ตัวเงินตัวทองหนีเข้าบ้าน หากันวุ่นเจออีกทีแอบหลับในห้องครัว แจ้งกู้ภัยจับส่งคืนธรรมชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตัวเงินตัวทองหนีเข้าบ้าน หากันวุ่นเจออีกทีแอบหลับในห้องครัว แจ้งกู้ภัยจับส่งคืนธรรมชาติ

ตัวเงินตัวทองหนีเข้าบ้าน หากันวุ่นเจออีกทีแอบหลับในห้องครัว แจ้งกู้ภัยจับส่งคืนธรรมชาติ

15 มิถุนายน 2563 – 13:57 น.

เพชรบูรณ์ – น่าจะออกงานแรก ตัวเงินตัวทอง เจอไล่ต้อนวิ่งหนีเข้าบ้าน คาดวิ่งหนีจนเหนื่อยเลยหลับอยู่ในห้องครัว เจ้าของบ้านเรียกกู้ภัยจับตัวปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ แต่ก็มีแอบลุ้น เชื่อมาให้โชค

วันที่  14 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวเงินตัวทองวิ่งเข้าบ้าน บริเวณห้องครัว ของบ้านเลขที่ 682/8 หมู่ที่ 10 ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ เจ้าของบ้านค้นเจอ แต่ไม่ยอมขยับตัว หรือเดินไปไหน เจ้าของบ้านจึงได้แจ้งโทรแจ้ง กู้ภัยในพื้นที่ ขอความช่วยเหลือให้มาช่วยจับตัวเงินตัวทองไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

เมื่อ อาสาสมัครกู้ภัย เดินทางมาถึง เจ้าของบ้านก็พาไปยังห้องครัวจุดที่เจ้าตัวเงินตัวทอง นอนหลบมุมอยู่ โดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหน คาดว่าคงนอนหลับสนิท จากนั้นจึงได้ช่วยกันวางแผนดักจับ และในที่สุดก็สามารถจับเจ้าตัวเงินตัวทองออกมาได้สำเร็จ อย่างทุลักทุเล โดยใช้เวลาราว 10 นาที วัดขนาดลำตัวความยาวได้ 1.5 เมตร น้ำหนัก 7 กิโลกรัม

นายบุญชัย บุญมา อายุ 32 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า เมื่อช่วงเย็นได้มีกลุ่มเด็กๆ วิ่งไล่เจ้าตัวเงินตัวทอง ออกมาจากบ้านข้างๆ และได้วิ่งเข้ามาในบ้านของตน ไปหลบอยู่ในห้องครัว จากนั้นก็ไม่ยอมไปไหน คาดว่าเจ้าตัวเงินตัวทอง ตัวดังกล่าวอาจวิ่งหนีเด็กๆ มาจนเหนื่อย จนหมดแรงจึงได้เผลอนอนหลับอยู่อย่างนั้น

แต่ตนเองก็เกรงว่าเจ้าตัวเงินตัวทอง จะไปกินไก่ กินเป็ด และปลาที่ตนเลี้ยงไว้ข้างๆ บ้าน จึงได้ตัดสินใจโทรแจ้งกลุ่มจิตอาสาบึงสามพันร่วมใจ ให้มาช่วยจับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ และที่สำคัญก็ไม่พลาดที่จะนำเอาขนาดความยาว น้ำหนัก เลขที่บ้านนำไปเสี่ยงโชค งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2563 นี้

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

สองพี่น้องช่วยแม่เรียกลูกค้าด้วยการ ตีกลอง เป่าแคน ไปเร่ขายที่ไหนมีแต่คนอุดหนุน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สองพี่น้องช่วยแม่เรียกลูกค้าด้วยการ ตีกลอง เป่าแคน ไปเร่ขายที่ไหนมีแต่คนอุดหนุน

สองพี่น้องช่วยแม่เรียกลูกค้าด้วยการ ตีกลอง เป่าแคน ไปเร่ขายที่ไหนมีแต่คนอุดหนุน

15 มิถุนายน 2563 – 13:55 น.

ลูกชายยอดกตัญญู ช่วยแม่เรียกลูกค้าด้วยการ ตีกลอง เป่าแคน ช่วยแม่ขายลูกชิ้นนึ่ง และกับข้าว ตระเวนไปตามหมู่บ้าน พอมีรายได้เลี้ยงดูแลครอบครัว ส่งลูกเรียน จากเดิมที่ขายไม่ค่อยได้ วันนี้ขายดีมาก

วันที่ 15 มิถุนายน 2563 ที่ หมู่บ้านอารางใหม่พัฒนา หมู่ที่ 20 ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ครอบครัวของ นางสาว วรธมน เขตสันเทียะ อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 136 ภายหลังจากที่พ่อโดนจับติดคุกคดีเข้าไปพัวพันกับยาเสพติด ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการต่อสู้คดี ครอบครัวก็เหมือนขาดเสาหลัก ภรรยาผู้เป็นแม่ของลูกๆ ก็จะต้องดิ้นรนสู้ชีวิต เพื่อที่จะให้ลูกได้เรียนหนังสือ ได้มีการศึกษา มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว ช่วงเช้ามืดตั้งแต่ เวลา 04.00 น. ก็ต้องตื่นเพื่อออกไปรับจ้างกรีดยางพารา พอช่วงสายมาหลังจากกลับจากรับจ้างกรีดยางก็จะต้องไปตลาด เพื่อหาซื้อข้าวของ วัตถุดิบมาเตรียมขายกับข้าว และลูกชิ้นนึ่ง โดยมีรถสามล้อพ่วงข้าวที่ต่อเติมมาพิเศษ ไว้เป็นที่สำหรับขายกับข้าว ลูกชิ้นนึ่ง ตระเวนไปตามหมู่บ้าน ช่วงแรก ๆ ก็ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ขายไม่ค่อยดีนัก ขณะที่ลูกชาย ที่เป็นนักดนตรีของวงโปงลางของโรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ มีแคนประจำกาย 2 ดวง ก็มาสอนให้น้องตัวเล็กตีกลองเล่นกันที่บ้าน ช่วงแม่ออกไปขายกับข้าว ต่อมาก็ขอไปกับแม่ และเป่าแคน ตีกลองไปด้วย จนทุกวันนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ ลูกชิ้นหมอแคนสามแม่ลูกมาแล้ว กลับเป็นว่ามีคนสนใจมาดักทางภายหลังจากได้ยินเสียงแคน เสียงกลองที่ลูกชายเป่าไปกับแม่ ขายหมดทุกวัน เฉลี่ยวันหนึ่ง ราว 1,500 – 1,600.-บาท และก็พอมีกำไรบ้าง

น้องกันต์ หรือ ด.ช.อดิศวร โพธิ์ศรี อายุ 7 ขวบ มือกลองตัวจิ๋ว และน้องก็อต หรือ ด.ช.อดิศักดิ์ โพธิ์ศรี อายุ 14 ปี หมอแคนผู้เป็นพี่ชาย เล่าว่า ตนอยู่บ้านเฉยๆ ในช่วงปิดเทอม และเจอสถานการณ์โควิด-19 โรงเรียนยังไม่เปิด พี่ชายก็เลยนำแคนมาเป่า และสอนให้ตนตีกลองทำจังหวะให้ เพราะพี่ชายชอบเป่าแคนมาก เห็นแม่ทำงานหนักก็อยากจะช่วย แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เห็นในยูทูป ในเฟสบุค ที่อื่นเขาร้องลิเก ร้องลำเพราะเป็นหมอลำขายของ ขายสินค้าไปด้วย ก็เลยขอแม่ว่าขอไปขายกับข้าว ขายลูกชิ้นกับแม่ โดยขอเป่าแคนไปด้วย น้องตีกลองไปด้วย แม่อนุญาตก็เลยเป่าแคนตีกลองเรียกลูกค้า เป็นสัญลักษณ์ว่า ลูกชิ้นนึ่ง กับข้าวหมอแคนมาแล้ว แม่ก็ขายดีขึ้น มีคนมารอซื้อในทุก ๆ วันตามเส้นทางที่ไป

นางสาว วรธมน เขตสันเทียะ  ผู้เป็นแม่หมอแคน มือกลอง เล่าว่า ในทุก ๆ วัน ตนก็จะตื่นแต่เช้าไปรับจ้างกรีดยางพารา กลับมาก็มาเตรียมข้าวของ เพื่อออกเร่ขายลูกชิ้นนึ่ง ขายกับข้าวเสริมกันไป ในแต่ละวันก็จะทำกับข้าว ราว 2 อย่าง และลูกชิ้นนึ่ง 2 ชั้น ก็ขายกับข้าวถุงละ 20.-บาท ลูกชิ้นก็ไม้ละ 5.-บาท วันหนึ่งๆ หากขายหมดก็จะมีรายได้ราว วันละ 1,500 – 1,600.-บาท หักต้นทุนก็พอมีรายได้วันละ 500 -600.-บาท ต่อวัน พอได้เลี้ยงดูแลลูก ที่จะต้องส่งเรียนไปจนจบ ลูกชายสองคนที่อยูกับแม่ ก็จะตามไปไหนมาไหนด้วย ไปขายลูกชิ้นนึ่ง ไปขายกับข้าวลูกก็จะไปด้วย ระยะหลังเขาไปเอาตัวอย่างมาจากมือถือเขา การที่เขาไปเรียนเป่าแคนจากวงดนตรีโปงลางของโรงเรียนขุนหาญวิทยาคม เขาก็เลยมาสอนน้องให้ตีกลองให้เขา และมาเป่าแคน ตีกลงเรียกแขก เรียกลูกค้าใหม่ให้แม่ จนทุกวันนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ไปว่า มาแล้วลูกชิ้นกับข้าวหมอแคน ก็ดีเพราะเขาเป็นลูกกตัญญูดีทั้งสองคน

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.ศรีสะเกษ

นครพนม สุดฟิน อบต.ไชยบุรี เปิด หนองหาร จัดล่องแพ กระตุ้นท่องเที่ยวสู้โควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นครพนม สุดฟิน อบต.ไชยบุรี เปิด หนองหาร จัดล่องแพ กระตุ้นท่องเที่ยวสู้โควิด

นครพนม สุดฟิน อบต.ไชยบุรี เปิด หนองหาร จัดล่องแพ กระตุ้นท่องเที่ยวสู้โควิด

15 มิถุนายน 2563 – 13:55 น.

นครพนม สุดฟิน อบต.ไชยบุรี เปิดหนองหารจัดล่องแพ กระตุ้นท่องเที่ยวสู้โควิด หนุนเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างงาน สร้างรายได้ ในชุมชน เยาวชนมีรายได้

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้หลังคลายล็อกระยะที่ 4 บรรยากาศการท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ กำลังได้รับความนิยม ทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง มีประชาชน นักท่องเที่ยว ให้ความสนใจ เดินทางมาเที่ยวพักผ่อน คลายร้อน คึกคัก เพราะมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิดน้อย เช่นเดียวกันกับพื้นที่ หนองหาร ชุมชนบ้านนาเพียง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม แหล่งน้ำจืด เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ นับเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงอนุรักษ์สำคัญ ที่มีประชาชน นักท่องเที่ยว ให้ความสนใจ มาเที่ยวพักผ่อน ในช่วงหลังวิกฤติโควิดเริ่มคลี่คลาย โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ได้ร่วมกับชุมชนหมู่บ้าน พัฒนาแหล่งน้ำจืดแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จัดกิจกรรมล่องแพ ท่องเที่ยว บริการประชาชน นักท่องเที่ยว มาพักผ่อน เล่นน้ำคลายร้อน

ซึ่งมีบริการอาหาร เมนูไทย อีสาน หลากหลายเมนู เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ในชุมชน นอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ยังส่งผลให้ ประชาชน ในพื้นที่ มีงาน มีรายได้เสริม มีการจ้างงาน ทั้งชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงลูกหลานเยาวชนที่ปิดภาคเรียน มีรายได้เสริม ยิ่งในช่วงหลังคลายล็อกระยะที่ 4 ได้เปิดบริการให้ ประชาชนนักท่องเที่ยว สามารถกลับมาเที่ยวพักผ่อนได้อีกครั้ง ส่งผลให้ช่วงนี้บรรยากาศคึกคักทุกวัน โดยมีเจ้าหน้าที่ ดูแลทั้งความปลอดภัย อำนวยความสะดวก และคัดกรองทำประวัติก่อนเข้าใช้บริการท่องเที่ยว เพื่อเป็นการเพิ่มมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิด

ด้าน นายสันติ ไชยมหา นายก อบต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นคพรนม เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรมล่องแพหนองหาร ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้มีการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยว มาในช่วง 2 -3 ปีที่ผ่านมา เพราะต้องการพัฒนาแหล่งน้ำจืดหนองหาร จากเดิมเป็นเพียงแหล่งน้ำการเกษตรเป็นแหล่งท่องเที่ยว เริ่มจากการทำแพเล็กๆ ไม่กี่ลำ เพื่อนำร่องประชาสัมพันธ์เชิญชวน ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้มาเที่ยวชม สัมผัสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ล่องแพชมธรรมชาติ เล่นน้ำคลายร้อน รับประทานอาหารอีสานหลากหลายเมนู บนแพกลางน้ำ ทำให้ได้รับความสนใจต่อเนื่อง จึงได้ร่วมกับชุมชน พัฒนาเพิ่มจำนวนแพมาต่อเนื่อง จนมีมาตรฐานในการดูแลประชาชน นักท่องเที่ยว แต่ในช่วงวิกฤติโควิดที่ผ่านมา ต้องงดบริการ ทำให้ขาดรายได้ ไปช่วงระยะหนึ่ง มาช่วงนี้ได้กลับมาเปิดบริการอีกครั้ง แต่ยังต้องมีมาตรการคัดกรองตามหลักสาธารณสุข ซึ่งในช่วงนี้ทำให้กิจกรรมล่องแพกลับมาคึกคักอีกครั้ง ปัจจุบัน มีการพัฒนาร่วมกับชุมชน สร้างแพ รวมเกือบ 40 ลำ บริการ ทุกวัน มีราคาเช่าเริ่มต้นชั่วโมงแรก แค่ 200 บาท ชั่วโมงต่อไป 100 บาท และมีแบบเหมาทั้งวัน ประมาณ 500 -800 บาท แล้วแต่ขนาดแพ ส่วนการบริการ จะมีเรือลากไปจอดกลางหนองหาร บริการขายอาหาร เครื่องดื่ม พร้อมมีคนดูแลกำชับให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เล่นน้ำสวมชูชีพ รวมถึงคอยดูแลความปลอดภัยตลอด

นายสันติ ไชยมหา นายก อบต.ไชยบุรี กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ เชื่อมโยงกับนโยบายจังหวัดเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ยังได้ เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ในชุมชน เนื่องจากแรงงาน ทั้ง แม่ครัว พนักงานเสริฟ พนักงานขับเรือ ดูแลแพ รวมกว่า 50 คน ล้วนเป็นคนในพื้นที่ ทำให้มีงาน มีรายได้ รวมถึงลูกหลานเยาวชน ได้มีโอกาสทำงานสร้างรายได้เสริม ยิ่งช่วงวิกฤติโควิดบางคนตกงาน ขาดรายได้ ทำให้มีรายได้เสริมจากการจ้างงานในพื้นที่ สำหรับรายได้จะมีการบริการจัดการในกลุ่มที่ร่วมลงทุนในชุมชน ช่วงแรกยังไม่ได้หวังผลกำไร เพียงต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยว และในอนาคตจะวางแผนพัฒนาเพิ่มจำนวนแพมากขึ้น ให้เพียงพอนักท่องเที่ยว รวมถึงปรับปรุงภูมิทัศน์รอบหนองหาร จัดหางบประมาณ ดำเนินการสร้างร้านอาหารริมหนองหาร เพิ่มจากแพกลางน้ำ รวมถึงสร้างที่พัก เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเชิงอนุรักษ์ครบวงจร สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดปี หากใครที่สนใจติดต่อสอบถามจองแพได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ โทร. 081-964-5847 

ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.นครพนม

“จิ้นส้มหมูครูวิมล” สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารล้านนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จิ้นส้มหมูครูวิมล” สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารล้านนา

"จิ้นส้มหมูครูวิมล" สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารล้านนา

15 มิถุนายน 2563 – 09:38 น.

“จิ้นส้มหมู ครูวิมล” สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารล้านนา จากภูมิรู้ในห้องเรียนของมหาวิทยาลัย สู่การปฏิบัติในวิถีชีวิตจริง อาหารภูมิปัญญาของบรรพชนคนเหนือ

วันนี้ (14 มิถุนายน 2563) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หมู่บ้านริมกว๊านสันแกลบดำ อ.เมือง จ.พะเยา เพื่อดูขั้นตอนของการทำจิ้นส้มหมู หรือแหนมหมู จากฝีมือ อ. วิมล ปิงเมืองเหล็ก อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยพะเยา ผู้บรรยายวิชาอารยธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นล้านนา ในหลายสถาบันการศึกษา ซึ่งใช้เวลาว่างจากงานบรรยายพิเศษ สืบสานวิธีการทำจิ้นส้มหมูแบบโบราณ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่แสงคำ ปิงเมืองเหล็ก เจ้าของโรงแหนมชื่อดังของเมืองพะเยาในอดีตนาม “แหนมแสงคำ

อ.วิมล เปิดเผยว่า ความรู้การทำจิ้นส้ม ได้รับการเคี่ยวเข็ญจากแม่ตั้งแต่เด็ก โตขึ้นมาต้องระเห่เร่ร่อนในชีวิตครูหลายสถาบันจนไม่มีใครได้สืบทอดภูมิปัญญาด้านนี้ของแม่อีกเลย พอเกษียณและมีเวลาเป็นของตนเอง จึงอยากจะสืบสานภูมิปัญญาด้านนี้ต่อไป เพราะจิ้นส้มปัจจุบันนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนจากของเดิมไปมาก โดยเฉพาะการห่อด้วยใบตองและมัดด้วยตอก ซึ่งถือเป็นการห่อที่แสดงถึงวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามของดินแดนล้านนาที่วัสดุเหล่านี้ยังมีมากมายในป่าอันอุดมสมบูรณ์ของบ้านเรา ประกอบทุกวันนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษบรรยายวิชาภูมิปัญญาล้านนาอยู่ จึงต้องการนำองค์ความรู้นี้มาปฏิบัติให้เป็นจริง

อาหารล้านนาเช่นจิ้นส้ม ลาบ แกงอ๋อม มันไม่ใช่เป็นเพียงอาหารอย่างเดียว แต่มันเป็นสัญลักษณ์ ของวัฒนธรรมประเพณีของคนล้านนาด้วยสนใจจิ้นส้มหมูรสดั้งเดิม สะอาด อร่อย ส่มารถคิดต่อได้ โทร. 086-6582354 หรือตลาดต้นสัก ศาลากลางจังหวัดพะเยา วันจันทร์และพฤหัสบดี ปุ๊ก (พวง) ละ 100 บาท พวงมี 5 ห่อ 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

สืบสานภูมิปัญญาล้านนา พิธีไหว้ผีเหมืองฝายพญาคำ สร้างศรัทธาร่วมมือสามัคคี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สืบสานภูมิปัญญาล้านนา พิธีไหว้ผีเหมืองฝายพญาคำ สร้างศรัทธาร่วมมือสามัคคี

สืบสานภูมิปัญญาล้านนา พิธีไหว้ผีเหมืองฝายพญาคำ  สร้างศรัทธาร่วมมือสามัคคี

15 มิถุนายน 2563 – 09:37 น.

กลุ่มผู้ใช้น้ำลุ่มฝายพญาคำ ร่วมจัดกิจกรรม “ปลุกใจเหมืองฝายพญาคำเพื่อปลุกใจเมืองเชียงใหม่” ในงานไหว้ผีเหมืองฝายพญาคำเพื่อให้เกิดความศรัทธา ร่วมมือ สามัคคี และช่วยเหลือกันในชุมชนลุ่มน้ำฝายพญาคำ

วันนี้ (14 มิ.ย. 2563) เวลา 09.09 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บริเวณพื้นที่หน้าเหมืองฝายพญาคำ ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “ปลุกใจเหมืองฝายพญาคำเพื่อปลุกใจคนเมืองเชียงใหม่” จุดประกายฝันการสร้างแหล่งเรียนรู้และการมีส่วนร่วมในการจัดการความรู้ เหมืองฝายพญาคำสู่อนาคต ภายใต้กิจกรรมไหว้ผีเหมืองฝายพญาคำ ซึ่งได้กำหนดให้ตรงกับวันแรม 9 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี

ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความศรัทธา ร่วมมือ สามัคคี และช่วยเหลือกันในชุมชนลุ่มน้ำฝายพญาคำ ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและท้ายน้ำ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ นักวิชาการ และผู้สนใจเรียนรู้ รวม 8 ตำบล เกิดความเลื่อมใส เคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องรักษา เกิดความรักความหวงแทน สำนึกในการบำรุงรักษาแม่น้ำร่วมกัน ทั้งร่วมบำรุงศิลปะ จารีตประเพณีและภูมิปัญญา ในด้านการบริหารจัดการน้ำโดยระบบเหมืองฝ่ายของชุมชนล้านนา บนพื้นฐานความสัมพันธ์ของชุมชนให้คงอยู่ และสืบสานในชุมชน อีกทั้งเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับองค์ความรู้ และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ การฟื้นฟูระบบเหมืองฝ่ายพญาคำ และเพื่อเป็นการจุดประกายนำองค์ความรู้ ไปสู่การพัฒนาพื้นที่ฝ่ายพญาคำเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนต่อไป

จัดกิจกรรมในวันนี้ เกิดจากการรวมตัวของภาคการศึกษา ภูมิปัญญาท้องถิ่นล้านนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้ลุ่มแม่น้ำฝายพญาคำ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แก่ฝาย แก่เหมือง กลุ่มเด็กเยาวชนในพื้นที่ 8 ตำบล เชื่อมต่อสองจังหวัดเชียงใหม่ -ลำพูน ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการบูรณาการภูมิปัญญาล้านนา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำฝายพญาคำและผู้สนใจ โดยเฉพาะการพื้นฟูภูมิปัญญระบบเหมืองฝายพญาคำ อันเป็นสายที่เก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นฝ่ายที่ผันน้ำจากแม่น้ำปิงเข้าสู่ล้ำเหมืองพญาคำ เพื่อหล่อเลี้ยงการเกษตรของประชาชนทั้งในอำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอสารภี และอำเภอเมืองลำพูน อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ควรค่าแก่การสืบสานภูมิปัญญา การจัดการเหมืองฝายของบรรพชนให้คงอยู่สืบต่อไป.

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่

เปิดแล้ว สวนสัตว์เชียงใหม่ คัดกรองเข้ม คืนความสุขให้ประชาชนเข้าชมฟรี ยอดจองทะลุ 2 หมื่นคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดแล้ว สวนสัตว์เชียงใหม่ คัดกรองเข้ม คืนความสุขให้ประชาชนเข้าชมฟรี ยอดจองทะลุ 2 หมื่นคน

เปิดแล้ว สวนสัตว์เชียงใหม่ คัดกรองเข้ม คืนความสุขให้ประชาชนเข้าชมฟรี ยอดจองทะลุ 2 หมื่นคน

15 มิถุนายน 2563 – 09:36 น.

สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดท่องเที่ยวสวนสัตว์คัดกรองเข้มข้น คืนความสุขให้กับประชาชนเข้าชมฟรี เริ่มวันที่ 15 มิ.ย.63ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 พร้อมมาตรการคัดกรองหลังวิกฤตโควิด 19 จองล่วงหน้าผ่านแอพพลิเคชั่นหรือลิงค์ยอดจองเข้าชม ทะลุ 2 หมื่นคนแล้ว

วันที่ 14 มิย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่  กล่าวว่า สวนสัตว์เชียงใหม่  Zoo New Normal เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีเริ่มตั้งแต่วัน ที่ 15 มิถุนายน 2563 โดยให้จองผ่านเข้าชมล่วงหน้าแอพพลิเคชั่นหรือลิงค์ จองบัตรเข้าชมสวนสัตว์ ภายในสวนสัตว์ได้ตกแต่งสถานที่ บริเวณทางเข้าสวนสัตว์ให้มีความสวยงามตามธรรมชาติโดยมี เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ทุกฝ่ายมีการซักซ้อมการปฏิบัติในการคัดกรองประชาชนที่เข้ามาท่องเที่ยวในสวนสัตว์อย่างเข้มงวด เริ่มตั้งแต่การผ่านประตูเข้ามาในบริเวณสวนสัตว์ ทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ จะมีการคัดกรองอย่างเข้มมงวดทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัย วัดอุณหภูมิร่างกาย ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ สแกนไทยชนะ  อยู่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตรในขณะเดียวกันได้นำน้ำยาฆ่าเชื้อ ทำการฉีดพ่นบริเวณที่มีประชาชนใช้ในการถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก รวมทั้งเก้าอี้ที่นั่งสำหรับนั่งพักผ่อน และรูปสัตว์ต่างๆบริเวณจุดท่องเที่ยวด้วย รวมทั้งเก็บกวาดใบไม้ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบ ช่วงนี้ สัตว์ทุกชนิดพร้อมรับนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามา ในวันเปิดสวนสัตว์เชียงใหม่  หลังจากที่ เจอพิษ covid-19 ต้องปิดให้บริการนานกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สวนสัตว์เชียงใหม่ รับผู้เข้าชมได้วันล่ะไม่เกิน 2,000 คนต่อวันและงดการแสดงความสามารถของสัตว์ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ล่าสุดวันนี้มี นักท่องเที่ยวจองทะลุ 2 หมื่นกว่าคนแล้ว พร้อมนี้ผู้เข้าชมจะมีค่าใช้จ่ายดังนี้  – ค่ารถยนต์ ราคา 50 บาท -จักรยานยนต์ ราคา 10 บาท – ค่ารถบัส ราคา 60 บาท  ด้านการบริการ นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าชมสัตว์นานาชนิดโดยรอบสวนสัตว์พร้อมใช้บริการพื้นที่ทุกจุดพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยเหมือนเช่นเดิม ขณะนี้ยอดจองเข้าสวนสัตว์เชียงใหม่  ณ วันนี้คนซึ่งตลอดเวลาจากเหตุการณ์วิกฤติโควิด (COVID-19) ที่ผ่านมา ทุกสวนสัตว์ในสังกัดได้ดูแลสัตว์ในสวนสัตว์เป็นอย่างดี และถือโอกาสในช่วงปิดให้บริการสวนสัตว์ดำเนินการ Big Cleaning  เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยว และในการเข้าชม สวนสัตว์ โดยมีมาตรการที่องค์การสวนสัตว์กำหนดไว้รองรับการเปิดบริการ การเที่ยวชมสวนสัตว์ในวิถีใหม่ ใส่ใจสุขภาพ มีดังนี้ 

มีจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิก่อนเข้าพื้นที่สวนสัตว์.กำหนดทางเข้าออกทางเดียวสำหรับผู้รับบริการ โดยมีจุด Check in – Check out ผ่าน http://www.ไทยชนะ.com เปิดให้สำรองบัตรเข้าชมล่วงหน้า ผ่านแอพพลิเคชั่น หรือ โทรศัพท์.กำหนดจุดเว้นระยะห่างทุกจุดบริการภายในสวนสัตว์ตามมาตรการควบคุมโรค ได้แก่ บริเวณจุดซื้อบัตรเข้าชม จุดยืนชมสัตว์ รถนั่งบริการเที่ยวชม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านอาหารและเครื่องดื่ม.มีจุดวางแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ให้บริการนักท่องเที่ยวบริเวณจุดต่าง ๆ รอบสวนสัตว์ .เน้นการเปิดให้บริการส่วนจะแสดงกลางแจ้ง และงดกิจกรรมภายในอาคาร .มีเจ้าหน้าที่บริการที่บริเวณจุดทางออก และจัดกิจกรรมสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวลงทะเบียน Check out และเพื่อเป็นการลดความแออัด ของ การเที่ยวชมสวนสัตว์ ในระยะแรก ( ในช่วงวันที่ 15 -30 มิถุนายน 2563 ) และในช่วงวันหยุดเทศกาลหรือวันหยุดต่อเนื่อง สามารถจองเข้าชม ล่วงหน้า ผ่านทางโทรศัพท์ หรือ แอพพลิเคชั่น ในเว็บไซต์ของสวนสัตว์ https://www.eventpop.me/e/9040/zoothailand สวนสัตว์เชียงใหม่ เบอร์ติดต่อ 053-221-179  โทรสาร 053-222-283

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

สิ้นแล้ว หลวงปู่สุข โกวิโท วัดป่าพรมนิมิตร เกจิสายวิปัสนาแดนอีสาน สิริอายุ87 ปี 57 พรรษา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สิ้นแล้ว หลวงปู่สุข โกวิโท วัดป่าพรมนิมิตร เกจิสายวิปัสนาแดนอีสาน สิริอายุ87 ปี 57 พรรษา

สิ้นแล้ว หลวงปู่สุข โกวิโท วัดป่าพรมนิมิตร  เกจิสายวิปัสนาแดนอีสาน สิริอายุ87 ปี 57 พรรษา

13 มิถุนายน 2563 – 19:41 น.

สิ้นแล้ว หลวงปู่สุข โกวิโท เกจิสายวิปัสนา 87 ปี 57 พรรษา ญาติโยมสุดอาลัย กำหนดพระราชทานเพลิง วันที่ 18 มิ.ย.2563

ญาติโยมแห่เคลื่อนสรีระสังขารของหลวงปู่สุข โกวิโท เกจิอาจารย์สายวัดป่า นักวิปัสสนากัมมัฏฐาน มรณภาพด้วยอาการที่สงบ ด้วยสิริอายุ 87 ปี 57 พรรษา กำหนดพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ตามเจตนา

บ่ายของวันที่ 13 มิถุนายน 2563 ณ วัด ป่าพรมนิมิตร บ้านหนองเตา – ยางแรด ตำบลหนองไฮ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีคณะสงฆ์จำนวนมาก พร้อมด้วยญาติโยม ที่หลั่งไหลแห่มาร่วมสรีระสังขารของหลงปู่สุข โกวิโท หรือ พระครู วิสุทธิ์พรหมวิหาร เกจิอาจารย์ที่เป็นที่เคารพนับถือของญาติโยมทั่วประเทศ ที่ได้ละสังขารลงเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 เวลา 15.25 น. ด้วยอาการที่สงบ ณ โรงพยาบาลศรีสะเกษ ด้วยสิริอายุ 87 ปี 57 พรรษา หลวงปู่สุข เกิด 2 ต.ค.2476 ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 11 ปีระกา ณ บ้านหนองเตา ต.สำโรงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ. ศรีสะเกษ พ.ศ. 2503 ได้อุปสมบท ณ วัดสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ พระอุปัชฌาย์ คือ หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท อาจารย์ที่สอนกัมมัฎฐาน ได้แก่ หลวงปู่คำมี ถ้ำคูหาสวรรค์ จ.ลพบุรี หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท จ.ศรีสะเกษ หลวงปู่ชา สุภัทโท จ.อุบลราชธานี หลวงพ่อพุทธทาส สวนโมขพลาราม หลวงพ่อสอน หลวงปู่ขาว หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต อาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐานที่ประเทศพม่าไม่ปรากฏชื่อ และพระอาจารย์สอนกรรมฐานที่ประเทศลาวไม่ปรากฏชื่อ การเริ่มต้นสร้างวัดและจำพรรษาที่วัดป่าพรหมวิหาร จังหวัดพิจิตร พ.ศ. 2529 ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าพรหมวิหาร พ.ศ. 2536 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูพิสุทธิ์พรหมวิหาร พ.ศ 2550 ลาออกจากเจ้าอาวาสวัดป่าพรหมวิหาร อ.สามง่าม จ. พิจิตร พ.ศ 2551 เป็นประธานสงฆ์วัดสุเทพนิมิต ตำบลสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ 2556 เป็นประธานสงฆ์ศูนย์ปฎิบัติธรรมอุทยานการเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดศรีสะเกษ และได้อาศัยจำพรรษาที่วัดป่าพรหมนิมิตร บ้านหนองเตา – ยางแรด เรื่อยมาจนปัจจุบัน

โดยในบ่ายของวันนี้ได้มีพิธีเคลื่อนสรีระสังขารหลวงปู่สุข โกวิโท มาที่ศาลาวัด เพื่อจัดให้คณะสงฆ์ได้กราบขอขมา และให้พี่น้องประชาชน ญาติโยมจากที่ต่างๆ เข้าสักการะบูชาขอขมาดวงวิญญานของหลวงปู่ พร้อมกับการประกอบพิธีน้ำหลวงอาบศพ โดย นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ปฎิบัติหน้าที่ผู้แทนพระองค์ จากนั้นบรรจุสรีระของหลวงปู่ลงโลง ก่อนที่จะตั้งสวดพระอภิธรรมศพจากคืนนี้เป็นคืนแรก ไปจนถึงคืนวันที่ 17 มิถุนายน 2563 ก่อนที่จะประกอบพิธีพระราชเพลิศพตามคำสั่งเสียไว้ของหลวงปู่ โดยคณะกรรมการวัด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมกันจัดสถานที่ พร้อมตั้งจุดคัดกรองแก่ทุกคนที่จะเดินทางบมาร่วมกราบศพของหลวงปู่ในทุกๆ วัน พร้อมขอความร่วมมือ ในการปฎิบัติตามมาตรการการป้องกันโควิด19 ในขณะที่เดินทางมากราบศพหลวงปู่ที่วัดด้วย

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.ศรีสะเกษ 

ดีเดย์ เปิดคำชะโนด 20 มิ.ย.นี้ แนะ10ขั้นตอนการเข้าสักการะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ดีเดย์ เปิดคำชะโนด 20 มิ.ย.นี้ แนะ10ขั้นตอนการเข้าสักการะ

13 มิถุนายน 2563 – 18:59 น.

ดีเดย์ เปิดคำชะโนด 20 มิ.ย.นี้ แนะ 10 ขั้นตอนการเข้าสักการะ ผู้ว่าอุดรฯ ทดสอบระบบจองคิว ผ่านQRCode เข้าคำชะโนด มาตรการยังเข้มจำกัดรอบเข้าวันละ 34 รอบ เช้า 17 รอบ บ่าย 17 รอบ ๆ ละ 50 คน รวม 1,700 คนต่อวัน เปิดตั้งแต่ 09.00-16.00 น.

วันที่ 13 มิถุนายน 2563 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมอาคารเอนกประสงค์ วังนาคินทร์คำชะโนด บ้านโนนเมือง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี ,นายปราโมทย์ ธัญญพืช นายธวัชชัย ศรีทอง นายวันชัย จันทร์พร รอง ผวจ.อุดรธานี นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังบรรยายสรุปจาก นายณัชฐเดช มุลาลี นายอำเภอบ้านดุง ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารคำชะโนด ถึงขั้นตอนในการเข้าสักการะ เจ้าปู่ศรีสุทโธ และ เจ้าย่าศรีปทุมมา ภายในเกาะคำชะโนด

ก่อนที่จะทำการทดสอบระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบการลงทะเบียนในการเข้าสักการะ ที่ต้องสแกนคิวอาร์โค๊ต ผ่านทางโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และขั้นตอนอื่น ๆ ในการเข้าสักการะรวม 10 ขั้นตอน เพื่อที่จะเตรียมการเปิดคำชะโนดให้นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญ ที่จะเข้าสักการะ เจ้าปู่ศรีสุทโธ และ เจ้าย่าศรีปทุมมา ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ หลังจากที่คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.อุดรธานี มีมติให้ปิดคำชะโนด มาตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา เป็นเวลาเกือบ 3 เดือน  

นายณัชฐเดช มุลาลี นายอำเภอบ้านดุง ประธานคณะกรรมการบริหารคำชะโนด ชี้แจงว่า มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และเตรียมความพร้อมรองรับ ในการจะเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญ เข้าสักการะเจ้าปู่และเจ้าย่า ภายในเกาะคำชะโนด มีแผนจัดทำเรียบร้อยแล้ว คือ มีการจัดทำแอพพลิเคชั่น และลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ทราบถึงจำนวนผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าสักการะ และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน สามารถจองคิวสักการะได้ล่วงหน้าและวางแผนการเดินทาง 

นอกจากนี้ยังจัดทำระบบและจุดคัดกรอง โดยใช้เทคโนโลยีเทอร์โมสแกน และระบบคีย์การ์ดในการเข้าสักการะ เพื่อให้สามารถควบคุมปริมาณผู้เข้าสักการะ ได้ตามกำหนด ที่เบื้องต้นกำหนดไว้วันละ 34 รอบ เช้า 17 รอบ บ่าย 17 รอบ ๆ ละ 50 คน รวม 1,700 คนต่อวัน เปิดตั้งแต่ 09.00-16.00 น. เมื่อเข้าไปในเกาะคำชะโนดแล้ว จะมีจุดให้สักการะไว้ 3 จุดคือ จุดที่ 1 หน้าศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ และ เจ้าย่าศรีปทุมมา จุดที่ 2 ต้นมะเดื่อยักษ์ และจุดที่ 3 บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยแต่ละจุดจะไม่มีการสัมผัสพื้นผิว โดยเฉพาะบริเวณต้นมะเดื่อยักษ์ จะมีโซ่กั้นเอาไว้ห้ามนักเสี่ยงโชคไปลูบต้นมะเดื่อยักษ์โดยเด็ดขาด และในการสักการะแต่ละจุดใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที

ส่วนการป้องกันการสัมผัสจะมีจุดล้างมือกระจายอยู่ทั่วบริเวณ มีการบันทึกข้อมูลผู้เข้าสักการะทุกคนได้อย่างแม่นยำ พร้อมมีระบบคัดแยกบุคคล และห้องสอบสวนโรค หากพบบุคคลที่มีความผิดปกติของร่างกาย เช่น อุณหภูมิสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส และมีแผนการบริหารความปลอดภัยของประชาชน ผ่านกล้องวงจรปิดทั่วทุกจุดภายในคำชะโนด ทั้งนี้มีการจัดทำแนวทางเดินระหว่างผู้เข้าสักการะ โดยไม่ให้ปะปนและเกิดความแออัด รวมถึงการเว้นระยะห่างทางสังคม ส่วนผู้ที่จะมาทำการบวงสรวงที่ลานบวงสรวง ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนเช่นกัน แต่จะแยกจุดพักรอไว้เป็นสัดส่วน 

นายอำเภอบ้านดุง ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารคำชะโนด กล่าวอีกว่า สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญ ที่จะเดินทางมาวังนาคินทร์คำชะโนด หลังเปิดอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน นี้ มี 10 ขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติ คือ 1.ลงทะเบียนผ่าน application “คำชะโนด”  http://www.co-news.ga/khamchanod/ticket.php  หรือ สแกน QR Code  2.นำ QR Code แสดงตน ณ จุดคัดกรองหน้าประตู 3.คัดกรองวัดอุณหภูมิ แสดงบัตรประชาชนเพื่อรับบัตรเข้าสักการะ 4.สแกนบัตร เข้ายังจุดพักคอย รอรอบเข้าสักการะและฟังคำแนะนำการปฏิบัติตนเมื่อเข้าสักการะ 5.ล้างมือ เข้าสักการะเมื่อได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตามรอบที่กำหนด

6.ถอดรองเท้า รับพานบายศรี แสดงบัตรเข้าสักการะต่อเจ้าหน้าที่ เดินทางเข้าสักการะแบบเรียงแถว เว้นระยะห่าง งดสัมผัส พนมมืออธิษฐานจิต 7.สักการะ 3 จุด จุดละ 5 นาที และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่รวมถึงงดสัมผัสจุดสัมผัสร่วม โดยสามารถบันทึกภาพได้ 8.เดินกลับออกจากวังนาคินทร์คำชะโนดตามรอบของตนเอง 9.คืนบัตรและล้างมือ 10.เลือกซื้อสินค้าและล๊อตเตอรี่ภายในคำชะโนด ได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัดจากเจ้าหน้าที่ฯ

หลังจากนั้น นายนิรัตน์ฯ ผวจ.อุดรธานี พร้อม รอง ผวจ.และหัวหน้าส่วนราชการ ได้ร่วมทำการทดสอบระบบเสมือนมีการเข้าสักการะเจ้าปู่ศรีสุทโธ และ เจ้าย่าศรีปทุมมา จริง โดยเริ่มทำตาม 10 ขั้นตอนปฏิบัติในการเข้าสักการะ ที่เริ่มตั้งแต่จุดที่จะให้นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญลงรถ ที่ทางเข้าที่อาคารเอนกประสงค์ และจะเข้าสู่จุดคัดกรองแรก ที่มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หลังจากนั้นจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอน 10 ขั้นตอน โดยมีผู้สื่อข่าวทุกสำนักร่วมในการทอสอบระบบ วันนี้

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า วันนี้นำหัวหน้าส่วนราชการ และ สื่อมวลชนมาร่วมทดสอบระบบต่าง ๆ ว่ามีความพร้อมแค่ไหน ซึ่งเป็นระบบที่ตอบรับ NEW NORMAL ในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวที่เคยมีคนเข้ามาจำนวนมาก คือที่คำชะโนดที่เคยมีคนเข้ามาถึงวันละ 5,000 ถึง 10,000 คน ซึ่งต่อไปจะเป็นวิถีเดิมได้ วันนี้เราจึงมาทดสอบระบบว่า การจัดเป็นกลุ่ม และกำหนดจำนวนคนของแต่ละกลุ่ม ของแต่ละรอบอย่างไร และการเข้าสักการะที่ต้องเดินเป็นแถวเรียงหนึ่งอย่างไร พร้อมการกำหนดจุดในเรื่องของโซเชียลดิสแทนซิ่ง อย่างไร รวมทั้งการลดการสัมผัสในทุกบริเวณตั้งแต่เดินเข้าสะพานมา ที่ให้เดินประนมมืออธิษฐานจิต เพื่อไม่ให้สัมผัสราวสะพานพญานาค เป็นการโน้มน้าวใจ เพื่อที่จะให้ลดการปลอดโรคให้มากที่สุด   

 เรื่องการเปิดวังนาคินทร์คำชะโนดวันไหน ซึ่งการที่มาทำการทดสอบระบบวันนี้ ผมเห็นว่ามีความพร้อม และมีเวลาที่จะทำให้พร้อมยิ่งขึ้น เพื่อที่จะเปิดให้ผู้เดินทางมาเข้าสักการะได้ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2563 นี้ ซึ่งจากการทอสอบระบบในวันนี้ ผมเชื่อว่าทางนี้มีความพร้อมแล้ว โดยเราได้พาคณะกรรมการโรคติดต่อ ส่วนราชการต่าง ๆ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน มาร่วมทดสอบ ซึ่งเราเห็นว่า น่าจะพร้อมที่จะเปิดแล้ว โดยปัญหาต่าง ๆ เท่าที่ดูเป็นสิ่งที่เราให้การบ้านกับทางคณะกรรมการบริหารคำชะโนด เข้ามาดำเนินการ จากปัญหาที่เราเจอมาก่อนที่จะเกิดวิกฤตโควิด-19 เสียอีก เช่นเรื่องคนที่มาเดินเบียดเสียดเข้ามาในตัวเกาะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง คนที่เดินข้ามสะพานเข้ามาจะลูบเกล็ดพญานาคกันที่เป็นราวสะพาน ทีการสัมผัสกันเป็นหมื่นมือ เป็นเรื่องที่ไม่ถูก การก้มลงกราบในแท่นกราบเดียวกันก็ยกเลิก คนที่เข้ามาจะต้องยืนไหว้เท่านั้น ซึ่งโจทย์เหล่านี้ทางคณะกรรมการบริหารคำชะโนดได้แก้ไขหมดแล้ว”

นายนิรัตน์ฯ กล่าวอีกว่า ส่วนบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีคนเห็นห่วง ที่ใช้กระบวยเดียวกันตักน้ำและยกดื่มเลย สิ่งเหล่านี้ได้ยกเลิกห้ามทำอีก แล้วก็จะยังไม่เปิดให้คนตักน้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ไป โดยต่อไปจะพัฒนาให้เป็นระบบที่มีน้ำไหลออกมาจากองค์พญานาค ให้ทุกคนนำภาชนะมาใส่กลับไปบูชาที่บ้าน ที่ทั้งหมดอยู่ในแนวทางของ NEW NORMAL ที่ลดการสัมผัสทั้งหมด ส่วนต้นมะเดื่อยักษ์ หลังจากนี้สามารถดูได้ แต่จะไปเอาแป้งลงทาขูดเหมือนเดิมไม่ได้อีก เพราะมีการสัมผัสหมื่นคนก็สองหมื่นมือ เราก็นำโซ่มาคล้องกั้นไว้ ใครมาเล็งหาโชคก็เสี่ยงกันเอง หรือสามารถถ่ายรูปนำไปไปหาโชคลาภเองได้ ซึ่งวันนี้ที่ดู ทุกอย่างมีการแก้ปัญหาหมดแล้ว หลังจากวันที่ 20 มิถุนายน ที่จะเปิดให้เข้าสักการะจริง หลังจากนั้นหากพบปัญหาใด เราก็จะไล่แก้ปัญหาไปตามที่เราเจอ แต่เชื่อว่าคงจะเข้าดำเนินการแก้ไขในทันที ส่วนอีก 7 วันก่อนจะเปิดจริง หากมีคนเดินทางมา แต่จะยังไม่สามารถเข้ามาสักการะเจ้าปู่เจ้าย่าได้ ก็ขอไหวกราบสักการะที่หน้าทางเข้าสะพาน เพราะว่ายังไม่เปิดเข้าไม่ได้ก็คือเข้าไม่ได้ แต่ทั้งนี้เจ้าปู่เจ้าย่า อยู่ในใจเราทุกคนอยู่แล้ว ลูกหลานได้โชคได้ลาภเป็นสิริมงคลอยู่แล้ว ถ้ายังไม่เปิดก็คือไม่เปิด เพราะเป็นนโยบายความปลอดภัยด้านการสาธารณสุข ที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม

หลังจากนี้การลดจำนวนคนที่มาที่คำชะโนด เหลือวันหนึ่ง 17 รอบ ๆ ละ 50 คน สามารถเข้าได้วันละ 1,700 คน นสบอมลดจำนวนคนที่มาจากวันละเป็นหมื่น ลดจำนวนคน เราก็จะได้ระยะห่างที่มากขึ้น นี่คือคำตอบว่า คนที่มาจะได้ไม่ต้องเบียดเสียดยัดเยียดกัน ผมเชื่อว่าคนที่มาส่วนใหญ่ ต้องการความมั่นใจ ต้องการความปลอดภัยมากกว่า เสียเงินท่านไม่ว่า เสียเวลาลงระบบจองคิว ท่านก็ไม่ว่า แต่เมื่อทำแล้วท่านมั่นใจได้ว่า จะได้เข้าไปสักการะตามรอบที่จองไว้อย่างแน่นอน ถึงจะมีบริการขั้นตอนต่าง ๆ มากขึ้น ท่านคงไม่สนใจตรงนี้ แต่จะให้มาเบียดกันเหมือนก่อน ก็คงทำไม่ได้ ซึ่งระบบที่ทำจะมีการจัดจำนวนรอบที่เข้าได้อย่างชัดเจน” ผวจ.อุดรธานี กล่าวในตอนท้าย

นายกฤษดา  จันทร์ดวง สื่อข่าว  ภูมิภาค จ.อุดรธานี คมชัดลึก 

ส่องเลขเด็ด พิธีอัญเชิญต้นตะเคียน ในบ่อทรายร้างหลังแสดงปาฏิหาริย์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่องเลขเด็ด พิธีอัญเชิญต้นตะเคียน ในบ่อทรายร้างหลังแสดงปาฏิหาริย์

ส่องเลขเด็ด พิธีอัญเชิญต้นตะเคียน ในบ่อทรายร้างหลังแสดงปาฏิหาริย์

3 มิถุนายน 2563 – 17:43 น.

ส่องเลขเด็ด พิธีอัญเชิญต้นตะเคียนกลางดึกในน้ำบ่อทรายร้าง หลังทำพิธีเข้าทรงพบว่ามีอยู่กลางน้ำแสดงปาฏิหาริย์เป็นคลื่นใต้น้ำวิ่งมาหยุดให้เห็น ชายวัย 60 ปี ลงไปดูพบว่ามีจริง

วันที่ 13 มิ.ย. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการอัญเชิญต้นตะเคียนขึ้นจากบ่อทรายร้าง บริเวณกลางทุ่งนา หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อแร่ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เมื่อกลางคืนวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยนายสุนทร มุ่งขเม้น อายุ 60 ปี กรรมการวัดใหม่โคกมะรุม เล่าให้ฟังว่า เมื่อเย็นที่ผ่านมาได้มีการเข้าทรง พบว่ามีแม่ตะเคียนจมน้ำอยู่ในบริเวณบ่อทราย อีก 1 ต้น  โดยได้แสดงปาฏิหาริย์เป็นคลื่นกลางน้ำลูกใหญ่วิ่งมาหยุดอยู่ตรงที่บริเวณชายตลิ่งบ่อทราย

ตนเองจึงได้ลงไปตรวจสอบดู พบเป็นเงาดำอยู่ที่บริเวณใต้น้ำ จึงได้ใช้ไม้แหย่ลงไปตรวจสอบ พบว่าต้นตะเคียนขนาดใหญ่ จึงได้ขอกำลังประดาน้ำจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย ดำน้ำลงไปตรวจสอบพบว่าข้นตะเคียนขนาดใหญ่ประมาณ 3 คนโอบ และยาวกว่า 10 เมตร จึงได้ทำพิธีอัญเชิญนานกว่า 4 ชั่วโมง จึงนำขึ้นมาพร้อมนำใส่รถเทเลอร์ หมายเลขทะเบียน 80-8979 อ่างทอง และนำมาไว้ที่วัดใหม่โคกมะรุม ส่วนคอหวยไม่พลาดเดินทางมาดูพิธีอัญเชิญในช่วงกลางคืนกันอย่างคึกคัก และเดินทางตามไปยังวัดใหม่โคกมะรุม ที่นำตะเคียนไปตั้งไว้ เพื่อทำพิธีส่องหาหาตัวเลขนำไปเสี่ยงดวงงวดนี้กันต่อไป

โดยที่ผ่านมาที่บริเวณบ่อทรายแห่งนี้ได้มีการอัญเชิญ แม่ตะเคียนทรายเงิน และทรายทอง ขนาด 3 คนโอบ และยาวกว่า 20 เมตร มาแล้ว เมื่อเดือนทีผ่านมา และมีการเข้าแฝงร่าง นางวรรณา งามจริง อายุ 55 ปี หรือดีเจ จ๊ะจ๋า  ขณะเดินที่เดินไลฟ์สดพิธีอัญเชิญแม่ตะเคียน สร้างความฮือฮากับกลุ่มชาวบ้านที่มาดูการอัญเชิญแม่ตะเคียน และส่องเลขเด็ดกันอย่างคึกคัก

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง

สุดทึ่ง พบฟอสซิลสุสานหอยกาบ ฟอสซิลหอยน้ำเค็ม ยุคเพอร์เมียน อายุราว 270-290ล้านปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุดทึ่ง พบฟอสซิลสุสานหอยกาบ ฟอสซิลหอยน้ำเค็ม ยุคเพอร์เมียน อายุราว 270-290ล้านปี

สุดทึ่ง พบฟอสซิลสุสานหอยกาบ ฟอสซิลหอยน้ำเค็ม ยุคเพอร์เมียน อายุราว 270-290ล้านปี

13 มิถุนายน 2563 – 13:46 น.

พบฟอสซิลสุสานหอยกาบ ฟอสซิลหอยน้ำเค็ม ยุคเพอร์เมียน อายุราว 270-290ล้านปี

กระบี่-พบฟอสซิลสุสานหอยกาบจำนวนมากระยะทางเกือบ100เมตร ตลอดแนวลำห้วยปากหมาก บ้านบากัน ต.คลองยา อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เป็นฟอสซิลหอยน้ำเค็ม ยุคเพอร์เมียน อายุราว 270-290 ล้านปี เตรียมประสานกรมทรัพยากรธรณีวิทยาเข้าสำรวจ

วันที่ 13 มิ.ย.2563 นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร กรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น จ.กระบี่ พร้อมด้วยทีมงานชมรมคนรักถ้ำกระบี่ ได้เข้าสำรวจซากฟอสซิล หอยกาบจำนวนมาก ที่บริเวณลำห้วยปากหมาก ภายในซอยสวนปาล์มมาเลย์ บ้านคลองยา ม.3 ต.คลองยา อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ หลังจากรับแจ้งว่า พบฟอสซิลดังกล่าวจำนวนมาก ตลอดแนวลำห้วย สร้างความตื่นเต้นแก่ทีมสำรวจเป็นอย่างมาก จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าเป็นฟอสซิลหอยน้ำเค็ม อยู่ในยุคดึกดำบรรพ์ ยุคเพอร์เมียน คาดว่าอายุราว 270-290ล้านปี จึงได้บันทึกภาพไว้

นายนิวัฒน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่แปลกมาก เนื่องจากบริเวณห้วยปากหมากอยู่ในเนินหุบเขาสูง มีลักษณะชั้นดิน ชั้นหิน ห่างจากทะเลหลายสิบกิโลเมตร แต่กลับพบเจอฟอสซิลหอยกาบ หรือ หอยติบ จำนวนมาก ซึ่งเป็นหอยน้ำเค็ม อยู่ในจำพวกหอยสองฝา ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา เป็นระยะเวลาหลายล้านปี เหมาะที่จะเป็นแหล่งอนุรักษ์ เพื่อให้ชนรุ่นหลังให้สืบค้น ศึกษาเรียนรู้ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต และคาดว่า บริเวณดังกล่าว หากมีหารสำรวจอย่างจรองจังอาจะมีจะมีฟอสซิลอื่น เพิ่มเติมด้วย

นายนิวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการสำรวจพบฟอสซิลหอยกาบ นับเป็นนครั้งแรกของจังหวัดกระบี่ ที่มีการพบฟอสซิล ซึ่งจะได้แจ้งให้ทาง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับทราบ เพื่อจะได้หน่วยงานกรมทรัพยากรธรณีวิทยา เข้าสำรวจตรวจสอบอีกครั้ง

ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ. กระบี่