สีสันจากมวลบุปผชาติ ในคอลเลคชั่น Ready-to-Wear ใหม่ล่าสุดจาก Jim Thompson

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/680608

วันที่ 13 เม.ย. 2565 เวลา 12:48 น.สีสันจากมวลบุปผชาติ ในคอลเลคชั่น Ready-to-Wear ใหม่ล่าสุดจาก Jim Thompson

Jim Thompson ต้อนรับสงกรานต์ด้วยลายปริ้นท์หลากสีสันจากมวลบุปผชาติ ในคอลเลคชั่น Ready-to-Wear ใหม่ล่าสุด พร้อมนำเสนอนวัตกรรม Easy Care ผ้าไหมซักง่ายครั้งแรก

แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดไอคอนิกของไทย Jim Thompson (จิม ทอมป์สัน) พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวความงดงามบทใหม่อีกครั้ง ในโอกาสเทศกาลปีใหม่ไทยด้วยคอลเลคชั่นเสื้อผ้า Ready-to-Wear ใหม่ล่าสุด ที่รังสรรค์ลวดลายปริ้นท์อันร่วมสมัย เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์และความหมาย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์หลากสีสันที่สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์สวมใส่ได้ง่ายในทุกๆ วัน ซึ่งมาพร้อมอีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของแบรนด์ “Easy Care” ที่จะทำให้การทำความสะอาดและดูแลรักษาผ้าไหมให้สวยงามคงทนไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

Jim Thompson จึงสร้างสรรค์เลคชั่นต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย โดยการนำลวดลายดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่มีความหมายมงคลมาดีไซน์และถ่ายทอดเป็นลายปริ้นท์ใหม่ล่าสุด ได้แก่ PAGAGRONG (ผกากรอง) เป็นการนำเอาดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมอย่าง สายหยุด สายน้ำผึ้ง ประยงค์ บุหงาส่าหรี ราชาวดี แก้วเจ้าจอม และจำปี มาร้อยเรียงเป็นลวดลายสะดุดตาด้วยลูกเล่นการไล่เรียงของดอกไม้ขนาดใหญ่ตรงใจกลางซึ่งค่อยๆ คลี่กระจายออกเป็นดอกเล็กๆ อย่างสวยงาม KEAW CHING DUANG (แก้วชิงดวง) ลวดลายที่นำเอาลายไทยโบราณ ที่มีความหมายมงคลแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้า ซึ่งแพทเทิร์นที่มีลักษณะเป็นดอกกลมร้อยซ้อนทับกันตามแบบฉบับดั้งเดิมนั้น ได้ถูกนำมาออกแบบใหม่ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น มาพร้อมเฉดสีสดใสเหมาะแก่การสวมใส่ในช่วงซัมเมอร์ PEACOCK’S CREST (ต้นหางนกยูง) ลวดลายที่หยิบยกเอาทั้งใบและดอกในสีสันสดใสสะพรั่งเต็มต้นอันเป็นเครื่องหมายว่าฤดูร้อนมาถึงแล้วของต้นหางนกยูงมาเป็นองค์ประกอบหลักในการดีไซน์จนกลายเป็นลวดลายที่มีความสลับซับซ้อนแต่แฝงไปด้วยความสดชื่นตามแบบฉบับของ แบรนด์ และ KARAWEK (การเวก) ลวดลายที่ผสานดีไซน์ของดอกไม้และแซมด้วยลายนก อันเป็นความหมายของคำว่า “การเวก” เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผสมผสานด้วยการจับคู่สีของลวดลายที่เน้นความอ่อนหวานสวยงามตามแบบร่วมสมัย โดยคอลเลคชั่นใหม่นี้รังสรรค์ขึ้นสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีให้เลือกมิกซ์แอนด์แมทช์ที่จะทำให้การแต่งตัวสนุกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เสื้อเชิ้ต เดรส กระโปรง กางเกง เสื้อยืด ไปจนถึงผ้าพันคอ

Ready-to-Wear คอลเลคชั่นใหม่นี้ Jim Thompson ยังได้นำเสนอนวัตกรรมล่าสุด “Easy Care” ครั้งแรกของการปลดล็อกปัญหาเรื่องการทำความสะอาดและรักษาผ้าไหมให้เป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน ด้วยนวัตกรรมและเทคนิคการผลิตผ้าไหมที่ผ่านการทดสอบและตรวจสอบอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ซึ่งทำให้ปัจจุบันเสื้อผ้า Ready-to-Wear ของแบรนด์สามารถซักทำความสะอาดได้ด้วยเครื่องซักผ้าปกติ โดยไม่จำเป็นต้องส่งซักแห้ง (dry cleaning) เท่านั้น สามารถซักน้ำ และรีดให้เรียบได้ง่าย เหมาะกับยุคปัจจุบันและเพิ่มความสะดวกสบายในการดูแลรักษาเสื้อผ้าตัวโปรดได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

พบกับสีสันของคอลเลคชันใหม่ต้อนรับสงกรานต์และนวัตกรรม Easy Care กับแบรนด์ Jim Thompson ได้แล้ววันนี้ ที่ Jim Thompson สาขาสุรวงศ์ และสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ สาขาสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ และไอคอนสยาม หรือบนทางช่องทางออนไลน์ www.jimthompson.com

#JimThompson

#JTandMe

#JimThompsonEasyCare

ภัทรา ฉลองครบรอบ 40 ปี เปิดตัว “สยาม คอลเลคชั่น” จากความภาคภูมิใจในความเป็นไทยสู่ศิลปะบนจานอาหารระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679953

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 16:40 น.ภัทรา ฉลองครบรอบ 40 ปี เปิดตัว “สยาม คอลเลคชั่น” จากความภาคภูมิใจในความเป็นไทยสู่ศิลปะบนจานอาหารระดับโลก

ภัทรา เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ “SIAM Collection” ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 40 โดยชุดจานชาม “สยาม คอลเลคชั่น” นี้ เกิดจากความต้องการของภัทรา ที่จะนำความวิจิตรงดงามของศิลปะวัฒนธรรมของไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก

ด้วยความมีชื่อเสียงของอาหารไทย อันเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ในเรื่องรสชาติ ความประณีตและละเอียดอ่อน อาหารไทยจึงได้รับเกียรติให้เสิร์ฟในห้องอาหารและโรงแรมระดับโลกหลายแห่ง การมีภาชนะเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับอาหารไทยจึงเหมาะสมที่สุด

นายเรย์มอนด์ ฮาน รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ภัทรา พอร์ซเลน จำกัด กล่าวถึงสยาม คอลเลคชั่นว่า “เอกลักษณ์ของความเป็นไทยคือเสน่ห์ที่ไม่มีที่ใดเหมือน เมื่อเราก้าวเข้ามาในประเทศนี้เราจะสัมผัสได้ถึงความโดดเด่น ผมคิดว่าคนต่างชาติทุกคนจะต้องประทับใจและหลงใหลในวัฒนธรรมและศิลปะแห่งความเป็นไทยเช่นกัน อันเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจของคนไทย ผมจึงอยากให้คนทั่วโลกมีโอกาสได้พบเห็นความงดงามนี้ได้เช่นกัน ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดในโลกก็ตาม นั่นคือจุดเริ่มต้นของคอลเลคชั่น สยาม” 

“เมื่อใดก็ตามที่มีการพูดถึงประเทศไทย แทบจะในทันที เราจะนึกถึงอาหารไทย ความมีน้ำใจของคนไทย และความมีเอกลักษณ์อันน่าประทับใจของประเทศนี้ ผมคิดว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่เราจะยกระดับความเป็นไทยและอาหารไทย ไปพร้อม ๆ กับเชฟคนไทยและร้านอาหารไทยไปทั่วทุกมุมโลก”

“สยาม คอลเลคชั่น” จะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยต่อไปอีกหลายสิบปี เป็นความรู้สึกภูมิใจในความเป็นไทยที่ภัทรามุ่งหวังจะเป็นเจ้าของร่วมกับคนไทยทุกคน ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ที่ประเทศไทย สหรัฐอเมริกา หรือสิงค์โปร์ คุณก็จะสามารถสัมผัสความเป็นไทยนี้ได้”

ด้วยความตั้งใจที่จะสานต่อสยาม คอลเลคชั่นให้เป็นชุดจานชามของไทยอันทรงเอกลักษณ์ ซีรี่ย์แรกของสยามคอลเลคชั่น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานฝีมือการร้อยพวงมาลัย และการประดิษฐ์งานฝีมือจากดอกไม้สด ซึ่งเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาตั้งแต่โบราณกาลและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในพิธีการในราชสำนัก ตลอดจนการนำมาใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน

“เราได้นำเอาเส้นสายและสีสันของดอกไม้ที่ใช้ในงานฝีมือมาเป็นองค์ประกอบหลักของซีรีส์นี้ ทำให้ลวดลายต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้นล้วนต้องใช้ความประณีตและพิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการร่างแบบ การทำตัวอย่าง จนกลายมาเป็นชิ้นงานที่เราภูมิใจเป็นอย่างมาก” เรย์มอนด์ กล่าวเสริม

เพื่อให้ชุดจานชาม “สยาม คอลเลคชั่น” มีความโดดเด่นมากขึ้น โลโก้ของ “สยาม” จึงถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ โดยนำตัวอักษรสันสกฤตมาเขียนเป็นลายกนก และใช้สีแดงชาด ซึ่งเป็นสีมงคล”

ภัทรายังมุ่งหวังให้ สยามคอลเลคชั่นเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นว่าภัทราสามารถนำมรดกแห่งความเป็นไทยมาผสมผสานกับเทคโนโลยีการผลิตอันเป็นเลิศจนเกิดเป็นภาชนะบนโต๊ะอาหารคุณภาพสูงระดับสากล

“ที่ภัทรา เรามีพนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการออกแบบและการผลิต การยศาสตร์ งานศิลปะ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จำเป็นสำหรับการผลิต เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์โบนไชน่าและพอร์ซเลนคุณภาพสูงสุด เราต้องการให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นถึงความงดงามของไทยจากภาชนะบนโต๊ะอาหารชิ้นเอกนี้”

การเปิดตัวสยามคอลเลคชั่นนี้ เป็นผลงานแห่งความภาคภูมิใจของภัทราและเรามองเห็นว่าจะเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยต่อไปอีกหลายสิบปี ตกทอดไปจากรุ่นสู่รุ่นด้วยเช่นกัน

สำหรับซีรีส์แรกของสยาม คอลเลคชั่นนี้ พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ +662 651 5625 หรือเยี่ยมชมคอลเลคชั่นได้ที่ www.patraporcelain.com

How to ดูแลผิวอย่างไร ก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/680108

วันที่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 10:10 น.How to ดูแลผิวอย่างไร ก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง

เพราะผิวสวยเป็นเรื่องสำคัญ THANN ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะเทคนิคการดูแลผิวช่วงก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง

แสงแดดและความร้อนช่วงนี้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การดูแลผิวทั้งก่อนและหลังออกกำลังกายจึงเป็นเรื่องที่ห้ามละเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ออกกำลังกายกลางแจ้งยิ่งต้องให้การดูแล เพราะนอกจากรังสียูวีในแสงแดดแล้ว ยังมีคราบเหงื่อและความมันที่ยังสามารถก่อให้เกิดปัญหาผิว อาทิ การอุดตันรูขุมขน สิว ผิวหนังอักเสบ ผื่นคัน

แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) จึงได้เชิญแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) และชำนาญการด้านผิวพรรณความงาม แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล เผยเทคนิคการดูแลผิวช่วงก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวรักการออกกำลังกาย มาร่วมแชร์เคล็ดลับการดูแลและปกป้องผิวก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้งตามแบบฉบับของตนเอง

แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์ ศรีตั้งรัตนกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะนำเคล็ดลับดูแลและปกป้องผิวก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้งว่า “การทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องสัมผัสแสงแดดเป็นระยะเวลานาน สามารถก่อให้เกิดปัญหาผิวพรรณได้ เพราะในแสงแดดประกอบไปด้วยแสงและรังสีหลายชนิดทั้งที่สามารถมองเห็น และไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ชนิดที่สามารถทำอันตรายต่อผิวหนังของเราได้ คือ “รังสีอัลตราไวโอเลต” (Ultraviolet) หรือ “รังสียูวี” (UV) หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมก็จะมีประโยชน์ในการกระตุ้นให้ร่างกายของเราผลิตวิตามินดี และสามารถใช้ในการรักษาโรค อาทิ ด่างขาว สะเก็ดเงิน และโรคกระดูกอ่อนในเด็ก แต่หากได้รับรังสียูวีเป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อผิวของเราได้ รังสียูวีที่เป็นอันตรายกับผิวมี 2 ชนิด คือ

รังสียูวีเอ (UVA) เรียกอีกอย่างว่า “ยูวีเอจจิ้ง” (UV Aging) ทำให้เกิดปัญหาผิวแก่ก่อนวัย (Photoaging) เกิดริ้วรอยเล็กๆ ไปจนถึงริ้วรอยล่องลึก นอกจากนี้ยังทำให้ผิวแห้งกร้านและขาดน้ำ รังสียูวีเอจะไปกระตุ้นกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานินทำให้ผิวเกิดความหมองคล้ำ การก่อตัวของอนุมูลอิสระในผิวหนัง ทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น

รังสียูวีบี (UVB) หรือ ยูวีเบิร์นนิ่ง (UV Burning) จะมีความเข้มข้นของแสงมากกว่ายูวีเอ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดผิวไหม้แดด ผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ สำหรับอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) เกิดจากผิวได้รับรังสียูวีบีในปริมาณมากจนทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกถูกทำลาย ในผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจเกิดผิวหนังลอก เป็นแผลพุพอง และรู้สึกเจ็บปวด อีกทั้งเซลล์ผิวหนังที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จะไวต่อรังสียูวีและบอบบางกว่าเซลล์ผิวเดิม ส่วนผู้ที่อาการไม่รุนแรงจะมีเพียงผื่นแดงขึ้นบริเวณผิวหนังที่โดนแสงแดดและค่อย ๆ หายเป็นปกติใน 2-3 วัน ทั้งนี้การมีผิวไหม้จากแดดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ด้วย

ดังนั้น หากไม่ต้องการให้รังสียูวีทำร้ายผิวของเรา ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะระหว่างเวลา 10.00 – 16.00 น. เพราะเป็นช่วงที่รังสียูวีมีความแรงที่สุด รวมถึงควรสวมเสื้อผ้าปิดผิวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยทั่วไปแล้วเสื้อผ้าที่ทอเนื้อแน่นและมีสีเข้มจะสามารถกันแดดได้มากกว่าเสื้อผ้าเนื้อบางๆ เมื่อต้องทำกิจกรรมต่างๆ กลางแจ้งควรสวมหมวก แว่นตา ชุดออกกำลังกายแบบแขนยาว ขายาว ปลอกแขน และปลอกขา ซึ่งควรมีค่า UPF (Ultraviolet Protection Factor) อย่างน้อย 40 ขึ้นไป และควรทาผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นประจำทุกวัน การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้ชีวิตประจําวันของแต่ละคน หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งที่มีเหงื่อออกมาก หรือกิจกรรมทางน้ำอย่าง ว่ายน้ำ เล่นเซิร์ฟ ดำน้ำ ขี่เจ็ทสกี ควรเลือกผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดที่มีคุณสมบัติกันน้ำมากเป็นพิเศษ (Very water resistant)

นอกจากนี้ เรายังสามารถพิจารณาปัจจัยหลักในการปกป้องผิวจากรังสียูวีแต่ละประเภทได้จากค่า SPF (Sun Protection Factor) คือ ค่าที่บอกถึงประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVB เป็นค่าระยะเวลาที่ผิวสามารถทนต่อแสงแดดได้โดยที่ผิวเราไม่ไหม้ (Sunburn) คำนวณจากระยะเวลาที่ผิวทนต่อแสงแดดได้คูณกับค่าของ SPF ตัวอย่างเช่น คนเอเชียผิวขาวทั่วๆ ไปสามารถโดนแสงแดด 20 นาทีก่อนที่ผิวจะเริ่มอักเสบแสบแดง การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF30 จะช่วยให้ผิวเราจะสามารถทนต่อแสงแดดได้นานขึ้นคิดเป็น 20 นาที x ค่า SPF30 = 600 นาที หรือ 10 ชั่วโมง

ส่วนค่า PA (Protection grade of UVA) คือค่าที่บอกถึงประสิทธิภาพในการปกป้องรังสี UVA เป็นค่าที่สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางประเทศญี่ปุ่น (Japan Cosmetic Industry Association, JCIA) กำหนดขึ้นเพื่อแสดงถึงความสามารถในการป้องกันอาการดำคล้ำของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสี UVA โดยใช้เครื่องหมายบวก (+) ในการแสดงระดับของประสิทธิภาพ ปัจจุบันค่า PA++++ ถือว่าเป็นค่าที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูงสุด

ปกติแล้วผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดทั่วไปๆ จะมีเพียงคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเดียว ทำให้ต้องใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิดอื่น แต่ในปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดได้มีบทบาทสำคัญในการดูแลผิวพรรณของเรามากขึ้น โดยนำคุณสมบัติในการบำรุงผิวที่ได้จากสารสกัดธรรมชาติมาใช้ ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากชิโซะ (Shiso extract) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin), สารสกัดอูกอน (Ougon extract) พืชทะเลทรายที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ รวมถึงช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้กลับแลดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ (De-colorizing action) หรือสารสกัดจากชาขาว (White tea extract) ที่มีสารโพลีฟีนอล ช่วยยับยั้งกระบวนการที่ผิวทำปฎิกิริยากับออกซิเจน (Anti-oxidant) ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เป็นต้น”

ทางด้านเซเลบริตี้สาวสวยต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมแชร์เคล็ดลับการดูแลและปกป้องผิวก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้งตามแบบฉบับของตนเองเริ่มที่สาวสังคม หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา เผยว่า “ปอนด์ชอบไปทะเลมาก ซัมเมอร์นี้ก็ไม่พลาดที่จะมีทริปไปเที่ยวทะเล รอบนี้ก็แพลนไว้ว่าจะไปล่องเรือ ดำน้ำ กับเพื่อนๆ ที่เกาะสมุย กิจกรรมที่ชอบมากและกำลังมุ่งมั่นในตอนนี้ คือ การเรียนดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ แต่แน่นอนว่ากิจกรรมเหล่านี้เราต้องเจอแสงแดดที่ร้อนแรงมากๆ แต่ปอนด์ก็มีตัวช่วยดีๆ ที่ขาดไม่ได้เลยคือครีมกันแดดแบบกันน้ำอย่าง เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชี่ยล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50 พีเอ +++ ที่สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้เป็นอย่างดี โดยเราจะทาก่อนออกแดด และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หลังทำกิจกรรมก็จะพักตัวให้เย็น อาบน้ำชำระร่างกาย และล้างใบหน้าให้สะอาดด้วย เฟเชียล คลีนเซอร์ เพียงเท่านี้ก็จะหมดกังวลกับแสงแดด และสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างสนุกสนาน”

ถัดมาที่เวิร์กกิ้งวูแมน จันทมน แย้มพันธุ์ เล่าว่า “หน้าร้อนทั้งทีก็พลาดไม่ได้ที่จะไปเที่ยวทะเล ซึ่งสถานที่ที่ชอบมากก็คงจะเป็นทะเลภาคใต้ของเรา เมื่อตอนต้นปีได้มีโอกาสไปเที่ยวทะเลกระบี่แล้วประทับใจมากเดือนหน้าเลยมีแพลนว่าจะกลับไปเที่ยวอีกครั้ง โดยกิจกรรมกลางแจ้งที่ชอบทำเวลาไปทะเลก็จะเป็นการพายแพดเดิ้ลบอร์ด ได้ใช้ทักษะการทรงตัว ได้ใช้สมาธิ คล้ายๆ กับการเล่นเซิร์ฟสเก็ตที่เล่นอยู่เป็นประจำ แต่ก่อนทำกิจกรรมก็ต้องปกป้องผิวจากแสงแดดที่ร้อนแรงโดยจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับกิจกรรมนั้นๆ อย่างถ้าไปทะเลแดดแรงมากก็จะเลือกทาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติที่ช่วยกันน้ำกันเหงื่ออย่างเวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชี่ยล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50 พีเอ +++ หรือหากเป็นช่วงเล่นเซิร์ฟสเก็ตอยู่ที่บ้านก็จะเลือกออยล์-ฟรี เฟเชียล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 30 พีเอ +++ เพราะเนื้อครีมบางเบาไม่หนักมากเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน หลังทำกิจกรรมก็ต้องล้างเหงื่อ ล้างหน้าให้สะอาด ทาครีมบำรุงที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อลดความร้อนและช่วยให้ผิวยืดหยุ่น ไม่แห้งกร้าน”

ปิดท้ายที่สาวรักสุขภาพ ณภศศิ สุรวรรณ กล่าวว่า “หน้าร้อนนี้ไม่พลาดที่จะไปหัวหินกับครอบครัว เพราะอยากไปรับลมทะเล ใส่ชุดว่ายน้ำ ทำกิจกรรมริมชายหาด และขับเจ็ทสกี แต่ด้วยอากาศที่ร้อนก็ต้องเตรียมชุด เตรียมอุปกรณ์กันแดด ทั้งหมวก แว่นตา และที่ขาดไม่ได้เลยก็เป็น เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชี่ยล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50 พีเอ +++ ที่ต้องมีติดกระเป๋าไปทุกที่ เวลาทำกิจกรรมจะได้ไม่ต้องคอยกังวลว่าผิวจะคล้ำเสียจากแสงแดด และสามารถโชว์ผิวได้อย่างเต็มที่ โดยจะบีบกันแดดปริมาณ 2 ข้อนิ้ว ทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หากวันไหนที่ไปวิ่งออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมในวันธรรมดาก็จะเลือกใช้ ออยล์-ฟรี เฟเชียล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 30 พีเอ +++ หากเราไม่ได้ทาครีมกันแดดผิวก็จะแห้งแดง เกิดอาการแสบร้อน และลอกได้ จึงไม่ควรลืมทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกไปทำกิจกรรมเพื่อปกป้องผิวให้สวยสุขภาพดีอยู่เสมอ”

ดูแลและปกป้องผิวก่อนและหลังทำกิจกรรมกลางแจ้งกับผลิตภัณฑ์จาก ‘ธัญ’ (THANN) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ

เปิดเทรนด์ใหม่รับซัมเมอร์ด้วยแฟชั่นสุดฮอตจากแบรนด์ระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/680015

วันที่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 08:45 น.เปิดเทรนด์ใหม่รับซัมเมอร์ด้วยแฟชั่นสุดฮอตจากแบรนด์ระดับโลก

สนุกกับสีสันแฟชั่นหน้าร้อน เปิดเทรนด์ใหม่รับซัมเมอร์ อัพลุคจัดเต็มทุกสไตล์ ในแคมเปญยักษ์ CENTRAL ENDLESS SUMMER

ต้อนรับซัมเมอร์สุดร้อนแรง งานนี้ “ห้างเซ็นทรัล” ไม่พลาดชวนทุกคนมาอัพลุคสุดฮอต ด้วยแฟชั่นหลากหลายสไตล์ ในแคมเปญใหญ่แห่งปี CENTRAL ENDLESS SUMMER  ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 เม.ย. 65 ณ ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา โดยเนรมิตพื้นที่ในห้างให้กลายเป็นรันเวย์แฟชั่น STYLE FOR HER & STYLE FOR HIM ที่ทุกคนจะได้มาสนุกกับสีสันแฟชั่นหน้าร้อน พร้อมอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ กับหลากแบรนด์ดัง ทั้งแบรนด์ชั้นนำระดับโลก และแบรนด์ไทยระดับแถวหน้า ที่มาพร้อมคอลเลกชั่นล่าสุด จัดเต็มทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสายชิค สายหวานน่ารัก หรือสายแซบ ก็มีให้เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ทั้งชุดลำลองและเป็นทางการ ขนมามัดรวมไว้ที่นี่ที่เดียว ใครกำลังมองหาไอเท็มสุดเด็ดไว้เฉิดฉายในช่วงฤดูร้อนนี้ ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว!

STYLE FOR HER

1.     “Elevated Minimalism”

ประเดิมที่แฟชั่นสำหรับสาวๆ ซึ่งมีหลากหลายแบรนด์ ตอบรับทุกสไตล์ และซัมเมอร์นี้ทางแผนกแฟชั่น “ห้างเซ็นทรัล” ได้นำเทรนด์ใหม่ล่าสุดมาฝากทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสไตล์  “Elevated Minimalism” ที่มาพร้อมความน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้  ซึ่งยังใช้ได้กับทุกซีซัน เป็นความสวยเท่ที่ดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่ก็ซ่อนดีเทลและงานฝีมือเอาไว้ในคัตติ้งและแพทเทิร์นที่เนี้ยบกริบ อาทิ แบรนด์  “Yacco Maricard” แบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นเรื่องความประณีต พร้อมแนวคิด “เสื้อผ้าคือการสื่อสาร” ซึ่งคอลเลกชั่น Spring / Summer 2022 มาในคอนเซ็ปต์ “Power of The Earth” ผ่านลวดลาย และรูปทรงของดิน หิน และสายลม พร้อมสีสันซัมเมอร์ ฤดูกาลแห่งความสนุก นอกจากนี้ยังมาพร้อมสีโทนเย็นของท้องฟ้าและสายน้ำ เสริมด้วยเอิร์ธโทนของหินและดิน ที่ไม่มีตกเทรนด์ โดยมีทั้งเสื้อแจ๊คเก็ตสีเหลืองเบจ สะอาดตา เสื้อเชิ้ตสีโทนม่วง ดูอ่อนหวาน รวมทั้งกางเกงขาบาน ดีไซน์สีทูโทนสีเข้มและอ่อน ใส่แมตช์ได้ง่าย เติมสีสันให้ช่วงซัมเมอร์ได้อย่างลงตัว

ส่วน “Portspure” แบรนด์ดังจากแคนาดา ที่โดดเด่นด้วยสไตล์คอนเทมโพรารี คงความเป็นเอกลักษณ์ที่คลาสสิกเหนือกาลเวลา ซึ่งซัมเมอร์นี้มีให้เลือกทั้งเสื้อคอปีนสีเหลืองสดใส ที่แม้ดูเรียบแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดสุดเนี้ยบ มาพร้อมดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ใส่แมตช์กับกางเกงทรงใหญ่ ให้ลุคเป็นทางการ ที่ไม่ดูเยอะจนล้น และก็ไม่เรียบจนน่าเบื่อ

ทั้งยังเอาใจสาวหวาน ด้วยเสื้อแขนยาว คอปีน สีขาวครีม ใส่คู่กับกระโปรงลายสก็อต สีเอิร์ธโทน ทรงยาวพลิ้ว มอบลุคสุภาพ อ่อนหวาน แต่ยังคงความเป็นแฟชั่นนิสต้าได้แบบเหนือชั้น หรือใครอยากจะมีลูกเล่นขึ้นมาอีกนิด อย่าพลาดเสื้อแขนยาว คอปีน สีโทนฟ้าสว่าง ใส่แมตช์กับกระโปรงพลีท ผ่าหน้า สีเดียวกัน เข้าชุดสุดเพอร์เฟกต์ รับรองไม่มีดรอป! ส่วนสาวๆ ที่ชื่นชอบความทะมัดทะแมง สไตล์เวิร์คกิ้ง วูแมน ต้องไม่พลาดไอเท็มเด็ด กับชุด All Black (ออลแบล็ค) ที่หยิบเอาเสื้อแจ็คเก็ต ดีไซน์คอปกแขนยาว เพิ่มลูกเล่นด้วยลวดลายขอบสีขาวตามรอยเย็บ แมตช์ลงตัวด้วยกางเกงทรงขากว้าง สีดำ ใส่สบาย ให้ลุคสุดสมาร์ต ยิ่งเพอร์เฟกต์ด้วยกระเป๋าสีแดง จากแบรนด์ “Kate Spade” และรองเท้าผ้าใบสีขาว บอกเลยสะกดทุกสายตาแน่นอน!

ส่วนใครชอบแบรนด์ไทย ที่มีความน้อยแต่มากแบบ “Elevated Minimalism” ต้องไม่พลาด  “Janesuda” แบรนด์ไทยสุดหรู ที่มาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะท้อนความเป็นผู้หญิงยุคใหม่และมีสไตล์เป็นของตัวเอง โดยมี คุณเจนสุดา ปานโต เป็นดีไซเนอร์ และในซัมเมอร์นี้ขอส่งชุดฉลุลูกไม้ สีขาวครีม ทั้งเสื้อเชิ้ตแขนสั้น ดีไซน์กระดุมหน้า ด้านหลังออกแบบเป็นซีทรูโชว์แผ่นหลังเบาๆ มาพร้อมกางเกงขาสั้น เอวสูง ทรงบาน บอกเลยว่าเป็นลุคที่ผสมผสานความแซบ แสนซน กับความน่ารักได้อย่างลงตัว บ่งบอกความเป็น “เจนสุดา” สุดๆ 

2. “Playful Narratives”  

นอกจากนี้เมื่อนึกถึงฤดูร้อน ก็ต้องคิดถึงสไตล์  “Playful Narratives”  ที่มาพร้อมเสื้อผ้าเฉดสีสดใส มองปราดเดียวก็รู้ว่าซัมเมอร์มาถึงแล้ว! ด้วยการใช้แม่สีอย่าง สีเหลือง เขียว แดง และน้ำเงิน ไม่ว่าจะจัดคัลเลอร์บล็อก หรือผสมสีในหนึ่งเดียว ก็เลือกได้ตามความสนุก และซีซันนี้ก็ขอเอาใจสาวๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นชั้นสูงสุดจี๊ดสไตล์ฝรั่งเศส กับแบรนด์  “Maje” แบรนด์ดังจากกรุงปารีส ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งในซัมเมอร์นี้ทางแบรนด์พร้อมเนรมิตให้ทุกคนกลายเป็นสาวปาริเซียงสุดชิค ด้วยเดรสเชิ้ต ดีไซน์ชายกระโปรงสุดพลิ้ว ลวดลายสีสันจัดจ้าน ใส่รับหน้าร้อนชิคๆ โดยจะใส่แบบเดี่ยวก็แซบสุดใจ หรือจะนำไปแมตช์กับกางเกงยีนส์ ผ้าเดนิม สีซีด ทรงบอย ที่ดีไซน์ด้วยลวดลาย Bandana สุดอินเทรนด์ บอกเลยว่านี่คือลุคของแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ ที่หลุดออกมาจากรันเวย์จริงๆ!

ใครชื่นชอบแฟชั่นแนวน่ารักมาทางนี้กับแบรนด์ “Sfera” แบรนด์ดังจากสเปน ที่ซัมเมอร์นี้ทางแบรนด์นำเสนอ ไอเท็มเด็ด กับเสื้อครอป (Crop Top) สีโทนน้ำตาลขาว แขนยาว ดีไซน์ปกใหญ่  สวยหวาน ใส่แมตช์กับกระโปรงสั้นแต่งระบายด้านหน้า โทนสีเดียวกัน บอกเลยว่าให้ลุคลูกคุณหนูสุดๆ ที่สำคัญยังมาในราคาเป็นมิตรอีกด้วย!

เอาใจคนที่ชอบแบรนด์ไทยกันบ้าง กับแบรนด์สุดฮอต  “Vatanika” ของดีไซเนอร์เซเลบริตี้สุดแซ่บ คุณแพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ที่โด่งดังบนเวทีโลก และซัมเมอร์นี้ทางแบรนด์ก็จัดเต็มในสไตล์ “Playful Narratives” พร้อมชวนทุกคนมาแซบให้สุดกับกางเกง คูลอตต์ส (Culottes Pants) ดีไซน์ขาบานซิกเนเจอร์ ไอเท็มเด็ดสุดชิค ที่ใส่สบาย เหมาะกับหน้าร้อน มิกซ์แอนด์แมตช์ได้ทั้งลุคกลางวัน และงานกลางคืน แถมยังเอาอยู่ทั้งสไตล์เท่ แซบ หวาน ทางการ และลำลองอีกด้วย

เพิ่มความสนุกกับสีสันช่วงซัมเมอร์อย่างต่อเนื่องกับแบรนด์ไทย ขวัญใจคนรุ่นใหม่และหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ ที่มาพร้อมราคาน่ารัก อย่าง “Alumnus” โดยซีซันนี้ส่งเสื้อเชิ้ตสไตล์ลำลอง ลายพิมพ์สีสันจัดจ้าน โทนเหลืองสดสะดุดตา ที่สามารถหยิบไปมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ทั้งกระโปรงและกางเกง อัพลุคให้ดูสดใส เพิ่มความคัลเลอร์ฟูลให้กับชีวิต 

ต่อด้วยอีกแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก อย่าง “Vickteerut” ที่ไม่พลาดร่วมสร้างสีสันช่วงหน้าร้อนนี้ โดยปล่อยไอเท็มเด็ด ทั้งชุดเดรสสายเดี่ยว กระโปรงยาวสีเหลืองสดใส ที่มาพร้อมความสวยหวานแบบลูกคุณหนู ผสมผสานความเผ็ด ด้วยดีไซน์ที่ให้สาวๆ ได้โชว์รูปร่างและแผ่นหลังเบาๆ นอกจากนี้ยังมีชุดเดรสลำลอง ใส่สบาย ความยาวเหนือเข่า ดีไซน์ด้วยสีสันที่ตัดกันอย่างลงตัว สดใสรับซัมเมอร์แบบใส่แค่ชิ้นเดียวจบปิ๊ง!

3. “Artist Designed”

อีกหนึ่งเทรนด์ใหม่ที่จะมาสร้างสีสันให้ช่วงหน้าร้อนนี้ ก็คือสไตล์  “Artist Designed”  ที่มาพร้อมแฟชั่นหลากหลายสไตล์งานฝีมือ อวดเทคนิคการออกแบบตกแต่งเสื้อผ้าเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นลูกไม้ งานถัก งานทอมือ การจับจีบ หรือการต่อลายเสื้อ สวมใส่ได้อย่างมีสไตล์และดูเก๋ไม่ซ้ำแบบใคร และแน่นอนว่าแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความอาร์ทิสต์นี้ ต้องยกให้ “Tohns” แบรนด์ไทย คุณภาพไฮเอนด์ ที่ซัมเมอร์นี้มาในคอนเซ็ปต์รักษ์โลก กับชุดเสื้อเชิ้ตและกระโปรงลายกราฟิกสีสันสดใส รวมทั้งลวดลายธรรมชาติ ท้องฟ้า ต้นไม้ ก้อนหิน และขุนเขา ที่สำคัญยังขอใช้ผลงานแฟชั่นนี้ ในการสนับสนุนเรื่องปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) โดยการนำผ้าที่เหลือในสต็อก และผ้าที่ถักโครเชต์แบบแฮนด์เมด มาดีไซน์เป็นชุดที่น่ารักนี้ เพื่อเป็นการลดจำนวนขยะจากเศษผ้า เรียกว่านอกจากสวยเก๋แล้ว ยังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ด้วย งานนี้สาวๆ ที่รักษ์โลกไม่ควรพลาดจริงๆ

STYLE FOR HIM

1. Solid Colors

มาต่อกันที่แฟชั่นสำหรับผู้ชายในซัมเมอร์นี้ก็ไม่น้อยหน้า มีมาให้เลือกเสริมหล่อหลากหลายสไตล์ พร้อมเกาะติดเทรนด์ใหม่ล่าสุดรับซัมเมอร์ ทั้งเรื่อง “Color” ที่ซีซันนี้ ไม่มีที่เว้นไว้ให้ผู้ชายแต่งตัวแค่ขาวหรือดำ แต่ต้องจัดเต็มสีสดใส   ที่แสดงออกซึ่งความเป็นตัวเองที่สนุกขึ้น ในโทนสีของท้องฟ้าผ่านช่วงเวลาต่าง ๆ ตั้งแต่ชมพู ไลแลค ฟ้า เขียว ม่วง อาทิ แบรนด์ดังอย่าง “GQ” ที่เอาใจหนุ่มๆ ที่ชอบแนวสมาร์ตแคชชวลด้วยเสื้อโปโล สีสันสดใส ทั้งสีเขียวมิ้นต์ และโทนสี โอลด์โรส แดง เติมความสนุกให้กับหน้าร้อนนี้ หรือหากชอบสไตล์เท่แต่เรียบ ต้องยกให้แบรนด์ “Club Monaco” แฟชั่นระดับไฮเอนด์จากแคนาดา ที่ซัมเมอร์นี้พร้อมเสิร์ฟทั้งเสื้อยืดคอกลม สีเหลืองสด และแจ็คเก็ต แขนยาว สีน้ำเงินเข้ม ซึ่งถือเป็น 2 ไอเท็มเด็ด ที่แม้ดูเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยรสนิยม

2. “Innovation”

ซีซันนี้นอกจากสีสันจะต้องสดใสแล้วเรื่อง “Innovation” ก็มาแรงไม่แพ้กัน ยุคนี้เสื้อผ้าต้องมาพร้อมนวัตกรรมเท่ๆ ที่จะทำให้การแต่งกายเป็นเรื่องง่าย และสบายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีระบายอากาศได้ดี สวมใส่เมื่อไรก็เย็นสบาย อย่างแบรนด์ “LTD”  ที่ออกแบบเสื้อผ้าสำหรับคุณผู้ชายได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะคอลเลกชั่นใหม่ กับเสื้อเชิ้ตแขนยาว สีน้ำเงินเข้ม (Dark Blue) ใส่สบาย อีกหนึ่งไอเท็มคลาสสิกตลอดกาล ที่ไปได้ทั้งงานทางการและในโอกาสลำลอง ให้ลุคเรียบง่าย แต่ดูภูมิฐาน โมเดิร์น เหมาะสำหรับทุกช่วงเวลา แถมยังแมตช์กับกางเกงได้หลายสไตล์อีกด้วย มาต่อกันที่แบรนด์ “Takeo Kikuchi” แบรนด์ยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่นสำหรับคุณผู้ชาย ที่พร้อมอัพลุคให้กลายเป็นหนุ่มหล่อเนี้ยบ ดูดี ภายใต้คอนเซ็ปต์ Tokyo Urban Style (โตเกียว เออเบิร์น สไตล์) โดยมีทั้งเสื้อแจ็กเก็ต สีเบจ เนื้อผ้าเบาสบายใส่รับซัมเมอร์ พร้อมดีไซน์ที่คงความเป็นเอกลักษณ์ในแบบทาเคโอะ คิคุจิได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีกางเกงขายาว มินิมอล สีเรียบ ดีไซน์ใส่ง่าย ที่แมตช์ได้หลายลุค แต่ยังคงกลิ่นอายแฟชั่นญี่ปุ่น

3. “Floral Pattern”

ซัมเมอร์นี้ ยังมีอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือเรื่องของ “Pattern” ที่ปล่อยให้หนุ่มๆ ได้เต็มที่กับลวดลายกลิ่นอายซัมเมอร์ในสายธรรมชาติ อย่างดอกไม้และใบไม้ในรูปทรงโคร่ง หรือลวดลายตารางและลายทาง มอบลุคที่ดูชิลล์แบบมีสไตล์ โดยเฉพาะหนุ่มๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นจัดจ้าน ต้องไม่พลาดแบรนด์  “Scotch & Soda” แบรนด์ดังจากอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นร่วมสมัย และซัมเมอร์นี้ทางแบรนด์มาพร้อมไอเท็มใหม่สุดจี๊ด อย่างเสื้อเชิ้ตแขนสั้น ปริ้นต์ลายทะเลทรายสุดชิค โดดเด่นด้วยลายเส้นกราฟิกที่เป็นเอกลักษณ์ และกางเกงลายดอกใส่สบายรับซัมเมอร์นี้ แต่ถ้าใครชื่นชอบกางเกงที่ลวดลายคลาสสิก ขอแนะนำกางเกงลายสก็อตสีน้ำตาลเขียวขี้ม้า ซึ่งนำมาแมตช์ได้หลายลุค ทั้งทางการ วินเทจ หรือใส่เข้าคู่กับเสื้อคาร์ดิแกนที่มาพร้อมลายปักสุดประณีต ออกแบบเป็นลายต้นไม้และดอกไม้ ก็ได้ลุคเป็นหนุ่มน่ารัก โอปป้าสไตล์ จะใส่คลุมทับเสื้อยืด ก็ดูหล่อเนี้ยบ หรือจะใส่แบบเดี่ยวๆ ก็บอกเลยว่าเอาอยู่!

นอกจากเสื้อผ้าจากหลากหลายแบรนด์ดัง ที่ยกขบวนมาต้อนรับซัมเมอร์ครั้งนี้แล้ว ด้านแอคเซสเซอรี่ก็มีให้เลือกเติมความฮอตอีกมากมาย อัดแน่นด้วยหลายแบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นหมวกแก๊ปสำหรับคุณผู้ชาย จาก “Polo Ralph Lauren” , “Tommy Hilfiger” ส่วนสาวๆ ต้องไม่พลาดทั้งกระเป๋า จากแบรนด์ “Kloset”, “Aldo”, “Kate Spade NY”, “Boyy”, “Buti” และ “Pipatchara” ส่วนรองเท้าก็มีทั้งแบรนด์ “Steve Madden” และ “Crazy & Crazy”  เป็นต้น  เรียกว่าขนมาให้ทุกคนได้เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ ครบทุกสไตล์ ตอบโจทย์ทุกแนวแฟชั่นแน่นอน!

ใครไม่อยากหล่นขบวนหรือตกเทรนด์ อย่าพลาดแคมเปญ ที่อัดแน่นด้วยแฟชั่นท้าลมร้อน “CENTRAL ENDLESS SUMMER” ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทาง Central App, Central Chat & Shop, Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 หรือเฟซบุ๊กเพจของห้างเซ็นทรัลที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStor งานนี้มีดีลสุดเด็ด โปรโมชั่นสุดฮอตอีกเพียบ!

ผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับการแก้ปัญหาเชิงซ้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679907

วันที่ 05 เม.ย. 2565 เวลา 05:40 น.ผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับการแก้ปัญหาเชิงซ้อน

โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน ผันผวน นำมาซึ่งความท้าทายและปัญหา แต่ปัญหาใดๆ มันไม่เคยมาเดี่ยว มันรุมกันเข้ามารอบด้าน อย่างเช่นการระบาดของไวรัสโควิด 19 ปัญหามันใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับทุกมิติอย่างเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่สำคัญมันเป็นปัญหาเชิงซ้อน มันเป็นปัญหาทับซ้อนปัญหา มันเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต แล้วจะรับมือกับปัญหาเชิงซ้อนนี้ได้อย่างไร

ในการทำความเข้าใจถึงความซับซ้อนของปัญหาและทางออก เราสามารถอุปมาอุปไมยได้จาก ทฤษฎีกาแฟร้อน หรือ Coffee Theory ที่อธิบายถึงธรรมชาติของแนวคิดเชิงระบบที่ว่า สรรพสิ่งมีคุณสมบัติสำคัญ 6 ประการคือ

1. ความเป็นหนึ่งเดียว

2. องค์ประกอบ

3. การเชื่อมโยง

4. การผุดกำเนิด

5. ศักยภาพที่แตกต่าง

6. คุณค่าและความหมาย

แล้วทฤษฎีกาแฟร้อนจะช่วยให้เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของปัญหา รวมทั้งการหาทางออกต่อปัญหานั้นๆ ได้อย่างไร

เราลองพิจารณาเอสเพรสโซ่ร้อน จะเห็นว่าเอสเพรสโซ่มีความเป็นหนึ่งเดียว คือหนึ่งถ้วยที่มีองค์ประกอบคือ ผงกาแฟและน้ำร้อน (น้ำตาลถือว่าเป็นทางเลือก) เมื่อนำทั้งสองมาชงเข้าด้วยกันในขณะนั้นเอง มันได้ผุดกำเนิดขึ้นเป็นภาวะองค์รวมใหม่ที่มีคุณสมบัติและศักยภาพที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิม นั่นคือความหอมและรสชาติที่เข้มข้นที่นำไปสู่คุณค่าที่สูงขึ้นและสะท้อนออกมาเป็นราคาและกำไร

แต่เมื่อนำเอสเพรสโซ่ที่ได้มาเติมด้วยฟองนมและนมสด เราได้สิ่งใหม่เรียกว่าคาปูชิโน่ และเมื่อนำคาปูชิโน่มาเติมด้วยผงช็อกโกแลต เราก็เปลี่ยนชื่อมันเป็นมอคค่า

นั่นหมายความว่า ณ ขณะหนึ่ง คาปูชิโน่มีเอสเพรสโซ่เป็นองค์ประกอบ และในเวลาเดียวกัน ตัวมันเองก็เป็นองค์ประกอบของมอคค่าด้วย

ตามทฤษฎีกาแฟร้อน จะเห็นได้ว่ากาแฟร้อนแต่ละชนิดคือระบบ และเมื่อมองภาพรวม มันเป็นระบบซ้อนระบบ กล่าวคือ คาปูชิโน่เป็นระบบใหญ่ที่มีระบบย่อยคือเอสเพรสโซ่ซ้อนอยู่ภายใน ในขณะเดียวกัน ตัวคาปูชิโน่เองก็เป็นระบบย่อยที่ซ้อนอยู่ในระบบที่ใหญ่กว่า นั่นคือ มอคค่า

โดยนัยดังกล่าว หากจะปรุงมอคค่าให้หอมและอร่อยมีคุณค่า เราต้องเตรียมคาปูชิโน่และผงช็อกโกแลตอย่างดี แล้วนำทั้งสองมาชงเข้าด้วยกัน นั่นคือ คุณค่าของมอคค่าขึ้นกับคุณภาพของคาปูชิโน่และผงช็อกโกแลต เพราะทั้งสองคือองค์ประกอบ

ในทำนองเดียวกัน การจะปรุงคาปูชิโน่ให้หอมและอร่อยมีคุณค่า เราต้องเตรียมเอสเพรสโซ่ ฟองนม และนมสดอย่างดี แล้วนำทั้งสามมาชงเข้าด้วยกัน นั่นคือ คุณค่าของคาปูชิโน่ก็ขึ้นกับคุณภาพของเอสเพรสโซ่ ฟองนมและนมสด เพราะทั้งสามคือองค์ประกอบ

และก็เช่นเดียวกันว่า คุณค่าของเอสเพรสโซ่ก็ขึ้นกับคุณภาพของผงเอสเพรสโซ่และน้ำร้อน เพราะทั้งสองคือองค์ประกอบ

จะเห็นว่าทั้งมอคค่า คาปูชิโน่ เอสเพรสโซ่ต่างก็คือระบบ ที่สำคัญ มันเป็นระบบซ้อนระบบองค์รวมซ้อนองค์รวมอย่างเป็นลำดับชั้น

ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

จากมุมมองเชิงซ้อนตามแนวคิดทฤษฎีกาแฟร้อนนี้ เราสามารถอุปมาได้ว่า ปัญหาใดๆ มันก็มีธรรมชาติเป็นระบบเชิงซ้อนเช่นกัน มันเป็นปัญหาซ้อนปัญหา วิกฤตซ้อนวิกฤตอย่างเป็นลำดับชั้น ยิ่งมีลำดับชั้นสูงขึ้น ความซับซ้อนก็มากขึ้น ความท้าทายก็ยิ่งสูงขึ้น และด้วยมุมมองที่ว่า หากจะปรุงมอคค่าให้หอม อร่อย มีคุณค่า เราต้องพิจารณาย้อนหลัง ไล่เรียงลงไปทีละขั้นตอนอย่างเป็นลำดับชั้น ทีละชั้น

จากมุมมองดังกล่าว นำมาซึ่งความเข้าใจที่ว่า ในการแก้ปัญหาใดๆ เราจึงต้องพิจารณาปัญหานั้นๆ อย่างเป็นระบบเชิงซ้อน โดยพิจารณาไล่เรียงย้อนลงไปทีละชั้นอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อดูว่าอะไรคือองค์ประกอบหลัก และในแต่ละองค์ประกอบหลักนั้น มันประกอบด้วยองค์ประกอบรองๆ อะไรบ้าง และในแต่ละองค์ประกอบรอง มันมีองค์ประกอบย่อยๆ อะไรอีก และดูว่าทั้งหมดนี้มันเชื่อมโยงหรือสัมพันธ์กันอย่างไรและด้วยการปรับเปลี่ยนการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง จึงนำมาซึ่งทางออกของปัญหาอย่างสร้างสรรค์

โดยสรุป ทฤษฎีกาแฟร้อนช่วยให้เข้าใจถึงธรรมชาติของความซับซ้อนของปัญหา และเป็นแนวทางเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาระบบเชิงซ้อนได้อย่างมั่นใจ เป็นรูปธรรม

ท่านในฐานะผู้นำ ท่านจะวางระบบวิธีการคิดอย่างไร เพื่อให้ทีมงานสามารถพัฒนาแนวคิดเชิงระบบ สามารถพัฒนาแนวคิดเชิงองค์รวม เพื่อการแก้ปัญหาซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

Camper เผยโฉมคอลเลคชั่น Spring / Summer 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679913

วันที่ 05 เม.ย. 2565 เวลา 10:10 น.Camper เผยโฉมคอลเลคชั่น Spring / Summer 2022

พร้อมลุยวันหยุดหน้าร้อน Camper ส่งรองเท้าคุณภาพพร้อมคอนเซ็ปต์ SUMMER FINCA เอาใจคนรักซัมเมอร์ ด้วยคอลเลคชั่น Spring / Summer 2022

“When life gives you lemons , make lemonade. “ถ้าชีวิตมันห่วย ก็พลิกให้มันเจ๋งไปเลยสิ!” สำนวนที่ใช้สำหรับให้กำลังใจ ทำให้คนมองโลกในแง่ดี คิดบวกและเกิดทัศนคติที่ว่า ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราก็จะผ่านพ้นมันไปได้นะ! ตรงกับคอนเซ็ปต์ของซีซั่นนี้ที่ แคมเปอร์ (Camper) ได้แรงบันดาลใจจากทัศนคติ วิธีคิดต่างๆ ช่วยให้มองเห็นความสุข และความสนุกที่ไม่คาดคิด

นำไปสู่แนวคิดที่ไม่เคร่งเครียดกับตัวเองหรือชีวิตมากเกินไป สำหรับ แคมเปอร์ คอลเลคชั่น Spring / Summer 2022 ที่นำเสนอด้วยภาพลักษณ์สไตล์ชนบททางแถบเมดิเตอร์เรเนียนในช่วงวันหยุดหน้าร้อน โอบล้อมรอบด้วยธรรมชาติ เปรียบได้กับรองเท้าอันนุ่มสบาย ใช้งานได้จริง มาพร้อมกับดีไซน์หลากหลาย ตั้งแต่ลุคเรโทรไปจนถึงลุคสปอร์ตสีสันสดใส นอกจากดีไซน์โดดเด่นแล้วแคมเปอร์ยังคงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องผ่านการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุจากธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

โดยรองเท้ารุ่นไฮไลท์ในคอลเลคชันนี้ ได้แก่ KARST สนีกเกอร์สไตล์ Unisex ผลิตโดยใช้วัสดุธรรมชาติและผ้าคอตตอน ออร์แกนิกที่มีคุณสมบัติในการระบายอากาศได้ดี ถูกออกแบบมาด้วยรูปแบบ EASY FIT โดยใช้แถบหนามเตยแทนเชือก (Hook & Loop) ทำให้การสวมใส่สนีกเกอร์ง่ายยิ่งขึ้น รุ่น Peu Stadium รองเท้าแซนเดิลที่เป็นลูกผสมระหว่างรองเท้าแตะและสนีกเกอร์ Set Sandal เป็นรองเท้าแซนเดิลใหม่ล่าสุดจากแคมเปอร์ โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างสีสันแห่งความสดใสประจำฤดูกาลและโทนสีแบบธรรมชาติ (Muted Tones) ผลิตจากวัสดุที่มีอายุการใช้งานยาวนาน รวมถึงหนังที่ผ่านการรับรองและสายรัดที่ผลิตจาก PET รีไซเคิล รุ่น PIX รองเท้ารุ่นคลาสสิกที่มาพร้อมกับสีสันที่สดใสมากขึ้น และพื้นรองเท้าชั้นนอกที่จะมอบความสบายในการเดินในทุกก้าวของคุณ

รวมถึงรองเท้ารุ่นที่สาวๆ รอคอยอย่าง KOBARAH รองเท้าดีไซน์โดดเด่น สดใส เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และสวมใส่สบาย เพราะผลิตจากยาง EVA ที่มีสวนผสมของชานอ้อย 20% เพียงชิ้นเดียวในการตัดเย็บ ทำให้รองเท้าคู่นี้สามารถรีไซเคิลได้อย่างเต็มที่เมื่อหมดอายุการใช้งาน CASI MYRA รองเท้าที่จะมาช่วยให้ลุคของคุณสนุกและหลากหลายมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับโครงสร้างที่มีความทนทานสูง และพื้นรองเท้า TPU ที่ให้การยึดเกาะที่ดีเยี่ยม รุ่น WALDEN และ Right Nina รองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากของเล่นสำหรับเด็ก มาพร้อมกับสีสันที่สดใสและสไตล์ขี้เล่นมากขึ้น รวมไปถึงรองเท้าแซนเดิลที่เหมาะสุดๆ กับช่วงซัมเมอร์นี้อย่าง Atonik และ Oruga Sandal

โดยงานเปิดตัว Camper Spring / Summer 2022 จัดขึ้น ณ ร้าน D’Ark The Strand สุขุมวิท 55 พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ที่มาร่วมงานพร้อมสไตล์อันโดดเด่นในแบบของตัวเอง อาทิ ไอซ์-อมีนา กูล, มิว-ชิษณุชา ตันติเมธ (meyou), ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล, ตะวัน-ศมพู อัสสเมทางกูร, กัง – กันต์พงษ์ กุลธนาเรืองนนท์, กร-กรณรัสย์ องค์สรานนท์, เต้ – ชยพัทธ์ คงทรัพย์, แก๊ป-กิตติชัช เตชาหัวสิงห์ ฯลฯ

พบกับ Camper คอลเลคชั่น Spring/Summer 2022 ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Camper เซ็นทรัลเวิลด์, สยามพารากอน และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือช่องทางออนไลน์ที่ Website : www.camper.com/TH_TH

Under Armour เปิดตัว Flagship Store ใหญ่สุดในไทย ภายใต้แนวคิด City Concept Store

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679744

วันที่ 03 เม.ย. 2565 เวลา 12:12 น.Under Armour เปิดตัว Flagship Store ใหญ่สุดในไทย ภายใต้แนวคิด City Concept Store

ยิ่งใหญ่ ! Under Armour ฉลองเปิดตัว Flagship Store ใหญ่สุดในไทยที่สยามเซ็นเตอร์ พร้อมรวมทัพเหล่านักกีฬาอาชีพ – ทีมวิ่ง – Friend of Brand

หลังจากที่ Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) ผู้นำแบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการเปิดตัว Under Armour Brand House ภายใต้แนวคิด “City Concept Store” เป็นครั้งแรกที่สาขา เมกา บางนา ในปี 2564 ที่ผ่านมา ล่าสุด Under Armour ได้มีการเปิดตัว Under Armour Brand House สาขาสยามเซ็นเตอร์ อย่างเป็นทางการ ในวันศุกร์ที่ 1 เมษายน 2565 ในรูปโฉมใหม่ ที่มาพร้อมการตกแต่งที่สวยงามและทันสมัย ภายใต้แนวคิด “City Concept Store” ซึ่งสะท้อนถึงตัวตนของ Under Armour ผสานเข้ากันอย่างลงตัวกับความเป็นไทย ทั้งนี้ การเปิดตัวในครั้งนี้ นับเป็น Flagship Store ของ Under Armour ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ครบครันทั้งผลิตภัณฑ์ รองเท้า เสื้อผ้า และอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกาย ทั้งไลน์ผลิตภัณฑ์สำหรับการฝึกซ้อม วิ่ง กอล์ฟ บาสเกตบอล ไลฟ์สไตล์แฟชั่น และกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ รวมถึงสินค้าในคอลเลกชันพิเศษ เช่น Project Rock และ Curry Brand บนพื้นที่ขนาด 379 ตร. ม.

สำหรับแนวคิดการตกแต่งแบบ City Concept Store เป็นการดึงเอาการตกแต่งที่สะท้อนเอกลักษณ์ความโดดเด่นของแต่ละเมือง ซึ่งในประเทศไทยเอง ได้ดึงศิลปินชาวไทยรุ่นใหม่อย่าง อัครพงษ์ ‘โอ๊ต’ เพ็ชผล มาร่วมออกแบบลวดลายตกแต่งร้าน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อเมือง ‘กรุงเทพฯ’ ซึ่งหมายถึงเมืองแห่งเทพ จึงเลือกใช้องค์ประกอบเช่น ก้อนเมฆ สื่อถึงสวรรค์หรือเมืองที่ลอยอยู่บนฟ้า ประดับอยู่ท่ามกลางลวดลายสถานที่สำคัญต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็น พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม, พระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, เสาชิงช้า และสะพานพระราม 8 ผสานความเป็นไทยด้วยดอกบัว รถตุ๊กตุ๊ก และลายประจำยาม ลายไทยที่เรียบง่าย สวยงาม แต่แฝงด้วยความหนักแน่นและแข็งแรง ลวดลายตกแต่งร้านยังโดดเด่นด้วยยักษ์ในรองเท้า Under Armour สัญลักษณ์แห่งความแข็งแรง สะท้อนความเป็นนักกีฬาในแบบฉบับของ Under Armour

และเพื่อตอกย้ำความพิเศษในการเปิดตัวในครั้งนี้ ทาง Under Armour ยังได้มีการเปิดขายรองเท้า Curry Flow 9 Street Pack ในสีล่าสุด Dribble Me Elmo ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครยอดนิยม จาก Sesame Street อย่าง Elmo เป็นครั้งแรกที่ Under Armour Brand House สาขาสยามเซ็นเตอร์ และยังได้มีการเผยถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ได้มีการวางจำหน่ายและมีแผนจะวางจำหน่ายในปี 2565 นี้ ไม่ว่าจะเป็น UA Flow Wind 2 รองเท้าสายสปีดรุ่นที่ 2 UA HOVR Machina 3 รองเท้าวิ่งระยะไกล อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย Curry Flow 9 รองเท้าบาสเกตบอลที่ใช้เทคโนโลยีพื้น Flow ภายใต้ Curry Brand Rush ไลน์เสื้อผ้าที่ถูกออกแบบสำหรับ เทรนนิ่งและแข่งขัน โดยเฉพาะ UA Meridian Leggings เลกกิ้งที่มอบสัมผัสที่นุ่มนวลและความยืดหยุ่นพิเศษ น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี แห้งไว เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ และอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่จะมีการเปิดตัวในปีนี้

Under Armour ยังได้มีการจัดงานเปิด Under Armour Brand House สาขาสยามเซ็นเตอร์ อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณพรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอ สปอร์ต (ประเทศไทย), คุณปริศนา ศิริสมถะ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูเอ สปอร์ต (ประเทศไทย), คุณเทพฤทธิ์ ไรวินท์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ยูเอ สปอร์ต (ประเทศไทย) และ คุณสรัลธร อัศเวศน์ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด รวมถึง สี่นักแสดงหนุ่มสาวสายฟิต จอส – เวอาห์ แสงเงิน, ลุค – อิชิคะวะ พลาวเดน, วาววา – ณิชชา โชคประจักษ์ชัด และ ไอซ์ – อมีนา กูล มาร่วมสร้างสีสันให้กับกิจกรรมเปิดร้าน Under Armour Brand House สาขาสยามเซ็นเตอร์ ในครั้งนี้ โดยภายในงานยังโซนกิจกรรมต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงตัวตนของ Under Armour ผ่านโซน Train – Compete – Recover รวมไปถึงโชว์ความเป็นไลฟ์สไตล์กับโซน Artist อีกทั้งยังมีการเฉลิมฉลองชัยชนะล่าสุดของ ซุปเปอร์บอน – ศุภชัย หมื่นสังข์ แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวธ ที่ขึ้นป้องกันแชมป์กับ มารัต กริกอเรียน ยอดนักชกจากอาร์เมเนีย ได้สำเร็จ

นอกจากนี้ Under Armour ยังได้มีการเปิดตัวเหล่านักกีฬาอาชีพ ทีมนักวิ่ง UA Run Crew และ Friend of Brand จากหลากหลายประเภทกีฬา เพื่อเป็นตัวแทนของแบรนด์ในการส่งต่อความมุ่งมั่น ตั้งใจ พัฒนาศักยภาพทางการเล่นกีฬาทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งในปีนี้ Under Armour ประเทศไทย ได้ร่วมงานกับนักกีฬาทีมชาติและนักกีฬาอาชีพหลายคนเพื่อมาถ่ายทอดเรื่องราวแรงผลักดันที่ช่วยให้พวกเขามุ่งมั่นจะพัฒนาตนเองเพื่อก้าวผ่านขีดจำกัด รวมไปถึงเป็นตัวแทนของแบรนด์ในการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนให้มาเล็งเห็นความสำคัญของกีฬา และร่วมกันสร้างโอกาสและการเข้าถึงกีฬา ให้กับนักกีฬาคนอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักกีฬาเยาวชน ไม่ว่าจะเป็น

นักกีฬาอาชีพ ของ Under Armour

• ซาร่า – นุศรา ต้อมคำ อดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย เจ้าของตำแหน่งมือเซตอันดับหนึ่งของโลก

• ซุปเปอร์บอน – ศุภชัย หมื่นสังข์ แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวธ

• ครีม – ใบสน มณีก้อน นักชกมวยหญิงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์นักชกไทยที่คว้าโควตาโอลิมปิก

• อาร์ม – ณัฐกานต์ เมืองบุญ นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติ

• เตเต้ – อรรถพล ลีลาพิพัฒน์กุล นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติ

• โบ๊ต – ณัฐวร บรรจถรณ์ นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติ

• แคท – พิมพ์โชษิตา ทรัพย์เย็น นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติ

• นัตตี้ – กัณยาวีธ์ มณีสมบัติกุล เจ้าของเหรียญทองยิงธนูซีเกมส์ เมื่อปี 2019

• แพรว – ภัทราพร ศรีภัทรประสิทธิ์ นักกอล์ฟอาชีพ เจ้าของตำแหน่ง Miss Tourism World Thailand 2020

ทีมนักวิ่ง UA Run Crew

• เอ – ปทุมมาศ อากาศวิภาต

• เพลง – ณิชกานต์ อินทรวิชัย

• มิ้งค์ – เพชรสุดา ภูกาม

• น้อง – สุธาสินี สาโถน

• โยเกิร์ต – กัญจน์ชญา นาคเปรม

• แยมโรล – กรณรัชตา เตชะวิจิตรา

• ฟีฟ่า – อิทธิวัฒน์ วาสนาทิพย์

• ทิว – อธิวัฒน์ อภิเลิศรุ่งรัตน์

• ตั้ม – ศุภโชค เสริมสุขเจริญชัย

• นัทเด้อ – ณัฐพงษ์ พรหมพินิจ

• โค้ชโอ๊ต – สาริน พรมภิยะ

Friend of Brand

• จอส – เวอาห์ แสงเงิน นักแสดงหนุ่มชื่อดัง

• ลุค – อิชิคะวะ พลาวเดน นักแสดงหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน

• มีน – นิชคุณ ขจรบริรักษ์ นักแสดงหนุ่มควบดีกรีนักบาส

• แพร – อลิตา ตันติวีรสุต ฟิตเนสอินฟลูเอนเซอร์สาว

• กาโม่ – อาชวิน อยู่บำรุง นักกอลฟ์ชื่อดัง

ผลักดันสู่เป้าหมายที่ท้าทายกว่าเดิม และสัมผัสสินค้าสปอร์ตเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่หลากหลายจากแบรนด์ Under Armour พร้อมพบกับ Curry Flow 9 Street Pack ในสีล่าสุด Dribble Me Elmo ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครยอดนิยม จาก Sesame Street อย่าง Elmo เป็นครั้งแรกได้แล้วในวันนี้ที่ Under Armour Brand House ชั้น G สาขาสยามเซ็นเตอร์

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Under Armour และโปรโมชันพิเศษก่อนใครได้ที่ช่องทางต่อไปนี้

· เฟซบุ๊ก www.facebook.com/UnderArmourThailand

· อินสตาแกรม www.instagram.com/underarmoursoutheastasia

· เว็บไซต์ www.underarmour.co.th

· Line Official Account @underarmourth

· ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Lazada

· ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Shopee

#UnderArmourTH

นีเวียต้อนรับซัมเมอร์ เปิดตัวน้องใหม่ วิตามินโลชั่นเซรั่มบำรุงผิวผสานกันแดด SPF50 PA+++

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679595

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 09:20 น.นีเวียต้อนรับซัมเมอร์ เปิดตัวน้องใหม่ วิตามินโลชั่นเซรั่มบำรุงผิวผสานกันแดด SPF50 PA+++

ตอกย้ำความเป็นตัวจริงด้านวิตามินโลชั่น นีเวีย เปิดตัว “นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ ซูเปอร์ ซี พลัส” น้องใหม่ ตัวช่วยกู้ผิวใส ไม่คล้ำเสีย วิตามินเซรั่มบำรุงผิวกาย ผสานกันแดด SPF50 PA+++ ใหม่ล่าสุด สูตรบูสท์เตอร์เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ที่อุดมด้วยคุณค่าวิตามินซีบริสุทธิ์ถึง 50 เท่า

แดดแรงกับเมืองร้อนเป็นของคู่กัน ซัมเมอร์นี้ นีเวีย ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจในการดูแลผิวจากคนไทยมากว่า 30 ปี ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ผู้นำเรื่องการบำรุงผิวกายด้วยวิตามินโลชั่นที่ครองใจผู้ใช้มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นจากการเปิดตัวนีเวีย C&E วิตามินโลชั่น ที่อุดมด้วยวิตามินซีสกัดจากส้มในปี พ.ศ. 2561, นีเวีย C&A วิตามินโลชั่น ที่อุดมด้วยวิตามินสกัดจากเชอรี่ในปี พ.ศ. 2563, นีเวีย ซูเปอร์ 10 วิตามิน เซรั่ม ที่เข้มข้มด้วย 10 สุดยอดวิตามินและอาหารผิวในปี พ.ศ. 2564 และล่าสุด ขอแนะนำน้องใหม่ที่ผสานวิตามินเซรั่มบำรุงผิวกับกันแดดไว้ด้วยกันอย่าง “นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ ซูเปอร์ ซี พลัส” (NIVEA Extra Bright Super C+) ที่นอกจากจะมาฟื้นบำรุงผิวคล้ำเสียให้กลับมาดูใส ฉ่ำเด้ง ด้วยคุณค่าวิตามินซีบริสุทธิ์จากธรรมชาติมากถึง 50 เท่าÙ แล้วยังมาพร้อมกับสารป้องกันแสงแดด SPF50 PA+++  ไม่ว่าจะเจอแดดร้อนลมแรงแค่ไหนก็มั่นใจพร้อมอวดผิวสวยได้อย่างเต็มที่

คุณศิเรมอร ศุภจรรยา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์นีเวีย ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของนีเวียในด้านการเป็นผู้นำเรื่องของการบำรุงผิวด้วยวิตามินโลชั่นอย่างแท้จริงค่ะ เพราะเราเป็นแบรนด์แรกที่พัฒนาสินค้าเพื่อคนไทย ที่ต้องการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ทำร้ายผิวด้วยส่วนผสมที่รุนแรง  ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาผิวได้ในระยะยาว นีเวีย จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย ที่ได้คัดสรรและเฟ้นหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อสกัดส่วนผสมจากธรรมชาติ ออกมาเป็นวิตามินเข้มข้นที่ทรงประสิทธิภาพและปลอดภัย ทำให้ครองใจผู้บริโภคที่ต้องการผิวสุขภาพดีมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มเปิดตัวครั้งแรกกับ นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไวท์ ซี แอนด์ อี วิตามิน โลชั่น ที่เปี่ยมด้วยวิตามินซีเข้มข้นหลากชนิด ช่วยให้ผิวใสฉ่ำเด้งในเจ็ดวัน การันตีจากผู้หญิงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์แล้วเห็นผลจริง ซึ่งเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่ต่อยอดให้ นีเวีย ออกผลิตภัณฑ์ในซีรีย์วิตามินโลชั่นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไวท์ ซี แอนด์ เอ วิตามินโลชั่น กับคุณค่าวิตามินจากผลเชอร์รี่และมินต์ ที่ให้ผิวเรียบเนียน  หมดกังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอในเจ็ดวัน และ นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ ซูเปอร์ 10 วิตามิน แอนด์ สกิน ฟู้ด เซรั่ม ที่ให้การดูแลด้วยสุดยอดวิตามินและสารอาหารบำรุงผิวถึง 10 ชนิด สกัดจากส้ม มะนาว ทับทิม โกจิเบอร์รี่ และอะโวคาโด ช่วยจบปัญหาจุดดำดื้อ  และล่าสุด นีเวีย ตอกย้ำความเป็นตัวจริงเรื่องวิตามินโลชั่น กับผลิตภัณฑ์น้องใหม่ นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ ซูเปอร์ ซี พลัส วิตามินเซรั่มผสานสารกันแดด SPF50 PA+++ ที่จะมาช่วยให้สาว ๆ ทุกคน เผยผิวสวย ดูสวยใสอย่างมั่นใจรับซัมเมอร์นี้ ก็อยากจะฝากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายของนีเวีย ให้ทุกท่านได้ลองใช้ และหวังว่าเราจะได้อยู่เคียงข้างดูแลผิวของทุกคนตลอดไปค่ะ

สำหรับ นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ ซูเปอร์ ซี พลัส น้องใหม่สูตรบูสเตอร์ ที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ซูเปอร์ ซี พลัส อัดแน่นด้วยวิตามินซีมากถึง 50 เท่า จากคามู คามู ช่วยกู้ผิวและผสานสารป้องกันแสงแดด SPF50+++ ให้การปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำร้ายจากรังสี UVA และ UVB ช่วยให้ผิวแข็งแรง กลับมาดูสวย ที่สำคัญด้วยเนื้อเซรั่มที่บางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมลงสู่ผิวได้อย่างง่ายดาย  ให้ความรู้สึกสบายผิว เหมาะกับคุณที่ต้องการการบำรุงและปกป้องผิวในช่วงซัมเมอร์อย่างแท้จริง

อย่ารอช้า เชิญมาเตรียมผิวสวยดู ฉ่ำเด้ง ไม่คล้ำเสีย กันได้เลยกับ นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ ซูเปอร์ ซี พลัส ที่มีให้คุณเลือกถึง 3 ขนาด คือ ขนาดพกพา 70 มล. (89 บาท), ขนาดกลาง 180 มล. (189 บาท) และหลอดใหญ่สุดคุ้มขนาด 320 มล. (279 บาท) จำหน่ายที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

Central Midnight Sale #GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679610

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 11:01 น.Central Midnight Sale #GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี

3 เซเลบสายช้อป ชวนเปิดประสบการณ์ช้อปสุดคุ้ม กับซิกเนเจอร์แคมเปญเพื่อนักช้อปตัวจริง ที่งาน Central Midnight Sale ในคอนเซ็ปต์ “GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี”

เปิดประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดยิ่งใหญ่รับซัมเมอร์ ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ปล่อยซิกเนเจอร์แคมเปญ “Central Midnight Sale” งานเซลที่ดีที่สุดของเมืองไทยที่ครองใจนักช้อปไทยมายาวนานกว่า 33 ปี โดยครั้งนี้กลับมาทวีความสนุกให้วงการรีเทลและแฟชั่นประเทศไทย ด้วยการต่อยอดคอนเซ็ปต์สุดเก๋จากครั้งก่อน ในคอนเซ็ปต์ใหม่ “Central Midnight Sale #GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี” #NewArrival ต้อนรับลูกค้าช่วงซัมเมอร์ ด้วยสินค้าแบรนด์ สุดฮอตทั้งไทยและต่างประเทศ ครบครันทุกหมวดหมู่ พร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลดทั้งห้าง! สินค้าใหม่ลดสูงสุด 30% เฉพาะรุ่นลดสูงสุด 50% พร้อมบริการและสิทธิพิเศษที่ดีและคุ้มที่สุด เริ่มแล้ววันนี้ – 5 เมษายน 2565 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกช่องทางการช้อปปิ้งของทางห้างฯ

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “งาน Central Midnight Sale เป็นซิกเนเจอร์แคมเปญสำคัญของห้างเซ็นทรัล ที่นักช้อปรอคอยในทุกไตรมาส เพราะมีกิมมิคและกิจกรรมสนุกๆ ให้ลูกค้าได้ตื่นตาตื่นใจทุกครั้ง และครั้งล่าสุด! ได้ยกระดับความสนุก ด้วยการต่อยอดคอนเซ็ปต์สุดเก๋จากครั้งก่อน ในคอนเซ็ปต์ “GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี” รวมสินค้า New Arrival กับกิมมิคสนุกๆ ที่แก้ปมการช้อปปิ้งให้ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป ด้วยการเปลี่ยนชื่อสินค้าให้รู้สึกว่ายังไม่เคยมี เช่น Sky Heels – รองเท้าส้นสูง, Goodnight Bag – หมอน และแม้คุณจะมี Sky Heels แล้ว แต่มีได้อีกเพราะชิ้นนี้เป็น New Arrival ซึ่งมาพร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สินค้าใหม่ลดสูงสุด 30% เฉพาะรุ่นลดสูงสุด 50% และสิทธิพิเศษและความคุ้มค่าอีกมากมาย เราพร้อมสร้างสีสันปลุกมู้ดการช้อปปิ้งในช่วงไฮซีซั่นให้กลับมาคึกคักมากยิ่งขึ้น และหวังว่าแคมเปญนี้จะสร้างความสุขและความประทับใจให้นักช้อปได้อย่างดีเยี่ยมเช่นเคย”

และเพื่อต้อนรับบรรยากาศการช้อปปิ้งในช่วงซัมเมอร์ ห้างเซ็นทรัลได้ชวนเซเลบสายช้อปอย่าง เมลนีย์ อยู่วิทยา, ศิลป์ศุภา อภิรักษ์ทานนท์ และ พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ มาร่วมช้อปเพลินๆ กับสินค้าคอลเลกชั่นใหม่สุดฮอตจากแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ครบครันทุกหมวดหมู่ ลดทั้งห้าง ทุกชั้น ทุกแผนก 

เริ่มที่ คุณเมย์ – เมลนีย์ อยู่วิทยา เผยว่า “พอโตขึ้นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเมย์ เริ่มสนุกกับการอยู่บ้านเข้าครัวทำอาหารด้วยตัวเอง เซ็นทรัลมิดไนท์เซลรอบนี้เลยตั้งใจมาช้อปอุปกรณ์ของใช้ภายในบ้านโดยเฉพาะเครื่องครัวค่ะ โดยจะเน้นที่ดีไซน์สวยคลาสสิกเข้ากับการตกแต่งบ้าน และมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสมกับตัวเรา ซึ่งก่อนมาช้อปเมย์แอบทำการบ้าน เลือกดูสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มาก่อน ซึ่งก็มีหลาย      แบรนด์ดังที่ร่วมโปรโมชั่นลดสูงสุดถึง 50% แถมยังมีส่วนลดเพิ่มเมื่อใช้คะแนนจากเดอะวันอีกด้วย เรียกว่า      มิดไนท์เซลเป็นแคมเปญที่ทำให้เราสนุกกับการช้อป ซื้อของได้คุ้มขึ้น จนเมย์อดใจไม่ไหวจริงๆ ค่ะ (ยิ้ม)”

ด้านคุณพีซ – ศิลป์ศุภา อภิรักษ์ทานนท์ ดีไซเนอร์สาวตัวแทนเวิร์กกิ้งวูแมนสายแฟฯ กล่าวว่า “ส่วนตัวพีซเป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้ว และด้วยความที่เราเป็นดีไซน์เนอร์จึงต้องอัพเดตเทรนด์แฟชั่นอยู่ตลอด แต่จะมีทริคการช้อปโดยเน้นเสื้อผ้าสไตล์มินิมอลที่ใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน จริงๆ แล้วตั้งแต่เด็กจะมาช้อปที่ห้างเซ็นทรัลชิดลมทุกอาทิตย์ เพราะว่าอยู่ใกล้บ้าน แต่ที่สำคัญมีสินค้าแบรนด์ดังให้เลือกมากมาย ยิ่งเป็นช่วงจัดงานเซ็นทรัลมิดไนท์เซลบอกเลยว่าไม่เคยพลาด เพราะคอลเลกชั่นใหม่ ร่วมโปรโมชั่นลดคุ้มสุดๆ อย่างวันนี้ พีซมาช้อปชุดว่ายน้ำค่ะ เพราะเป็นคนชอบไปทะเลมากๆ จะต้องมีชุดว่ายน้ำสำรองไว้สำหรับทุกทริป เรียกว่าเป็นแฟชั่นไอเท็มรับซัมเมอร์ที่ต้องมี! ซึ่งใครที่กำลังมองหาไอเท็มใหม่ๆ อัพลุคเก๋ไว้ถ่ายรูปลงโซเชียลแซบๆ แคมเปญนี้ห้ามพลาดเลยค่ะ”

ปิดท้ายด้วย คุณแป้ง – พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ เซเลบริตี้สาวสวยที่ชื่นชอบการดูแลตัวเองเป็นชีวิตจิตใจ ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ห้างเซ็นทรัลว่า “แป้งช้อปประจำที่ห้างเซ็นทรัลอยู่แล้ว เพราะมีหลายแบรนด์ที่เราชอบ มีคอลเลคชั่นใหม่ๆ ที่อินเทรนด์ทันสมัย ซึ่งซัมเมอร์นี้ไอเท็มที่อยากแนะนำให้ทุกคนมี คือเดรสสั้นเข้ารูปค่ะ แป้งเดินห้างบ่อยค่ะเพราะชอบออกมาเดินช้อปด้วยตัวเอง จะได้เลือกได้ลองสินค้าอย่างเต็มที่ ทั้งสินค้าแฟชั่น สกินแคร์ เครื่องสำอาง ส่วนตัวจะชอบแต่งหน้าแนวเอิร์ธโทนรู้สึกว่าเข้ากับทุกสถานการณ์ค่ะ แต่จะแอบแพ้ทางกับรองเท้า หากออกคอลเลกชั่นใหม่จะรีบซื้อเลย แต่ดีที่ช้อปที่งานนี้ทำให้ไม่รู้สึกผิด เพราะเขาจัดในธีม ‘#GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี’ ทำให้มีแล้วมีได้อีก เพราะเรียกชื่อไม่เหมือนกัน ”

พบไฮไลต์เด็ดกับกิจกรรม และโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ทุกช่องทางการช้อปปิ้งของทางห้างฯ ไม่ว่าจะมา ช้อปหน้าร้าน ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาใกล้บ้านคุณ หรือช้อปผ่านทางแพลตฟอร์มออมนิชาแนล ดังนี้ Central App, เว็บไซต์ http://www.central.co.th, Central Chat & Shop, Central Call & Shop, Personal Shopper On Demand โทร. 1425 หรือช้อปผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ และอินบ็อกซ์เพจหลักของห้างที่ คลิก https://www.facebook.com/CentralDepartmentStore/ อาทิ

–              สินค้าแบรนด์ชั้นนำสุดฮอต ลดทั้งห้าง! ทุกชั้น ทุกแผนก! สินค้าคอลเลกชั่นใหม่ (New Arrival) ลดสูงสุด 30% เฉพาะรุ่นลดสูงสุด 50%

–              ใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 34%

–              รับคูปองแทนเงินสด หรือ E-Coupon และเครดิตเงินคืนสูงสุด 21% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข

–              รับคูปองส่วนลด 150 บาท  เมื่อแลกคะแนน The1 1,000 คะแนน ผ่านแอปพลิเคชั่นเดอะวัน        

–              ลูกค้าเอไอเอส ใช้ 100 พอยต์ แลกรับบัตรของขวัญเซ็นทรัล 100 บาท (จำนวนจำกัด 5,000 สิทธิ์ตลอดรายการ)

–              ลูกค้า Mastercard รับบัตรของขวัญเซ็นทรัล 1,000 บาท เมื่อช้อป 20,000 บาทขึ้นไปต่อเซล สลิป (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน / จำนวน 500 สิทธิ์ตลอดรายการ)

–              ลูกค้า Dolfin รับคูปองส่วนลด 100 บาท เมื่อช้อปครบ 1,500 บาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิป (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อท่าน) และเมื่อช้อปครบทุก 25 บาท รับคะแนน The 1 point X2

–              รับสิทธิพิเศษเพิ่มจากบัตรเครดิตชั้นนำ

พลาดไม่ได้! กับ “Midnight Market” รวบรวมไอเท็มสุดฮอตภายในห้างมาให้ลูกค้าได้เลือกช้อปในที่เดียว เป็น One Stop Shopping Point ด้วยบรรยากาศสุดชิคตอบโจทย์ลูกค้าให้ช้อปสะดวก พบกันที่ห้างเซ็นทรัล 7 สาขา ได้แก่ ชิดลม, ลาดพร้าว, เซ็นทรัล @ เซ็นทรัลเวิลด์, ปิ่นเกล้า, บางนา, อีสต์วิลล์ และเวสต์เกต

มาช้อปมันส์ ที่งาน Central Midnight Sale #GuiltyFreeFestival ช้อปเลยเพราะไม่เคยมี” #New Arrival ตั้งแต่วันนี้ – 5 เมษายน 2565 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกช่องทางการช้อปปิ้งของทางห้างฯ พร้อมแฮชแท็กร่วมสนุกกันได้ที่  #CentralMidnightSale #GuiltyFreeFestival   #CentralDepartmentStore

ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย กับโฉมใหม่ คิง เพาเวอร์ สนามบินสุวรรณภูมิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679597

วันที่ 01 เม.ย. 2565 เวลา 09:44 น.ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย กับโฉมใหม่ คิง เพาเวอร์ สนามบินสุวรรณภูมิ

เผยโฉมใหม่ ‘คิง เพาเวอร์ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ’ ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย สร้างปรากฏการณ์ Duty Free World Class Shopping Destination

ขานรับนโยบายฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คิง เพาเวอร์ ประกาศความพร้อม ‘คิง เพาเวอร์ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ’ โฉมใหม่ โชว์ศักยภาพการบริหารธุรกิจดิวตี้ ฟรี และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในท่าอากาศยาน ผนึกกำลังลักชัวรี่แบรนด์ สร้างปรากฏการณ์ ‘ดิวตี้ ฟรี เวิล์ดคลาส ช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น’ เสริมภาพลักษณ์ความเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคของสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมเผยโฉมใหม่ ชวนไทยเที่ยวโลก ชวนโลกเที่ยวไทย วันที่ 1 เมษายน นี้

นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวถึง ความพร้อมในการ ขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของภาครัฐ เช่นเดียวกับธุรกิจท่องเที่ยวภาคเอกชนอื่นๆ ในเดือนเมษายน นี้ ว่า “ในฐานะที่ คิง เพาเวอร์ เป็นผู้บริหารร้านค้าดิวตี้ ฟรี และพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์ของสนามบินสุวรรณภูมิในการเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค ในวันที่ 1 เมษายน นี้ ‘คิง เพาเวอร์ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ’ มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า-ออก ด้วยโฉมใหม่ของพื้นที่ภายในสนามบิน รองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มเป้าหมาย ตามพันธกิจการปรับปรุงตกแต่งร้านค้า โดยหัวใจสำคัญคือการเป็น World Junction ที่ประกอบด้วย World Fashion, World Beauty และ World Duty Free เพื่อสร้างปรากฏการณ์ ‘ดิวตี้ ฟรี เวิล์ดคลาส ช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น’ (Duty Free World Class Shopping Destination) เพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค ตอกย้ำภาพลักษณ์สนามบินที่มีความครบครันของแฟล็กชิพ สโตร์ของแบรนด์เนมระดับโลก มีความสมบูรณ์ในระดับสากล

ช้อปแบรนด์แฟชั่นระดับตำนาน

โดยล่าสุด คิง เพาเวอร์ ได้รับความร่วมมือจากแบรนด์แฟชั่นปารีสระดับตำนาน ‘หลุยส์ วิตตอง’ (Louis Vuitton) ในการร่วมพลิกโฉมหน้าใหม่แห่งประวัติศาสตร์ ด้วยการเปิดแฟล็กชิพสโตร์ภายในสนามบินที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมผนึกกำลังสร้างปรากฏการณ์การเดินทางครั้งใหม่ กับ ‘กุชชี่’ (Gucci) แบรนด์แฟชั่นระดับตำนานสัญชาติอิตาลี ด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ของเทคโนโลยี LED video wall display มาสร้างสีสันให้ ‘กุชชี่’ ด้วยการเป็น LED Boutique ในสนามบินครั้งแรกของเอเชีย รวมถึงแฟลกซ์ชิพสโตร์ระดับลักชัวรี่แบรนด์ชั้นนำอีกมากกว่า 20 แบรนด์ระดับโลก ได้แก่ คาร์เทียร์ (Cartier), ชาแนล (Chanel), แอร์เมส (Hermes), เฟอร์รากาโม (Ferragamo), โบเตก้า เวเนต้า (Bottega Veneta), แซงต์ โลรองต์ (Saint Laurent), Balenciaga (บาเลนเซียกา), เซลีน (CELINE), โลเอเว่ (LOEWE) และริโมวา (Rimowa) เป็นต้น ซึ่งร่วมกันผนึกกำลังเพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็น World Junction ของ World Fashion ที่มีแบรนด์ระดับโลกครบทุกแบรนด์

สำหรับพื้นที่ในโซน World Beauty ในการปรับปรุงตกแต่งร้านค้าครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก 5 แบรนด์ ชั้นนำ ได้แก่ ชาแนล (Chanel), เอสเคทู (SKII), ลังโคม (Lancôme), เอสเต้ ลอเดอร์ (ESTÉE LAUDER) และ ดิออร์ (DIOR) เปิดแฟล็กชิพสโตร์เครื่องสำอางและน้ำหอม หนุนความเป็น Beauty Gate Way ระดับลักชัวรี่ นอกจากนี้ ยังปรับปรุงในส่วนของพื้นที่ World Duty Free ซึ่งรวบรวมสินค้ายอดนิยมของนักเดินทาง ได้แก่ สุรา, ขนมและของฝากที่ระลึกทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงสินค้าอัตลักษณ์ไทยพื้นบ้านที่ช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนเศรษฐกิจชุมชน

ในส่วนของการอำนวยความสะดวกระหว่างเดินทาง ได้ทำการปรับปรุง The Atlas Club และ King Power Space สำหรับให้บริการสมาชิก คิง เพาเวอร์ ภายใต้มาตรการสุขอนามัยระดับสากล แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายแก่นักเดินทาง ซึ่งสมาชิกฯ สามารถตรวจสอบสิทธิการเข้าใช้บริการล่วงหน้าที่ http://member.kingpower.com

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงในส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้มีความพร้อม สามารถรองรับการให้บริการนักท่องเที่ยวในระหว่างเดินทาง ด้วยร้านอาหารชั้นนำและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนาด้านการให้ ‘บริการ’ ใหม่ในสนามบิน เรียกว่าบริการ KING POWER CLICK & COLLECT ผ่านระบบออนไลน์มาช่วยตอบโจทย์การท่องเที่ยวและการช้อปปิ้งยุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว จากที่ไหนก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมงสามารถให้บริการได้เหนือชั้นไม่แพ้ ดิวตี้ ฟรี อื่นๆ ในแถบภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคม ที่ผ่านมา ช่วยอำนวยความสะดวกในการช้อปปิ้งสินค้า ดิวตี้ ฟรี กับ คิง เพาเวอร์ ในระบบออนไลน์ และรับของง่ายขึ้นที่สนามบินทั้งขาเข้า-ขาออก สามารถช้อปปิ้งได้จนถึง 2 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนออกเดินทาง และมีการเพิ่มแบรนด์ดังที่มากกว่าเดิม รวมถึงสินค้า Travel-Exclusive โดยจากการเปิดให้บริการมาแล้ว 3 เดือน บริการดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยกลุ่มสินค้ายอดนิยม ได้แก่ เครื่องสำอางและน้ำหอม

ทั้งนี้ การปรับปรุงร้านค้าภายใน คิง เพาเวอร์ ณ สุวรรณภูมิ จะเป็นการต้อนรับการเดินทางเข้า-ออกครั้งใหม่ระหว่างประเทศของนักเดินทางทั่วโลก โดยจะเห็นภาพการเปิดรับนักท่องเที่ยวของแต่ละประเทศชัดเจนขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน นี้ เป็นต้นไป ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะนำเสนอ Magnet ใหม่ของ ดิวตี้ ฟรี ระดับเวิล์ดคลาส และพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ครอบคลุมการให้บริการสำหรับการเดินทาง เป็น World Junction ใหม่ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ของสนามบินสุวรรณภูมิ ในการเป็นศูนย์กลาง การบินระดับภูมิภาคได้อย่างสมบูรณ์