อย่าประมาท‘มาร’ในพุทธศาสนา ความหวังจากกระทรวงวัฒนธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250272

อย่าประมาท‘มาร’ในพุทธศาสนา ความหวังจากกระทรวงวัฒนธรรม

อย่าประมาท‘มาร’ในพุทธศาสนา ความหวังจากกระทรวงวัฒนธรรม

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2559  เวลา 08.40  น. ได้มีการเปิดประชุมสัมมนาความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ครั้งที่ 13 เรื่อง “พระราชปณิธาน สืบสานความมั่นคงของพระพุทธศาสนา” ณ ห้องประชุมตึกสุขุมาลธัมมุทิศ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ โดยมี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม และมอบเกียรติบัตรรางวัลส่งเสริมความมั่นคงของพระพุทธศาสนาแก่ประชาชน เยาวชนผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา

ใครๆ ที่ได้เห็นหรือรับรู้จากข่าวนี้ คงจะสบายใจและโล่งอกได้ในระดับหนึ่งว่า พุทธศาสนาในประเทศไทย ยังไม่ได้ถูกละเลย ทอดทิ้ง หรือปล่อยให้คนคิดไม่ดี บ่อนทำลายให้หายไปจากจิตวิญญาณของคนไทย ซึ่งประเมินได้จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้

ในภาคส่วนของรัฐบาล หรือ ประเทศชาติ ยังคงมีการดูแล ปกป้อง และส่งเสริมให้พุทธศาสนายืนยงต่อไปอย่างมีคุณค่า เพราะภาครัฐคงยังมองถึงความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย และการมุ่งมั่นต่อการสืบสานความมั่นคงของพระพุทธศาสนา

ในภาคส่วนของประชาชนที่นับถือ ศรัทธาต่อพุทธศาสนา ในงานนี้ได้มีการมอบเกียรติบัตรรางวัลส่งเสริมความมั่นคงของพระพุทธศาสนาแก่ประชาชน ที่มีทั้งเด็กและเยาวชนผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา แสดงว่ามีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้น ที่สร้างพฤติกรรมอันไม่ดีเพื่อย่ำยี และเบี่ยงเบนพระพุทธศาสนาให้กลายเป็นภาพที่ไม่น่าเชื่อถือศรัทธาแก่สังคม

แม้เหล็กดีจะไม่กลัวไฟ แต่ก็ประมาทไม่ได้เหมือนกัน จึงขอให้พุทธศาสนิกชนทุกคนอย่าได้ละเลยสอดส่องดูแลต่อการขจัดบรรดามารแห่งพระพุทธศาสนาให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย

โอกาสทองของเด็กยุคใหม่ ‘ไม่คว้าวันนี้’กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250271

โอกาสทองของเด็กยุคใหม่ ‘ไม่คว้าวันนี้’กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว

โอกาสทองของเด็กยุคใหม่ ‘ไม่คว้าวันนี้’กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คนล่าสุด ประเดิมเซ็นสัญญาลงนามความร่วมมือในการสร้าง “สถานศึกษาต้นแบบ ทวิภาคี สานพลังประชารัฐ” ไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ

โครงการ “สถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี สานพลังประชารัฐ” หรือ “Excellent Model School” เป็นความร่วมมือกัน ระหว่างสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา46 แห่ง กับ 14 องค์กรเอกชนชั้นนำระดับประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการสร้างนักศึกษาด้านอาชีวศึกษา ให้มีความโดดเด่นและเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะทางอย่างมีคุณภาพ หวังดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้าสู่รั้วอาชีวะทั่วประเทศ

ผมได้รับรู้ข้อมูลรายละเอียดมาจาก  ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ว่า Excellent Model School เป็นการพัฒนาสถานศึกษาด้านอาชีวศึกษาให้เป็นต้นแบบในด้านการจัดการ โดยการผนึกกำลังกันของ 14 องค์กรภาคเอกชนชั้นนำหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจการค้า ธุรกิจการบริการและท่องเที่ยว ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบทวิภาคี (DVE : Dual Vocational Education) ด้วยการสนับสนุนด้านการฝึกประสบการณ์และการเรียนรู้เทคโนโลยีในแต่ละสาขา และรับนักศึกษาเข้าทำงานเมื่อเรียนจบ

สำหรับการดำเนินงาน เริ่มต้นตั้งแต่การจัดหาสถานศึกษาที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการ ก่อนจะคัดเลือกสาขาวิชาที่มีความต้องการสอดคล้องกันระหว่างวิทยาลัยและสถานประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ทั้งเนื้อหาวิชาการ วิธีการเรียนการสอน และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในสาขานั้นๆ ให้มีความรู้ความสามารถที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เหมาะสมให้แก่ผู้เรียน

ส่วนทางด้านของภาคเอกชน นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส หัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะกรรมการสานพลังประชารัฐด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ บอกว่า โครงการนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้เรียนที่ได้โอกาสฝึกทักษะและประสบการณ์ผ่านการปฏิบัติงานจริง ได้เรียนรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีงานทำทันทีหลังเรียนจบ เช่นเดียวกับสถานศึกษาที่จะได้ยกระดับคุณภาพการจัดการ ทั้งเรื่องหลักสูตรครูผู้สอน และเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีไปพร้อมกัน ขณะที่ภาคเอกชนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาผลิตกำลังคนที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ สุดท้ายคือประเทศชาติ ก็จะได้ฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ในการเซ็นสัญญาความร่วมมือกันในวันนี้ มี 14 องค์กรเอกชนชั้นนำที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ บมจ.การบินกรุงเทพ,บมจ.ช.การช่าง, บจก.ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี, บมจ.ซีพี ออลล์, บจก.น้ำตาลมิตรผล, บมจ.เบทาโกร, เอสซีจี, บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, บจก.ฤทธา, บจก.สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น, บจก.สรรพสินค้าเซ็นทรัล,บมจ.ไออาร์พีซี, บมจ.ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล และ บจก.ฮอนด้า ออโตโมบิล(ประเทศไทย) โดยจะมีการทำงานแบบคู่ขนาน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.การจัดเรียงความต้องการของภาคเอกชน2.การพัฒนาบุคลากรรองรับ 3.การขับเคลื่อนระยะแรก ซึ่งประกอบไปด้วย 3 เรื่องเร่งด่วน คือ การปรับภาพลักษณ์อาชีวศึกษา โดยการดำเนินงานของ บจก.สรรพสินค้าเซ็นทรัล การพัฒนาข้อมูลกำลังคน โดยการดำเนินงานของ บมจ.ไออาร์พีซี และการสร้างความเป็นเลิศให้กับสถานศึกษาอาชีวศึกษาต้นแบบ โดยการดำเนินงานของ บจก.ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)4.แผนระยะกลางและระยะยาว ด้วยการสร้างมาตรฐานวิชาชีพ โดยการดำเนินงานของ บจก.น้ำตาลมิตรผล

บอกตรงๆว่า เยาวชนที่กำลังจะก้าวขึ้นไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ในยุคนี้ มีโอกาสดีอย่างมากในการสร้างอนาคตให้กับตัวเอง เพราะภาครัฐกำลังส่งเสริมให้เรียนทางด้านวิชาชีพ ซึ่งหากค่านิยม หรือความต้องการในการเรียนทางด้านอาชีวะกระจายครอบคลุมไปทั่วประเทศแล้ว เชื่อแน่ว่า ตอนนั้น โอกาสในการเข้าถึงการเป็นนักศึกษาด้านวิชาชีพคงจะยากเย็นไม่เหมือนเช่นทุกวันนี้…จึงอยากกระซิบบอกกับเยาวชนในเวลานี้ว่า “โอกาสกำลังเปิดให้กับหนูๆแล้ว”

โดย ชนิตร ภู่กาญจน์

ถือฤกษ์‘พรหมยัญญะ’ ตอกหมุด9จุด กำหนดเขตสร้างพระเมรุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250291

ถือฤกษ์‘พรหมยัญญะ’  ตอกหมุด9จุด  กำหนดเขตสร้างพระเมรุ

ถือฤกษ์‘พรหมยัญญะ’ ตอกหมุด9จุด กำหนดเขตสร้างพระเมรุ

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ถือฤกษ์‘พรหมยัญญะ’

ตอกหมุด9จุด

กำหนดเขตสร้างพระเมรุ

ถวายพระเพลิงรัชกาลที่9

เตรียมยกเสาเอกมีนาคม

พราหมณ์หลวงถือฤกษ์ “พรหมยัญญะ” จัดบวงสรวงเริ่มพิธีปักหมุด 9 จุด ด้านสนามหลวงฝั่งทิศใต้ เพื่อกำหนดขอบเขตก่อนเริ่มงานสร้างพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “ในหลวง” รัชกาลที่ 9 เผยเตรียมยกเสาเอกก่อสร้างเดือนมีนาคมปีหน้าเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่เจ็ดสิบสี่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

เวลา 07.00 น พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ประธานคณะกรรมการบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา

จากนั้นเวลา 10.30 น. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหารวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ขณะที่บริเวณสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจำนวนมากเดินทางมารอเข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังอย่างเนืองแน่นเช่นทุกวัน ในจำนวนนี้มีประชาชนจากจ.เชียราย ขอนแก่น จันทบุรีและชุมพร รวม 3,010 คน ที่กระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่เปิดให้เข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.45 น.ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมมีจำนวน 48,373 คน รวม 56 วันมี 2,293,130 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,498,383.25 บาท รวม 56 วัน เป็นเงิน 183,402,062.25 บาท

ส่วนที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) สนามหลวง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส. แถลงหลังประชุมว่า

ในวันที่ 1 มกราคม 2560 ตามที่สำนักพระราชวังแจ้งปิดการเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แต่เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น. กอร.รส.ดูแลประชาชนตามปกติ แต่จะเริ่มเปิดจุดคัดกรองให้ประชาชนเข้าพื้นที่สนามหลวงเวลา 06.00 น. เป็นต้นไป

เมื่อเวลา 15.49 น.ที่สนามหลวง กรมศิลปากรจัดพิธีบวงสรวงในการปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพอดุลยเดช โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาเครื่องสังเวย จากนั้นพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านโองการบวงสรวง ประโคมแตรสังข์ โรยข้าวตอกดอกไม้ที่เครื่องสังเวย

จากนั้น เวลา 16.19 น. ตามฤกษ์ พล.อ.ธนะศักดิ์ประกอบพิธีปักหมุดหลัก พร้อมผู้ร่วมปักหมุดรอง 8 หลัก ประกอบด้วย รมว.วัฒนธรรม ราชเลขาธิการ เลขาธิการพระราชวัง รองราชเลขาธิการ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกรุงเทพมหานคร อดีตอธิบดีกรมศิลปากร โดยหมุดของประธานเป็นหมุดที่ทำจากไม้ทองหลาง ส่วนหมุดรองทำด้วยไม้พะยูง ทุกหมุดผ่านพิธีปลุกเสพลงอักขระแล้ว โดยไม้ที่ใช้ตอกเรียกว่า สามเกลอ ทำจากไม้สัก ที่ผ่านพิธีปลุกเสกแล้วเช่นกัน

พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณเปิดเผยว่า ฤกษ์วันนี้ถือเป็นฤกษ์พรหมยัญญะ ตามพระคัมภีร์พระเวท เป็นช่วงเวลาที่ดี อากาศโปร่ง เหมาะกับการทำพิธีบวงสรวง ซึ่งการปักหมุดถือเป็นการกำหนดขอบเขตก่อนเริ่มงานก่อสร้างพระเมรุมาศ ตามโบราณราชประเพณีเพื่อให้งานเป็นไปอย่างราบรื่น

พล.อ.ธนะศักดิ์ ให้สัมภาษณ์หลังประกอบพิธีว่า หลังจากนี้จะมีพิธียกเสาเอก ซึ่งจะจัดพิธีบวงสรวงเพื่อสิริมงคลตามโบราชประเพณีให้การจัดสร้างพระเมรุมาศประสบผลสำเร็จ โดยจะเชิญนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการชุดใหญ่เป็นประธาน คาดจะมีพิธีเดือนมีนาคม 2560 จากนั้นจะมีพิธียกฉัตร ซึ่งเป็นเครื่องสูงตามราชประเพณี โดยทูลเกล้าฯ กราบบังคมทูลเชิญผู้นำประเทศ การดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ในการวางพื้นฐานโครงสร้างด้านวิศวกรรมสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ โดยเฉพาะพระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โครงสร้างต้องมั่นคงแข็งแรงมาก คาดดำเนินงานทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2560

วันเดียวกัน พล.อ.ธนะศักดิ์เป็นประธานประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 2 พร้อมแถลงว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ซึ่งหลังประกอบพิธีปักหมุด กำหนดจุดกึ่งกลางสร้างพระเมรุมาศแล้ว เจ้าหน้าที่จะเริ่มตีผังตีแบบหลังวันที่ 1 มกราคม 2560 ส่วนเรื่องงบประมาณจัดสร้างคณะกรรมการฯพิจารณาให้ยึดหลักพอเพียงและสมพระเกียรติ

รองนายกฯกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อให้พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯสมพระเกียรติสูงสุด ที่ประชุมมีมติให้จัดสร้างราชรถรางปืน และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยใหม่ เพื่อใช้อัญเชิญพระบรมโกศ และพระสรีรางคารถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยจะเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานให้ความเห็นชอบ จากนั้นจะกราบบังคมทูลฯ ผ่านสำนักพระราชวังเพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยขอพระราชทานพระนามต่อไป

ส่วนการจัดงาน “แสงเทียนแห่งสยาม สวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ ถวายเป็นพระราชกุศลพุทธศักราช 2560”นั้น รองนายกฯกล่าวว่า กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีนี้จะจัดขึ้นวันที่ 31 ธันวาคม ที่วัด สนามหลวง และสถานที่ต่างๆ โดยเวลา 21.00 น.จะมีการถวายความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และเวลา 23.45 น.จะสวดมนต์ส่งท้ายปีเก่าเพื่อความเป็นสิริมงคลให้ประเทศชาติ พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ประชาชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรม เวลา 24.00 น.ลั่นฆ้องชัย 9 ครั้ง พระสงฆ์และประชาชนสวดมนต์ข้ามปีด้วยบทชยันโต และร้องเพลง “พรปีใหม่” และ “เพลงสรรเสริญพระบารมี” พร้อมฉายพระบรมฉายาลักษณ์พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร และวันที่ 1 มกราคม 2560 เวลา 00.09 น.จะมีการจุดเทียน “แสงเทียนแห่งสยาม” พระสงฆ์และประชาชนสวดมนต์รับปีใหม่บทชัยมงคลคาถา(พาหุง)และเวลา 07.00 น.มีพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อต้อนรับปี 2560

 

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬากล่าวเพิ่มเติมว่า จุดหลักของงานแสงเทียนแห่งสยามจะอยู่ที่สนามหลวง โดยจะแจกโคมเทียน 1 แสนโคม ส่วนต่างจังหวัดจะร่วมจัดกิจกรรมทั่วประเทศตามจุดเคาต์ดาวน์ต่างๆ ขณะที่ในกทม. โดยเฉพาะจุดเคาต์ดาวน์ใจกลาง กทม. อย่างบริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ จะเริ่มตั้งแต่แยกปทุมวัน-แยกพร้อมพงษ์ เริ่มตั้งแต่หน้าหอศิลปวัฒนธรรม ลานสยามพารากอน ลานเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลเอ็มบัสซี่ เทอร์มินอล 21 ก็จัดกิจกรรมลักษณะเดียวกัน ซึ่งการเคาน์ดาวน์ปีใหม่ปีนี้จะต้องมีการจารึกไว้ว่าเป็นการเคาน์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ให้ทั่วโลกได้เห็น

มท.1ลั่นปีใหม่ขอปชช.ทั่วประเทศ เข้าวัดสวดมนต์ข้ามปีถวาย’ร.9′

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250258

x

มท.1ลั่นปีใหม่ขอปชช.ทั่วประเทศ เข้าวัดสวดมนต์ข้ามปีถวาย’ร.9′

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 18.33 น.
26 ธ.ค. 59 ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยในช่วงใกล้เข้าสู่เทศกาลปีใหม่ 2560 และเฝ้าระวังอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตรายว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสัญจรทางถนนต้องบูรณาการร่วมกัน นอกจากนี้จะต้องดำเนินการในด้านกายภาพ เช่น ถนน หรือสัญญาณไฟตามทางแยกต่างๆ ได้ตรวจตราความเรียบร้อย ความพร้อม และได้ซ่อมแซมสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายทางถนนไปแล้ว ขณะเดียวกันยังมีการให้บริการตรวจสุขภาพสำหรับยานพาหนะอีกด้วย สำหรับการใช้รถใช้ถนนของประชาชน เราได้นำแนวคิดใหม่ คือการสวดมนต์ข้ามปีมาใช้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าวัด ทำจิตใจให้เป็นมงคล ส่วนหนึ่งก็ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และให้เป็นมงคลกับตัวเอง ไม่ส่งเสริมให้ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเป็นภัยกับตัวเอง เช่น การดื่มสุรา โดยจะส่งเสริมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการบังคับใช้กฎหมาย จะแยกเป็นถนนสายหลัก ที่มีตำรวจ และกรมทางหลวงเป็นหน่วยงานหลัก ดำเนินการตรวจจับความเร็ว ตรวจเช็คการดื่มสุรา และบังคับใช้กฎหมายมาตรการยึดรถ จากที่ดำเนินการตั้งแต่ช่วงเทศกาลที่ผ่านมาน่าจะได้ผล ขณะที่ถนนสายรอง ทางทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) จะช่วยดูแลเช่นกัน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ เอกชน และมูลนิธิต่างๆพร้อมร่วมมือที่จะดูแลในพื้นที่ แต่เราไม่ต้องการให้เกิดเหตุ หวังว่าจะไม่เกิดการสูญเสียกับประชาชนในการใช้รถใช้ถนนช่วงปีใหม่นี้
“ผมอยากฝากไปถึงพี่น้องประชาชน ไม่ว่าเราจะมีมาตรการอย่างไร ที่สำคัญคือประชาชนจะต้องมีวัฒนธรรมในการใช้รถใช้ถนน ปฏิบัติตามกฎจราจร อย่างเคร่งครัด ไม่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ไม่ดื่มสุรา สิ่งสำคัญคือต้องมีน้ำใจให้ต่อกันบนถนนด้วย” รมว.มหาดไทย กล่าว

ทำบุญครบรอบ1ปี’คุณทองแดง’ สุนัขทรงเลี้ยง’ในหลวงรัชกาลที่9′

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250257

ทำบุญครบรอบ1ปี'คุณทองแดง' สุนัขทรงเลี้ยง'ในหลวงรัชกาลที่9'

ทำบุญครบรอบ1ปี’คุณทองแดง’ สุนัขทรงเลี้ยง’ในหลวงรัชกาลที่9′

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 18.16 น.

ศูนย์รักษ์สุนัข หัวหิน ทำบุญครบรอบ 1 ปี “คุณทองแดง” สุนัขทรงเลี้ยง “ในหลวง”

26 ธ.ค.59 ที่มูลนิธิศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน ในพระบรมราชูปถัมภ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ ผอ.ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน พร้อมด้วย นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก ได้ทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์จำนวน 9 รูป เพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้กับคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบรอบ 1 ปี และสุนัขจรจัดทุกตัวที่เสียชีวิต พร้อมประกอบพิธีตั้งศาลพระภูมิเจ้าที่เพื่อเป็นสิริมงคล

โดยเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.58  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯให้ ผศ.น.ส.พ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม ผอ.โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหิน นำเถ้ากระดูก “คุณทองแดง” สุนัขทรงเลี้ยงที่เสียชีวิตด้วยวัยชรา อายุ 17 ปี 1 เดือน 19 วัน ที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.58 เพื่อทำพิธีทางศาสนาและบรรจุใต้ฐานอนุสาวรีย์คุณทองแดง ในศูนย์รักษ์สุนัข หัวหิน โดยได้มีพิธีฌาปนกิจคุณทองแดง ที่บริษัท เวิลด์ เพ็ท แองเจิล จำกัด เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นฌาปนกิจสถานสำหรับสัตว์ มี นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการ สำนักพระราชวัง เป็นประธานดำเนินการ จากนั้น แบ่งเถ้ากระดูกคุณทองแดงออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกนำไปบรรจุที่อนุสาวรีย์คุณทองแดงที่ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน ส่วนที่ 2 นำไปลอยอังคารในทะเลหน้าวังไกลกังวล และส่วนสุดท้าย นำไปเก็บไว้ที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน

‘ธนะศักดิ์’นำปักหมุดสร้างพระเมรุมาศฯ พระราชพิธีพระบรมศพ’ในหลวง ร.9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250256

'ธนะศักดิ์'นำปักหมุดสร้างพระเมรุมาศฯ พระราชพิธีพระบรมศพ'ในหลวง ร.9'

‘ธนะศักดิ์’นำปักหมุดสร้างพระเมรุมาศฯ พระราชพิธีพระบรมศพ’ในหลวง ร.9’

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 18.03 น.

26 ธ.ค.59 พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีปักหมุดการก่อสร้างพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ บริเวณท้องสนามหลวง โดยใช้ไม้มงคลปักหมุด จำนวน 9 จุด

วิทยุการบินฯเป็นเจ้าภาพร่วม สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250202

วิทยุการบินฯเป็นเจ้าภาพร่วม สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

วิทยุการบินฯเป็นเจ้าภาพร่วม สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.45 น.

วันที่ 26 ธันวาคม 2559 ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 74 ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล เป็นวันที่ 20

สำหรับในวันนี้ มีกระทรวงคมนาคม โดยบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด, สถาบันการบินพลเรือน, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย สำนักงานรัฐมนตรี, สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ, กรมควบคุมมลพิษ, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, องค์การจัดการน้ำเสีย ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ในเวลา 07.00 น. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้น ถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มาตั้งแต่ค่ำวานนี้ โดยมีบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด, สถาบันการบินพลเรือน, และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

ปชช.เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เผยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250188

ปชช.เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เผยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ปชช.เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เผยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 10.37 น.

26 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.45 น. โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศของประเทศ ต่างมาเข้าคิวรออย่างเนืองแน่น

ด้าน เด็กชายณัฐวุฒิ เหมือนวดี อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวระหว่างนั่งรอเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ จึงได้เขียนเรียงความพร้อมกับเพื่อน ๆ ว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับคุณครู 7 คน และเพื่อนๆ นักเรียนรวม 20 คน เดินทางมาตั้งแต่ตี 5 ของวันที่ 25 ธ.ค.และมาถึงท้องสนามหลวง ตี 2 เพื่อเข้าคิวรอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

“รู้สึกดีใจมากที่ได้เดินทางมาวังของในหลวง ร.9 และได้เขียนเรียงความ เรื่อง การทำความดี เช่น การมีจิตอาสา การแบ่งปัน การมีความขยันอดทน และมีความพยายาม ทำอะไรต้องมีความอดทน ผมจะนำคำสอนของพระองค์มาปรับใช้ เช่น ความพอเพียง สิ่งไหนไม่ควรซื้อก็ไม่ต้องซื้อ ผมอยากให้มีในหลวงแบบนี้ตลอดไป ไม่อยากเสียในหลวงไป ส่วนโตขึ้นผมอยากเป็นทหารจะได้ปกป้องประเทศชาติ” ดช.ณัฐวุฒิ กล่าว

ด้าน น.ส.วิภาวดี โสสุทธิ์ อายุ 36 ปี พร้อมด้วย นางวาริน พรหมรังษี อายุ 35 ปี และ น.ส.พรทิพย์ ฤกษ์ศรี อายุ 32 ปี ร่วมกันกล่าวว่า ตนทั้ง 3 คน พึ่งเรียนเสริมสวยสำเร็จและได้ทำงานร้านเสริมสวยที่เดียวกัน อยู่ที่เคหะเมืองใหม่บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังเลิกงานเมื่อคืนนี้ (25 ธ.ค.) ก็เตรียมตัวกันมาเลย โดยวันนี้ขอหยุดงาน 1 วัน ตั้งใจเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพในหลวง ร.9 สักครั้ง โดยมาถึงท้องสนามหลวงเวลา 03.00 น. เพื่อมารอเข้าคิวขึ้นกราบถวายบังคมพระบรมศพ

“พวกเราตื่นเต้นมาก เพิ่งมาเป็นครั้งแรก พอก้าวเข้าประตูพระบรมมหาราชวัง ได้ยินเสียงปีพาท เสียงกลองดัง ก็จุกแล้ว น้ำตาไหล คิดถึงพระองค์ ตื้นตันใจที่ได้มา และดีใจที่เห็นคนไทยมากราบพระองค์ท่านเยอะมาก ที่ผ่านมาก็ได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ โดยเฉพาะหลักเศษรฐกิจพอเพียง ที่บ้านต่างจังหวัดของก็ปลูกผักเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ไว้กินเอง ประทับใจพระองค์ท่านในเรื่องความประหยัด ในการใช้ยาสีฟัน ที่พระองค์ท่านทำเป็นแบบอย่าง ซึ่งพวกเราก็ได้นำมาปรับใช้ และภูมิใจที่ในหลวง ร.9 ได้ทรงสร้างสิ่งต่างๆ ไว้หลายอย่าง และมีโครงการในพระราชดำริหลายอย่างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนไทยได้ใช้ดำเนินชีวิตที่สุขสบาย บอกไม่ถูกว่ารักในหลวง ร.9 แบบไหน รู้แต่ว่ารักพระองค์มาก รักแบบพ่อที่ประเสริฐที่สุดที่คอยดูแลลูก ๆ อยากให้คนไทยรักกันและรู้หน้าที่ของตนเองเหมือนกับที่พระองค์ท่านยังอยู่”

ขณะที่ นางสุภาพร โยธี อายุ 42 ปี ชนเผ่าเยอ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ พร้อมกับสามีและลูกสาว เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวเดินทางมาพร้อมกับชนเผ่าเยอ กว่า 50 คน เดินทางมาด้วยใจ อยากมากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สักครั้งด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่ในหลวง ร.9 ทรงมีต่อพวกเราชนเผ่าเยอ ดังหลักฐานทางภาพถ่ายและวิดีโอ ที่พระองค์ทรงเสด็จฯ ทอดกฐิน ที่วัดปราสาทเยอ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นการส่วนพระองค์ เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2514 สร้างความร่มเย็นให้กับพวกเราชาวชนเผ่าเยอจนถึงทุกวันนี้ สำหรับวันนี้ รู้สึกตื้นตันที่ได้รับข้าวเปลือกพระราชทาน โดยจะนำไปบูชาและอีกส่วนนำไปหว่านในนาข้าวของตนเองเพื่อเป็นสิริมงคล

ด้าน น.ส.เก็จวดี กลขุนทศ อายุ 20 ปี ชนเผ่าเยอ นักศึษาชั้นปีที่ 2 คณะนิติศาตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า ชื่นชมในหลวง ร.9 ในเรื่องของความซื่อสัตย์ เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงแข่งเรือใบ โดยพระองค์ทรงออกเรือก่อน เพราะทรงเข้าพระราชหฤทัยสัญญาณผิด และเมื่อรู้ว่าผิดจึงทรงกลับมาเริ่มต้นใหม่ ทำให้ตนประทับใจและยึดถึงเรื่องความซื่อสัตย์ไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 56วันกว่า2.2ล้านรายยอดเงิน183ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250176

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 56วันกว่า2.2ล้านรายยอดเงิน183ล.

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 56วันกว่า2.2ล้านรายยอดเงิน183ล.

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 08.16 น.

26 ธ.ค.59 สำนักพระราชวัง ได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้าากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.40-21.10 น. ของวันที่ 25 ธ.ค. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 48,373 คน รวม 56 วัน มี 2,293,130 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล จำนวน 4,498,383.25 บาท รวม 56 วัน มียอดเงินรวมทั้งสิ้น 183,402,062.25 บาท

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต วันที่ 13 ตุลาคม 2559 (รวม 75 วัน) มีพระราชพิธี 74 วัน (เริ่ม14ต.ค.59) เปิดให้ลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคมฯ 15 -28 ต.ค.59 (รวม 14วัน)  เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่ 29 ต.ค.59 (รวม 57วัน) (เนื่องจากงดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ระหว่างวันที่ 1-2 ธ .ค.59 ที่ผ่านมา)

ฤกษ์ดี16.19น. ปักหมุดสร้าง‘พระเมรุ’ 9หลักกลางสนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250166

ฤกษ์ดี16.19น.  ปักหมุดสร้าง‘พระเมรุ’  9หลักกลางสนามหลวง

ฤกษ์ดี16.19น. ปักหมุดสร้าง‘พระเมรุ’ 9หลักกลางสนามหลวง

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ฤกษ์ดี16.19น.

ปักหมุดสร้าง‘พระเมรุ’

9หลักกลางสนามหลวง

กรมศิลป์จัดบวงสรวง

ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ

กรมศิลป์จัดพิธีบวงสรวงปักหมุดสร้างพระเมรุมาศ รวม 9 จุดกลางสนามหลวง ถือฤกษ์ 16.19 น. โดยรองนายกฯ “ธนะศักดิ์” เป็นประธาน ซึ่งเป็นไปตามโบราณราชประเพณีเพื่อให้ดำเนินงานราบรื่น ขณะที่ประชาชนยังเดินทางมารอแถวเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่นตลอดทั้งวันพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่เจ็ดสิบสาม เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานในสังกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ

ขณะที่บรรยากาศบริเวณรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ยังคงมีพสกนิกรจากทั่วสารทิศเดินทางมาเข้าแถวรอกราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเนื่องแน่นถึงแม้จะผ่านมาเป็นวันที่ 56 แล้วก็ตาม บางส่วนเป็นประชาชนที่มาปักหลักค้างคืนรอที่สนามหลวงและจุดบริการที่พักชั่วคราว โดยเจ้าหน้าที่เปิดให้เข้ากราบสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.50 น ในจำนวนนี้เป็นประชาชนจากจ.กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชรและกระบี่ ที่กระทรวงมหาดไทยนำมาจังหวัดละ 750 คน รวม 3,000 คน เดินทางมาเข้ากราบพระบรมศพ นอกจากนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมจนถึงเวลา 23.22 น.มีจำนวน 53,561 คนรวม 55 วันมี 2,244,757 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 4,379,903.75 บาท รวม 55 วัน เป็นเงิน 178,903,679 บาท

อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้ มีหลายคนเดินทางมาเป็นครอบครัว นอกจากรอเข้ากราบพระบรมศพแล้ว ยังร่วมกันทำความดีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ อาทิ น.ส.ปนัดดา รอดเพราะบุญ ชาวจ.ชลบุรีรวมกับเพื่อนที่ทำงานโรงงานบริษัท เชโก้ ประเทศไทย จำกัด จ.ระยอง มาเปิดโรงทานที่เต็นท์ 26 ที่สนามหลวง นำอาหารและน้ำดื่มมาแจกประชาชน เช่นเดียวกับ ครอบครัวของนางจู ชัยพิทักษ์โรจน์ อายุ 69 ปี ชาวไทยเชื้อสายจีน นำลูกหลานมายืนแจกร่มสีดำ 720 คัน และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 1,000 ใบ มาแจกให้ประชาชนบริเวณด้านหน้าราชนาวีสโมสร ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจมารอรับจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเตรียมจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สนามหลวงด้านทิศใต้ เจ้าหน้าที่สำรวจและวางขอบเขตก่อสร้างพระเมรุมาศ จากกรมศิลปากร นำอุปกรณ์เครื่องจักร เพื่อตั้งเต็นท์พลับพลาพิธี และขุดหลุมเพื่อเตรียมปักหมุด ในพิธีปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศ ที่จะมีขึ้นวันที่ 26 ธันวาคม

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการจัดสร้างพระเมรุมาศ เปิดเผยว่า วันที่ 26 ธันวาคม จะมีพิธีพราหมณ์บวงสรวงและปักหมุดศูนย์กลางพระเมรุมาศ โดยพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดสร้างพระเมรุมาศ เป็นผู้ตอกหมุดศูนย์กลางให้กรมศิลปากร กำหนดเขตก่อสร้าง จากนั้นบุคคลสำคัญ 8 คนจะร่วมตอกหมุดอีก 8 จุด ซึ่งทำจากไม้มงคล 9 ชนิด โดยพิธีบวงสรวงก่อนลงมือปักหมุดศูนย์กลางพระเมรุมาศครั้งนี้จะจัดยิ่งใหญ่สมพระเกียรติเช่นเดียวกับพิธีบวงสรวงบูรณะพระมหาพิชัยราชรถ ขณะที่หลังปีใหม่ กรมศิลปากรจะเร่งก่อสร้างพระเมรุมาศเต็มรูปแบบ โดยช่วง 3 เดือนแรก เป็นขั้นตอนวางแผนงาน กำหนดพื้นที่จากนั้นจะเริ่มก่อสร้างตัวอาคาร เมื่อก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ กรมศิลปากรจะเสนอเปิดช่วงเวลาให้ประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศด้วย

สำหรับกำหนดการพิธีปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศ 9 จุด ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สนามหลวง เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมนั้น จะมีพิธีบวงสรวงเวลา 15.49 น. จากนั้นเมื่อถึงฤกษ์เวลา 16.19 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานปักหมุด พร้อมด้วยตัวแทนบุคคลสำคัญร่วมปักหมุดรวม 9 จุด ซึ่งหมุดที่นำมาทำพิธีในวันดังกล่าว ทำมาจากไม้พะยูง และไม้ทองหลาง นอกจากนี้ ยังมีไม้สามเกลอขนาดเล็กที่ทำมาจากไม้สักสำหรับใช้ตอกหมุด โดยทั้งหมุดและไม้สามเกลอผ่านพิธีลงอักขระ จากวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหารมาแล้ว

ด้านนายชัยนันท์ พันธุ์ภคไพโรจน์ นายช่างสำรวจอาวุโส กรมศิลปากร ระบุว่า พิธีการดังกล่าวเป็นพิธีการสำคัญเพื่อให้การทำงานในการก่อสร้างพระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกิดความราบรื่น

ด้านพล.ต.ดนัย กฤตเมธาวี ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ (ศร.) อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์เปิดเผยว่า กองทัพบกจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ วันที่ 31 ธันวาคม ที่อุทยานราชภักดิ์เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์ ภายในโรงเรียนนายสิบทหารบก ตรงข้ามสวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน โดยมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เวลา 07.15 น. จากนั้นนำข้าราชการและประชาชนร่วมถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นในช่วงค่ำวันเดียวกัน เวลา 20.00 น. เริ่มกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี มีการแสดงของประชาชนในพื้นที่ สำหรับประชาชนที่เข้าร่วมสวดมนต์ให้แต่งกายชุดสุภาพไว้ทุกข์สีดำหรือสีขาว โดยอุทยานราชภักดิ์เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนมาก

ที่จ.พระนครศรีอยุธยา นายวิทยา บุรณศิริ ในฐานะนายกสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยากล่าวถึงการจัดงาน “พระราชาผู้ทรงธรรม กลางใจราษฏร์ กลางใจทุ่ง กลางใจกรุงศรีอยุธยา”ว่า ได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นที่ลานวัดพระราม ด้านหลังพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ภายในงานมีการแสดงวงดุริยางค์กองทัพบก การแสดงช้างที่เคยไปแสดงถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงานจัดตั้งแต่วันที่ 25ธันวาคม2559 จนถึงวันที่ 1มกราคม 2560

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายวิทยาพร้อมดร.เกษม บำรุงเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา สมาชิกและประชาชนร่วมกันนำผลไม้จำนวนมากมาร่วมเลี้ยงบุพเฟ่ต์ให้ช้าง 9 เชือก เพื่อแสดงความขอบคุณที่วังช้างแลเพนียดนำช้างไปร่วมถวายอาลัยในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง