Honour Collection เติมเต็มความสุขทุกมื้อให้ผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/674061

วันที่ 27 ม.ค. 2565 เวลา 09:31 น.Honour Collection เติมเต็มความสุขทุกมื้อให้ผู้สูงอายุ

ใส่ใจในทุกรายละเอียด “ภัทรา พอร์ซเลน” เปิดตัว “Honour Collection” ชุดรับประทานอาหารที่จะเติมความสุขให้แก่ผู้สูงอายุ

ผู้นำด้านการผลิตและจัดหน่ายเครื่องใช้สำหรับโต๊ะอาหารประเภทพอร์ซเลน (Porcelain) และโบนไชน่า (Bone China) บริษัท ภัทรา (PATRA) พอร์ซเลน จำกัด พัฒนาเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารประเภทจาน ชาม และแก้วน้ำสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่ประสบปัญหากล้ามเนื้อมือหรือแขนอ่อนแรง ให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและรู้สึกมีคุณค่าในตนเองมากขึ้น โดยใช้เวลาวิจัยและพัฒนานานกว่า 4 ปี

“ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคของสังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society ดังนั้น เราจึงควรมีการเตรียมความพร้อมในการเสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้สูงวัยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสามารถในการดูแลตนเองและดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติ รวมไปถึงการสร้างทัศนคติในสังคมที่มีต่อผู้สูงวัยก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ ที่เราควรมองว่าผู้สูงวัยนั้นมีศักยภาพ ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นเราก็ต้องสร้างทัศนคติของผู้สูงวัยที่มีต่อตนเองก่อน การเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางสังคมดังกล่าว ทำให้เราต้องหันมาพิจารณาถึงการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่คนกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี สาธารณูปโภค ตลอดจนของใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้พวกเขาดูแลตัวเองได้ เกิดความภาคภูมิใจ รู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น นั่นเป็นที่มาของชื่อโครงการ HONOUR” นายเรย์มอนด์ ฮาน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ภัทรา พอร์ซเลน จำกัด กล่าว

การรับประทานอาหารคือหนึ่งในกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐานที่เราทุกคนควรช่วยเหลือตนเองได้ แต่ด้วยวัยที่มากขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับภาวะต่าง ๆ ทั้งทางด้านกายภาพและจิตภาพ รวมไปถึงโรคต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ซึ่งมีผลกับการเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่าง ๆ ทำให้มีปัญหาในการหยิบจับสิ่งของหรือภาชนะ ที่จะตกหล่นหรือทำอาหารหกออกมาข้างนอก ส่งผลให้ผู้สูงอายุรับประทานได้น้อยลง ดังนั้นเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารจึงควรออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาในด้านนี้ ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์รูปแบบดังกล่าวยังไม่มีให้เลือกมากนัก ภัทรา ตระหนักถึงปัญหาในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุในด้านนี้ และเรามีความเชื่อมั่นว่าด้วยเทคโนโลยีในการผลิตอันทันสมัย บวกกับความชำนาญของภัทรา จะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุรวมไปถึงผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวได้ ชุดจานชาม Honour จึงถูกผลิตภัณฑ์จากความมุ่งมั่นของภัทรา ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของบริษัทฯ ที่ว่า We make good life possible Honour ใช้เวลากว่า 4 ปี ในการวิจัยและพัฒนาออกแบบอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารสำหรับผู้สูงวัย เราศึกษา ทดลอง และทดสอบจนมั่นใจว่าภาชนะทั้งหมดจะสามารถส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยรวมถึงผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงหลักสรีระศาสตร์ของผู้สูงวัย จนได้ชุดอุปกรณ์สำหรับรับประทานอาหารจำนวน 12 ชิ้น ประกอบด้วย 

  • ชุดจานขนาด 23.5 ซม. พร้อมฝาครอบ
  • ชุดจานขนาด 20 ซม. พร้อมฝาครอบ
  • ชุดชามขนาด 20 ซม. 500 ซีซี พร้อมฝา
  • ชุดชามขนาด 16.5 ซม. 350 ซีซี พร้อมฝา/จานรอง
  • ชุดชามขนาด 13 ซม. 270 ซีซี พร้อมฝา/จานรอง
  • ชุดแก้วหูจับ ขนาด 300 ซีซี พร้อมฝา/จานรอง

ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานของชุดถ้วยชาม HONOUR ที่ได้รับการออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์อย่างพิถีพิถัน ทั้งชามที่มีองศาความโค้งของถ้วยที่ช่วยในด้านการตักอาหาร (Scooping Curve) ทำให้ผู้ใช้สามารถตักอาหารได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ขอบป้องกันการหก (Anti-spill Rim) ขอบสำหรับการยกหรือประคอง (Holding Rim) ฝาที่สามารถใช้สำหรับปิดหรือเป็นจานรอง แก้วที่มีหูจับขนาดใหญ่จนผู้ใช้สามารถสอดมือเข้าไปเพื่อประคองการถือหรือยกได้อย่างมั่นคง และไม่เพิ่มภาระให้กับข้อมือ นอกจากจะใส่ใจในรายละเอียดของการใช้งานจริงขณะรับประทานอาหารแล้ว HONOUR ยังถูกออกแบบให้จัดเก็บได้ง่าย โดยสามารถวางซ้อนกันได้อย่างมั่นคง (Stacking Lock) เหมาะสมกับการจัดวางบนถาดอาหารที่สามารถวางซ้อนกันได้ ด้วยการออกแบบฝาแบบมีวงแหวน Foot Lock ซึ่งสามารถตอบโจทย์ระบบรถเข็นส่งอาหารทั้งในโรงพยาบาล สถานดูแลคนชรา ตลอดจนโรงแรม และร้านอาหาร นอกจากนี้ด้วยวัสดุพอร์ซเลนอย่างดีทำให้ชุดภาชนะบนโต๊ะอาหารนี้ดูแลรักษาง่าย เป็นรอยได้ยาก และสามารถใช้งานกับไมโครเวฟได้

ชุดถ้วยชาม HONOUR จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2565 ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือลูกค้าองค์กรสามารถสั่งซื้อผ่านทางอีเมลได้ที่ info@patraporcelain.com ดูข้อมูลเพิ่มเติมของภัทราและขอรับแคตตาล็อกได้ที่: https://www.facebook.com/PatraPorcelain หรือ www.patraporcelain.com

Love is in the air ส่งต่อความรักความห่วงใย ของขวัญแทนใจยิ่งให้ยิ่งได้บุญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673981

วันที่ 26 ม.ค. 2565 เวลา 08:20 น.Love is in the air ส่งต่อความรักความห่วงใย ของขวัญแทนใจยิ่งให้ยิ่งได้บุญ

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ชวนดับเบิลความสุข ส่งต่อความรักและความห่วงใย แถมได้บุญ กับของที่ระลึกการกุศลคอลเลกชั่น “Love is in the air” พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้

เพราะเชื่อในพลังของ “คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด” มูลนิธิรามาธิบดีฯ เดินหน้าก้าวสู่ศักราชใหม่ ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชั่นของที่ระลึกการกุศลชุดใหม่ Love is in the air เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ที่กำลังมองหาของขวัญแทนใจในการส่งต่อความรักและความห่วงใยไปยังคนรอบข้างได้อิ่มเอมและมีความสุขกว่าที่เคย เพราะนอกจากจะได้ของที่ระลึกสุดน่ารักเป็นตัวแทนส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ไปยังผู้รับแล้ว ยังเป็นการร่วมทำบุญช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ และสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์กับมูลนิธิรามาธิบดีฯ อีกด้วย ถือเป็นการดับเบิลความสุขจากการให้แบบคูณสอง

โดยแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่น Love is in the air ได้ตีความหมายจากความรักที่มีอยู่รอบตัวเพื่อเราจะพบกับความสุขได้จากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ประจำวัน ผ่านโทนสีที่ให้ความสดชื่น และอบอุ่นใจให้แก่ผู้ที่ได้พบเจอ ความรู้สึกพิเศษนี้สามารถส่งต่อให้กับคนรักของเราได้อีกด้วย ลายพิมพ์ดอกไม้ผสมผสานกับลายเส้นรูปหัวใจอินฟินิตี้ สัญลักษณ์ประจำมูลนิธิรามาธิบดีฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของความรักที่ไม่สิ้นสุด ท่ามกลางภาวะต่าง ๆ ที่ต้องเจอตอนนี้ ให้ความรัก กำลังใจ และความอบอุ่นโอบล้อมรอบเราไว้ เพื่อส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ให้แก่ตัวเราและคนรอบข้าง

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวว่า ในแต่ละปี มูลนิธิรามาธิบดีฯ จะจัดทำคอลเลกชั่นของที่ระลึกการกุศล เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสเลือกทำบุญของที่ระลึกที่ถูกใจ สำหรับเป็นของขวัญแทนใจ โดยคอลเลกชั่นแรกของปีนี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ นำเสนอคอลเลกชั่น “Love is in the air” ที่นำลายเส้นรูปหัวใจอินฟินิตี้ ซึ่งเป็นตัวแทนของความรักที่ไม่มีที่สิ้นสุดมาเป็นสื่อกลางในการสะท้อนถึง “คำว่าให้… ไม่สิ้นสุด” ผ่านของที่ระลึกในหลากหลายรูปแบบ ที่คำนึงถึงประโยชน์จากการใช้งานสำหรับชีวิตประจำวันด้วย

เพื่อให้ของที่ระลึกการกุศลจากมูลนิธิรามาธิบดีฯ เปี่ยมไปด้วยความหมาย สมกับเป็นตัวแทนแห่งการให้ไม่สิ้นสุด ทางมูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงตั้งใจพัฒนาของที่ระลึกออกมาด้วยความตั้งใจ ให้ความสำคัญตั้งแต่การออกแบบลวดลายและของที่ระลึกให้มีความหลากหลาย มีคุณภาพ และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน เพราะการร่วมสนับสนุนของที่ระลึกจากมูลนิธิรามาธิบดีฯ มีความหมายลึกซึ้งกว่าการส่งต่อความสุข ความรักและความห่วงใยผ่านสิ่งของไปยังคนรอบข้าง แต่เป็นการร่วมเติมเต็มโอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้ป่วยยากไร้อีกหลายชีวิต

คอลเลกชั่น Love is in the air ประกอบด้วยของใช้ที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ได้แก่ เสื้อยืด ผ้าพันคอ หมวกปีกกว้างพร้อมโบว์ผูกในตัว กระเป๋าสะพายใส่โทรศัพท์มือถือและการ์ด กระเป๋าคล้องมือกระเป๋าสะพายข้าง รวมถึงไอเทมพิเศษ ครั้งแรกที่มีการสร้างสรรค์ชุดนอนแบบเสื้อ-กางเกงและชุดนอนแบบเดรสกระโปรง ราคาเริ่มต้น ตั้งแต่ 199 – 659 บาท

ร่วมส่งต่อความรักและการให้ให้อบอวลอยู่รอบตัว พร้อมดับเบิลความสุขรับศักราชใหม่ไปด้วยกัน ด้วยการสนับสนุนสินค้าที่ระลึกการกุศล “Love is in the air” เริ่มวางจำหน่ายนี้เป็นต้นไป ณ จุดจำหน่ายของที่ระลึกของมูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือสั่งซื้อออนไลน์ ผ่าน www.ramafoundation.or.th และ LINE SHOPPING  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ LINE @ramafoundation หรือโทร. 02 201 2222  

“คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด”

G2000 คอลเลคชั่นใหม่ ผสานลุคทำงานเข้ากับสไตล์ที่ใช่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673875

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 08:18 น.G2000 คอลเลคชั่นใหม่ ผสานลุคทำงานเข้ากับสไตล์ที่ใช่

ส่อง G2000 คอลเลคชั่นล่าสุด ความแคชวลในรูปแบบใหม่ หล่อ-สมาร์ท-ทรงพลัง พร้อมความคล่องตัวในชุดทำงานของสุภาพบุรุษ เสริมลุคให้สง่างามเข้ากับฟังก์ชั่นและสไตล์ที่ใช่ในทุกวันเพื่อสุภาพสตรี

คอลเลคชั่นใหม่สำหรับผู้ชาย ความแคชวลในรูปแบบใหม่ หล่อ-สมาร์ท-ทรงพลัง พร้อมความคล่องตัวในชุดทำงาน

อยากได้รูปร่างที่ดูสูงเพรียวขึ้นในชุดทำงาน ขอแนะนำชุดสูทและเบลเซอร์รุ่นใหม่ Smart Fit

อัพเกรดให้กับชุดสูทและเบลเซอร์ในซีซั่นใหม่ด้วย Smart Fit ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเรือนร่างชาวเอเชีย โดยเบลเซอร์ได้มีการปรับความยาวให้พอดีตัวและแขนที่สั้นพอดีตัวมากขึ้น รวมถึงช่วงไหล่ที่บางลงพอเหมาะกับความกว้างของไหล่ พร้อมทั้งยังเปิดช่วงผ่าด้านหน้าให้ลึกขึ้นเพื่อพรางตาให้รูปร่างแลดูสูงเพรียวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังขอแนะนำสูทกระดุมเม็ดเดียวที่มีความแคชชวลด้วยเม็ดกระดุมในตำแหน่งที่ต่ำลง ซึ่งเป็นอีกเทคนิคเพื่อรูปร่างที่ดูสมส่วนยิ่งขึ้น

เสื้อเชิ้ตสำหรับทุกโอกาส ไม่ว่าจะทำงานที่บ้านหรือออกไปทำกิจกรรมอื่นใด

มีเสื้อเชิ้ตหลากหลายแบบในคอลเลคชั่นนี้ พร้อมฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันเพื่อปรับให้เข้ากับทุกลักษณะวันทำงานของคุณ ไอเท็มที่ขายดีที่สุดอย่างเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายแบบไม่ต้องรีดก็ได้รับการอัพเกรดไปอีกขั้นด้วยความยืดหยุ่นที่ช่วยให้สวมใส่สบาย ด้วยการใช้เทคโนโลยีพิเศษช่วยให้เสื้อยังคงเรียบ ไม่มีรอยยับตลอดทั้งวันไม่ว่าจะขยับเคลื่อนไหวตัวยังไงก็ตาม รวมถึงเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายแบบไม่ต้องรีดที่มีการเพิ่มดีเทล เพื่อให้ลุคดูหรูหราและสมาร์ทยิ่งขึ้น ในขณะที่ไลน์ TECH WORK นั้นยังคงเป็นหนึ่งในไลน์โปรดของหนุ่มๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าฝ้ายแท้แบบไม่ต้องรีดที่มีน้ำหนักเบา ไม่มีรอยยับ ผสานผ้าฝ้ายเข้ากับ Easy-care Cotton Blend ที่ให้สัมผัสนุ่ม สวมใส่สบาย

เสื้อโปโล นิยามใหม่ของเสื้อเชิ้ตสไตล์แคชวล

เสื้อโปโล เป็นไอเท็มที่หลายๆ คน หยิบมาใส่แบบไม่ต้องคิด ซึ่งในฤดูกาลนี้เราขอแนะนำ Double Mercerized Cotton Blend Polo เสื้อโปโลที่มีสัมผัสนุ่มลื่นสบายผิวและยังดูสมาร์ท เหมาะกับสวมใส่ในการทำงาน รวมถึง  Quick Dry Polo เสื้อโปโลแบบแห้งไวที่เหมาะสมทั้งสไตล์และฟังก์ชั่นการดูแลที่แสนสะดวก

 

คอลเลคชั่นใหม่สำหรับผู้หญิง ผสานลุคทำงานเข้ากับฟังก์ชั่นและสไตล์ที่ใช่ในทุกวัน

G2000 คอลเลคชั่นล่าสุด ที่ผสานลุคทำงานเข้ากับสไตล์ที่ใช่ พร้อมโทนสีเมเปิลและมอคค่าที่ถ่ายทอดอารมณ์และเฉดสีของฤดูกาลได้อย่างชัดเจนเจือไปด้วยความอบอุ่นที่ดูน่าหลงใหล ในขณะที่สีควันบุหรี่และฟ้าอ่อนช่วยดึงลุคสาวทำงานให้ดูหรูหราสง่างามขึ้น แซมด้วยสีขาว ดำ และเทาอันแสนคลาสสิคเข้าได้กับทุกลุค แมทช์ได้ทุกชิ้น อีกทั้งเนื้อผ้า คัตติ้ง และฟังก์ชั่นต่างๆ ก็เลือกสรรมาให้เหมาะสม ตอบโจทย์กับชีวิตประจำวันได้อย่างยอดเยี่ยม

การผสมผสานของเนื้อผ้าที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมลุคให้สง่างาม

การออกแบบในซีซั่นนี้ เน้นที่ทั้งความคลาสสิคและทันสมัย เนื้อผ้าที่เลือกใช้ย่อมต้องมีคุณภาพสูงอย่างซาติน ลายพรินต์ดอกไม้ ลายตาราง ผ้าทวีด และลูกไม้ ซึ่งในฤดูกาลนี้เดรสของเรามาในหลากหลายเนื้อผ้า มอบสัมผัสสดชื่นแปลกใหม่ให้กับทุกๆ วันของคุณ

ชุดทำงานแสนสมาร์ทที่ตอบความต้องการคุณด้วยฟังก์ชั่นใหม่ Anti-bacterial & COOLMAX® Technology

คอลเลคชั่นใหม่ของ G2000 นี้เน้นการดีไซน์ที่เปี่ยมด้วยฟังก์ชั่นอันแสนฉลาด Anti-bacterial ที่ขจัดและยับยั้งแบคทีเรียได้ถึง 99% เพื่อให้เสื้อผ้าของคุณสะอาดและช่วยให้รู้สึกสดชื่นอยู่เสมอ อีกทั้งสอดรับกับภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ด้วยเทคโนโลยี  COOLMAX® ช่วยให้คุณสวมใส่ชุดโปรดได้อย่างไม่ต้องกังวล เพราะด้วยเนื้อไฟเบอร์ไม่ว่าจะในเบลเซอร์สูทหรือไอเท็มใดก็ถูกออกแบบมาให้ระบายความชื้นได้ดี ช่วยให้รู้สึกแห้งและเย็นสบายได้เสมอ พร้อมสไตล์ที่ใช่ในทุกๆ วัน

ชิ้นเด่นประจำฤดูกาล – Boyfriend Fit

สำหรับฤดูกาลนี้ อะไรจะอินไปกว่าเบลเซอร์สูทและกางเกงรุ่น Boyfriend Fit ที่นำเสนอสไตล์ชุดโอเวอร์ไซส์ในแบบที่ช่วยส่งเสริมรูปร่างให้ดูเพรียวขึ้นด้วยคัตติ้งเทคนิคอันชาญฉลาดอย่างช่วงไหล่ที่กว้างขึ้น เสื้อคอวีที่ลึกขึ้น ฯลฯ Boyfriend Fit จะช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับชุดทำงานของคุณได้อย่างสนุกสนานและมีสไตล์ ให้ฟีลลิ่งคล้ายๆ ยืมชุดแฟนมาใส่ ปรับดีเทลหญิงๆ เพิ่มเข้าไปเพื่อให้ลุคดูลงตัวมากขึ้น อาจเป็นเข็มขัดที่ช่วยเน้นช่วงเอวของหญิงสาว เป็นต้น นอกจากนี้ตัวเบลเซอร์สูทและกางเกงยังมีรูปทรงที่หลากหลายขึ้นทั้ง Fashion Slim Fit, Easy Fit และ Relax Fit รวมถึงเบลเซอร์สูททรง Slim fit, Fashion Slim Fit, Regular Fit และ Easy Fit shirts เรียกได้ว่าหลากหลายอย่างแท้จริงเพื่อตอบรับทุกความต้องการของสาวๆ ทุกรูปร่าง

กางเกงหลากหลายคัตติ้งเพื่อความสนุกในการมิกซ์แอนด์แมทช์

ไม่ว่าจะกางเกงขากว้างหรือขาบานพลิ้วในทรงหลวมซึ่งล้วนแต่สวมใส่สบายและยังคงดีไซน์ที่สวยหรู สง่างาม หรือจะเป็นทรงที่เล็กกระชับพอดีร่างขึ้นอย่าง Slim Boot Cut และ Tapered Cut ก็จะช่วยพรางตาให้ช่วงตาดูเรียวยาวน่ามอง หลากหลายรูปทรงและไอเดียที่ช่วยให้คุณสนุกสนานกับสไตล์ที่ใช่อย่างไม่รู้เบื่อ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.g2000.co.th

Facebook: G2000Thailand    

Instagram: G2000Thailand

Line Official : @G2000Thailand

เปิดเทรนด์ 3 เรียวปากยอดฮิตหญิงไทย พร้อมทริคเมคอัพสร้างรอย “คีสส์” (จูบ) เสริมความมั่นใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673873

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 07:45 น.เปิดเทรนด์ 3 เรียวปากยอดฮิตหญิงไทย พร้อมทริคเมคอัพสร้างรอย “คีสส์” (จูบ) เสริมความมั่นใจ

การมีริมฝีปากเรียวสวยเอิบอิ่มดูสุขภาพดี เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกวัยล้วนปรารถนา แต่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบันอาจจะทำให้หลายคนละเลยในเรื่องการดูแลริมฝีปาก หรือแม้แต่อายุที่มากขึ้น ก็อาจทำให้ปัญหาเรื่องรูปทรงของปากกลายเป็นความกังวลและไม่มั่นใจของใครหลาย ๆ คน

แต่ก็ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะตอนนี้กัลเดอร์มา (Galderma) ผู้รังสรรค์นวัตกรรมความงามระดับโลก และผู้นำเข้าสารเติมเต็มชื่อดัง RESTYLANE (เรสติเลน) จากประเทศสวีเดน ได้เปิดตัว “KYSSE” สารเติมเต็มที่ถูกคิดค้นและออกแบบมาสำหรับแก้ไขปัญหาเรียวปากโดยเฉพาะ พร้อมเผยเทรนด์ 3 เรียวปากยอดฮิตสำหรับหญิงไทย ทั้งแบบ Classy KYSSE สวยธรรมชาติ ดูสุขภาพดี Cherry KYSSE สวยสายเกา ดูฉ่ำวาว และ Sexy KYSSE สวยสาย ฝ. อวบอิ่ม ลุคอินเตอร์

เภสัชกรหญิงญาดา เนติโสภากุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดแผนกความงาม บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปัจจุบันมีผู้หญิงไทยจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างเรียวปากสวยด้วยฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มกันเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง กัลเดอร์มา จึงได้คิดค้นนวัตกรรมระดับพรีเมียมเพื่อเรียวปากครั้งแรกในประเทศไทย กับ “KYSSE” สารเติมเต็มที่ถูกคิดค้นและออกแบบมาสำหรับแก้ไขปัญหาเรียวปากโดยเฉพาะ เติมเต็มริมฝีปากให้ดูอิ่มเอิบและสร้างรูปปากให้ชัดเจนไปได้พร้อมกัน อีกทั้งสามารถช่วยปรับสีปากให้ดูสดใสมีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกเรียวปากสาวไทย”

ทางด้าน นพ.กัมพล โซ่เจริญธรรม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า กล่าวว่า “การเติมฟิลเลอร์ปากถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ความงามที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ เพราะนอกจากจะช่วยให้ใบหน้าดูสวยได้รูปแล้ว ยังช่วยสร้างบุคลิกที่ดีอีกด้วย  โดยจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่า ทรงปากที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 3 อันดับ คือ แบบ Classy KYSSE เรียวปากสวยแบบธรรมชาติ  เรียบเนียนไร้ริ้วรอย และ Cherry KYSSE เรียวปากอวบอิ่มสไตล์เกาหลี โดยริมฝีปากล่างจะเป็นทรงกลมเหมือนลูกเชอร์รี่ รวมถึงแบบ Sexy KYSSE ให้ลุคสาวอินเตอร์ ด้วยริมฝีปากอวบอิ่มเท่ากันทั้งด้านล่างและด้านบน”

ส่วนนางเอกสาวสวย แมท-ภีรนีย์ คงไทย เล่าว่า “เรียวปาก เป็นเรื่องสำคัญกับผู้หญิงเพราะการมีเรียวปากสวยได้รูปจะช่วยเสริมความมั่นใจ โดยปัจจุบันมีนวัตกรรมความงามมากมายที่จะช่วยสร้างเรียวปากให้สวยได้ตามความต้องการ ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ ซึ่งส่วนตัวแมทเองก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะเป็นคนที่ริมฝีปากบางสไตล์ลูกครึ่งทั่วไป เวลาออกงานหรือไปเที่ยวกับเพื่อนๆ จึงต้องอาศัยเทคนิคการแต่งหน้าเข้ามาช่วยเพิ่มให้ปากของเรามีมิติมากขึ้น”

ป้อม-วินิจ บุญชัยศรี เมคอัพอาร์ติสชื่อดัง บอกเคล็ดลับว่า “จุดสำคัญบนใบหน้ารองจากดวงตา คือ “ปาก” ซึ่งหากมีทรงปากที่สวยได้รูป สุขภาพริมฝีปากดี ก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง ทำให้การแต่งหน้าง่ายขึ้น และหากเลือกใช้ทริคการแต่งเติมสีสันที่ทำให้เรียวปากดูโดดเด่นชวนมองมากขึ้น ก็จะยิ่งเสริมลุคให้ดูสวยมั่นใจได้ขึ้นไปอีก

โดยสำหรับคนทรงปากแบบ Classy KYSSE คือ ลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลิปสติกเนื้อกึ่งแมท หรือ Semi-matte โทนสีสามารถใช้ได้ตั้งแต่โทนธรรมชาติไปจนถึงสีแดงสด ทริคในการลงสีเพื่อให้ริมฝีปากดูสวยเป็นธรรมชาติ คือ สามารถใช้นิ้วมือในการลงสีได้เลย และเพิ่มความอิ่มฟูให้เรียวปากด้วยการเติมลิปกลอสเล็กน้อย

ส่วนสาวเรียวปากแบบ Cherry KYSSE สามารถใช้ลิปสติกได้มากกว่า 2 สี ด้วยการใช้ลิปสติกสีอ่อนลงไปให้ทั่วริมฝีปากทั้งด้านล่างและด้านบน แล้วเพิ่มสีเข้มด้านในของริมฝีปาก ส่วนทริคสำคัญคือ การเติมไฮไลต์ให้เรียวปากดูฉ่ำวาวสุขภาพดี โดยใช้ลิปกลอสเน้นที่บริเวณขอบริมฝีปากบน

สุดท้ายสาวสไตล์ Sexy KYSSE แนะนำให้เลือกลิปสติกที่เป็นเนื้อแมท หรือจะใช้เนื้อแบบครีมแตะบริเวณกลางปากเพื่อให้เรียวปากดูสุขภาพดี ทริคสำคัญควรใช้พู่กันเพื่อเก็บขอบปากให้คม และไม่ควรทาสีเกินริมฝีปากล่าง เพราะจะทำให้คางดูสั้นทันที

รูปทรงปากของใครเป็นแบบไหนก็นำทริคของเมคอัพอาร์ติสชื่อดังไปใช้ได้เลย และหากใครที่อยากเสริมลุคเรียวปากสวย 3 รูปทรงยอดฮิตด้วย KYSSE สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันความงามชื่อดังทั่วประเทศ รับรองว่ารอย “คีสส์” (จูบ) ครั้งต่อไปสร้างความประทับใจอย่างแน่นอน

แรงบันดาลใจจากรุ่นยอดนิยมในยุค 60 สู่ MIDO Commander Thailand Colours Limited Edition

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673814

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 13:50 น.แรงบันดาลใจจากรุ่นยอดนิยมในยุค 60 สู่ MIDO Commander Thailand Colours Limited Edition

MIDO แบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิส เปิดตัวเรือนเวลารุ่นพิเศษสำหรับประเทศไทย Commander Thailand Colours Limited Edition แรงบันดาลใจจากรุ่นยอดนิยมในยุค 60 บนดีไซน์ที่มีความโฉบเฉี่ยว ทรงพลัง เหนือกาลเวลา

สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าคนรักนาฬิกาเป็นอย่างมาก เมื่อ มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษรับต้นปี ที่ทำให้เหล่าแฟนคลับแบรนด์จะต้องหลงรัก กับคอลเลกชั่น Commander Thailand Colours Limited Edition ที่ถูกออกแบบมาสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะเพียง 200 เรือนเท่านั้น จากการนำเอาเอกลักษณ์งานดีไซน์ของรูปทรงคลาสสิกเหนือกาลเวลาจากนาฬิกาคอมมานเดอร์คอลเลกชั่นแรกในปี 1959 มาผสมผสานเข้ากับความทันสมัย และสีสันแห่งความสนุกสนาน ถ่ายทอดสู่นาฬิกาดีไซน์โฉบเฉี่ยวที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของหนุ่มๆ ผู้หลงใหลในแฟชั่นได้เป็นอย่างดี

MIDO แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน

สำหรับ Commander Thailand Colours Limited Edition โดดเด่นด้วยสีสันอันสดใสที่ถูกนำมาใช้แทนตัวเลขการอ่านค่าเวลา ซึ่งตัดกับหน้าปัดสีดำเข้มเคลือบเงาได้อย่างงดงาม โดยได้รับแรงบันดาลใจในการดีไซน์ตัวเรือนมาจากนาฬิกาคอมมานเดอร์ปี 1959 ซึ่งมีคอนเซ็ปต์การออกแบบโครงสร้าง และรูปทรงมาจากหอไอเฟล สัญลักษณ์แห่งความงดงามเหนือกาลเวลา โดยนาฬิกาคอมมานเดอร์รุ่นพิเศษนี้ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ในการดีไซน์ตัวเรือนเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นตัวเรือนขัดเงาทรงกลมที่ใช้เทคนิคการผลิตแบบชิ้นเดียว (Monocoque) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 37 มิลลิเมตร โดยมีการปั๊มโล้โก้ MIDO ดีไซน์ต้นฉบับ และครอบหน้าปัดด้วยกระจกคริสตัลอะคริลิค พร้อมกับสายเหล็กเคลือบซาตินที่ช่วยให้สวมใส่สบาย และยังมีความสปอร์ตเหมาะสำหรับเหล่าสุภาพบุรุษ สำหรับเข็มชั่วโมง และเข็มนาที ปลายเข็มได้ถูกเจียรให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ม พร้อมเคลือบสารสะท้อนแสงซูเปอร์ ลูมิโนวา บนตัวเข็ม และบนโทนสี 12 จุดที่ใช้แทนการอ่านค่าเวลา เพื่อช่วยให้การอ่านค่าง่ายขึ้นทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน อีกทั้งยังมีช่องอ่านวันที่ขนาดใหญ่อยู่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกา เพื่อเป็นการรำลึกถึงรุ่นดั้งเดิมในปี 1959 และมีการสลักคำว่า Limited Edition พร้อมหมายเลขประจำเครื่องบริเวณด้านหลังอีกด้วย โดยนาฬิการุ่นนี้นั้นขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ ที่ภายในตกแต่งด้วยลวดลายเจนีวา สไตรป์ส และสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 38 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชั่นดำน้ำลึกในระดับ 50 เมตร

นอกจากนี้ MIDO ยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาสำหรับเหล่าสุภาพบุรุษที่ชื่นชอบในแฟชั่นว่า โดยปกติแล้วผู้ชายมักจะเลือกนาฬิกาจากฟังก์ชั่นเป็นอันดับแรก แต่จริงๆ แล้วดีไซน์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันจะช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสำหรับหนุ่มๆ ที่พิถีพิถันด้านการแต่งตัวเป็นพิเศษควรเลือกนาฬิกาที่รูปทรงมีความคลาสสิก เหนือกาลเวลา เพราะจะสามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส แต่ในขณะกันก็ต้องมีความทันสมัยด้วย เพราะมันจะช่วยสะท้อนถึงคาแรคเตอร์ที่ชื่นชอบแฟชั่นได้เป็นอย่างดี โดยอาจจะเลือกนาฬิกาหน้าปัดทรงกลมที่มีความบาง พื้นหน้าปัดเป็นสีดำที่ช่วยให้ดูสุขุมน่าค้นหา บนหน้าปัดมีลูกเล่นเป็นโทนสีสว่างเล็กๆ เพื่อบ่งบอกถึงความสนุกสนาน เพิ่มความสปอร์ตด้วยสายเหล็กเคลือบซาตินเพื่อให้สวมใส่สบายได้ตลอดวัน

พบกับ Commander Thailand Colours Limited Edition นาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษ คุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ “มิโด” (Mido) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com และ Facebook: Mido Watches หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0299

ช้อปสนุก เสริมมงคล เพลินกับจุดตกแต่งสไตล์โพสต์โมเดิร์น @สามย่านมิตรทาวน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673723

วันที่ 23 ม.ค. 2565 เวลา 10:02 น.ช้อปสนุก เสริมมงคล เพลินกับจุดตกแต่งสไตล์โพสต์โมเดิร์น @สามย่านมิตรทาวน์

สามย่านมิตรทาวน์ ปลุกเสือคำรามความสุขทั่วศูนย์การค้ารับตรุษจีน ในแคมเปญ “Samyan Mitrtown Chinese New Year 2022 เสือสามย่าน คำรามความสุข รับตรุษจีน” ช้อปสนุก เสริมมงคล เพลินกับจุดตกแต่งสไตล์โพสต์โมเดิร์น

ชวนหมู่มิตรมาฉลองตรุษจีน ช้อป เฮง…เฮง…เสริมมงคลปีเสือต้อนรับเทศกาล “Samyan Mitrtown Chinese New Year 2022” ที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เสือสามย่าน คำรามความสุข รับตรุษจีน 2022” ช้อปสนุก เพลิดเพลินกับกิจกรรม ว้าวกับการตกแต่งสไตล์โพสต์โมเดิร์น ปังอย่างต่อเนื่องกับอุโมงค์เชื่อมมิตรที่ไว้ลายอย่างเสือพร้อม เฉิดฉายเสริมคอนเทนท์บนโซเชี่ยลให้เก๋ไม่ซ้ำใคร ตั้งแต่วันนี้ถึง 11 กุมภาพันธ์ ศกนี้

เสือสามย่านพร้อมคำรามความสุขจัดเต็มแบบไม่มีแผ่วกับ 4 ไฮไลต์ ให้สุขแบบสุดๆ รับปีใหม่จีน

เปิดตัวจุดไฮไลต์แรก เสริมความร่ำร่วยกับ “น้องฟู่(富)” เสือสามย่านตัวโต ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหมอนเสือในรูปแบบจีนโบราณ ใช้ในการอวยพรให้มั่งมีศรีสุข และแข็งแรงเหมือนเสือ โดยน้องฟู่มีลวดลายผสมผสมผสานกับศิลปะสมัยใหม่ ใช้เฉดสีมงคล มีขนาดสูงกว่า 5 เมตร คอยคำรามความสุขส่งต่อให้มิตร ทุกท่านบริเวณหน้าศูนย์การค้าฯ ฝั่งถนนพญาไท

ได้เวลาหยิบชุดกี่เพ้ามาสร้างคอนเทนท์รับความปังกันแบบไม่ต้องเขิน กับไฮไลต์ในจุดที่สอง ไว้ลายอย่างเสือกับจุดเช็คอินซิกเนเจอร์สามย่านมิตรทาวน์ อุโมงค์เชื่อมมิตรที่ถูกแปลงโฉมให้เข้ากับเทศกาลอีกครั้ง ปลุกความมีชีวิตชีวาให้มิตรได้ตื่นเต้นกับร่องรอยของเสือ บนทางเสือผ่านความยาวกว่า 80 เมตร ตื่นตาไปกับโคมจีนประดับพู่ห้อย รูปทรงที่หลากหลาย โดดเด่น แฝงด้วยคำมงคลจีน และสะดุดตาไปกับสีสันของธีมคอนเซ็ปต์ที่ล้อเป็นเรื่องราวเดียวกัน รอรับเสียงชัตเตอร์บริเวณทางเชื่อมเข้าศูนย์การค้าฯ

โลดแล่นกันต่อด้วยจุดถ่ายรูปบริเวณพื้นที่กิจกรรมภายในศูนย์การค้าฯ ฝั่ง North ที่จำลองมุมคาเฟ่จีนสไตล์โมเดิร์น มาครบทั้งพร็อพเก๋ๆ อย่าง กาน้ำชา ชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือแม้กระทั่งแบคกราวนด์ที่ทำการบ้านมาเพื่อเสริมความชิคให้มิตรได้แชะลงโซเชียลในสไตล์ไชนีสโมเดิร์นแบบไม่มีพร่อง

ไฮไลต์ที่สาม หนุนทรัพย์ รับสายช้อปกับเซลล์โปรโมชั่น ช้อปเฮง..เฮง.. รับปีเสือ ยกกำลังความเฮงแบบ 2 ต่อ เฮงที่ 1 ช้อปครบ 2,500 บาท ขึ้นไป รับฟรี! กระเป๋า โน้ตบุ๊คลายเสือสามย่านลิมิเต็ดเอดิชั่นเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน ตั้งแต่ วันนี้ -11 กุมภาพันธ์นี้ (จำกัด 1 สิทธิ์ / หมายเลข/ วัน จำกัด 800 สิทธิ์ตลอดแคมเปญ) และเฮงที่ 2 ช้อปครบ 888 บาท ขึ้นไป รับอั่งเปา! มูลค่า 100 บาท จากร้านอาหารจีนชื่อดัง 4 ร้านค้าที่ร่วมรายการ ได้แก่ Man Fu Yuan Kitchen (หม่านฟู่หยวนคิทเช่น), Din’s (ดินส์), LhongTou (หลงโถว) และ The Spicy House (เดอะ สไปซี่ เฮาส์) ตั้งแต่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ (3 วันเท่านั้น!)

ปิดท้ายด้วยไฮไลต์ที่สี่เพลิดเพลินกับกิจกรรมสนุก ๆ ภายในศูนย์ฯ มากมาย ทั้งร้านอาหารเจ้าอร่อย และชุดไหว้มงคล ไอเท็มเสริมดวง อยู่สบายแบบเสือนอนกินตลอดทั้งปี พร้อมเผยตัวเลขมงคล ที่รับรองว่าชีวิตดีรับปี 2565 เตรียมเปลี่ยนรับความปัง และกิจกรรมเชิดสิงโต บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น G หน้า KFC ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ วันที่ 25 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2565 (รวม 11 วัน)

ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ พร้อมส่งมอบความสุขและยกระดับความมั่นใจให้มิตรปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยมาตรฐานSHA Plus ให้มิตรใช้บริการได้อย่างมั่นใจ โดยเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 น. ถึง 22.00 น. สำหรับโซน 24 ชม. เปิดให้บริการตามปกติ

‘ศรีจันทร์’ แบรนด์ไทยที่ครองใจสาวญี่ปุ่น รังสรรค์ Limited Edition ในโอกาสพิเศษ Happy Chinese New Year 2022

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 11:15 น.'ศรีจันทร์' แบรนด์ไทยที่ครองใจสาวญี่ปุ่น รังสรรค์ Limited Edition ในโอกาสพิเศษ Happy Chinese New Year 2022

“แป้งม่วงศรีจันทร์” คุณภาพระดับสากล สานต่อความสำเร็จหลังปักธงชัยไกลถึงแดนอาทิตย์อุทัย ครองใจสาวญี่ปุ่นในที่สุด รังสรรค์ SRICHAND Bare to Perfect Translucent Powder Limited Edition ในโอกาสพิเศษ Happy Chinese New Year 2022

“ศรีจันทร์” (SRICHAND) แบรนด์เครื่องสำอางที่อยู่เคียงข้างผู้หญิงไทยมากว่า 74 ปี เป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการเปิดตัวแป้งฝุ่นโปร่งแสง Translucent Powder ในปี 2014 ที่ได้กระแสตอบรับจากผู้บริโภคดีเยี่ยมและโด่งดังกับภาพลักษณ์อันทันสมัย ด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น และเป็นที่ยอมรับด้านความเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของแป้งฝุ่นเสมอมาตลอดเวลากว่า 8 ปี ทำให้เมื่อกลางปี 2020 คุณรวิศ หาญอุตสาหะ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ทายาทรุ่นที่สาม ผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังครีเอทีฟ ได้เล็งเห็นพร้อมปรับตัว และเพิ่มโอกาสให้กับแบรนด์อยู่ตลอดเวลา กล้าคิดสิ่งใหม่ๆ และกล้าลงมือทำ คือหัวใจสำคัญของการพลิกแบรนด์ “ศรีจันทร์” สู่ตลาดต่างประเทศ จึงได้ตัดสินใจนำผลิตภัณฑ์หมวดแป้งฝุ่น บุกตลาดญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก เนื่องจากเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับและสร้างชื่อเสียงอย่างมากในประเทศไทย

โดย “ศรีจันทร์” ได้เริ่มนำผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโปร่งแสง SRICHAND Translucent Powder รุ่นแรกของแบรนด์ ที่คนไทยเรียกติดปากว่า “แป้งม่วง Gen1” ไปวางจำหน่ายเป็นตัวแรก ซึ่งกลุ่มสินค้านี้ได้รับการตอบรับเกินความคาดหมาย ด้วยคุณสมบัติของแป้งที่ช่วยเซตผิวให้เมคอัพติดทนทั้งวัน แต่งหน้าแล้วเครื่องสำอางไม่ติดแมสก์ พร้อมช่วยคุมมันระหว่างวันเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของแบรนด์ “ศรีจันทร์” นอกจากนี้ ยังช่วยอำพรางรูขุมขนและริ้วรอยให้ผิวหน้าแลดูเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งดีไซน์ที่มีลวดลายสวยงามโดดเด่นโดนใจคนญี่ปุ่นที่ซื้อใช้เองด้วยหรือมอบเป็นของขวัญให้กับคนที่รักได้เช่นกัน

ล่าสุดปี 2022 “ศรีจันทร์” ได้รังสรรค์คอลเลคชั่นสุดพิเศษ SRICHAND Bare to Perfect Translucent Powder Lunar New Year Limited Edition ฉลองความสำเร็จของ SRICHAND Bare to Perfect Translucent Powder หรือ “แป้งม่วง Gen2” พร้อมบุกตลาด ต่อยอดปักธงไกลถึงแดนอาทิตย์อุทัย และครองใจสาวญี่ปุ่นได้ในที่สุด ด้วยดีไซน์แพคเกจลวดลายสวยลิมิเต็ดนี้เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในปี 2022

สำหรับรุ่น Lunar New Year “ศรีจันทร์” ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาเปรียบเสมือนของขวัญปีใหม่ที่ส่งพลังบวกให้กับชาวญี่ปุ่นและชาวไทย เป็นสัญลักษณ์ในการส่งมอบความโชคดี ความสุข และความมั่งคั่งร่ำรวย ตลอดปีขาล โดยคอลเลคชั่นนี้ได้วางจำหน่ายในญี่ปุ่นเป็นที่แรกของโลกตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2021 ที่ผ่านมา สร้างความตื่นเต้นในกระแส Social Media มากมาย จนเป็นที่พูดถึงในกลุ่มบล็อกเกอร์ของญี่ปุ่น รวมทั้งความชื่นชอบในแพคเกจจิ้งที่สวยโดดเด่นสะดุดตา ซึ่งต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่น และยังมีการพูดถึงเรื่องคุณสมบัติของแป้งที่เนียนละเอียดขึ้นและช่วยควบคุมความมันได้ยาวนานกว่า ต่างจากรุ่นเดิมที่เคยวางจำหน่าย

นอกจากคอลเลคชั่นพิเศษที่ทำมาเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนแล้ว “ศรีจันทร์” ขอแนะนำแป้งฝุ่นอีกรุ่นที่มีจำหน่ายในญี่ปุ่นก่อนใครเช่นเดียวกัน นั่นก็คือ SRICHAND Bare to Perfect Glowing Translucent Powder แป้งฝุ่นโปร่งแสงที่มีส่วนผสมของชิมเมอร์เนื้อละเอียด มอบผลลัพธ์ให้ผิวโกลว์ ฉ่ำวาว ผิวเปล่งประกายแลดูสุขภาพดี ตอบโจทย์คนที่ชอบงานผิวฉ่ำเงาดูดิวอี้ ทาแล้วไม่ดูแมทท์มากจนเกินไปซึ่งเป็นกระแสที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่น โดยแป้งฝุ่นทั้ง 2 รุ่นนี้จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยปลายเดือนมกราคม ปี 2022

สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของศรีจันทร์ หรือผู้ที่สนใจเตรียมตัวเป็นเจ้าของคอลเลคชั่นสุดพิเศษ SRICHAND Lunar New Year Limited Edition และแป้งฝุ่นสูตรใหม่ SRICHAND Bare to Perfect Glowing Translucent Powder นี้ได้ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 65 พร้อมกันที่ร้านบิวตี้สโตร์ชั้นนำทั่วประเทศไทย ติดตามข้อมูลและเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ ของทางแบรนด์เพิ่มเติมได้ทาง Facebook, Instagram, Twitter และYouTube : SRICHAND1948

เฮงสนั่นตลอดปี ฤกษ์ดีรับปีเสือ ‘เซ็นทรัล’ เนรมิตห้างอลังการส่งเสือคำรามพรในรูปแบบป็อปอาร์ตสไตล์จีนวินเทจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673680

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 10:45 น.

เฮงสนั่นตลอดปี ฤกษ์ดีรับปีเสือ 'เซ็นทรัล' เนรมิตห้างอลังการส่งเสือคำรามพรในรูปแบบป็อปอาร์ตสไตล์จีนวินเทจ

ห้างเซ็นทรัล ส่งเสือคำรามความสุข ปลุกเศรษฐกิจคึกคักรับตรุษจีน จัดงาน “Central The Roaring Chinese New Year 2022” เนรมิตห้างยิ่งใหญ่ให้ลูกค้าเฮงสนั่นรับปีเสือ! ณ ห้างแห่งความสุขของคนไทย ที่อยู่เคียงข้างกันมากว่า 75 ปี

ตอกย้ำเดสติเนชั่นนักช้อปสายเฮง ห้างเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าอันดับ 1 ในใจคนไทย ร่วมกับบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน เครดิตการ์ด ส่งต่อพลังมงคลชุดใหญ่ให้ลูกค้า คำรามลั่นความเฮง! ปลุกเศรษฐกิจแวดวงรีเทลคึกคักรับเทศกาลตรุษจีนปี 2565 และครั้งนี้ยังยิ่งใหญ่กว่าทุกปีเพราะครบรอบ 75 ปีห้างเซ็นทรัลที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน สร้างความสุขให้นักช้อปทุกเทศกาล ไม่เคยหยุดสร้างประสบการณ์สุดพิเศษเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และในไตรมาสแรกประเดิมปีขาล จัดงานใหญ่ “Central The Roaring Chinese New Year 2022” เฮงสนั่นตลอดปี ฤกษ์ดีรับปีเสือ โดยเนรมิตห้างอลังการส่งเสือคำรามพรในรูปแบบป็อปอาร์ตสไตล์จีนวินเทจสุดสร้างสรรค์ สะท้อนวัฒนธรรม Classical Chinese Culture อันเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงวิถีชีวิตที่งดงามของชาวไทยเชื้อสายจีน ภายใต้คอนเซ็ปต์ปีเสือพลังน้ำ ส่งพลังความโชคดีและโชคลาภ สร้างสีสัน ความสนุก พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเทศกาลแห่งการจับจ่าย จัดเต็ม! สินค้า อาหารมงคล พร้อมโปรโมชั่นและกิจกรรมอัดแน่น ณ ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกช่องทางช้อปปิ้ง เริ่มแล้ววันนี้ – 7 กุมภาพันธ์ 2565

“ตรุษจีนที่เซ็นทรัลคือวิถีของคนไทยที่มีมาอย่างยาวนาน เราจัดแคมเปญฉลองตรุษจีนมาอย่างต่อเนื่อง จึงเข้าถึงและเข้าใจลูกค้าเป็นอย่างดีถึงความต้องการด้านการจับจ่าย ลูกค้ามองหาของมงคล และสินค้าเสริมความมั่งคั่งร่ำรวยตลอดปี ตรุษจีนปีนี้ เราจึงจัดแคมเปญ ‘Central The Roaring Chinese New Year 2022’ ชวนทุกท่านมาเที่ยว ช้อป รับพรปีเสือมหาเฮง ตกแต่งห้างอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบเสือวินเทจ ป๊อบอาร์ตคำรามพร สร้างเป็นแลนมาร์กใหม่ในเทศกาลตรุษจีนปี 2565 ใจกลางกรุงเทพ ปลุกบรรยากาศการ ช้อปสร้าง Emotional ให้ลูกค้าเอ็นจอยช้อปปิ้ง พร้อมทั้งยังตอบสนองความต้องการลูกค้าทุกแบบ ทั้งกลุ่มครอบครัว และกลุ่มมิลเลนเนียล โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายจีน ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่ครอบคลุม 360 องศา ทั้งออฟไลน์กับกิจกรรมสุดครีเอตที่ต้องมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษเองที่ห้างเท่านั้น และออนไลน์รวมถึงบนโซเชียลมีเดีย ที่เตรียมความสนุกอย่างเต็มที่เช่นกัน และแม้ตรุษจีนนี้ สินค้าบางอย่างปรับราคาขึ้น แต่คาดว่าบรรยากาศภาพรวมจะคึกคักได้ ด้วยกิจกรรมและโปรโมชั่นที่คุ้มค่า เติมเต็มความสนุกทุกการช้อปให้ทุกคนดื่มด่ำความสุขในเทศกาลตรุษจีนที่ห้างเซ็นทรัลอย่างเช่นเคย” รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าว

ไฮไลต์ปีนี้ พบพลังเสือคำรามพรชุดใหญ่ ครบจบในที่เดียว

ดีไซน์โดดเด่นด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนสุดคลาสสิค ห้างเซ็นทรัลได้เนรมิตห้างในรูปแบบงานป็อปอาร์ตสไตล์จีนวินเทจสุดสร้างสรรค์ สะท้อนวัฒนธรรม Classical Chinese Culture นำเอกลักษณ์วิถีชีวิตของคนไทยเชื้อสายจีน จำลองตลาดน้อยชุมชนตลาดจีนที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ยกมาไว้ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม ทั้งหลังคาทรงจั่ว เก้าอี้ร้านก๋วยเตี๋ยว ปี๊ป กรงนก และธูปขด ชูเสน่ห์การตกแต่งจนประทับใจต่อผู้พบเห็น

หนุนนักคิดหน้าใหม่ปล่อยพลังบรรเจิด ครั้งแรก! ของห้างเซ็นทรัล กับการเปิดพื้นที่ให้ Talent Staff หรือพนักงานที่มีไอเดียสร้างสรรค์สามารถร่วมออกแบบงานศิลปะบนห้างอย่างอิสระ ไม่ซ้ำแบบใคร โดยให้พื้นที่บริเวณจุดยุทธศาตร์ใจกลางกรุงเทพ ณ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ที่บริเวณหัวมุมถนน ปล่อยความเจ๋งได้อย่างเต็มที่ กับคอนเซ็ปต์เสือพลังน้ำ ที่กำลังเป็นแลนมาร์กยอดฮิตในเทศกาลตรุษจีนที่ลูกค้าให้ความสนใจถ่ายภาพพร้อมแชร์โมเม้นต์ความประทับใจกันเป็นอย่างมาก

เสือกระโจนส่งพลังมงคลแก่นักช้อป ห้างเซ็นทรัล ดึงความแข็งแกร่งและความสง่างามของเสือนักษัตรมหาเฮงปีนี้ มาช่วยส่งต่อพลังมงคลให้ลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมตกแต่งห้างแต่ละสาขาให้งดงามแตกต่างกัน จัดเต็ม 5 สาขาหลัก ได้แก่ ชิดลม, เซ็นทรัลเวิลด์, ลาดพร้าว, ปิ่นเกล้า และบางนา

ปีเสือต้องไว! พบไอเท็มสุดลิมิตเต็ด เก๋! จนอยากสะสม รีบจับจองคอลเลคชั่นสุดลิมิตเต็ด ที่ห้างเซ็นทรัล ร่วมกับ “Cuscus The Cuckoos” (คัสคัส เดอะ คุ๊กคูส์) หรือ กุ๊ก-ชนิดา วรพิทักษ์ ศิลปินนักวาดรุ่นใหม่ โด่งดังระดับเอเชีย มาร่วมสร้างสรรค์ของที่ระลึกเสริมมงคลดีไซน์สุดพิเศษ อาทิ ซองอั่งเปา กิ๊ฟท์การ์ด และสินค้าแลกซื้อ อย่าง กระเป๋าผ้า เสื้อหมอน และผ้าห่มในลวดลายเสือ พร้อมสีสันความเป็นสิริมงคล

อร่อยพร้อมเฮง พลาดไม่ได้กับมื้อพิเศษ ด้วยเมนูฉลองตรุษจีนแสนอร่อยมากมาย ในศูนย์อาหาร Lofter รวบรวมร้านอาหารไทยในตำนาน ตั้งแต่สตรีทฟู้ดชื่อดังจนถึงภัตตาคารเก่าแก่ ที่ ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัลชิดลม

พิเศษพบกับขบวนความเฮง แจกอั่งเปา วันที่ 27, 29, 30 ม.ค. / 1 ก.พ. 65 รอบเวลา 12.30 และ 17.30 น. , เพลิดเพลินกับการแสดงกู่เจิง วันที่ 27, 29, 30 ม.ค. / 1 ก.พ. 65 รอบเวลา 12.00 – 14.00 น. ,อิ่มฟรีกับอั่งเปาออนไลน์ วันที่ 29 ม.ค. 65 – 1 ก.พ. 65 รับคูปองทานอาหารมูลค่า 80 บาท ผ่านทาง Facebook HappyLofter (จำกัด 50 สิทธิ์ต่อวัน)

และที่ Living House ลิ้มรสเมนูมงคลกับ Happy Chinese New year ชั้น 4 ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว แจกอั่งเปาอิ่มฟรี วันที่ 29 – 30 ม.ค. 65 รับฟรี Living House Cash Coupon มูลค่า 50 บาท รอบเวลาแจก 12.00 / 14.00 / 16.00 / 18.00 น. , แจกอั่งเปาออนไลน์ วันที่ 28 ม.ค. 65 – 6 ก.พ. 65 รับฟรี Living House Cash Coupon มูลค่า 80 บาท ที่ Facebook Living House At Central จำกัด 50 สิทธิ์ต่อวัน

ช้อปปิ้งอุ่นใจ ในสถาณการณ์เช่นนี้ทางห้างยังคงให้ความสำคัญต่อการรักษาสุขอนามัยของลูกค้า พนักงาน และสถานที่ ภายใต้มาตรการ “Central Clean & Safe” ด้วยขั้นตอนการคัดกรองอย่างเคร่งครัด ทำความสะอาดอย่าง สม่ำเสมอทุกจุดสัมผัส เว้นระยะห่างสังคม เพื่อให้นักช้อปสามารถมาใช้บริการได้อย่างอุ่นใจ

ใส่ใจสังคมและชุมชน เพราะไปได้ไกล ต้องไปด้วยกัน

และในโอกาสนี้ ห้างเซ็นทรัล ยังให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่งเสริมอาชีพแก่ชุมชน จากหลากหลายจังหวัด นำสินค้ายอดนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นมาจัดจำหน่าย พร้อมนำวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยเชื้อสายจีนจากชุมชนต่างๆ มาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการตกแต่ง เพื่อสร้างบรรยากาศ festive สอดคล้องกับแนวคิดการทำธุรกิจของห้างเซ็นทรัล ที่มุ่งส่งเสริมการแบ่งปันโอกาสและกระจายรายได้สู่ชุมชน เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจระดับฐานรากของประเทศให้เติบโตไปด้วยกัน

มัดใจลูกค้าทุกสไตล์ด้วยการตลาดที่ครอบคลุม 360 องศา ทั้งที่หน้าร้านห้างเซ็นทรัล จัดกิจกรรมสุดคึกคัก ไม่ว่าจะเป็น Central Angpao Lucky Curtain ม่านมงคล ที่ออกแบบลวดลายสดใส สวยงามตามซองอั่งเปา พร้อมคำอวยพรเสริมความปังในด้านต่างๆ คือ มั่งคั่ง สุขี โชคดี มีรัก ที่ห้างเซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์

Chinese New Year Lucky Photo Spot แชะแล้วรวย แชร์แล้วเฮง ร่วมถ่ายภาพกับโซนตรุษจีนต่างๆ ในห้างที่สาขาชิดลม ลาดพร้าว บางนา ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์ ลุ้นรับ Central Gift Card มูลค่า 1,000 บาท เมื่อโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย พร้อมเปิดโพสต์สาธารณะ ติดแฮชแท็ก #CentralLuckyPhoto

Chinese New Year Horoscope ดูดวงรับตรุษจีน ชวนลูกค้าดูดวงฟรี! เพียงโชว์ใบเสร็จ (จำกัด 1 ใบเสร็จ ต่อ 1 สิทธิ์ ตามเงื่อนไข) เวลา 12.00 – 20.00 น. ที่สาขาชิดลม ลาดพร้าว บางนา ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์

Chinese Tiger Dance Show สนุกไปให้สุดกับขบวนพาเหรดเสือ ที่จะมาจู่โจมเอ็นเตอร์เทนมอบความสนุก คำรามพรทั่วห้างในช่วงเวลาต่างๆ ที่สาขาชิดลม ลาดพร้าว บางนา ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์

Chinese Lion Dance เฮงถ้วนหน้ารับชมโชว์เชิดสิงโต ในวันที่ 1 ก.พ. 65 รอบเวลา 13.00, 15.00 และ 17.00 ที่สาขาชิดลม ลาดพร้าว บางนา ปิ่นเกล้า เซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์ และสาขาที่ร่วมกิจกรรม

Chinese Promotion Troupe ตื่นตากับขบวนทรูป พร้อมแนะนำโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน เครดิตการ์ด พร้อมสแกนรับอั่งเปา รับส่วนลด 188 บาท ใน Central App ที่สาขาชิดลม ลาดพร้าว บางนา ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์

เตรียมพบความปัง!!! ในงานพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ ประเดิมปีขาล กับ “Central Chinese New Year 2022” ในวันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม 2565 เวลา 17.00 น. ที่ห้างเซ็นทรัล @เซ็นทรัลเวิลด์ พบกับโชว์พิเศษในชุด The Roaring Chinese Tiger Dance Show คำรามพรสนั่น ฤกษ์ดีรับปีเสือ และเซอร์ไพรส์จากหนุ่มหล่อหน้าใส ‘มิว-ศุภศิษฏ์’ และปิดท้ายความเฮงให้ลั่นห้าง ด้วยโชว์ขบวนเสือ พร้อมก้าวสู่ปีเสืออย่างสมบูรณ์และมั่งคั่ง

ส่วนบนช่องทางออนไลน์ เตรียมกรี๊ดดังๆ กับ มิว-ศุภศิษฏ์ ดารารุ่นใหม่สุดฮอต ที่มาร่วมสนุกมอบความสุขแก่ลูกค้า รับชมได้ทาง Facebook และ Youtube Chanel : CentralDepartmentStore นอกจากนี้ แคมเปญตรุษจีนครั้งนี้ยังดึงกลุ่ม KOL มาร่วมโปรโมต เพื่อสร้างการรับรู้ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ในหลากหลายช่องทางยิ่งขึ้น ทั้ง IG, Tiktok

ดีลปังมาก ไม่ช้อปไม่ได้แล้ว

สำหรับโปรโมชั่นพิเศษฉลองตรุษจีน ช้อปคุ้ม! ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ดังนี้

· สินค้าราคาปกติลดสูงสุด 30%, สินค้าเฉพาะรุ่นลดสูงสุด 50%

· ใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืน รวมสูงสุด 30% จากเดอะวันและบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

· รับฟรี คูปองแทนเงินสดและเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน เมื่อช้อปตามเงื่อนไข

· รับฟรี ซองอั่งเปา 1 ชุด (4 ซอง) เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท ขึ้นไปต่อวัน (จำนวนจำกัด 10,000 ชุด ตลอดรายการ)

· รับฟรีถุงผ้ามงคลปีเสือ เมื่อช้อปครบ 10,000 ขึ้นไป (จำกัด 1 สิทธ์ต่อท่าน / 2,200 สิทธิ์ตลอดรายการ)

· ช้อปผ่านบัตรเครดิต Mastercard รับ iPhone 13 Pro Max 256GB มูลค่า 46,900 บาท เมื่อช้อปสะสมครบ 500,000 บาทขึ้นไป (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน / 20 สิทธิ์ตลอดรายการ) และสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนา

· เฉพาะลูกค้าที่เกิดปีชงวันตรุษจีน (1 ก.พ.65) รับฟรีคูปองส่วนลดแทนเงินสด 200 บาท (จำกัด 100 ท่าน ต่อสาขา)

· ช้อปผ่าน Central app รับคูปองผ่านแอปฯ 200 บาท เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท ขึ้นไป (จำกัด 1 สิทธิ์ ต่อ 1 ท่าน

จำนวน 1,000 สิทธิ์ ตลอดรายการ)

· บนออนไลน์พบสินค้าราคาสุดปัง ลดสูงสุด 80% และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 15% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข

· ลุ้นสร้อยคอทองคำ รวมมูลค่ากว่า 116,000 บาท รวม 8 รางวัล เมื่อช้อปครบ 2,000 บาท ต่อ ใบเสร็จ (เมื่อช้อป

ระหว่างวันที่ 20 ม.ค. – 7 ก.พ.65)

· บัตร Central The1 ลดเพิ่มสูงสุด 888 บาท พร้อมรับเพิ่ม 2,888 คะแนน เมื่อใช้จ่ายสะสม 2,888 บาทขึ้นไป

ตลอดรายการ เฉพาะ 5,000 ท่านแรกที่ลงทะเบียนทาง sms, uchoose

· สมาชิก The 1 รับทันที คะแนน 2 เท่า เมื่อช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป สูงสุด 200 คะแนนต่อใบเสร็จ

· สินค้า Flash Deal อัพเดทใหม่ทุกวัน และสินค้า 1 แถม 1 (เฉพาะสินค้าร่วมรายการ)

· รับส่วนลดหรือเครดิตเงินคืน เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการตามเงื่อนไข

· ส่งสินค้าฟรีไม่มีขั้นต่ำ ทุกวันอาทิตย์ (วันที่ 23, 30 ม.ค. และ 6 ก.พ.)

เฮงสนั่นตลอดปี รับตรุษจีนปีขาล ช้อปมันส์ตลอดแคมเปญ ‘Central The Roaring Chinese New Year 2022’ ณ ห้างเซ็นทรัล ทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทางการช้อปของห้างฯ ทั้ง Central App ครบครันเสมือนยกห้างเซ็นทรัลมาไว้บนมือถือ โทรช้อปกับ Personal Shopper On demand ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวโทร 1425 คลิก http://www.central.co.th หรือช้อปผ่าน Central Chat & Shop บริการ Live Chat กับลูกค้าพร้อมช้อปสินค้าง่ายๆ ที่ไลน์ @centralofficial และ Central Call & Shop , Central Facebook Live และ Inbox ชมไลฟ์สินค้าแบรนด์ดังที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore หรือรับบริการ Central Drive Thru บริการรับสินค้าสาหรับลูกค้าที่สั่งสินค้าออนไลน์ และต้องการมารับสินค้าด้วยตัวเอง ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ

#CentralDepartmentStore #CentralTheRoaringChineseNewYear2022

เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงเปิดงาน THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673676

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 09:50 น.เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงเปิดงาน THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023

THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 แนวโน้มเฉดสีมุมมองของธรรมชาติ การผสมผสานสีสันแห่งเนื้อแท้วัสดุสำหรับผ้าไทยในเหมันตฤดู

ด้วยตั้งพระทัยที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อรักษาสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะศิลปหัตถกรรมผ้าทอในแต่ละท้องถิ่น ที่ไม่เพียงงดงามและใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจำวัน หากยังช่วยสร้างงานสร้างรายได้เลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดทำ THAI TEXTILES TREND BOOK Spring/Summer 2022 เล่มแรกขึ้น โดยทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร (Editor in Chief) ด้วยพระองค์เอง ต่อเนื่องมาถึงเล่มล่าสุด THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 ที่นำเสนอข้อมูลตั้งแต่ประเภทเนื้อผ้า การเลือกสี การออกแบบลวดลาย รวมไปถึงเทรนด์ และแนวโน้มความเป็นไปในอนาคตของอุตสาหกรรมแฟชั่น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเอาข้อมูลไปประยุกต์ใช้กับงานผ้าไทย ได้อย่างมีทิศทาง โดยนำไปมอบให้แก่นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ ผู้ประกอบการ ศิลปิน ช่างทอผ้า และผู้ที่อยากเป็นนักออกแบบในทุกสาขาทั่วทุกภูมิภาค ได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการประกอบสัมมาอาชีพ และร่วมกันสืบสานภูมิปัญญาไทยที่ทรงคุณค่านี้ต่อไป

โอกาสนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเปิดงาน   “THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 และงานเสวนาวิชาการ” พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการแนวโน้ม และทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย อีกทั้งทรงเป็นประธานในงานเสวนาวิชาการ “การส่งเสริม และพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564 เพื่อเผยแพร่ และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทยให้มีความทันสมัย สร้างรายได้ต่อยอด ให้แก่ชุมชน กลุ่มทอผ้า และผู้ประกอบการด้านผ้าไทย อีกทั้งเสริมสร้างให้เกิดภาพลักษณ์ที่มีความทันสมัยแก่วงการผ้าไทย ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7  ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเปิดงาน “THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 และงานเสวนาวิชาการ” จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทยด้วยความสนพระทัยยิ่ง โดยภายในนิทรรศการแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกนำเสนอแฟชั่นเสื้อผ้าที่ออกแบบ โดย 12 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์แถวหน้าระดับประเทศ ที่นำผ้าทอมือจากชุมชนต่างๆ ที่พัฒนาขึ้น ตามเทรนด์บุ๊กเล่มนี้ มาตัดเย็บเป็นชุดสวยภายใต้กลุ่มโทนสีในทิศทางต่างๆ ได้แก่ SIRIVANNAVARI BANGKOK, ARCHIVE026, ASAVA, EK THONGPRASERT, KLOSET, RENIM PROJECT, ISSUE, T AND T, THEATRE, VICKTEERUT, VINNPATARARIN และ WISHARAWISH

เริ่มจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK กับกลุ่มโทนสีคราม หัวใจสำคัญของเทรนด์บุ๊กเล่มนี้ นำเสนอแฟชั่น ในมุมมอง INDIGO : THE HEART OF COLOUR SHADES (คราม: โทนสีแห่งใจกลาง), THEATRE และ KLOSET กับกลุ่ม โทนสีม่วงแดงไล่ไปถึงชมพู RIPE  AND MATURITY  (สุกงอม พร้อมพรั่ง), ASAVA และ ARCHIVE026 กับกลุ่มโทนสีน้ำเงินปนฟ้า PROFOUNDNESS MILD (สุขุมนุ่มลึก), ISSUE และ RENIM PROJECT กับกลุ่มโทนสีน้ำตาลอิฐ HEAVEN ON EARTH (ความมหัศจรรย์จากผืนดิน), THEATRE และ EK THONGPRASERT กับกลุ่มโทนสีเหลือง NURTURER OF WISDOM (ผู้โอบอุ้มภูมิปัญญา),  VICKTEERUT และ WISHARAWISH กับกลุ่มโทนสีเขียว  A HUMBLE JOURNEY (การเดินทางแห่งประสบการณ์), VINNPATARARIN และ T AND T กับกลุ่มโทนสีขาวมุก-เทา  AN ALTERNATIVE PERSUATION ( อิสระในการค้นพบตัวเอง)

ส่วนที่ 2 จัดแสดงแฟชั่นรองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับคอลเลกชั่นใหม่ทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ ที่ออกแบบอย่างมีสไตล์ โดยอิงเฉดสีที่สอดคล้องกับเทรนด์บุ๊กเล่มล่าสุดเพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้ที่ต้องการ มิกซ์แอนด์แมทช์แฟชั่น

และส่วนที่ 3 จัดแสดงผ้าทอมือและย้อมสีธรรมชาติจากชุมชนต่างๆ จำนวน 30  ชิ้น ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวินเทอร์คอลเลกชั่นตามเทรนด์บุ๊กเล่มล่าสุด จำแนกตามวัสดุ เส้นใย และความหนาของเนื้อผ้าผ่านเทคนิคต่างๆ ได้แก่ ยกดอก ขิด จก ปัก มัดหมี่ เกาะหรือล้วง และ แพตช์เวิร์ก หรือการนำชิ้นผ้าหลากสีมาเย็บต่อเข้าด้วยกัน  

จากนั้น ทรงร่วมการเสวนาวิชาการ Symposium หัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” เป็นการเสวนาเกี่ยวกับเทรนด์บุ๊กของปีนี้ ที่นำเสนอกลุ่มโทนสีใน 6 ทิศทางหลัก ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการผลิตและพัฒนาผ้าไทยในตลาดยุคปัจจุบัน โดยมีใจความสำคัญในพระราชดำรัสโดยสรุปว่า “สำหรับเล่มที่แล้วแนะนำเรื่องลวดลายผ้า มาเล่มนี้นำเสนอเกี่ยวกับสี โดยเฉพาะ “คราม” ซึ่งเป็นสีย้อมเย็นที่ทั่วโลกมีการใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าญี่ปุ่น อเมริกา อินเดีย แต่เฉดสีอาจแตกต่างกันไป ตามสภาพอากาศหรือภูมิประเทศ สำหรับบ้านเราครามถือเป็นราชาในการย้อม และเป็นหัวใจของสีย้อมเลยก็ว่าได้ นำไปผสมผสานวัสดุต่างๆ จะได้เฉดสีที่หลากหลาย ซึ่งเล่มก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จมากในแง่ของผลตอบรับ และอุตสาหกรรมสิ่งทอเกิดความกระปรี้กระเปร่าในการผลิต เกิดกระแสและพลังงานที่ดีในการออกแบบ ถือเป็นการเริ่มต้นพัฒนา ทั้งเรื่องสีและองค์ความรู้ใหม่ๆ รู้สึกปลาบปลื้มที่เรามีหนังสือด้านแฟชั่นอย่างจริงจังเสียที ในการนำไปใช้ทำการเรียนการสอน หรือใช้ประกอบอาชีพ อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน เล่มนี้สอนเรื่องการลดใช้ทรัพยากร หรือใช้แล้วต้องปลูกทดแทน ใช้วัสดุที่คุ้นเคยอย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อลดการเกิดของเสีย ซึ่งภูมิปัญญาไทยเรื่องการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติจากวัสดุที่มาจากธรรมชาติช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ต้องทำอย่างจริงจัง หวังว่าจะเป็นหนังสือที่อ่านแล้วเพลิดเพลินและเป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น และดีไซน์ ก่อนจะมีเทรนด์บุ๊กเล่มต่อๆ ไป”

กว่าจะสำเร็จเป็น THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023  ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาความรู้ เปรียบเสมือน “คัมภีร์” เพื่อการพัฒนาผ้าไทยนั้น ผ่านกระบวนการค้นคว้าข้อมูลเป็นแรมปี โดยมีคณะที่ปรึกษาในการจัดทำ กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้กประเทศไทย วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH และ ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อให้ได้ ผลงานคุณภาพและนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้จริง

กุลวิทย์ เลาสุขศรี กล่าวถึงจุดเด่นของเทรนด์บุ๊กเล่มนี้ว่า เป็นเรื่องราวของวินเทอร์หรือฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ที่มีการเปลี่ยนผ่าน ลักษณะของเนื้อผ้าจึงแตกต่างจากทิศทางของช่วงสปริง/ซัมเมอร์ มีความน่าสนใจของเส้นใยต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ครอบคลุมความต้องการของตลาด และเป็นการดึงศักยภาพของผู้ผลิตผ้ามากยิ่งขึ้น ที่สำคัญได้นำแนวคิดเกี่ยวกับสีในแบบ “Circular Colours” (เซอร์คูล่า คัลเลอร์ส) หรือ “วงจรสี” มาใช้ในการสื่อสารโดยพระเอกของงานคือ “คราม” วัสดุย้อมที่ถือเป็น จุดกำเนิดของสีต่างๆ ก่อนจะผสมผสานกับวัสดุอื่นๆ เป็นสีที่หลากหลาย ซึ่งจริงๆ แล้วครามมีความหลากหลายมากในแต่ละภูมิภาค กระบวนการเลี้ยงครามที่ไม่เหมือนกันจะทำให้ได้สีครามที่ต่างกันสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือองค์ประกอบโดยรวมแล้วพัฒนาออกมา เป็นสีที่ต้องการ นอกจากนี้ยังนำเสนอการย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มโทนสีม่วงแดงไล่ไปถึงชมพู  กลุ่มโทนสีน้ำเงินปนฟ้า กลุ่มโทนสีน้ำตาลอิฐ กลุ่มโทนสีเหลือง กลุ่มโทนสีเขียว  และ กลุ่มโทนสีขาวมุก-เทา

ด้าน วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข กล่าวเสริมว่า หัวใจหลักของเทรนด์บุ๊กเล่มนี้เน้นการใช้สีที่เกิดจากการย้อมด้วย วัสดุธรรมชาติซึ่งกำลังเป็นเทรนด์โลก และเป็นครั้งแรกที่มีการนำเสนอผ้าในฤดูกาลวินเทอร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีรับสั่งให้คำนึงถึงลักษณะผ้าหรือเส้นใยที่คนไทยใช้ในช่วงฤดูหนาว รวมถึง ทรงให้คำนึงถึงว่าผ้าต่างๆ นอกจากเป็นเครื่องนุ่งห่มได้แล้วยังสามารถเป็นผ้าตกแต่งบ้านได้ด้วย เราจึงพยายาม ใช้ของที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมไม่มากก็น้อย ซึ่งผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัวและดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้มากที่สุด เอาทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่นำมาปรับใช้ ของเดิมที่เคยทำอยู่แนวอนุรักษ์ก็ยังต้องทำต่อไป แต่ของใหม่ก็ต้องมีรากฐานเดิมเป็นที่ตั้ง ปรับเพื่อให้เกิดของใหม่ขึ้นมา สอดคล้องกับทิศทางของสิ่งทอโลก

ขณะที่ ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ กล่าวถึงเสียงสะท้อนหลังจากผู้ประกอบการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมีโอกาสได้นำ เทรนด์บุ๊กเล่มที่ผ่านมาไปประยุกต์ใช้ว่า ถือเป็นการสร้างทางเลือกใหม่ๆ ให้ตลาดโดยรวม สอดคล้องความต้องการของตลาด จากการ ลงพื้นที่ไปติดตามผล ผู้ประกอบการแต่ละรายได้ประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากหนังสือให้เข้ากับแนวทางการผลิตผ้าของตัวเอง ตามความถนัดหรือความเชี่ยวชาญ ซึ่งเทรนด์บุ๊กพยายามสร้างเนื้อหาที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ประกอบการ

“เทรนด์เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า แล้วไม่ได้หมายความว่าเมื่อเวลาผ่านไปจะหมดอายุไปตามซีซั่นที่กำหนดไว้ บางอย่าง ผลอาจเห็นตามหลังมา ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเราไม่มีทิศทางในการพัฒนาผ้าที่ชัดเจนเลย พอมีโครงการนี้ก็เหมือนเป็นแรงสนับสนุนหรือเป็นแกนหลักว่า นับจากนี้เราจะพัฒนาผ้าไทยไปในทิศทางไหน ก็จะช่วยให้เกิดการทำงานที่ง่ายขึ้น อยากให้ใช้ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด เนื่องจากพระองค์หญิงฯ ทรงเอาพระทัยใส่ในทุกรายละเอียดเพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนที่ทำงานด้านผ้าหรือทำงานสายออกแบบที่จะเอาไปประยุกต์กับความถนัดของตัวเอง และเกิดประโยชน์ต่อวงการผ้าไทยโดยรวม” ธนันท์รัฐ  ธนเสฏฐการย์ กล่าวสรุป

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือแบบ e-book ได้ทาง http://www.culture.go.th หรือที่ link http://book.culture.go.th/ttt2022/mobile/index.html#p=1 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โทร. 02-247-0013 ต่อ 4305 และ 4319 – 4321 ในวันและเวลาราชการ และสามารถเข้าชมนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย ได้ระหว่างวันที่ 21 – 23 มกราคม 2565 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

LYN เปิดตัวคอลเลคชั่น SPRING 2022 – JANIE PRESENTS LYN TRICIA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673467

วันที่ 20 ม.ค. 2565 เวลา 09:15 น.LYN เปิดตัวคอลเลคชั่น SPRING 2022 - JANIE PRESENTS LYN TRICIAเปิดตัว “JANIE PRESENTS LYN TRICIA” กระเป๋า IT Bag แห่งปี ประจำคอลเลคชั่น Spring 2022 พร้อมแบรนด์มิวส์คนล่าสุด “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ”

LYN (ลิน) แบรนด์แอคเซสซอรี่ กระเป๋า และรองเท้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ทุกลุคของสาวยุคใหม่ กลับมาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว “JANIE PRESENTS LYN TRICIA” กระเป๋า IT Bag แห่งปี ประจำคอลเลคชั่น Spring 2022 โดยได้ดาราสาวมากความสามารถและสไตล์ไอคอน อย่าง ‘เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ’ มานำเสนอในฐานะกระเป๋าคู่ใจใบใหม่ ที่บ่งบอกถึงตัวตนของเธอได้อย่างครบครัน ซึ่งเจนี่คือภาพสะท้อนคาแรคเตอร์อันเด็ดเดี่ยว น่าหลงใหลและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสาวยุคใหม่ ที่ซ่อนไว้ภายใต้รูปลักษณ์อันคลาสสิคมีเสน่ห์เย้ายวนใจเช่นเดียวกันกับกระเป๋า “Tricia”

กระเป๋า Tricia คอลเลคชั่นนี้ได้ถูกบรรจงออกแบบมาเพื่อนำเสนอมิติความเป็นผู้หญิงในหลากหลายแง่มุมที่ชวนให้น่าค้นหาอย่างไม่รู้จบ โดยได้เลือกเอาจุดเด่นของเทคนิคงานควิลต์มานำเสนอเป็นดีเทลที่เป็นซิกเนเจอร์บนตัวกระเป๋า แพทเทิร์นเรขาคณิตบนวัสดุหนังนุ่มหรูหรา ก่อนเติมความแกลมปนเซ็กซี่ด้วยหมุดคริสตัลในสีคุมโทนที่เพิ่มประกายงดงามเช้าจรดค่ำคืน นอกจากนี้ ยังมีความพิเศษของฮาร์ดแวร์โซ่ขึ้นเงา ประดับประดาด้วยพู่ชาร์มหรูหรา ประดับโทนให้อ่อนหวานด้วยไข่มุกล้ำค่าที่ผสมผสานกับตัวอักษร L ลงยาอย่างลงตัว เสริมเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาวด้วยซิลลูเอ็ตของกระเป๋าสะพายไหล่แบบวินเทจ ทรงโค้งมน เสริมลุคให้เด็ดเดี่ยวยากเกินจะต้านทาน

“Tricia คือกระเป๋าที่เจนี่ขอยกให้เป็นไอเท็มติดตัวชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มลุคในโอกาสต่าง ๆ ของสาวๆ ในฤดูกาลนี้เลยค่ะ ด้วยดีไซน์ที่ช่วยยกระดับการแต่งตัวให้เป็นเรื่องง่ายพร้อมความสะดวกคล่องตัวของขนาดที่กะทัดรัด นอกจากนี้ ยังมีสายสะพายด้วยกันถึงสองแบบให้สาวๆ เลือกเปลี่ยนได้ทั้งแบบสั้นสะพายไหล่และแบบยาวสะพายข้างลำตัว เสริมลุคให้เจนี่มั่นใจในทุกวัน เจนี่ต้องขอบอกเลยว่า Tricia เป็นกระเป๋าอีกหนึ่งใบที่เจนี่ขาดไม่ได้เลยค่ะ” คุณเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กล่าว

กระเป๋า “Tricia” มีวางจำหน่ายในสีขาว สีเงินเมทัลลิก สีดำ สีเบจ และสีเขียวเอิร์ธโทน ส่วนสีดำโฮโลแกรมจะเป็นสีพิเศษที่วางขายเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้น สาวๆสามารถจับจองเป็นเจ้าของ IT bag แห่งปีได้แล้ววันนี้ที่ LYN ทุกสาขาและ LYNACCS.COM สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ LYN ทุกสาขา หรือสามารถดูข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ www. LYNACCS.COM