ดย.ทบ.แต่งเพลงเทิดพระเกียรติ’ในหลวง ร.9′ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/250001

ดย.ทบ.แต่งเพลงเทิดพระเกียรติ'ในหลวง ร.9'  เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี

ดย.ทบ.แต่งเพลงเทิดพระเกียรติ’ในหลวง ร.9′ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.00 น.

24 ธ.ค. 59 พล.ต.กฤษดา สาริการ เจ้ากรมดุริยางค์ทหารบก (ดย.ทบ.) เปิดเผยว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการในที่ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกเมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.)  ให้กรมดุริยางค์ทหารบกประพันธ์แต่งเพลง เทิดพระเกียรติ ถวายความอาลัย “ในหลวง รัชกาลที่9”  องค์จอมทัพไทย และเพื่อเป็นการแสดงซึ่งความจงรักภักดี และมอบเป็นของขวัญปีใหม่ด้วยบทเพลงให้ชาวไทยทุกคน ได้น้อมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ท่านมีต่อประชาชนชาวไทย

ทางดย.ทบ.จึงได้แต่งเพลง “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ขับร้องโดย นายสุทธิพงษ์ วัฒนจัง หรือ ชมพู ฟรุ๊ตตี้ ทำนองโดยดย.ทบ. ก่อนที่จะออกเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับฟังกันต่อไป

ผบ.ตร.เป็นปธ.สถาปนาบช.น. ครบรอบ94ปี (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249999

ผบ.ตร.เป็นปธ.สถาปนาบช.น. ครบรอบ94ปี(ประมวลภาพ)

ผบ.ตร.เป็นปธ.สถาปนาบช.น. ครบรอบ94ปี(ประมวลภาพ)

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.47 น.

24 ธ.ค. 59 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปณาครบรอบ 94 ปี กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมี อดีต ผบช.น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. รอง ผบช.น.ทุกนาย ผบก.น.1-9 ผบก.สปพ. ผบก.จร. ชมรมแม่บ้านตำรวจ และบรรดาข้าราชการตำรวจ สังกัดบช.น. ร่วมวางพานพุ่มสักการะพระอนุสาวรีย์กรมพระยานเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาลพระองค์แรก พร้อมวางพวงมาลาอนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชน ก่อนรับความเคารพจากกองเกียรติยศ จากนั้นมีการถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกของผู้บังคับบัญชาระสูง ซึ่งนางสาวจิตภัสร์ กฤดากร หรือตั๊น ได้เดินทางมาร่วมมอบของที่ระลึกแก่ พล.ต.ท.ศานิตย์ ก่อนจะมีพิธีสงฆ์ และพิธีมอบโล่ ทุนการศึกษา ณ ห้องประชุมใหญ่ บช.น.

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อลำรึกถึงเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2465 ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระยาอธิกรณ์ประกาศ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เป็นคนแรก และในปัจจุบันมี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ดำรงตำแหน่ง ผบช.น

‘เจ้าคุณประสาร’ยกเคส’พุทธะฯ’ขู่จัดการธรรมกาย ถาม’บิ๊กตู่’จะตอบโต้หรือไม่?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249996

'เจ้าคุณประสาร'ยกเคส'พุทธะฯ'ขู่จัดการธรรมกาย ถาม'บิ๊กตู่'จะตอบโต้หรือไม่?

‘เจ้าคุณประสาร’ยกเคส’พุทธะฯ’ขู่จัดการธรรมกาย ถาม’บิ๊กตู่’จะตอบโต้หรือไม่?

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.21 น.

24 ธ.ค. 59 จากกรณีเมื่อวันที่ 21 ธค. 59 พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ พระพุทธะอิสระ พระวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม โพสต์เฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” ระบุว่า หากรัฐบาล คสช. ยังไม่สามารถ จับกุม พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาส กิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีสมคบกันฟอกเงิน รับของโจร และบุกรุกป่าได้ จะได้เห็นพุทธะอิสระออกโรง นั้น

ด้าน พระเมธีธรรมาจารย์ หรือ เจ้าคุณประสาร จนฺทสาโร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “พระเมธีธรรมาจารย์ – เจ้าคุณประสาร” ถึงกรณีดังกล่าวว่า “ถามหาความชอบธรรมจากผู้นำรัฐบาล เมื่อสัก 2-3 วันที่ผ่านมาปรากฎข่าวจากสื่อสารมวลชนว่า พระบางรูปได้ประกาศต่อสาธารณะว่า ถ้ารัฐบาลจัดการกับพระบางวัดไม่ได้ ท่านจะจัดการเองตามรูปแบบและวิธีการของท่าน

อาตมาอ่านข่าวนี้ด้วยความสนใจ สื่อบางฉบับถึงขนาดพาดหัวข่าวทำนองว่าขู่รัฐบาล ที่อาตมาบอกว่าอ่านข่าวนี้ด้วยความสนใจ เพราะอยากทราบปฏิกิริยาตอบโต้จากท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาล อยากเห็น อยากทราบจริงๆ ในวันที่พระเมธีธรรมาจารย์ พูด แสดงออก รวมทั้งการเคลื่อนไหวต่างๆ นั้น (ทั้งที่เคลื่อนไหวอย่าง สงบ สันติ) ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบโต้ผ่านสื่อมวลชนอย่างแข็งขันและเอาจริงเอาจังว่า ออกมาสิ ออกมาจะจับให้ดู ไม่ยกเว้นใครทั้งสิ้น จับไม่ได้วันนี้ก็พรุ่งนี้ นี่คือคำพูดของนายกรัฐมนตรีเพื่อสื่อไปถึงพระเมธีธรรมาจารย์ในวันนั้น

ในวันนี้มีพระบางรูปออกมาพูด มาแสดง มาเคลื่อนไหว ท่วงทำนองดูว่าจะหนักหน่วงและรุนแรงกว่าอาตมาเสียอีก นาทีนี้พระเมธีธรรมาจารย์ จึงตั้งตารอผู้นำรัฐบาลที่ห้าวหาญ เอาจริงเอาจังว่าจะพูดตอบโต้พระรูปดังกล่าวนี้อย่างไร

ทุกวันนี้อาตมาทำอะไรก็ผิด ผิดไปหมด ตั้งแต่การหายใจเป็นต้นไป ทำไมหรือประเทศนี้ ประเทศของเราจึงเป็นเช่นนี้  สำหรับพระบางรูปจะพูดจะจาอะไรก็ได้ทั้งนั้น ไม่ผิด ไม่ถูกตอบโต้ใดๆ จากผู้นำรัฐบาลทั้งสิ้นหรือจะเป็นเพราะว่าพระรูปดังกล่าวนั้นเป็นอาจารย์ของใครคนไหนหรือของคณะรัฐบาลชุดใด ฤาจะเป็นอย่างที่เขาเล่าลือกัน อาตมาก็ได้แต่คิด คิดว่าทำไมหนอคนเราจึงเกิดมามีบุญต่างกันเหลือเกิน วันนี้ก็ยังไม่สาย ยังไม่สายในเรื่องนี้ อาตมาจะตั้งใจรอฟังว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบโต้ว่าอย่างไรหรือไม่ หรือจะยินยอมให้พูดแบบนี้ได้เฉพาะพระอาจารย์เท่านั้น”

 

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 54วันกว่า2.1ล้านรายยอดเงิน174ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249991

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 54วันกว่า2.1ล้านรายยอดเงิน174ล.

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 54วันกว่า2.1ล้านรายยอดเงิน174ล.

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 10.34 น.
24 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 04.45 -22.24 น. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 53,803 คน รวม 54 วัน มีจำนวน 2,191,196 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล จำนวน 4,769,934.50 บาท รวม 54 วัน มียอดเงินรวมจำนวน 174,523,775.25 บาท

52.4%อยากไปบ้านพ่อ’ชั่งหัวมัน’ ชี้มาตรการ’ภาษี’กระตุ้น’เที่ยวปีใหม่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249985

52.4%อยากไปบ้านพ่อ'ชั่งหัวมัน' ชี้มาตรการ'ภาษี'กระตุ้น'เที่ยวปีใหม่'

52.4%อยากไปบ้านพ่อ’ชั่งหัวมัน’ ชี้มาตรการ’ภาษี’กระตุ้น’เที่ยวปีใหม่’

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 08.51 น.

24 ธ.ค.59 กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ตามทางเดินพ่อ” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,142 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 72.4 เห็นว่าการที่รัฐบาลลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวภายในประเทศ จะทำให้คนออกมาท่องเที่ยวคึกคักมากขึ้น ขณะที่ร้อยละ 27.6 เห็นว่า จะไม่ค่อยคึกคัก

เมื่อถามว่า มีการวางแผนเดินทางในช่วงปีใหม่หรือไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 54.4 ระบุว่า มีการวางแผนเดินทาง โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 23.8 จะไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด รองลงมาร้อยละ 20.0 จะกลับไปจังหวัดบ้านเกิด / เยี่ยมญาติ และร้อยละ 10.3 จะท่องเที่ยวอยู่ภายในจังหวัด และร้อยละ 0.3 จะไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ขณะที่ร้อยละ 45.6 ระบุว่าไม่มีการวางแผนเดินทาง  โดย คาดว่าจะอยู่บ้าน /เลี้ยงฉลองที่บ้านไม่ออกไปไหน

สำหรับโครงการหลวงของในหลวง ร.9  ที่ประชาชนอยากไปท่องเที่ยวมากที่สุดคือ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอ่างขาง (ร้อยละ 58.0) รองลงมาคือ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอินทนนท์ (ร้อยละ 53.3) ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง (ร้อยละ 29.3) และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ (ร้อยละ 15.1)

ส่วนโครงการในพระราชดำริของในหลวง ร.9  ที่อยากไปท่องเที่ยวมากที่สุดคือ โครงการชั่งหัวมัน (ร้อยละ 52.4) รองลงมาคือโครงการพัฒนาป่าภูหินร่องกล้า (ร้อยละ 32.4) โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก (ร้อยละ 26.3) และโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน (ร้อยละ 22.4)

สุดท้ายเมื่อถามถึงเรื่องที่กังวลมากที่สุด หากต้องเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่อันดับแรกคือ อุบัติเหตุบนท้องถนน (ร้อยละ 42.0) รองลงมาคือ การจราจรที่ติดขัด (ร้อยละ 39.5) ความแออัดของคนในสถานที่เที่ยว (ร้อยละ 12.4) และที่พัก อาหาร ราคาแพง (ร้อยละ 3.9)

ทูลเชิญ‘ร.10’ ทรงเปิดนิทรรศการ30ธันวา ‘เย็นศิระเพราะพระบริบาล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249980

ทูลเชิญ‘ร.10’  ทรงเปิดนิทรรศการ30ธันวา  ‘เย็นศิระเพราะพระบริบาล’

ทูลเชิญ‘ร.10’ ทรงเปิดนิทรรศการ30ธันวา ‘เย็นศิระเพราะพระบริบาล’

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทูลเชิญ‘ร.10’

ทรงเปิดนิทรรศการ30ธันวา

‘เย็นศิระเพราะพระบริบาล’

กราบพระบรมศพครึ่งแสน/วัน

นายกฯเตรียมกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จฯทรงเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” วันที่ 30 ธันวาคม ที่สนามหลวง ด้านศตส.ถกความพร้อมแผนอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเพื่อถวายอาลัย ร.9 พร้อมถวายพระพร ร.10

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่เจ็ดสิบเอ็ด ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานในสังกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยเวลา 07.00 น. นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา

ต่อมา เวลา 10.30 น. นายสุรเดช เตียวตระกูล ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานพร้อมถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เวลา 16.30 น. นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ขณะที่บริเวณสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง พสกนิกรจากทั่วสารทิศเดินทางมารอแถวเข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเนืองแน่นเช่นทุกวัน ซึ่งวันนี้ เจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพเวลา 04.45 น. ขณะเดียวกัน สำนักพระราชวังสรุปจำนวนผู้ที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมมีจำนวน 55,475 คน รวม 53 วันมี 2,137,393 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,665,287.75 บาท รวม 53วัน เป็นเงิน 169,753,840.75 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 26 ธันวาคม เวลา 16.19 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานพิธีปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้ โดยการปักหมุดสร้างพระเมรุมาศนั้นจะปักทั้งหมด 9 หลัก โดยใช้ไม้มงคลคือจุดหลักจะใช้ไม้ทองหลาง ส่วนอีก 8 หลักจะใช้ไม้พะยูง ซึ่งเป็นไปตามโบราณราชประเพณี

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) แถลงหลังประชุมว่า ที่ประชุมหารือถึงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่จะเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้หารือถึงกิจกรรมที่จะมีขึ้นจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี โดยเฉพาะการสวดมนต์ข้าม ที่ปีนี้พิเศษตรงที่เป็นการสวดมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และจะมีการถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยกิจกรรมดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งจะมี 2 กิจกรรมคือ เดิน-วิ่ง การกุศล ตั้งแต่เวลา 04.00 -08.00 น. จากสะพานพระราม 8 ฝั่งถนนบุรี และวิ่งไปตามเส้นทางยกระดับบรมราชชนนี และกิจกรรมปั่นจักรยานถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่เริ่มกิจกรรมตั้งเวลา 06.00 น. เส้นทางเริ่มจากสำนักงานใหญ่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคถึงสนามหลวง

นอกจากนี้ จะมีกิจกรรมนิทรรศการ เย็นศิระเพราะพระบริบาลที่จัดขึ้นบริเวณสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จฯเปิดงานในวันที่ 30 ธันวาคม เวลา 10.30 น. ถือเป็นกิจกรรมสำคัญของรัฐบาล ทั้งนี้ การประชุมศตส.ครั้งต่อไปจะเป็นวันที่ 29 ธันวาคม เวลา 10.00 น. และวันเดียวกันเวลา 14.00 น. ตนจะเดินทางไปสนามหลวงเพื่อตรวจความพร้อมการจัดนิทรรศการฯที่จะมีขึ้นวันที่ 30 ธันวาคม

วันเดียวกัน ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายใต้ชื่อ ธ สถิตกลางใจไทยนิรันดร์ น้อมรำลึกองค์นวมินทร์มหาราชา ทรงคุณค่าเหรียญกษาปณ์ไทย ระหว่างวันที่ 22-25 ธันวาคม ของกรมธนารักษ์วันที่สอง ประชาชนจำนวนมากยังคงมาเข้าแถวแลกเหรียญที่ระลึกที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ มีทั้งเหรียญใหม่และเหรียญหายาก ไม่ต่ำกว่า 5,000 ราย ในงานนี้ประชาชนสามารถแลกซื้อเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกที่รวมชุดที่มีประมาณ 27 เหรียญได้ในราคาชุดละ 5,400 บาท

ความจริงที่แสนเจ็บปวด!! ‘คริส ไรท์’จี้ใจดำ ทำไมการศึกษาไทยไม่ไปไหน?!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249940

ความจริงที่แสนเจ็บปวด!! 'คริส ไรท์'จี้ใจดำ ทำไมการศึกษาไทยไม่ไปไหน?!

ความจริงที่แสนเจ็บปวด!! ‘คริส ไรท์’จี้ใจดำ ทำไมการศึกษาไทยไม่ไปไหน?!

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 17.14 น.

23 ธ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “คริสโตเฟอร์ ไรท์” ครูสอนภาษา นักแสดงและผู้ดำเนินรายการ โพสต์เพจเฟซบุ๊ก “Ajarn Chris Wright อาจารย์คริส ไรท์” วิพากษ์วิจารณ์ และวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่ระบบการศึกษาไทยที่ไม่พัฒนาไปข้างหน้า ข้อความว่า

การศึกษาไทยไม่ไปไหน…เหมือนเดิม!!!

พาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์สัปดาห์นี้พูดถึงการศึกษาไทยที่ยังดีไม่พอ (ซอฟท์ๆ ของคำว่าล้มเหลว)

ในฐานะที่ผมอยู่วงการการศึกษามานานพอสมควร ก็อยากจะฝากบอกทุกๆ ท่านว่าระบบไม่ดีเพราะคนทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องครับ แต่ทุกคนในบ้านเราก็จะชอบชี้นิ้วโทษคนนู้นคนนี้ว่าที่มันเป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะระบบการศึกษาบ้าง ครูบ้าง….blah blah…ที่จริงทุกคนมีส่วนครับ เรามาลองดูวงการสอนภาษาอังกฤษเป็นกรณีศึกษาว่าทำไมถึงล้มเหลว

1. กระทรวงกับนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

กระทรวงได้เงินเยอะที่สุดหนึ่งกระทรวงของประเทศไทย….แต่เงินไปไหน…หายไปกับ corruption และโครงการที่ไม่ได้ตอบโจทย์ที่แท้จริง …. ปัญหาของวงการสอนภาษาอังกฤษคือ ครูน้อยไปเด็กจึงเรียนกัน 50 คนต่อห้อง ครูดีๆ น้อยไปเด็กจึงไม่ได้การศึกษาที่ดี …. แต่ครูกลับเป็นข้าราชการที่หนี้สินเยอะสุด!!??

เงินเป็นพันๆ ล้านควรจะเอามาแบ่งครูไหมครับไม่ใช่เอาไปซื้ออุปกรณ์และตึกและเอาเงินไปให้ต่างชาติเพราะต่างชาติมาสอนเราแป๊บๆ มันก็ไป … แต่ครูไทยก็ยังเหมือนเดิม รัฐบาลควรเลิกทุ่มเงินไปที่วัตถุสิ่งของและตึกและชาวต่างชาติ และทุ่มเงินไปที่ครูไทยและการพัฒนาครูไทยอย่างแท้จริง
ผมเคยทำโรงเรียนรัฐ
ผมก็ออกเพราะเงินไม่พอกินพอใช้ และเกียรติของการเป็นครูแบบความคิดสายเก่าไม่สามารถเอาไปแลกเป็นค่าผ่อนบ้านค่าใช้จ่ายของผมครับ

2. ครู

ในฐานะที่เป็นครูด้วยกัน ผมก็ต้องยอมรับว่าขนาดตัวผมที่ทำอะไรมาเยอะมากที่จะช่วยคนไทยให้พูดภาษาอังกฤษได้เยอะขึ้นและดีขึ้น… ก็ยังไม่สามารถที่จะมาพลิกสถานการณ์ได้ (พยายามต่อไป)…. แต่ปัญหาครูที่เจอในวงการสอนภาษาอังกฤษคือ ครูดีๆ เก่งๆ ที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีในบ้านเรายังมีน้อย สอนภาษาอังกฤษจากตำราเพราะตัวเองยังใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตไม่เก่งหรือไม่ได้เลย

ครูต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลาไม่ใช่ว่า มี smart phone แล้วแต่ยังสอน juice เป็นจุ๊ย สอนแต่ตำราเก่าๆ น่าเบื่อทั้งๆ ที่มีบทเรียนภาษาอักฤษสนุกๆ ในเน็ตเยอะมาก (Chris Delivery / CAT English / Mahidol Click .555)

ส่วนครูฝรั่งจำนวนมากก็ไม่ได้เป็นครูที่ดีขนาดนั้นเพราะหลายๆ คนเป็นแค่ฝรั่งที่อยากอยู่ไทย ไม่รู้จะทำอะไรกินก็สอนภาษาอังกฤษกันไป คนไทยก็ชอบตัดสินคนที่เปลือกนอกเสียด้วย เป็นฝรั่งใส่สูท เป็นครูไทยมีแค่ใบปริญญาก็จ้างแล้วโดยไม่ได้มีองค์ความรู้ที่ดีขนาดนั้น……ครูดีๆ มีน้อยเพราะคนที่องค์ความรู้ดีไม่อยากมาสอนเพราะเงินน้อย

ดังนั้นรัฐบาลและสถาบันต่างๆ ห้ามงกกับครู ต้องจ่ายเงินให้เขาเยอะๆ แต่ครูในยุคนี้ก็ต้องพัฒนาตัวเองให้มาก เพื่อทำให้นักเรียนได้ 4 ใจไปคือ เข้าใจ สนใจ ประทับใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนอยากไปสานต่อนอกห้องเรียน ครูที่ดีต้องใส่พลังมากขึ้นในยุคนี้ ครูดีๆ ทั้งไทยและเทศมีอยู่ในเมืองไทย แต่ยังน้อยไปมาก

ผมออกจากโรงเรียนสอนภาษาเพราะเขาให้เงิน “ครูฝรั่ง” มากกว่าผมทั้งๆ ที่ฝรั่งเป็นแค่ฝรั่งมาเที่ยวไทย แต่ผมเป็นครูไทยที่มีการฝึกฝนที่ดี

ผมออกจากมหาวิทยาลัยเอกชนเพราะเขาไม่ขึ้นเงินให้ครูเพราะบอกเงินน้อย แต่ทุกปีเห็นขึ้นตึกใหม่ๆ ลงทุนกับของเยอะมาก

3. สถาบันการศึกษา

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การศึกษาแย่ ได้เงินมาเยอะแต่แทนที่จะเอาให้ครูเยอะๆ ชอบไปลงทุนกับตึก อุปกรณ์ ให้หน้าตาโรงเรียนดู้ดี แต่ครูได้เงินน้อยเท่าเดิม บางโรงเรียนได้เงินน้อยก็ขอโทษนะครับแต่เงินต้องทุ่มไปที่คนก่อนของ ครูกับนักเรียน ไม่ใช่แค่ตึกกับอุปกรณ์ ส่วนโรงเรียนที่จน….รัฐบาล นักการเมือง และคนรวยมากๆ เขาชอบทำให้เราคิดว่าราชการไทยมีเงินน้อย…แต่ที่จริงประเทศเรามีเยอะกว่าทีเราคิดแต่เขาไม่ส่งมาเพราะจะเก็บไว้ให้ตัวเองและเพื่อลงไปแต่กับสิ่งของ

อีกอย่างสถาบันการเรียนการสอนของไทยชอบสอนวิชาที่มีสอง ย … ยากและเยอะไปกว่าคุณภาพของเด็กที่ตัวเองมี และชอบสอนเน้นไปทางติวสอบยากๆ เพราะอยากให้หลักสูตรตัวเองดูสูง….เด็กก็เรียนไม่ไหว สอบตกกันหมด …. ผมแนะนำไปให้เขาทำบทเรียนและข้อสอบให้ง่ายขึ้น…”นักวิชาการ” ที่เน้นแต่สายหนังสือไม่ใช่สายชีวิตจริงบอกว่าง่ายไป…. จะทำให้เราดูไม่ดี…..ผมก็สอนและให้เขาสอบตามนั้น แต่เราก็ต้องสอนให้สนุกเด็กจะได้เปิดใจ แต่อย่างไรมันก็ยากเกินไปและเด็กสอบตกเกินครึ่ง ผมให้นักเรียนเขามาเรียนใหม่ ไม่ให้ทำ “โปรเจคท์แลกเกรด” เพรานั่นไม่ใช่การวัดที่ดี… ปรากฎว่า โดนเรียกเข้าไปคุยว่าห้ามให้เด็กตกเกินครึ่งห้อง แล้วมาโทษว่าผมสอนไม่ดีด้วย!! สุดท้ายคือ curve คะแนนให้ผ่านเกือบทั้งห้อง!!! ผ่านไปทั้งๆ ที่ยังไม่เก่งอะไรเลย เด็กไทยห้ามตกเยอะ ห้ามซ้ำชั้นเยอะ แค่จ่ายเงินมานั่งแล้วรับใบปริญญาเลย!!! รับเด็กไม่เก่งเพราะอยากได้เงินเขา ได้เงินเยอะก็มาสร้าง แต่ทำหลักสูตรให้ยากเพื่อให้ดูดี

ผมออกจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเพราะเหตุนี้ด้วยครับ ทำให้บทเรียนยาก เน้นติวสอบ แต่ห้ามให้นักเรียนสอบตกเยอะไปและห้ามซ้ำชั้น ให้ผ่านไปเลย หรือ ช่วยให้เขาผ่านหน่อย

4. นักเรียน

นักเรียนสมัยนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย นักเรียนดีมีน้อย นักเรียนด้อยมีเยอะ

สำหรับผมนักเรียนดีไม่จำเป็นต้องเรียนดีฉลาดเกรดสูง แต่ขอให้มีความพยายามสูงและนิสัยดีก็พร้อมจะช่วย (ติวให้นะ ไม่ใช่ช่วยให้ผ่าน) แต่นักเรียนสมัยนี้ส่วนมากมีแต่

Dumbass โง่แล้วไม่แคร์

Jackass ชอบเล่นสนุกไร้สาระแล้วไม่แคร์

Smart ass อวดฉลาดแต่ไม่รู้

Badass เกเร ไม่สนใจเรียน

Cheap ass งกกับการเรียน

Lazy ass ขี้เกียจเรียน

Nice ass เน้นมาเรียนเพื่อมาโชว์ตูด โชว์สวย แต่ไม่ได้แคร์การเรียน แล้วคนพวกนี้เขารู้ว่าเขาแค่มาเช็คชื่อและมาสอบ เขาก็ผ่าน ผมเจอมาแล้วครับที่เด็กนัดสอบตกกันเพื่อให้ผ่านทั้งห้องและครูจะได้โดนด่าว่าสอนไม่มีประสิทธิภาพ
ผมลาออกจากการเป็นครูในระบบเพราะเจอนักเรียนแบบนี้เยอะเกินไปในยุคนี้

5. พ่อแม่

บ้านและพ่อแม่ถือเป็นอีกหนึ่งสถาบันการเรียนและครูของเด็ก แต่สมัยนี้พ่อแม่ก็ไม่แคร์และไม่ให้เวลารวมถึงช่วยสอนลูก โยนแต่ให้ครูกับโรงเรียน พอลูกเรียนไม่ดีก็ไปด่าครูกับโรงเรียน ไม่ด่าลูกตัวเอง ลูกตัวเองไม่ฉลาด ก็จะยัดเงินให้ลูกผ่านหรือได้เรียน ใช้อำนาจข่มขู่ครูก็มี นักเรียนไม่เรียนหรือพฤติกรรมไม่ดี ครูก็ด่าหรือทำโทษไม่ได้อีก

ในการเรียนภาษาอังกฤษ พ่อแม่แทนที่จะพยายามเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูกเห็นว่าพ่อแม่ก็ชอบก็ใช้ก็ฝึก แต่ไม่ กลับโยนปมด้อยตัวเองให้ลูก บังคับให้ลูกเรียน ให้ลูกพูดกับฝรั่ง แต่ตัวเองไม่สนใจ ไม่พูดกับฝรั่ง ที่บ้านไม่มีความเป็นภาษาอังกฤษเลย แต่อยากให้ลูกตัวเองเรียน English Program / Bilingual / Inter

ดังนั้นพ่อแม่ก็มีส่วนในระบบการศึกษาไทยที่จะต้องมอบสองหัวให้กับเขาจากที่บ้าน นั่นคือหัวสมองที่มีความรู้และหัวใจที่มีความดี แต่ถ้าพ่อแม่ไม่มีหัวสมองและหัวใจที่ดี หรือมีแต่ไม่มีเวลาที่จะส่งต่อให้ลูก ไม่ค่อยแคร์ที่จะมอบความรู้และความดีให้กับลูกหลาน ครูและระบบก็เหนื่อยต่อครับ

6. ดาราคนดัง คนรวย

ผมแทบจะไม่เคยเห็นดาราคนดังรณรงค์เรื่องการเรียนที่ดีหรือออกมาเป็นต้นแบบหรือทำโครงการเพื่อให้เยาวชนไทยเป็นคนฉลาดคนดี มีแต่โพสต์เรื่องราวการไช้ชีวิตแบบเน้นเปลือกนอก … ทำหน้า ทำนม ผิวขาว กินดีออกกำลังกายเพื่อจะได้ดูดี ใช้ของแพงแบรนด์เนม แต่งตัวโป๊ เที่ยว สนุกสนานเฮฮาอย่างเดียว….เป็น idol ที่ดีพอหรือเปล่า

ส่วนคนรวยชาวไทยมีกี่คนที่ทุ่มเทเงิน ทำโครงการดีๆ เพื่อการศึกษาไทยโดยเฉพาะเด็กยากไร้ ที่หลายๆ คนเป็นคนเก่ง เป็นคนดี และเป็นคนอยากเรียน

ที่เมืองนอกพวกเศรษฐีเขาให้เงินเป็นพันล้านเพื่อส่งเสริมการศึกษา แต่เศรษฐีไทยไม่ค่อยได้ยิน …. มีแต่ไปออกงานไฮโซ กินอาหารแพงราคา 1 มื้อเท่าเรากินหนึ่งปี ซื้อกระเป๋าใบละล้าน มีรถสปอร์ต 10 คัน ไปเมืองนอกทุกอาทิตย์ หาดาราเป็นแฟน

คนดังคนรวยต้องช่วยด้วยนะครับ ฝากคำคมผมไว้ให้ว่า

It’s not what you are or what you have but it’s what you do and what you give

นี่เป็นโพสต์ที่ยาวที่สุดของผมเพราะผมเป็นห่วงอนาคตของประเทศเรา ประเทศชาติจะรอดจะเจริญ คนจะมีความสุขความสำเร็จมันขึ้นอยู่กับ 2 หัวของคน ถ้าคนในหมู่มากมีความรู้ที่ดีในหัวสมองและความดีในหัวใจ เราจะรอด แต่ถ้าการศึกษาไทย”

 

นายกฯเตรียมกราบบังคมทูลเชิญ’ร.10′ เปิดนิทรรศการ’เย็นศิระเพราะพระบริบาล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249893

นายกฯเตรียมกราบบังคมทูลเชิญ'ร.10' เปิดนิทรรศการ'เย็นศิระเพราะพระบริบาล'

นายกฯเตรียมกราบบังคมทูลเชิญ’ร.10′ เปิดนิทรรศการ’เย็นศิระเพราะพระบริบาล’

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.13 น.

23 ธ.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) แถลงภายหลังการประชุมว่า เป็นการหารือถึงการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้หารือถึงกิจกรรมที่จะมีขึ้นจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี โดยเฉพาะการสวดมนต์ข้ามปีที่ทำมากันทุกปี แต่ปีนี้จะมีความพิเศษตรงที่ จะเป็นการสวดมนต์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และจะมีการถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

นายออมสิน กล่าวต่อว่า กิจกรรมดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.ซึ่งจะมี 2 กิจกรรมที่จะเกิดขึ้น ประกอบด้วย เดิน – วิ่งการกุศล ซึ่งจะเริ่มวิ่งตั้งแต่เวลา 04.00 – 08.00 น.จากสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี และวิ่งไปตามเส้นทางยกระดับบรมราชชนนี และกิจกรรมปั่นจักรยานถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เริ่มกิจกรรมตั้งเวลา 06.00 น.เส้นทางเริ่มจากสำนักงานใหญ่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ถึงสนามหลวง โดยในวันดังกล่าวจะมีการปิดเส้นทางการจราจรในช่วงเช้าที่มีการจัดกิจกรรม ทั้งนี้ ทางกรมประชาสัมพันธ์จะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบว่ามีเส้นทางไหนบ้างที่จะมีการปิดถนน เพราะอาจจะมีปัญหาการจราจรติดขัดสะสมได้

นอกจากนี้ จะมีกิจกรรมนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” ที่จัดขึ้นบริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จเปิดงานในวันที่ 30 ธ.ค.นี้ เวลา 10.30 น.ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญของรัฐบาล

ทั้งนี้ การประชุม ศตส.ครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 29 ธ.ค.เวลา 10.00 น.และในวันเดียวกันเวลา 14.00 น.ตนจะเดินทางไปท้องสนามหลวงเพื่อไปดูความคืบหน้าและความพร้อมการจัดนิทรรศการ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 ธ.ค.นี้ด้วย

‘ออมสิน’เผยสัปดาห์หน้า เตรียมถกสำนักพุทธฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249886

'ออมสิน'เผยสัปดาห์หน้า เตรียมถกสำนักพุทธฯ

‘ออมสิน’เผยสัปดาห์หน้า เตรียมถกสำนักพุทธฯ

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.39 น.

23 ธ.ค. 59 เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแบ่งงานของรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ตนได้รับมอบหมายให้ดูแลกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งหน่วยงานทั้งหมดจะเข้ามาหารือกับตนในสัปดาห์หน้า

นายออมสิน กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ตนจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบกระเช้าของขวัญปีใหม่ โดยนายกฯเน้นย้ำให้กระเช้าของขวัญปีใหม่ต้องมีวันหมดอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ราคาไม่สูงจนเกินไป ส่วนการได้มอบหมายให้ดูแลพศ.นั้น ไม่รู้สึกหนักใจแม้จะมีประเด็นร้อนๆ เยอะ เพราะสามารถทำงานร่วมกับพระสงฆ์ได้อยู่แล้ว ส่วนการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ขณะนี้ขั้นตอนต่างๆ อยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า ผอ.พศ.จะเข้ามาคุยกับตนว่ามีประเด็นปัญหาอย่างไรบ้าง ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะแก้ไขอย่างไรขอหารือกับทางพศ.ก่อน ขอให้ใจเย็นๆ ขณะที่การทำหน้าที่เลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ที่เข้ามาดูแลแทนนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม ตนจะทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมีพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พสกนิกรหลั่งไหลกราบถวายความอาลัย’พ่อหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249853

พสกนิกรหลั่งไหลกราบถวายความอาลัย'พ่อหลวง'

พสกนิกรหลั่งไหลกราบถวายความอาลัย’พ่อหลวง’

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 08.16 น.

23 ธ.ค.59 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.45 น.ของวันที่ 22 ธ.ค.ถึงเวลา 01.00 น.รุ่งสางของวันที่ 23 ธ.ค.เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอในมณฑลพิธีสนามหลวงอีกเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจึงได้ขยายเวลาเพื่อให้ประชาชนได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพจนครบทุกคน โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 55,475 คน รวม 53 วัน มีจำนวน 2,137,393 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นเงินจำนวน  4,665,287.75 บาท รวม 53 วัน มียอดเงินรวมทั้งสิ้น 169,753,840.75 บาท