Arizona Rodeo นิยามบทใหม่แห่งพลังเฟมินีน!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674656

วันที่ 03 ก.พ. 2565 เวลา 09:15 น.Arizona Rodeo นิยามบทใหม่แห่งพลังเฟมินีน!

DISAYA คอลเลกชั่น Arizona Rodeo หลอมรวมความเท่สไตล์คาวเกิร์ลและความสง่างาม สู่นิยามบทใหม่แห่งพลังเฟมินีน!

ร่วมค้นหานิยามบทใหม่แห่งพลังเฟมินีนกับ คอลเลกชั่น Arizona Rodeo จาก DISAYA คอลเลกชั่นใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมดินแดนตะวันตกของอเมริกา รัฐอาริโซน่า กลิ่นอายความหาญกล้าของคาวบอย คาวเกิร์ล ในบริบทที่เต็มไปด้วยความสง่างามสไตล์ สาวดิษยา สะท้อนผ่านซิลูเอตในทุกดีเทลได้อย่างน่าทึ่ง

“เมื่อเอ่ยถึงเมืองอาริโซน่า ออมคิดถึงเสน่ห์ความเท่ของการแต่งตัวสไตล์คาวบอย คาวเกิร์ล เสื้อเชิ้ตลวดลายแปลกตา สวมทับเสื้อกั๊กหนัง ผ้าพันคอ Bandanas เข็มขัด ซองปืน ขี่ม้ากลางทะเลทราย ชุดนูดดี้สูท (nudie suite) สู่แรงบันดาลใจในการรังสรรค์คอลเลกชั่นใหม่ที่นำเสน่ห์ความเท่ของดินแดนตะวันตกของอเมริกามาผสานกับซิกเนเจอร์ของแบรนด์ เทคนิคการปัก ผ้าปักฉลุ ลูกไม้ การออกแบบลายผ้าใหม่ แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นดินแดนตะวันตกของอเมริกาไว้ ในขณะเดียวกันดีไซน์เน้นความสง่างามของผู้หญิงยุคใหม่ เนื้อผ้าที่พลิ้วไหวสามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันในทุกโอกาส” ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ กล่าว

DISAYA ซีซั่นล่าสุดนี้โดดเด่นด้วยลายพิมพ์หลากหลายสไตล์ โดยนำ Bandanas หรือ ผ้าเช็ดหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของโรดีโอมาทวิตในมุมมองใหม่ลดทอนความเท่ด้วยการเพิ่มลายดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็น ดอกกุหลาบ ดอกเดซี่ และดอกทานตะวัน รวมถึงนำลาย Paisley หรือ ลายลูกน้ำ ปรากฏเป็นเค้าโครงชุดในโทนสีพาสเทลหลากดีไซน์ที่มากไปด้วยเทคนิคการตัดต่อผ้าแบบคัตติ้งจากนูดดี้สูท เทคนิคการถักโครเชต์ดอกไม้ 3 มิติ ในกลุ่มผ้าทอ Knit รวมถึงเทคนิคการปักลายที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาใช้กับในคอลเลกชั่นนี้ด้วย

พบกับ DISAYA – Arizona Rodeo Collection ได้ที่ www.disaya.com Line official / Instagram @disayaofficial และ DISAYA Boutique ทุกสาขา

#DISAYA #ArizonaRodeoCollection

“ความสุขทรงตัว” เทรนด์สุขภาพและความสุขของครอบครัว ปี 65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674671

วันที่ 03 ก.พ. 2565 เวลา 07:55 น.“ความสุขทรงตัว” เทรนด์สุขภาพและความสุขของครอบครัว ปี 65

เริ่มต้นปี 2565 คึกคัก ส่องพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยที่เปลี่ยนไป และผลวิจัยที่ชี้ว่า “ความสุขทรงตัว” เทรนด์สุขภาพและความสุขของครอบครัวยังมาแรง

ก้าวสู่เดือนที่สองของปี 2565 วันที่เรายังต้องดำเนินชีวิตพร้อมปรับตัวตลอดเวลาจากสถานการณ์โลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน ซึ่งบีบให้ธุรกิจทั้งขนาดเล็กและใหญ่ต้องทิ้งตำราเก่าเปิดตำราใหม่ เข้าสู่โลกดิจิทัลที่ไม่ง่ายอีกต่อไป วิถีการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคใหม่ เร่งผลักดันให้เกิดการปรับตัวเพื่อหารายได้ตั้งแต่ต้นปีและเสริมสร้างเกราะป้องกันหันมาใส่ใจตัวเองทั้งด้านสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจ ต้นปีคนไทย “ความสุขทรงตัว” เน้นการจับจ่ายอย่างระวังช่วงเทศกาล ซึ่งเป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นของแบรนด์ต่างๆ ที่ควรเข้ามาจับเทรนโดยเร็ว สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ได้ทำการศึกษาและคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทยประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อเป็นแนวทางรับมือกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน

นางสาวชุติมา วิริยะมหากุล ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า กว่าระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่การระบาดของไวรัสโควิด-19 ถึงแม้ทุกวันนี้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นคนไทยได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง และมีความเข้าใจในการป้องกันตนเองที่เพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงปฏิเสธไม่ได้ว่านี้คือปัญหาใหญ่ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคนี้ให้ได้ จากผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคด้านการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งถือว่าเป็นผลสำรวจชิ้นแรกของปีนี้ พบว่าคนไทยส่วนใหญ่ระแวดระวังเรื่องการใช้จ่ายมาก ทำให้ภาพรวมการใช้จ่ายลดลง 4% เมื่อเทียบเท่ากับช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในผลสำรวจครั้งนี้นักช้อปผู้ชายมีกำลังจับจ่ายคงที่ ยังคงเน้นการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนนักช้อปผู้หญิงที่การใช้จ่ายที่ลดลง ผลพวงจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นต้นปีในสินค้าอุปโภคบริโภคและราคาน้ำมัน ผนวกกับเดือนธันวาคมที่ผ่านมาหลายแบรนด์กระตุ้นและดึงดูดด้วยโปรโมชั่นที่ลดสนั่น โดยเฉพาะสินค้าด้านความงามครองอันดับยอดขายสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับช่วงฤดูกาลที่ต้องดูแลสุขภาพผิวมากขึ้นเป็นพิเศษ ในขณะที่ความสุขของคนไทยยังคงที่ แต่โดยรวมแล้วคนไทยให้ความสำคัญเรื่องครอบครัวและสุขภาพอนามัย เพราะการมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงนั้นจะช่วยป้องกันไวรัสโควิด-19

ผลสำรวจและคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทยประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2565 หากจำแนกเป็นช่วงอายุพบว่า อายุ 40-59 ปี มีแนวโน้มและความต้องการในการใช้จ่ายสูงขึ้น เน้นเรื่องความสุขของทุกคนในครอบครัว อีกทั้งยังเป็นช่วงเดือนแห่งความรัก ที่อยากจะมอบสิ่งของพิเศษให้กับคนรัก และหาเวลาในการผ่อนคลายความเครียดด้วยการท่องเที่ยวในประเทศ โดยมีข้อเสนอแนะที่น่าจับตามองถึงความต้องการในการใช้จ่ายของผู้บริโภคอยู่ 2 ประเด็น ได้แก่

ประเด็นที่ 1 : คนไทยหันมาใช้จ่ายเพื่อผ่อนคลายและสร้างสุขภาพให้คนในครอบครัว

สืบเนื่องจากความตึงเครียดจากสถานการณ์โควิด-19 อันยาวนาน เป็นโอกาสที่เหล่านักการตลาดเกิดการชักชวนผู้บริโภค ให้นึกถึงการดูแลตัวเองและครอบครัว รวมถึงการส่งต่อความรักในเดือนแห่งความรัก เพื่อเป็นการทดแทนการใช้จ่าย ลดการฟุ่มเฟือยและไตร่ตรองในการจับจ่ายเพิ่มขึ้น นอกนี้เรื่องสุขภาพนั้นก็สำคัญที่เราจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายเพื่อต่อต้านโรคที่อยู่รอบตัว การดูแลสุขภาพผิวกายในฤดูหนาวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษไม่ว่าผู้หญิงและผู้ชาย และที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพจิตใจที่ต้องปรับสภาพไปตามบรรยากาศรอบตัว

ประเด็นที่ 2 : วิถีชีวิตใหม่ที่เน้นใส่ใจเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือ

สถานการณ์โควิด-19 และเจ้าตัวไวรัสทั้งเดลต้าและโอไมครอนที่มาใหม่ ส่งผลทำให้ผู้บริโภคหันมาช็อปปิ้งสินค้าออนไลน์มากขึ้น อีกทั้งยังมีโปรแรงจากดับเบิลเดย์ 11.11, 12.12 ที่ล่อตาล่อใจ รวมทั้งการไลฟ์สดขายของต่างๆ เปิดโปรโมชั่นกล่องสุ่มที่มาแรง แต่ก็เจอดราม่าจากผู้ค้าออนไลน์ที่ขายของไม่มีคุณภาพ หรือขายสินค้าปลอมหรือลอกเลียนแบบ ทำให้แบรนด์ต่างๆ ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ รวมถึงใส่ใจเรื่องของ คุณภาพ วัตถุดิบ แหล่งที่มา หรือมีสถาบันที่น่าเชื่อถือออกมารองรับตามที่แบรนด์สินค้าต่างๆ ได้เคลมไว้ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

โดยครั้งนี้ทีมวิจัยได้จัด 10 อันดับ กลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคจับจ่ายมากที่สุด ดังนี้

1. อาหารและเครื่องดื่ม 20% (+2%)

2. ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน 13% (+3%)

3. โทรศัพท์มือถือ, สมาร์ทโฟน 11% (0%)

4. เสื้อผ้าและเครื่องประดับ 7% (0%)

5. ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม 6% (+3%)

6. ท่องเที่ยว 5% (-3%)

7. ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า 4% (-1%)

8. คอมพิวเตอร์, แท็บแล็ต 4% (-1%)

9. ทานอาหารนอกบ้าน 4% (+2%)

10. รองเท้า, กระเป๋า 3% (0%)

ทางด้าน นางสาวมนัสริน ณ ระนอง รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท ฮาคูโฮโด แบงคอก กล่าวเสริมว่า ในช่วงเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา ทีมผู้วิจัยได้นำเสนอเนื้อหาใหม่โดยคาดการณ์และจัด 5 อันดับสิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดในชีวิต ได้แก่ ครอบครัว 32% สุขภาพ 24% การงาน 12% ความมั่งคั่ง 11% และความสัมพันธ์ 5%

ด้านครอบครัว ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ ที่จะต้องช่วยกันข้ามผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากและเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ การใส่ใจดูแลกัน การได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันจะช่วยให้ทุกคนในครอบครัวได้ให้กำลังใจในการใช้ชีวิตด้วยความอบอุ่น

ด้านสุขภาพ คนส่วนใหญ่มองว่าเมื่อเรามีสุขภาพที่แข็งแรง ก็จะสามารถมีกำลังกาย และมีกำลังใจที่ดีตามไปด้วย สามารถทำงานหาเงินเพื่อมาดูแลครอบครัวได้โดยไม่ลำบาก โดยกลุ่มคนช่วงอายุ 50 ปี จะให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพมาเป็นอันดับแรก 36% เพราะคนกลุ่มนี้รู้สึกว่า เมื่ออายุมากขึ้นยิ่งต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพไม่ให้ตัวเองต้องเป็นภาระของใคร

ด้านการงาน กลุ่มคนช่วงอายุ 20 ปี ให้ความสำคัญกับเรื่องงานเป็นพิเศษ มากกว่าการดูแลสุขภาพ (16% vs 14%) ซึ่งคนกลุ่มนี้คิดว่าถ้าไม่มีงานก็จะไม่มีเงิน และจัดเป็นช่วงอายุที่อยู่ในการเริ่มต้นงานใหม่ หรืออยู่ในช่วงทดลองงานที่มีความเสี่ยงในด้านความมั่นคงจากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อต้องการหางานที่สร้างความมั่นคงเพื่ออนาคตที่ดี

พฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศไทยประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 บวกกับความยืดเยื้อของสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลให้พฤติกรรมของคนไทยต่างให้ความสนใจกับข่าวสารบ้านเมืองมากขึ้น รวมถึงข่าว 10 อันดับที่อยู่ในกระแสที่ผู้คนถูกพูดถึงมากที่สุด อันดับแรกยังคงเป็นข่าวการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่โอไมครอนและข่าวการฉีดวัคซีน 47% (เพิ่มขึ้นกว่า 20%) ตามมาด้วยข่าวร้อนแรงที่เป็นกระแสอย่างกระเป๋าแบรนด์เนมปลอม 7% ตามติดด้วยสถานการบ้านเมืองและการเมืองไทย ทั้งการเลือกตั้งหรือเตรียมยุบสภา 7% ตามมาติดๆ กับข่าวแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง พิมรี่พาย ขายกล่องสุ่มสูงถึง 6% ข่าวอาชญากรรม การโกงเงิน 3% ด้านกีฬาหนีไม่พ้นข่าวฟุตบอล ซูซูกิคัพ ถึง 3% ท้ายด้วยข่าวสะเทือนวงการผ้าเหลือง อย่าง 2 อดีตพระนักเทศน์ พระมหาไพรวัลย์ พระมหาสมปอง 1% หากมองในภาพรวมแล้วแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ เน้นเกาะติดข่าวสารที่หลากหลาย โดยเฉพาะข่าวที่เป็นประเด็นร้อนและเกาะติดสถานการณ์บ้านเมือง และหาความสุขตามสภาพแวดล้อมของตนเอง

การสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2565 นี้ ทางสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ได้มุ่งเน้นที่จะสร้างคอนเทนท์ที่มีความเข้มข้นขึ้น รวมถึงการเจาะลึกข้อมูลในมุมมองที่หลากหลาย ในสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญในชีวิตประจำวันมากที่สุด ในแต่ละช่วงอายุ และมีคอนเทนท์ที่สร้างการมีส่วนร่วมกับคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก Hakuhodo Institute of Life and Living ASEAN

CMG ผ่าแนวคิด Win As One ยกระดับความสุขเพื่อพนักงานในองค์กร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674565

วันที่ 01 ก.พ. 2565 เวลา 18:45 น.CMG ผ่าแนวคิด Win As One ยกระดับความสุขเพื่อพนักงานในองค์กร

เอ็ดวิน ยัป ฮอสัน เผยปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ทำให้ CMG คว้ารางวัล Best Employers Awards of Thailand 3 ปีซ้อน พร้อมผ่าแนวคิด Win As One และ 3 ปัจจัยสำคัญเพื่อรางวัลของทีม

เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป หรือ CMG ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผู้นำด้านสินค้าแฟชั่นและสินค้าความงามระดับอินเตอร์แบรนด์ กับการบริหารแบรนด์สินค้ากว่า 40 แบรนด์ดังในประเทศไทย คว้ารางวัล Best Employers Awards of Thailand สุดยอดองค์กรนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย จาก Kincentric Best Employers Thailand Virtual Awards and Learning Conference 2021 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน พร้อมชูแนวคิด “Win As One” ยกระดับความสุขในการทำงานเพื่อพนักงานทุกคนในองค์กร ตอกย้ำภาพลักษณ์ บริษัทผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าแบรนด์ดังระดับโลก ตั้งแต่แฟชั่น ยีนส์ ความงาม นาฬิกา รองเท้า เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์สำหรับบ้านและไลฟ์สไตล์ อาทิ เช่น DYSON, CASIO, GARMIN, CLARINS, Aesop, THREE, THE BODY SHOP, CALVIN KLEIN JEANS, POLO RALPH LAUREN, MLB, GUESS, LEE, WRANGLER, FITFLOP, JOCKEY, HUSH PUPPIES

คุณเอ็ดวิน ยัป ฮอสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยความรู้สึกและปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ว่า “รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับรางวัลติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ซึ่งผลการประเมินในปีนี้ CMG ได้คะแนนยอดเยี่ยมในส่วนของการมีส่วนร่วมของพนักงานและความพึงพอใจในองค์กร สะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ขององค์กรที่เน้นการให้ความสำคัญในการดูแลใส่ใจพนักงาน อาทิ การส่งเสริมศักยภาพของพนักงานในด้านต่างๆ การสร้างความเชี่ยวชาญ เสริมทักษะ และประสบการณ์ที่ดีให้แก่พนักงานทุกคน รวมปถึงการสร้างสภาวะแวดล้อมการทำงานที่ดีและเอื้ออำนวยต่อการทำงาน ทั้งภายในออฟฟิศและหน้าร้านทั่วประเทศ”

โดยปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ทำให้ CMG ได้รับรางวัลถึง 3 ปีซ้อน มาจากแนวคิด Win As One ด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียว  การร่วมมือประสานงานกันระหว่างทางแบรนด์ทีมและทีมงานอื่นๆ ในการสร้างบรรยกาศที่ทำงานที่ดี มีความอบอุ่น อันทำให้พนักงานทุกคนเห็นเป้าหมายความสำเร็จร่วมกัน นำมาซึ่งความสุขในการทำงานของพนักงานทุกคนในองค์กร ผ่าน 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1.สร้างโอกาสจากสถานการณ์โควิด 19 ด้วยการส่งเสริมการสร้างแรงบันดาลใจและแนวคิดแบบผู้ประกอบการให้กับทีม เพื่อนำเสนอวิธีการดำเนินงานใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ ในการเอาชนะใจผู้บริโภคและการยกย่องชมเชยความสำเร็จในการทำงาน

2.การพัฒนาศักยภาพของพนักงาน โดยการจัดกลุ่มพูดคุยเพื่อเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับโปรแกรมการพัฒนาสร้างความเชี่ยวชาญใหม่ๆ เช่น เสริมทักษะด้าน Omnichannel, E-Commerce, การตลาดใน Social Media, การจัดการลูกค้าสัมพันธ์จากฐานข้อมูล (CRM) และการขับเคลื่อนยอดขายในช่องทางต่างๆ

3.การปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด 19 CMG ได้เปิดโอกาสให้พนักงานทำงานผ่านทางออนไลน์ หรือเป็นระบบการทำงานแบบ Hybrid ที่เน้นถึงความปลอดภัยของพนักงาน ตลอดจนถึงการสื่อสารที่ชัดเจนในเรื่องการดำเนินงานทางธุรกิจ การบริหารจัดการการเข้ารับฉีดวัคซีน การจัดส่งของใช้เพื่อแสดงความห่วงใยให้กับพนักงานที่ล้มป่วยจากไวรัสโควิด 19 การส่งเสริมกิจกรรม Happy Friday และกิจกรรมออนไลน์ต่างๆ ที่สนุกสนาน  เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกันและลดความเครียดในการทำงาน

“การบริหารให้พนักงานที่มีช่วงวัยแตกต่างกันสามารถทำงานร่วมกันได้ ถือเป็นอีกหนึ่งความท้ายทาย CMG ได้นำค่านิยม ‘ICARE’ ที่เปิดรับฟังและยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้พนักงาน สามารถปรับตัว และประสานการทำงานได้ดี พร้อมทั้งพิจารณาจุดแข็ง จุดอ่อน ความสามารถ ของพนักงานแต่ละคน และมอบหมายงานให้ตรงกับความสามารถของพนักงาน เพื่อให้พนักงานแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่และเติบโตไปพร้อม ๆ กับองค์กรได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

การสร้างสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่ดีให้พนักงาน อาจจะไม่ใช่แค่การมีออฟฟิสที่สวยงาม แต่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง วิธีการทำงานแบบ ‘Work-From-Home’ จึงเป็นสิ่งที่เรานำมาใช้ เราได้นำแพลตฟอร์มการสื่อสารออนไลน์เช่น Microsoft Team มาใช้ เพื่อให้ทีมสามารถติดต่อ ประสานงานกันได้อย่างง่ายดาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานและลดความเสี่ยงจากการระบาดของโรคได้อีกด้วย ในระดับผู้นำเรายังจัดประชุมในทุกสัปดาห์ เพื่อแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ตลอดจนตอบคำถามจากทีมของเรา”

ผมเชื่อว่า การที่บริษัทเปิดรับฟังเสียงของพนักงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่พนักงานนำเสนอ จะช่วยยกระดับความสุขของพนักงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างความผูกพันของพนักงานให้มีต่อบริษัท CMG มีผลลัพธ์ประสิทธิภาพการทำงานที่แข็งแกร่งในปี 2021 และเรายังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจให้เจริญเติบโต ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทีมงาน ในปี 2022 และปีต่อๆ ไป คุณเอ็ดวิน กล่าวทิ้งท้าย

“แม่จำเนียร” กับตรรกะแห่งความหวังของคนซื้อหวย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674487

วันที่ 01 ก.พ. 2565 เวลา 08:18 น.“แม่จำเนียร” กับตรรกะแห่งความหวังของคนซื้อหวย

เปิดที่มาเลขเด็ด ‘แม่จำเนียร’ ก่อนกลั่นเป็น ‘โพย’ – ‘โพลล์’ ให้คนชอบลุ้น เมื่อเรื่องหวยๆ กับคนไทยเป็นของคู่กัน คุณรังสรรค์ วิจิตรกาญจน์ เจ้าของร้านจำหน่ายลอตเตอรี่ สรุปที่มาและลักษณะของเลขเด็ดเมืองไทยที่พบได้บ่อยตลอด 20 กว่าปี พร้อมรวบรวมสถิติ

อาการคนชอบลุ้นทุกวันหวยออก ก็บรรยายไม่ถูกเหมือนกัน รู้แค่ว่าซื้อไว้ก่อนเพื่อความอุ่นใจ ไม่ว่าจะเป็นความฝัน เรื่องราวที่เห็น หรือเลขจากเหตุการณ์เราต่างก็สามารถนำมาตีเป็นเลขได้ทุกรูปแบบ “แม่จำเนียร” แผงลอตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย จึงเก็บสถิติรวบรวมเลขเด็ดที่ลูกค้าถามหามากที่สุดในแต่ละงวด กลั่นเป็น “โพย” หรือ “โพลล์” เลขเด็ดแม่เนียร ที่ทุกคนคุ้นหูคุ้นตาเป็นอย่างดี กับเอกลักษณ์ 10 อันดับเลขดังที่พิมพ์บนกระดาษสีชมพูแปร๊ดกระจายไปทั่วทุกแผงค้าลอตเตอรี่ และบนโลกออนไลน์ ใครจะคาดคิดว่า โพยที่ช่วยให้นักเสี่ยงโชคอุ่นใจ เมื่อจัดทำอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ยังช่วยให้เราเข้าใจปรากฏการณ์ที่มาแห่งเลขเด็ดของไทยได้ด้วย

คุณรังสรรค์ วิจิตรกาญจน์ เจ้าของร้านจำหน่ายลอตเตอรี่ ดังกล่าว ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เราเป็นเจ้าแรกที่ทำโพลล์เลขเด็ดเลยครับ รวบรวมมาจากเลขเด็ดในท้องตลาดจริง ไม่ได้สร้างเลขลอยๆ ขึ้นมาเพื่อมาปั่นขาย ‘ใบเล็กเเม่จำเนียร’ ในอดีตมันจะเป็นใบเล็ก ๆ ซึ่งเราเริ่มทำมาตั้งแต่ ปี 2540 ถ้าเห็นแล้วก็จะรู้เลยว่าเลขเหล่านี้นิยมซื้อกันมากจริง ๆ”

คุณรังสรรค์ ยังช่วยสรุปให้เราฟังถึงที่มาและลักษณะของ เลขเด็ดเมืองไทย ที่พบได้บ่อยตลอด 20 กว่าปี ที่ได้รวบรวมสถิตินี้

1. อุบัติเหตุใหญ่: เช่น เครื่องบินตก หรือในกรณี 13 หมูป่า เลข 13 ก็เป็นเลขที่ดังในงวดนั้น

2. เลขทะเบียนรถคนดัง: เช่น เลขทะเบียนนายกรัฐมนตรี อย่างนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เลขทะเบียนรถออกแทบทุกคันเลย ทะเบียนรถ ‘ลุงตู่’ เวลาไปทำภารกิจ คนก็จะจับตาดูว่า เลขอะไร

3. พระสงฆ์: ในอดีตมีพระดังๆ ที่ให้เลขเเม่นๆ ก็มีหลวงพ่อนิเวศน์ที่ดังมาก ท่านให้หวยด้วยวิธีหยดน้ำมนต์ เพราะท่านบอกตรงๆ ไม่ได้ เลขท่านก็เเม่น เเล้วก็ไม่รู้เป็นไปได้ยังไง จำได้ประมาณ 8 งวดที่เข้าติด ๆ กัน ต่อมาทางกรมการศาสนาก็ขอให้ระงับ

4. อินฟลูเอนเซอร์: ยุคนี้มาใหม่เป็นของ อินฟลูเอนเซอร์ เช่น “แม่นุ๊ก” เทียบเคียงกับ “แม่น้ำหนึ่ง” จากนั้นก็มีคนทำตัวขึ้นมาเป็นเจ้าแม่ ก็แปลกดี แต่บางทีตัวท่านก็ขายเครื่องรางของขลัง วัตถุมงคล ควบคู่ไปด้วย

5. เลขวันเกิดคนดัง: เช่น ล่าสุดก็วันเกิดของ ‘บิ๊กป้อม’ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านเกิดปี พ.ศ. 2488

6. เลขวันสำคัญ: เช่น วันปิยมหาราช, วันปีใหม่, เลขปี พ.ศ. เก่า ใหม่, หรือ ค.ศ. เก่า – ใหม่

7. เลขมงคล: พอท่านเสด็จฯ ไปไหน เราก็จะไปตามดูว่า มีเลขอะไรเกี่ยวกับท่านบ้าง

“จากที่เก็บประวัติ สถิติมา ก็เป็นหลักการว่า คนหาเลขจากอะไรบ้าง ในอดีตอาจจะเป็นพระที่ให้เลข แต่มาหลังๆ ก็เนื่องจากมีอินเทอร์เน็ต คนดัง เน็ตไอดอลที่เป็นกระแส ก็สามารถให้เลขได้ด้วย ซึ่งไม่อยู่ถาวร โพลล์ก็ยังจะเป็นบันทึกของสังคมไทยได้ ดูได้ว่า คนจดจำเรื่องอะไรบ้าง ช่วงนั้น ๆ ของปีเคยเกิดเหตุการณ์ อะไรสำคัญ อย่างเช่นเลข 911 ก็วนกลับมาทุกปี [เลขจากเหตุการณ์วินาศกรรมที่สหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 11 เดือนกันยายน พ.ศ. 2544] หรืออย่าง ‘14 ตุลา’ คนก็จะเล่นเลข 14 มันก็คือเลขที่เป็นบันทึกประวัติศาสตร์เหมือนกัน” นายรังสรรค์ กล่าวทิ้งท้าย

นอกเหนือจากสถิติต่าง ๆ ของ “แม่จำเนียร” ยังมีข้อมูลตัวเลขและประวัติศาสตร์ความเป็นมาของหวย และเรื่องราวความเชื่อที่อยู่คู่สังคมมาช้านาน รอให้ทุกท่านได้มาพิสูจน์กัน ใครที่รักในการเสี่ยงโชคด้วยตัวเลข และยังไม่มีเลขเด็ดในใจ นิทรรศการ “หวยแหลก แตกประเด็นคนเล่นหวย” เปิดแล้วตั้งแต่วันนี้ – 27 กุมภาพันธ์ 2565 (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ให้บริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ณ โถงชั้น 1 อาคารนิทรรศการมิวเซียมสยาม (MRT สนามไชย ทางออก 1) สอบถามข้อมูลและติดตามข่าวสารกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/museumsiamfan และ www.museumsiam.org หรือ โทร 02-225-2777

สมศักดิ์ศรีปีขาลมหามงคล “ห้างเซ็นทรัล” สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่เอาใจนักช้อป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674483

วันที่ 01 ก.พ. 2565 เวลา 08:08 น.สมศักดิ์ศรีปีขาลมหามงคล “ห้างเซ็นทรัล” สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่เอาใจนักช้อป

“ห้างเซ็นทรัล” ฉลองตรุษจีนปีขาลคึกคัก ครบรอบ 75 ปี จัดใหญ่ “Central The Roaring Chinese New Year 2022” ที่ห้างเซ็นทรัล @เซ็นทรัลเวิลด์ ส่งเสือคำรามพรสนั่น

“ห้างเซ็นทรัล” สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ฉลองปีใหม่จีนคึกคัก พร้อมขึ้นแท่นแลนด์มาร์กตรุษจีนสุดฮอตที่นักช้อป สายเฮง ต้องปักหมุดเช็คอิน! ซึ่งครั้งนี้ยังพิเศษกว่าทุกปีเพราะครบรอบ 75 ปีห้างเซ็นทรัลที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน โดยจัดพิธีเปิดงาน “Central The Roaring Chinese New Year 2022” ที่ ห้างเซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์ เนรมิตบรรยากาศตรุษจีนสุดอลังการ เพลิดเพลินด้วยกลิ่นอายจีนสไตล์ป็อปอาร์ตที่สะท้อนวัฒนธรรม Classical Chinese Culture อันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ปีเสือพลังน้ำ งานนี้เรียกเสียงกรี๊ดลั่น! กับไฮไลต์สุดตื่นตาตื่นใจกับโชว์ชุดพิเศษ The Roaring Chinese Tiger Dance Show คำรามพรสนั่น ฤกษ์ดีรับปีเสือ ที่มีเซอร์ไพรส์จากนักแสดง ศิลปินหนุ่มสุดฮอต มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ และเสริมความเฮงให้ปังขั้นสุด ด้วยโชว์ขบวนเสือ คำรามพร ให้ทุกคนรวยสนั่น มั่งคั่ง ตลอดทั้งปี!

นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยถึงการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ในเทศกาลตรุษจีน 2565 ว่า “ตรุษจีนที่ห้างเซ็นทรัลคือวิถีของคนไทยที่มีมาอย่างยาวนาน เราจัดแคมเปญฉลองตรุษจีนอย่างต่อเนื่อง จึงเข้าถึงและเข้าใจลูกค้าเป็นอย่างดีถึงความต้องการด้านการจับจ่าย ลูกค้ามองหาของมงคล สินค้าเสริมความมั่งคั่ง ร่ำรวยตลอดปี และตรุษจีนปีนี้ยังครบรอบ 75 ปีห้างเซ็นทรัล ที่อยู่เคียงข้างคนไทยและคนไทยเชื้อสายจีนมาอย่างยาวนาน เราจึงจัดแคมเปญ ‘Central The Roaring Chinese New Year 2022’ ชวนทุกท่านมาเที่ยว ช้อปรับพรปีเสือมหาเฮง เนรมิตตกแต่งห้างอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบป็อบอาร์ตสไตล์จีนวินเทจสุดสร้างสรรค์ สะท้อนเอกลักษณ์ที่แสดงถึงวิถีชีวิตที่งดงามของชาวไทยเชื้อสายจีน ส่งพลังความโชคดี โชคลาภ พร้อมเติมเต็มความสนุกทุกการช้อป ครีเอตกิจกรรมครบครัน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกสไตล์ ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ ให้ทุกคนดื่มด่ำความสุขในเทศกาลตรุษจีนที่ห้างเซ็นทรัลได้อย่างเคยเหมือนในทุกๆปี”

บรรยากาศในงานเปิด “Central The Roaring Chinese New Year 2022” ที่จัดขึ้นบริเวณด้านหน้า ห้างเซ็นทรัล @เซ็นทรัลเวิลด์ เต็มไปด้วยความคึกคัก อบอวลไปด้วยความมงคล มีผู้บริหารห้างเซ็นทรัลร่วมมอบความสุข นำโดย โอลิวิเยร์ บรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้า ในเครือเซ็นทรัล รีเทล, ตรีรนันท์ ลีฬหาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล และพันธมิตรผู้สนับสนุนในการจัดงาน อย่าง อธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมด้วยเซเลบริตี้ร่วมงานมากมาย

เพลิดเพลินตื่นตาตื่นใจ! กับการตกแต่งห้างสุดอลังการ เสมือนกำลังเดินอยู่ในวัดจีนสุดวินเทจ ปูพรมสีแดงทั่วทั้งชั้น ประดับประดาด้วยเสาแดงทรงกลมสุดคลาสสิก เพิ่มดีเทล ความพิเศษที่ตัวเสาด้วยโดมแก้วที่ภายในบรรจุของฝากมงคล พร้อมจุดเช็คอินเสริมดวง บารมี โชคลาภ และกิจกรรมสุดเฮง อาทิ “Central Angpao Lucky Curtain” ม่านมงคล ที่ออกแบบลวดลายสดใส สวยงามตามซองอั่งเปา พร้อมคำอวยพรเสริมความปังในด้านต่างๆ คือ มั่งคั่ง สุขี โชคดี มีรัก จากนั้นดูดวงกันฟรีๆ รับตรุษจีนกับกิจกรรม “Chinese New Year Horoscope” และอื่นๆ อีกเพียบ

แล้วมาช้อปมันส์ ปังทั้งปี! กับ “Chinese Market” ที่มัดรวมไอเท็มเสริมปังมาไว้ที่นี่ โดยจะรายล้อมไปด้วยสินค้าและของฝากเทศกาลตรุษจีน ของมงคลต่างๆ ครบครัน ท่ามกลางบรรยากาศกลิ่นอายจีน ราวกับยก “ชุมชนตลาดน้อย” มาให้ทุกคนได้เที่ยวกันในห้างแบบฟินๆ ณ บริเวณลานกิจกรรมในห้างฯ

ฟินเต็มอิ่ม! กับไฮไลต์พิธีเปิดงาน “Central The Roaring Chinese New Year 2022” ฉลองตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ กับการแสดงชุดพิเศษ “The Roaring Chinese Tiger Dance Show” คำรามพรสนั่น ฤกษ์ดีรับปีเสือ ในรูปแบบโมเดิร์นแดนซ์ที่ทันสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิกของวัฒนธรรมจีน พร้อมเซอไพรส์จาก “มิว ศุภศิษฏ์” ที่ได้แปลงโฉมในลุคใหม่เป็น “มาสเตอร์ออฟไทเกอร์” ปรากฏตัวออกลีลาวาดคำมงคลด้วยพู่กันจีนส่งต่อความโชคดีให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน ก่อนจะปิดท้ายความอลังการให้ทวีคูณความเฮง ด้วยโชว์ขบวนเสือ พร้อมก้าวสู่ปีเสืออย่างสมบูรณ์และมั่งคั่งตลอดทั้งปี

โดยงานในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข และความปลอดภัยจากโควิด-19 พร้อมทั้งมอบความสุขให้กับลูกค้าอย่างทั่วถึง เพราะสามารถรับชมสดผ่านช่องทางออนไลน์ให้ได้ฟินเต็มอิ่ม กับ มิว-ศุภศิษฏ์ ทั้ง Facebook Livestreaming และ Youtube chanel : CentralDepartmentStore ไปพร้อมๆ กัน เหมือนชมโชว์อยู่ติดขอบเวทีกันเลยทีเดียว

ไฮไลต์ปีนี้ พบพลังเสือคำรามพรชุดใหญ่ ครบจบที่ ห้างเซ็นทรัล

· ดีไซน์โดดเด่นด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนสุดคลาสสิค ห้างเซ็นทรัลชิดลม ได้เนรมิตห้างในรูปแบบงานป็อปอาร์ตสไตล์จีนวินเทจสุดสร้างสรรค์ สะท้อนวัฒนธรรม Classical Chinese Culture นำเอกลักษณ์วิถีชีวิตของคนไทยเชื้อสายจีน โดยจำลองตลาดน้อย ชุมชนตลาดจีนที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งหลังคาทรงจั่ว เก้าอี้ร้านก๋วยเตี๋ยว ปี๊ป กรงนก และธูปขด ชูเสน่ห์การตกแต่งที่โดดเด่น เป็นที่ประทับใจต่อผู้พบเห็น

· หนุนนักคิดหน้าใหม่ปล่อยพลังบรรเจิด ครั้งแรก! ของห้างเซ็นทรัล กับการเปิดพื้นที่ให้ Talent Staff หรือพนักงานที่มีไอเดียสร้างสรรค์สามารถร่วมออกแบบงานศิลปะบนพื้นที่ห้างเซ็นทรัลได้อย่างอิสระ ไม่ซ้ำแบบใคร โดยให้พื้นที่บริเวณจุดยุทธศาตร์ใจกลางกรุงเทพ ณ ห้างเซ็นทรัลชิดลม บริเวณหัวมุมถนน ปล่อยไอเดียสุดเจ๋ง ได้อย่างเต็มที่ กับคอนเซ็ปต์เสือพลังน้ำ ที่กำลังเป็นแลนมาร์กยอดฮิตในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งลูกค้าให้ความสนใจถ่ายภาพ พร้อมแชร์โมเม้นต์ความประทับใจกันเป็นอย่างมาก

· เสือกระโจนส่งพลังมงคลแก่นักช้อป ห้างเซ็นทรัล ดึงความแข็งแกร่งและความสง่างามของเสือนักษัตรมหาเฮงปีนี้ มาช่วยส่งต่อพลังเสริมมงคลให้ลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมตกแต่งห้างแต่ละสาขาให้งดงามในสไตล์ที่แตกต่าง จัดเต็ม 5 สาขาหลัก ได้แก่ ชิดลม, เซ็นทรัลเวิลด์, ลาดพร้าว, ปิ่นเกล้า และบางนา

· ปีเสือต้องไว! พบไอเท็มสุดลิมิตเต็ด เก๋! จนอยากสะสม รีบจับจองคอลเลคชั่นสุดลิมิตเต็ด ที่ห้างเซ็นทรัล ร่วมกับ “Cuscus The Cuckoos” (คัสคัส เดอะ คุ๊กคูส์) หรือ กุ๊ก-ชนิดา วรพิทักษ์ ศิลปินนักวาดรุ่นใหม่ โด่งดังระดับเอเชีย มาร่วมสร้างสรรค์ของที่ระลึกเสริมมงคลดีไซน์สุดพิเศษ อาทิ ซองอั่งเปา กิ๊ฟท์การ์ด และสินค้าแลกซื้อ อย่าง กระเป๋าผ้า เสื้อ หมอน และผ้าห่ม ในลวดลายเสือ พร้อมสีสันสดใสเสริมความเป็นสิริมงคล

· อร่อยพร้อมเฮง พลาดไม่ได้กับมื้อพิเศษ ด้วยเมนูฉลองตรุษจีนแสนอร่อยมากมาย ณ ศูนย์อาหาร Lofter รวบรวมร้านอาหารไทยในตำนาน ตั้งแต่สตรีทฟู้ดชื่อดัง จนถึงภัตตาคารเก่าแก่ ที่ ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม

– พบขบวนความเฮง แจกอั่งเปา วันที่ 27, 29, 30 ม.ค. และ 1 ก.พ. 65 รอบเวลา 12.30 และ 17.30 น.

– เพลิดเพลินกับการแสดงกู่เจิง วันที่ 27, 29, 30 ม.ค. และ 1 ก.พ. 65 รอบเวลา 12.00 – 14.00 น.

– อิ่มฟรี กับอั่งเปาออนไลน์ วันที่ 29 ม.ค. 65 – 1 ก.พ. 65 รับคูปองทานอาหารมูลค่า 80 บาท ผ่านทาง Facebook : Happy Lofter (จำกัด 50 สิทธิ์ต่อวัน)

และที่ Living House ลิ้มรสเมนูมงคลกับ Happy Chinese New Year ชั้น 4 ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว

– แจกอั่งเปาอิ่มฟรี วันที่ 29 – 30 ม.ค. 65 รับฟรี Living House Cash Coupon มูลค่า 50 บาท รอบเวลาแจก 12.00 / 14.00 / 16.00 / 18.00 น.

– แจกอั่งเปาออนไลน์ วันที่ 28 ม.ค. 65 – 6 ก.พ. 65 รับฟรี Living House Cash Coupon มูลค่า 80 บาท ที่ Facebook : Living House At Central จำกัด 50 สิทธิ์ต่อวัน

· ช้อปปิ้งอุ่นใจ ในสถาณการณ์เช่นนี้ ห้างเซ็นทรัล ยังคงให้ความสำคัญต่อการรักษาสุขอนามัยของลูกค้า พนักงาน และสถานที่ ภายใต้มาตรการ “Central Clean & Safe” ด้วยขั้นตอนการคัดกรองอย่างเคร่งครัด ทำความสะอาดอย่าง สม่ำเสมอทุกจุดสัมผัส เว้นระยะห่างสังคม เพื่อให้นักช้อปสามารถมาใช้บริการได้อย่างอุ่นใจ

· ใส่ใจสังคมและชุมชน เพราะไปได้ไกล ต้องไปด้วยกัน และในโอกาสนี้ ห้างเซ็นทรัล ยังให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่งเสริมอาชีพแก่ชุมชน จากหลากหลายจังหวัด นำสินค้ายอดนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นมาจัดจำหน่าย พร้อมนำวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยเชื้อสายจีนจากชุมชนต่างๆ มาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการตกแต่ง เพื่อสร้างบรรยากาศ festive สอดคล้องกับแนวคิดการทำธุรกิจของห้างเซ็นทรัล ที่มุ่งส่งเสริมการแบ่งปันโอกาสและกระจายรายได้สู่ชุมชน ผลักดันเศรษฐกิจระดับฐานรากของประเทศให้เติบโตไปด้วยกัน

ช้อปมันส์ตลอดแคมเปญ ‘Central The Roaring Chinese New Year 2022’ พร้อมโปรโมชั่นลดสูงสุดถึง 50% พร้อมด้วยส่วนลดและสิทธิพิเศษอื่นๆมากมาย ที่ ห้างเซ็นทรัล ทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทางการช้อปของห้างฯ ทั้ง Central App ครบครันเสมือนยกห้างเซ็นทรัลมาไว้บนมือถือ โทรช้อปกับ Personal Shopper On demand ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวโทร 1425 คลิก http://www.central.co.th หรือช้อปผ่าน Central Chat & Shop บริการ Live Chat กับลูกค้าพร้อมช้อปสินค้าง่ายๆ ที่ไลน์ @centralofficial และ Central Call & Shop , Central Facebook Live และ Inbox ชมไลฟ์สินค้าแบรนด์ดังที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore หรือรับบริการ Central Drive Thru บริการรับสินค้าสำหรับลูกค้าที่สั่งสินค้าออนไลน์ และต้องการมารับสินค้าด้วยตัวเอง ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ

#CentralDepartmentStore #CentralTheRoaringChineseNewYear2022

การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674408

วันที่ 31 ม.ค. 2565 เวลา 11:21 น.การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล

“เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ” ทรงถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการพัฒนาผ้าไทยจากสีย้อมธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน ในงานเสวนาวิชาการ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” ที่จังหวัดมหาสารคาม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมผ้าทอในแต่ละท้องถิ่น พร้อมพัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยองค์ความรู้ใหม่ซึ่งบรรจุอยู่ในหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย หรือ THAI TEXTILES TREND BOOK Spring/Summer 2022 เล่มแรกที่ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำขึ้น โดยทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร ทรงค้นคว้า องค์ความรู้ และควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนด้วยพระองค์เอง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ต่อเนื่องมาถึงเล่มที่ 2 THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023

ในการนี้ได้เสด็จไปทรงเปิดงาน “THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 และงานเสวนาวิชาการ” ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564 พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการ และทรงเป็นประธานในงานเสวนาวิชาการ ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน

และเพื่อเป็นการแบ่งปันองค์ความรู้ดังกล่าวให้แก่นักศึกษา ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น และงานดีไซน์ ในระดับภูมิภาค ได้ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผ้าไทย จึงมีการจัดงานเสวนาวิชาการหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 2 Thai Textiles Trend Book Autunm/Winter 2022-2023 ณ จังหวัดมหาสารคาม โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นประธานงานเสวนาวิชาการ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย โดย 12 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ รวมถึงการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ผลิตภัณฑ์จากโครงการศิลปาชีพ และงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม สมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน เกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ/นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ข้าราชการ และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มกราคม 2565 เวลา 12.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระราชดำรัสในงานเสวนาวิชาการ หัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” เกี่ยวกับเทรนด์บุ๊กเล่มที่ 2 ที่นำเสนอกลุ่มโทนสีใน 6 ทิศทางหลัก ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการผลิตและพัฒนาผ้าไทยในตลาดยุคปัจจุบัน มีใจความสำคัญโดยสรุปว่า เทรนด์บุ๊กเล่มแรกประสบความสำเร็จมาก ในแง่ของผลตอบรับ อุตสาหกรรมสิ่งทอเกิดความกระปรี้กระเปร่าในการผลิต เกิดกระแสและพลังงานที่ดีในการออกแบบ ถือเป็นการเริ่มต้นพัฒนา ทั้งเรื่องสีและองค์ความรู้ใหม่ๆ รู้สึกปลาบปลื้มที่เรามีหนังสือวิชาการด้านแฟชั่นอย่างจริงจังเสียที ในการนำไปใช้ทำการเรียนการสอน หรือใช้ประกอบอาชีพ หนังสือเล่มนี้สีสวย ครบรส และจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

“เล่มแรกได้แนะนำเรื่องลวดลายผ้าเป็นหลัก สำหรับเล่มที่ 2 คอลเลกชั่น Autumn / Winter 2022-2023 หรือเสื้อผ้าสำหรับ ฤดูหนาวนี้ เน้นนำเสนอเกี่ยวกับโทนสีและใช้วัสดุย้อมสีจากธรรมชาติ ลดการใช้สีเคมี ดีต่อคนและสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า “Circular Colours” ซึ่งกำลังเป็นแทนด์โลก พอเรานำมาใช้จะเรียกว่า “Circular Thai” ด้วยวัสดุย้อมสีทีมีในท้องถิ่น โดยเฉพาะ “คราม” ซึ่งเป็นสีย้อมเย็นที่ทั่วโลกมีการใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น อเมริกา อินเดีย เพียงแต่เฉดสีอาจแตกต่างกันไปตาม สภาพอากาศหรือภูมิประเทศ สำหรับบ้านเราครามถือเป็นราชาแห่งการย้อม ( King of Dye) และเป็นหัวใจของสีย้อมเลยก็ว่าได้ เมื่อนำไปผสมผสานกับวัสดุย้อมธรรมชาติต่างๆ เช่น ผสมกับ ครั่ง, เข, ดาวเรือง, ประดู่, เปลือกมะพร้าว, แก่นขนุน ก็จะได้เฉดสี ที่หลากหลาย จำแนกเป็นกลุ่มโทนสี 6 ทิศทาง ไม่ว่าจะเป็น ม่วงแดง น้ำเงินเข้ม เขียว น้ำตาล เหลือง และ เทา แล้วกำหนด เป็นสูตรเบอร์สีที่ตรงกับสากล ใช้ทดแทนสีเคมีได้ ซึ่งรวบรวมไว้อย่างพร้อมสรรพในเล่มนี้”

นอกจากนี้ ภายในเล่มยังแนะนำ 6 เทคนิคพื้นฐานการผลิตผ้าไทย ได้แก่ ยกดอก ขิด จก ปัก มัดหมี่ ด้น เกาะหรือล้วง และ แพตช์เวิร์ก ซึ่งปีนี้ได้เน้น 2 เทคนิคสำคัญคือ แพตช์เวิร์กและการด้น เหมาะกับการผลิตเสื้อผ้าคอลเลกชั่นฤดูหนาว อย่างแพตช์เวิร์กหรือการนำชิ้นผ้าหลากสีมาเย็บต่อเข้าด้วยกันจะพบในภาคเหนือ โดยเฉพาะชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่นิยมทำกันมาก ส่วนการด้นมือพบได้ในหลายภูมิภาค นำมาใช้ในการผลิตผ้าห่มบุนวมหรือชุดกีฬา เป็นต้น

“อุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่นเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน เทรนด์บุ๊กเล่มนี้จะสอนเรื่องการลดใช้ทรัพยากร หรือใช้แล้วต้องปลูกทดแทน ใช้วัสดุที่คุ้นเคยอย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อลดการเกิดของเสีย ซึ่งภูมิปัญญาไทยเรื่องการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติจากวัสดุที่มาจากธรรมชาติช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ต้องทำอย่างจริงจัง หวังว่าจะเป็นหนังสือที่อ่านแล้วเพลิดเพลินและเป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น และดีไซน์ ก่อนจะมีเทรนด์บุ๊กเล่มต่อๆ ไป”

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีรับสั่งเป็นนิจว่า อยากให้มีการจัดงานยังภูมิภาคเริ่มจากจังหวัดมหาสารคาม พร้อมกับทรงเน้นย้ำว่าคำศัพท์แฟชั่นต้องพูดบ่อยๆ เพื่อให้นักศึกษาที่ทำงานด้านนี้หรือผู้ประกอบการได้เข้าใจ ซึมซับ และคุ้นเคยให้มากที่สุด และทั้งหมดสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเทรนด์บุ๊กเล่มนี้

สำหรับกิจกรรมสัญจรที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามในครั้งนี้ คณะที่ปรึกษาในการจัดทำเทรนด์บุ๊กตั้งแต่เล่มแรกจนมาถึงเล่มที่ 2 ไม่ว่าจะเป็น กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้กประเทศไทย ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และ วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ต่างมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อให้ออกมาอย่างดีที่สุด ซึ่งเบื้องต้นการโรดโชว์ไปยังภูมิภาคที่จังหวัดมหาสารคามมีการวางแผนดำเนินการคู่ขนานกับการ จัดงานที่กรุงเทพมหานคร แต่ด้วยปัญหาและอุปสรรคจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมีการเลื่อนจัดงานเรื่อยมา

ชิราวุทธิ์ ยุเหล็ก นักศึกษาชั้นปีที่ 1 หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ฝันอยากเป็นนักออกแบบแฟชั่นมืออาชีพ เผยความรู้สึกหลังจากได้ชมนิทรรศการและร่วมฟัง การเสวนว่า ปลื้มปีติที่เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงตั้งพระทัยที่จะพัฒนาผ้าไทยให้มีคุณภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น มีโอกาสติดตาม เทรนด์บุ๊กตั้งแต่เล่มแรก Spring/Summer 2022 ตอนนั้นยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เป็นหนังสือด้านแฟชั่นที่น่าสนใจมาก ได้ความรู้ใหม่ๆ พอมาเล่มที่สองนี้เป็นช่วงที่เข้ามหาวิทยาลัยพอดี เป็นตำรานอกห้องเรียนที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการนำไปต่อยอดกับสิ่งที่เรียนได้ โดยเฉพาะเรื่องเทรนด์การใช้สีย้อมจากวัสดุธรรมชาติ เพราะอย่างที่รู้ว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอหรือแฟชั่นมีส่วนทำให้เกิดของเสีย และภาวะโลกร้อน ซึ่งคนที่อยู่ในวงการนี้จำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

อาจารย์ทัศนียา นิลฤทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาออกแบบสิ่งทอ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ หนึ่งในผู้ร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการในการผลิตเทรนด์บุ๊กเล่มที่ 2 แล้วนำองค์ความรู้ที่ได้รับ มาถ่ายทอดแก่นักศึกษา กล่าวว่า หลักสูตรของสถาบันมีวิชาที่เกี่ยวข้องกับผ้าทอพื้นเมืองค่อนข้างมาก โดยเฉพาะผ้าไหมทอมือ

ทำให้นักศึกษาได้สัมผัสผ้าพื้นเมืองมาโดยตลอด เราได้นำหนังสือเทรนด์บุ๊กมาเป็นแนวทางในการจัดการหลักสูตรเพิ่มเติม ไม่ว่า จะเป็นเรื่องสีย้อมธรรมชาติรวมถึงความรู้เรื่องเทรนด์ผ้าในตลาดสากล ซึ่งผลสำเร็จจากการนำไปประยุกต์ใช้ก็คือ นักศึกษาที่นำผลงานผ้าทอลวดลายที่ประยุกต์จากหนังสือและการย้อมสีธรรมชาติไปเข้าร่วมประกวดระดับประเทศสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ได้สำเร็จ ขณะที่ในเรื่องของเทรนด์ผ้านั้นได้นำวัฒนธรรมผ้าท้องถิ่นมาเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาต่อยอดให้มีความทันสมัย ซึ่งเทรนด์บุ๊กสามารถเป็นแนวทางให้เราทำงานง่ายขึ้น ในการผลิตให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งนี้อยากฝากข้อคิดเรื่องการย้อมสีธรรมชาติสำหรับผู้ประกอบการหรือผู้ที่อยู่ในวงการแฟชั่นว่า ควรใช้ทรัพยากรพร้อมกับปลูกทดแทนเพื่อความยั่งยืน เรื่องนี้เป็นโจทย์ที่นักพัฒนาผ้ารุ่นใหม่ต้องใส่ใจ

ด้านผู้ประกอบการผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ จุฑาทิพ ไชยสุระ จากร้าน “จุฑาทิพ” จังหวัดขอนแก่น เผยว่า หนังสือเทรนด์บุ๊กทำให้ผู้ผลิตผ้าไทยเกิดแรงบันดาลใจในการทำงานมากมาย อย่างเรื่องกลุ่มโทนสี ปกติคนในชุมชนที่ทำผ้าทอไม่ได้ ให้ความสำคัญในการแยกโหมดสี เมื่อมีการศึกษาเนื้อหาในเทรนด์บุ๊กก็ปรับเปลี่ยนวิธีทำงาน มีการแยกเฉดสีสำหรับการย้อม หรืออย่างลายผ้าบางลายเมื่อมีการชี้แนะแนวทางให้ก็มีการดัดแปลงจากลายดั้งเดิมให้สอดคล้องกับตลาด มีความร่วมสมัยยิ่งขึ้น สำหรับแบรนด์จุฑาทิพเราเน้นความร่วมสมัย วัยรุ่นใส่ได้ นอกจากนี้ยังคงแนวคิดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์เรื่องการใช้สีธรรมชาติ ในการย้อมเป็นหลัก ย้อนกลับไปเมื่อราว 8 ปีก่อนมีไม่กี่รายที่เลือกสะกัดสีจากธรรมชาติในการย้อมผ้า และเราก็เป็นหนึ่งตัวอย่างที่เลือกสีธรรมชาติ เพราะมองเห็นว่าดีต่อสุขภาพของคนย้อมผ้าและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการต้มหรือกำจัดทิ้ง ใบไม้หรือเปลือกไม้ที่นำมาย้อมก็นำไปเป็นปุ๋ยได้ด้วย และเท่าที่สังเกตผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติเมื่อนำไปวางขายมักได้ผลตอบรับค่อนข้างดี ลูกค้านิยมชมชอบ เป็นผลมาจากการดำเนินตามพระราชดำริของเจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ ที่ทรงให้แนวทางเกี่ยวกับการจัดกลุ่มเฉดสี ทำให้เราสามารถพัฒนาได้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งเรื่องสีย้อมธรรมชาตินี้นอกจากเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมาแล้วยังเกิดจากการหัดสังเกต อย่างสีดำภูมิปัญญาดั้งเดิมได้จากมะเกลือ แต่ยุคนี้มีการทดลองพบว่าเปลือกมะพร้าวหรือใบยูคาลิปตัสก็ให้สีดำได้เช่นกัน เราพยายามปลุกเร้าชุมชนว่าวัตถุดิบมีอยู่รอบตัว เพียงนำมาทดลอง เมื่อได้ผลก็แทบไม่ต้องหาซื้อเลย ถ้ามองให้เป็นโอกาสก็จะมีทางเลือกมากขึ้น

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือแบบ e-book ได้ทาง http://www.culture.go.th หรือที่ link  หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โทร. 02-247-0013 ต่อ 4305 และ 4319 – 4321 ในวันและเวลาราชการ

JIMMY CHOO ปล่อยภาพแคมเปญ Time to Dare เปิดตัวคอลเลกชั่น Spring 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674177

วันที่ 28 ม.ค. 2565 เวลา 11:55 น.JIMMY CHOO ปล่อยภาพแคมเปญ Time to Dare เปิดตัวคอลเลกชั่น Spring 2022

HAILEY BIEBER กลับมาร่วมงานกับ JIMMY CHOO อีกครั้ง ในแคมเปญ Time to Dare เปิดตัวคอลเลกชั่น Spring 2022

JIMMY CHOO เปิดตัวคอลเลกชั่น Spring 2022 โดยได้ซูเปอร์โมเดลสาว Hailey Bieber (เฮลีย์ บีเบอร์) กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง สำหรับแคมเปญ Spring 2022 Time to Dare ถูกนำเสนอผ่านมุมมองของผู้กำกับ-ช่างภาพชื่อดังชาวฝรั่งเศสคนเดิม Pierre-Ange Carlotti (ปิแอร์-อองช์ การ์ล็อตติ) ถ่ายทอดออกมาผ่านภาพนิ่งและวีดีโอ โดยถ่ายทำที่ลอสแองเจลิส ฉากหลังเป็นวิวเมืองลอสแองเจลิสตัดกับเส้นขอบฟ้า Hailey Bieber กับท่าโพสแสนสง่างามและเปี่ยมไปด้วยพลังความมั่นใจ มีกระเป๋า รองเท้าและเครื่องประดับข้างกาย สื่อถึงสไตล์แห่งฤดูกาลใหม่ที่เย้ายวนใจ

JIMMY CHOO คอลเลกชั่น Spring 2022 ได้ตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งความหรูหราและแข็งแกร่ง สะท้อนผ่านซิลลูเอทใหม่ของกระเป๋าสะพายรุ่น VARENNE QUAD อันเป็นเอกลักษณ์ กระเป๋า VARENNE TOTE ใบใหญ่, รองเท้าส้นเข็มรุ่น BING โดดเด่นด้วยสายรัดคริสตัลสี pop lime, รองเท้าบู๊ต รุ่น ORIEL และ กระเป๋ารุ่น JC VANITY CASE, รองเท้าบู๊ตรุ่น CORA และกระเป๋าผ้าซาตินรุ่น BONNY และรองเท้ารุ่น SATYA สะดุดสายตากับสายรัดดีไซน์ผ้าพันคอลายดอกไม้

สามารถชมวีดีโอแคมเปญ JIMMY CHOO Spring 2022 Time to Dare ได้บนช่องทาง YouTube: https://youtu.be/B3nO1GuxfTY

พบกับ จิมมี่ ชู (JIMMY CHOO) สปริง 2022 คอลเลกชั่น ได้ที่ Jimmy Choo Boutique Store ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5993, ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ โทร. 02-003-6095 และชั้น M ศูนย์การค้า สยามพารากอน โทร. 02-610-9944 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID @jimmychooth และ Instagram: @jimmychoo

#JimmyChoo #JimmyChooThailand

เริ่มแล้ว THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674174

วันที่ 27 ม.ค. 2565 เวลา 21:10 น.เริ่มแล้ว THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2022

สีสันการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนเริ่มต้นขึ้นแล้ว ไอคอนสยาม จัดการแสดงชุดใหญ่ “เบิกฟ้าแห่งความรุ่งเรือง” แปลงโฉม “ญาญ่า อุรัสยา” เป็นนางพญาสิงหธารา เบิกฟ้าแห่งความรุ่งเรืองบนโค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์

แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไอคอนสยาม ร่วมสืบสานเทศกาลตรุษจีนรับปีเสือ เนรมิตพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้คนไทยเชื้อสายจีนได้ร่วมเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณี ขอพรสักการะเทพเจ้าองค์ยุวเทพ ท่ามก๋งเยี่ย จากวัดท่ามกง เพื่อความเป็นสิริมงคลเสริมความเฮงรับศักราชใหม่ของชาวจีน และชาวไทยเชื้อสายจีน พร้อมได้นางเอกสาว ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ แปลงโฉมเป็น “นางพญาสิงหธารา” ที่มาเบิกฟ้าแห่งความรุ่งเรืองบนโค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์ “THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2022” พร้อมปฏิบัติตามมาตรการ Covid-Free Setting เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ยกระดับความสะอาดตามมาตรฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA Plus เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ

งานนี้สาวญาญ่า ที่ปรากฏกายมาในการแสดงชุด “เบิกฟ้าแห่งความรุ่งเรือง” ในลุค “นางพญาสิงหธารา” นำทัพขบวนพาเหรดเชิดมังกรและเสือมาอย่างสง่างาม ตามตำราจีนปีนี้ ตรงกับปีเสือธาตุน้ำ หมายถึงความโชคดี โชคลาภ หรือในสำนวนภาษาจีนเรียกว่า “จุ้ยสี่ไช้” สง่างามในชุดเครื่องประดับมาสเตอร์พีชในคอลเลกชั่น THE REIGN OF DIAMOND TIGER: PRESTIGIOUS HIGH JEWELY CREATIONS, THE ICON OF POWER AND BEYOND PROSPERITY จากJubilee Diamond โดยสวมใส่เครื่องเพชรที่มาพร้อมเลขดีคือ 38 กับน้ำหนักเพชรรวม 338 กะรัต มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

พร้อมด้วย “การแสดงเชิดมังกรทานตะวัน” ตัวแรกของประเทศไทย ที่ลำตัวของมังกรประดับดอกทานตะวันตลอดทั้งตัว โดยคนจีนเชื่อว่าดอกทานตะวันเป็นดอกไม้มงคลที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง ความโชคดี และเป็นสัญลักษณ์แห่งการมีชีวิตที่ยืนยาวเปี่ยมไปด้วยความสุข ส่วนมังกรจีนเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นอันหนึ่งของจักรพรรดิและวัฒนธรรมจีน เชื่อว่ามีพลังอันยิ่งใหญ่ สง่างาม มีความอุดมสมบูรณ์ สติปัญญา และสิริมงคล การเชิดมังกรเชื่อว่าจะนำความโชคดีมาให้กับผู้คน ยิ่งเชิดมังกรระยะเวลานานมากเท่าไหร่ก็จะนำความโชคดีมาให้ชุมชนมากขึ้นเท่านั้น ในปีนี้ไอคอนสยามตั้งใจส่งตรงให้มังกรทานตะวัน นำพาความมั่งมี สุขขี มามอบให้กับทุกคน

โดยนางเอกสาว ญาญ่า กล่าวถึงความประทับใจในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งความมั่งคั่ง รุ่งเรือง รับตรุษจีนให้คนไทยทุกคนว่า “สำหรับงานตรุษจีนปีนี้รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้มาร่วมอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ที่ ไอคอนสยาม และรู้สึกตื่นเต้นมากๆที่ได้มาแปลงโฉมเป็น “นางพญาสิงหธารา” สำหรับเทศกาลตรุษจีนก็เป็นอีกเทศกาลที่มีความสำคัญ เป็นวันขึ้นปีใหม่จีนซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของทั้งชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน จึงอยากจะเชิญชวนทุกคนมาเริ่มต้นปีใหม่จีนเสริมสิริมงคล ด้วยการไหว้พระขอพรเทพเจ้า ท่ามก๋งเยี่ย จากวัดท่ามกง ฮ่องกง พร้อมเสี่ยงเซียมซี 64 คำทำนาย ซึ่งผู้คนที่เคารพนับถือต่างกล่าวขานถึงความแม่นยำ จึงขอเชิญชวนทุกท่าน มาร่วมสักการะและขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่จีนปี 2565”

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงและกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมจีน อาหารและสินค้ามงคลต้อนรับตรุษจีนอีกมากมาย ที่จะนำพาความมั่งคั่งมามอบแก่ทุกท่าน ในเทศกาลตรุษจีน รับความสำเร็จ ราบรื่น รุ่งเรือง ตลอดปีเสือ ณ โค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์ “THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2022” ตั้งแต่วันนี้ – 2 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ www.iconsiam.com

ฉลองรับตรุษจีนปีขาลกับ 8 พยัคฆ์สีมงคล ตัวแทนความโชคดี 8 ด้าน @เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674169

วันที่ 27 ม.ค. 2565 เวลา 19:55 น.ฉลองรับตรุษจีนปีขาลกับ 8 พยัคฆ์สีมงคล ตัวแทนความโชคดี 8 ด้าน @เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ฉลองรับตรุษจีนปีขาล นำ ‘เสือมงคล’ ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกยาวกว่า 6 เมตร กับเหล่า 8 พยัคฆ์สีมงคล เสริมพลังชีวิต ในงาน “Chinese New Year 2022”

โชคดี เฮงๆ รับตรุษจีนปีเสือทอง และร่วมเฉลิมฉลองครบ 8 ปี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มอบความสุขและความเป็นสิริมงคลให้กับลูกค้าเสริมชีวิตปังตลอดปี พร้อมจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษให้ชวนช้อป รับทรัพย์ อิ่มรับโชค ในงาน Chinese New Year 2022: Leap into the Year of the Tiger with a streak of fortune รวมรางวัลมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท เมื่อใช้จ่ายครบตามเงื่อนไข ระหว่างวันนี้ – 28 ก.พ. 2565 พร้อมขานรับแคมเปญภาครัฐ “ช้อปดีมีคืน” วันนี้ – 15 ก.พ. 2565 เพื่อเป็นการช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยให้กลับมาพลิกฟื้นได้โดยเร็ว

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสีสันที่ชวนทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีขาลมหาเฮง ไปด้วยกัน ในคอนเซ็ปต์ The Union of 8 Fortune Tigers  เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและแสดงให้เห็นถึงการรวมตัวกันของบรรดาเหล่าพยัคฆ์ โดยเริ่มต้นเสริมพลังชีวิตและความเป็นสิริมงคลตลอดปี กับ ‘เสือมงคล’ ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ยาวกว่า 6 เมตร สัญลักษณ์ของผู้ทรงอำนาจ ผู้นำเสริมบารมี ส่งเสริมธุรกิจการเจรจาให้สำเร็จลุล่วงราบรื่น ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ลูกค้าและผู้พบเห็น ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าฯ ระหว่างวันที่ 25 ม.ค. – 13 ก.พ. 65

พร้อมเสริมความโชคดี เสริมอำนาจบารมี ครั้งแรกกับการรวมตัวของเหล่า 8 พยัคฆ์สีมงคล ถือเป็นตัวแทนของความโชคดี 8 ด้าน ด้วยเชื่อว่ามีความหมายดี และช่วยเสริมสิริมงคลในด้านต่างๆ ให้แก่ผู้พบเห็น ไม่ว่าจะเป็น

  • ‘Ruby Red Bengal Tiger’ เสือโคร่งเบงกอลสีแดงทับทิม เสริมโชคด้านชื่อเสียง
  • ‘Han Blue Snow Leopard’ เสือดาวหิมะสีน้ำเงิน เสริมพลังด้านสติปัญญา
  • ‘Jade Green Siberian Tiger’ เสือโคร่งไซบีเรียสีเขียวหยก เสริมพลังสร้างสุขในครอบครัว
  • ‘Golden Yellow Cheetah’ เสือชีตาห์สีเหลืองทอง เสริมพลังสร้างสุขภาพ
  • ‘Mandarin Orange Leopard’ เสือดาวสีส้มจีน เสริมพลังความเจริญก้าวหน้า
  • ‘Pink Peony Jaguar’ เสือจากัวร์ ดอกโบตั๋นสีชมพู เสริมมงคลด้านความรัก
  • ‘Han Purple South China Tiger’ เสือโคร่งจีนใต้สีม่วง เสริมพลังแห่งความรุ่งโรจน์ มั่งคั่ง มั่งมี
  • ‘Golden Brown Sumatran Tiger’ เสือโคร่งสุมาตราสีน้ำตาลทอง เสริมพลังปกป้องคุ้มครองและสร้างความปรองดอง

ยกขบวนมาร่วมอำนวยพรให้ลูกค้าทั่วศูนย์การค้าฯ ในวันที่ 29 – 30 ม.ค. และ 1 ก.พ. 65 วันละ 2 รอบ เวลา 13.00 น. – 13.30 น. และ 17.00 น. – 17.30 น. เพื่อนำทุกคนสู่ปีที่เต็มไปด้วยความโชคดีแบบก้าวกระโดดไปด้วยกัน

รวมไปถึงอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด นั่นคือ ‘ถ้ำเสือแห่งโชคลาภ’ ที่บริเวณทางเชื่อมเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กับ เซ็นทรัล ชิดลม สะดุดตากับสีสันและการตกแต่งด้วยผ้าและลายกราฟิกเสือตลอดทั้งแนว ซึ่งหากใครเดินแวะมาถึงจุดนี้ ต่างอดใจไม่ได้ที่จะเซลฟี่หรือเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก ถือเป็นอีกมุมถ่ายรูปสุดปังที่รับรองว่าได้รูปสวยๆ เท่ๆ เอาไว้อัพลงโซเชียลต้อนรับปีขาลนี้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมมากมายภายในศูนย์ฯ ให้ร่วมสนุก ที่บริเวณชั้น 5 อาทิ แวะมาทำนายดวงชะตาออนไลน์ ฟรี! ทุกวัน ที่ Chi-Chi Stick Booth x Mutaeworld เพียงแสกน QR Code ก็เริ่มเสี่ยงเซียมซีดิจิตอลได้เลย อีกทั้งเลือกช้อปของขวัญ เครื่องรางนำโชคของจีน รวมไปถึงสินค้าอื่นๆ มากมาย ในโซน China Town Market วันที่ 25 ม.ค. – 6 ก.พ. เวลา 10.00 น. – 21.00 น. และมาเพิ่มความเฮงไปกับเวิร์กช็อปเขียนอักษรจีนมงคลด้วยพู่กันจีน กับอาจารย์ เกงอุ้ย แซ่เฮ้ง วันที่ 29 – 31 ม.ค. และ 1 ก.พ. 65 เวลา 12.00 น. – 17.00 น. สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมเวิร์กช็อปสามารถนำใบเสร็จซื้อสินค้าหรือรับประทานอาหารจากร้าน ที่ร่วมรายการ ขั้นต่ำ 3,000 บาท เพื่อรับสิทธิ์ร่วมเวิร์กช็อปฟรี (1 ท่าน/1 สิทธิ์)

ถัดมาที่ OPEN HOUSE ชั้น 6 ยังมีมุมเรียนรู้สำหรับเด็กกับการประดิษฐ์ของเล่นในเทศกาลตรุษจีน วันที่ 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 65  เวลา 11.00 น. – 19.00 น. ที่ผู้ปกครองสามารถพาเด็กๆ มาทำกิจกรรมเพื่อสร้างความสนุกและเสริมสร้างจินตนาการให้กับลูกน้อยได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ยังเตรียมเชื่อมต่อเดือนแห่งความรักด้วย Love Is Love OPEN Market สำหรับคนที่กำลังหาของขวัญเนื่องในวันวาเลนไทน์ วันที่ 10 – 14 ก.พ. 65 เวลา 10.00 – 19.00 น.

จากนั้นแวะมาต่อกันที่ Eathai ชั้น LG ได้คัดสรรหลากเมนูอาหารจีนมากมายให้กินดีมีโชคและสัมผัสรสชาติความอร่อยแบบฉบับต้นตำรับร้านดัง อาทิ ร้านสุกี้โบราณ เอี้ยว – ฮั้ว กับเมนูหมี่ผัดผักกระเฉดรสเข้มข้น จัดจ้าน, ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดเฮียเม้ง พิเศษด้วยน้ำซุปสมุนไพรสูตรพิเศษจากทางร้าน, ข้าวมันไก่ประตูน้ำ ข้าวมันไก่เลื่องชื่อของเมืองกรุง, ร้านกุยช่ายคุณแม่ แป้งบาง เหนียวนุ่ม ไส้เยอะ และทำสดใหม่วันต่อวัน ให้ลิ้มลองความอร่อย อีกทั้งพบกับกิจกรรมมงคลรับโชคเฮงเฮง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก สนุกสนาน จากแป๊ะยิ้มที่มาสร้างสีสันร่วมแจกอั่งเปาต้อนรับเทศกาลตรุษจีน และการแสดงกู่เจิง มาสร้างความอิ่มเอม ในวันที่  25, 29 – 30 ม.ค. และ 1 ก.พ. 65 เวลา 12.00 – 14.00 น. พิเศษสุดๆ เพียงรับประทานอาหารและเครื่องดื่มครบ 300 บาทรับฟรี! คูปองเงินสดจากอีทไทย มูลค่า 100 บาท (จำนวนจำกัด) วันที่ 1 ก.พ. 65 วันเดียวเท่านั้น! ห้ามพลาดเมนูอาหารมงคลและกิจกรรมมากมาย จนถึง 1 ก.พ. 65 ภายใต้ 13 มาตรการสำคัญ ตอบโจทย์การรับประทานอาหารแบบ New Normal เพื่อเพิ่มความมั่นใจ และความปลอดภัยสูงสุดให้กับลูกค้าที่มาทานอาหารและใช้บริการ

ตลอดจนชวนลูกค้าช้อปรับทรัพย์ อิ่มรับโชค กับโปรโมชั่นสุดพิเศษรับตรุษจีน รับทันทีบัตรกำนัล หรือบัตรรับประทานอาหาร เงินคืน และของรางวัลอื่นๆ มากมาย รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท เมื่อใช้จ่ายครบตามเงื่อนไข และจะกินหรือช้อป พกบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน บัตรเดียวคุ้ม รับสิทธิประโยชน์รวมสูงสุด 88,000 บาท หรือรับข้อเสนอสุดพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ พิเศษเฉพาะวันที่ 1 ก.พ. 65 วันเดียวเท่านั้น! รับ Central Embassy Voucher มูลค่า 3,000 บาท เมื่อช้อปสินค้าร้านค้าหมวด Luxury ครบ 30,000 บาท ขึ้นไป/ใบเสร็จ (จำกัด 80 รางวัล) หรือรับ Central Embassy Voucher มูลค่า 500 บาท เมื่อช้อปสินค้าร้านค้าหมวด Street และ Lifestyle ครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ (จำกัด 80 รางวัล) รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับ บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน เดอะแบล็ค แบล็ค และลักซ์ Weekend Super Burn ทุกวันเสาร์- อาทิตย์แรกของเดือน รับ Central Voucher มูลค่าสูงสุด 30% เมื่อแลกคะแนนเดอะวัน และรับเพิ่ม Central Group Magic Gift Card มูลค่า 80,000 บาท สำหรับ  3  ท่านแรก ที่มียอดใช้จ่ายสะสมสูงสุด และมียอดใช้จ่ายสะสมตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป อีกทั้งรับเพิ่มภาพวาดผลงานศิลปะรูปเสือนำโชค จากพุฒิพงศ์ ปรารถนะวณิช มูลค่า 100,000 บาท สำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดท่านแรก

พิเศษสุดเฉพาะสมาชิก The Embassy Club และ Central Diamond Society สำหรับ Top Spender ที่มียอดช้อปสูงสุด 3 ท่าน และมียอดช้อปสะสม 2 ล้านบาทขึ้นไปตลอดรายการ รับฟรี เครื่องประดับแหวนเพชร 0.97 กะรัต จาก Blue River มูลค่า 103,000 บาท (จำกัด 1 รางวัล), กระเป๋า Givenchy รุ่น Small 4G Bag Padded Leather in Lilac ที่มีเพียง 2 ใบในประเทศไทยเท่านั้น มูลค่า 66,000 บาท (จำกัด 2 รางวัล) และรับเพิ่ม Central Embassy Voucher สูงสุด 50,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข (จำกัด 18 รางวัล)

พร้อมมาอิ่มรับโชคฉลองตรุษจีนกับอาหารจีนมงคลเลิศรสจากร้านอาหารชื่อดังภายในศูนย์ฯ รับฟรี Voucher รวมสูงสุด 1,100 บาท เมื่อรับประทานอาหารครบตามเงื่อนไข (จำกัดรวม 2,350 รางวัลตลอดรายการ) และเมื่อช้อป หรือ รับประทานอาหารครบทุก 3,000 บาทขึ้นไป ลุ้นรับของรางวัล รวมมูลค่ากว่า 164,000 บาท จำนวน 7 รางวัล ได้แก่ บัตรกำนัลรับประทานอาหารและเมนูพิเศษ สำหรับ 4 ท่าน จาก The Table By Chef’s Pam, POTONG Chef’s Tasting, Hong Bao, Muteki By Mukendi (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ร้านกำหนด) ตลอดจนสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต ที่ร่วมรายการสูงสุด 22% หรือผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน อีกทั้ง รับฟรีเซตซองอั่งเปาสุดพิเศษ สำหรับสมาชิก The Embassy Club และ Central Diamond Society 50 ท่านแรกเท่านั้น และสำหรับลูกค้าทั่วไป รับฟรีเซตซองอั่งเปา เพียงแสดงใบเสร็จโดยไม่มีขั้นต่ำ ที่ Concierge ชั้น G

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมขานรับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย สำหรับบุคคลที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยนำจำนวนเงินที่ซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริง ซึ่งรวมกันไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน วันนี้ ถึง 15 ก.พ. 65 (เงื่อนไขเป็นไปตามข้อกำหนดของภาครัฐ)

#CentralEmbassyCNY22

#CentralEmbassy

ร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพผ่าน “นิทรรศการภาพวาดลายพระหัตถ์ สิริศิลปิน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674089

วันที่ 27 ม.ค. 2565 เวลา 11:05 น.ร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพผ่าน “นิทรรศการภาพวาดลายพระหัตถ์ สิริศิลปิน”

ชวนคนไทยร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพผ่าน “นิทรรศการภาพวาดลายพระหัตถ์ สิริศิลปิน” ในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในงาน “2022 POWER OF THE GREAT TIGER” สัมผัสประสบการณ์ Digital Art Experience ตระการตา ณ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล โคราช และเซ็นทรัล อุดรธานี

เซ็นทรัลพัฒนาฉลองครบรอบ 40 ปี เปิดศักราชใหม่ ฉลองตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ ต้อนรับปีขาลชวนประชาชนร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านงานศิลปะผ่าน “นิทรรศการภาพวาดลายพระหัตถ์ สิริศิลปิน” ในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ภายใต้แนวคิด “Nature reign Supreme in the World. Art is having Freedom in one self.” “ธรรมชาติเป็นใหญ่ในโลก ศิลปะมีอิสรภาพในตัวเอง” รวบรวมพระอัจฉริยภาพด้านงานศิลปะ อันได้แก่ ผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และสื่อผสม พร้อมเพลิดเพลินกับ Digital Art Exhibition โดยจะจัดแสดงภายในงาน “2022 POWER OF THE GREAT TIGER” ณ 3 ศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนา ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ (25 ม.ค.- 28 ก.พ. 65), เซ็นทรัล อุดรธานี (24 ม.ค.- 31 ม.ค. 65) และ เซ็นทรัล โคราช (28 ม.ค.- 6 ก.พ. 65)

นอกจากจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านงานศิลปะ ในรูปแบบงานศิลปะเหนือจิตนาการ ผสมผสานกับลักษณะของงานศิลปะแบบนาอีฟ (Naive Art) ที่สร้างสรรค์ตามสัญชาตญาณ และความรู้สึกภายในจิตใต้สำนึก ในรูปแบบงานผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และสื่อผสมแล้ว ภายในงานยังพบกับ Digital Art Exhibition โดยต่อยอดมาจากผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ที่นำมาพัฒนาด้วยเทคโนโลยี AR ปลุกชีวิตให้ภาพวาดออกมาโลดแล่นอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อนำเสนอผลงานในรูปแบบ 3 มิติ พร้อมภาพเคลื่อนไหว เสมือนจริง รวมถึงมีการใช้เทคโนโลยี AR Filter แสกน QR Code ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Instagram @sirisinlapin ให้ทุกคนได้ภาพถ่ายคู่กับภาพผลงานไว้แชร์ลงโซเชียล พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับนิทรรศการศิลปะรูปแบบ Animation ที่ได้นำเสนอ Visual Art ทั้งงานจิตรกรรมจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ งานภาพยนตร์ และงานกราฟฟิค มาผสมผสานกันอย่างลงตัวให้ทุกท่านเพลิดเพลินไปกับการชื่นชมนิทรรศการศิลปะในครั้งนี้

สำหรับนิทรรศการภาพวาดลายพระหัตถ์ “สิริศิลปิน” มีความหมายว่า “ศิลปินผู้ทรงสร้างสรรค์งานศิลปะงดงามหลากหลายแขนง อันเป็นศรี เป็นมิ่งขวัญ และเป็นมงคลยิ่ง” ทรงใช้ “เสือ” แทนสัญลักษณ์ ของเจ้าป่า หรือพระราชา ซึ่งเปรียบเสมือนพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ราชาผู้ปกครองแผ่นดินด้วยพระเมตตา ห่วงใยทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร์ตลอดเวลา โดยลวดลายของเสือมีการใช้ตัวอักษรต่างๆ และสัญลักษณ์ DNA หรือชื่อย่อทางสารพันธุกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ ทางด้านวิทยาศาสตร์ อันเป็นพระประสบการณ์ในด้านวิทยาศาสตร์ ของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี มาผสมผสานกับจินตนาการ ตามบริบทแวดล้อม เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกผ่านรูปทรงและความหมายของพื้นที่ต่างๆ ที่ทรงคุ้นเคยได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีชีวิต มีลมหายใจ ซื่งเป็นการสานต่อความฝัน ความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความรักต่อตนเอง ครอบครัว ราษฎรชาวไทยไปจนกระทั่งผู้คนในโลกนี้ได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยแบ่งรูปแบบการจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน

ได้แก่ 1. ผลงานจิตรกรรมคอลเลคชั่นชุด “เสือ” ในสภาพแวดล้อมและอิริยาบถต่างๆ 2. ผลงานประติมากรรม และสื่อผสม ที่ถอดแบบจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ 3. ผลงาน Digital Art Exhibition ในรูปแบบของสื่อร่วมสมัย อาทิ Interactive art หรือ 3D โมเดล “เสือ” พร้อมภาพเคลื่อนไหว

พร้อมกันนี้ยังสามารถพบร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกจากผลงานที่ต่อยอดจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ อาทิ เสื้อ แก้วน้ำ พวงกุญแจ เครื่องหนัง เครื่องประดับอัญมณี และน้ำหอม จาก บริษัท สยาม กลิตเตอร์ 1957 หรือผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็ปไซต์ http://www.siamglitters1957.com หรือจากมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ ผ่านทางเว็ปไซต์ www.chulabhornhospital.com

มาสัมผัสประสบการณ์มงคล ต้อนรับปีเสือ กับ “นิทรรศการภาพวาดลายพระหัตถ์ สิริศิลปิน” ณ เซ็นทรัลเวิลด์ (วันนี้ – 28 ก.พ. 65), เซ็นทรัล อุดรธานี (วันนี้ – 31 ม.ค. 65) และ เซ็นทรัล โคราช (28 ม.ค.- 6 ก.พ. 65) ทั้งนี้ทางศูนย์การค้ายังคงคุมเข้มกับมาตรการความสะอาดและปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” เพื่อให้ได้รับทั้งความสะดวก และปลอดภัยตลอดเทศกาลตรุษจีนนี้