แสงเรืองรองที่เกิดในภาคใต้ ความภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249616

แสงเรืองรองที่เกิดในภาคใต้ ความภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ

แสงเรืองรองที่เกิดในภาคใต้ ความภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ากการรวมตัวกันของนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) จัดเสวนากันใน “เรื่องประวัติศาสตร์สงขลาสู่มรดกโลก” โดยมีเป้าหมายผลักดันให้เมืองสงขลา เป็นเมืองประวัติศาสตร์ในมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของไทย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ควรรักษาอนุรักษ์เอาไว้ให้เป็นสมบัติของชาติต่อไปในอนาคต และเพื่อประกาศความมีอารยธรรมของชนชาติในภูมิภาคนี้ ให้ปรากฏสู่สายตาของคนทั้งโลก

นายบรรจง ทองสร้าง  ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มรภ.สงขลา กล่าวในการสัมมนาว่า จากประวัติศาสตร์ สงขลาถือเป็นเมืองสำคัญของภาคใต้ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน และมีความเจริญรุ่งเรืองด้านศิลปวัฒนธรรมตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ชุมชนสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ของสงขลาน่าจะเริ่มพัฒนาขึ้นบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ โดยปรากฏหลักฐานชัดเจนเมื่อเข้าสู่พุทธศตวรรษที่ 12 และรุ่งเรืองเรื่อยมาจนกระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่18-19 โดยได้ค้นพบชุมชนโบราณกระจายอยู่หลายชุมชน ที่สำคัญมี 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนโบราณปะโอ ชุมชนโบราณสทิงพระ ชุมชนโบราณบริเวณเขาคูหา-เขาพะโคะ และชุมชนโบราณสีหยังประวัติศาสตร์ของเมืองสงขลาได้เริ่มขึ้นอย่างแท้จริงประมาณพุทธศตวรรษที่ 22-24 สามารถแบ่งศูนย์กลางปกครองได้ 3 แห่ง โดยมีลำดับพัฒนาการ ได้แก่ เมืองสงขลาหัวเขาแดง (เมืองสิงขระ) เมืองสงขลาฝั่งแหลมสนและเมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง

สำหรับนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ และองค์กรที่เข้าร่วมในการสัมมนาในครั้งนี้ประกอบด้วย เทศบาลนครสงขลา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยทักษิณ มรภ.สงขลา รร.มหาวชิราวุธ และสมาคมอิโคโมสไทย และมีการบรรยายพิเศษ จากนักประวัติศาสตร์ อาทิ ศาสตราจารย์ EmmanuelGuillon สถาบันภาษาและวัฒนธรรมตะวันออก(INALCO Institut National des Languesetdes Civilsations Orientales) มหาวิทยาลัยปารีส ผู้เชี่ยวชาญด้านอารยธรรมโบราณของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พูดเรื่อง “ประชากรและกระแสวัฒนธรรมยุคโบราณบนคาบสมุทรมลายู”, และ ศาสตราจารย์ ดร.ครองชัย หัตถา พูดเรื่อง “เมืองท่าการค้าโบราณทางฝั่งตะวันออกที่เกี่ยวเนื่องกับเมืองสงขลา”

ทั้งนี้ทั้งนั้น เนื้อหาในการสัมมนาจะวางกรอบที่เกี่ยวกับหลักฐานทางโบราณคดีเมืองสงขลา ใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1.พลวัตทางสังคม-วัฒนธรรม ระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกที่เกี่ยวเนื่องกับเมืองสงขลา 2.สงขลาในอนุกรมเวลามุมมองผ่านเอกสารโบราณ 3.สงขลาในสมัยประวัติศาสตร์ สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ 4.กายภาพโบราณของสงขลาก่อนการก่อเกิดทรัพยากรและการตั้งชุมชน และ 5. การใช้ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์เพื่อขอขึ้นทะเบียนสงขลาเป็นมรดกโลก

จากข้อมูล และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของนักวิชาการที่ได้มาร่วมเสวนากันในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้อย่างสูงว่า อีกไม่นาน ชาวใต้คงจะได้มีเมืองมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจ

ทูลกระหม่อมหญิงฯพระราชทาน พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249702

ทูลกระหม่อมหญิงฯพระราชทาน พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงร.9

ทูลกระหม่อมหญิงฯพระราชทาน พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงร.9

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 19.47 น.

21 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูเทวาพิทักษ์ มายังเต็นท์มูลนิธิโครงการทูบีนัมเบอร์วัน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี บริเวณหน้าอาคารทำเนียบองคมนตรี ตรงข้ามประตูเทวาพิทักษ์ เพื่อพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมอาหารและของว่าง ประกอบด้วย ข้าวเหนียวหมูทอดนิตยา จำนวน 600 กล่อง แซนด์วิชฟาร์มเฮ้าส์ 1,500 ชิ้น และยาคูลท์ 1,000 ขวด แก่ประชาชนที่เดินทางมาสักการะและแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีประชาชนมาเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างเนืองแน่น

นอกจากนี้ ยังมีศิลปิน นักร้อง และนักแสดง เฝ้าฯ รับเสด็จ และร่วมเป็นจิตอาสาภายในเต็นท์ อาทิ ก้อง – ปิยะ เศวตพิกุล , ไอซ์ – ศรัณยู วินัยพานิช , บิ๊ก – กฤษฎา จันทร์ดี เดอะสตาร์ 12 , หญิง – ลินทร์พิตา จินดาภู เดอะสตาร์ 11

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จมายังเต็นท์มูลนิธิโครงการทูบีนัมเบอร์วันฯ ประชาชนที่เฝ้าฯ รับเสด็จ ต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ในการนี้ทรงแย้มพระสรวล และมีพระปฏิสันถารกับประชาชนอย่างใกล้ชิด สร้างความปลื้มปีติแก่ประชาชนอย่างยิ่ง

มธ.คว้ารางวัลองค์กรดีเด่นระบบการคลังดีเลิศประจำปี59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249701

มธ.คว้ารางวัลองค์กรดีเด่นระบบการคลังดีเลิศประจำปี59

มธ.คว้ารางวัลองค์กรดีเด่นระบบการคลังดีเลิศประจำปี59

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 19.36 น.
21 ธ.ค.59 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล รองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับมอบโล่รางวัล “องค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง” ประจำปีงบประมาณ 2559 ด้านการเบิกจ่ายระดับดีเลิศ จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยรางวัลดังกล่าวมอบให้องค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ได้มาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้

พระสงฆ์-แม่ชี-ฆราวาส400ชีวิต เดินเท้ามุ่งหน้ากทม.กราบพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249645

พระสงฆ์-แม่ชี-ฆราวาส400ชีวิต  เดินเท้ามุ่งหน้ากทม.กราบพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

พระสงฆ์-แม่ชี-ฆราวาส400ชีวิต เดินเท้ามุ่งหน้ากทม.กราบพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 16.32 น.

21 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะพระสงฆ์ สามเณร แม่ชีและฆราวาส จำนวนกว่า 400 ชีวิต จากวัดป่าไทรงาม หมู่ที่ 4 ต.ไทรงาม  อ.ไทรงาม  จ.กำแพงเพชร มุ่งหน้าเพื่อกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9  ซึ่งเดินผ่านเข้า ต.องครักษ์  อ.โพธิ์ทอง  จ.อ่างทอง โดยเดินเท้าเป็นขบวนพร้อมรูปพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ไปตามถนนสิงห์บุรี – อ่างทอง (สายใน) เป็นขบวนยาวกว่า 2 กิโลเมตร โดยใช้ชื่อว่าเดินธุดงค์ 59 กราบเท้าพ่อหลวง แสดงความอาลัยและแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 รวมระยะทางกว่า 365 กิโลเมตร

ด้านพระครูโสภณ วชิรกิจ เจ้าอาวาสวัดป่าไทรงาม กล่าวว่า ทางวัดป่าไทรงามได้จัดเดินจาริกธุดงค์และปฏิบัติธรรมขึ้นระหว่างเดือนธันวาคมของทุกปี ในครั้งนี้เป็นปีที่ 9 โดยใช้ชื่อว่า เดินธุดงค์ 59 กราบเท้าพ่อ ซึ่งในปีนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสด็จสู่สวรรคาลัย จึงได้พร้อมใจกันร่วมเดินเท้าออกจากวัดป่าไทรงาม จ.กำแพงเพชร โดยมีพระสงฆ์ จำนวน 66 รูป สามเณร 2 รูป แม่ชี 4 คน และฆราวาส 360 คน ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา เดินเท้ามุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

ในวันที่ 25 ธันวาคม 2559 ที่จะถึงนี้ รวมระยะทางกว่า 365 กิโลเมตร ซึ่งใน 1 วัน จะเดินวันละ 25 กิโลเมตร สูงสุดถึง 35 กิโลเมตร และจะแวะพักตามวัดต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ตลอดเส้นทางเดินผ่านเมื่อเดินถึงระยะทาง 9 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดเขียน ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นวัดที่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะไปพักแรมในคืนวันนี้ ก่อนรุ่งเช้าจะเดินทางต่อไปพักแรมยังวัดท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเดินเท้ามุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ เพื่อกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

ฟื้นวิถีชีวิตชาวเชียงของเปิดตัวโรงหนังเก่า50ปี บนถนนแห่งจินตนาการกาดกองแก้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249628

ฟื้นวิถีชีวิตชาวเชียงของเปิดตัวโรงหนังเก่า50ปี  บนถนนแห่งจินตนาการกาดกองแก้ว

ฟื้นวิถีชีวิตชาวเชียงของเปิดตัวโรงหนังเก่า50ปี บนถนนแห่งจินตนาการกาดกองแก้ว

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 15.39 น.

21 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า ที่โรงหนังเก่า ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย นายทัศนัย สุธาพจน์ นายอำเภอเชียงของแถลงข่าวการจัดงานถนนคนเดินกาดกองแก้งถนนแห่งจินตนาการวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไทย-ลาว เล่าเรื่องเมืองเชียงของ อดีต ปัจจุบัน อนาคต เปิดตัวโรงหนังเก่ากว่า 50 ปี

โดย นายทัศนัย กล่าวว่า อำเภอเชียงของ เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ในยุทธศาสตร์แนวอำเภอชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง มีเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้วสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ในฝั่งตรงข้ามในปัจจุบันมีสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย เป็นจุดเชื่อมโยงข้ามสู่แผ่นดินสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและเป็นการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบของถนน R3A โดยสามารถเดินทางสู่ประเทศจีนตอนใต้มณฑลยูนานด้วยระยะทางเพียง 250 กิโลเมตร ประกอบกับคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษได้กำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 โดยกำหนดให้ท้องที่ในทุกตำบลในอำเภอเชียงของ เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงรายเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2558

นายทัศนัย กล่าวด้วยว่า การท่องเที่ยวอำเภอเชียงของ มีการพัฒนาจากบริบทการเป็นพื้นที่เมืองชายแดนภายใต้วิถีการดำเนินชีวิตเชื่อมโยงวัฒนธรรมตามอัตลักษณ์ชุมชนท้องถิ่นที่มีแม่น้ำโขงเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตคนในชุมชนเชื่อมต่อการค้าชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ จากการที่เป็นเมืองสำคัญรองรับการท่องเที่ยวพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ จึงได้จัดถนนคนเดินกาดกองแก้ว เพื่อส่งเสริมการค้าขายของคนในชุมชนซึ่งเป็นกิจกรรมหลักในการดำเนินชีวิตให้กลับมาโดดเด่นกระตุ้นการบริโภคในพื้นที่และชักจูงนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเชียงของ

โดยถนนคนเดินกาดกองแก้ว(ถนนสายกลาง) ในภาษาเหนือ กาด คือ ตลาด กอง คือ ถนน แก้ว คือ อยู่ติดกับวัดพระแก้ว จึงตั้งชื่อว่ากาดกองแก้ว ซึ่งในตลาดถนนคนเดินกาดกองแก้วจะมีผลิตภัณฑ์จากกลุ่มชนเผ่าชาติพันธุ์ ผลิตภัณฑ์โอท๊อปของชุมชน มีพื้นที่ที่แสดงออกถึงวิถีชีวิตคนท้องถิ่น รวมไปถึงสินค้าที่หลากหลายซึ่งได้กำหนดจัดให้มีขึ้นทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ไปจนถึงเวลา 21.00 น. เพื่อเป็นการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวบนถนนแห่งจินตนาการที่มีรอยยิ้ม และมิตรภาพของคนในพื้นที่ และคนต่างถิ่น ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในพื้นที่อำเภอเชียงของจะได้รับความประทับใจและต้องการกลับมาเยือนจีนของอีกครั้ง

“สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเชียงของนอกจากจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของ 2 ฝั่งแม่น้ำโขง และเดินเลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นแล้ว ยังจะได้ชมบรรยากาศโรงหนังเก่าที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการฉายหนัง โปสเตอร์ ที่นั่ง ในยุคเก่า ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในอำเภอเชียงของ อีกด้วย”นายทัศนัย กล่าว

บรรยากาศประชาชนเนืองแน่น เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249611

บรรยากาศประชาชนเนืองแน่น เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

บรรยากาศประชาชนเนืองแน่น เข้าถวายบังคมพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.59 น.

21 ธ.ค.59 บรรยากาศพสกนิกรชาวไทยและนักเรียนจากโรงเรียนบ้านไร่วิทยา จ.แม่ฮ่องสอน ในชุดประจำท้องถิ่น เดินทางเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

พระเทพฯเสด็จเยี่ยมจนท.กรมชล หญิงสูงวัยปลื้มปีติทรุดตัวลงกราบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249603

พระเทพฯเสด็จเยี่ยมจนท.กรมชล หญิงสูงวัยปลื้มปีติทรุดตัวลงกราบ

พระเทพฯเสด็จเยี่ยมจนท.กรมชล หญิงสูงวัยปลื้มปีติทรุดตัวลงกราบ

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.49 น.

21 ธ.ค.59 บนโลกออนไลน์แห่แชร์ภาพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเยี่ยมบ้านพักเจ้าหน้าที่ชลประทาน โดยภาพดังกล่าวระบุว่ามีหญิงสูงวัย ได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดด้วยใบหน้าที่ปลื้มปีติพร้อมพนมมือไหว้

โดยบนแฟนเพจ เจ้าพ่อ คลิปเด็ด ระบุข้อความไว้ด้วยว่า “ภาพที่ไม่ค่อยได้เห็น เจ้าฟ้าคนเดินดิน ปรากฎพระองค์หน้าบ้านพัก เจ้าหน้าที่ชลประทาน อย่างไม่ถือพระองค์

#พสกนิกรทรุดตัวลงกราบแทบไม่ทัน #เป็นบุญตา #ขอพระองค์ทรงพระเจิรญ”

ขอบคุณ : เจ้าพ่อ คลิปเด็ด

ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249588

ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 11.24 น.

21 ธ.ค.59 เมื่อเวลา 07.00 น. ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินเป็นวันที่ 69 โดยมี นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 20 ธ.ค.

ในการนี้เป็นวันที่ 15 ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชานุญาตให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) โดยสำนักงานปลัดกระทรวง กก. กรมการท่องเที่ยว กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงพม. กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมพัฒนาสังคมและงสวัสดิการ การเคหะแห่งชาติ สำนักงานธนานุเคราะห์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมี สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมกิจการผู้สูงอายุ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 51วันกว่า2ล้านรายยอดเงิน160ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249583

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 51วันกว่า2ล้านรายยอดเงิน160ล.

สรุปยอดปชช.เข้าถวายบังคม 51วันกว่า2ล้านรายยอดเงิน160ล.

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 10.21 น.

21 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.59 ตั้งแต่เวลา 04.40 น.ของวันที่ 20 ธ.ค.ล่วงเลยมาจนถึงเวลา 00.30 น. ของวันที่ 21 ธ.ค. เนื่องจากยังมีประชาชนตกค้างมาเข้าแถวรออยู่อีกเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ขยายเวลาเพิ่มเพื่อให้ประชาชนได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพครบทุกคน

โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 53,884 คน รวม 51 วัน มีจำนวน 2,027,579 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวน 4,482,399.50 บาท รวม 51วัน มียอดเงินรวมทั้งสิ้น 160,006,490.25 บาท

‘พระมหาไพรวัลย์’งัด’บิ๊กแป๊ะ’ปมปฏิรูปพรบ.สงฆ์ แขวะมาโอดโอยตอนไร้ปัญญาจัดการ’ธรรมกาย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249576

'พระมหาไพรวัลย์'งัด'บิ๊กแป๊ะ'ปมปฏิรูปพรบ.สงฆ์ แขวะมาโอดโอยตอนไร้ปัญญาจัดการ'ธรรมกาย'

‘พระมหาไพรวัลย์’งัด’บิ๊กแป๊ะ’ปมปฏิรูปพรบ.สงฆ์ แขวะมาโอดโอยตอนไร้ปัญญาจัดการ’ธรรมกาย’

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 09.12 น.
21 ธ.ค. 59 จากกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนีหรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีบุกรุกพื้นที่ป่าก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซวัลเล่ย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา และทุจริตสหกรณ์ยูเนียนคลองจั่น โดยระบุตอนหนึ่งว่า สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ควรจะเอากรณีพระธัมมชโย ไปปฏิรูปพ.ร.บ.สงฆ์ ด้วย เนื่องจากองค์กรอื่นเขาปฏิรูปหมดแล้ว นั้น
ด้าน พระมหาไพรวัลย์ วรรณบุตร พระวัดสร้อยทอง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “ไพรวัลย์ วรรณบุตร” ถึงกรณีดังกล่าวว่า “เพิ่งจะมาโอดโอยเอาตอนที่ไม่มีปัญญาจัดการกับวัดพระธรรมกาย มันจะได้ไงล่ะ ไม่แฟร์เลย รัฐยังบริหารประเทศแบบเผด็จการรวบอำนาจเลย คณะสงฆ์ก็บริหารกิจการพระศาสนาแบบเผด็จการรวบอำนาจเหมือนกัน ก็ถูกแล้วนิ ถ้าอยากให้ปฏิรูปคณะสงฆ์ ก็คืนอำนาจให้ประชาชนก่อนสิ จะได้ทำการปฏิรูปข้าราชการทหารและตำรวจไปพร้อมพร้อมกันเลย ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบด้วย ให้มันสอดคล้องกันเป็นอันหนึ่งอันเดียว ทั้งศาสนจักรและอาณาจักร ใจใจหน่อยนะ อาตมาก็รอให้คณะสงฆ์ได้รับการปฎิรูปนานแล้ววว”