วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
‘มหัทธโนฤกษ์’
บวงสรวงราชรถ5องค์
กุยบุรีมอบไม้จันทน์หอม
‘กอร.รส.’ถกจัดกิจกรรม
สวดข้ามปี‘สนามหลวง’
กรมศิลป์ ถือฤกษ์ “มหัทธโนฤกษ์” บวงสรวงก่อนลงมือบูรณะ “ราชรถ-พระยานมาศ” 5 องค์เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 กำหนดดำเนินการแล้วเสร็จกันยายน 2560 ขณะที่ กอร.รส.เตรียมหารือจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีหรือจุดเทียนกลางท้องสนามหลวง
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่หกสิบเจ็ด เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล ซึ่งวันนี้หน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลังร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 19 ธันวาคม น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารและวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 18 ธันวาคม
เวลา 10.30 น.นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารและวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร
เวลา 16.30 น.นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิตเป็นประธาน บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.00 น.พล.ท.อาวุโส โต เลิม สมาชิกกรมการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และรมว.กระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งเวียดนามเดินทางมาลงนามถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในสมุดหลวง ณ ห้องแดง ศาลาว่าการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง
ขณะที่บรรยากาศเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันนี้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ ตั้งแต่เวลา 04.45 น.ตลอดทั้งวันมีพสกนิกรจากทั่วสารทิศเดินทางมาเข้าแถวเนืองแน่นเช่นทุกวัน ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เดินทางเข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.40-22.07 น.วันที่ 18 ธันวาคมมีจำนวน 49,131 คนรวม 49 วันมี 1,923,112 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 3,813,151.75 บาทรวม 49 วัน มียอดเงินรวม 150,927,439 บาท
ส่วน พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 แถลงหลังประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)ว่า ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เข้าถวายบังคมพระบรมศพเรียบร้อยดี แต่พบปัญหาเรื่องเจ้าหน้าที่รองรับไม่ทัน เพราะประชาชนเดินทางมาตั้งแต่ตี 3 เราจึงมีหน่วยบริการทางการแพทย์เพิ่มเติมทางทิศใต้ และมีทหาร ตำรวจ อปพร.มาเสริมนอกเวลาช่วงกลางคืน แต่อยากขอให้ประชาชนทยอยมาช่วงสายหรือช่วงบ่าย เพื่อดูแลได้ทั่วถึงและจนกว่าประชาชนจะหมด สำหรับช่วงปีใหม่รับแจ้งว่าอาจมีพิธีสวดมนต์ข้ามปีหรือจุดเทียนบริเวณสนามหลวง โดยกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะหารือข้อสรุปวันที่ 21 ธันวาคม เพราะต้องจัดเตรียมพื้นที่ เจ้าหน้าที่รองรับประชาชน
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือลงวันที่ 16 ธันวาคมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่อง การอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรมีรายละเอียดว่า สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า นายกรัฐมนตรีได้รับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อมอบให้ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนปวงชนชาวไทยอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ประดับบริเวณส่วนราชการและอาคารต่างๆตามความเหมาะสม เพื่อให้การปฏิบัติของจังหวัดเป็นไปในแนวทางเดียวกันด้วยความเรียบร้อยเหมาะสม จึงขอให้จังหวัดดำเนินการอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรประดับด้านหน้าศาลากลางหจังหวัดและให้ตรวจสอบดูแลพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรให้ถูกต้องเหมาะสม
เวลา 14.49 น. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นประธานพิธีบวงสรวงเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ โดยมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ วิบูลย์เวทย์บรมหงส์ พรหมพงศ์ พฤฒาจาริย์ ประธานพระครูพราหมณ์และหัวหน้าพราหมณ์หลวงนำบวงสรวง
พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า การจัดพิธีบวงสรวงเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เพื่อความเป็นสิริมงคลของผู้ดำเนินงาน โดยพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ กำหนดเวลาฤกษ์ดังกล่าวเป็นมหัทธโนฤกษ์ แปลว่า คนมั่งมี ผู้รุ่งเรือง เศรษฐี หลังจากนี้กรมศิลปากร กรมสรรพาวุธทหารบกและกรมอู่ทหารเรือ จะดำเนินงานบูรณะราชรถทั้ง 5 องค์ ประกอบด้วย พระมหาพิชัยราชรถ เวชยันตราชรถและราชรถน้อย 3 องค์ เกรินบันไดนาค 2 เกริน พระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ พระที่นั่งราเชนทรยาน และพระวอสีวิกากาญจน์ โดยกรมศิลปากรจะบูรณะ ซ่อมแซมงานตกแต่งและงานประดับที่เป็นงานประณีตศิลปกรรม ส่วนกรมสรรพาวุธทหารบกและกรมอู่ทหารเรือจะศึกษาตรวจสอบสภาพโครงสร้างราชรถ ระบบกลไก การเคลื่อนที่และการชักลาก ให้มั่นคงแข็งแรง การบูรณะจะเสร็จก่อนเดือนกันยายน 2560
ทั้งนี้ วันที่ 26 ธันวาคม เวลา 13.00 น.จะประชุมจัดสร้างพระเมรุมาศ ครั้งที่ 2 ที่กรมศิลปากร จากนั้นเวลา 16.19 น. เป็นกำหนดเวลาฤกษ์สำหรับการปักหมุดพระเมรุมาศ ประมาณวันที่ 20 มกราคม 2560 จะล้อมรั้วพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ เพื่อให้สำนักงานช่างสิบหมู่เข้าดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศ
ส่วนที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี เดินทางไปที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี หมู่ 9 ต.หาดขาม เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยและความพร้อมของขบวนรถบรรทุกไม้จันทน์หอมที่จะนำไปส่งให้สำนักช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม ซึ่งตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่ส่วนราชการต่างๆ ช่วยกันประดับตกแต่งยานพาหนะที่ใช้บรรทุกไม้จันทน์หอมที่ตัดและแปรรูปเสร็จแล้วส่งให้สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เพื่อนำไปใช้สร้างพระโกศจันทน์ ดอกไม้จันทน์ และฉลุลายประดิษฐานยังพระจิตกาธานภายในพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยขบวนรถออกเดินทางเวลา 06.39 น.วันที่ 20 ธันวาคม และถึงสำนักช่างสิบหมู่เวลา 14.30 น. ก่อนประกอบพิธีส่งมอบให้กับรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรมว.วัฒนธรรม