ถ้ำวังบาดาล อันเป็นที่อยู่ของ พญานาคาธิบดี ทั้ง 4 ตระกูล ของพญานาค ในพุทธประวัติ ของพระพุทธเจ้า ที่ภพหนึ่งได้ถือกำเนิดมาเป็นพญานาค เพื่อการบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จอรหันต์ ซึ่งวัดนี้ก็คือ วัดป่าศรีมงคงนัตนาราม บ้านสิม ตำบลโคกจาน อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนที่จะมาจบลงที่การเดินทางมาชมปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ กราบสรีระสังขารขององค์หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท เทพเจ้าอีสานใต้ ผู้มีเมตตา และเป็นผู้ที่นิมิตเห็นพระนาคปรกพันปีอยู่ใจกลางปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ ร่วมชมและสนุกกับการต้อนรับของกลุ่มแม่บ้าน ในการรำต้อนรับคณะ

โดย นางวาสิตา น้อยพรหม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว กล่าวว่า วันนี้จังหวัดศรีสะเกษ กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ กับชื่อเสียงของทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ซึ่งคณะ “มินิคาราวานซ่อมสร้างการท่องเที่ยวไทยในอีสาน โปรแกรม2 ไดโนเสาร์ คิดถึง ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” ซึ่งมีทั้งสื่อมวลชนจาก 20 จังหวัดภาคอีวาน และส่วนกลาง เดินทางมาพร้อมกับ บริษัททัวร์ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เพื่อมาสำรวจตลาดการท่องเที่ยว ในช่วงเปิดหลังโควิด และเมื่อทุกคนได้มาสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว วัด ผลไม้ อื่นๆ ตามเส้นทางที่สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวได้เลือกสรรนำทัวร์ใน 3 วัน 2 คืน นี้ ต่างเกิดความประทับใจเป็นอันมาก โดยเฉพาะ นายมรกต สุดดี ผู้อำนวยการกองตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการ ททท.ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, นางวสุมน เนตรเจริญ นายกสมาคมการค่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีสาน (สอทอ.) ที่ร่วมเดินทางมาด้วยตนเอง ได้เกิดความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยวภาคอีสานที่นำนักท่องเที่ยว ผ่านการประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้ เดินทางมาจังหวัดศรีสะเกษในโอกาสต่อไปเชื่อมโยงเข้ากับภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด เพราะหากนำนักท่องเที่ยวเฉพาะคนอีสาน ใน 20 จังหวัด แลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวกันได้ครบ เราแทบจะต้องไปพึ่งชาวต่างชาติเลย เพราะในช่วงสถานการณ์โควิดเช่นนี้ เราต้องนำไทยเที่ยวไทย นำคนอีสานเที่ยวอีสานให้ครบทุกจังหวัด เพื่อเศรษฐกิจของคนอีสานจะได้ดีขึ้นตลอดไป

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ