เดิน-วิ่งสานพระราชปณิธาน
ทำความดีถวายพระราชกุศล
เกษตรกรสุพรรณสุดเทิดทูน
ชี้ศก.พอเพียงปฏิบัติได้จริง
สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงาน เดิน-วิ่ง 9 นี้ เพื่อประชา “สืบสานพระราชปณิธานของพ่อ” ที่ รพ.ศิริราช เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 โดยผู้ร่วมงานร่วมเขียนปณิธานตั้งใจทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 18 ธันวาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดโครงการเดิน-วิ่ง 9 นี้เพื่อประชา “สืบสานพระราชปณิธานของพ่อ” ที่โรงพยาบาลศิริราช โดยคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และประธานคณะกรรมการจัดหาทุนอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ผู้แทนกองทัพเรือ และผู้สนับสนุนการจัดงานเฝ้าฯ รับเสด็จ
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นศ.นพ.ประสิทธิ์ทูลเกล้าฯ กราบบังคมทูลรายงาน และกราบบังคมทูลทรงร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงแผ่นดินของเรา แล้วเสด็จฯไปทรงติดสัญลักษณ์การจัดงาน และทรงลงพระนามาภิไธยแล้วทรงนำไปประดับบนบอร์ด “สืบสานพระราชปณิธานของพ่อ” ก่อนทรงกดปุ่มเปิดงานเดิน-วิ่ง 9 นี้เพื่อประชา “สืบสานพระราชปณิธานของพ่อ”
การนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินนำขบวนเดินร่วมกับผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ผู้แทนกองทัพเรือ ผู้สนับสนุนการจัดงาน และนักวิ่งไปยังหอประชุมกองทัพเรือ เมื่อทรงพระดำเนินถึงหอประชุมกองทัพเรือ ศ.นพ.ประสิทธิ์ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญที่ระลึกการจัดงาน จากนั้นทรงบีบแตรลมปล่อยตัวนักวิ่ง ประเภท 6 กิโลเมตร ก่อนเสด็จฯกลับ
สำหรับโครงการ เดิน-วิ่ง 9 นี้เพื่อประชา “สืบสานพระราชปณิธานของพ่อ” จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและให้ประชาชนร่วมแสดงออกถึงความเคารพรักเทิดทูนต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนำรายได้สมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา รพ.ศิริราช เพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบประมาณกว่า 5,000 ล้านบาทในการก่อสร้าง ยังไม่รวมงบประมาณจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ ทั้งนี้ รพ.ศิริราชได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ 2,000 ล้านบาท ที่เหลือต้องจัดหางบประมาณเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานเดิน-วิ่ง 9 นี้เพื่อประชา “สืบสานพระราชปณิธานของพ่อ”ครั้งนี้ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ได้รับพระราชทานภาพฝีพระหัตถ์จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาจัดทำเสื้อวิ่งและเหรียญสำหรับมอบให้ผู้ร่วมกิจกรรม โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน ซึ่งเป็นการรวมพลังนักกีฬาเดิน-วิ่ง 9 นี้เพื่อประชา “สืบสานพระราชปณิธานของพ่อ” ร่วมเขียนปณิธานที่ตั้งใจทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ลงบนสติ๊กเกอร์ที่มีหมายเลข ๙ ออกแบบโดยอาจารย์ช่วง มูลพินิจ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ติดบนแผ่นป้ายความยาว 12 เมตร พร้อมทั้งร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงพระราชนิพนธ์ บรรเลงโดยวงดุริยางค์ราชนาวี
ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินเป็นวันที่หกสิบหก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ได้แก่ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง และสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล เป็นวันที่ 12 เมื่อเวลา 07.00 น. นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร
เวลา 10.30 น. นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดอนงคาราม ราชวรมหาวิหารและวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
ขณะที่บริเวณรอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวง พสกนิกรจากทั่วสารทิศเดินทางมาเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเนืองแน่น ด้วยเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งสำนักพระราชวังเปิดให้เข้าสักการะตั้งแต่ 04.45 น. สำหรับจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม มีทั้งสิ้น 49,464คน รวม 48 วัน มี 1,873,981 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,514,262.25 บาท รวม 48 วัน เป็นเงิน 147,114,287.25 บาท
นางสอน โสมพันธุ์ เกษตรกรจากจังหวัดสุพรรณบุรี อายุ 69 ปี ซึ่งเดินทางมากับเพื่อนเกษตรกรประมาณ 10 คน โดยเหมารถตู้มาเข้ากราบพระบรมศพเผยว่า จ้างรถตู้ที่รู้จักกันออกจากบ้านมาตั้งแต่สี่ทุ่มถึงสนามหลวงราวตีสอง โดยใช้เวลาเตรียมความพร้อมนานหนึ่งเดือน ศึกษาเส้นทางมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย พวกเราเป็นชาวไร่ชาวนา ไม่มีเสื้อผ้าสุภาพเหมาะสมกับงานพระราชพิธีเช่นนี้ จึงหาชุดและรองเท้าที่สุภาพ เพื่อให้สมพระเกียรติกับในหลวงรัชกาลที่ 9
“พวกเราเป็นชาวไร่ชาวนา ปลูกข้าวปลูกอ้อยเป็นอาชีพหลัก ไม่เคยมีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์เลยสักครั้ง เห็นแต่ในโทรทัศน์ แต่ก็รักและเทิดทูนพระองค์มาก รักในความดีของพระองค์ ซึ่งมีเยอะมากจนหาที่เปรียบไม่ได้ ทุกวันนี้เรามีที่ทำกินมีน้ำไว้ทำการเกษตร เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงช่วยพัฒนาจนพวกเราอยู่ดีกินดี ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งใกล้ตัวที่พวกเรา สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง” นางสอนกล่าว
วันเดียวกัน ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิด “นิทรรศการ 20 ภาพกวี รอยอาลัยในแผ่นดิน” ซึ่งเป็นการนำเสนอภาพถ่ายและบทกวี บันทึกเหตุการณ์และอารมณ์ความรู้สึกของคนไทย ในช่วงเวลาแห่งความสูญเสียครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย ทั้งนี้ เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านผลงานภาพถ่ายบันทึกช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าของช่างภาพ 20 คน พร้อมบรรยายด้วยบทกวีถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของกวีและนักเขียน โดยนิทรรศการดังกล่าวจัดไปจนถึงวันที่ 8 มกราคม 2560