Jim Thompson ชวนอัปเดตลุคในแบบไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ไปกับคอลเลคชั่น day to night

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682186

วันที่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 09:30 น.Jim Thompson ชวนอัปเดตลุคในแบบไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ไปกับคอลเลคชั่น day to night

เติมเต็มความสนุกของการแต่งกายไปกับคอลเลคชั่น day to night จาก Jim Thompson พร้อมอัปเดตลุคในแบบไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่

Jim Thompson (จิม ทอมป์สัน) แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดไอคอนิกของไทย ชวนผู้ชื่นชอบการแต่งตัวแบบมิกซ์แอนด์แมทช์มาอัปเดตเทรนด์ปรับลุค พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตแบบ day to night ด้วยเสื้อผ้าหลากสีสันในลวดลาย ปริ้นท์สวยงามร่วมสมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเป็นไทย โดยนับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์นำเสื้อผ้าสไตล์ resort wear อันเป็นเอกลักษณ์มานำเสนอในมุมมองใหม่ สะท้อนคอนเซปต์ของเสื้อผ้าที่ออกแบบมาให้สามารถสวมใส่ในทุกกิจกรรมตลอดวัน เริ่มตั้งแต่ไปทำงานตอนเช้าในสไตล์ urban chic และในขณะเดียวกันก็พร้อมไป hang-out ต่อในช่วงกลางคืนกับสไตล์ glam resort เพื่อเติมเต็มความสนุกให้การแต่งตัวในทุกๆ วัน

ล่าสุด Jim Thompson ได้จัดงาน “Jim Thompson Exclusive Collection Preview” ซึ่งเป็นอีเว้นท์พิเศษที่แบรนด์ได้จับมือร่วมกับอีก 2 แบรนด์ระดับตำนานของไทยอย่าง การบินไทย และ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกอีกด้วย โดยเชิญสมาชิก Royal Orchid Plus Platinum & Gold members คนพิเศษ เข้าร่วมงานแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ร้าน Jim Thompson สาขาสยามพารากอน ภายในงาน Jim Thompson ได้นำเสนอเสื้อผ้า Ready-to-Wear คอลเลคชั่นใหม่ แบบมิกซ์แอนด์แมทช์ทั้งสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีกว่า 15 ลุค

ซึ่งไฮไลท์ของงานคือ การแนะนำการแต่งกายที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบ day to night โดยมีไอเทมส์ชิ้นเด่นที่ผู้หญิงชาวเมืองยุคใหม่ควรมีติดตู้เสื้อผ้าไว้ ได้แก่ Karawek Maxi Dress เดรสที่ได้นำความโรแมนติกสไตล์วินเทจมาผสมกับลายการเวกบนผ้าลินิน ซึ่งเป็นเดรสที่สวมใส่สบายแต่ยังมอบความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร Karawek Cotton Garthered Skirt กระโปรงผ้าฝ้ายชั้นดีที่มาพร้อมลายการเวกอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาในทรงจับจีบสวยงามเมื่อสวมใส่และยังนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อสไตล์ต่างๆ ได้อย่างลงตัว และ Tiered Maxi Dress เดรสผ้าไหมลายแก้วชิงดวง ซึ่งเป็นลายดอกกลมซ้อนทับในดีไซน์ร่วมสมัย ที่สวมใส่สบายมอบความรู้สึกหรูหราในลุค resort glam แล้วยังแฝงไปด้วยความหมายที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลอีกด้วย สำหรับสุภาพบุรุษ ไอเทมส์ชิ้นเด่นสำหรับการมิกซ์แอนด์แมทช์ที่แบรนด์แนะนำ ได้แก่ Karawek Long Sleeve Shirt เสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวเนื้อดีที่สามารถสวมใส่ในลุคสุภาพเป็นทางการ หรือปรับให้กลายเป็นลุคสบายๆ แบบ casual ด้วยลูกเล่นลายการเวกที่ซ่อนไว้ที่ปลายแขนเสื้อด้านในเมื่อพับแขนเสื้อขึ้น และ Karawek Hawaiian Linen Short กางเกงขาสั้นผ้าลินินที่มาพร้อมลายปริ้นท์การเวกสีเหลืองสด เหมาะแก่การนำมาจับคู่กับเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อยืด สำหรับสวมใส่ไปทำกิจกรรมสนุกๆ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

นอกจากนี้ เสื้อผ้า Ready-to-Wear คอลเลคชั่นใหม่ของ Jim Thompson ยังมาพร้อมกับนวัตกรรม “Easy Care” ที่สามารถซักทำความสะอาดได้ด้วยเครื่องซักผ้าปกติ โดยไม่จำเป็นต้องส่งซักแห้ง (dry cleaning) โดยสามารถซักน้ำ และรีดให้เรียบได้ง่าย เหมาะกับยุคปัจจุบันและเพิ่มความสะดวกสบายในการดูแลรักษาเสื้อผ้าตัวโปรดได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

เลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบ day to night ไปกับ Jim Thompson ได้แล้ววันนี้ ที่ Jim Thompson สาขาสุรวงศ์ และสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ สาขาสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ และไอคอนสยาม หรือบนทางช่องทางออนไลน์ www.jimthompson.com

Burberry Beyond Radiance เปล่งประกายเกินต้านด้วยลิควิดไพรเมอร์ เมคอัพเบสล่าสุดจาก Burberry

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/682184

วันที่ 05 พ.ค. 2565 เวลา 07:55 น.Burberry Beyond Radiance เปล่งประกายเกินต้านด้วยลิควิดไพรเมอร์ เมคอัพเบสล่าสุดจาก Burberry

Burberry Beauty เปิดตัว Burberry Beyond Radiance ครั้งแรกกับไพรเมอร์เนื้อลิควิด ที่มอบผลลัพธ์หลากหลายให้คุณสัมผัสประสบการณ์ ‘เหนือระดับ’ ของผิวเปล่งประกายสว่างใสด้วยฟินิชแบบลูมินัส

เนรมิตขั้นตอนการเตรียมผิวและเมคอัพในทุกวันให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น เมื่อ Burberry Beauty เปิดตัว Burberry Beyond Radiance ครั้งแรกกับไพรเมอร์เนื้อลิควิด ที่มอบผลลัพธ์หลากหลายให้คุณสัมผัสประสบการณ์ ‘เหนือระดับ’ ของผิวเปล่งประกายสว่างใสด้วยฟินิชแบบลูมินัส ช่วยให้ขั้นตอนการเตรียมผิวและเมคอัพในทุกวันให้เป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด มาพร้อมส่วนผสมจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารบำรุงผิวมากมาย อาทิ ดอกกุหลาบดามัสเซน่า, สารสกัดจากใบชาดาร์จีลิ่ง, น้ำมันดอกคำฝอย และเปลือกส้ม มอบความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง ช่วยให้ผิวเนียนกริบ เปล่งปลั่งแบบสุขภาพดี พร้อมช่วยปกป้องและปรับฟื้นสภาพผิวให้กระจ่างใสไร้ที่ติอย่างเห็นได้ชัดตลอดวัน

ด้วยส่วนผสมที่มีแหล่งกำเนิดจากธรรมชาติถึง 96% ผสานกับไข่มุกสะท้อนแสง Burberry Beyond Radiance จึงจัดเป็นลิควิดไพรเมอร์สูตรวีแกนซึ่งโดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสบางเบาเป็นพิเศษ ประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 80% ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นสู่ผิวอย่างล้ำลึกตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังอุดมไปด้วยเกราะป้องกันผิวชั้นดีจากวิตามินเอฟของน้ำมันดอกคำฝอยที่มีกรดไลโนเลอิกเสริมความแข็งแกร่งและล็อกความชุ่มชื้นไว้ในผิว ผสานด้วยความหอม สดชื่นอย่างเป็นธรรมชาติจากดอกกุหลาบดามัสเซน่าและสารสกัดจากใบชาดาร์จีลิ่งที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องผิวสวยจากมลภาวะรอบตัว ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งคุณสมบัติที่บูสต์ความเปล่งปลั่งจากภายในสู่ภายนอกให้กับผิวแบบไม่สิ้นสุดด้วยโปรวิตามินพีจากเปลือกส้ม ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ให้ผิวแลดูกระจ่างใส สม่ำเสมอ โปร่งแสงอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมช่วยฟื้นฟูผิวหมองคล้ำและลดเลือนจุดด่างดำหลังจากใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง 14 วัน นอกจากนี้ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมันและส่วนผสมที่ทำให้เกิดภาวะรูขุมขนอุดตัน ซึ่งผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังแล้วว่าปลอดภัยต่อผิวแน่นอน

Burberry Beyond Radiance นำเสนอมาในเฉดสีหนึ่งเดียวอย่าง Bare Glow ที่ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับทุกสีผิวตามธรรมชาติและทุกสภาพผิวของผู้ใช้งาน รวมถึงผิวบอบบาง สามารถครีเอทลุคให้สาวๆ ได้หลากหลายตามต้องการ โดยใช้แต่งแต้มลงบนใบหน้าแบบเดี่ยวๆ ให้ลุคสวยใสเป็นธรรมชาติ หรือจะใช้เสมือนเป็นเมคอัพเบสก่อนลงรองพื้นเพื่อสร้างผิวที่ดูสว่างใสมีชีวิตชีวาและชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังสามารถนำมาผสมร่วมกับรองพื้นเพื่อปรับระดับความกระจ่างใส หรือจะนำมาใช้เป็นไฮไลท์ขับเน้นเสน่ห์ตามจุดต่างๆ อาทิ บริเวณโหนกแก้ม, สันจมูก และรอยหยักบนริมฝีปาก ก็ได้เช่นกัน

Burberry Beyond Radiance พร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ณ เคาน์เตอร์ Burberry Beauty เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล ชิดลม, สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, สยาม ทาคาชิมายะ และร้าน Sephora สาขาสยามเซ็นเตอร์ และเอ็มควอเทียร์ หรือช้อปออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ www.sephora.co.th และ www.central.co.th ในราคา 1,950 บาท

แฟน Maison Kitsune และ Longchamp เตรียมช้อป!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681672

วันที่ 28 เม.ย. 2565 เวลา 09:45 น.แฟน Maison Kitsune และ Longchamp เตรียมช้อป!

เอาใจนักช้อป Maison Kitsune และ Longchamp เปิดร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ รวมทุกไอเท็ม ช้อปง่าย ช้อปชัวร์ แค่ปลายนิ้ว!!

ปรับตัวเข้ากับโลกดิจิตอลขั้นสุด เมื่อ “พีพี กรุ๊ป” (PP Group) ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าและกระเป๋าแบรนด์ “เมซง คิทสึเนะ” (Maison Kitsuné) และ “ลองฌองป์” (Longchamp) ตอบรับทุกความต้องการของลูกค้า โดยได้เปิดช่องทางช้อปปิ้งออนไลน์ เอาใจลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัด หรือไม่สะดวกเดินทางมายังช้อป รวมไปถึงผู้ที่กำลังสนใจหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ให้ได้รับการบริการที่ดีที่สุด และที่สำคัญไม่ต้องลุ้นว่าของที่ได้รับมานั้นเป็นของแท้หรือไม่!? เพราะเป็นการสั่งซื้อโดยตรงจากตัวแทนผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ฉะนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าเป็นของแท้ 100% อย่างแน่นอน!!

โดยร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ คือ PP GROUP ONLINE STORE นี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้ลูกค้าสามารถเลือกสรรสินค้าเสมือนมาช้อปปิ้งเองที่ช้อป อีกทั้งยังสามารถสอบถามข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด รวมไปถึงการเลือกซื้อ สั่งซื้อ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่คลิ๊ก ซึ่งช่องทางหลักในการเลือกซื้อสินค้า สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.ppgroupthailand.com หรือสามารถแอดไลน์เข้าไปพูดคุยสอบถามข้อมูลสินค้ากับพนักงานโดยตรงที่ LINE Official Account :: @ppgroupthailand

สำหรับแฟนแบรนด์จิ้งจอกสุดคูลอย่าง “เมซง คิทสึเนะ” สามารถเข้าไปเลือกช้อปและชมสินค้าผ่าน PP GROUP ONLINE STORE ได้ที่ Maison Kitsuné Online Store

เช่นเดียวกับแบรนด์ลองฌองป์ ที่สามารถช้อปออนไลน์ผ่าน PP GROUP ONLINE STORE ได้เช่นกันที่ Longchamp Online Store รับรองจัดเต็มมาทุกไอเท็ม รวมไปถึงสินค้าคอลเลกชั่นพิเศษต่างๆ ที่อัพเดทให้ช้อปปิ้งก่อนหน้าร้าน และไม่สามารถหาได้ตามร้านรับหิ้วทั่วไป และพิเศษสุดสำหรับนักช้อปเพียงแค่กด Subscribe E-newsletter ในเว็บไซต์ รับโค้ดส่วนลดทันที 500 บาทในการซื้อสินค้า

ชวนกันมาเพิ่มอรรถรสให้การช้อปปิ้งออนไลน์อย่างมั่นใจ ไร้กังวลเหมือนมาช้อปด้วยตัวเองที่ร้านด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงสั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ www.ppgroupthailand.com หรือ LINE Official Account @ppgroupthailand และสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ : PPGroupThailand

Off-White ฉลองเปิดคอลเลกชั่นประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681664

วันที่ 28 เม.ย. 2565 เวลา 07:45 น.Off-White ฉลองเปิดคอลเลกชั่นประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022

หนุ่มสาว Off-White ร่วมฉลองอิสระแห่งความสนุกในรูปแบบที่เป็นตัวเอง กับ Off-White คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ‘Sticks & Stones’ แฟชั่นประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022

Off-White™ ฉลองเปิดคอลเลกชั่นประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ด้วยการมอบความสนุกในรูปแบบที่เป็นตัวคุณ ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก เมื่อหนุ่มสาวออฟไวท์ นำทีมโดย มาร์กี้-ราศี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์, แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ และ โต้ง TWOPEE มารวมตัวกันเพื่อชม คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ภายใต้ชื่อ “Sticks & Stones” ที่ร้าน Off-White™ สาขา The EmQuartier

คอลเลกชั่น Sticks & Stones

สำหรับคอลเลกชั่น “Sticks & Stones” ผลงานสร้างสรรค์โดย Virgil Abloh  ประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ของแบรนด์ Off-White™ มาจากวลีคลาสสิกตลอดกาล สื่อถึงความสนุกและความเป็นตัวของตัวเอง ถ่ายทอดผ่านผลงานดีไซน์ที่ครอบคลุม ทุกความชอบในหลายสไตล์ มอบความสนุกในการแต่งตัวให้กับทุกคน

ครั้งนี้ ‘Monogram’ ถูกนำเสนอเป็นหนึ่งในลวดลายสำคัญสำหรับคอลเลกชั่นนี้ ออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยเวอร์จิล แอบโลห์ กับความท้าทายในการตีความออฟไวท์ผ่านมุมมองใหม่ คือการรักษาสมดุลระหว่างแรงบันดาลใจจาก 2 องค์ประกอบหลักอย่าง ลวดลาย Arrow หรือลูกศร ที่ทุกคนคุ้นเคยผ่านชิ้นงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดหรือกระเป๋ารุ่นฮิต อย่าง Jitney นำมาวางเรียงติดกัน ผสมผสานเข้ากับคำว่า “OFF” ในขนาดต่างๆ ให้อยู่ในกริดได้อย่างน่าสนใจและลงตัว ถือกำเนิดเป็นลวดลาย Off-White Monogram ที่มีความร่วมสมัย มอบกลิ่นอายของความวินเทจ หรูหรา พร้อมความสนุก สดใหม่ ด้วยสีสันประจำฤดูกาล

กระเป๋าคลาสสิกของออฟไวท์อย่าง The Burrow Bag ได้รับการปรับโฉมใหม่สำหรับคอลเลกชั่นนี้เช่นกัน ตั้งแต่สีสันที่สดใส ไปสู่รายละเอียดการออกแบบสำหรับทรงใหม่ประจำฤดูกาลอย่าง Burrow Zipped Pouch ทรงกระทัดรัด คล่องตัว เต็มเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของออฟไวท์ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดการเจาะรู meteor รวมถึง zip tie หนังสีสันเข้ากับตัวกระเป๋า ไปจนถึง สายสะพายโซ่โลหะ ที่หยิบยืมจากวัสดุก่อสร้าง ผลพวงจากความสนใจทางวิศวกรรมของเวอร์จิล

และปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งหนึ่งที่มักเป็นที่จับตาเสมอของออฟไวท์คือ เสื้อยืด ซึ่งนอกจากจะได้รับความนิยมเพราะเป็นชิ้นที่สวมใส่ง่ายมีเอกลักษณ์แล้ว เสื้อยืดยังเป็นรากฐานการแต่งกายของวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ (youth culture) ที่เวอร์จิล ให้ความสำคัญในการดีไซน์ของเขาเสมอ การสร้างสรรค์คอลเลกชั่นเสื้อยืดจึงพัฒนาเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของออฟไวท์ ตอบโจทย์ทุกสไตล์การแต่งตัวด้วยทรงที่หลากหลายทั้ง slim fit, oversized และ skate fit

สำหรับฤดูกาลนี้ดีไซน์สำคัญที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยคือ Weed Collection พฤกษชาติที่กลุ่มคนจำนวนหนึ่งคุ้นเคยเป็นอย่างดี สัญญะความสนุกนี้ ถูกถ่ายทอดลงบนเสื้อยืดผ้าคอตตอนเนื้อดีผ่านงานปักเดินเส้นไหมในรูปแบบของใบไม้ ผสมผสานเทคนิคการสกรีนชั้นสูงเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับเนื้อผ้า ด้วยสีสันเหลือบกันไปมาแบบ hallucinated graphic พร้อมกับโลโก้ OFF ในสไตล์เรโทร นอกจากนี้ยังคงประกอบด้วยเสื้อยืดลวดลาย กราฟิตี้สไตล์เรโทรอย่าง DJ Play, Wizard และ Tribal รวมไปถึงลวดลายสำหรับสไตล์มินิมัลอย่าง “Outfit came from Italy” และ Single Arrow ความหลากหลายในผลงานการออกแบบคอลเลกชั่นเสื้อยืดนี้ ล้วนถ่ายทอดสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวกันคือ ความสนุกที่จะเป็นตนเองในรูปแบบของ ออฟไวท์ สำหรับหลากหลายมุมมอง ที่แตกต่างกันในแต่ละปัจเจกบุคคล

ภายในงานเหล่าเซเลบริตี้ร่วมฉลองอย่างคับคั่ง อาทิ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ, ไอซ์-อามีนา กูล, ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์, สู่ขวัญ บูลกุล, ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา และอีกมากมาย เลือกชมสินค้าคอลเลกชั่นใหม่อย่างเพลิดเพลิน กับบรรยากาศสนุกสนานโดย DJ Pipe Supersonic ร่วมสร้างสีสันภายในงาน

พบกับคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดที่ไม่เหมือนใครกับ Off-White™ ได้ที่ Off-White™ Siam Paragon และ Off-White™ EmQuartier หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมผ่านทาง Off-White™ LINE Official Account @offwhitebangkok และ Instagram @off_white_bangkok

MCM Tumbler Color Splash แก้ว Tumbler ที่ทุกคนเรียกร้อง!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681502

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 14:50 น.MCM Tumbler Color Splash แก้ว Tumbler ที่ทุกคนเรียกร้อง!

กลับมาอีกครั้งกับ MCM Tumbler Color Splash ที่มีให้เลือกถึงสองสี ‘เขียว’ หรือ ‘ม่วง’ พิเศษจำนวนจำกัดเพียง 100 ใบเท่านั้น

ของฟรีมีในโลก!! ที่ MCM กับแก้ว Tumbler ที่ทุกคนเรียกร้อง กลับมาอีกครั้งกับ MCM Tumbler Color Splash ที่ครั้งนี้มีให้เลือกถึง 2 สี ได้แก่ สีเขียว หรือ สีม่วง พิเศษเพียง 100 ใบ! สำหรับช้อปออนไลน์ผ่าน Line OA  : @MCMTHAILAND เท่านั้น!

เงื่อนไขในการรับ Tumbler

– ลูกค้าที่ไม่เคยมียอดซื้อกับทางแบรนด์ สามารถซื้อและได้เป็นของแถมเมื่อมียอดซื้อขั้นต่ำ 15,000 บาท

– พิเศษ! สำหรับ ลูกค้า MCM MEMBER สามารถรับเป็นของขวัญเมื่อซื้อสินค้าชิ้นใดก็ได้ (ยกเว้นสินค้า Monogram Knit Face Accessory และ Petite Scarf ไม่ร่วมรายการ ของแถมมีจำนวนจำกัด)

*จำกัด 1 ท่าน / 1 สิทธิ์ เฉพาะวันที่ 27 เมษายน 2565 – 30 เมษายน 2565 (4 วันเท่านั้น!!)

เตรียมแอดไลน์รอช้อปได้เลยที่ MCM LINE OA @mcmthailand หรือ https://lin.ee/zxCcAXw

GUCCI เปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่ ณ ศูนย์การค้า THE EMPORIUM

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681499

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 11:40 น.GUCCI เปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่ ณ ศูนย์การค้า THE EMPORIUM

ยลโฉม GUCCI รูปลักษณ์ใหม่ ในงานเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม บนพื้นที่ 408 ตร.ม.

ยิ่งใหญ่สมความเป็นแบรนด์ดังระดับโลก เมื่อ GUCCI จัดงานเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่ในศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม (THE EMPORIUM) บนพื้นที่ 408 ตารางเมตร พรั่งพร้อมด้วยสินค้าที่ได้รับการคัดสรรสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี รวมถึงเสื้อผ้าสำเร็จรูป (ready-to-wear) กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับและแอคเซสเซอรี และสินค้าตกแต่งบ้าน GUCCI Décor

การกลับมาเปิดให้บริการในครั้งนี้ ร้าน GUCCI มาในรูปลักษณ์ใหม่ที่เชื้อเชิญและให้ความรู้สึกอันอบอุ่นและผ่อนคลาย ด้วยงานออกแบบและการตกแต่งภายในอันแสนประณีต ผนังด้านนอกร้านให้ความรู้สึกที่หรูหราด้วยการตกแต่งหินอ่อนอิตาลีในหลากหลายลวดลายและสีสัน ไม่ว่าจะเป็นหินอ่อนเบลเยียมแบล็ค (Belgium Black), รอสโซ นโปเลียน (Rosso Napoleon),  โรซา เดล การ์ดา (Rosa del Garda)  และกาลากัตตา โอโร (Calacatta Oro) ที่นำมาตกแต่งในดีไซน์ที่ผสมผสานความสง่างามให้กลมกลืนกับสิ่งรอบตัวและขับให้งานตกแต่งด้านในร้านโดดเด่นยิ่งขึ้น  นอกจากความหรูหราในสไตล์สมัยใหม่ที่มาจากวัสดุที่งดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังมีความน่าสนใจในการเลือกใช้พื้นที่อย่างลงตัว เรียกได้ว่า ร้าน GUCCI แห่งนี้เป็นส่วนผสมของแบบดั้งเดิมและความทันสมัย สอดคล้องกับแนวปรัชญาของความสง่างามและความทันสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ GUCCI และยังนับว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่เสริมให้ผลิตภัณฑ์ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วย

บรรยากาศภายในร้านจะเน้นความสวยงามประณีต แต่มีลูกเล่นและความน่าตื่นเต้นด้วยวัสดุต่าง ๆ ที่เลือกใช้  ไม่ว่าจะเป็น ลวดลายเรขาคณิตบนพื้นนั้นให้ความรู้สึกมีมิติไม่น่าเบื่อและลงตัวเป็นอย่างดีกับพื้นไม้ปาร์เก้ที่เพ้นต์ด้วยมือ ความขัดแย้งของสิ่งที่ตรงกันข้ามกันแต่กลับเชื่อมต่อถึงกันได้นี้ยังเห็นได้จากในส่วนอื่น ๆ เช่นกัน  ไม่ว่าจะเป็นส่วนดิสเพลย์และชั้นโชว์สินค้าทองเหลืองขัดเงาที่ตัดกับงานตกแต่งด้วยผ้าซาตินสีทองเข้ม โต๊ะกลมที่วางไว้ข้างโต๊ะสี่เหลี่ยม โซฟาและเก้าอี้นวมบุกำมะหยี่สีน้ำทะเลดูหรูหรา รวมถึงพรมวินเทจสไตล์ตะวันออกที่วางซ้อนกันเพื่อเพิ่มลูกเล่น นอกจากนี้ในร้านยังจัดให้มีพื้นที่สำหรับเสื้อผ้า ready-to-wear โดยเฉพาะ ซึ่งมุมดังกล่าวถูกโอบล้อมอยู่ภายในอ้อมกอดแห่งทัศนียภาพอันงดงามของสวนเบญจสิริ  จึงช่วยให้โซนนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าประทับใจอย่างคาดไม่ถึงและเป็นบรรยากาศเฉพาะตัวของ GUCCI อย่างแท้จริง

การเปิดร้านโฉมใหม่ในครั้งนี้ GUCCI ยังได้นำผลงานชิ้นเอ็กซ์คลูซีฟ จาก archive ส่งตรงจากประเทศอิตาลีมาจัดแสดงให้ได้ชมแบบใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสไตล์วินเทจคลาสสิค Jackie and Bamboo ที่ได้รับการออกแบบใหม่โดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ภายใต้มิติร่วมสมัย ตลอดจนชิ้นอื่น ๆ อีกมากมายจากคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดของอเลสซานโดร มิเคเล  (Alessandro Michele) นอกจากนี้ยังมีผ้าพันคอไหมเนื้อนุ่มแสนประณีตตกแต่งด้วยลายพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Gucci ที่จะมาอวดความงามพร้อมกับของชิ้นอื่น ๆ ที่ใช้ในการเดินทางจากทศวรรษ 60 และ 70 อาทิเช่น กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใส่เครื่องสำอาง และกระเป๋าเดินทางแบบสะพาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังขอเชิญชวนทุกท่านให้เดินไปตามแคตวอล์กขนาดย่อมที่ตกแต่งด้วยซุ้มโค้งประดับไฟซึ่งส่องนำทางเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงงานด้านในร้านท่ามกลางลวดลายพรรณไม้ผลิบานที่ตัดกับพื้นสีทึบ ร่วมกับการตกแต่งทางเดินและแท่นจัดแสดงที่จะช่วยให้ผู้เยี่ยมชมดื่มด่ำกับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่

ด้วยความมุ่งมั่นของ GUCCI ในการส่งเสริมแนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีประหยัดพลังงานใน GUCCI สโตร์ทั่วโลก แฟล็กชิปสโตร์ GUCCI โฉมใหม่แห่งนี้จึงได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED (ความเป็นผู้นำด้านการออกแบบที่อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม) รวมทั้งยังใช้ไฟ LED และติดตั้งระบบ Building Management System (BMS) เพื่อช่วยในการคอยติดตามและส่งเสริมประสิทธิภาพในการใช้พลังงานอีกด้วย

บรรยากาศงานเปิดตัวร้านใหม่

พบกับ GUCCI โฉมใหม่ได้แล้ววันนี้ ที่ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gucci.com

SALAWAN ปล่อยคอลเลคชั่นใหม่ “A WAY DAY” Beach Lifestyle ฝีมือคนไทยที่กำลังมาแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681493

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 11:20 น.SALAWAN ปล่อยคอลเลคชั่นใหม่ “A WAY DAY” Beach Lifestyle ฝีมือคนไทยที่กำลังมาแรง

SALAWAN New Collection “A WAY DAY” แบรนด์แฟชั่นกางเกงว่ายน้ำชายสุดเท่จากฝีมือคนไทยที่คุณต้องมีไว้ครอบครอง!!!

SALAWAN แบรนด์แฟชั่นกางเกงว่ายน้ำชายแนว Beach Lifestyle จากฝีมือคนไทยที่กำลังมาแรง โดย SALAWAN ได้หยิบเอาความสวยงามของท้องทะเลไทยจากการออกไปท่องเที่ยวใช้ชีวิตทำกิจกรรมเพื่อเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ด้วยสีสันสนุกสนานและลายพิมพ์ ที่อินสไปร์จากเรื่องราวการเดินทางในดินแดนแห่งธรรมชาติ ซึ่งได้ดีไซน์ด้วยการสร้างสรรค์ลวดลายผ้าที่คงความมีสไตล์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อตอบโจทย์หนุ่มๆ ที่รักในการแต่งตัว

สำหรับ SALAWAN ไม่ได้จำกัดแต่เพียงเป็นกางเกงว่ายน้ำเท่านั้น แต่ยังเพิ่มดีเทลความเท่สุดเก๋ และความคล่องตัวจึงเหมาะกับการสวมใส่ในวันหยุดพักผ่อนอีกด้วย ด้วยองค์ประกอบที่เพียบพร้อมด้วยจุดแข็ง ไม่ว่าจะเป็นการตัดเย็บอย่างทันสมัย เรื่องราวของที่มาแต่ละลวดลาย เนื้อผ้าที่ยืดหยุ่น ใส่สบาย และแห้งเร็ว

อีกหนึ่งจุดแข็งที่สำคัญของ SALAWAN คือการสร้างสินค้าด้วยการผลิตมาจากผ้ารีไซเคิล ซึ่งทำมาจากขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว โดยกางเกงว่ายน้ำ 1 ตัวของ SALAWAN ผลิตมาจากขวดพลาสติกถึงจำนวน 5 ขวด เรียกได้ว่าเป็นกางเกงว่ายน้ำรักษ์โลกนั่นเอง เพื่อนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม

ล่าสุดกับคอลเลคชั่นใหม่ของ SALAWAN ภายใต้ชื่อ A Way Day โดยได้นำเสนอกางเกงว่ายน้ำที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานด้วยสีสันและลายผ้าที่แตกต่างกันกับ 4 คาแรคเตอร์สุดเท่ ประกอบด้วย

  • Shark Wave แสงสีส้มของพระอาทิตย์ตอนตะวันลับขอบฟ้าตกกระทบกับเกลียวคลื่นในทะเล  เพิ่มความสนุกกับเหล่าเจ้าปลาฉลามกับลังแวกว่าย
  • Skyline Palm Tree เส้นขอบฟ้ากับสีสันของช่วงตะวันลับขอบฟ้าของชายหาดภูเก็ตที่ตัดกับต้นมะพร้าวริมหาดเป็นแรงบันดาลใจ แสงตะวันลับขอบสีชมพูตัดกับต้นมะพร้าวช่วงเวลาที่ที่หน้าลงไหลและเงียบสงบของท้องทะเล
  • Skyline Surfer เส้นขอบฟ้าที่ตัดกับนักเล่นเซิร์ฟที่กำลังโชว์ลีลาในกีฬาสุดเท่อย่างการโต้คลื่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของจังหวัดภูเก็ต
  • Chang Bangkok 2022 กางเกงว่ายน้ำแนว Beach Lifestyle ที่มาพร้อมกับลายผ้าที่สร้างสรรค์ด้วยการเอาช้างที่เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองประจำชาติไทยมาประยุกต์ให้ดูทันสมัยแต่ยังคงความเป็นไทย พูดเลยว่าถ้าได้สวมใส่แล้วไม่มีเอ้าท์อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมี New Salawan Solid color 4 เฉดสีใหม่   Phuket Sunrise, Black Sand, Phi Phi Purple, Similan Blue ให้ทุกคนค้นพบความสนุกสร้างจิตวิญญาณให้กับวันหยุดอีกด้วย  พบกับ SALAWAN คอลแลคชั่น A WAY DAY ได้แล้วที่ Facebook : Salawanbkk , Instargram : Salawan_Official , Line official Account : @salawan

ปลุกกระแสกีฬาเอ็กซ์ตรีมทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681470

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 09:35 น.ปลุกกระแสกีฬาเอ็กซ์ตรีมทั่วไทย

เก็บตกภาพความประทับใจ ในงาน “HATYAI EXTREME FESTIVAL 2022” ปิดฉากยิ่งใหญ่ สร้างกระแสกีฬา Extreme ทั่วไทยคึกคัก

เรียกว่าปลุกกระแสคนรักเอ็กซ์ตรีมขึ้นมาอีกครั้ง โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบหมายการกีฬาแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมผนึกกำลังสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย กับงานแข่งขันกีฬา Extreme สุดยิ่งใหญ่ประจำปี พร้อมกิจกรรมต่างๆ มากมายในงานสร้างความคึกคักในหมู่นักกีฬา  ผู้ชม และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมและรับชมการแข่งขัน Surfskate , Skateboard , Inline Speed Skate และ Speed Surfskate รวม 4 ชนิดกีฬา กับบททดสอบที่ท้าทาย สร้างความตื่นตาตื่นใจตั้งแต่วันแรกจนนาทีสุดท้าย  

การจัดการแข่งขัน “Hatyai Extreme Festival 2022” ถือเป็นความสำเร็จในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการกีฬาเอ็กซตรีมในประเทศไทย และสร้างการยอมรับให้คนทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกีฬาทั้ง 4 ชนิด ส่งเสริมให้วงการกีฬา Extreme เป็นที่แพร่หลาย มีการเติบโตสู่เส้นทางนักกีฬามืออาชีพทั้งในการแข่งขันระดับชาติและระดับโลก  

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “การแข่งขัน Hatyai Extreme Festival 2022 ได้โชว์ศักยภาพของนักกีฬาไทย  ตลอดจนความร่วมมือระหว่างผู้จัดงานภาครัฐ เอกชน และคนในท้องที่ จึงทำให้การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นการใช้จ่ายในจังหวัดสงขลาให้คึกคักอย่างมาก ซึ่งในปี 2022 นี้ เราจะไม่หยุดพัฒนาและต่อยอดกระแสกีฬา Extreme ในแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน ”

ติดตามภาพงานการแข่งขัน  “HATYAI EXTREME FESTIVAL 2022” ได้ที่ https://fb.watch/csDhcHhbCv/

ทำไมการพัฒนาถึงไม่ยั่งยืน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681469

วันที่ 26 เม.ย. 2565 เวลา 09:34 น.ทำไมการพัฒนาถึงไม่ยั่งยืน?

โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เราลงทุนเพื่อพัฒนาองค์กร เพื่อยกศักยภาพบุคลากร แต่ผลที่ได้มักต่ำกว่าที่คาดหวัง เพราะอะไร

ประการแรก เพราะเรายังติดอยู่ในกรอบความคิดเดิมๆ ที่เน้นเพียงเพื่อความมีประสิทธิภาพแต่เราต้องปรับมุมมองใหม่ ให้เป็นการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

สอง ต้องเข้าใจว่าองค์กรคือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงของมิติต่างๆ ที่หลากหลาย ปัญหาต่างๆ จึงทับซ้อนกันอย่างลึกซึ้ง แต่การจัดการกับปัญหานั้นกลับดำเนินไปในลักษณะเส้นตรงเชิงเดี่ยว แยกส่วน การพัฒนาจึงไม่ยั่งยืน

สาม เพราะขาดความเข้าใจถึงธรรมชาติของศักยภาพอย่างเป็นองค์รวม ที่มีทั้งที่แสดงออกมาภายนอกเพียงเล็กน้อย แต่มีเก็บไว้อีกมากมายอยู่ภายใน เราจึงมักให้ความสำคัญแต่เพียงการพัฒนาทักษะด้านการจัดการ แต่เข้าไม่ถึงฐานรากของชีวิต จึงไม่สามารถพัฒนาศักยภาพและขับออกมาได้อย่างเต็มที่

สี่ เพราะขาดวิสัยทัศน์ ขาดเป้าหมายชีวิต หาตัวเองไม่เจอ ขาดแรงบันดาลใจ ขาดความมุ่งมั่น จึงไม่สามารถนำตนเองให้ยืนหยัดรับมือกับความท้าทายที่ผ่านเข้ามาได้

ห้า เพราะต่างวัยต่างความคิด ติดกรอบเดิมๆ อยู่ใน Comfort Zone ไม่เปลี่ยน ไม่เล่นเชิงรุก มีทัศนคติติดลบ มองภาพเป้าหมายต่างกัน จึงไปคนละทาง

หก เพราะไม่ใฝ่เรียนรู้ ขาดการคิดเชิงระบบ จึงแก้ปัญหาไม่เป็นองค์รวม จึงไม่อาจสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจได้

เจ็ด เพราะไม่เห็นคุณค่าตนเอง ขาดความเชื่อมั่น จึงไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้อย่างเหมาะสม นำไปสู่การทำลายในทุกความสัมพันธ์ และตัดโอกาสตนเองในการก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น

แปด เพราะในการสื่อสารมักเอาความคิดตนเองเป็นใหญ่ เอาตนเองเป็นศูนย์กลาง ไม่เปิดใจกว้างรับฟัง ไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้ใจกัน จึงไม่อาจสร้างทีมงานบนฐานของศรัทธาได้

และเก้า เพราะไม่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง จึงไม่อาจพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีส่วนร่วม เกื้อกูล ไปในทิศทางเดียวกันได้

ความท้าทายต่างๆ เหล่านี้มีผลกระทบต่อการดำเนินงาน และเป็นตัวปิดกั้นมิให้การพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนท่านคิดว่าอะไรคือรากของปัญหา อะไรทำให้องค์กรแตกต่างกัน แล้วท่านจะรับมือกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวไปกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงนำองค์กรสู่ความยั่งยืนได้อย่างไรผมมั่นใจว่าเรื่องราวที่นำมาแลกเปลี่ยนในครั้งนี้คงเป็นประโยชน์นะครับ

MIDO เปิดตัว Multifort Skeleton Vertigo เรือนเวลาหรูที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/681353

วันที่ 24 เม.ย. 2565 เวลา 16:45 น.MIDO เปิดตัว Multifort Skeleton Vertigo เรือนเวลาหรูที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมระดับโลก

สร้างลุคให้โดดเด่นได้ในทุกโอกาสกับ “มิโด” (MIDO) ที่ล่าสุดเปิดตัว “มัลติฟอร์ต สเกเลตัน เวอร์ติโก้” เรือนเวลาหรูที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่าง สะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ โดยมีแบรนด์แอมบาสเดอร์หนุ่ม “คิม ซู ฮยอน” ร่วมถ่ายทอดความงดงามผ่านไลฟ์สไตล์อันโดดเด่น

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน และดีไซน์งดงามเหนือกาลเวลา ไปกับเรือนเวลาหรูจาก “มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ในคอลเลกชั่นล่าสุด “มัลติฟอร์ต สเกเลตัน เวอร์ติโก้” (Multifort Skeleton Vertigo) ที่สะกดทุกสายตาด้วยหน้าปัดแบบเปลือย ซึ่งเผยให้เห็นถึงความงดงามของชิ้นส่วนกลไกอย่างชัดเจน อีกทั้งยังโดดเด่นด้านฟังก์ชั่นการใช้งาน ความสวยงาม และความแข็งแกร่ง ที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมอันโด่งดังของโลกอย่าง สะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ (Sydney Harbour Bridge) ในประเทศออสเตรเลีย โดยนาฬิกาเรือนแรกจากตระกูล “มัลติฟอร์ต” (Multifort) และสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ (Sydney Harbour Bridge) ยังได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมกันในสมัยทศวรรษที่ 1930 อีกด้วย

MIDO แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.Schaeren & Co. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน

แบรนด์แอมบาสเดอร์หนุ่มชื่อดัง “คิม ซู ฮยอน” ได้กล่าวถึงนาฬิกาเรือนโปรด Multifort Skeleton Vertigo ว่า “นาฬิการุ่นนี้มีการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร เพราะคุณจะได้เห็นกลไกการทำงานของนาฬิกาผ่านการดีไซน์ตัวเรือนแบบเปลือย ซึ่งนาฬิกาที่มีการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์นั้น สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับการแต่งตัวได้เป็นอย่างดี อย่างนาฬิกาเรือนนี้สามารถใส่ได้ทั้งกับลุคคลาสสิก อย่างสูท หรือลุคแคชชวลอย่างกางเกงยีนส์และเสื้อยืด ก็สามารถสร้างคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นได้แล้ว”

สำหรับ Multifort Skeleton Vertigo เป็นเรือนเวลาจากตระกูล Multifort ที่มีทั้งความโดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์สปอร์ต ชวนให้หลงใหลด้วยหน้าปัดและฝาหลังแบบเปลือย ที่สามารถมองเห็นการทำงานของกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 ที่อยู่ด้านใน ด้วยรายละเอียดการดีไซน์สุดประณีตบรรจง พร้อมลวดลายแนวตั้งบนหน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจจากเส้นสายเคเบิ้ลอันแข็งแกร่งที่ยึดตัวสะพานไว้ ผสมผสานเอกลักษณ์อันโดดเด่นด้วยลวดลายเจนีวา สไตรป์ พร้อมเทคนิคการทำสีแอนทราไซต์ เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย โดยตัวเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ ลูมิโนวา สีขาว ที่ช่วยให้อ่านค่าเวลาได้ง่ายและแม่นยำมากขึ้นแม้ในที่มืด พร้อมกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่ช่วยป้องกันแสงสะท้อนบนหน้าปัดทั้งสองด้าน ส่วนตัวเรือนนั้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร พร้อมฝาหลังที่สลักโลโก้ ‘MIDO’ ไว้อย่างชัดเจน และเม็ดมะยมแบบขันเกลียว เรียบโก้ด้วยสายรัดสแตนเลสสตีลและตัวล็อคแบบบานพับที่ทำจากเหล็กเคลือบซาติน อีกทั้งยังสามารถสำรองพลังงานยาวนานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริงที่ทำจากนิวาครอน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการต้านแรงแม่เหล็ก และป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี และฟังก์ชั่นดำน้ำลึกได้ถึงระดับ 100 เมตร

เคล็ดลับการเลือกนาฬิกาสำหรับคนที่เริ่มต้นอยากสะสม

การสะสมนาฬิกาที่เป็นงานอดิเรกของใครหลายคนนั้น นอกจากจะสะสมเพื่อชื่นชมความงดงาม หรือนำมาสวมใส่เพื่อเติมเต็มคาแรคเตอร์ให้สมบูรณ์แบบแล้ว ยังสามารถสะสมเพื่อเป็นการลงทุนได้อีกด้วย ดังนั้นองค์ประกอบสำคัญในการเลือกซื้อจะต้องประกอบไปด้วยแบรนด์ระดับโลกซึ่งเป็นที่รู้จัก เพราะแบรนด์ระดับโลกนั้นจะมีเรื่องราวประวัติศาสตร์มายาวนานจึงสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ มีความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบแต่ละคอลเลกชั่นจึงสามารถสร้างมูลค่าได้เป็นอย่างดี รวมถึงดีไซน์ที่ต้องมีความคลาสสิกเหนือกาลเวลา สามารถสวมใส่ได้ทุกยุคสมัย และฟังก์ชั่นการใช้งานก็ต้องตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน

พบกับ Multifort Skeleton Vertigo จากเรือนเวลาสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์แบรนด์ MIDO นาฬิกาดีไซน์หรูคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้ที่เคาน์เตอร์ MIDO เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งผ่านทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com, LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0299