MIDO เปิดตัวเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ด พร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675925

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 18:14 น.MIDO เปิดตัวเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ด พร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม

ยลโฉมเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น MIDO All Dial จากคอลเลกชั่น 20 Years Inspired by Architecture คอลเลกชั่นครบรอบ 20 ปี เรือนเวลาที่ได้แรงบันดาลใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมชื่อดังก้องโลก พร้อมเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม

งดงามเหนือกาลเวลากับนาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษจาก MIDO แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ที่ครั้งนี้ได้เฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี เรือนเวลาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุดยอดสถาปัตยกรรมชั้นสูง ด้วยการเปิดตัวเรือนเวลารุ่นพิเศษ All Dial นาฬิกาเรือนแรกจากคอลเลกชั่น 20 Years Inspired by Architecture ซึ่งเป็นการออกแบบนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อเป็นการรำลึกถึงสถาปัตยกรรมชื่อดังที่ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบนาฬิกาของ MIDO ในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

MIDO แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน

สำหรับเรือนเวลาหรูที่เหล่าคนรักนาฬิกาจะได้ยลโฉมเป็นรุ่นแรกจากคอลเลกชั่น 20 Years Inspired by Architecture ได้แก่ All Dial ซึ่งถูกผลิตขึ้นมาเพียง 2,022 เรือนเท่านั้น และนอกจากจะเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีแห่งแรงแห่งแรงบันดาลใจทางสถาปัตยกรรมแล้ว ในปีนี้ยังเป็นปีครบรอบ 20 ปีของการกำเนิดคอลเลกชั่น All Dial อีกด้วย โดย All Dial เป็นนาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจจากอัฒจันทร์โคลอสเซียม สิ่งมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิโรมัน ได้ถูกถ่ายทอดสู่นาฬิกาที่มีความสวยงามเหนือกาลเวลา พร้อมกลไกที่ทนทานต่อการใช้งาน ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์จากการออกแบบหน้าปัดทรงกลม พร้อมตกแต่งด้วยเส้นสายวงกลมหลากหลายระดับที่ทำให้นึกถึงอัฒจันทร์เมื่อมองจากด้านบน พร้อมเทคนิคการทำสีแอนทราไซต์ ให้พื้นผิวบริเวณหน้าปัดมีสัมผัสเหมือนเนื้อทรายชวนให้นึกถึงหินอายุนับพันปีของอัฒจันทร์ โดยตัวเรือนนั้นทำจากเหล็กขนาด 42 มิลลิเมตร และหน้าปัดทำจากคริสตัลแซฟไฟร์ที่มีระบบป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน พร้อมสายรัดเหล็กเคลือบซาตินที่ทำทำให้นึกถึงส่วนโค้งของอัฒจันทร์ และบริเวณด้านหลังตัวเรือนยังถูกสลักด้วยภาพวาดของ โคลอสเซียม และชื่อแบรนด์ ‘MIDO’ เอาไว้อีกด้วย

สำหรับด้านการใช้งาน All Dial มาพร้อมฟังก์ชั่นการอ่านค่าเวลาที่มีความเที่ยงตรงแม่นยำสูงด้วยกลไกโครโนมิเตอร์ที่รับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงของนาฬิกาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (Official Swiss Chronometer Testing Institute หรือ COSC) และสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 38 ชั่วโมง โดยชิ้นโรเตอร์ขึ้นลานยังได้รับการตกแต่งด้วยลายโกตส์ เดอ เฌอแนฟ  และเพื่อให้อ่านค่าเวลาได้ง่ายในตอนกลางคืน เข็มนาฬิกาและช่องวันที่ที่ติดตั้งอยู่บริเวณ 3 นาฬิกา ได้ถูกเคลือบด้วยสารสะท้อนแสงซูเปอร์ ลูมิโนวา พร้อมฟังก์ชั่นการกันน้ำได้สูงสุดถึง 100 เมตร

ในคอลเลกชั่น 20 Years Inspired by Architecture ยังมีเรือนเวลาหรูอีก 4 รุ่นพิเศษ ได้แก่ (Baroncelli , Ocean Star, Multifort และ Commander ซึ่งทุกรุ่นล้วนได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากความงดงามของสถาปัตยกรรมชื่อดังระดับโลก ผสมผสานกับนวัตกรรมการผลิตนาฬิกาที่มีความเที่ยงตรงและทันสมัย สู่เรือนเวลาที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพด้านฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่เตรียมเผยโฉมให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้เก็บสะสมกันตลอดทั้งปี 2022 นี้

นอกจากนี้ MIDO ยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม เพื่อมอบให้กับคนพิเศษว่า สำหรับการเลือกนาฬิกาให้กับคนพิเศษนั้น อันดับแรกเลยควรเลือกให้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของผู้สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นด้านดีไซน์ และด้านฟังก์ชั่น อย่างถ้าเป็นหนุ่มนักธุรกิจก็ควรเลือกนาฬิกาที่ดีไซน์มีความเรียบหรูเหนือกาลเวลา สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส แต่ถ้าเป็นหนุ่มนักกิจกรรมอาจจะเลือกเรือนที่ดีไซน์มีความสปอร์ตมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ด้านการใช้งาน หรือถ้าเป็นหนุ่มสายอาร์ตทิสต์ก็ควรเลือกนาฬิกาที่ดีไซน์มีความเรียบโก้ มีเรื่องราวการออกแบบที่สอดคล้องกับงานศิลปะ หรือสถาปัตยกรรม ก็จะทำให้มีความหมายทางใจต่อผู้รับมากขึ้น และที่สำคัญไปกว่านั้น นอกจากจะเลือกตามคาแรคเตอร์เพื่อสวมใส่แล้ว คงจะดีไม่น้อยหากนาฬิกาเรือนนั้นสามารถเก็บสะสมไว้ได้ในระยะยาว ซึ่งการเลือกนาฬิกาที่ควรค่าแก่การสะสมนั้นควรเลือกจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีประวัติศาสตร์การออกแบบมาอย่างยาวนาน และควรเป็นคอลเลกชั่นที่เปิดตัวออกมาในวาระพิเศษ หรือเป็นรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ก็จะทำให้นาฬิกามีมูลค่าเพิ่มและมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

พบกับ 20 Years Inspired by Architecture รุ่น All Dial นาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษ คุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ Mido เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com Facebook: Mido Watches และ LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0299

เตรียมเฮ! Markus Lupfer ดีไซเนอร์ขวัญใจชาวเซเลบจับมือ Jaspal ในคอลเลกชันพิเศษ ‘HAPPINESS’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675882

วันที่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 13:28 น.เตรียมเฮ! Markus Lupfer ดีไซเนอร์ขวัญใจชาวเซเลบจับมือ Jaspal ในคอลเลกชันพิเศษ ‘HAPPINESS’

เซเลบริตี้ไทยรอช้อป เมื่อ Markus Lupfer ดีไซเนอร์ขวัญใจชาวเซเลบเตรียมเยือนไทยผ่านการคอลลาบอเรชันกับแบรนด์ Jaspal ในคอลเลกชันพิเศษนี้มีชื่อว่า ‘HAPPINESS’

วงการแฟชั่นไทยได้เตรียมกรี๊ดสนั่นเมืองอีกครั้ง เพราะดีไซเนอร์ตัวท็อปของวงการแฟชั่นโลก พร้อมควบตำแหน่งผู้ที่มีแฟนคลับเป็นเซเลบริตี้ชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Beyonce, Rihanna, Olivia Palermo ไปจนถึง Duchess of Cambridge อย่าง Markus Lupfer หรือ มาร์คัส ลุปเฟอร์ ได้ลงมือสเก็ตช์ชุดสวยๆ เพื่อส่งตรงให้เหล่าเอฟซีเมืองไทยได้อัพเดทแฟชั่นเก๋ๆ ต้อนรับซัมเมอร์นี้

โดยงานนี้ข่าววงในฟันธงมาแล้วจ้าว่าการคอลลาบอเรชันกับแบรนด์ไทยครั้งนี้ มาร์คัส ลุปเฟอร์ จะจับมือกับ Jaspal แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยที่พยายามรังสรรค์และสร้างสิ่งใหม่ๆให้กับวงการแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง และไม่เคยพลาดในการคอลแลปกับดีไซเนอร์ระดับโลก ผ่านคอลเลกชันพิเศษนี้มีชื่อว่า ‘HAPPINESS’ โดยงานนี้ มาร์คัส งัดทุกกลเม็ด ทุกฝีมือที่มีมาถ่ายทอดพลังงานบวก และส่งต่อความรู้สึกที่ดีผ่านเสื้อผ้า ที่เน้นลายวาดในสไตล์ contemporary ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ดอกไม้ และความรัก มาเป็นเสื้อผ้าและแอกเซสซอรี

สำหรับ มาร์คัส ลุปเฟอร์ เป็นชาวเยอรมันและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Markus Lupfer ในปี 2542 หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ในลอนดอน และ ได้พัฒนาแบรนด์ของตนเองจนกลายเป็นฃแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดสินค้าแฟชั่นหรูหราระดับโลก ซึ่งจุดเด่นของมาร์คัสคือ เขาจะกำหนด ‘บรรทัดฐาน’ ใหม่และกำหนด ‘เทรนด์ใหม่’ อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญเสื้อผ้าและสินค้าของ  มาร์คัสจะถูกออกแบบให้คนรู้สึกถึงความ ‘feel good’ ที่แฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และความเฉลียวฉลาด ความมีเสน่ห์ที่น่าค้นหา มากไปกว่าการออกแบบ Markus Lupfer มีแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ในด้านงานฝีมือ และนวัตกรรมทั้งการเลือกใช้วัสดุ และเทคนิคการออกแบบ ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และด้วยประสบการณ์กับผลงานของมาร์คัสทำให้เขาได้รับรางวัลจากเวทีต่างๆมากมาย อาทิ New Generation Award ของ British Fashion Council ในปี 2544 และ รางวัลนักออกแบบยอดเยี่ยมแห่งปีจากงาน Prix de la Mode Awards ในประเทศสเปนในปี 2551 รวมถึงในปี 2010 เขาได้รับรางวัลนักออกแบบระดับนานาชาติแห่งปี จากรางวัลแฟชั่นสกอตแลนด์

หากจะว่าไปเอกลักษณ์และความโดดเด่นในการออกแบบ การใช้วัสดุ รวมถึงเทคนิคในการตัดเย็บต่างๆของ Markus Lupfer ก็มีความคล้ายคลึงกับ Jaspal ดังนั้นคอลเลกชันพิเศษนี้มีชื่อว่า HAPPINESS ที่พร้อมเปิดคอลเลกชันวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ เราคงได้เห็นเสื้อผ้าสวยๆ ออกสู่ตลาดแฟชั่นอย่างแน่นอน งานนี้เอฟซี Markus Lupfer และ Jaspal เตรียมชาร์ตแบตให้เต็มพร้อมรอชม LIVE ผ่าน Facebook Jaspal Official และเตรียมซีเอฟกันได้เลย … ได้ข่าวว่าสวยเจิดจรัสทุกแบบ ทั้งของผู้หญิง-ผู้ชาย และเด็กเลยทีเดียว

หมอโอ๊ค สมิทธิ์ เผยเทคนิค ‘คลีน-ตบ-แต้ม’ 3 ขั้นตอนจบวงจรสิวด้วยพลังธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675763

วันที่ 16 ก.พ. 2565 เวลา 08:45 น.หมอโอ๊ค สมิทธิ์ เผยเทคนิค 'คลีน-ตบ-แต้ม' 3 ขั้นตอนจบวงจรสิวด้วยพลังธรรมชาติ

สร้างประสบการณ์ใหม่แห่งผิว ‘วัตสัน จับมือ สมิทธิ์ เปิดตัว Smith Acne ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลปัญหาสิว เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่วัตสันเท่านั้น

นับเป็นข่าวดีของคนรักผิวและคนที่มีปัญหาสิวเลยทีเดียว เมื่อ วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย จับมือ สมิทธิ์ (Smith) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จากไลน์ Smith Acne เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แห่งผิวในการดูแลปัญหาสิวและสร้างผิวแข็งแรงอย่างล้ำลึกด้วยพลังธรรมชาติ 3 ขั้นตอน “คลีน-ตบ-แต้ม” ด้วย SMITH COBIOBALANCE ส่วนผสมอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ Smith เท่านั้น ซึ่งอุดมไปด้วยสารที่มีคุณค่าต่อผิว ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เหมาะสมกับทุกสภาพผิว  

คุณนวลพรรณ ชัยนาม Customer Director วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “วัตสันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับทาง Smith ซึ่งเกิดจากความตั้งใจเดียวกันคือการส่งมอบประสบการณ์แห่งการดูแลผิวและส่งต่อความมั่นใจ พร้อมทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ดีๆ ให้กับลูกค้าจากวัตสันอย่างครบสูตร ช่วยแก้ไขปัญหาสิวซึ่งเป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่กังวล ซึ่งในปัจจุบัน พบว่าลูกค้ามักมองหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้สินค้าที่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผิว หรือผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Chemical-Free ซึ่งผลิตภัณฑ์จาก Smith ที่เราได้นำมาเปิดตัววันนี้ ปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อผิว แถมยังไม่ทำการทดลองกับสัตว์อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น การจับมือกันในครั้งนี้ ยังเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในการเข้าถึงแบรนด์ได้อย่างง่ายดาย ด้วยกลุ่มสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟจากวัตสัน ที่สามารถหาซื้อได้เฉพาะที่หน้าร้านวัตสันกว่า 600 สาขาและผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นค่ะ” 

นายแพทย์สมิทธิ์ อารยะสกุล ผู้บริหารสมิทธิ์ พรีเว่ เอสเธทีค กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างมาก ที่แบรนด์สมิทธิ์ได้เป็นหนึ่งในสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟที่ร้านวัตสัน และเราก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมาโดยตลอด ซึ่งโปรดักต์ไลน์ใหม่ Smith Acne นี้ เราคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ในการดูแลปัญหาสิวโดยเน้นการดูแลอย่างล้ำลึกเพื่อการปกป้องอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 ขั้นตอบ คลีน ตบ แต้ม เพื่อจบวงจรสิวด้วยพลังธรรมชาติ ซึ่งความพิเศษของผลิตภัณฑ์ในไลน์ Smith Acne คือสูตรเอกสิทธ์เฉพาะที่เป็นของ Smith เท่านั้นครับ” 

โดยผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่ล่าสุดจาก Smith Acne ประกอบด้วย Smith Soft Acne Wash เจลทำความสะอาดผิวหน้าฟองละเอียดนุ่ม สูตรปราศจากกรด BHA ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและมลภาวะถึงระดับรูขุมขน ลดความมันและการสะสมของแบคทีเรีย สาเหตุของการเกิดสิวอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีสูตรเอกสิทธิ์เฉพาะอย่าง SMITH 3X NATURAL ACNE CONTROL จากส่วนผสมของ Tea Tree Leaf Oil ช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย Horse Chestnut ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง และ Mushroom Extract ที่ช่วยควบคุมความมัน อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดสิว  

Smith Acne Essence น้ำตบกู้สมดุลผิว เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วและไม่เหนียวเหนอะหนะอันเป็นสูตรเอกสิทธิ์เฉพาะจาก SMITH COBIOBALANCE ด้วยสารสกัดบัวหิมะเกรดพรีเมียมซึ่งเป็น Prebioticอันจะช่วยปรับสมดุลผิวทันทีหลังใช้ ดูแลจุลินทรีย์ที่ดีต่อผิวและยับยั้งเชื้อ C.Acne อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และอุดมไปด้วยสารที่มีคุณค่าต่อผิว 10 ประการ อย่าง Seboclear, Acne Busters,  Acnacidol BG, Wellcap Garcine,Dermaveil, Willow Bark Extract, Zincidone, Jiou Liquid B, Portulaca Extract และ Ipomoea Extract  

Smith Acne Soothing Gel เจลแต้มสิวสูตรปราศจากกรด BHA สูตรเอกสิทธ์ SMITH TRIPLE ACNE TARGET ACTION ผสานสารสกัดจากพลังธรรมชาติ จากเปลือกมังคุดที่อยู่ในรูป Nano Encap สามารถซึมซาบเข้ายับยั้งแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสารสกัดจากหัวหอมในการต่อต้านสิวอักเสบ รักษารอยแดงจากสิว และมี Tea Tree Oil ที่ช่วยลดปริมาณไขมัน ควบคุมความมันและการอุดตันรูขุมขน  ซึ่งผลิตภัณฑ์จากไลน์ Smith Acne เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารอันก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว อีกทั้งยังไม่ผ่านการทดลองกับสัตว์ โดย Smith Soft Acne Wash จะมีวางจำหน่ายที่ร้านวัตสันในขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา 390 บาท, Smith Acne Essence ขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา 980 บาท และ , Smith Acne Soothing Gel ขนาด 10 กรัม ราคา 340 บาท  

เปิดประสบการณ์แห่งการดูแลผิวได้แล้วที่หน้าร้านวัตสันทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.watsons.co.th หรือแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่วัตสันทุกสาขาและ Line Official @WatsonsTH 

ชี้เป้าเหล่านักช้อป!! ลดเยอะลดจริงในงาน Brand Day Lifestyle Mega Sale

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675753

วันที่ 15 ก.พ. 2565 เวลา 19:22 น.ชี้เป้าเหล่านักช้อป!! ลดเยอะลดจริงในงาน Brand Day Lifestyle Mega Sale

นักช้อปตัวจริงต้องมา!! มหกรรมมัดรวมสินค้ากระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเป้ และแอคเซสเซอรี่จาก 30 แบรนด์ดัง ลดสูงสุดกว่า 80% ในงาน Brand Day Lifestyle Mega Sale ที่ The EmQuartier วันที่ 15-20 ก.พ.นี้เท่านั้น

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

ช้อปเพลินเกินต้าน ก็ส่วนลดยั่วใจ..ไม่ช้อปยังไงไหว ในงาน Brand Day Lifestyle Mega Sale มหกรรมมัดรวมสินค้ากระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเป้ และแอคเซสเซอรี่จากแบรนด์ดัง รวมพลังลดสูงสุดกว่า 80% เอาใจสายเที่ยว สาย out door พบสินค้าไอเท็มเด็ดจากแบรนด์ดังกว่า 30 แบรนด์ อาทิ Victorinox, Polo world, Timbuk2, JanSport, Eastpak, Guess, Manhattan Portage, National Geographic ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในราคาสบายกระเป๋า

พิเศษสุดๆ กับ กล่องสุ่ม 2,900 บาท ลุ้นสินค้ารวมมูลค่ากว่า 12,000 บาท และกล่องสุ่ม 9,900 บาท ลุ้นสินค้ารวมมูลค่ากว่า 58,000 บาท งานนี้จัดมาให้แบบสุดคุ้มกับเหล่าสินค้าแบรนด์ดังที่คัดเลือกมาแล้วว่าดี ทั้งกระเป๋าเดินทาง แอคเซสเซอรี่ และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย #มาช้อปกล่องสุ่มแล้วรอลุ้นให้ฟินกระจายกันดีกว่า งานนี้ขอบอกเลยว่าลดเยอะมาก แถมยังมีดีลดีๆ ให้ช้อปทุกวัน 

พบกับงาน Brand Day Lifestyle Mega Sale ได้ที่ The EmQuartier, Quartier Gallery, M fl. ตั้งแต่วันที่ 15-20 กุมภาพันธ์ 2565 หรือช้อปง่ายๆ แค่ปลายนิ้วคลิ๊กได้ที่ Line OA : https://lin.ee/oLkalMD ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : TheTravelStore 

อัลบั้ม Brand Day Lifestyle Mega Sale

Lee Cooper กลับมาสร้างตำนานความท้าทายบทใหม่ให้เหล่า New Gen

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675627

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 17:34 น.Lee Cooper กลับมาสร้างตำนานความท้าทายบทใหม่ให้เหล่า New Gen

ครีเอทสไตล์ที่ใช่ไปพร้อมกันอีกครั้งกับ Lee Cooper ยีนส์ระดับตำนานจากอังกฤษ ให้คุณเป็นแบบที่คุณเป็น My Denim My Rules

แลนดิ้งถึงไทยอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งกับสุดยอดไอคอนิคยีนส์แบรนด์ดังจากประเทศอังกฤษ Lee Cooper (ลี คูเปอร์) จัดจำหน่ายโดย บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด ที่พร้อมกลับมาสร้างตำนานความท้าทายบทใหม่ให้เหล่า New Gen ได้ครีเอทลุคที่ใช่แบบไร้ขีดจำกัดในสไตล์ของตัวเอง ด้วยคอนเซ็ปต์ “My Denim My Rules ให้คุณเป็นแบบที่คุณเป็น” โดยคว้าตัว 2 หนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ที่สะท้อนคาแรคเตอร์ของ young generation อย่างชัดเจน แอลลี่ อชิรญา และ มาร์ช จุฑาวุฒิ มาร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เปิดตัว 2 คอลเลคชั่นแรก Spring Summer 2022 ซึ่งเปิดให้ช้อปทุกไอเทมพร้อมกันได้แล้ววันนี้ทั่วประเทศ และเตรียมสัมผัส The Cooper Collection ในเดือนเมษายนนี้ ที่ร้าน Lee Cooper ทุกสาขา และสามารถช้อปออนไลน์ได้ที่ www.leecooper.co.th ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Lee Cooper แฟชั่นเดนิมแบรนด์ดังสัญชาติอังกฤษ ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1908 โดย Mr. Morris Cooper (มร.มอร์ริส คูเปอร์) ในฐานะเดนิมยีนส์แบรนด์แรกของฝั่งยุโรป จากจุดเริ่มต้นการเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าสำหรับใส่ทำงานที่มีชื่อเสียง ในด้านความทนทาน จวบจนยุคหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 Mr. Harold Cooper (มร.ฮาโรลด์ คูเปอร์) ลูกชายของเขา ได้เข้ามารับช่วงต่อและเริ่มต้นผลิตยีนส์แฟชั่นขึ้นเป็นครั้งแรกจนได้รับความนิยมอย่างสูงในอังกฤษภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี ต่อมา Lee Cooper ยังเป็นแบรนด์แรกที่สร้างความโดดเด่นด้วยการผสานแฟชั่นและดนตรี (British rock ‘n’ roll) เข้าไว้ด้วยกัน โดยร่วมทำงานกับศิลปินระดับโลกอย่างวง The Rolling Stones, UB40, Serge Gainsbourg และ Rod Stewart จนสามารถครองใจวัยรุ่นและทำให้แบรนด์กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และยังคงเปี่ยมล้นไปด้วยสไตล์ที่โดดเด่นครองความนิยมจากรุ่นสู่รุ่นมากว่า 114 ปี

สำหรับการกลับมาในประเทศไทยของ Lee Cooper ครั้งนี้ แบรนด์ยังคงสะท้อนเอกลักษณ์และตัวตนตั้งแต่เริ่มต้น อย่างชัดเจน ผ่านคอนเซ็ปต์ “My Denim My Rules ให้คุณเป็นแบบที่คุณเป็น” ที่พร้อมจะพาทุกคนฉีกทุกกฎไปค้นพบสไตล์ที่ใช่ของตัวเอง ด้วยการนำเสนอแฟชั่นเดนิมและหลากหลายไอเทม ในมุมมองที่แตกต่าง โดยผสานกลิ่นอายคลาสสิกและดีเทลสุดประณีตในแบบลอนดอนเนอร์ เข้ากับความสดใหม่ของดีไซน์ที่ฉีกกรอบไอเทมเดนิมเดิมๆ เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์และไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนกัน ของแต่ละคน และตอกย้ำความเชื่อของแบรนด์ที่ต้องการสนับสนุนความแตกต่างและความหลากหลายของทุกคนอย่างแท้จริง 

จากความเชื่อของแบรนด์สู่การลงมือทำ Lee Cooper ขอพาทุกคนฉีกทุกกฎไปค้นพบสไตล์ที่ใช่ เพื่อดึงอัตลักษณ์ ของแต่ละคนออกมาอย่างสร้างสรรค์ ด้วยไอเทมที่สะท้อนความโดดเด่นในตัวเองและสามารถสวมใส่ได้จริงในทุกๆ วัน กับ 2 คอลเลคชั่นแรก Spring Summer 2022 แฟชั่นเดนิมฟิตที่มีให้เลือกหลากหลายเหมาะกับทุกสไตล์ พร้อมกับเอกลักษณ์บนกระเป๋าหลัง Back Pocket ที่เรียกว่า “Arcuate”  ซึ่งนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อที่มีดีไซน์ที่โดดเด่นของแบรนด์ และ The Cooper Collection อีกหนึ่งคอลเลคชั่นไฮไลท์ที่พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกใช้ผ้า Selvedge ซึ่งช่วยทำให้ยีนส์ เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ จนไปถึงขั้นตอนการตัดเย็บอย่างประณีต สำหรับคอลเลคชั่น Spring Summer 2022 พร้อมให้ทุกคน เข้าไปสัมผัสได้แล้ววันนี้ และเตรียมพบกับ The Cooper Collection ในเดือนเมษายนนี้

นอกจากคอนเซ็ปต์ My Denim My Rules ให้คุณเป็นแบบที่คุณเป็น Lee Cooper ยังได้เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ มากความสามารถที่สะท้อนคาแรคเตอร์ของเหล่า New Gen อย่าง แอลลี่-อชิรญา นิติพน และ มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์และสไตล์ของแบรนด์ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผ่านคอลเลคชั่น Spring Summer 2022 และ The Cooper Collection และนอกจากนี้ เตรียมพบกับอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ ครั้งแรกของการเปิดตัวแบรนด์ Lee Cooper ไอคอนิคยีนส์ ระดับตำนานจากอังกฤษ ที่จะปลุกความมันส์ ระเบิดความสนุก วาดสีสันด้วยสไตล์แฟชั่นในแบบที่คุณเป็น ผ่านประสบการณ์ Live event ที่อลังการที่สุดที่เคยมีมา ซึ่งผสานสีสันแห่งแฟชั่น ดนตรี และการเต้นเข้าไว้ด้วยกัน ในคอนเซ็ปต์ My Denim My Rules ถ่ายทอดออกมาด้วยความเป็นคุณ และพิเศษที่สุดสามารถช้อปได้ทันทีจากรันเวย์ ในเดือนมีนาคมนี้

Lee Cooper Spring Summer 2022 Collection

ร่วมค้นหาและครีเอท My Denim My Rules ในสไตล์ของคุณได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Lee Cooper ทุกสาขา ณ ห้างสรรพสินค้า ชั้นนำทั่วประเทศ หรือช้อปออนไลน์ที่ http://www.leecooper.co.th พร้อมรับบริการ “BUY TRY EARN” หรือ BUY ONLINE, TRY AT STORE, EARN REWARD POINTS ที่สามารถลองสวมใส่สินค้าจริงจนกว่าจะพอใจ บริการเปลี่ยนคืนสินค้า ที่หน้าร้าน เมื่อสั่งซื้อผ่านออนไลน์ และอีกหนึ่งความพิเศษ Membership Program สำหรับสมาชิก Lee Cooper Club จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ คะแนนสะสมจากยอดซื้อ ส่วนลดเดือนเกิด สิทธิพิเศษเมื่อเลื่อนระดับสมาชิก และกิจกรรมพิเศษเฉพาะสมาชิกเท่านั้น

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: LeeCooperTH

Instagram: LeeCooperTH , Line Official: LeeCooperTH

Twitter: LeeCooperTH , Tiktok: LeeCooperTH

และ Shop online ได้ทาง www.leecooper.co.th

PIAGET เผย 2 เรือนเวลาแห่งปีที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของแบรนด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675579

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 13:50 น.PIAGET เผย 2 เรือนเวลาแห่งปีที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของแบรนด์

PIAGET เปิดภาพให้ชมกันชัดๆ ก่อนเผยโฉมจริงในงาน WATCHES & WONDERS 2022 กับ 2 เรือนเวลาแห่งปีที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของแบรนด์ที่บ่มเพาะมาอย่างยาวนาน อย่าง PIAGET POLO SKELETON และ LIMELIGHT GALA AVENTURINE

WHEN MASTER WATCHMAKERS WORK WITH MASTER JEWELLERS

เมื่อมาสเตอร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกามาคอลลาบอเรชั่นกับช่างฝีมือด้านอัญมณีประจำเมซง ผลลัพธ์ที่ได้คือกลไกที่บางเฉียบราวกับแผ่นเวเฟอร์ผสานการฝังเพชรอันละเมียดละไม เรียกได้ว่าเป็นอีกชิ้นงานที่หลอมรวมศาสตร์แห่งเรือนเวลาชั้นสูงและอัญมณีศิลป์ได้อย่างไร้ที่ติ และนี่คือ Piaget Polo Skeleton ล่าสุดประจำปี 2022

หากคุณคิดว่าเพชรบริลเลียนต์คัตน้ำงามกว่า 1,746 เม็ดต่างดึงดูดสายตาให้จับจ้องเรือนเวลาชิ้นนี้แล้วหล่ะก็ กลไก 1200S1 Self-winding แบบสเกเลตันที่บางเฉียบใจกลางตัวเรือนคือ คีย์พีซอีกชิ้นที่ทำให้คุณแทบละสายตาไม่ได้เช่นกัน

A WATCH FOR THE PRESENT TIME

ย้อนกลับไปปี 1979 เมื่อเมซงท้าทายขีดจำกัด ด้วยการเปิดตัว Piaget Polo นาฬิกาลุคสปอร์ตสุดหรูที่ตอบโจทย์เอเวอรี่เดย์ลุคและหลวมรวมดีไซน์ โค้ดของแบรนด์อย่าง Style, Casual elegance และ Freedom ไว้อย่างครบครัน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า Piaget Polo คือเรือนเวลาที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ เป็นเทรนด์เซ็ตเตอร์แห่งยุค ทั้งยังสะท้อนคาแรคเตอร์ของเหล่าเกม เชนเจอร์ผู้สวมใส่อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายและใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ผู้ที่กล้าจะเป็นตัวของตัวเองในแบบไม่ตามใคร

ALWAYS INNOVATING, ALWAYS IMPROVING

กว่าจะเป็นกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติที่บางที่สุดในโลกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจาก 1200S1 จะมาพร้อมกับความบางแบบสุดขั้วเพียง 2.4 มิลลิเมตรแล้ว ยังมาในสไตล์ Skeleton ศิลปะแสนวิจิตรบนเครื่องบอกเวลา ที่ผสานชั้นเชิงของเหล่าช่างนาฬิกาชั้นสูง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แหวกขนบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และนี่คือเส้นทางสู่ความสำเร็จที่ทุกคนต่างรอคอย

เมซงใช้เวลามากกว่า 2 ปี ในการพัฒนากลไก 1200S สไตล์ Skeleton จากกลไกต้นแบบเลื่องชื่อ 1200P โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การลดทอนชิ้นส่วนโลหะขนาดใหญ่และคงไว้เพียงชิ้นส่วนที่จำเป็นที่ส่งผลกระทบต่อความแม่นยำ จากนั้นใช้เวลาอีก 2 ปีครึ่ง ในการศึกษาและปรับแต่งกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ 1200S ไปจนถึงรายละเอียดอื่น ๆ ให้สมบูรณ์แบบ อาทิ เพิ่มความต้านทานสนามแม่เหล็กให้สูงขึ้นเพื่อการทำงานที่เที่ยงตรงสูงสุด ก่อนส่งมอบเวอร์ชั่น 1200S1 ที่เพรียวบางสุดขั้วสู่ผู้ใช้งานตัวจริง

โรเตอร์สลักตราสัญลักษณ์ของเพียเจต์ยังคงวางในตำแหน่งเยื้องศูนย์ที่ 8 นาฬิกา เช่นเดียวกับกลไก 1200S และ 1200P รุ่นก่อนหน้า เพื่อไม่ให้บดบังทิศทางของแสงขณะส่องผ่านกระจกหน้าปัดและฝาหลังตัวเรือนแบบแซฟไฟร์คริสตัล ขณะที่ชิ้นส่วนกลไกอื่นๆ ที่วางไล่ระดับตามเลเยอร์ต่างก็มอบมิติแสงเงาที่งดงามไม่แพ้กัน

แม้จะเป็นรุ่นล่าสุดของตระกูล แต่เมซงการันตีเรื่องความแม่นยำ เที่ยงตรงและทนทานว่าสเป็กไม่แพ้รุ่นอื่นแน่นอน โดยสามารถสำรองพลังได้ยาวนาน 44 ชั่วโมง ทั้งยังกันน้ำมาตรฐานระดับ 3 ATM หรือเทียบเท่าความลึก 30 เมตร

HIGH JEWELLERY EXPERTISE

ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 42 มิลลิเมตร ตกแต่งด้วยเพชรบริลเลียนต์คัต 268 เม็ด และถึงแม้จะเป็น คอลเลคชั่นสายสปอร์ตแต่ตัวเรือนกลับมีความหนาเพียง 7.35 มิลลิเมตร เท่านั้น จับคู่สายนาฬิกาไวท์โกลด์ขัดเงา โดยข้อต่อแต่ละข้อมาในดีไซน์รูปตัว H ขัดผิวซาติน ประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 1,478 เม็ด ซึ่งเพชรแต่ละเม็ดถูกเจียระไนใหม่ชิ้นต่อชิ้น เพื่อให้แน่ใจว่ารูปทรงและสัดส่วนเข้ากับการสร้างสรรค์เรือนเวลาชิ้นนั้นอย่างแท้จริง ก่อนนำมาประดับบนตัวเรือนตามแพทเทิร์นที่ออกแบบไว้ใช้เวลาทั้งสิ้นกว่า 61 ชั่วโมง

ทั้งหมดนี้คือเครื่องสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของแบรนด์ที่บ่มเพาะมาอย่างยาวนาน เพื่อรังสรรค์ชิ้นงานที่นำเสนอแนวคิดนอกกรอบ ทั้งยังหลอมรวมศาสตร์แห่งเรือนเวลาชั้นสูงและอัญมณีศิลป์ได้อย่างไร้ที่ติ

THE SPARKLE OF EXTRAVAGANCE

ปลดปล่อยตัวเองทะยานสู่หมู่ดาวระยิบระยับไปกับ Limelight Gala Aventurine เรือนเวลาไอคอนที่หยิบเอามนต์เสน่ห์แห่งท้องฟ้าสีครามยามค่ำคืนมาถ่ายทอด

หากเอ่ยถึงชื่อเพียเจต์แล้ว แน่นอนว่านาฬิกาถือเป็นชิ้นงานจิวเวลรี่ที่เป็นหัวใจหลักอันดับหนึ่ง ที่ช่างฝีมือของเมซงไม่เคยหยุดท้าทายขีดจำกัดในการรังสรรค์ ทุกชิ้นส่วนตั้งแต่ตัวเรือนไปจนถึงหน้าปัด หรือแม้แต่สายนาฬิกาไปจนถึงการประดับอัญมณี ล้วนถูกปลุกให้มีชีวิตด้วยเหล่าช่างฝีมือชั้นเลิศทั้งสิ้น และนี่คือเรือนเวลา Limelight Gala Aventurine ที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์และแฝงศาสตร์ที่เมซงเชี่ยวชาญไว้อย่างครบครัน

A FEMININE ICON

ทุกวันนี้ชื่อของคอลเลคชั่น Limelight Gala ยังชวนให้นึกถึงเหล่าเพียเจต์ โซไซตี้ที่มีชื่อเสียงและบรรยากาศปาร์ตี้สุดฮอตที่เหล่าคนดัง ศิลปิน ลูกค้า หรือแม้แต่ Friends of the brand มารวมตัวเพื่อแบ่งปันและดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาอันเปี่ยมสุขอยู่เสมอ นั่นก็เพราะย้อนกลับไปช่วงราวทศวรรษที่ 1970s ยุคเรืองรองแห่งการเข้าสังคมที่เหล่าอิสตรีต่างเฉิดฉายไปด้วยเครื่องประดับ ขณะเดียวกันการเปิดตัวของเรือนเวลาจิวเวลรี่ที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์อันสุดขั้ว ณ ขณะนั้น อย่าง Limelight Gala ก็ดึงดูดความสนใจของเหล่าสุภาพสตรีไม่ใช่น้อย ด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตาของดีไซน์ขาแบบอสมมาตร จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองที่เคียงข้างสุภาพสตรีมาจนถึงทุกวันนี้

THE BEGINNING OF A NEW STORY

แม้รูปร่างของ Limelight Gala จะชวนสะดุดตา แต่ดีไซน์ที่น่าสนใจนี้กลับมีดีเทลมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็น ตัวเรือนโค้งเว้า ขาตัวเรือนแบบอสมมาตรที่ยื่นจากแต่ละฝั่งของตัวเรือนไปยังสายนาฬิกาเพื่อสร้างเส้นสายที่เย้ายวน ไปจนถึงเพชรแต่ละเม็ดที่ถูกฝังอย่างประณีตด้วยช่างฝีมือของเมซง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นซิกเนเจอร์ สไตล์ของคอลเลคชั่นนี้ทั้งสิ้น ถ่ายทอดนิยามของอิสตรีผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นในแง่ของผู้สร้างแรงบันดาลใจ ผู้เปี่ยมด้วยจินตนาการที่สร้างสรรค์ ผู้ที่กล้าเผชิญหน้าและมาดมั่นในความอิสระ มากกว่าเรือนเวลา เพราะ Limelight Gala เป็นดั่งถ้อยแถลง มากกว่าจิวเวลรี่ เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราว ที่แต่ละชิ้นงานหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผู้สวมใส่และเปล่งประกายเจิดจรัสไปพร้อมกัน

THE ART OF THE BRACELET

สีน้ำเงินของอเวนเจอรีนกับประกายงามของเพชร หากนำมาเข้าคู่กับสายรัดข้อมือแบบเมลานีส ยิ่งชวนให้หลงใหลเป็นทวีคูณ สายรัดข้อมือแบบเมลานีสหนึ่งเส้นใช้เวลาในการรังสรรค์มากกว่า 100 ชั่วโมง และอาศัยช่างทำทองมากฝีมือไม่ต่ำกว่า 8 คน หากเปรียบแล้วก็เหมือนดั่งช่างตัดเย็บ Haute-Couture ที่แต่ละขั้นตอนค่อยๆ รังสรรค์อย่างวิจิตรบรรจง โดยเริ่มต้นจากนำทองคำที่ผ่านกระบวนการบัดกรีจนได้เส้นสายที่บางเบาราวกับเส้นไหมมาทำให้อยู่ในลักษณะเกลียว จากนั้นถักทอทีละเส้นเข้าด้วยกัน จนครบ 366 เส้น ก่อเกิดผลลัพธ์ที่เบาสบายเมื่อยามสวมใส่ ทั้งยังหลอมรวมเข้ากับตัวเรือนและขาแบบอสมมาตรได้อย่างกลมกลืน

นอกเหนือจากรูปลักษณ์ที่สง่างามแล้ว ภายใน Limelight Gala Aventurine ยังบรรจุกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ Calibre 501P1 ตัวล่าสุดที่ผลิตขึ้นในโรงงานของเมซงเองอีกด้วย ทั้งยังผลิตจำกัดเพียง 300 ชิ้นเท่านั้น

GET LOST IN STARRY NIGHTS

ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ประดับเพชรบริลเลียนต์คัตรวม 62 เม็ด โดดเด่นด้วยหน้าปัดอเวนเจอรีนสีน้ำเงินเข้ม โดยชื่อของ อเวนเจอรีน ‘Aventurine’ มาจากภาษาอิตาลี ‘Avventura’ ซึ่งก็คือ ‘Adventure’ ที่สื่อถึงการค้นพบ อเวนเจอรีนโดยบังเอิญในช่วงศตวรรษที่ 17 ระหว่างกระบวนการผลิตแก้วที่โรงงานบนเกาะมูราโน่ เมืองเวนิส โดยปัจจุบันสีน้ำเงินของอเวนเจอรีน เกิดจากการเติม Copper Oxide ลงไปในแก้วนั่นเอง

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร . 02-610-9678

6 หลักการเพื่อพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675551

วันที่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 08:20 น.6 หลักการเพื่อพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน

โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ในโลกที่ผันผวน เป้าหมายสูงสุดขององค์กรคือ ความยั่งยืน องค์กรที่ยั่งยืนจำเป็นต้องการผู้นำการเปลี่ยนแปลง แล้วคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนคืออะไร

1. การสร้างทีมงานเชิงรุก

2. การแก้ปัญหาเชิงซ้อน

3. การสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่า

4. ผู้นำต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์

5. ผู้นำที่สามารถสร้างทีมงานเข้มแข็ง

6. ผู้นำที่เห็นคนเป็นมนุษย์

1. การสร้างทีมงานเชิงรุก

ทีมงานเชิงรุกจะเป็นจริงได้ จำเป็นต้องผ่านการปรับมุมมอง (Mindset) เชิงบวก ด้วยมุมมองเชิงบวก ทีมงานจึงจะสามารถนำตนเองได้ การนำตนเองได้ โดยความหมายที่แท้แล้วก็คือ ภาวะที่บุคคลสามารถระเบิดศักยภาพภายในของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ สามารถปรับฟื้นคืนสภาพตนเองได้ แม้ในภาวะที่ยากลำบาก สามารถควบคุม กำหนดทิศทาง และจัดการตนเองได้ นั่นคือ รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรให้เหมาะสม เมื่อมีอะไรเข้ามากระทบ เมื่อเลือกตอบสนองได้ บุคคลจึงนำตนเองได้ เมื่อนำตนเองได้ ก็สามารถเล่นเชิงรุกได้ สามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ การที่บุคคลสามารถเลือกที่จะเล่นเชิงรุกนี้เองเป็นรากฐานสำคัญของความยั่งยืนขององค์กร

2. การแก้ปัญหาเชิงซ้อน

เพราะโลกซับซ้อน คลุมเครือ ไม่แน่นอน จึงไปสู่สถานการณ์ที่ท้าทาย การจัดการกับความท้าทายก็คือ การแก้ปัญหา แต่ปัญหาใดๆ มันไม่เคยมาเดี่ยวๆ มันทับซ้อนกันอย่างลึกซึ้ง ในการแก้ปัญหา เราจำเป็นต้องใช้ความรู้ ความรู้จะเกิดขึ้นได้ ต้องพัฒนามุมมองเชิงระบบที่เห็นความจริงว่า ปัญญา ความรู้ กระบวนการเรียนรู้ใดๆ เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ดังนั้น การแก้ปัญหาซับซ้อนจึงต้องพิจารณาว่ามีประเด็นใดบ้างที่เกี่ยวข้องและประเด็นเหล่านั้นสัมพันธ์กันอย่างไร ทั้งในระดับที่สูงกว่าและต่ำกว่า

3. การสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่า

ผู้นำการเปลี่ยนแปลง นอกจากจะสามารถสร้างทีมงานเชิงรุกและแก้ปัญหาเชิงซ้อนได้แล้ว ยังต้องสามารถสร้างพัฒนาความคิดใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ รวมทั้งกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างที่เรียกว่า นวัตกรรม (Innovation) และนวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง

4. ผู้นำต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์

เพราะโลกเปลี่ยนแปลง ไม่เคยหยุดนิ่ง ปัญหาเข้ามาไม่เคยซ้ำเดิม สร้างแรงกดดัน ผู้นำองค์กรจึงต้องสามารถปรับตัว ในการปรับตัวเพื่อความยั่งยืนนั้น ลำพังความสามารถด้านการบริหารจัดการเพียงนั้นไม่เพียงพอ แต่ต้องปรับสมดุลด้วยทักษะอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ ความมั่นคงทางอารมณ์ ภาวะดังกล่าวแสดงออกมาในรูปของความมั่นคงภายใน มีความเชื่อมั่น มีภูมิต้านทาน เข้มแข็ง สามารถปรับฟื้นคืนสภาพตนเองได้ แม้ในภาวะที่ยากลำบาก และระเบิดศักยภาพภายในออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้รากของศักยภาพด้านอารมณ์นี้คือ การเห็นตนเองเชิงบวก มันคือกรอบความคิดที่เห็นตนเองมีคุณค่า

5. ผู้นำที่สามารถสร้างทีมงานเข้มแข็ง

ประเด็นท้าทายต่อมาของผู้นำคือ การสร้างทีมงานเข้มแข็ง การงานร่วมกันเป็นทีม การมีส่วนร่วม ความผูกพัน ความสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน เมื่อพูดถึงทีมงานเข้มแข็ง มันเป็นสถานการณ์ที่บุคคลสามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้อย่างเต็มที่ ภาวะนี้จะเป็นจริงได้ ทีมงานต้องตั้งอยู่บนฐานของความเข้าใจ ไว้วางใจ เชื่อมั่นต่อกัน นั่นคือ ศรัทธา และศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ ทีมงานต้องเห็นคุณค่าในความแตกต่าง และมันจะเป็นจริงได้ ผู้นำบุคคลต้องสามารถเหนี่ยวนำให้ทีมงานปรับมุมมองเสียใหม่ มีทัศนคติเชิงบวก เปิดใจกว้างรับฟังอย่างเข้าใจ ไม่เอาตนเองเป็นศูนย์กลาง

6. ผู้นำที่เห็นคนเป็นมนุษย์

ภาวะะผู้นำมิใช่ตำแหน่งผู้นำ เพราะเรามิได้ยอมรับใครในตำแหน่งที่เขาเป็น แต่เรายอมรับในภาวะผู้นำที่เขามี และคุณสมบัตินี้จะเป็นจริงได้ต้องเกิดจากการได้รับการยอมรับ การยอมรับที่ว่านี้คือ การยอมรับในความมีอยู่ของตัวตน เพราะตัวตนคือชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย ดังนั้น ภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้นำเห็นคนเป็นมนุษย์ เมื่อบุคคลได้รับการเห็นคุณค่า เขาจึงให้คุณค่าตอบ ดังนั้น ภาวะผู้นำจึงเกิดขึ้นในขณะที่บุคคลได้รับการยอมรับถึงความมีคุณค่าเท่านั้น “เพราะใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า เธอก็มีค่าเช่นกัน” ดังนั้น ภาวะผู้นำจึงเป็นการแสดงออกที่สะท้อนถึงการเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่เราสัมพันธ์ด้วย ในรูปของการมอบอำนาจ การสร้างแรงบันดาลใจ การให้เกียรติ และการยอมรับยกย่อง

ในโลกของความไม่แน่นอนอ่อนไหวคลุมเครือการปรับตัวคือหัวใจสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องการผู้นำการเปลี่ยนแปลงผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนจำเป็นต้องสามารถสร้างทีมงานเชิงรุกด้วยการปรับกรอบความคิดเชิงบวกสามารถแก้ปัญหาเชิงซ้อนด้วยแนวคิดเชิงระบบสามารถพัฒนานวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจด้วยมุมมองเชิงองค์รวมที่สำคัญผู้นำต้องมีความมั่นคงทางอารมณ์หนักแน่นผ่านการเห็นคุณค่าตนเองและสามารถสร้างทีมงานที่เข้มแข็งบนฐานของศรัทธาที่เห็นคุณค่าในความแตกต่างเห็นคนเป็นมนุษย์ทั้งหมดนี้จึงจะสามารถพัฒนาไปสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำองค์กรสู่ความยั่งยืน

รวบตึงไอเดียของขวัญในวันแห่งความรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675517

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 16:05 น.รวบตึงไอเดียของขวัญในวันแห่งความรัก

รวมของขวัญสุดเซอร์ไพร์ส สื่อรักแทนใจในวาระพิเศษวันวาเลนไทน์ 2565

ดอกไม้แทนใจให้คนพิเศษ

เมื่อเทศกาลแห่งความรักมาถึง ใครหลายคนมักมอบดอกไม้ให้คนรักแทนความรู้สึก หนึ่งในดอกไม้ยอดนิยมคือดอกกุหลาบ ร้านดอกไม้ “ราชาวดี” ของ คุณซูซี่-หทัยเทพ ธีระธาดา ซึ่งเป็นร้านที่มีความโดดเด่นเรื่องการร้อยมาลัยที่วิจิตรบรรจง ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายแบบ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ก็ได้นำดอกไม้หลากหลายชนิด รวมถึงดอกกุหลาบทั้งดอกสดและดอกไม้ประดิษฐ์มาเตรียมไว้สำหรับเทศกาลนี้อีกด้วย

สำหรับวาเลนไทน์ปีนี้ร้าน “ราชาวดี” ที่เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม ได้จัดทำแจกันมาลัยกุหลาบขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยฝีมือการออกแบบของอาจารย์จักรพันธ์ รูปงาม หัวหน้าคหกรรมศาสตร์ศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพฯ ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญการร้อยมาลัย ดอกไม้ประดิษฐ์ ของร้านราชาวดี ด้วยการประยุกต์รูปแบบของมาลัย และการจัดช่อดอกไม้เข้าด้วยกัน โดยการนำกลีบกุหลาบสีแดง ซึ่งเป็นสีที่แสดงออกถึงความรักมาร้อยเรียงเป็นช่อดอกไม้ ซึ่งมีความประณีตและละเอียดอ่อน แล้วจัดเป็นช่อสำหรับตกแต่งแจกัน ซึ่งมีความสวยงามและคงทน ซึ่งนอกจากการแสดงออกทางความรักของหนุ่มสาวแล้ว แจกันมาลัยกุหลาบสามารถเป็นตัวแทนการแสดงออกของความรักต่อบุพการีได้ด้วย

นอกจากนี้ร้านราชาวดี ยังได้จัดเตรียมดอกกุหลาบฮอลแลนด์ ซึ่งมีความพิเศษคือดอกขนาดใหญ่ ก้านยาว และมีกลิ่นหอม รวมถึงดอกกุหลาบประดิษฐ์ หลากหลายสี และรูปแบบ เตรียมไว้สำหรับคู่รักที่กำลังมองหาของขวัญแทนใจ โดยความพิเศษของดอกกุหลาบประดิษฐ์จากร้านราชาวดีคือ การใช้เนื้อผ้าชนิดพิเศษในการทำกลีบกุหลาบ เพื่อให้รู้สึกสัมผัสเสมือนกลีบกุหลาบจริงๆ และเพิ่มความพิเศษมากยิ่งขึ้นด้วยกลิ่นกุหลาบที่จัดทำขึ้นมาเป็นพิเศษ ให้กลิ่นหอมอยู่ได้นานถึง 6 เดือน นอกจากช่อดอกไม้แล้วทางร้านยังได้เตรียมเป็น Box Set หลากหลายรูปทรง สำหรับใส่ของขวัญแทนใจและเพิ่มความหรูหราด้วยดอกไม้ตามที่ลูกค้าต้องการได้อีกด้วย

สำหรับวันพิเศษๆ แบบนี้ ไอคอนสยาม ได้ชวนหนุ่มเนม เก็ตสึโนวา หรือ คุณปราการ ไรวา มาเลือกดอกกุหลาบเตรียมไว้ให้ภรรยาสุดสวย คุณป้อ-สารชา ฤดีสุนันท์ เนื่องในวันวาเลนไทน์อีกด้วย “วันนี้มาเลือกดอกกุหลาบที่ร้านราชาวดี เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม เตรียมไว้ให้คุณป้อ ซึ่งที่ร้านนี้มีดอกไม้ให้เลือกหลากหลายแบบมีทั้งกุหลาบสด และดอกกุหลาบประดิษฐ์ ซึ่งประดับตกแต่งอยู่หน้าร้านหลากหลายสีให้เลือกมากมาย ซึ่งมีความสวยงามเสมือนดอกไม้จริงๆมาก และที่สำคัญดอกกุหลาบประดิษฐ์ที่นี่ยังให้กลิ่นกุหลาบเหมือนดอกไม้จริงๆอีกด้วย สำหรับผมนั้นจะให้ดอกไม้ประดิษฐ์หรือดอกไม้สด นั้นมีความหมายหรือความสำคัญเหมือนกัน เพราะเป็นสิ่งที่เราคัดสรรและตั้งใจมอบให้ภรรยาด้วยความรักครับ”

มองหาของขวัญ หรือเลือกดอกไม้สวยๆ เป็นของขวัญวาเลนไทน์สำหรับคนรักได้แล้ววันนี้ที่ร้านราชาวดี เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม หรือสั่งสินค้าได้ที่เบอร์ 099-782-9282

ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ต้อนรับโมเมนต์สุดพิเศษเทศกาลวันวาเลนไทน์ กับ Jubilee Heart Collection

ต้อนรับเดือนแห่งความรักด้วย Jubilee Heart Collection : JUST WHEN MY HEART SAYS “IT HAD TO BE YOU” เอ็กซ์คลูซีฟคอลเลกชั่นจากยูบิลลี่ ไดมอนด์ ที่นำความงดงามของการประสานสองหัวใจก่อให้เกิดพันธสัญญาแห่งความโรแมนติกสื่อนำหัวใจรักทั้งสองดวงมาผูกเกี่ยวกันเป็น Love Lock ผ่านดีไซน์สัญลักษณ์รูปทรง “หัวใจ” ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเป็นคอลเลกชันเฉพาะของยูบิลลี่ ไดมอนด์ เปรียบเสมือนสื่อแทนใจอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความผูกพัน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับความรักทุกรูปแบบ

เมื่อพูดถึงเครื่องประดับเพชรต้องบอกเลยว่า ถือเป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่จะช่วยสร้างเรื่องราวความประทับใจในช่วงเวลาแห่งความสุขได้ทุกเทศกาล และสำหรับเทศกาลวันแห่งความรักแล้วเครื่องประดับเพชรที่เหมาะสมที่สุด หนีไม่พ้นรูปทรง “หัวใจ” ที่เป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์เครื่องประดับเพชรคอลเลกชั่นล่าสุดจาก ยูบิลลี่ ไดมอนด์ กับ Jubilee Heart Collection : JUST WHEN MY HEART SAYS “IT HAD TO BE YOU” ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นจากรูปทรงหัวใจนำมาร้อยเรียงด้วยเพชร E Color Diamond ที่ผ่านการคัดสรรด้วยมาตรฐานที่เข้มงวดจากแหล่งเจียระไนเพชรอันดับหนึ่งของโลก อย่างเมืองแอนต์เวิร์ปประเทศเบลเยี่ยม ผสานตัวเรือนที่เป็นรูปทรงหัวใจแบบเฉพาะของยูบิลลี่ ไดมอนด์ สื่อถึงความอ่อนโยน สวยงาม และลงตัวในทุกมิติ เรียกได้ว่าเป็นคอลเลกชั่นพิเศษที่ออกมาเพื่อต้อนรับเทศกาล และไม่เพียงแต่เอาใจคู่รักเท่านั้น เพราะเครื่องประดับเพชรทุกชิ้นจากยูบิลลี่ ไดมอนด์สามารถสวมใส่ได้ทุกวันและเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์

สำหรับ Jubilee Heart Collection : JUST WHEN MY HEART SAYS “IT HAD TO BE YOU” ด้วยความหมายแห่งสัญลักษณ์ “หัวใจ” ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความผูกพัน ภาพจำอันแสนประทับใจ สื่อนำหัวใจรักทั้งสองดวงมาผูกเกี่ยวกันเฉกเช่น Love Lock เครื่องหมายของสัญญาแห่งความรักนิรันดร์ ที่เหล่าคู่รักมาร่วมกันอธิษฐานให้ความรักยั่งยืนตลอดไปพร้อมคล้องกุญแจแทนใจที่ผูกพันไว้ที่สะพานแห่งรักในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก อาทิ สะพาน PONT DES ARTS (ปง เด ซาร์) แห่งกรุงปารีส เครื่องประดับในคอลเลกชั่นนี้มีให้เลือกซื้อเป็นของขวัญแทนใจหลากหลายรูปแบบ อาทิ แหวนเพชร, จี้เพชร, และต่างหูเพชร ซึ่งเครื่องประดับทุกชิ้น นอกจากออกแบบด้วยเทคโนโลยีพิเศษของยูบิลลี่ ไดมอนด์แล้ว ความพิเศษที่มากไปกว่านั้นคือฟังก์ชันที่ครบครันของเครื่องประดับเพชรทุกชิ้นออกแบบมาเพื่อการสวมใส่ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับโอกาสต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นจุดเด่นของยูบิลลี่ ไดมอนด์ ที่คำนึงถึงผู้ใช้งานตั้งแต่เรื่องคุณภาพการดีไซน์และการใช้งาน

แหวนเพชรดีไซน์รูปทรงหัวใจ : Jubilee Heart Love Locket Ring และ Jubilee Heart Double Happiness Ring แหวนเพชรรูปทรงหัวใจที่ออกแบบในลักษณะการเกี่ยวคล้องเชื่อมโยงใจถึงใจ เปรียบดั่งเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวความรัก โดยมีความพิเศษที่สามารถสวมใส่ได้มากถึง 3 สไตล์และด้วยดีไซน์อันโดดเด่นจึงทำให้แหวนเพชรดีไซน์รูปทรงหัวใจนี้สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส

ต่างหูเพชรดีไซน์รูปทรงหัวใจ : Jubilee Heart Double Happiness Earring และ Jubilee Heart Love Locket Earring ต่างหูเพชรที่ดีไซน์รูปทรงหัวใจเกี่ยวคล้องเชื่อมโยงใจถึงใจ และรวมหัวใจ 2 ดวงไว้ด้วยกัน เพื่อเปรียบดั่งความรักของคน 2 คนที่มาเกี่ยวคล้องกันไว้

จี้เพชรดีไซน์รูปหัวใจ : Jubilee Heart Love Locket Pendant จี้เพชรหัวใจ 2 ดวงที่ออกแบบมาในลักษณะเกี่ยวคล้องเชื่อมประสานกันเพื่อสื่อถึงใจถึงใจ เปรียบดั่งคู่รักทั้ง 2 ที่มาร่วมกันอธิษฐานขอให้รักนี้นิรันดร์

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคอลเลกชั่นที่ต้องการเติมเต็มความรักในทุกรูปแบบ ผ่านการดีไซน์อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เครื่องประดับเพชรจากยูบิลลี่ ไดมอนด์ Jubilee Heart Collection : JUST WHEN MY HEART SAYS “IT HAD TO BE YOU” ได้เป็นของขวัญแทนใจที่มาพร้อมความหมายดี ๆ และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันเหมาะกับทุกโอกาส ในราคาเริ่มต้นเพียง 19,900 บาท และพิเศษยิ่งกว่าเมื่อซื้อสินค้าคอลเลกชั่น Jubilee Heart มูลค่า 29,900 บาท รับตุ๊กตาหมีคู่รัก Jubilee Mon Chéri มูลค่า 3,590 บาท เป็นของขวัญฟรีตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ พบกับยูบิลลี่ ไดมอนด์ ได้ที่ 130 สาขาทั่วประเทศ หรือ Jubilee Online Store ที่ www.jubileediamond.co.th

.

ชี้เป้าไอเท็มโดนใจกับแคมเปญ “Central Happy Valentine’s Day”

ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ส่งแคมเปญ “Central Happy Valentine’s Day” Send Your Love Message รักนะอยากบอก… ระหว่างวันนี้ – 15 ก.พ. 65 ให้ทุกคู่รักควงแขนมาสร้างโมเม้นท์ความหวานให้พุ่งปรี๊ดฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ ซึ่งแน่นอนว่าวันพิเศษแบบนี้ เป็นช่วงเวลาที่หลายคู่กำลังมองหาของขวัญให้คนรักประทับใจ ซึ่งแฝงไปด้วยความหมายและความรู้สึกดีๆ จากใจผู้ให้ถึงผู้รับ และวันนี้ห้างเซ็นทรัล มัดรวม ไอเดียช้อปของขวัญวาเลนไทน์ชี้เป้าไอเท็มพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ มีครบ! ทั้งเครื่องสำอาง น้ำหอม เครื่องประดับ สินค้าแฟชั่น ไม่ว่าจะคนรักคุณจะเป็นสายแฟ สายบิวตี้ สายลักชัวรี่ หรือสายไหนๆ ก็รับรองต้องถูกใจสิ่งนี้ มาดูกันว่า “วาเลนไทน์ปีนี้จะซื้อของขวัญอะไรให้คนรักดี?” ไปดูกันเลย!

Nars Light Reflecting Setting Powder เริ่มต้นที่สายบิวตี้เลิฟเวอร์ แฟนของคุณต้องกรี๊ดหนักมาก เมื่อได้รับ Nars Light Reflecting Setting Powder แป้งอัดแข็งโปร่งแสง ล็อคลุคเมคอัพให้ติดทนตลอดทั้งวัน ด้วยแพ็คเกจพิเศษรูปหัวใจสีแดง บนพื้นตลับสีทองหรูหรา เกลี่ยง่าย บางเบา มาพร้อมคุณสมบัติช่วยควบคุมความมันได้ยาวนานและไม่ทำให้รองพื้นเปลี่ยนสีระหว่างวัน จากราคาปกติ 1,600 บาท เหลือ 1,440 บาท

Bobbi Brown Extra Lip Tint สี Bare Bloom เรียวปากอิ่มสีสันน่าจุ๊บ เป็นอะไรที่สาวๆ ใฝ่ฝัน เราขอแนะนำ Bobbi Brown Extra Lip Tint สี Bare Bloom ลิปบาล์มเจือสี เนื้อเชียร์ ที่เหนือกว่าลิปบาล์มทั่วไป ด้วยทั้งความชุ่มชื้นเต็มเปี่ยมในแบบลิปบาล์ม และยังมาพร้อมสีสันระเรื่อ ดูเย้ายวนในแบบ Tint เสริมด้วยคุณค่าการบำรุงของน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ เลอค่า ด้วยตัวแท่งสีดำพร้อมลวดลายดอกไม้คลาสสิกสุดหรู ราคา 1,450 บาท

น้ำหอม Giorgio Armani Si Passione EDP 100 ml

มอบกลิ่นหอมแทนคำบอกรัก ด้วย Giorgio Armani Si Passione EDP 100 ml. น้ำหอมผู้หญิงอันดับ 1 จากแบรนด์ Giorgio Armani มอบกลิ่นหอมสไตล์ฟรุ๊ตตี้ ฟลอรัล ของดอกกุหลาบ ผสานกับแบล็ค เคอแรนท์ และวานิลลา ที่สื่อถึงความเย้ายวน หอมหวาน สำหรับผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความมั่นใจน่าหลงใหล หนุ่มคนไหนอยากซื้อเป็นของขวัญให้หวานใจ จัดเลย ราคา 6,000 บาท เหลือ 5,400 บาท

เทียนหอม Jo Malone London Red Roses Home Candle 200G Limited Edition

ชวนแต่งบ้านสร้างบรรยากาศสุดโรแมนติก ให้ค่ำคืนพิเศษด้วยเทียมหอมจาก Jo Malone London Red Roses Home Candle 200G Limited Edition ที่หลอมรวมกลิ่นหอมอันเปี่ยมเสน่ห์ของดอกกุหลาบเจ็ดสายพันธุ์ ด้วยกลิ่น top note เป็นสัมผัสแรกอันสดชื่นจากผลเลม่อน กระจ่าง บางเบา ราวกับสัมผัสแห่งกลีบกุหลาบ มาด้วยแพ็คเกจสุดหรู วางประดับพื้นที่พิเศษของคุณและคนรัก ให้โอบล้อมด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ราคา 3,100 บาท

กระเป๋า Coach รุ่น Coated Canvas Heart Print Camera Bag in Tan Red Apple

อยากให้คนรักสายแฟถูกใจต้องให้สิ่งนี้ กระเป๋า Coach รุ่น Coated Canvas Heart Print Camera Bag in Tan Red Apple คอลเลคชั่น Spring 2022 ดีไซน์ Camera Bag คงเอกลักษณ์ของ Coach ด้วยวัสดุ Signature Canvas สีน้ำตาลอ่อน เข้าธีมวาเลนไทน์ด้วยลวดลายรูปหัวใจและสายสะพายสีแดงสด ใส่ของได้จุใจ คอมพลีทลุคสาวๆ ได้ทุกโอกาส มีความสปอร์ตผสานความสวยหรู สไตล์คุณหนูแต่งตัวเก่งราคา 18,500 บาท

กระเป๋า Furla รุ่น B-Furla Cosy Mini Shoulder Bag-Rub Ruby-Nappa Burnish

ส่องกระเป๋าสวยเพื่อสาวๆ กันต่ออีกใบกับแบรนด์ Furla รุ่น B-Furla Cosy Mini Shoulder Bag-Rub Ruby-Nappa Burnish กระเป๋าสะพายผู้หญิง BZY3PIL สีแดงสดใส ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยวัสดุจากหนังแกะ เมทัลลิก คุณภาพดี และมีสายรัดพร้อมกับโซ่โลหะ หรูหรา แมทช์ได้กับลุคทางการหรือวันช้อปปิ้งสบายๆ ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัว จากราคาปกติ 16,900 บาท เหลือเพียง 8,450 บาท

นาฬิกาข้อมือ Michael Kors รุ่น Darci MK3832

สร้างลุคให้คุณผู้หญิงเพอร์เฟคยิ่งขึ้น กับนาฬิกาข้อมือสุดหรูสัญชาติอเมริกา จากแบรนด์ Michael Kors รุ่น Darci MK3832 ในรูปลักษณ์การดีไซน์นาฬิกาแบบ Darci watch สุดทันสมัย ขนาดหน้าปัด 26 มม. กันน้ำที่แรงดันระดับ 30 เมตร โดดเด่นด้วยตัวเรือนและสายข้อต่อที่ผลิตจากสแตนเลสสีโรสโกลด์ ประดับด้วยหมุดรอบกรอบนาฬิกา จากราคาปกติ 10,500 บาท เหลือเพียง 7,350 บาท  

นาฬิกาข้อมือ Casio G-Shock รุ่น AW-500BB-4EDR

หนุ่มสาวสายสปอร์ตต้องกดเลิฟสิ่งนี้ นาฬิกา Casio G-Shock รุ่นใหม่ ปรับโฉมจากซีรีส์ AW-500 Series ที่เพิ่มความแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันเลื่องชื่อ โดย G-Shock AW-500 Series เปิดตัวครั้งแรกในปี 1989 เป็นนาฬิกาอะนาล็อก-ดิจิตอลรุ่นแรกของ G-Shock โดยรุ่น AW-500BB มาพร้อมด้วย คุณสมบัติ ตัวจับเวลา นาฬิกานับถอยหลัง โดดเด่นด้วยไฟพื้นหลัง ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานถึง 7 ปี จากราคาปกติ 4,000 บาท เหลือเพียง 3,400 บาท

แหวน Swarovski Attract Round Ring Rhodium Plating

สำหรับหนุ่มๆ ที่อยากเห็นรอยยิ้มกว้างๆ ของคนพิเศษของคุณในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แสดงความรักด้วยแหวนแทนใจในวันวาเลนไทน์ จาก Swarovski Attract Round Ring Rhodium Plating สุดหรู สวยสง่างาม วงแหวนประดับประคริสตัลอย่างประณีตและมีระดับ เข้ากับทุกลุคในทุกโอกาส เติมเต็มความสมบูรณ์แบบและความน่าประทับใจให้กับคนที่คุณรัก ราคา 3,290 บาท

ต่างหู West Island รุ่น WI9021211

อีกเครื่องประดับยอดฮิต มอบต่างหูรูปหัวใจสุดน่ารักจากแบรนด์ West Island เครื่องประดับที่ช่วยยกระดับความงดงามของผู้หญิง จากประเทศเกาหลี ประดับประดาอย่างประณีตด้วยคริสตัลแท้จาก Swarovski ตัวเรือนผลิตจากวัสดุเกรดการแพทย์ Nickel Free ที่ผ่านมาตรฐานทุกชิ้น จากราคาปกติ 2,590 บาท เหลือเพียง 2,072 บาท

ผ้าห่ม Sanrio Hoodie

ถูกใจสายหวานกับผ้าห่ม Sanrio Hoodie ไอเท็มสุดคิวต์ให้ความอบอุ่นแทนใจ มาในคอลเลคชั่นพิเศษ จากตัวการ์ตูนยอดนิยมจาก Sanrio มีให้เลือก 3 แบบ 3 สไตล์ ทั้ง Hello Kitty Strawberry, My Melody Sweet Cake และ Cinnamoroll Lemon ผ้าห่มมีฮู้ด ผลิตจากผ้า Microfiber Flannel 240gsm สัมผัสนุ่มน่าใช้ น่าสะสม จากราคาปกติ 1,700 บาท เหลือเพียง 850 บาท

ควงคู่คนพิเศษมาช้อปสุดฟิน เช็คอินวันวาเลนไทน์ ได้ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปผ่าน Central App, Central Chat & Shop, Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 และ Facebook Live ผ่านเฟซบุ๊กเพจ Central Department Store ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

.

FOREO บิวตี้แกดเจตสุดล้ำ

วาเลนไทน์ปีนี้ใครยังไม่มีไอเดียที่จะหาของขวัญให้คนที่คุณรัก สามารถใช้ไอเดียของคู่รัก โดม เมทัล ได้เลย โดยของขวัญสุดเก๋ที่ว่า สาวเมทัล เลือกให้ FOREO LUNA 3 men เครื่องล้างหน้าแบบ 2-in-1 ที่มีทั้งโหมดล้างหน้า และโหมดนวดกระชับผิวหน้า ก็เพราะช่วงนี้ตัวเองและแฟนหนุ่มชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งด้วยกันบ่อย แถมยังออกทริปตั้งแคมป์ด้วยกันเป็นประจำอีก จะปล่อยให้ผิวตัวเองกับคนรักถูกทำร้ายหรือแห้งกร้านก็คงจะไม่โอเคสักเท่าไหร่ ทำเอาหนุ่มโดม เป็นปลื้ม พร้อมหวานต่อด้วยการช่วยมาสก์หน้าให้กับ ศรีภรรยาคนสวยต่อทันทีด้วย เครื่องมาสก์หน้าอัจฉริยะ FOREO UFO ทีนี้ทั้งคู่ก็จะได้มีตัวช่วยผ่อนคลายผิวจากความเหนื่อยล้า เหมือนกับไปทำสปาหน้าที่ร้านหรู แถมยังสะดวก ประหยัดเวลาเพียงแค่ 2 นาทีเท่านั้น เรียกว่าตอบโจทย์คู่รักสายกิจกรรมเป็นที่สุด

สำหรับความไฮเทคของเครื่องล้างหน้าอัจฉริยะ FOREO LUNA 3 men ออกแบบมาเพื่อดูแลผิวของคุณผู้ชายโดยเฉพาะ ช่วยให้คุณผู้ชายสนุกกับการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น นอกจากจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าที่ต้องเจอกับแบคทีเรีย เหงื่อไคล และมลภาวะต่าง ๆ เจ้าเครื่องล้างหน้านี้ก็ยังช่วยทำความสะอาดผิวหน้าตรงบริเวณหนวดเคราได้อย่างล้ำลึกสะอาดหมดจด

ส่วนเครื่องมาสก์หน้าอัจฉริยะ FOREO UFO™ เป็นการผสานเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง Hyper-Infusion และแสง LED Full Spectrum เพื่อให้การปรนนิบัติผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และล้ำลึกยิ่งขึ้น แถมยังเพลิดเพลินไปกับการทำทรีตเมนต์ที่ก็ทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้านเหมือนมีผู้เชี่ยวชาญจากสปามาทำให้ ใช้เวลาเพียงแค่ 2 นาทีก็สวยใสได้ง่าย ๆ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของสาวยุคนี้เป็นที่สุด

ใครอยากตามไปส่องความหวานของคู่รักคู่นี้ต่อ ก็สามารถตามไปดูกันได้ที่ไอจีของสาวเมทัลกันเลย ที่ลิ้งก์ instagram รับรองว่าดูไป เขินไปด้วยกันแน่นอน  FOREO LUNA 3 MEN และ FOREO UFO มีจำหน่ายที่ Sephora ทั่วประเทศ, Sephora.co.th, Central.co.th, Lazada LazMall, Shopee Premium Mall, F1RSTER, Wild Clinic, King Power

.

แกร็บมาร์ท ชวนบอกรักวันวาเลนไทน์ด้วยเซ็ตของขวัญสุดพิเศษ พร้อมบริการส่งด่วนทั่วไทยใน 25 นาที

วาเลนไทน์ปีนี้ แกร็บ ชวนทุกคนบอกรักและส่งมอบความรู้สึกดีๆ ให้กับคนพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น แฟน คนในครอบครัว เพื่อนสนิทหรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน กับแคมเปญ GrabMart Valentine’s Day จากบริการ “แกร็บมาร์ท” (GrabMart) เพื่อต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรัก ด้วยของขวัญแทนใจอย่างช่อดอกไม้ ช็อกโกแล็ต เครื่องสำอางค์ รวมถึงกิฟต์เซ็ตสุดพิเศษจากหลากหลายแบรนด์ดัง มาพร้อมโปรโมชันสุดปังที่มอบส่วนลดสูงสุดถึง 50% ที่กดสั่งง่ายแค่ปลายนิ้ว เพียงแค่เข้าแอป Grab พร้อมให้พี่ๆ คนขับแจ๊กเก็ตเขียวเป็นกามเทพส่งมอบของขวัญไปถึงมือคนที่คุณรักภายใน 25 นาทีเท่านั้น

· แกร็บคัดสรรของขวัญสุดพิเศษหลากหลายให้ได้เลือกสรรจาก 3 กลุ่มสินค้าหลักยอดฮิต ได้แก่ 1) ช่อดอกไม้ จากร้านชั้นนำ อาทิ PREMIUM FLOWERS BKK และ Papercut Thailand 2) สินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอาง น้ำหอม สกินแคร์ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจาก Boots , BEAUTRIUM, Matsumoto, Oriental Princess และ 3) สินค้ากลุ่มของขวัญ โดยมีการจัดเป็นกิฟต์เซ็ตพิเศษเฉพาะในช่วงเวลาไทน์ อย่างเซ็ตเครื่องหอม จาก Karmakamet ช็อคโกเเลตที่มาในแพคเกจจิ้งรุ่นลิมิเต็ด รวมถึงชุดของขวัญจากรีเทลชั้นนำอย่างท็อปส์ และโลตัส

· ถูกใจสายเปย์ แกร็บยังมอบส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 50% สำหรับบริการแกร็บมาร์ทระหว่างวันที่ 7 ถึง 20 กุมภาพันธ์ พร้อมส่งโปรโมชัน FlashSale โปรด่วนทันใจให้ลุ้นรับส่วนลดตามช่วงเวลาเพื่อเพิ่มความสนุกในการช้อปปิ้ง และฟีเจอร์เด็ดสำหรับคู่รักนักวางแผนให้สามารถเตรียมปาร์ตี้วันวาเลนไทน์ได้ล่วงหน้าผ่านฟีเจอร์ “Schedule Order” โดยสามารถสั่งสินค้าบน GrabMart พร้อมเลือกวันและเวลาที่ต้องการจัดส่งล่วงหน้าได้สูงสุด 14 วัน ลุ้นรับส่วนลดสูงสุดถึง 30% และยังสามารถส่งของขวัญให้คนที่คุณรักผ่าน GrabExpress เพียงใส่รหัส VDAY80 รับส่วนลดสูงสุด 80% หรือลดสูงสุด 50 บาท ตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 14 กุมภาพันธ์นี้*

· รักนะแต่ไม่มีเวลาก็หายห่วงเพราะสามารถเลือกช้อปของขวัญปังๆ แล้วกดส่งด่วนได้ที่แกร็บ! ส่งไวถึงหน้าบ้านภายใน 25 นาที** ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่วนคู่รักทางไกล แกร็บ เปิดฟีเจอร์ให้ส่งข้ามประเทศได้แล้ว โดยสามารถเลือกส่งของขวัญให้คนที่คุณรักครอบคลุมถึง 5 ประเทศในอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ เมียนมาร์

สำหรับใครที่ยังไม่มีไอเดียเด็ดๆ เซอร์ไพรส์คนที่คุณรัก แกร็บ ขอนำเสนอ 5 ไอเท็มสุดฮอตที่มียอดสั่งซื้อมากที่สุดในช่วงวันวาเลนไทน์*** ให้เป็นทางเลือกในการช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศเทศกาลแห่งความรักในปีนี้ 

โดยสินค้าขายดีอันดับที่ 1 คงหนีไม่พ้นของขวัญสื่อรักสุดคลาสสิคอย่าง ‘ดอกไม้’ แน่นอน ในส่วนของสินค้าขายดีอันดับที่ 2 ต้องยกให้ ‘เครื่องประดับ’ ที่เปรียบเสมือนโซ่คล้องใจอย่าง สร้อยคอ สร้อยข้อมือ และแหวนนั่นเอง อันดับที่ 3 คงเดากันได้ไม่ยากเพราะเมื่อนึกถึงวันวาเลนไทน์ก็ต้องนึกถึงของหวานอย่าง ‘ช็อกโกแลต’ และของขวัญยอดฮิตที่ตามมาเป็นอันดับที่ 4 ก็คือ ‘ชุดของขวัญ’ ที่แต่ละแบรนด์ได้นำผลิตภัณฑ์ขายดีมาจัดเป็นเซ็ต ดีไซน์แพ็คเกจเก๋ๆ ให้เหมาะกับเทศกาล ปิดท้ายด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Health & Beauty อาทิ เครื่องสำอาง และ น้ำหอม ก็คว้าอันดับที่ 5 ไปครองได้อย่างสวยงาม หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และโปรโมชันในช่วงวาเลนไทน์ สามารถติดตามข่าวสารได้ที่: www.facebook.com/GrabTH

.

Shopee Valentine’s Sale ช้อปโปรเด็ดมัดใจเธอ

คิวปิดช้อปปี้ขอเป็นตัวแทนส่งรักให้นักช้อปชาวไทยที่มาพร้อมประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่สุดด้วยโปรเด็ดอย่าง ส่วนลดสูงสุด 85%, โค้ดลดเพิ่ม 14% พร้อมชวนช้อปต่อเนื่องในแคมเปญ ทุกวันที่ 15 Mid Month Sale ส่งความสุขให้นักช้อปผ่าน 4 สูตรแห่งรักฉบับนิวนอร์มัลให้นักช้อปทุกคนในแคมเปญสุดพิเศษ “Shopee Valentine’s Sale” ช้อปโปรเด็ดมัดใจเธอ พร้อมชวนช้อปปิ้งของขวัญสุดพิเศษให้กับตัวเองและคนที่คุณรักที่มาพร้อมโปรโมชั่นเด็ด ดีลดีในธีมวันแห่งความรัก ยกระดับความพิเศษด้วยกิจกรรมความบันเทิงจากฟีเจอร์ยอดฮิต อย่าง Shopee Live และ Shopee Prizes ตั้งแต่วันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2565

ส่งโมเม้นต์สุดเพอร์เฟ็กต์ให้นักช้อปผ่าน 4 สูตร Love แห่งรัก

Love at First Sight – ลุคเป๊ะ หน้าปัง พร้อมออกเดท

Love at First Sight หรือรักแรกพบ ยังคงเป็นคำสุดคลาสสิกในทุกยุค ทุกสมัย ทั้งรักแรกพบจาก พฤติกรรม นิสัยใจคอ แต่จะปฏิเสธไม่ได้เลยที่จะบอกว่า หนึ่งในนั้นคือหน้าตา บุคคลิก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เรามองหาด้วยเช่นกัน ดังนั้น สูตร Love ข้อนี้คือการสร้างความประทับใจแก่ฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่แรกเห็น ดังนั้นวันนี้ช้อปปี้ขอเนรมิตรแอปช้อปปี้ให้เป็นห้องฟิตติ้งเฉพาะกิจ ให้เลือก ลอง ช้อป อัพลุคเนี้ยบเป็นพิเศษกับบิวตี้ไอเท็ม และเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ หลากหลายสี ให้เลือกสรรกันแบบไม่มีกั๊ก เตรียมพร้อมออกเดทวาเลนไทน์ทั้งที่ร้านอาหารวิวสุดเพอร์เฟ็กต์หรือดินเนอร์สุดหรูจากที่บ้านก็สวยเลิศได้เหมือนกัน เราบอกได้เลยว่าแค่คุณเข้าช้อปปี้ ก็สามารถ สวย หล่อ ครบ จบ ได้ที่ช้อปปี้ ที่นี่ที่เดียว และเพื่อเป็นการยกระดับความพิเศษในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ นักช้อปชาวไทยจะได้พบกับโปรโมชั่นสวยสุดเฟี๊ยสภายใต้ธีม Love at First Sight ลุคเป๊ะ หน้าปัง พร้อมออกเดท จากแบรนด์ดังชั้นนำบน Shopee Mall และ Shopee Premium อย่าง Foreo, Huxley, Nivea, The Body Shop, Jovina Cosmetics, Revlon, Cutepress, Beauty Buffet, Bangkok Golds, Memorine Jewelry, Zilvy, Jewelry Buffet, Ralunar และอีกคับคั่ง บอกได้เลยแบรนด์ดัง เป๊ะปังขนาดนี้ จะอดใจยังไงไหว

Love at First Bite – อิ่มฟินกินกับคนพิเศษ

วันพิเศษกับคนพิเศษทั้งที แน่นอนว่ามื้อพิเศษก็เป็นอีกสูตรรักกระชับความสัมพันธ์ที่ทั้งสองฝ่ายอยากสร้างโมเมนต์ดีๆ อัพรูปสุดหวานลงโซเชียลมีเดียเก็บไว้เป็นความทรงจำร่วมกัน ไม่ว่าจะดินเนอร์สุดโรแมนติกกันที่ร้านอาหาร หรือหลายๆ คนอาจจะสั่งอาหารเดลิเวอรี่กับร้านโปรดมาฉลองวันแห่งความรักอย่างอบอุ่นที่บ้านก็ทำได้เช่นกัน รวมไปถึงคู่รักที่อาจจะอยู่ไกลกัน อยู่คนละซีกโลกก็สามารถส่งรักแบบฉบับนิวนอร์มัลก็ได้เช่นกัน อาจจะชวนกันจัดโต๊ะอาหารท่ามกลางแสงเทียนและรายล้อมไปด้วยเมนูคู่ใจ พร้อมวิดีโอคอลมาร่วมดินเนอร์แสนหวานสร้างความสุขก็ทำให้ใจเราถึงกันราวกับการนั่งจ้องหน้าอยู่ตรงข้ามกัน บอกได้เลยว่าไม่สามารถมีอะไรมากั้นหรือระยะทางจะเป็นอุปสรรคของความรักที่เรามีให้กัน เพราะไกลแค่ไหน ก็ใกล้แน่นอน ถ้าใจเราเชื่อมถึงกัน ก็ไม่ต้องหวั่น และเพื่อเป็นการฉลองเทศกาลแห่งความรักเช่นนี้ ช้อปปี้ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความรักและความสุขให้กับนักช้อปของเราผ่านหมวดหมู่อาหารและเครื่องดื่มพร้อมทั้งพาเหรดร้านอาหารจากแบรนด์ดังชั้นนำบน ShopeeFood นำทัพความอร่อยโดย Cold Stone Creamery, Chabuton, Flash Coffee, Katsuya,Thai Terrace, Pepper Lunch, Olino Crepe & Tea, Swensen’s, The Coffee Club, Shibuya Shabu และอีกคับคั่ง….ช้อปปี้ขอกระซิบบอกนักช้อปสายกิน ชวนอิ่มฟินกินกับคนพิเศษ Love at First Bite ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 ที่มาพร้อมโปรโมชั่นเด็ดจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง NANA Coffee Roasters, Paul and Kate Bangkok, Green Pea Organic และ KCG Fresh Frozen ที่พร้อมเสิร์ฟส่งตรงถึงหน้าบ้านคุณด้วยความรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัยอย่างแน่นอน

Love Language – ของขวัญแทนคำบอกรัก

มาถึง Love ที่ 3 สำหรับวาเลนไทน์ปีนี้ นักช้อปลองมองหาของขวัญสุดพิเศษซักชิ้นให้กับคนที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว เพื่อน รวมไปถึงคนรัก ซึ่งของที่เราจะให้อาจจะไม่จำเป็นต้องราคาแพง แต่ขอให้เป็นของที่ผู้รับจะชื่นชอบและเป็นการบ่งบอกถึงความตั้งใจ และใส่ใจของผู้ให้ได้ก็เป็นคำบอกรักที่น่ารักได้ดีวิธีหนึ่งเลยทีเดียว ถึงแม้บางคนอาจจะอยู่ไกลกันในช่วงเวลาเช่นนี้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรค เพราะเราสามารถสั่งสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่มาพร้อมการบริการที่สะดวกสบาย รวดเร็ว และปลอดภัยได้ด้วยเช่นกัน หากใครที่ยังไม่มีไอเดียที่จะเลือกของขวัญก็สามารถเข้าแอปช้อปปี้เพื่อมาเลือกของขวัญแทนคำบอกรักได้อย่างหลากหลายทั้งจากร้านค้า และแบรนด์ดังชั้นนำบน Shopee Mall และ Shopee Premium ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พบกับธีม Love Language ของขวัญแทนคำบอกรัก นักช้อปจะได้เพลิดเพลินไปกับดีลเด็ดสำหรับคนพิเศษจากแบรนด์ดังอย่าง World Camera, Baoneo, Misterrobot, Autobot, Oysterandthings, Goldenrose Thailand และอีกมากมาย รับรองโดนใจผู้ให้ถูกใจผู้รับเป็นทีสุด

Love is never too late – โค้งสุดท้ายส่งของขวัญแทนใจ

ปิดท้ายกับสูตรรักฉบับวาเลนไทน์ปีนี้ทั้งที ช้อปปี้จึงขอเป็นคิวปิดส่งมอบความรักอย่างต่อเนื่องในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ภายใต้ธีม Love is never too late โค้งสุดท้ายส่งของขวัญแทนใจ เพราะความรักไม่มีคำว่าสาย ไม่ว่าเราจะมีความรักในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว คู่รัก พี่น้อง เพื่อนซี้ ก็มีรักให้กันได้ในทุกๆ วัน นักช้อปสามารถช้อปของขวัญแทนใจที่มาพร้อมโปรโมชั่นส่งท้ายเทศกาลวาเลนไทน์จากแบรนด์เด็ด ดีลโดน ไม่ว่าจะเป็น Dr.Pong, Charcoalogy, Gadwell, Shependence, Zoom Camera, AIWA และอีกคับคั่ง เรียกว่าส่งท้ายโมเมนต์ความหวานให้อิ่มอกอิ่มใจกันอย่างสุดๆ

นอกจาก 4 สูตรแห่งรักฉบับนิวนอร์มัลที่มาพร้อมการช้อปปิ้งสุดปังในแคมเปญ “Shopee Valentine’s Sale” ช้อปโปรเด็ดมัดใจเธอ ที่มาพร้อม ส่วนลดสูงสุด 85% โค้ดลดเพิ่ม 14% และอีกคับคั่งจากแบรนด์ดังบน Shopee Mall อาทิ L’oreal, Dettol, Skyworth, Brands, Foremost, Johnson & Johnson, Herschel ,Skechers และอีกมากมาย นอกจากนี้แล้ว นักช้อปชาวไทยยังจะได้พบกับพาเหรดความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบเรียกได้ว่า อิ่มเอมไปกับความรักอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Shopee Live, Shopee Prizes ไม่เพียงเท่านี้ ช้อปปี้ยังชวนคุณร่วมแชร์รูปกับหวานใจพร้อมติด #ช้อปปี้แจกใหญ่มัดใจเธอ และโพสต์ ผ่าน IG Post ของตัวเอง หรือ Add yours IG Story จาก @shopee_th พร้อมเปิดเป็นสาธารณะ สามารถเริ่มกิจกรรมรับวาเลนไทน์นี้ได้ตั้งแต่ วันที่ 11 – 14 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้โชคดีจะได้รับรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ช้อปปี้บอกเลย สาวๆ ทุกคนต้องร้องว้าว เพราะรางวัลใหญ่ของเราเว่อร์วังอลังการเป็นที่สุด ติดตามประกาศรายชื่อผู้โชคดีได้ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 พร้อมทั้งสามารถช้อปปิ้งรับวาเลนไทน์ในแคมเปญ Shopee Valentine’s Sale 

นอนสตอปช้อปปิ้งกับแคมเปญ “ทุกวันที่ 15 Mid Month Sale” กันต่อเลยสิคะ! นักช้อปยังสามารถช้อปต่อแบบนอนสตอปไปกับแคมเปญครึ่งเดือนครึ่งราคาไปกับ “ทุกวันที่ 15 Mid Month Sale” ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ครั้งนี้ช้อปปี้ได้ยกพาเหรดร้านค้าและแบรนด์ดังชั้นนำ บน Shopee Mall ตบเท้าเข้าร่วม อาทิ Lotus’s, Oppo, Autobot, LG, Mamypoko, Sony, Hisense, P&G และอีกมากมาย พร้อมเตรียมส่งโปรโมชั่นสุดต๊าช ฟาดทุกดีลทั้ง สินค้าดีลเด็ดราคา 1 บาท1, โค้ดรับเงินคืน 20% Coins 2 และโปรโมชั่นส่งฟรีขั้นต่ำ 0 บาท 3 และอีกคับคั่ง ไม่เพียงเท่านี้ ShopeePay มัดรวมโปรเด็ดสำหรับนักช้อปที่ชำระเงินผ่าน ShopeePay จะได้รับสิทธิพิเศษอย่าง เติมเงิน เติมเน็ต รับเงินคืนสูงสุด 40% Coins โปรดูหนังราคากระชากใจ รับเงินคืน 15% Coins พร้อมดีลป๊อปคอร์นเพียง 9 บาท จองโรงแรมทั่วไทยรับส่วนลดสูงสุด 300 บาท จองรถทัวร์ลดสุดคุ้มทุกจังหวัด รับส่วนลดสูงสุด 200 บาท และใหม่! จองตั๋วเครื่องบิน แจกโค้ดส่วนลด 300 บาท

นอกจากความคุ้มค่าที่ช้อปปี้พร้อมเสิร์ฟแล้วนั้น ช้อปปี้ขอแนะนำ ‘SPayLater’ โซลูชั่นทางการเงินที่มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินเพื่อส่งเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่ายบนช้อปปี้ พร้อมเพิ่มสภาพคล่องในการใช้จ่ายด้วยทางเลือกในการจับจ่ายสินค้าได้ก่อนและสามารถชำระภายหลังได้ ตอบสนองความต้องการด้านการชำระเงินที่หลากหลาย สามารถผ่อนชำระสูงสุดนานถึง 12 เดือน4 พร้อมวงเงินสูงสุดถึง 100,000 บาท5 โดยขึ้นอยู่แต่ละบุคคล สำหรับผู้ใช้งานที่สนใจสามารถสมัครใช้งานและลงทะเบียน ‘SPayLater’ ได้แล้ววันนี้ที่ https://shopee.co.th/spaylater

ยกระดับความคุ้มค่าไปอีกขั้น นักช้อปจะได้พบกับแคมเปญ “Shopee ช้อปดีมีคืน” เพื่อสนับสนุนยอดขายของร้านค้าจากนโยบายลดหย่อนภาษีของรัฐบาล โดยนักช้อปสามารถช้อปสินค้าที่มีป้าย “ช้อปดีมีคืน” กับแบรนด์ที่ร่วมรายการบน Shopee Mall ซึ่งจะสามารถลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2565 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shp.ee/gnitriz เตรียมพบกับแคมเปญ “ทุกวันที่ 15 Mid Month Sale” ครั้งเดือนครึ่งราคาได้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 

โฮมสไตลิสต์แชร์ไอเดียแต่งบ้านสวยมีสไตล์ พร้อมผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675514

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 11:12 น.โฮมสไตลิสต์แชร์ไอเดียแต่งบ้านสวยมีสไตล์ พร้อมผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอม

เมื่อบ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป THANN ร่วมกับโฮมสไตลิสต์สาวมากฝีมือ แนะไอเดียการตกแต่งบ้านสวยมีสไตล์ พร้อมผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอม (Aromatherapy)

การแพร่ระบาดของโควิดส่งผลต่อวิถีการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน “บ้าน” สถานที่ที่เคยเป็นเพียงที่อยู่อาศัยจึงถูกเปลี่ยนบทบาทและรูปแบบการใช้งานให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเป็นทั้งออฟฟิศ ห้องประชุม ห้องเรียน คาเฟ่ ฟิตเนส หรือแม้กระทั่งโรงภาพยนตร์ขนาดย่อมไปในตัว การสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับแต่ละพื้นที่การใช้งานภายในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ

แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) จึงได้ร่วมกับโฮมสไตลิสต์สาวมากฝีมือ อวน–วยา ดุลยบวรกุล แนะ “ไอเดียแต่งบ้านสวยมีสไตล์พร้อมผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy)” กับผลิตภัณฑ์ ‘เครื่องกระจายกลิ่นหอม’ (Electric Aroma diffuser), ‘น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ’ (Pure essential oil), ‘ก้านไม้หอม’ (Aroma diffuser), ถุงหอม (Aroma charm) และ สเปรย์น้ำหอม (Fragrance mist) พร้อมเชิญเหล่าเซเลบริตี้ผู้รักการตกแต่งบ้าน อาทิ ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, เอมษิกา โชติวิจิตร และ วนิดา โกลเทน มาร่วมเผยเคล็ดลับการเลือกกลิ่นหอมให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ภายในบ้าน

โฮมสไตลิสต์สาวมากฝีมือ วยา ดุลยบวรกุล กล่าวถึงไอเดียการตกแต่งบ้านสวยมีสไตล์ พร้อมผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอม (Aromatherapy) ว่า การตกแต่งบ้านให้น่าอยู่เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะบ้านเป็นเสมือนโลกใบเล็กๆ ของเรา การตกแต่งบ้านให้มีความสวยงาม น่าอยู่จึงช่วยทำให้ผู้อาศัยอบอุ่นใจและรู้สึกผ่อนคลาย ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้เราต้องปรับรูปแบบการใช้ชีวิตหลายอย่างภายในบ้าน บ้านจึงเป็นพื้นที่ที่รวมทุกกิจกรรมไว้ด้วยกัน ตั้งแต่เป็นที่พักอาศัย ออฟฟิตส่วนตัว ห้องสมุด โรงหนัง คาเฟ่ บาร์ สถานที่ออกกำลังกาย ฯลฯ ทำให้เราใช้เวลาอยู่กับบ้านแทบตลอดเวลา ซึ่งการอยู่ในบรรยากาศหรือสถานที่เดิมๆ อาจก่อให้เกิดความเครียดโดยที่เราไม่รู้ตัว

ดังนั้น การจัดสรรพื้นที่ใช้งานภายในบ้านอย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญนอกเหนือจากการเพิ่มประโยชน์การใช้สอย

· เปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นห้องทำงาน หามุมจัดวางโต๊ะทำงานในบริเวณที่มีแสงธรรมชาติเข้าถึง และควรแบ่งสัดส่วนพื้นที่ทำงานออกจากพื้นที่สันทนาการอย่างชัดเจน

· สร้างมุมพักผ่อนภายในบ้าน เพื่อพักสายตาจากการทำงาน สามารถช่วยให้การอยู่บ้านเป็นเรื่องไม่น่าเบื่อ อาจเป็นมุมจิบกาแฟ พร้อมต้นไม้เล็กๆ หรือจัดเป็นสวนพักผ่อนเล็กๆ ที่ระเบียง

· จัดมุมออกกำลังกาย อาจหาพื้นที่ว่างภายในบ้าน หรือแบ่งพื้นที่บางส่วนของห้องนั่งเล่นมาใช้เป็นมุมออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคะ หรือแอโรบิค

· ปรับบริเวณครัวให้เป็นคาเฟ่สำหรับเตรียมเครื่องดื่ม โดยหาบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ หรือมีแสงธรรมชาติส่องถึง เพื่อสร้างบรรยากาศที่โปร่งโล่ง ไม่อึดอัด โดยอาจปรับเปลี่ยนมาเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชั่น เพื่อเพิ่มลักษณะการใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

· สร้างพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน ช่วยเติมความสดชื่น โดยนำกระถางต้นไม้เล็กๆ มาตกแต่งบริเวณหน้าต่าง โต๊ะอาหาร หรือตามมุมต่างๆ ภายในบ้าน ควรเน้นไม้ประดับที่ดูแลง่าย ชอบแสงรำไร ช่วยดักฝุ่น และฟอกอากาศให้กับบ้าน

· ตกแต่งผนังบ้านด้วยงานศิลปะที่ชื่นชอบ งานคราฟต์ หรืองานฝีมือต่างๆ เพื่อช่วยสร้างแรงบังดาลใจ

นอกจากการตกแต่งบ้านที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาแล้ว เรายังสามารถออกแบบมิติของ “กลิ่นหอม” ด้วยน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศความสดชื่น ผ่อนคลาย ทำให้บ้านน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เราสามารถใช้เครื่องกระจายกลิ่นหอม ก้านไม้หอม ถุงหอม หรือสเปรย์หอม เคล็ดลับ คืออย่าเติมกลิ่นให้บ้านมากจนเกินไป ควรเจือจางให้กลิ่นอ่อนๆ นอกจากจะช่วยให้หายใจได้ปลอดโปร่งแล้ว ยังเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับห้องอีกด้วย เราสามารถออกแบบกลิ่นหอมให้เหมาะกับพื้นที่แต่ละส่วนภายในบ้านได้

· ห้องน้ำ ควรเลือกเป็นกลิ่นที่สามารถกลบกลิ่นจากท่อ หรือกลิ่นอับชื้นได้ อาจเป็นกลิ่นแนวสมุนไพรอย่างตะไคร้ มะกรูด หรือมะนาว กลิ่นที่แนะนำคือ Oriental Essence

· ห้องนั่งเล่น ควรเลือกเป็นกลิ่นที่ให้ความสดชื่นและเหมาะสำหรับทุกคน เป็นกลิ่นแนวสดชื่นของผลไม้ตะกูลซีตรัส กลิ่นที่แนะนำคือ Aromatic Wood หรือ Eastern Orchard

· ห้องนอน ควรเน้นกลิ่นที่มอบความสงบ ผ่อนคลาย เสริมสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อน กลิ่นที่แนะนำคือ Lavender & Rosemary, Jasmine Blossom หรือ Spring Forest

· ห้องทำงาน ควรเน้นกลิ่นที่ช่วยสร้างสมาธิ ทำให้สมองปลอดโปร่ง กลิ่นที่แนะนำคือ Aromatic Wood, Eden Breeze หรือ Earl Grey Infusion

· ห้องครัว ควรเน้นกลิ่นที่เพิ่มความรู้สึกสะอาดสดชื่น กลิ่นที่แนะนำคือ Eastern Orchard หรือ Oriental Essence”

ด้านเซเลบริตี้สาวที่มาร่วมเวิร์คช็อปทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ ต่างก็เผยเคล็ดลับการเลือกกลิ่นหอมให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ภายในบ้านตามแบบฉบับตนเอง เริ่มที่ ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เผยว่า “เอยให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศภายในบ้าน เพราะบรรยากาศที่ดี มีกลิ่นหอมๆ จะช่วยให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น ภายในบ้านจึงมักมีเทียนหอม เครื่องกระจายกลิ่นหอม ถุงหอม วางประดับตกแต่งกลมกลืนไปกับทุกส่วนของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องทานอาหาร เวลาอยู่บ้านก็มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บริเวณห้องทานอาหาร ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของทุกคนในบ้าน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทานข้าว แต่ก็มักจะมานั่งเล่น ดูทีวี พบปะพูดคุยกันอยู่เป็นประจำ ห้องนี้เอยก็จะมีก้านไม้หอมกลิ่น โรมาติก วูด วางไว้เพื่อสร้างความสดชื่นมีชีวิตชีวาด้วยกลิ่นหอมของผลส้ม แทนเจอรีน ผสานกับกลิ่นหอมของจันทร์เทศและแซนดัลวูด อย่างห้องนอนก็จะเป็นกลิ่นกลิ่นเอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น ที่มีส่วนผสมของดอกลาเวนเดอร์ กระวาน และคลารี่ เสจ ช่วยสร้างความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี”

เอมษิกา โชติวิจิตร กล่าวว่า ว่า “จินนี่ชอบใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องนอน เพื่อพักผ่อน อ่านหนังสือ เล่นอินเทอร์เน็ตติดตามข่าวสาร ซึ่งบริเวณห้องก็จะถูกตกแต่งให้สวยงาม มีการสร้างบรรยากาศที่ดีเพื่อเหมาะแก่การพักผ่อน เรื่องกลิ่นจึงเป็นสิ่งที่เราจะให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในห้องนอนเราจะต้องมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ตลอดเวลา ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ เราจะวางเครื่องกระจายกลิ่นหอม หรือถุงหอม บริเวณข้างเตียงนอน สำหรับกลิ่นที่ชอบและใช้ประจำคือ อีเดน บรีซ เพราะกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกุหลาบและดอกมะลิช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ค่ะ”

วนิดา โกลเทน เผยว่า ว่า “นิดาชอบใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องนั่งเล่น เพราะอยู่ติดกับสวนหย่อม ได้มองเห็นท้องฟ้า ต้นไม้และดอกไม้ ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบให้บ้านมีกลิ่นหอม โดยแต่ละพื้นที่ในบ้านก็จะเลือกใช้กลิ่นที่ต่างกันขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ทำ เช่น ห้องนอนก็จะมีเครื่องกระจายกลิ่นหอม ส่วนห้องนั่งเล่นก็จะวางก้านไม้หอม ไว้ตามจุดต่างที่มีลมผ่านอย่างบริเวณใต้เครื่องปรับอากาศ เพื่อที่กลิ่นจะได้กระจายตัวได้ดีขึ้น สำหรับกลิ่นที่ชอบเป็นพิเศษก็คือ กลิ่นอีเดน บรีซ และเอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น โดยบางครั้งเราก็จะเอาทั้ง 2 กลิ่นมาผสมกันให้เกิดกลิ่นใหม่ แต่ละพื้นที่แต่ละห้องก็จะใช้กลิ่นต่างกัน ถือว่าเป็นการสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอม ซึ่งทำให้บ้านน่าอยู่มากขึ้นค่ะ”

สร้างสรรค์บรรยากาศความหอมให้กับทุกพื้นที่ภายในบ้านกับผลิตภัณฑ์ ‘เครื่องกระจายกลิ่นหอม’ (Electric Aroma diffuser), ‘น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ’ (Pure essential oil), ‘ก้านไม้หอม’ (Aroma diffuser), ถุงหอม (Aroma charm) และ สเปรย์น้ำหอม (Fragrance mist) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ

เคล็ดลับเติมพลัง “ LOVE & LUCK” ให้อบอวลทั่วบ้านรับวาเลนไทน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/675518

วันที่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 12:50 น.เคล็ดลับเติมพลัง “ LOVE & LUCK” ให้อบอวลทั่วบ้านรับวาเลนไทน์

จัดบ้านให้เข้าที่…แล้วความรักจะเข้าทาง!! ส่องเคล็ดลับการแต่งบ้านจัดเต็มด้วยโทนสี การดีไซน์ และใช้ไอเท็มช่วยจัดการสวยเป็นระเบียบ โดยปรับโฉม 3 โซนเพิ่มความสวีท เติมพลัง“LOVE & LUCK ”ให้ดีต่อใจ จะมีมุมไหน… ตามมาดูกันเลย

ห้องนั่งเล่น (ที่ไม่ได้มาเล่นๆ) กับการ Shading โทนสีห้องห้องนั่งเล่นเป็นห้องที่สมาชิกในครอบครัวใช้เวลาร่วมกันมากที่สุดเทรนด์การใช้โทนสีไล่ระดับ (Shading) เพื่อสร้างแพทเทิร์นบนผนัง ช่วยสร้างความแปลกใหม่และบรรยากาศที่ไม่จำเจ และสำหรับการเลือกเฟอร์นิเจอร์ควรคำนึงถึง “หลักการเลขคู่” จะแบบคู่รัก คู่พี่น้อง ลองหาโซฟานั่งสบาย สีสันสดใส สีชมพู สีแดง พร้อมโต๊ะข้างวางโชว์แจกันจัดแต่งดอกไม้เพิ่มความสดชื่นมีชีวิตชีวา บางมุมรีแลกซ์สามารถเปลี่ยนมุมโซฟามานั่งบนพรมสีหวานๆ หรือหาเบาะรองนั่งมาเอนตัวอ่านหนังสือก็ชิวไปอีกแบบ ตกแต่งผนังห้องด้วยรูปภาพสื่อความหมายดีๆ อย่างภาพใบกิงโกะ สัญลักษณ์แห่งความรักแฮปปี้เอนดิ้ง  หรือเติมภาพนกยูงคู่เสริมความรัก ความสุข ให้รักหวานชื่นยาวนาน หรือจะหาชั้นวางของมาตั้งเสริม กล่องเก็บของไม่ให้กระจัดกระจายรกห้อง ยิ่งช่วยจัดระเบียบเสริมความสวีทหวานไม่ให้วุ่นวายได้อย่างลงตัว

สาดเครื่องปรุงลงอาหารฉันใด จงสาดสีสันลงในครัวฉันนั้น!! ใครว่าห้องครัวต้องใช้เฉพาะสีหม่นหรือสีเอิร์ทโทน…วาเลนไทน์ปีนี้ลองมาเปลี่ยนให้รู้สึกสนุกมากยิ่งขึ้น เนรมิตห้องครัวและห้องทานข้าวให้เป็นวันพิเศษมื้อพิเศษในทุกๆวัน ด้วยการใช้ “คู่สีสเปคตรัม” (Color Spectrum) สีโทนสดใสและร้อนแรงมาตัดกัน สร้างอารมณ์สนุกกับกิจกรรมภายในครัว  อย่าลืมจัดวางอุปกรณ์ครัว  ชุดจาน ชามช้อมส้อม ให้เป็นระบบ เรียงวางในชั้นให้เป็นระเบียบ ใช้ชั้นวางแบบล้อลากจัดกรุ๊ปของใช้ และลากใช้งานลื่นไหลไม่สะดุดสะดวกสุดๆ   เติมความหวานด้วยการช่วยกันทำอาหารและจัดอาหารมื้อพิเศษใส่จานสีสดใส รับรองว่าความรักอวบอวลไปทุกอณูในมื้ออาหารสุดแสนพิเศษนี้แน่นอน!!

พาสเทลใสๆ เป็นระเบียบละมุนหัวใจ กับห้องนอนแนวมินิมอล เติมความหวานไม่มีวันหยุด เพราะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เทรนด์การตกแต่งห้องนอนปี 2022 ยอดฮิต คือการสร้างบรรยากาศการนอนที่สุขสงบ ด้วยชุดเครื่องนอนที่ใช้โทนสีคู่พาลเทล ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และการจัดวางเฟอร์นิเจอร์  หรือข้าวของไม่ควรวางกระจัดกระจาย จัดทุกอย่างให้เข้าที่เข้ามุม ลองแต่งห้องนอนสไตล์ Minimalist ด้วยโทนสีขาว เป็นตัวแทนของความเรียบง่าย มอบความรู้สึกสงบ หรืออาจนำเครื่องหอมมาสร้างบรรยากาศหวานละมุน ช่วยให้คู่รักและสมาชิกในครอบครัวสู่การพักผ่อนอย่างแท้จริง

เลือกช้อปไอเทมเด็ดแต่งบ้านเสริมพลัง LOVE & LUCK รับพลังบวกในเดือนแห่งความรัก ใน “เทศกาลจัดบ้านแห่งปี” “LET’S ORGANIZE” เริ่มแล้ววันนี้ – 23 ก.พ. 2565 ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 31 สาขาทั่วประเทศ หรือช้อปง่ายๆ ผ่านช่องทาง Online ที่ www.indexlivingmall.com สอบถามโทร 1379