นิสามณี ภิรมย์ภักดี โอซา แวง ระหว่างเราไม่มีหน้ากาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 มีนาคม 2560 เวลา 10:22 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/486881

นิสามณี ภิรมย์ภักดี โอซา แวง ระหว่างเราไม่มีหน้ากาก

โดย…กองทรัพย์ ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

 สี่สาวหลากสไตล์นำความชื่นชอบการปั่นจักรยานในร่มที่เหมือนกัน พวกเธอมีโอกาสเข้าคลาสปั่นร่วมกันอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เกิดความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและสนิทสนมกัน

สี่สาวเซเลบริตี้ ประกอบด้วย โอซา แวง ตอง-นิสามณี ภิรมย์ภักดี เอมมี่-มรกต แสงทวีป แตงกวา-จุฑาวรรณ ไกรฤกษ์ จึงจับมือกันเปิด RYDE CYCLE ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องการการสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพและการออกกำลังกายที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Healthy Lifestyle Community

โดยสองในหุ้นส่วนของ RYDE CYCLE คือ โอซา แวง และ ตอง-นิสามณี ภิรมย์ภักดี มานั่งคุยเจาะลึกความสัมพันธ์แบบสาวเฮลตี้

นัดเจอสองสาวที่สตูดิโอ Ryde ในโครงการซีน สเปซ ทองหล่อง 13 นางแบบสาวโอซามาในชุดกีฬาทะมัดทะแมง ขณะที่ตอง-นิสามณี มาในชุดสาวทำงาน มองผาดเดียวก็รู้ถึงสไตล์ที่แตกต่างของทั้งสองคน

 โอซาคือเทรนเนอร์และแรงบันดาลใจ

ตองเริ่มต้นเล่าก่อนว่า รู้จักโอซา แวง เพราะการออกกำลังกาย

“ตองไปออกกำลังกายที่ Box HIIT ซึ่งโอซาดูแลอยู่ เขาก็มาช่วยเป็นเทรนเนอร์ให้เรา ช่วงนั้นก็ขยันออกกำลังกายมาก ประมาณ 3 ครั้ง/สัปดาห์ หลังจากมีน้องก็กลับมาฟิต แล้วก็ได้เจอกัน ก็คุยกันคลิกกัน สนิทกันเร็วเพราะด้วยไลฟ์สไตล์และอายุใกล้ๆ กัน

“จริงๆ แล้วตองไม่มีเพื่อนเป็นฝรั่งเลย ตองชอบมีเพื่อนคนไทยมากตั้งแต่เด็กเลย เพราะไม่ชอบพูดภาษาอังกฤษ (หัวเราะ) แต่โอซาเป็นอะไรที่แปลก เขามีความเป็นไทยนิดหน่อย เข้าใจธรรมชาติของคนไทย เราไม่ต้องปรับตัวอะไรมากเมื่ออยู่กับเขา ประทับใจที่เวลาอยู่กับเขาเราสามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่ ไม่ต้องทำตัวให้เป็นคนอื่น ไม่ต้องใส่หน้ากาก”

นิสามณี เล่าต่อว่า อายุที่ใกล้กัน ทำให้สองคนเข้าใจในเรื่องความทุกข์และความสุขของอีกฝ่ายได้ง่าย

“ก่อนหน้าที่จะมาทำธุรกิจด้วยกัน เราออกกำลังกายด้วยกัน ตองมองโอซาเป็นแรงบันดาลใจเรื่องการดูแลสุขภาพ ตอนหลังมีน้อง รูปร่างเราก็ยังไม่เข้าที่ เวลาตองมองเขาก็มีแรงที่จะอยากออกกำลังกาย อยากกลับไปรูปร่างดี เห็นชีวิตของเขาก็แอบอิจฉา (หัวเราะ)

“พอมาทำธุรกิจด้วยกัน เราก็มีหัวข้อให้คุยกันเพิ่มขึ้นมาก็คือเรื่องงาน แต่ก็ไม่ได้คุยกันแค่เรื่องนี้ ตองมีลูก โอซาก็สนใจเรื่องเด็กๆ เขาก็ถามไถ่ ประทับใจเรื่องที่เขาเข้าใจเรื่อง บางทีมีปัญหาที่บ้าน ตองก็เล่าให้เขาฟัง เขาก็เอาเพื่อนเขาที่รุ่นราวคราวเดียวกันมาเล่าให้ฟังว่าเพื่อนเขาเป็นแบบนี้ ช่วยแนะนำเราได้ เราได้กำลังใจจากตรงนั้น

“เรียกว่ามีปัญหาอะไรเราจะพูดกันตรงๆ ทำงานด้วยกันมีเห็นไม่ตรงกันบ้างอยู่แล้ว ถ้าตองไม่ชอบอะไรเราก็จะบอกเขา มีอะไรก็ปรึกษากัน สุดท้ายเราก็ต้องพูดคุยกัน ช่วยกันกับโอซาถ้ามีเรื่องที่เราตักเตือนไป เขาก็รับฟังและปรับตัว เราก็รู้ว่าไม่มีใครถูกใครผิด เราคุยกันดีที่สุด ถ้าไม่พูดทุกอย่างก็อาจจะแย่ลง มันไม่เข้าใจกัน ปัญหามันก็จะใหญ่ขึ้น”

 ประทับใจความธรรมดาของตอง

ขณะที่สาวสุดฟิต นางแบบสาวลูกครึ่งจีน-สวีดิช หลังจากฟังเพื่อนรุ่นพี่เล่าความสัมพันธ์ด้วยภาษาไทยไปแล้ว เธอก็เล่าเรื่องต่อด้วยภาษาอังกฤษแบบที่ปะติดปะต่อเข้ากับเรื่องราวก่อนหน้าว่า

“โอซาเคยทำงานให้พี่เต้ (ภูริต ภิรมย์ภักดี) สามีของพี่ตอง ครั้งแรกที่เจอพี่ตอง โอซาจำได้เลย คือในคลาสแรกของการเรียน ตอนแรกโอซาคิดว่าพี่ตองคือน้องสาวของพี่เต้เพราะนามสกุลเหมือนกัน แต่มารู้ทีหลังว่าพี่ตองคือภรรยา พี่ตองน่ารักมาก เขาดูเป็นคนธรรมดา เข้ามาอย่างไม่ใช้สิทธิพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น ไม่คิดว่านี่คือภรรยาของพาร์ตเนอร์นะ ไม่ใช้สิทธิวีไอพีเลย ก็เลยประทับใจ

“การเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบเพื่อนที่เจอกันในฟิตเนส มันดีกว่าการไปกินเหล้าหรือเจอกันในที่เที่ยวกลางคืน เราเริ่มต้นความสัมพันธ์ได้ดี โอซารู้จักกับพี่เต้ก่อนเพราะทำงานร่วมกัน แล้วจากนั้นก็มารู้จักตอง ซึ่งยิ่งพอมารู้จักทั้งสองคนก็ยิ่งรู้สึกว่าทั้งสองคนนี้ซัพพอร์ตเรามาก เรียกว่าเหมือนเป็นครอบครัว เหมือนคุณพ่อคุณแม่ (หัวเราะ)”

โอซา บอกต่อว่า เธอชอบสังเกตคน ไม่ตัดสินคนจากคำว่าไฮโซหรือไม่ไฮโซ คนธรรมดา ดังนั้น ความธรรมดาของนิสามณีจึงประทับใจเธอ

“โอซาดูจากคนนี้พูดดีหรือเปล่า ปฏิบัติตัวกับคนอื่นยังไง ซึ่งพี่ตองเป็นคนที่ให้เกียรติคนอื่น และไม่ถือว่าตัวเองอยู่สูงกว่าคนอื่น ยิ่งมาทำธุรกิจด้วยกัน RYDE CYCLE มีหุ้นส่วน 4 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด แต่ละคนคาแรกเตอร์ต่างกัน กวางกับเอมมี่จะตื่นเต้นกับธุรกิจไอเดียเยอะ

“ส่วนโอซาที่ผ่านธุรกิจมาแล้วจะคิดเยอะซีเรียสที่สุด ขณะที่พี่ตองเขาจะเป็นคนบอกให้ทุกคนใจเย็นๆ เป็นกลาง ระหว่างพวกเราพี่ตองจะเป็นคนที่มีเหตุผลที่สุด แต่โอซาว่านี่คือส่วนผสมที่ลงตัวมากๆ ถ้าทุกคนเหมือนกัน ทุกอย่างจะไม่เป็นแบบนี้ ความต่างทำให้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เราสามารถแนะนำกันได้”

 โอซา ทิ้งท้ายว่า

 “ความสัมพันธ์ทุกอย่างการดำเนินไปให้ยืนยาวมันยากนะ คนที่เป็นเพื่อนกันจริงๆ หรือต่อให้เป็นสามีภรรยาก็ต้องผ่านช่วงที่ชีวิตดีหรือช่วงที่เลวร้าย ถ้ามีเพื่อนที่อยู่ด้วยกันทั้งยามสุขยามทุกข์ก็คือเพื่อนแท้ แต่ถ้าเมื่อไหร่เขาคือคนที่อยู่กับเราเฉพาะช่วงเวลาที่ดี ก็บ๊ายบาย ไม่เอาแล้ว”

 

สุนิสา โสมาภา รู้จักตัวเอง รอบคอบ มีวินัย พอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 มีนาคม 2560 เวลา 10:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/486880

สุนิสา โสมาภา รู้จักตัวเอง รอบคอบ มีวินัย พอเพียง

โดย…ยินดี ฤตวิรุฬห์

 สุนิสา โสมาภา อดีตที่ปรึกษาฝ่ายการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ข้อคิดเรื่องการเกษียณอายุจากการทำงานว่า คนเราย่อมต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุขตามใจปรารถนา จึงเกิดคำถามตามมา เช่น ถ้าหากจะเกษียณต้องวางแผนอย่างไร จะเกษียณตอนอายุเท่าไหร่ อยากใช้ชีวิตแบบไหน ต้องการมีเงินใช้เท่าไหร่ และมีอะไรบ้างที่จะต้องระมัดระวัง

การเกษียณอายุ หมายถึง การหยุดทำงานประจำ ไม่มีรายได้หลักอีกต่อไป แต่ยังต้องใช้จ่ายในทุกวันของชีวิตที่เหลืออยู่ ยิ่งอายุยืนยาวมากขึ้นก็ต้องใช้เงินในจำนวนที่มากขึ้น การจะรอรับสวัสดิการจากภาครัฐ หรือพึ่งพาให้ลูกหลาน ญาติพี่น้องเลี้ยงดู ก็อาจเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน

ดังนั้น การพึ่งพาตนเองย่อมเกิดประโยชน์และปลอดภัยกว่า โดยเราสามารถออกแบบชีวิตของตัวเราเอง วางแผนการเงินล่วงหน้า ซึ่งในแต่ละคนนั้นมีวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ความพอใจ เงื่อนไข และข้อจำกัดต่างๆ ไม่เหมือนกัน การวางแผนย่อมแตกต่างกันไปด้วย จากความแตกต่างนี้จึงไม่มีแผนการเงินสำเร็จรูปแบบใดที่ตอบโจทย์ได้ทั้งหมด

สำรวจตัวเอง ต้องมีเงินใช้เท่าไหร่

“ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะพอ” คำถามนี้ตอบแทนใครไม่ได้เลยค่ะ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน จึงขอยกตัวอย่างแผนเบื้องต้นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน เริ่มด้วยการคำนวณง่ายๆ (ค่าใช้จ่ายต่อเดือน*x12) x จำนวนปีที่คิดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณ

“เช่น ถ้าตั้งใจเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี มีรูปแบบการใช้ชีวิตเรียบง่ายสมถะพอเพียง และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณไปอีก 20 ปี โดยคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ยามเกษียณประมาณ 3 หมื่น บาท/เดือน คูณด้วย 12 เดือน = 3.6 แสนบาท/ปี ดังนั้นเงินที่ควรต้องมี ณ วันเกษียณ = 3.6 แสนบาท x 20 ปี หรือ 7.2 ล้านบาท นับว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยนะคะ นี่ขนาดใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายพอเพียง ซึ่งยังไม่ได้นับรวมถึงค่ารักษาพยาบาลและการเจ็บป่วยแบบไม่คาดฝัน เหตุการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงความจำเป็นและความต้องการในด้านอื่นๆ เพิ่มเติม

“ลองคำนวณกันดูนะคะ จะมากหรือน้อยเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลค่ะ ปรับประยุกต์กันตามเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และอย่าไปกังวลที่จำนวนตัวเลขจนเครียดเกินไป ค่อยๆ คิด ค่อยๆ วางแผน ลงมือปฏิบัติ เรียนรู้ พัฒนาปรับปรุงไปเรื่อยๆ ค่ะ หนทางย่อมเป็นไปได้เสมอ” (*หลายคนอาจใช้ 70% ของค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน และยังมีวิธีอื่นอีกหลายวิธี)

ลงมือออม เลือกลงทุนอย่างมีความรู้

“โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ในยุค 4.0 ยุคดิจิทัล ที่ทุกคนอยู่ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนสูง เราจะปรับตัวอย่างไร ถ้าท่านอายุเข้าหลักสี่หลักห้าแล้ว มีเวลาเหลือทำงานก่อนเกษียณอีก 10-20 ปี ถ้าไม่ถูกเลิกจ้างหรือตกงานไปเสียก่อน (เห็นไหมค่ะความเสี่ยงอยู่รอบตัวเรานี่เอง) และคงจะเหมือนกับอีกหลายๆ คนที่เป็นคนธรรมดา ไม่ได้ร่ำรวย ไม่ถูกหวย ไม่มีโชคช่วย หรือไม่มีต้นทุนที่มั่งคั่งมาก่อน ยังต้องทำงานหาเลี้ยงชีวิต ลำพังเงินเดือน (ค่าเฉลี่ย) ของมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ก็ไม่ได้มากมายนัก มีภาระการออมก่อนเกษียณอีกค่อนข้างมาก จึงต้อง ‘ตื่นรู้’ กับการวางแผนชีวิตและวางแผนการเงิน เพื่อได้ทบทวนตนเอง

“เริ่มวางแผนเกษียณกันตั้งแต่เนิ่นๆ ลงมือออม และจัดสรรเงินไปลงทุนอย่างมีความรู้ มีคุณภาพ มีวินัย รอบคอบระมัดระวัง เหมาะสมกับเป้าหมาย เงื่อนไข ข้อจำกัดและการยอมรับความเสี่ยงของตนเอง เพื่อให้เงินของท่านมีโอกาสงอกงามอย่างพอเหมาะพอดี สามารถสร้างความมั่นคงให้ตัวเราเองได้โดยไม่เบียดเบียนใคร และจากประสบการณ์ขอแนะนำว่าการวางแผนการเงินนั้นควรจะใช้วิธีวางแผนแบบเผื่อ เข้าตำราเหลือดีกว่าขาดปลอดภัยกว่านั่นเองค่ะ เคยมีผู้ให้ข้อคิดไว้ว่า แสนเสียดาย คือตายไปแล้วใช้เงินยังไม่หมด สุดแสนโศกสลด คือใช้เงินหมดแล้วแต่ยังไม่ตาย”

เสริมพลังการออม

สุนิสาใช้กระบวนการสร้างความมั่นคงแบบง่ายๆ โดยมีหลัก 4 ด้าน คือ 1.พัฒนาความรู้ทักษะเพื่อทำงานสร้างรายได้ 2.ใช้จ่ายอย่างพอเพียง 3.ออมอย่างมีวินัย 4.ลงทุนอย่างมีคุณภาพให้เติบโต

“ในที่นี้จะกล่าวถึงย่อๆ สำหรับในเรื่องของการออม ซึ่งต่างก็มีสูตรเด็ดเคล็ดลับของแต่ละคน ส่วนตัวดิฉันใช้เทคนิคง่ายๆ 2 วิธีดังนี้

1) ออมก่อนใช้ เริ่มเหลือเริ่มรวย เช่น ออมทันที 20% ของรายได้ ตัวอย่างเช่น รายได้ 1 หมื่นบาท ออม 2,000 บาท หากมากไปหรือน้อยไป ก็ปรับกันตามแต่ละคน แต่ละสถานการณ์ค่ะ ยึดหลักสมดุล ไม่เบียดเบียน

2) 5 มิติการออม เพิ่มสีสันชีวิต โดยจัดสรรการออมเป็น 5 ส่วน คือ ออมเพื่อลงทุนในรูปแบบต่างๆ ออมเพื่อครอบครัว ออมเพื่อเติมฝันปันสุข ออมรอวันเกษียณ และออมเพื่อฉุกเฉิน

“การออมนี้เป็นเรื่องพื้นฐานสำคัญค่ะ ‘ต้องทำให้การออมเป็นเรื่องสนุก และให้กำลังใจตัวเอง’ และถ้าเราเข้าใจว่าในทุกสิ่งนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัด จึงต้องเลือกให้เหมาะกับตนเอง ลองสำรวจตัวเองกันนะคะว่า ในปัจจุบันมีเงินออมตั้งต้นอยู่แล้วเท่าไหร่ มีแผนการออมอย่างไร และจะนำเงินไปสร้างผลตอบแทนแบบไหนบ้าง”

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อเงินเกษียณ นอกจากการตอบคำถามว่าต้องมีเงินเท่าไหร่ ออมอย่างไรแล้ว สุนิสา ชี้ว่ายังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องนำมาพิจารณาในการวางแผนเกษียณอีก เช่น #ระยะเวลา หมายถึงจำนวนปีที่ยังทำงาน ยังพอมีเวลาสร้างรายได้และเก็บออมก่อนที่จะเกษียณ ถ้าเหลือจำนวนปีมากก็มีโอกาสออมได้มาก #เงินออมตั้งต้น หากมีเงินออมในช่วงตั้งต้นมาก ก็ย่อมได้เปรียบกว่าการที่เพิ่งเริ่มหรือยังไม่ได้เริ่มต้นออมเลย #ผลตอบแทน

“ถ้าเรามีการนำเงินออมไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ ที่มีการบริหารให้ผลตอบแทนที่ดี ภาระในการออมเงินเพื่อเกษียณก็จะน้อยลงได้เช่นกัน #เงินเฟ้อ พูดง่ายๆ ก็คือเงินในวันนี้จะซื้อของได้น้อยลงในอนาคต เงินที่เราเตรียมไว้อาจไม่พอใช้จ่ายในอนาคตนั่นเอง (ศึกษาเพิ่มเติม ค่าของเงินตามเวลา)

“การวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่มีใครดีกว่าใคร หรือเก่งกว่าใคร ขึ้นอยู่กับตัวเรา ถ้าเรารู้จักความต้องการของตัวเองดี วางแผนและปฏิบัติอย่างมีวินัย ทบทวนปรับปรุงพัฒนาแผนอยู่เสมอ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก”

สุดท้าย การวางแผนที่รอบด้านสมดุลนั้น ยังมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาอีกหลายประการ สุนิสา แนะนำว่าโปรดศึกษาเพิ่มเติมจากผู้รู้และแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อถือได้ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง

 “เงินทองเป็นของท่านที่หามาด้วยความสุจริตอย่างยากลำบาก จึงต้องใส่ใจดูแลเป็นอย่างดี ขอให้ทุกท่านวางแผนรองรับเกษียณอย่างมีความสุข และประสบความสำเร็จตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ค่ะ”

 

ปริเมธ : แชมป์โลกนักสร้างเกม พลังและการก้าวข้ามสู่ความฝัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 มีนาคม 2560 เวลา 10:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/486879

ปริเมธ : แชมป์โลกนักสร้างเกม พลังและการก้าวข้ามสู่ความฝัน

โดย…วิรวินท์ ศรีโหมด

เด็กหนุ่มรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องการพัฒนาเกมมาตั้งแต่เล็กอย่าง ปริเมธ วงศ์สัตยนนท์ หรือ เจมส์ และอีกชื่อหนึ่งที่เพื่อนและกลุ่มนักพัฒนาเกมเรียกว่า จ.ม. ย่อมาจาก เจมส์แม็ค หมายถึงคนที่อยากทำอะไรอย่างเต็มที่ เจมส์เป็น 1 ในสมาชิก 5 คน ของทีมพีเอชทเวนตี้วัน (PH21) ที่เดินทางไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัล World Final Winners ในรายการ The Imagine Cup 2016 ของไมโครซอฟท์ สาขาการพัฒนาเกม ที่รัฐซีแอทเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือน ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา

ปริเมธ หรือ “เจมส์” อายุ 23 ปี เพิ่งจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันรวมกลุ่มกับเพื่อนในทีม PH21 เปิดบริษัทผลิตเกมตามความฝัน และกำลังมีผลงานชิ้นแรกวางจำหน่ายอีกไม่นาน นอกจากนี้ยังเดินสายเป็นวิทยากรสร้างแรงบันดาลใจให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเกม ตามมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน และยังเป็นหนึ่งฟันเฟืองที่มีส่วนร่วมกับกิจกรรมครบรอบ 100 ปี จุฬาฯ ในกลุ่มนวัตกรรมเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีดิจิทัล ของคณะวิศวกรรมศาสตร์

ที่ 1 จาก 180 ประเทศ จุดเริ่มต้น แชมป์นอกสายตา

ปริเมธ เล่าว่า จุดเริ่มต้นการคิดสร้างเกมนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นวิทยานิพนธ์จบปริญญาตรี และต้องการนำไปแข่งรายการของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เมื่อเดือน มี.ค. 2559 ก่อนได้โอกาสไปแข่งขันของไมโครซอฟท์ในเดือน ก.ค.ปีเดียวกัน

สำหรับหลักการทำงานในทีมจะนำความคิดและความชื่นชอบเกมของทุกคนมาแชร์กัน ซึ่งเริ่มเมื่อเดือน พ.ย. 2558 จากนั้นเริ่มพัฒนาเกมจนเสร็จเดือน ม.ค. 2559 ใช้ระยะเวลาพัฒนาทั้งหมด 2 เดือน ทำทุกอย่างตั้งแต่สร้างเนื้อเรื่อง ตัวละคร ภาพ เพลง เพราะคิดว่าการพัฒนาเกมที่ดีต้องมีองค์ประกอบที่ครบถ้วน ไม่ใช่เพียงแค่มีระบบการเล่นแปลกใหม่เท่านั้น

ปริเมธ เล่าย้อนถึงช่วงที่ได้ไปแข่งขันบนเวทีระดับโลกว่า เกมที่ได้รับรางวัลเป็นเกมประเภท พัซเซิ่ล (Puzzle) มีรูปแบบต่างจากเกมแอ็กชั่นหรือเกมวางแผนทั่วไป ที่เน้นให้ผู้เล่นได้ไขปริศนาปัญหาต่างๆ แต่คุณสมบัติพิเศษที่พัฒนาขึ้นมา ผู้เล่นจะสามารถควบคุมย้อนเวลาหรือเลื่อนดูอนาคตได้ ทำให้ผู้เล่นทราบว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เพื่อจะได้หาวิธีหลบหลีกและเอาตัวรอดไปฉากต่อไป

เจมส์  เล่าประสบการณ์ช่วงที่ร่วมแข่งขันว่า มีทีมเก่งๆ เข้าร่วมกว่า 40 ประเทศ โดยผ่านการคัดเลือกมาจาก 180 ประเทศ ที่มีไมโครซอฟท์ ครั้งแรกที่สัมผัสบรรยากาศรู้สึกตื่นเต้น และไม่หวังว่าจะสามารถคว้ารางวัลอะไรกลับมาได้ เพราะแต่ละทีมที่แข่งล้วนมาจากประเทศที่เป็นเจ้าแห่งการพัฒนาเกม เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน สหรัฐ ซึ่งไทยไม่เคยมีชื่อเสียงในด้านนี้เลย ทำให้ทุกคนในทีมไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รางวัลมากนัก

อย่างไรก็ตาม ระหว่างแข่งแม้ทุกคนจะรู้สึกกดดัน แต่ก็พยายามตั้งใจแสดงผลงานอย่างเต็มที่ จนแข่งเสร็จระหว่างรอฟังประกาศผล ช่วงนั้นรู้สึกเฉยๆ รอฟังว่าทีมจากประเทศใดจะได้ แต่เมื่อประกาศไปเรื่อยๆ ประเทศที่คิดว่ามีสิทธิกลับตกรอบ ยิ่งทำให้คิดว่าทีมคงไม่ได้รางวัลอะไร จนเมื่อกรรมการประกาศว่าทีมไทยแลนด์ ชนะเลิศด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เกม ตอนนั้นทุกคนในทีมตกใจและไม่เชื่อ แม้ช่วงที่ขึ้นไปรับรางวัลบนเวที ทุกคนยังแสดงอาการตื่นเต้นและงง จนผู้ประกาศต้องเชิญลงจากเวที เพราะหมดเวลาช่วงรับรางวัลแล้ว

ปริเมธ อธิบายเสริมว่า โลกของเกมมีหลายรูปแบบเหมือนกับแนวภาพยนตร์ที่มีทั้งหนังรัก สยองขวัญ แอ็กชั่น แต่เกมที่ทีม PH21 สร้างขึ้นมาในต่างประเทศเรียกว่าเกมอินดี้ เพราะมีลักษณะเป็นตัวของตัวเอง รูปแบบไม่เหมือนเกมทั่วไป ซึ่งทีมไม่อยากให้ผู้เล่นสนุกแต่ในเกม แต่อยากให้ได้ซึมซับ คิด วิเคราะห์ระหว่างเล่นไปทุกด้าน

รู้จักแบ่งเวลา อย่าให้เกมเล่นเราวางเป้าหมายชีวิตและวิธีการสู่สิ่งนั้น 

กว่าจะมาถึงจุดนี้ เจมส์มีความฝันตั้งแต่เด็กที่อยากเป็นนักพัฒนาเกม เจ้าของเกม นิสัยส่วนตัวตั้งแต่เล็กก็คล้ายกับเด็กผู้ชายทั่วไปที่ชอบเล่นเกมมาก เท่าที่จำได้เริ่มเล่นจากเกมบอย เพราะสมัยก่อนเกมประเภทนี้เป็นอะไรมีฮิตมาก อาทิ โปเกมอน มาริโอ้ ต่อมาก็เริ่มมาเล่นเกมเพสเตชั่นจนถึงปัจจุบัน แต่มีบางช่วงก็ติดเกมออนไลน์คอมพิวเตอร์อย่าง แร็กนาร็อก ถึงขนาดเล่นทุกวัน

แม้จะติดเล่นเกมอย่างไร  แต่เจมส์ ก็ยืนยันว่า สามารถควบคุมเวลาไปเรียนหนังสือได้ บางครั้งกลับมาถึงบ้านจะเล่นเกมจนถึง 3 ทุ่ม และมีช่วงหนึ่งที่ติดหนักจนเลิกอ่านหนังสือไปเพราะเล่นทุกวัน โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ทำให้ผลการเรียนอยู่อันดับกลางๆ ของห้องมาโดยตลอด

จนเมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 5 ขณะนั้นศึกษาอยู่เรียนที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ก็ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ให้ได้ เพราะคิดว่าเป็นหนทางเดียวที่จะพาให้ก้าวไปเป็นนักพัฒนาเกมได้ หลังจากนั้นก็ทุ่มเทเวลากับการอ่านหนังสือและเรียนพิเศษเต็มที่

ทำให้จากเดิมเกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับกลางๆ ห้องมาตลอด ก็กระโดดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดติดอันดับ 1 ใน 10 ของห้อง แต่ช่วงนั้นก็มีอุปสรรคบ้าง เพราะสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นปีน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ ทำให้ต้องเลื่อนช่วงสอบออกไป ก็ทำให้ชีวิตเกือบพังอยู่เหมือนกัน

“ตอนนั้นมีเวลาว่างมากก็เล่นแต่เกมถึงตี 3 ตี 4 ทุกวัน จนเหลือเวลา 2 เดือนสุดท้ายก่อนสอบ คิดว่าไม่ได้แล้ว ถ้ายังเป็นอย่างนี้ จึงหันกลับมาอ่านหนังสือใหม่ แต่พบว่าสิ่งที่เคยอ่านมาลืมไปหมดแล้ว หลังจากนั้นผมก็หยุดเล่นเกมแบบถาวร เพราะช่วงที่พักได้หนีไปหาเกมจนลืมหนังสือไปหมดและต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง” เจมส์ ย้อนถึงเหตุการณ์วันนั้น

เจมส์ สะท้อนบทเรียนการติดเกมและวิธีแยกกับชีวิตส่วนตัวไว้อย่างน่าสนใจว่า ทุกคนควรหาเป้าหมายในชีวิตให้ได้ ไม่ใช่ติดเกม หนัง ละคร ไปเรื่อยๆ แต่ต้องรู้จักแบ่งเวลาควบคุมให้ได้ จากนั้นเมื่อมีเป้าหมายควรถามตัวเองว่าจะไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร ถ้าหากคิดว่ายังไงก็ไปไม่ถึงเป้าหมาย ควรพอตรงนั้น ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ทำมาตลอด

“ผมเป็นคนชอบมีเป้าหมายว่าจะทำอะไร เช่น อยากเป็นนักสร้างเกม ถ้ายังเล่นเกมอยู่ ก็ไม่สามารถเป็นนักสร้างเกมได้ ซึ่งทุกคนไม่จำเป็นต้องอยากเป็นนักทำเกม แต่ควรมีแนวทางชีวิตเป็นของตัวเอง และทำตามฝันอย่างเต็มเพื่อตอบโจทย์ชีวิตในอนาคตให้ได้”

หนุ่มนักพัฒนาเกม เล่าถึงเสน่ห์ของเกม มันก็คือสื่อบันเทิงชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกพักผ่อนคลายไปพร้อมกับทำให้รู้สึกตื่นเต้นและเกิดความท้าทาย เหมือนการเล่นฟุตบอล ซึ่งความสนุกของเกมก็เปรียบเหมือนสื่อบันเทิง ที่เป็นดาบสองคม มีทั้งดีและไม่ดี หากติดจนหาจุดหยุดไม่ได้ ก็อาจทำให้เกิดปัญหา ซึ่งส่วนตัวเคยติดอยู่พักหนึ่งจนทำให้เสียอย่างอื่น ฉะนั้นคนเล่นเกมควรต้องรู้จักควบคุมตัวเอง เล่นได้แต่อย่างให้เกมเล่นเรา

เจมส์ ยังเล่าถึงความภูมิใจขณะนี้ว่า ได้เป็นที่ปรึกษาให้เด็กนักเรียน มัธยมปลายกลุ่มเล็กๆ จากโรงเรียนสาธิตจุฬา ที่มีความฝันอยากทำเกม และขณะนี้สามารถพัฒนาทำเกมขึ้นมาได้และนำไปประกวดบนเวที เนคเทค และผ่านเข้ารอบสุดท้ายแล้ว แต่เหตุผลที่ทำให้ภูมิใจเพราะรู้สึกว่าได้จุดประกายเติมเต็มความฝันให้เด็กกลุ่มนี้ ที่เปรียบเสมือนน้ำไม่เต็มแก้วพร้อมรับความรู้อยู่ตลอด สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

สร้างโอกาสอุตสาหกรรมเกมไทย ไม่เลวร้าย แต่ช่วยพัฒนาประเทศได้

ปัจจุบันหลังจากกลับจากการแข่งขันด้วยชัยชนะอันดับ 1 ประกอบกับเรียนจบวิศะ จุฬาฯ ตอนนี้เจมส์ได้เปิดบริษัทพัฒนาเกมร่วมกับเพื่อนในทีม โดยนำผลงานที่ไปแข่งมาต่อยอด และเตรียมวางจำหน่ายชิ้นแรกปลายปีนี้ รูปแบบเป็นเกมที่เริ่มจำหน่ายเป็นแนวเดียวกับที่แข่ง แต่ได้พัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้เล่นมากขึ้นและอนาคตคิดว่าจะพัฒนาเกมอื่นต่อ เพราะเป้าหมาย อยากเป็นทั้งผู้ผลิตและจำหน่าย แต่ตอนนี้ขอแค่ผลิตก่อน (หัวเราะ)

หนุ่มนักพัฒนาเกมรายนี้ สะท้อนว่า ปัจจุบันวงการเกมไทยไม่ก้าวหน้าเหมือนประเทศอื่นทั้งที่ไทยมีอุตสาหกรรมเกมขนาดใหญ่ติดอันดับ 20 ของโลก แต่รายได้ 80% ในอุตสาหกรรมเกมไทย กลับนำเข้าจากต่างประเทศ ถ้าอนาคตสามารถดึงส่วนแบ่งนี้มาได้น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะถึงอย่างไรพฤติกรรมคนไทย ก็ยังนิยมซื้อเกมอยู่แต่เพียงไม่นิยมเกมไทย จึงอยากให้ทุกฝ่ายหาทางแก้เรื่องนี้

“ผู้ใหญ่ต้องปรับมุมมอง ว่าเกมไม่ใช่สื่อที่สร้างมาเพื่อทำให้คนติด เพราะที่ผ่านมาเกมถูกมองว่าเป็นสื่อไม่ดี มีปัญหาเกิดขึ้นตลอดเหมือนยาเสพติด แต่ผมไม่อยากให้คิดเช่นนั้น เพราะการที่สำเร็จมาได้ถึงขนาดนี้ ก็ไม่เคยเป็นเด็กติดยาอย่างที่ผู้ใหญ่หลายคนคิด ฉะนั้นอยากให้ผู้ใหญ่เปิดใจรับในเรื่องนี้ และจะเป็นเรื่องดีมาก ถ้ามีผู้ที่ช่วยอธิบายให้ผู้ใหญ่เข้าใจว่า เกมไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย มันสามารถช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยได้ในทุกมิติ”

เจมส์เห็นว่า รัฐควรสนับสนุนอุตสาหกรรมการตลาดเกมเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้ผู้พัฒนาเกมสร้างงานได้ง่ายขึ้น เพราะเทคโนโลยีบางอย่างมีราคาสูง ต้องใช้เทคโนโลยีชนิดเดียวกับการผลิตภาพยนตร์ หากรัฐให้การสนับสนุน คิดว่าจะทำให้วงการเกมไทยพัฒนาขึ้น เช่นเดียวกับในต่างประเทศที่มองว่าอุตสาหกรรมเกมสามารถส่งออกได้

พร้อมยกตัวอย่างว่าหากรัฐบาลสนใจสนับสนุนเรื่องอุตสาหกรรมเกมแล้ว ควรต้องวางรากฐานตั้งแต่ระดับเยาวชนให้เข้าใจและรู้จักเกมอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับกิจกรรมที่บริษัทไมโครซอพท์ นำเด็กเล็กอายุประมาณ 10 ขวบมาเรียนรู้วิธีการเขียนโปรแกรมเกม ซึ่งตรงนี้จะช่วยทำให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์และพัฒนาการที่ดีขึ้น

เขาบอกว่า อนาคตของวงการเกมไทย 10-20 ปีข้างหน้า เมื่อเด็กรุ่นใหม่วันนี้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีเกม เชื่อว่าจะมีบทบาทช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมเกมมากขึ้น ไปพร้อมกับปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่เข้าใจเกมอย่างถูกต้อง ส่วนตัวเชื่อว่าเกมคือ ครูสอนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด ทำให้รู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ 6 ขวบ และครั้งที่ไปสหรัฐ ยอมรับว่าสาเหตุที่ทำให้คุยกับชาวต่างชาติได้ส่วนหนึ่งก็มาจากการเล่นเกม

ท้ายนี้ เจมส์ฝากว่า อยากให้ผู้ปกครองเปิดใจดูว่าทำไมเด็กถึงรักสิ่งนี้ อย่าไปมองว่าเกมเป็นแค่ของเล่นเด็ก หรือยาเสพติด เพราะเมื่อไหร่ที่พ่อแม่เข้าใจว่าทำไมลูกรักสิ่งนี้ และพร้อมทำความเข้าใจไปด้วยกัน เชื่อว่าจะเป็นเรื่องที่ดีทั้งสองฝ่าย หรือดีกว่าการไปห้าม เพราะจะทำให้เด็กน้อยใจนำไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น ซึ่งยิ่งจะทำให้เกิดความสัมพันธ์กับพ่อแม่ไม่ดีมากขึ้น

 

Assisted reproduction: what’s new

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/life/living_health/30299361

November 08, 2016 01:00
By DR BOONSAENG WUTTHIPHAN

Cow’s milk allergy in children

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/life/living_health/30298795

November 01, 2016 01:00
By PROFESSOR BOOSBA VIVATVAKIN
Special to The Nation

Service with an android smile

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/life/living_health/30298796

A MediaSaturn employee loads a consignment in the Starship Technologies robot in Dusseldorf, Germany. /DPA

A MediaSaturn robot supplied by Starship Technologies robot uses a pedestrian crossing to cross a road in Dusseldorf, Germany. /DPA

November 01, 2016 01:00
By UTA KNAPP
DEUTSCHE PRESSE-AGENTUR
DUSSELDORF

Caring for our ageing skin

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/life/living_health/30298442

“Years of exposure to the sun for lengthy periods may lead to age spots, melasma, dryness and wrinkles,” says dermatologist Thanisorn Thamlikitkul. Photo/Reuters
October 27, 2016 01:00
By THANISORN THAMLIKITKUL MD
Special to The Nation

Inguinal hernias: Diagnosis and treatment

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/life/living_health/30298296

October 25, 2016 01:00
By DR PAKPONG WATHANAORAN
Speical to The Nation

Zika: frequently asked questions

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/life/living_health/30297828

October 17, 2016 05:34
By DR ON-UMAR BANPAMAI

Mononucleosis: benign but not always

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/life/living_health/30297323

October 11, 2016 01:00
By DR GERARD LALANDE

Special to The Nation