La Boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626276

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 11:00 น.La Boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020ปฏิวัติวงการแฟชั่นไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น กับแบรนด์ La Boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020 ในชื่อ NEO RENAISSANCE แรงบันดาลใจจากเสน่ห์ยุคแห่งการฟื้นฟู สู่แฟชั่นยุคใหม่ New Normal

เรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการแฟชั่นไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น กับแบรนด์ ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ที่ครั้งนี้ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝีมือเฉียบ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล พร้อมอวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020 ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้สนุกกับการแต่งตัวไปกับเสื้อผ้าคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า ‘นีโอ เรเนซองส์’ (NEO RENAISSANCE)

โดยนำเสนอแรงบันดาลใจจากยุคเรเนซองส์ยุคแห่งการปฏิวัติวัฒนธรรม การใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ของคนยุคกลาง สู่ยุคนิวนอร์มอลที่เป็นปรากฏการณ์ความปกติใหม่ของวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน ซึ่งไอเดียดังกล่าวได้ถูกนำมาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าที่ช่วยสร้างความโดดเด่นอย่างมีรสนิยมให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้อย่างน่าจับตามอง

La Boutique แบรนด์แฟชั่นสตรีภายใต้คอนเซ็ปต์นีโอ โรแมนติก ที่ถ่ายทอดความงดงามทางแฟชั่นกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันน่าจดจำมาผสมผสานด้วยแนวความคิดที่ร่วมสมัย หล่อหลอมผ่านมุมมองการออกแบบอันสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายดีไซน์ทันสมัย พร้อมการตัดเย็บสุดประณีตในแบบฉบับของห้องเสื้อชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศส ให้ผู้สวมใส่มีเสน่ห์โดดเด่นกว่าใครทั้งในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ได้กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชั่นนี้ว่า แนวคิดหลักในการออกแบบคอลเลกชั่นนี้มาจากยุคเรเนซองส์ที่เป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงด้านศิลปะ ดนตรีและวิถีชีวิต ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมยุคใหม่ในสมัยนั้น ซึ่งหากเปรียบกับยุคสมัยนี้ก็คงจะเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ที่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตในหลายด้าน หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีและเข้าสู่ยุคดิจิตอลมากขึ้น จึงเป็นที่มาของคอลเลกชั่นนี้ที่เราต้องการให้สาวๆ ได้ปลดปล่อยและรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังคงความสนุกในการแต่งตัว โดยมีไฮไลท์สำคัญที่เป็นการนำเสนอคอลเลคชั่นนีโอ เรเนซองส์ ผ่านสื่อออนไลน์ในรูปแบบใหม่ ทาง Virtual Reality หรือ VR ที่จะมาสร้างประสบการณ์ด้านแฟชั่นผ่านโลกเสมือนจริงด้วยมุมมองรอบทิศถึง 360 องศา โดยมีนางแบบสาว น้ำตาล-ชลิตา สวนเสน่ห์ มาร่วมถ่ายทอดชุดสวยๆ ผ่านทางกิจวัตรประจำวันสุดเก๋ในแบบฉบับของสาวลา บูทีคส์ ซึ่งอยากให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศ และรับชมลุคใหม่ได้ง่ายๆเพียงปลายนิ้วสัมผัส

สำหรับคอลเลกชั่นนี้ทางแบรนด์ได้หยิบยกความความคลาสสิกของเสื้อผ้าทรงหลวมและทรงโอเวอร์ไซส์ ที่สามารถสวมใส่เป็นชุดลำลองสำหรับอยู่บ้านหรือจะเป็นชุดสวยสำหรับออกเดทได้ในเวลาเดียวกัน เหมาะกับชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป มีจุดเด่นด้านการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวบนคัตติ้งที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยรายละเอียด โดยมีชิ้นเด่นอย่างเสื้อเชิ้ตตัวหลวมผ้าชีฟองที่ถูกปักประดับด้วยขนนกกระจอกเทศสอดแทรกผ่านตะเข็บเสื้อผ้าเพื่อเพิ่มความพริ้วไหว ช่วยให้สาว ๆ ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นทุกครั้งที่สวมใส่ ถัดมาที่เสื้อสูทผ้าไหมลาเม่ (Lame) ได้เพิ่มความโก้หรูด้วยการหนุนเสริมโครงบริเวณไหล่ ออกมาเป็นสูทแนวมัสคิวลิน ซึ่งสามารถแมทช์ได้ง่ายๆ กับกางเกงเจมส์ยีนส์ ยีนส์ทรงซิกเนเจอร์เอวสูงที่ปรับความยาวใหม่เพียงช่วงระดับเข่า ช่วยเก็บกระชับรูปร่างบริเวณรอบเอวและสร้างสัดส่วนให้มั่นใจได้เป็นอย่างดี ถัดมาที่เดรสทรงบูสติเย่ย์สีสุดคลาสสิกอย่างสีขาวออฟไวท์ (Off White) ได้ถูกทำให้น่าสนใจด้วยลูกเล่นระบายขนาดใหญ่บริเวณแขนเสื้อทั้งสองข้าง ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ช่วยเสริมลุคให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นแล้วยังมีไอเท็มชิ้นเด่นอย่างเดรสทรงเอไลน์ (A Line) และทูนิคเดรส เดรสทรงหลวมใส่สบายที่มาพร้อมเทคนิคการอัดพลีท และการสร้างเลเยอร์ให้กับชุดด้วยการเย็บแบบรูดระบาย อีกทั้งดีเทลการปักประดับตกแต่งด้วยเครื่องประดับโลหะสีทอง กระดุมวินเทจ และกระดุมคริสตัล อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะให้สาว ๆ ได้สัมผัสถึงความหรูหรา รวมถึงเสื้อคอเต่าแขนยาวประดับโมเสคคริสตัลรูปทรง LB ด้วยเทคนิครีดร้อน (Hot Fix) ช่วยเติมความระยิบระยับได้เป็นอย่างดี

สำหรับคอลเลกชั่นนี้ได้นำเนื้อผ้าบางเบาหลากหลายผิวสัมผัสรวมถึงผ้าเส้นใยธรรมชาติมาใช้สร้างสรรค์ในการผลิต เพื่อเพิ่มความพริ้วไหว ความแวววาวให้กับชิ้นงานมากขึ้น พร้อมโทนสีแนวเอิร์ธโทนที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ผ่อนคลายทั้งสีครีม (Sand), สีเปลือกไข่ (Eggshell) และสีน้ำตาลอ่อน (Fawn) โดยเพิ่มความสนุกด้วยการแต่งเติมสีแอซิดอย่างสีชมพู (Fuchsia), สีส้ม (Coral) และสีฟ้า (Cerulean) เพื่อเพิ่มมิติให้กับคอลเลกชั่นนี้ได้โดดเด่นแบบไม่เหมือนใคร

เคล็ดลับการแต่งตัวในยุคนิวนอร์มอลให้มีเสน่ห์น่าค้นหาตามแบบฉบับสาวลาบูทีคส์

คลาสสิกและความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การแต่งตัวของผู้หญิงดูสวยมีเสน่ห์น่าประทับใจ การเลือกเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้กับทุกสถานการณ์เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้ อย่างเสื้อเชิ้ตตัวหลวมที่มีลูกเล่นประดับด้วยขนนก สามารถแมทช์กับกางเกงยีนส์เอวสูงซึ่งสาวๆ จะได้ลุคทะมัดทะแมง คล่องตัว หรือจะเป็นเดรสทรงเอที่ปักประดับด้วยโลหะสีทองก็จะได้ลุคสาววินเทจ ที่ดูน่าค้นหา และอาจจะลองแมทช์เสื้อคอเต่ากับกระโปรงอัดพลีทสีชมพู ซึ่งก็ได้ลุคสาวหวานที่ดูโดดเด่นไปอีกแบบ

สามารถรับชมประสบการณ์ด้านแฟชั่นในรูปแบบใหม่ ผ่านมุมมองโลกเสมือนจริง VR 360 กับคอลเลกชั่นล่าสุด NEO RENAISSANCE จาก แบรนด์ La Boutique ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง LA BOUTIQUE และมาร่วมสร้างสไตล์ให้โดดเด่นอย่างมีรสนิยมได้ที่แฟลกชิพสโตร์ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน, สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์ และทางเว็บไซต์ www.laboutiqueofficial.com

7 คำถามต้องเจอเมื่อสัมภาษณ์งานออนไลน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626301

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 10:10 น.7 คำถามต้องเจอเมื่อสัมภาษณ์งานออนไลน์เมื่อการสัมภาษณ์งานออนไลน์กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม มาเตรียมตัวให้พร้อม!! ลองตอบ 7 คำถามที่คุณจะต้องพบในการสัมภาษณ์ที่จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน

ในช่วงสถานการณ์วิกฤต COVID-19 นี้ ผู้สมัครงานหลายๆ คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกงาน หรือหยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง รวมถึงต้อง work from home การเลือกสมัครงานในช่วงดังกล่าวถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเลือกสมัครงาน การสัมภาษณ์งานออนไลน์กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม jobsdb.com เว็บไซต์งานชั้นนำแนะนำการเตรียมตัวให้พร้อมในการสัมภาษณ์งานและการตอบคำถามให้ดีที่สุด ลองดู 7 คำถามและคำตอบที่คุณจะต้องพบในการสัมภาษณ์งานออนไลน์ที่จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน 

คำถามที่ 1  : ช่วยแนะนำตัวเองให้ฟังหน่อย

คำถามเปิดการสัมภาษณ์ยอดนิยมและกลายเป็นคำถามที่สร้างปัญหาแก่ผู้สมัครงานหลายๆ คน กลายเป็นว่าการตอบการสัมภาษณ์งานอย่างไม่เหมาะสมนั้นเป็นคำตอบที่ได้รับจากส่วนใหญ่ของผู้สัมภาษณ์งาน คำตอบที่ดี คือการบอกว่าทำไมคุณถึงเหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้ เริ่มต้นเล่าถึงความสำเร็จและทักษะที่มีส่วนช่วยในการได้งานผ่านการสัมภาษณ์ในขณะที่คุณต้องเจอคำถามต่างๆในการสัมภาษณ์งาน

คำถามที่ 2 : คุณรู้จักตำแหน่งนี้ได้ยังไง

อีกหนึ่งคำถามที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้สัมภาษณ์งานเพื่อการดูว่าคุณสนใจอยากทำงานตำแหน่งนี้มากแค่ไหน คำถามนี้ได้บอกถึงโอกาสที่ดีที่คุณจะได้แสดงถึงว่าคุณอยากมีแรงบันดาลใจที่อยากทำตำแหน่งมากแค่ไหน อย่าลืมนำเสนอสิ่งที่คุณภูมิใจในผลงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรายชื่อผู้ติดต่อ, กิจกรรมต่างๆ, จดหมายข่าว และแมกกาซีนหรือแม้แต่บริษัทเล็กๆที่คุณเคยทำงานด้วย

คำถามที่ 3 : ทำไมคุณถึงเลือกที่จะลาออกจากงานล่าสุด

คำถามยากที่สุดในการทุกการสัมภาษณ์งาน ทุกครั้งที่คุณสัมภาษณ์งานอย่าลืมคิดถึงคำถามนี้ไว้หากคุณได้รับการสัมภาษณ์งาน ในการตอบคุณควรตอบในเชิงบวกและเลี่ยงการใช้ผู้อ้างอิงซึ่งจะอาจจะให้ข้อมูลเชิงลบแก่คุณ การใช้คำตอบที่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น การที่คุณอยากได้ประสบการณ์มากขึ้นในสถานที่การทำงานหรือตำแหน่งที่ออกไปที่เหมาะสมกับทักษะของคุณมากกว่าตำแหน่งในปัจจุบันและคุณสามารถเล่าถึงความสนใจในการคว้าโอกาสที่ท้าทายเหล่านี้

คำถามที่ 4: คุณรู้จักบริษัทนี้ดีแค่ไหน?

คำถามนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวกับภารกิจของบริษัทหรือต้องการทดสอบความเข้าใจภารกิจแต่เกี่ยวกับเรื่องของแรงบันดาลใจและการใส่ใจที่คุณมีแก่บริษัทด้วย คำถามดังกล่าวนี้ต้องการให้คุณทำการบ้านให้รู้จักเรื่องของบริษัทในทุกๆแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายของบริษัท หรือชื่อต่างๆ สิ่งที่คุณต้องทำต่อก็คือการหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่คุณไปสัมภาษณ์ให้พร้อม ข้อมูลเหล่านี้คุณสามารถหาได้ในโลกออนไลน์นั่นเอง

คำถามที่ 5: อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนในการทำงานของคุณ?

ในการเล่าถึงข้อดีและข้อด้อยในการทำงานของคุณ สิ่งที่คุณควรเล่าและผู้สัมภาษณ์งานอยากได้ยินคือสิ่งที่เป็นตัวคุณและจุดแข็งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน คำตอบสำหรับคำถามนี้ควรระบุลงไปให้ชัดเจน ส่วนข้อด้อยของคุณไม่ควรเล่าถึงสิ่งที่ทำให้คุณดูไม่ดี ควรเล่าถึงสิ่งที่คุณอยากจะปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบจะดีกว่า

คำถามที่ 6: เงินเดือน คาดหวังอยู่ที่เท่าไหร่?

เชื่อได้ว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ HR ทุกคนจะต้องถามผู้สมัครงาน การเรียกเงินเดือนนั้นไม่ควรน้อยหรือสูงเกินไป (เทียบกับความสามารถของตนเอง) ลองสำรวจฐานเงินเดือนจากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อจะได้บวกลบกับเงินเดือนที่คุณต้องการ มีข้อแนะนำอีกอย่างคือ คุณลองเรียกเงินเดือนสูงกว่าที่ต้องการจริงๆ เล็กน้อยไว้เพื่อต่อรองเงินเดือน

คำถามที่ 7: ทำไมเราถึงควรจ้างคุณ

สำนวนไทยที่ว่า อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น เหมาะกับสถานการณ์หากคุณต้องเจอคำถามแบบนี้ สิ่งที่ควรทำก็คือใช้เป็นโอกาสในการขายตัวคุณเองผ่านการเล่าถึงทักษะและความเชี่ยวชาญในตำแหน่งนี้ ความมั่นใจและการตอบอย่างฉลาดจึงเหมาะสมมากกว่า คุณคือคนที่ฝ่ายบุคคลมองหา ลงตัวเหมาะกับตำแหน่งงาน และสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมาย และเหมาะสมกับการจ้างในตำแหน่งนี้

จะเห็นได้ว่า การสัมภาษณ์งานออนไลน์นั้น คำถามที่มักถาม ก็ยังคงเป็นคำถามแบบเดียวกันกับการสัมภาษณ์งานแบบตัวต่อตัวนั่นเอง เตรียมข้อมูลมาให้พร้อมก่อนเริ่มการสัมภาษณ์งานในทุกๆ ครั้งยังคงได้ผลดีเสมอในการได้งาน

อากาศเปลี่ยนทำ ‘หอบหืดกำเริบ’ จริงหรือ? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/626297

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 09:10 น.อากาศเปลี่ยนทำ ‘หอบหืดกำเริบ’ จริงหรือ?เข้าใจโรคหอบหืด ดูสาเหตุ วิธีการสังเกตอาการ และเคล็ดลับจัดการกับโรคหอบหืดให้อยู่หมัดด้วยตัวเราเอง

โรคหอบหืด เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต เป็นๆ หายๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่เป็นโรคนี้จะต้องมีปัญหาในการหายใจไปตลอด  ซึ่งโรคนี้เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ทำให้เยื่อบุและผนังหลอดลมตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นจากภายในและจากสิ่งแวดล้อมมากกว่าปกติ ส่งผลให้หายใจไม่สะดวกและมีเสียงหวีด เหนื่อยหอบ ไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก โดยเฉพาะตอนกลางคืนและช่วงเช้ามืด โดยหอบหืดสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย และทำให้เสียชีวิตได้หากอาการรุนแรง หอบหืดไม่ใช่โรคติดต่อ แต่สามารถถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมได้

โรค “หอบหืด” และโรค “หืด” เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

โรคหอบหืดและโรคหืดเป็นโรคเดียวกัน บางครั้งเรียกหอบหืดในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการหอบร่วมด้วย ซึ่งในผู้ป่วยโรคหืดบางรายอาจไม่มีอาการหอบ มีเพียงอาการไอเรื้อรัง หายใจมีเสียงหวีด ซึ่งเกิดจากการอักเสบในหลอดลบลมและมีหลอดลมตีบแต่ไม่ถึงขั้นหอบ โดยอาการหอบจะเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่หลอดลมตีบที่รุนแรง และในทางปฏิบัติพบว่าโรคหืดเป็นสาเหตุของอาการไอเรื้อรังที่สำคัญ นอกจากกรดไหลย้อน และจมูกอักเสบเรื้อรัง

อาการของโรคหอบหืดหรือโรคหืด

  • ไอต่อเนื่องนาน 2-3 สัปดาห์
  • หายใจมีเสียงหวีด 
  • อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก
  • หากอาการหนักอาจทำให้หายใจไม่ออก ไม่สามารถรับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้ และไม่สามารถนำคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายได้ เกิดระบบหายใจล้มเหลว จนถึงขั้นหมดสติและเสียชีวิตในที่สุด

สาเหตุของโรค

เกิดจากการอักเสบของหลอดลมเรื้อรัง ร่วมกับการที่หลอดลมมีความไวต่อสิ่งที่มากระตุ้นมากผิดปกติ ทำให้เกิดอาการของโรคหืด ได้แก่ สารก่อภูมิแพ้ในและนอกครัวเรือน เช่น ฝุ่น และไรฝุ่น รังแค สัตว์ เกสรดอกไม้ รวมทั้งสารก่อมลพิษในอากาศ ควันบุหรี่ ไอระเหยน้ำมัน สารเคมี ก๊าซพิษต่างๆ เป็นต้น หรือการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรียและเชื้อราในอากาศ นอกจากนี้ ยังพบว่าสภาพอากาศที่เย็นและแห้ง เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดได้ด้วย

สภาพอากาศเย็นกระตุ้นให้เกิดหอดหืดอย่างไร?

ในสภาพอากาศที่เย็นและแห้ง ปราศจากความชื้น จะกระตุ้นให้หลอดลมเกิดการหดตัว ส่งผลให้ผู้ป่วยหายใจลำบากและมีอาการหอบหืดกำเริบได้ 

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้น

อาการสำคัญที่เป็นสัญญาณของโรคหอบหืดมีทั้งหมด 3 อย่าง ได้แก่

  • ไอเรื้อรัง 
  • หายใจมีเสียงวี้ด
  • เหนื่อยหอบ

หากพบว่ามีครบทั้ง 3 อาการ ทำให้เพิ่มความน่าจะเป็นของการเป็นโรคหืด อย่างไรก็ตาม ควรทดสอบเพื่อวินิจฉัยโรคหืดในผู้ป่วยที่มีอาการไอเรื้อรัง

เคล็ดลับจัดการกับโรคหอบหืดให้อยู่หมัด

  • รู้ว่าสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคหอบหืดของคุณคืออะไร เพื่อหลีกเลี่ยงโรคหอบหืดที่อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้ สิ่งแรกเลยคือคุณต้องรู้ก่อนว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหอบหืด โดยสามารถตรวจสอบได้จากการทดสอบโรคภูมิแพ้ หรือแม้แต่ตรวจสอบเลือดและผิวหนัง เมื่อคุณทราบว่าอะไรคือสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้เกิดโรคหอบหืด คุณก็จะได้สามารถทำตามขั้นตอนเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัส และปกป้องไม่ให้โรคหอบหืดของคุณเกิดขึ้นได้
  • กำจัดไรฝุ่นต่างๆ ไรฝุ่นถือเป็นสารก่อภูมิแพ้อันดับที่ 1 ที่อาจจะทำให้เกิดโรคหอบหืดในร่มได้ ดังนั้น การลดไรฝุ่นในห้องนอน ถือเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างมาก การหาผ้ามาคลุมที่นอนและหมอนจะสามารถป้องกันไรฝุ่นได้ การซักผ้าปูที่นอนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เป็นอีกหนึ่งทางที่จะช่วยลดไรฝุ่นได้
  • ไม่ควรนอนร่วมกับสัตว์เลี้ยง หลายคนที่เป็นโรคหอบหืด มักจะถูกกระตุ้นได้ง่ายจากแมวและสุนัข ถึงมันจะมีขนหรือไม่มีขนก็ตาม ถึงแม้จะไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับผลกระทบจากสัตว์เลี้ยง แต่ก็ไม่ควรให้สัตว์เลี้ยงมานอนร่วมกับคุณในห้องนอน เนื่องจากโปรตีนจากน้ำลายหรือปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงก็อาจทำให้เกิดโรคหอบหืดได้เช่นกัน
  • ใส่ใจในการเลือกแผ่นกรองอากาศ ใช้แผ่นกรองอากาศชนิด HEPA (High Efficiency Particulate Air) ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด หรือโรคภูมิแพ้ สามารถใช้แผ่นกรองอากาศชนิด HEPA เข้ามาช่วยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ในห้องนอน เนื่องจาก HEPA นั้นสามารถกรองอนุภาคฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะแผ่นกรองกาศชนิดนี้จะทำหน้าที่ในการดักสารระคายเคืองต่าง ๆ ไม่ให้ถูกปล่อยกลับสู่อากาศอีก นอกจากนั้นแผ่นกรอง HEPA ยังมีขายสำหรับเครื่องดูดฝุ่นอีกด้วย
  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ จากการศึกษาหลายชิ้นพบว่า โรคอ้วนอาจส่งผลให้เกิดอาการหอบหืดรุนแรง และยังสามารถทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ด้วย นอกจากนั้นผู้ที่เป็นโรคอ้วนจำนวนมาก จึงมักจะมีอาการอักเสบเรื้อรังร่วมด้วย ดังนั้น การรักษาน้ำหนักให้เป็นไปตามมาตรฐาน จะทำให้ป้องกันตัวเองจากอาการหอบหืดรุนแรงได้ ทั้งยังทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงด้วย
  • ออกกำลังกายด้วยการฝึกหายใจ จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายด้วยการฝึกหายใจ สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตและลดความจำเป็นในการใช้ยาขยายหลอดลมได้ด้วย แต่ถึงอย่างไรการออกกำลังกายด้วยการฝึกหายใจก็ยังจำเป็นจะต้องใช้ควบคู่ไปกับการรักษาโรคหอบหืดด้วยยาอยู่ดี
  • ออกกำลังกายระดับปานกลาง การออกกำลังกายถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืด เนื่องจากการออกกำลังกายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของปอดและช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันได้ การออกกำลังกายแบบแอโรบิคในระดับปานกลาง เช่น เดิน เล่นโยคะ หรือว่ายน้ำ เป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืดมากที่สุด แต่สำหรับบางคนคลอรีนในสระว่ายน้ำก็อาจจะเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดหอบหืดได้ ดังนั้น การปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมจึงถือว่าเป็นเรื่องที่ควรทำ
  • ตรวจสอบรายงานคุณภาพอากาศอยู่เสมอ การตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ถือเป็นเรื่องที่ควรจะทำสำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืด เนื่องจากถ้าคุณเจอสภาพอากาศที่ไม่ดีคุณก็จะสามารถปรับกิจกรรมของคุณ เพื่อรับมือ และจัดการกับโรคหอบหืดได้ดีขึ้น และเมื่อคุณจำเป็นจะต้องออกไปข้างนอกก็จะได้เตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม เช่น นำยาขยายหลอดลมออกไปด้วย สวมผ้าพันคอ หรือแม้แต่สวมหน้ากากอนามัย

โรคมะเร็งตับ ความเสี่ยงและการป้องกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/626259

วันที่ 17 มิ.ย. 2563 เวลา 16:55 น.โรคมะเร็งตับ ความเสี่ยงและการป้องกันโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชายคือ โรคมะเร็งตับ ส่วนในเพศหญิงพบเป็นอันดับที่ 4 รองจากโรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งปากมดลูก และโรคมะเร็งลำไส้

ข่าวการจากไปด้วยโรคมะเร็งตับของ ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ดาราและผู้กำกับมากความสามารถ สร้างความช็อกให้กับทุกวงการ ทำให้หลายคนหันมาตระหนักถึงการดูแลตนเองกันมากขึ้น จากข้อมูลผู้ป่วยประเทศไทยในปี พ.ศ.2560 พบว่า โรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชายคือ โรคมะเร็งตับ ส่วนในเพศหญิงพบเป็นอันดับที่ 4 รองจากโรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งปากมดลูก และโรคมะเร็งลำไส้

ข้อมูลที่น่าสนใจจากทีมเภสัชกร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์คุณภาพชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้อธิบายเรื่องรางเกี่ยวกับโรคมะเร็งตับ รวมไปถึงคำแนะนำและวิธีปฏิบัติในการดูแลตนเองเพื่อให้ห่างไกลจากโรค ดังนี้

“โรคมะเร็งตับ” ที่พบบ่อยในประเทศไทย

โรคมะเร็งตับ ที่พบได้บ่อยในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ โรคมะเร็งเซลล์ตับ (Hepatocellular carcinoma) และ โรคมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma)

สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งตับ

สาเหตุที่สำคัญของการเกิดโรคมะเร็งตับ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี ซึ่งติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน การรับเลือดหรือสารคัดหลั่งของร่างกายจากผู้เป็นพาหะ และการถ่ายทอดจากมารดาสู่บุตร ภาวะตับแข็งจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นสาเหตุสำคัญของการโรคมะเร็งตับเช่นกัน นอกจากนี้ การบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับได้ เช่น การได้รับสารพิษอะฟลาท็อกซิน จากการบริโภคถั่วลิสง กระเทียม หรือพริกแห้งที่มีเชื้อรา รวมถึงการบริโภคปลาน้ำจืดที่ปรุงไม่สุก ซึ่งอาจมีพยาธิใบไม้ในตับ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับชนิดท่อน้ำดีได้

อาการของโรคมะเร็งตับ

ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับในระยะเริ่มต้นจะไม่มีอาการแสดงใดๆ ดังนั้นเมื่อมีอาการเกิดขึ้นและรับการตรวจจากแพทย์โรคมักดําเนินไปมากแล้ว อาการที่บ่งบอกว่าเป็นโรคมะเร็งตับคือ ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องซีกขวาด้านบน คลําพบก้อนเนือบริเวณท้องซีกขวาด้านบน มีอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลดเนื่องจากท้องอืดและแน่นท้อง เกิดภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อบุช่องท้อง โรคดีซ่าน และมีภาวะเลือดออกภายในร่างกาย

การตรวจวินิจฉัย

การตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งตับ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะได้ผลดี ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

  1. การตรวจร่างกายโดยแพทย์ โดยแพทย์จะคลำหน้าท้องของผู้ป่วย เพื่อดูขนาดตับและม้าม
  2. การตรวจหาระดับแอลฟาฟีโตโปรตีน (Alpha Fetoprotein) ซึ่งเป็นสารบ่งชี้โรคมะเร็งตับ
  3. การตรวจวินิจฉัยโดยใช้เครื่องมือพิเศษ เช่น เครื่องอัลตราซาวน์ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) และเครื่องเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
  4. การตัดชิ้นเนื้อตับเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา

การรักษา

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งตับขึ้นอยู่ระยะของโรคและขนาดของก้อนมะเร็ง โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วย ซึ่งสามารถทำการรักษาได้หลายวิธี เช่น การผ่าตัด การฉีดยาเฉพาะที่เข้าก้อนมะเร็งโดยตรง การฉีดแอลกอฮอล์เข้าก้อนมะเร็งผ่านทางผิวหนัง การฉายรังสี และการรักษาด้วยเคมีบำบัด

วิธีดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันโรคมะเร็งตับ

การป้องกันโรคมะเร็งตับสามารถทำได้โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกสุขลักษณะ ไม่รับประทานอาหารสุกๆดิบๆ อาหารที่มีเชื้อรา และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ งดหรือลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือซี รวมถึงเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ 

แม้ว่าโรคมะเร็งตับจะเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตของผู้ป่วย แต่หากรู้ตัวก่อนก็สามารถรักษาได้ เพราะฉะนั้น เราควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ รวมถึงการหมั่นสังเกตุอาการผิดปกติของตัวเองด้วยตัวเอง (เช่น การที่น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ มีไข้ต่ำเป็นประจำ ปวดหรือเสียดชายโครงขวาหรือคลำพบก้อนในช่องท้อง เป็นต้น) รวมถึงการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับได้

‘เนื้องอกในมดลูก’ โรคฮิตของผู้หญิงวัยทำงาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/626176

วันที่ 17 มิ.ย. 2563 เวลา 08:40 น.‘เนื้องอกในมดลูก’ โรคฮิตของผู้หญิงวัยทำงานไม่ต้อง “ตรวจภายใน” ไม่ได้หรอ แพทย์ระบุคนไข้ส่วนใหญ่ที่มาหาหมอด้วยอาการปวดท้องประจำเดือนหรือปวดท้องน้อยแบบเรื้อรัง พอตรวจอย่างละเอียดกลับพบเป็น “เนื้องอกในมดลูก” โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยทำงาน

ขึ้นชื่อว่าวัยทำงาน ส่วนใหญ่เราก็ต่างใช้ชีวิตแบบลืมคิดคำนึงถึงสุภาพ อาจทำงานยุ่งวุ่นวายจนลืมตรวจร่างกายประจำปี โดยเฉพาะการตรวจภายใน ซึ่งผู้หญิงส่วนมากเลือกที่จะเลี่ยงการตรวจไปจนกว่าจะมีอาการผิดปกติบางอย่างเสียก่อน

ก่อนจะมาทำความรู้จักว่าเนื้องอกในมดลูกคืออะไร ลองพิจารณาดูว่าเราเคยมีอาการต่อไปนี้บ้างหรือไม่

  • ปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติ
  • มีเลือดออกมากระหว่างรอบเดือน
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้นแต่ออกไม่มาก
  • มีอาการท้องผูกผิดปกติ
  • อยู่เฉยๆ ก็มีอาการปวดท้อง

หากมีอาการเหล่านี้ นี่อาจเป็นสัญญาณผิดปกติที่บ่งว่าเราเสี่ยงมีเนื้องอกในมดลูก

ข้อมูลจาก พญ.จิติมา ติยายน นายแพทย์ชำนาญการงานมะเร็งนรีเวช กลุ่มงานสูตินรีเวชศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี เผยว่า โรคเนื้องอกในมดลูกมีอาการเด่นๆ คือ ปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติ มีเลือดออกมากระหว่างรอบเดือน ปัสสาวะบ่อยขึ้นแต่ออกไม่มาก หรือมีอาการท้องผูก ผิดปกติ คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้องประจำเดือนหรือปวดท้องน้อยแบบเรื้อรัง แต่พอตรวจอย่างละเอียดส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกในมดลูก ซึ่งโรคนรีเวชจะพบมากในผู้หญิงวัยทำงานอายุ 30-40 ปี หรือประมาณ 20-25% ของผู้หญิงวัยทำงาน คิดเป็น 1 ใน 4

ปัจจัยเสี่ยงของโรคเนื้องอกในมดลูก ได้แก่

  1. กรรมพันธุ์ซึ่งถ้าคนในครอบครัวเป็นเนื้องอกในมดลูกทำให้คนอื่นมีโอกาสเป็นมากขึ้น
  2. การรับประทานอาหารซึ่งอาหารจำพวกเนื้อ หรือเนื้อแดง เพิ่มความเสี่ยงในการทำให้เกิดเนื้องอกในมดลูกได้สูง 

โดยความรุนแรงของอาการเนื้องอกในมดลูกนั้นไม่ส่งผลถึงขั้นเสียชีวิต แต่ก็จะมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจจะทำให้เกิด เช่น เลือดออกมากจนผิดปกติตอนมี ประจำเดือนหรือถ้ามีการกดเบียดของก้อนเนื้อก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือรบกวนการทำงานได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของผู้ป่วยโรคเนื้องอกในมดลูกนั้นคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่ใส่ใจไปตรวจ เพราะคิดว่าเป็นแค่อาการปวดประจำเดือนธรรมดา และบางส่วนมีความเขินอายที่จะมาพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน ถึงแม้ว่าอาการโรคเนื้องอก ในมดลูก ไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่จากสถิติแล้ว ผู้ป่วยที่เป็นโรคเนื้องอกในมดลูก 1,000 คน จะพบว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งได้ 1 คน ซึ่งส่วนมากมักพบในผู้หญิงอายุ 50-60 ปีขึ้นไป ดังนั้นสาวๆ ควรสังเกตอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง ควรตรวจสุขภาพ และตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอ หรือเมื่อพบว่ามีความผิดปกติควรไปพบแพทย์ทันที

ทางด้าน อ.พญ.อรวิน วัลลิภากร สาขาวิชาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า เนื้องอกในมดลูกถือว่าเป็นเนื้องอกที่พบได้เยอะที่สุดในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์คือเริ่มมีประจำเดือน โดยขนาดของเนื้องอกก็มีหลากหลายในแต่ละราย ตั้งแต่เล็กๆ ระดับมิลลิเมตรคือไม่ถึงเซนติเมตร ไปจนถึงเป็นสิบๆ เซนติเมตร เท่ากับลูกมะพร้าว หรือลูกแตงโมก็แล้วแต่สรีระของแต่ละบุคคล

ส่วนใหญ่ประมาณ 99% ไม่ใช่เนื้อมะเร็ง ก็คือเป็นเนื้องอกที่เป็นเนื้อดี จะไม่ใช่โรคมะเร็ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนใหญ่เราจะอัลตราซาวนด์ตรวจเจอว่าเป็นเนื้องอกมดลูก แต่ว่ามันก็มีโอกาสที่จะกลายมาเป็นมะเร็ง แต่ว่าไม่เยอะ ประมาณสัก 1 ใน 10,000 หรือ 1 ใน 100,000

สาเหตุที่ทำให้เกิดเนื้องอกในมดลูก

ปัจจัยส่วนหนึ่งเป็นเรื่องกรรมพันธุ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อโรคใดๆ และเกี่ยวกับเรื่องการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิง อย่างที่ทราบกันคือ ตัวเนื้องอกนี้มักจะเจอในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์คือ มีประจำเดือนไปสัก 3 ปี 5 ปี 10 ปี แล้วเริ่มตรวจเจอว่ามีเนื้องอกมดลูก จริงๆ มันก็คือเหมือนเซลล์กล้ามเนื้อมดลูกของเรา เซลล์มดลูกเราปกติที่มีการตอบสนองต่อฮอร์โมน แล้วก็เจริญเติบโตผิดปกติกลายเป็นเนื้องอก

อาการ เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่จะมาด้วย 3 อาการหลักๆ

  1. อาการแรกที่เจอเยอะที่สุดคือ คนไข้จะคลำได้ก้อนที่ท้องน้อย ซึ่งถ้าเกิดผู้หญิงเราคลำก้อนที่ท้องน้อยได้ ส่วนมากจะเป็นเนื้องอกมดลูก สังเกตดูจากคนท้อง กว่าจะเห็นว่าตั้งครรภ์ก็ประมาณ 4-5 เดือนไปแล้ว เช่นเดียวกัน เนื้องอกมดลูกนี้ก็ต้องทำให้มดลูกมีขนาดโตเท่ากับคนท้อง 4-5 เดือนแล้ว ซึ่งประมาณสัก 15 เซนติเมตรขึ้นไปถึงจะคลำเองได้จากหน้าท้อง
  2. อาการที่พบบ่อยที่ทำให้คนไข้ต้องมาพบคุณหมอสูตินรีเวช คือมีประจำเดือนออกเยอะ เพราะตัวเนื้องอกไปเบียดโพรงมดลูก ทำให้ประจำเดือนออกเยอะ แล้วบางทีออกเยอะมากเป็นลิ่มเลือดเป็นก้อนเลือด บางคนให้ประวัติว่า เป็นประจำเดือนแล้วเป็นลม แล้วก็ต้องไปรับเลือดที่โรงพยาบาลทุกครั้งที่เป็นประจำเดือน อันนี้จะมีบ้างประปราย
  3. อาการที่สามมักจะเกี่ยวข้องกับการมีบุตรยาก จะตรวจพบเมื่อคนไข้ไปตรวจกับหมอผู้เชี่ยวชาญด้านมีบุตรยาก พออัลตราซาวนด์ถึงจะเจอ อันนี้มักจะเป็นลักษณะก้อนเล็กๆ ไม่บ่งอาการอะไร บางทีอาจจะมีก้อนแค่ 1-2 เซนติเมตรอยู่ในโพรงมดลูก ไปขวางการฝังตัวของทารกทำให้มีบุตรยาก

อาการที่รุนแรง บางคนมีเลือกออกเยอะก็มีอาการโลหิตจางได้ หรือบางคนที่ลักษณะก้อนมันยื่นออกไปข้างนอก หมายถึงไม่ได้ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก ก็จะทำให้ไม่มีประจำเดือนออกเยอะ แต่มันจะยื่นเข้าไปในอุ้งเชิงกรานหรือว่าในท้องน้อยของเรา อันนี้ก็จะไปกดเบียดลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ ที่เจอบ่อยก็คือ มันเบียดมาข้างหน้า ก็จะกดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้คนไข้ปัสสาวะบ่อย คนไข้อาจจะเข้าห้องน้ำทุกชั่วโมง นอนหลับไปแล้วก็ต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำทุก 2-3 ชั่วโมง นอนไม่เต็มอิ่ม อันนี้ก็จะส่งผลถึงคุณภาพชีวิตคนไข้

การป้องกันไม่ให้เกิดโรคเนื้องอกในมดลูก

ถ้าตรวจเจอแต่เนิ่นๆ ก็จะรักษาง่ายกว่า อาจจะรักษาด้วยยาหรือสังเกตอาการ วิธีป้องกันยังไม่มีวิธีที่ชัดเจน แต่มีรายงานว่าคนไข้ที่มีลูกแล้วจะทำให้พบอุบัติการณ์การเกิดเนื้องอกในมดลูกน้อยกว่าผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีลูก ทั้งนี้ ยังมีรายงานว่าการรับประทานเนื้อแดงสัมพันธ์กับการเกิดเนื้องอกในมดลูก แต่จริงๆ ก็ไม่ได้ให้งดขนาดนั้น คือรายงานมาจากการไปสอบถามคนที่เป็น แล้วเจอว่าคนที่เป็นเนื้องอกมดลูกจะมีการรับประทานเนื้อแดงมากกว่า แต่ถามว่ามันเป็นสาเหตุหรือเปล่า ก็อาจจะยังไม่ใช่

คำแนะนำจากหมอ

แนะนำให้หญิงไทยเข้ามาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หมอสูตินรีเวชจะมีการตรวจภายใน ก็คือ การคลำมดลูกรังไข่ด้วย ถ้ามดลูกโตเท่ากับคนท้องสัก 2 เดือน ก็จะเจอแล้ว สักประมาณ 4-5 เซนติเมตร เราก็จะคลำได้ เพราะฉะนั้น แนะนำให้เข้ามาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร่วมกับการตรวจภายใน ถ้าคุณหมอสงสัยจริงๆ ก็จะมีการอัลตราซาวนด์ร่วมด้วย

สำหรับคนที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ เราก็หลีกเลี่ยงไม่ตรวจภายในได้ การตรวจอัลตราซาวนด์ทางหน้าท้องก็เห็นเนื้องอก 2-3 เซนติเมตรได้.

ที่มา : พบหมอรามาฯ / สสส / โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ภาพ : Freepik

ซิกแพคต้องมา!! 5 ท่าฟิตร่างสร้างหุ่นเฟิร์ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/626162

วันที่ 17 มิ.ย. 2563 เวลา 06:30 น.ซิกแพคต้องมา!! 5 ท่าฟิตร่างสร้างหุ่นเฟิร์มเทรนเนอร์แนะ 5 ท่าบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง สร้าง “ซิกแพค” เพื่อบอดี้ที่ดูดี

อยากสวยเซ็กซี่ หรือหล่อดูดีมีซิกแพค แล้วรู้มั้ยว่าการสร้างซิกแพคหรือกล้ามเนื้อหน้าท้องให้แข็งแรงไม่เพียงทำให้รูปร่างของเราดูดีเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ร่างกายทำงานและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นอีกด้วย ทว่า การสร้างซิกแพคแทนพุงน้อยๆ ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับซิกแพคหรือกล้ามเนื้อหน้าท้องอยู่แล้ว แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตและอาหารการกิน จึงทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องถูกบดบังด้วยชั้นไขมันเอาไว้ มากบ้างน้อยบ้างในแต่ละคน

กล้ามเนื้อหน้าท้อง ยังถือเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่แกนกลางลำตัวที่ช่วยในการพยุงร่างกาย เราจึงต้องบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้อย่างสม่ำเสมอ ส่วนใครที่มีอาการปวดหลังง่าย นั่งนาน ยืนนาน หรือแค่ยกของก็รู้สึกปวดหลังแล้ว นั่นแสดงว่ากล้ามเนื้อส่วนนี้ไม่แข็งแรงพอ

ครั้งนี้เทรนเนอร์ ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย แนะนำท่าออกกำลังกาย 5 ท่าสร้างซิกแพคลดพุงแบบง่ายๆ ที่ถึงแม้อยู่บ้านก็สามารถทำได้ โดยใช้ท่าตระกูล Crunch ที่จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องให้ฟิตและเรือนร่างดูเฟิร์ม เป็นคลาสที่มือใหม่ทำได้ง่ายๆ และคนที่ออกกำลังกายอยู่แล้วยิ่งทำก็ยิ่งดี ใครที่อยากมีซิกแพคแทนพุง บอกเลย…งานนี้ต้องลอง!!

ท่าที่ 1 “Crunch” ช่วยบริหารกล้ามเนื้อท้องส่วนบน เริ่มจากท่านอนหงาย งอแขนสองข้างกำมือแตะไว้ที่ขมับ หรือประสานมือไว้ที่ท้ายทอย ตั้งเข่าขึ้น 90 องศา และวางเท้าห่างกันเท่ากับความกว้างของหัวไหล่ พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องแล้วยกลำตัวส่วนบนขึ้นและลง ควรทำอย่างน้อย 12-15 ครั้งต่อเซ็ต จำนวน 2-3 เซ็ต

ท่าที่ 2 “V-Crunch Hold” เพิ่มดีกรีความยากขึ้นเล็กน้อย ด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องมากขึ้น เพื่อช่วยกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบนและล่าง รวมถึงต้นขา เริ่มจากท่านอนหงาย ยืดขาตรงและยกแขนขึ้นโดยวางแขนเหยียดตรงเหนือศรีษะ จากนั้นยกลำตัวขึ้นพร้อมกับยกขาเข้าหาลำตัวเป็นรูปตัว V ค้างไว้สัก 10 วินาที แล้วผ่อนกล้ามเนื้อกลับสู่ท่าเริ่มต้น และทำซ้ำท่าเดิมจำนวน 5 ครั้ง

ท่าที่ 3 “V-Sit” ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนล่าง เริ่มจากท่านั่ง วางมือไว้ข้างสะโพก เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย โดยให้ขาชิดเหยียดตรง จากนั้นยกเข่าเข้าหาหน้าอกให้ใกล้มากที่สุดแล้ววางขาลงท่าเดิม โดยไม่กระชาก แต่ใช้วิธีส่งแรงมาจากสะโพก ควรทำ 12-15 ครั้งต่อเซ็ต จำนวน 2-3 เซ็ต

ท่าที่ 4 “Side Crunch” เน้นบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้าง เริ่มด้วยนอนตะแคงด้านข้าง เหยียดแขนล่างไปด้านหน้า แขนด้านบนยกขึ้นเหยียดตรง สายตามองหัวเข่าไว้ ยกลำตัวช่วงบนขึ้น พร้อมๆ กับยกขาทั้งสองข้างขึ้นและลงให้สุด โดยพยายามใช้แรงจากลำตัว ทำสลับซ้ายและขวาด้านละ 12-15 ครั้งต่อเซ็ต ทำ 2-3 เซ็ต

ท่าที่ 5 “Flutter Kicks” ช่วยฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านล่าง เน้นที่ความต่อเนื่องและโฟกัสไปที่กล้ามเนื้อหน้าท้องที่จะต้องเกร็งหรือแขม่วไว้ตลอดเวลา เริ่มจากท่านอนแล้วสอดมือไปใต้สะโพกหรือก้นกบ ยกขาขึ้นสลับซ้ายขวาคล้ายกรรไกร ทำสลับไปเรื่อยๆ สัก 20-30 ครั้ง

ทั้งนี้ เทรนเนอร์ยังให้คำแนะนำดีๆ เพิ่มเติมว่า คลาสนี้ควรเน้นทำแบบช้าๆ เพราะต้องการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ และเตรียมความพร้อมด้วยการหาเสื่อโยคะหรือผ้าขนหนูมารองส่วนหลังกับก้นกบเพื่อลดการบาดเจ็บจากการเสียดสีกับพื้น หรือจะเล่นบนเตียงนอนก็ได้ โดยในระหว่างออกกำลังกายแต่ละท่าต้องเก็บคางชิดอกตลอดเวลาเพื่อช่วยไม่ให้เกิดการปวดต้นคอ และหลังจากเล่นคลาสนี้แล้วควรหยุดพักหรือเว้นระยะเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง จึงค่อยกลับมาเล่นซ้ำอีกครั้ง ในระหว่างนั้นให้เล่นคลาสอื่นแทนได้ เช่น คาร์ดิโอ และที่สำคัญคือ ควรควบคุมอาหารด้วย แล้วซิกแพคงามๆ จะเกิดขึ้นได้ไม่ยากเลย

มาเสริมความมั่นใจกับหุ่นที่ Fit & Firm หรือสามารถติดตามข้อมูลและแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกาย พร้อมเรื่องราวดีๆ ได้ทาง www.fitnessfirst.co.th และ www.facebook.com/FitnessFirstThailand

เซ็นทรัลเวิลด์ฉลอง Pride Month ดึงแบรนด์ชั้นนำเปิดตัว Pride Collection #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626155

วันที่ 16 มิ.ย. 2563 เวลา 19:00 น.เซ็นทรัลเวิลด์ฉลอง Pride Month ดึงแบรนด์ชั้นนำเปิดตัว Pride Collectionศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำความเป็น World Social Destination ระดับโลก ฉลองเดือนแห่งภาคภูมิใจ หรือ Pride Month ดึงแบรนด์ชั้นนำเปิดตัว Pride Collection สินค้าดีไซน์พิเศษ เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQIA+

ตลอดเดือนมิถุนายน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำความเป็น World Social Destination ระดับโลก ร่วมฉลองเดือนแห่งภาคภูมิใจ หรือ Pride Month ดึงแบรนด์ชั้นนำ อาทิ CALVIN KLEIN, adidas, SWATCH, GUESS, Levi’s, I Wanna Bangkok และ Guss Damn Good เปิดตัว Pride Collection สินค้าคอลเลคชั่นดีไซน์พิเศษ

โดยได้รับแรงบันดาลจากจาก “สีรุ้ง หรือ Pride Colors” ซึ่งแสดงถึงสีสันที่หลากหลาย สะท้อนความหลากหลายทางเพศ ตอกย้ำถึงการเป็นโลกที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้คนทุกคน โดยแบรนด์ชั้นนำทั้งแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทยต่างร่วมแสดงจุดยืนและรณรงค์ร่วมกันในการแสดงออกซึ่งความเท่าเทียมทางเพศให้กับคนไทยและคนทั่วโลกเห็นความสำคัญของกลุ่ม LGBTQIA+ จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

สินค้า Pride Collection ประกอบด้วย :

adidas คอลใหม่แห่งปี 2020 สี PRIDE รวมมิตรสีสัน ซึ่งถือเป็นสีที่เปิดเผยเสน่ห์ของความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+)

Guss Damn Good ไอศกรีมรส Equality จากจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นกับ co-founder Guss Damn Good ความตั้งใจ support LGBTQ+ community จนเกิดมาเป็น workshop ตอนบ่ายเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา โดยได้ลูกค้าและแฟนคลับร่วมกันออกไอเดียทำ story to flavor จนออกมาเป็นไอศกรีมรสชาติใหม่ Equality และ Love is love อย่างสมบูรณ์

CALVIN KLEIN ปล่อย Lifewear Limited Edition อย่างเสื้อยืด ฮูดดี้ กางเกงขาสั้น กางเกงยีนส์ รวมถึงไอเท็ม Sportwear อย่างสเวตเชิ้ต จ็อกเกอร์เพ้นทส์ กางเกงว่ายน้ำ และ Underwear ก็ปรับเป็นดีไซน์ให้เข้ากับการฉลอง Pride Month ด้วยเช่นกัน

SWATCH ฉลอง Pride Month ด้วย #OPENSUMMER นาฬิกาสีรุ้งสัญลักษณ์แห่งความรักและความหวังมาตอกย้ำแนวคิดของ Swatch ว่านาฬิกาสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ได้อย่างเปิดเผยและน่าภูมิใจ

GUESS จับมือกับซูเปอร์สตาร์ระดับโลก J BALVIN รังสรรค์เอ็กซ์คลูซีฟคอลเลคชั่นพิเศษ GUESS x J BALVIN ‘COLORES’ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากอัลบั้มล่าสุดของ Balvin ผสมผสานระหว่างท่วงทำนองแห่งเสียงเพลง สู่สีสันแห่งเสื้อผ้าคอลเลคชั่น เริ่มวางจำหน่าย 12 มิถุนายน 2020 นี้ ที่ร้าน GUESS และผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Central Online และ LINE Official @guessthailand

Levi’s ดีไซน์ที่เป็นมากกว่าแฟชั่น Levi’s® Pride 2020: USE YOUR VOICE คอลฯ ที่เป็นพลังเสียง พลังในการสนับสนุนให้คนมีสิทธิเท่าเทียมกัน และรายได้ร่วมสนับสนุนให้กับองค์กร OutRight Action International

รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เปิดโลกการมองเห็น “ผ่า1ได้เห็น 2” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เปิดโลกการมองเห็น “ผ่า1ได้เห็น 2”

รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เปิดโลกการมองเห็น "ผ่า1ได้เห็น 2"

16 มิถุนายน 2563 – 01:40 น.

รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เปิดโลกการมองเห็น “ผ่า1ได้เห็น 2” ผ่านโครงการปันโลกสดใสผ่าตัดต้อกระจก1คน ได้เปิดโลกการมองเห็นให้ผู้ขาดโอกาสอีก1คน เพื่อสร้างสังคมและชุมชนแห่งการให้อย่างต่อเนื่อง

วันที่ 16 มิถุนายน 2563 นายแพทย์วรัญญ์ เทียนส่ง ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า โรงพยาบาล พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ได้จัด“โครงการปันโลกสดใสกับโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ผ่า1ได้เห็น2” 

อ่านข่าว : ทีมแพทย์ระดมทีมผ่าตัดต่อกระจก 620 คน กลับมามองเห็นอีกครั้ง

โดยคนไข้ที่เข้ามารับการผ่าตัดโรคตาต้อกระจกกับทางโรงพยาบาล รายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุนจัดซื้อเลนส์ตาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ เพื่อทำการผ่าตัดให้กับผู้ขาดโอกาสในการรักษา ให้กลับมามองเห็นโลกที่สดใสอีกครั้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ 

โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ได้มอบความสุขนี้คืนกลับไปให้กับชุมชนโดยคนไข้ที่มารับบริการผ่าตัดดวงตากับเรา1คน ไม่เพียงจะได้มองเห็นชัดขึ้น แต่ยังได้มีส่วนร่วมในการทำบุญอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิดโอกาสในการมองเห็นให้กับผู้ที่ขาดโอกาสเข้าถึงการรักษาดวงตาอีก1คน เปรียบเสมือนการผ่าตัด1ได้เห็น2และขอขอบคุณผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่านที่ได้สร้างรอยยิ้มและคืนโลกอันสดใสให้แก่พวกเขา”นายแพทย์วรัญญ์กล่าว

ทั้งนี้ผู้ที่มีปัญหาดวงตา สามารถจองคิวเพื่อเข้ามารับบริการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ผ่านทางhttps://forms.gle/xAhMiMBBPzPiZoD3Aหรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-080-5999

สำหรับ“โครงการปันโลกสดใสกับโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ผ่า1ได้เห็น2”จะเริ่มส่งต่อโลกอันสดใสให้กับผู้ขาดโอกาสในการมองเห็นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่อยู่ภายใต้“โครงการแพทย์ผู้ให้” ที่ รพ.ในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในการมุ่งสร้างสังคมและชุมชนแห่งการให้ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ

ปางช้างแม่สา ปลดพันธนาการสร้างอิสระภาพในยุคใหม่ ช้างจะไม่ถูกล่ามโซ่ และเปิดให้นทท.เข้าชมฟรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปางช้างแม่สา ปลดพันธนาการสร้างอิสระภาพในยุคใหม่ ช้างจะไม่ถูกล่ามโซ่ และเปิดให้นทท.เข้าชมฟรี

ปางช้างแม่สา ปลดพันธนาการสร้างอิสระภาพในยุคใหม่ ช้างจะไม่ถูกล่ามโซ่ และเปิดให้นทท.เข้าชมฟรี

15 มิถุนายน 2563 – 17:56 น.

ปางช้างแม่สา ปลดพันธนาการสร้างอิสระภาพในยุคใหม่ ช้างจะไม่ถูกล่ามโซ่ และเปิดให้นทท.เข้าชมฟรี “ช้างจะไม่ต้องใช้แหย่ง” อีกต่อไป

วันที่ 15มิย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมวิถีชีวิตใหม่ของช้างภายในปางช้างแม่สา มีนักท่องเที่ยวทะยอยเข้ามามาเที่ยว โดยจะเป็นการเปิดแบบ soft opening ก่อนและจะเปิดเต็มรูปแบบในวันที่ 17 มิ.ย.2563 โดยจะมีการทำบุญเลี้ยงพระเพื่อเป็นสิริมงคล ที่บริเวณลานพิฆเนศ และถือโอกาสเปิดปางช้างในมิติใหม่ โดยไม่มีการแสดงช้าง หรือนั่งแหย่งหลังช้าง ที่เคยมีมาถึง 44 ปี แต่จะให้นักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูปและมีการปั้นและป้อนอาหารเสริมให้ช้าง และมีกิจกรรมเสริมชมช้างลงอาบน้ำและอาบน้ำให้ช้าง และเพื่อเป็นการหารายได้ทางปางช้างให้เข้าชมฟรี แต่จะมีการจำหน่ายอาหารช้าง และอาหารและเครื่องดื่มให้กับนักท่องเที่ยวโดยจะมีการกำหนดจำนวนของนักท่องเที่ยวที่จะเข้าชมครั้งละไม่เกิน 200 คนโดยวิธีการนับจำนวนคนและติดสติกเกอร์จำนวนคน จะไม่ให้หนาแน่น โดยจะเปิดให้ชม 2 รอบ ตั้งแต่รอบ 09.00 น.จนถึง 15.00 น. แต่ด้านหน้าปางช้างแม่สาจะเปิดตั้งแต่ 08.00 น. มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ให้บริการ และให้เข้าชมฟรีในเวลา 09.00 น.เป็นต้นไป แต่ขอให้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ช่วงการป้องกันไวรัสโควิด-19 ของปางช้างแม่สา ทุกคนต้องใส่หน้ากาก ล้างมือ และผ่านซุ้มพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าไป

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาชมช้างและศึกษาวิถีชีวิตช้างได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะทางปางช้างแม่สา ต้องการจะขอบคุณผู้ใจบุญและหน่วยงานต่างๆที่เข้ามาช่วยเหลือปางช้างแม่สาในช่วงโควิด-19 เพราะที่ผ่านมาเมื่อต้องหยุดกิจการกิจกรรมชั่วคราวตามนโยบายรัฐบาล ทางปางช้างไม่มีรายได้เข้ามาเลยต้องสูญเสียมหาศาลเพราะต้องเลี้ยงช้างจำนวน 78 เชือก และควาญพร้อมกับพนักงานร่วม 200 คนจากอดีตปางช้างแม่สา มีการแสดงโชว์ช้างแสนรู้ และการแสดงต่าง ๆ ตามทักษะ ความสามารถของช้างแต่ละเชือก ต้องขอขอบคุณ ในอดีตที่สอนให้เราได้เห็นวัฒนธรรม การใช้งานช้าง ที่บรรพบุรุษของเรา ใช้ ช้างลากซุง ใช้ช้างทำงาน เป็นเครื่องมือใช้แรงงานของมนุษย์ ที่เราไม่สามารถทำได้หลาย ๆ อย่าง ซึ่งการกระทำต่าง ๆ เหล่านี้ต้องใช้การ ฝึกฝนทักษะ และใช้เวลา เพื่อสอนให้ช้างได้เข้าใจการสื่อสารกัน ระหว่างช้างกันคน เราได้เห็นวิวัฒนาการของ สังคมที่เปลี่ยนไป ช้างที่เราใช้งานในอดีตปัจจุบัน ภาพที่สังคมเห็นว่าช้างทุกเชือก ในปางช้างแม่สา ดูคล้ายถูกเครื่องพันธนาการด้วยโซ่เส้นใหญ่เพื่อบังคับช้าง และแหย่ง

สำหรับให้นั่ง เราใช้งาน ช้างในรูปแบบเก่า ๆ มานานมากแล้ว นี่คือสิ่งที่ คุณอัญชลี กัลมาพิจิตร ได้เข้าเป็นผู้บริหารยุคใหม่ของ ปางช้างแม่สา ได้เห็นได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ในการฝึก-ใช้-และบันเทิง โดยตลอด และเมื่อได้เข้ามาเป็นผู้บริหารปางช้างแล้วจึงได้ศึกษาเพิ่มจากประสบการณ์และได้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน จึงได้ใช้โอกาสนี้เปลี่ยนแปลงปรับปรุง ที่จะทำให้คนกับช้างใช้ชีวิตอิสระ อย่างยั่งยืน และมีความสุข และบัดนี้คือโอกาสอันดีในปี 2020 New Normal วิถีชีวิตใหม่จากวิกฤตโควิด19 สู่โอกาสที่เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง  ของการอยู่ร่วมกัน ระหว่างคนกับช้าง ต่อจากนี้คนดูช้าง คนรักช้างสบายใจจาก“ช้างจะไม่ถูกล่ามโซ่” “ช้างจะไม่ต้องใช้แหย่ง” อีกต่อไป เราทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงนี้  จุดเริ่มต้นที่ปางช้างแม่สา จะทำให้เราทุกคน และทั่วโลกได้มีส่วนร่วม ในการสร้างสัมพันธ์ ระหว่างคนกับช้าง .

ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

เพื่อนคู่ซี้ต่างสายพันธุ์ สุนัขใจดีนอนให้แมวกินนมเหมือนกับเป็นลูกของตัวเอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เพื่อนคู่ซี้ต่างสายพันธุ์ สุนัขใจดีนอนให้แมวกินนมเหมือนกับเป็นลูกของตัวเอง

เพื่อนคู่ซี้ต่างสายพันธุ์ สุนัขใจดีนอนให้แมวกินนมเหมือนกับเป็นลูกของตัวเอง

15 มิถุนายน 2563 – 17:45 น.

เพชรบูรณ์ – พฤติกรรมแปลกๆของสัตว์แสนรู้น่ารัก 2 ชนิด ที่ตามธรรมชาติเป็นศัตรูกัน หลังนำมาเลี้ยงร่วมกันแต่เล็กๆ ทำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากศัตรูมาเป็นมิตรกันได้ เหมือนกับเป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน รวมทั้งยังรักใคร่ปองดองวิ่งหยอกล้อกัน และคอยปกป้องคุ้มครองกัน

วันที่ 14 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่บ้านสวนแก้วสวนขวัญ ตั้งอยู่เลขที่ 159 หมู่ 7 ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ มีการเลี้ยงสัตว์แสนรู้น่ารัก ที่มีพฤติกรรมแปลกๆ หลายชนิด อาทิ สุนัข แมว ไก่ กระต่าย และหนู ซึ่งเป็นสัตว์ต่างสายพันธุ์ แต่มาอยู่บ้านนี้แล้วสามารถอยู่ด้วยกันได้โดยไม่ทำร้ายกัน โดยเฉพาะเจ้าสุนัขแสนรู้เพศเมียที่มีนิสัยขี้อ้อน และเปรียบเสมือนพี่ใหญ่ในบ้าน นอกจากจะคอยปกป้องคุ้มครองไม่ให้ศัตรูนอกบ้าน เข้ามารุกรานสัตว์ชนิดต่างๆภายในบ้านแล้ว ยังชอบวิ่งหยอกล้อ และเป็นสุนัขใจดีคอยให้นมลูกแมวกิน เหมือนกับเป็นลูกของมัน

จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บ้านหลังดังกล่าว พบนายบุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม หรือเอ อายุ 60 ปี กับนางวิมล ศิริวัฒนาเกษม อายุ 57 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของบ้าน กำลังนั่งเล่นอย่างมีความสุขอยู่กับบรรดาสัตว์แสนรู้ชนิดต่างๆ แต่ภาพที่น่าประทับใจ สร้างรอยยิ้มให้ผู้พบเห็นก็คือ เจ้าหมีสุนัขแสนรู้ พันธุ์พุดเดิ้ลผสมพันธุ์ชิสุ สีดำ เพศเมีย อายุ 10 ปี ที่มีนิสัยใจดีแต่ขี้อ้อน ที่ชอบวิ่งเล่นหยอกล้อ คลอเคลีย และนอนให้เจ้ากันยา ลูกแมวเพศเมีย สีน้ำตาลอ่อน อายุประมาณ 1 ปี ดูดนมกิน เหมือนกับเป็นลูกของมัน ซึ่งผิดปกติที่ตามธรรมชาติสัตว์ทั้ง 2 ชนิด มักจะเป็นศัตรูคู่ปรับกัน โดยสุนัขกับแมวเจอกันทีไร สุนัขจะต้องเป็นฝ่ายวิ่งไล่ล่าทำร้ายแมวเกือบทุกครั้ง ซึ่งพฤติกรรมแปลกๆ ที่ผิดธรรมชาติ แสดงให้เห็นถึงพรหมลิขิตความรักความผูกพันธุ์ ของสัตว์ต่างสายพันธุ์ ถึงแม้สุนัขจะเป็นสัตว์นักล่าและมีนิสัยดุร้าย แต่ถ้าผู้เลี้ยงผึกให้มีนิสัยอ่อนโยน หรือนำมาเลี้ยงร่วมกับสัตว์อื่นๆตั้งแต่เล็กๆ ก็สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากศัตรูมาเป็นมิตร และอยู่ร่วมกันได้

โดยนางวิมล ศิริวัฒนาเกษม กล่าวว่า ที่บ้านชอบเลี้ยงสัตว์ และปลูกฝังให้ลูกๆ ชอบสัตว์ เลี้ยงทั้ง แมว หมา กระต่าย หนู และแมวตัวนี้ได้มาจาก ร้านหมอรักษาสัตว์ ที่เขาเก็บมาเลี้ยง ตอนที่ไปขอมาเขายังตัวเล็กๆอายุยังไม่ถึงเดือน ตั้งชื่อให้เขาว่าน้องกันยา เพราะช่วงที่ไปรับคือเดือนกันยา ส่วนที่บ้านก็เลี้ยงหมาอยู่หนึ่งตัวเป็นหมาพันธ์พุดเดิ้ลผสมพันธุ์ชิสุ สีดำ เพศเมีย ชื่อว่าหมี เป็นหมาที่มีนิสัยขี้อ้อนน่ารักมาก พอเห็นน้องกันยาหมีไม่มีถ้าทีที่จะแสดงความรังเกียจน้องกันยาเลย ถึงแม้จะเป็นสัตว์ต่างสายพันธุ์ก็ตาม หมีแสดงความรักและทำหน้าที่เป็นแม่ คอยดูแลเลี้ยงดูเหมือนเป็นลูกของตัวเอง เขาก็เลยให้น้องกันยาดูดนมมาตลอด เพราะหมาตัวนี้เป็นหมาที่ใจดีเลี้ยงแมวเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดทุกรุ่นที่ทางบ้านนำเอามาเลี้ยง หมีเขาจะช่วยเลี้ยงน้องๆมาตลอดหลายตัวแล้ว ตอนนี้สมาชิกที่บ้านมี แมว 4 ตัว หมา 1 ตัว ไก่ 2 ตัว หนู 1 ตัว ทุกตัวเป็นมิตรกันหมดไม่มีการทะเลาะกัน และถ้าหากมีแมวข้างบ้านเข้ามาในรั้วบ้าน เจ้าหมีก็จะขับไล่ไม่ให้เข้ามารบกวนสมาชิกในบ้าน

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์