สวดมนต์ข้ามปี ถวายอาลัยในหลวง‘ร.9’ จัดงานยิ่งใหญ่31ธค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249850

สวดมนต์ข้ามปี  ถวายอาลัยในหลวง‘ร.9’  จัดงานยิ่งใหญ่31ธค.

สวดมนต์ข้ามปี ถวายอาลัยในหลวง‘ร.9’ จัดงานยิ่งใหญ่31ธค.

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สวดมนต์ข้ามปี

ถวายอาลัยในหลวง‘ร.9’

จัดงานยิ่งใหญ่31ธค.

‘จุดเทียนแห่งสยาม’

เซ็นทรัลเวิลด์ของด

กิจกรรมเคานท์ดาวน์

กอร.รส.พร้อมจัดกิจกรรม “แสงเทียนแห่งสยาม” ที่สนามหลวง จุดเทียน-สวดมนต์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 “เซ็นทรัลเวิลด์” งดจัดเคานท์ดาวน์

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 22 ธันวาคม ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่เจ็ดสิบ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหารที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมีข้าราชการหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระสงฆ์ 10 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดโกมุทพุทธรังสี วัดปุรณาวาส วัดพรหมมหาจุฬามุนี จ.นครนายก วัดไผ่เงินโชตนาราม สวดพระพุทธมนต์ และถวายพระธรรมเทศนา โดยพระราชธรรมสุนทร (ทองใบ ปุณโณภาโส) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม แสดงธรรมเทศนา เรื่อง “สังควัตถุธรรมกถา”

ต่อมาเวลา 16.30 น. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหารสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ส่วนบรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าสักการะตั้งแต่เวลา 04.45 น. โดยมีพสกนิกรจำนวนมากมาเข้าแถวรอตั้งแต่เช้ามืดเช่นทุกวัน ในจำนวนนี้มีนายพัสกร โตเสน่ห์ อายุ 43 ปี หัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนนครไทย จ.พิษณุโลก นำคณะลูกเสือ ผู้บำเพ็ญประโยชน์และยุวกาชาดประมาณ 200 คน สวมชุดเครื่องแบบมากราบสักการะพระบรมศพ โดยระบุว่า พวกเราสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อลูกเสือ ทรงทำให้กิจการลูกเสือถูกรื้อฟื้นคืนสถานะเดิมและเข้มแข็งอีกครั้ง ทรงเป็นองค์ประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติที่พวกเราเคารพรัก และเทิดทูน การมาครั้งนี้อยากให้ลูกเสือรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อคณะลูกเสือไทย

ทั้งนี้สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้าสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม มีจำนวน 54,339 คน รวม 52 วันมี 2,081,918 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 5,082,062.75 บาท รวม 52 วัน เป็นเงิน 165,088,553 บาท

ด้าน พล.ต.กฤษณ์ดนัย อิทธิมณฑล เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 แถลงหลังเป็นประธานประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ถึงการเตรียมพร้อมจัดกิจกรรมแสงเทียนแห่งสยาม บริเวณฝั่งทิศใต้สนามหลวง ตั้งแต่เวลา 17.30 น. วันที่ 31 ธันวาคม โดยมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรมและกรุงเทพมหานครเข้าร่วม จากนั้นเวลา 20.30 น.เป็นการสวดมนต์ข้ามปี เวลา 21.00 น. ประธานในพิธีและผู้ร่วมพิธีสงบนิ่งไว้อาลัย 89 วินาที และร่วมร้องเพลงความฝันอันสูงสุด ต่อมาเวลา 23.45 น.มีการสวดมนต์ส่งท้ายปีเก่า เพื่อเตรียมเข้าสู่ปีใหม่ เมื่อถึงเวลา 24.00 น. ประธานในพิธีจะลั่นฆ้องชัย 9 ครั้ง พร้อมทั้งเจริญชัยมงคลคาถา บทชยันโต จากนั้นร่วมกันร้องเพลงพรปีใหม่ และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมฉายพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ก่อนทำกิจกรรมจุดเทียน “แสงเทียนแห่งสยาม” จากนั้นพระสงฆ์และผู้ร่วมพิธีสวดบทรับปีใหม่

สำหรับวันที่ 1 มกราคม 2560 กรุงเทพมหานครจะทำพิธีอัญเชิญพระพุทธนวราชบพิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำ กทม.จากศาลาว่า กทม. ประดิษฐานบนมณฑป บริเวณลานคนเมือง เพื่อให้ประชาชนเข้าสักการะขอพร ขณะเดียวกันจะจัดพิธีทำบุญตักบาตรบริเวณลานคนเมืองเสริมสิริมงคลในวันปีใหม่ด้วย

วันเดียวกัน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม แถลงข่าวการเปลี่ยนแนวจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2560 กับงาน “แสงเทียนแห่งสยาม @เซ็นทรัลเวิลด์ รวมดวงใจ ไทยทั้งชาติ ส่งส.ค.ส.ถึงพ่อบนฟ้า” ชวนคนไทยทุกคนมาร่วมจุดเทียนกลางแยกราชประสงค์วันที่ 31 ธันวาคม โดย ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นการน้อมระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยจะมีการจุดเทียน ร้องเพลงพรปีใหม่ บทเพลงพระราชนิพนธ์ สวดมนต์ข้ามปี และส่งส.ส.ส.ถึงพ่อบนฟ้าในรูปแบบดิจิตอลขนาดยักษ์ เพื่อแสดงให้คนทั่วโลกเห็นว่าคนไทยรักพระเจ้าอยู่หัวมากแค่ไหน และยังทำให้ชาวโลกรู้ว่าประเทศไทยเราสามัคคีกันถึงได้มารวมตัวทำกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อีกทั้ง จะบอกกับพระองค์ว่าเราจะเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีการร่วมนมัสการพิธีแห่ 8 องค์เทพครั้งยิ่งใหญ่กลางกรุงเทพฯ ในเวลา 8.30 น. รับมงคลแรกของปี 2560 ด้วยการทำบุญตักบาตรเช้าวันที่ 1 มกราคม 2560 เวลา 7.00 น.

ส่วนที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรมธนารักษ์จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชื่อ ธ สถิตกลางใจไทยนิรันดร์ น้อมรำลึกองค์นวมินทร์มหาราชา ทรงคุณค่าเหรียญกษาปณ์ไทยตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 25 ธันวาคม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยประชาชนนับพันรายมาต่อแถวแลกซื้อเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนืองแน่นเต็มศูนย์ประชุมฯ ซึ่งคิวแรกเดินทางมารอตั้งแต่เวลา 13.00 น.วันที่ 21 ธันวาคม หลังจากนั้นมีประชาชนรายอื่นทยอยมาต่อคิวนอนรอข้ามวันข้ามคืน เพราะต้องการแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าวเก็บไว้ให้ลูกหลานและความเป็นสิริมงคล

 

นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวว่า กรมฯจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้ ภายในงานจะจำหน่ายเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ โดยจุดเด่นในงาน คือ เหรียญที่ระลึกหายากที่เหลือน้อยในคลัง จัดเป็นชุดให้ประชาชนแลกซื้อวันละ 1,500 คิว และวันที่ 25 ธันวาคม จะเปิดประมูลเหรียญที่ระลึกสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 84 พรรษา ประเภททองคำขัดเงา ซึ่งเหลือ 3 เหรียญสุดท้าย จากก่อนหน้านี้เปิดจองและผลิตออกมาเพียง 100 เหรียญเท่านั้น โดย 3 เหรียญที่ยังเหลือมีหมายเลข 98 , 99 และ 100 จะเริ่มการประมูลที่เหรียญละ 5.5 แสนบาทตามราคาของเหรียญ เพื่อให้ประชาชนที่สนใจและนักสะสมได้ครอบครอง

ธอส.ชวนสวดมนต์รับปีระกา2560 เริ่มต้นศักราชใหม่ให้มงคลแก่ชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249804

ธอส.ชวนสวดมนต์รับปีระกา2560 เริ่มต้นศักราชใหม่ให้มงคลแก่ชีวิต

ธอส.ชวนสวดมนต์รับปีระกา2560 เริ่มต้นศักราชใหม่ให้มงคลแก่ชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 17.19 น.

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ร่วมกับ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมสวดมนต์รับปีระกา 2560 เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาธรรม ร่วมกันตั้งปณิธานจิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช และยังเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งที่ดีและเป็นมงคลแก่ชีวิต ในวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ต่อเนื่องถึงวันที่ 1 มกราคม 2560

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า “กิจกรรมสวดมนต์รับปีระกา 2560 นี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “บ้านอยู่เย็นเป็นสุข อบอุ่นเจริญยิ่งกับ ธอส.” เพื่อเป็นสิริมงคลในวารดิถีขึ้นปีใหม่และส่งเสริมให้ประชาชนได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาธรรม ร่วมกันตั้งปณิธานจิตถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช โดยทาง ธอส. ได้ร่วมกับ 3 วัดสำคัญในกรุงเทพฯ ได้แก่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร จัดกิจกรรมสวดมนต์นี้ขึ้น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2560 โดยแต่ละวัดจะได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับรองรับพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมพิธีอันเป็นมงคล และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละวัด ทั้ง 3 แห่ง ที่เชื่อกันว่าจะส่งเสริมให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในแต่ละด้าน อาทิ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่เชื่อกันว่า จะช่วยเสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล วัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร ที่เชื่อว่าจะทำให้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป และวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ที่เชื่อว่าจะทำให้มีชัยชนะต่ออุปสรรค์ทั้งปวง โดยแต่ละวัดสามารถรองรับพุทธศาสนิกชนที่จะมาเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ได้กว่า 3,000 คน”

สำหรับกิจกรรมในแต่ละวัดจะประกอบด้วย พิธีที่จะช่วยให้เกิดสติ สมาธิ ปัญญา และ ความสุขสวัสดิมงคลแก่ชีวิต อาทิ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จะมีพิธีเวียนเทียนถวายเป็นพุทธบูชาพระบรมสารีริกธาตุ บรมบรรพตภูเขาทอง พร้อมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานหน้าพระอุโบสถ สนทนาธรรม เจริญจิตภาวนา นั่งสมาธิ ส่วนวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร จะมีพิธีบวงสรวงเทพยดา ฟังพระธรรมเทศนา สวดมนต์มหาเมตตาและมหาสมยสูตร สำหรับวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร จะมีพิธีพุทธาภิเษกและสวดมหาชัยมงคล เจริญชัยมงคลคาถารับปีใหม่ เป็นต้น โดยทาง ธอส. จะได้จัดเตรียมอาหารว่าง หรือขนมมงคลและน้ำพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวกลับบ้านอีกด้วย

“การสวดมนต์ ผู้สวดจะได้รับคุณประโยชน์นานัปการ ทั้งแก่ตัวเองและส่วนรวม เป็นการเสริมสร้างสมาธิและปัญญา ทำให้มีความมั่นคงในจิตใจ มีกำลังพลังใจในการต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางกระแสแห่งโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดนิ่ง และกิจกรรมสวดมนต์รับปีระกา 2560 นี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามนโยบายของ ธอส.ที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป และยังเป็นการเสริมสร้างความสุข ความสัมพันธ์อันดีของคนในครอบครัวที่จะได้ใช้เวลาในการประกอบคุณงามความดี เสริมสร้างบุญกุศลเสริมสร้างพลังให้กับชีวิต เพื่อรับกับศักราชใหม่ร่วมกัน” นายฉัตรชัย กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร. 0-2645-9000 หรือ http://www.ghbank.co.th  และ Facebook fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์

‘ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ พระราชทานหน่วยแพทย์ดูแลปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249772

'ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์' พระราชทานหน่วยแพทย์ดูแลปชช.

‘ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ พระราชทานหน่วยแพทย์ดูแลปชช.

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.56 น.

22 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่เต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งให้มีหน่วยแพทย์พระราชทาน มาดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน

โดยวันนี้มีหน่วยแพทย์ พยาบาล และเภสัชกร จากโรงพยาบาลธนบุรี กรุงเทพฯ จำนวน 19 คน แพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาลขอนแก่น จ.ขอนแก่น จำนวน 4 คน และแพทย์ พยาบาล และเวรเปล จากโรงพยาบาลทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี อีกจำนวน 5 คน มาให้บริการดูแลประชาชนตลอดทั้งวัน

ร.10ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม4มื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249771

ร.10ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม4มื้อ

ร.10ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม4มื้อ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.51 น.

22 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

โดยมื้อเช้าเวลา 07.00 น. ประกอบด้วย เกี๊ยวน้ำหมู 1,500 ชาม, กาแฟสด 2,500 แก้ว, นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. เส้นหมี่ซั่วไก่เทอริยากิ 1,000 จาน ข้าวน้ำพริกผักสดหมูแดดเดียว 1,000 จาน ข้าวซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน 1,000 จาน ข้าวฉู่ฉี่ไก่ทอดกรอบ 1,000 จาน มื้อบ่าย 16.00 น. ประกอบด้วย ขนมไทย 1,000 กล่อง ข้าวเหนียวไก่ทอด 1,000 ชุด เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง และ มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ประกอบด้วย ข้าวเหนียวลาบหมูแดดเดียว 2,000 ชุด ข้าวไก่ทอดเจและหมูเจ 2,000 จาน น้ำคลอโรฟิลด์ 240 ขวด น้ำกระเจี๊ยบ 1,000 แก้ว ไอศครีม 16 ถัง น้ำดื่มสมุนไพร 700 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

พสกนิกรทั่วไทยอาลัย เข้าถวายบังคมพระบรมศพเนืองแน่น (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249761

พสกนิกรทั่วไทยอาลัย เข้าถวายบังคมพระบรมศพเนืองแน่น (ประมวลภาพ)

พสกนิกรทั่วไทยอาลัย เข้าถวายบังคมพระบรมศพเนืองแน่น (ประมวลภาพ)

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.02 น.

22 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.45 น. เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้ที่นั่งบนรถวีลแชร์ทยอยเข้าเป็นกลุ่มแรก และในเวลา 04.50 น. เป็นประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาเข้าแถวรอตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

ด้าน นางรุ่งนภา เตรียมเวชวุฒิไกร อายุ 72 ปี ประธานคณะทำงานเหล่ากาชาด จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับสมาชิกเหล่ากาชาด ต.เมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น จำนวน 76 คน เพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกๆ ด้านให้กับปวงชนชาวไทยเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท โดยเฉพาะหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่พวกเราน้อมนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน มีความพอประมาณ ไม่ทำอะไรที่เกินตัว และมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน ซึ่งเหล่ากาชาดทุกคนก็ถือปฏิบัติ

“ที่ผ่านมาเรามีกิจกรรมถวายความอาลัยและน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เกือบทุกวัน เช่น ร่วมกันสวดมนต์ถวาย ปล่อยปลา ปั่นเพื่อพ่อ และไปช่วยกันเกี่ยวข้าวที่โรงเรียนพลปลูกไว้ ในโครงการหนึ่งเดียวเกี่ยวเพื่อพ่อ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งใน ต.หนองแวงนางเบ้า ต.โคกสง่า อ.พล ก็มีศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง มีเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรี ทำไร่นาสวนผสม โดย กฟผ.ได้แบ่งที่ดินให้ชาวบ้านเข้าไปเป็นสมาชิกในการปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ แล้วจัดเป็นตลาดนัดปลอดสารพิษให้สมาชิกนำผลผลิตมาจำหน่าย ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพ มีรายได้ ส่วนโรงเรียนก็จะมีการสอนเกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ให้นักเรียนปลูกผักเสี้ยงสัตว์ด้วยเพื่อนำมาใช้ประกอบเป็นอาหารกลางวัน ถือว่าแนวทางของพระองค์มีประโยชน์มาก จึงรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น” นางรุ่งนภา กล่าว

นายพัสกร โตเสน่ห์ อายุ 43 ปี หัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนนครไทย จ.พิษณุโลก นำคณะลูกเสือ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ และยุวกาชาด กว่า 200 คน ร่วมกันสวมชุดเครื่องแบบกิจกรรมมาถวายบังคมพระบรมศพ โดยเปิดเผยว่า เราต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อลูกเสือ พระองค์ทรงทำให้กิจการลูกเสือได้ถูกรื้อฟื้นให้คืนคงสถานะเดิมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ทำให้การลูกเสือในประเทศไทยได้เริ่มต้นเคลื่อนไหวเข้มแข็งขึ้นมาใหม่ และเพื่อถวายความเคารพต่อพระองค์ท่าน ในปีนี้จึงไม่ได้จัดให้มีการเข้าค่ายลูกเสือ

นายพัสกร กล่าวว่า ในฐานะของลูกเสือ เราได้สูญเสียประมุขไป แต่สิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำยังคงอยู่ ที่ผ่านมาพระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในลูกเสือทั้งลูกเสือสากลและลูกเสือชาวบ้าน ทรงเข้าพระราชหฤทัยในหลักจิตวิทยาพฤติกรรมมนุษย์และจิตวิทยาสังคมอย่างลึกซึ้ง ทรงเล็งเห็นว่ากิจกรรมลูกเสือนั้นสามารถพัฒนาคนให้เป็นคนดี มีคุณธรรมเพื่อเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติได้  ทรงเป็นองค์ประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติที่พวกเราเคารพรัก และเทิดทูน การมาครั้งนี้อยากให้ลูกเสือรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ในตรงนี้ เพื่อตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อคณะลูกเสือไทย

นายก่อเกียรติ พานพรม อายุ 15 ปี และนายสุวัชชัย วัฒนวิทย์ อายุ 15 ปี ลูกเสือที่เดินทางมาในวันนี้เปิดเผยว่า ตนรู้สึกปลาบปลื้มที่ได้มีโอกาสเข้าถวายบังคมพระบรมศพ และภูมิใจที่ได้สวมชุดลูกเสือที่มีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นองค์ประธาน และตนก็เคยเห็นพระองค์ทรงเครื่องแบบลูกเสือ รู้สึกถึงความสง่างาม ตนมีความประทับใจในหลวง ร.9 ในทุกเรื่อง ทรงช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถเลี้ยงตัวเองได้ โดยอนาคตอยากทำงานด้านการพัฒนาคนให้เป็นคนดีต่อไปด้วย

ด.ญ.ธุมวดี อินจัน หรือน้องตวง อายุ 14 ปี นักเรียนผู้บำเพ็ญประโยชน์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครไทย จ.พิษณุโลก กล่าวด้วยความตื้นตันใจที่ได้มาถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ว่า ดีใจมากที่ได้มีโอกาสมากราบพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพราะ อ.นครไทย อยู่ค่อนข้างไกลจากกรุงเทพฯ โอกาสที่จะได้เดินทางมามีไม่มากนัก เมื่อทราบจากทางโรงเรียนว่าจะมีการจัดพานักเรียนมาถวายบังคมพระบรมศพก็ตั้งตาคอย ได้ออกเดินทางโดยรถบัสจากโรงเรียน ตั้งแต่ 5 โมงเย็น วันที่ 21 ธันวาคม และเดินทางมาถึงยังบริเวณท้องสนามหลวง ราวตี 1-2 วันนี้ ก่อนจะรอต่อแถวและได้เข้ากราบถวายสักการะ ซึ่งความรู้สึกขณะที่ได้เข้าถวายบังคมในหลวงรัชกาลที่ 9 ตื้นตันใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

“หนูได้ฟังเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 จากครอบครัวและครูที่โรงเรียน รวมทั้งยังได้ดูข่าวพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่ทรงงานหนักเพื่อประชาชน หนูจึงได้ยึดในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตน เพราะพระองค์ท่านเป็นถึงพระมหากษัตริย์แต่ทรงปฏิบัติกับประชาชนอย่างไม่ถือพระองค์ ทั้งนี้ ยังยึดท่านเป็นแบบอย่างด้านดนตรี ซึ่งพระองค์ท่านทรงมีระเบียบวินัยและมีความอดทนในการฝึกซ้อม ปัจจุบันหนูเรียนกีตาร์ เมื่อมีการฝึกซ้อมแล้วเหนื่อยหรือท้อ พ่อแม่ก็ให้กำลังใจโดยให้นึกถึงพระองค์ท่านที่ทรงเหนื่อยมากกว่าพวกเรามาก ทำให้มีกำลังใจกลับมา นอกจากกีตาร์แล้ว ยังอยากที่จะฝึกเป่าแซกโซโฟนเหมือนอย่างพระองค์ท่าน โดยเพลงพระราชนิพนธ์ฝึกร้องเป็นเพลงแรก คือเพลงใกล้รุ้ง และเพลงพระราชนิพนธ์ที่ชอบเป็นพิเศษ คือ เพลงชะตาชีวิต ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีความชื่นชอบด้านดนตรี แต่เมื่อโตขึ้นอยากจะเป็นแพทย์ทหาร เพราะเห็นจากการทรงงานของพระองค์ท่าน ที่เมื่อเสด็จไปเยี่ยมเยือนประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศ จะมีแพทย์ตามเสด็จไปด้วย ซึ่งตนเองอยากจะปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

สำนักพระราชวังสรุปยอดปชช. เข้าถวายบังคมพระบรมศพวานนี้54,339คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249740

สำนักพระราชวังสรุปยอดปชช. เข้าถวายบังคมพระบรมศพวานนี้54,339คน

สำนักพระราชวังสรุปยอดปชช. เข้าถวายบังคมพระบรมศพวานนี้54,339คน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 11.25 น.
22 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.59 ตั้งแต่เวลา 04.45 -23.30 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 54,339 คน รวม 52 วัน มีจำนวน 2,081,918 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล จำนวน 5,082,062.75 บาท รวม 52 วัน มียอดเงินรวมทั้งสิ้น 165,088,553 บาท

โอละพ่อ2นร.นางฟ้าศึกษาต่อสัตวแพทย์ มหิดลแถลงปัดให้โควต้าพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249737

โอละพ่อ2นร.นางฟ้าศึกษาต่อสัตวแพทย์ มหิดลแถลงปัดให้โควต้าพิเศษ

โอละพ่อ2นร.นางฟ้าศึกษาต่อสัตวแพทย์ มหิดลแถลงปัดให้โควต้าพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 10.49 น.
22 ธ.ค. 59 จากกรณีโลกสังคมออนไลน์ต่างพากันชื่นชมวีรกรรมของ น.ส.วรรณภา มาณะการณ์ หรือน้องแอ๋ม อายุ 15 ปี และ น.ส.อรนีย์ จันทรยก หรือน้องแอว อายุ 16 ปี สองนักเรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 ที่เข้าไปช่วยเหลือสุนัขตัวหนึ่งซึ่งถูกรถชนกลางสี่แยกโป๊ะหมอ ถนนกาญจนวนิช เขตเทศบาลเมืองบ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนกลายเป็นข่าวดัง และในเวลาต่อมามีกระแสข่าวระบุว่า มหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมมอบทุนการศึกษา และโควต้าให้นักเรียนหญิงทั้งสองคน ให้ได้เข้าเรียนต่อในคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 6 นั้นล่าสุด รศ.นายสัตวแพทย์ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า ขอชื่นชมนักเรียนทั้งสองที่มีเมตตาต่อสัตว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของสัตวแพทย์ที่ดี นอกเหนือไปจากความรู้ทางวิชาการด้านอื่นๆ ซึ่งการรับเข้าศึกษาต่อในสาขาสัตวแพทย์นั้น ต้องนำคุณสมบัติทั้งสองส่วนนี้มาประกอบกัน และเป็ฯไปตามมาตรฐาน ระเบียบ และขั้นตอนของมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่สามารถพิจาณารับเข้าศึกษาด้วยคุณสมบัติเพียงอย่างหนึ่งอย่างใดโดยไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ได้

ทั้งนี้ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่เคยติดต่อหรือยื่นข้อเสนอในการรับหรือให้ทุนกับนักเรียนทั้งสอง เพื่อเข้าศึกษาตามที่ตกเป็นข่าวแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางตรงกับอาจารย์หรือกับนำเรียน ดังนั้นข่าวดังกล่าวจึงไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตาม ได้พิจารณามอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติและทุนสนับสนุนการศึกษาจำนวนหนึ่ง พร้อมให้โอกาสเข้าร่วมปฏิบัติงานเพื่อการเรียนรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์และการเป็นสัตวแพทย์

ข่าวที่เกี่ยวข้องเธอคือนางฟ้า!นร.หญิงฝ่าฝูงรถช่วยสุนัข หลังถูกชนสาหัสไร้คนเหลียวแล (ชมคลิป)

2 เดือน เด็กอาชีวะ ล่า 5 รางวัล จาก 7 ประเทศในงานสิ่งประดิษฐ์นศ.นานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249617

2 เดือน เด็กอาชีวะ ล่า 5 รางวัล จาก 7 ประเทศในงานสิ่งประดิษฐ์นศ.นานาชาติ

2 เดือน เด็กอาชีวะ ล่า 5 รางวัล จาก 7 ประเทศในงานสิ่งประดิษฐ์นศ.นานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนธันวาคม 2559 ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เปิดเผยสิ่งประดิษฐ์ 5 ผลงาน ของนักศึกษาอาชีวศึกษาที่ได้รับรางวัลจากงานนิทรรศการในเวทีนานาชาติให้ทราบว่า 5 ผลงานดังกล่าวได้รับการคัดเลือกโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้การสนับสนุนในการเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการในเวทีนานาชาติ และสามารถไปคว้ารางวัล ต่างๆ คือ 1.เวที International Exhibition of Inventions Kunshan (IEIK 2016) จัดขึ้น ณ เมืองคุนซาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2559 ได้รับรางวัลเหรียญเงิน และรางวัลเกียรติยศ จากประเทศเกาหลีใต้ และประเทศฟิลิปปินส์ จากผลงานวิจัย “อุปกรณ์เก็บขยะ” ของ วิทยาลัยการอาชีพอู่ทอง และรางวัลเหรียญเงิน และรางวัลเกียรติยศ จากประเทศรัสเซีย จากผลงานวิจัย “เครื่องตัดอิฐมวลเบา” ของ วิทยาลัยเทคนิคตราด 2.เวที Kaohsiung International Invention and Design EXPO (KIDE 2016) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2559 ณ เมืองเกาสง ประเทศไต้หวัน ได้รางวัลเหรียญทองแดง และรางวัลเกียรติยศ จากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และประเทศมาเลเซีย จากผลงาน “รถกอล์ฟไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยอินดักชั่นมอเตอร์ระบบพลังงานหมุนเวียน” เป็นผลงานของวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ 3.เวที Seoul International Invention Fair 2016 (SIIF2016) ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 ธันวาคม 2559 ได้รับรางวัลเกียรติยศ จากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ในผลงานเรื่อง “เครื่องล้างและอัดจาระบีตลับลูกปืนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” และผลงานเรื่อง“เครื่องหว่านลูกหอยแครงสู่แปลงเลี้ยงกึ่งอัตโนมัติ” ผลงานของวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี

ซ่ากันทั้งเมืองพิษณุโลก เมื่อคนทั้งหมดร่วมใจกันเป็นหนึ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249614

ซ่ากันทั้งเมืองพิษณุโลก เมื่อคนทั้งหมดร่วมใจกันเป็นหนึ่ง

ซ่ากันทั้งเมืองพิษณุโลก เมื่อคนทั้งหมดร่วมใจกันเป็นหนึ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ในที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ แปลงปลูกพืชสมุนไพร วัดสะกัดน้ำมัน บ้านวังส้มซ่า ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้มีการส่งเสริม และขยายพันธุ์ ส้มซ่า โดยมีผู้แทนจากภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้นำชุมชน และชาวบ้านวังส้มซ่า ร่วมใจกันปลูกต้นส้มซ่า จำนวน 99 ต้น เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกของคนในชุมชนในการอนุรักษ์ต้นส้มซ่าพืชสมุนไพรดั้งเดิมของท้องถิ่นให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ตลอดจนเป็นการสร้างสานความสัมพันธ์อันดีกับองค์กรต่างๆ ในจังหวัดพิษณุโลกให้เกิดความร่วมมือกันในการพัฒนาต่อยอดพืชสมุนไพรส้มซ่าต่อไป

นายเผอิญ พงษ์สีชมพู ประธานศูนย์เรียนรู้การใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า “ส้มซ่า”เป็นพืชสมุนไพรดั้งเดิมของท้องถิ่นที่มีมาแต่อดีต โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาได้มีการรณรงค์ให้ทุกครัวเรือนปลูกส้มซ่าอย่างน้อยบ้านละ 1 ต้นและสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า ภายใต้การดูแลของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พร้อมเปิดให้บริการส้มซ่าสปาเพื่อสุขภาพ ทั้งยังได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อมุ่งมั่นที่จะอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรชีวภาพในท้องถิ่น ตลอดจนการสืบสาน ประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ทั้งยังเป็นขุมความรู้ เป็นคลังแห่งปัญญาสำหรับนักเรียน นักศึกษา ประชาชน เป็นศูนย์ต้นแบบให้กับชุมชนและองค์กรอื่นๆ ต่อไป

ถ้าทุกจังหวัดของประเทศไทย จะมีการทำกิจกรรมประเภทส่งเสริมอนุรักษ์ของดีในท้องถิ่นเพียงแค่ จังหวัดละอย่าง ประเทศไทยก็จะมีของดีที่ทำให้คนทั่วโลกต้องยอมรับ เกือบร้อยอย่างและสามารถสร้างรายได้ให้กับพลเมืองและประเทศได้อย่างแน่นอน โดยไม่ต้องลงทุนแบบ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” เหมือนอย่างรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา ภาษาเด็กยุคไทยแลนด์ 4.0 เขาเรียกว่า “ซ่าอย่างมีคุณค่า”

เปิดนิทรรศการ เฉลิมพระเกียรติร.9 ฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249717

เปิดนิทรรศการ เฉลิมพระเกียรติร.9 ฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์

เปิดนิทรรศการ เฉลิมพระเกียรติร.9 ฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เปิดนิทรรศการ

เฉลิมพระเกียรติร.9

ฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์

เล่าพระประวัติราชวงศ์จักรี

กราบพระบรมศพทะลุ2ล้าน

ศาลาว่าการพระราชวังจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ“ในหลวง ร.9” ให้ประชาชนเข้าชมฟรีทุกวัน เผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ เหตุการณ์สำคัญในรัชสมัย รวมถึงภาพยนตร์ส่วนพระองค์ ขณะที่ยอดถวายสักการะพระบรมศพ 51 วัน ทะลุ 2 ล้านคนร่วมถวายเงินทำบุญกว่า 160 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

โดยเวลา 07.00 น. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 20 ธันวาคม

จากนั้นเวลา 10.30 น.นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ขณะที่บรรยากาศโดยรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ยังมีประชาชนเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังอย่างเนืองแน่น โดยสำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.45 น. ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมมีจำนวน 53,884 คนรวม 51 วันมี 2,027,579 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,482,399.50 บาท รวม 51วัน เป็นเงิน 160,006,490.25 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาว่าการพระราชวัง ภายในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดห้องแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ โดยแบ่งเป็นนิทรรศการหมุนเวียน ประกอบด้วย ตู้นอน 6 ตู้ และตู้ยืน 4 ตู้ บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่สมุดไทยดำหรือสมุดข่อย ซึ่งเป็นสมุดที่เขียนเรื่องราวบันทึกเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่รัชกาลที่1-6 ปฏิทินหลวงที่พระราชทานให้ประชาชนที่มาลงนามถวายพระพรในวันขึ้นปีใหม่ โดยมีทั้งหมด7สีตามสีประจำวันในปีนั้นๆ ซึ่งเล่มที่นำมาจัดแสดงที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด คือปฏิทินหลวงปี พ.ศ.2492, ตู้จัดแสดงพระราชพิธีสำคัญ 12 เดือน โดยในขณะนี้ได้จัดแสดงพระราชพิธีสำคัญของในหลวง รัชกาลที่ 9 เช่น พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก การจัดแสดงเอกสารพระราชหัตถเลขาและพระปรมาภิไธยในรัชกาลที่ 5-7 การจัดแสดงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนเป็นที่มาของการถวายพระราชสมัญญานามว่า “กษัตริย์นักพัฒนา” ทั้งยังเป็นที่มาของการทูลเกล้าฯถวายรางวัลจากองค์กรต่างๆทั่วโลก ซึ่งมีจัดแสดงในตู้ถัดมา

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการถาวร ประกอบด้วย ตู้หนังสือราชกิจจานุเบกษา ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงบันทึกด้วยพระองค์เองมาจัดแสดงนาน 30 นาที นิทรรศการพระราชประวัติตั้งแต่ประสูติ จนถึงทรงผนวช นิทรรศการพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติในวโรกาสต่างๆ อาทิ 25 ปี 50 ปี และ 60 ปี ตู้จัดแสดงของที่ระลึกซึ่งพระราชอาคันตุกะจากประเทศต่างๆ ทูลเกล้าฯ ถวาย แผนผังแสดงลำดับราชสกุลวงศ์จักรี รวมถึงการจัดแสดงข้อมูลและภาพหมู่มหามณเฑียร และหมู่มหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง โดยห้องจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าชมฟรีเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น.

ด้านพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) แถลงหลังประชุมว่า ที่ประชุมหารือถึงการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีที่สนามหลวง ที่กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพว่า กอร.รส.มีส่วนรับผิดชอบการจัดเตรียมสถานที่ โดยวันที่ 31 ธันวาคมจะจัดงานที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้ โดยเตรียมเก้าอี้ไว้ 30,000 ตัว ซึ่งจะเปิดงานเวลา 23.30 น. ในส่วนการดูแลคงต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 22 ธันวาคมอีกครั้ง ทั้งเรื่องการอำนวยความสะดวก การดูแลความปลอดภัย ส่วนวันที่ 1 มกราคมที่สำนักพระราชวังแจ้งปิดการสักการะพระบรมศพ 1 วัน แต่เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ที่ศาลาสหทัยสมาคมนั้น กอร.รส.ก็ทำหน้าที่ตามเดิม แต่เบื้องต้นการเปิดจุดคัดกรองจะไม่เปิดให้เข้าตอนเช้ามืดเหมือนที่ผ่านมา อาจเปิดช่วงเวลา 07.00 น. พร้อมกันนี้ ขอย้ำว่า ขอให้ประชาชนที่เดินทางมากราบพระบรมศพดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี ใครมีโรคประจำตัวขอให้พกยา และเขียนรายละเอียดใส่กระดาษติดตัวด้วย เพื่อให้ทีมแพทย์ช่วยเหลือได้เร็วหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ขณะที่นายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์เปิดเผยว่า หลังเสร็จพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมให้สำนักช่างสิบหมู่ ที่จ.นครปฐมแล้ว อุทยานฯนำตอไม้จันทน์หอมที่ตัดมาทั้งหมด 9 ต้น ส่งให้นักวิชาการจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อตรวจสอบอายุไม้ สำหรับปีกไม้ที่เหลือจากการแปรรูป ยังเก็บรักษาไว้ที่ที่ทำการอุทยานฯ เพราะสำนักช่างสิบหมู่อาจต้องการใช้ไม้จันทน์หอมเพิ่มเติม เพื่อนำไปจัดสร้างพระโกศทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ดอกไม้จันทน์และฉลุลายประดับพระเมรุมาศ ในพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายศรีสวัสดิ์ บุญมา กำนันตำบลหาดขาม อ.กุยบุรี เจ้าของรถบรรทุกไม้จันทน์หอมทะเบียน 81–3390 ประจวบคีรีขันธ์ และทะเบียน 81 – 0434 ประจวบคีรีขันธ์บอกเล่า ด้วยความปลาบปลื้มว่า ดีใจที่สุดในชีวิตที่มีโอกาสร่วมนำไม้จันทน์หอมไปส่งสำนักช่างสิบหมู่ เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เช่นเดียวกับรถบรรทุกทะเบียน80–8075 ประจวบคีรีขันธ์ของนายมานพ ตั้งบูรพาจิตร์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งเจ้าของรถทุกคันถือเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตที่ได้มีโอกาสร่วมพิธีดังกล่าว เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 และจะน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติในการดำเนินชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันประชาชนจำนวนมากพากันหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ตรงกับหมายเลขทะเบียนรถบรรทุกไม้จันทน์หอมทั้ง 3คัน ประกอบด้วย ทะเบียน80- 8075ประจวบคีรีขันธ์ ทะเบียน81- 3390ประจวบคีรีขันธ์และทะเบียน 81–0434ประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งจำนวนไม้จันทน์หอม 1,461 แผ่น ไม้เสา 46ท่อนและเลขค้อนตอไม้จันทน์หอมขณะผ่านด่านปากท่อ จ.ราชบุรี หมายเลข 8047