ศตส.ห่วงผู้สูงอายุเข้ากราบพระบรมศพ จัดแผนรองรับฉุกเฉิน-ปชช.ช่วงปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/249033

ศตส.ห่วงผู้สูงอายุเข้ากราบพระบรมศพ จัดแผนรองรับฉุกเฉิน-ปชช.ช่วงปีใหม่

ศตส.ห่วงผู้สูงอายุเข้ากราบพระบรมศพ จัดแผนรองรับฉุกเฉิน-ปชช.ช่วงปีใหม่

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 17.50 น.

16 ธ.ค. 59 เวลา 16.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ศตส. ว่า เรื่องหลักที่ได้มีการหารือกันคือ การอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชน ซึ่งสถิติประชาชนโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ45,000 -50,000 คน ส่วนการบริหารจัดการยังเป็นไปได้ตามแผนหลักที่เราได้วางไว้ แต่ระยะเวลาการทำงานจะเพิ่มมากขึ้น หมายความว่าทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งประชาชน ทางสำนักพระราชวังยังกรุณารับกลุ่มสุดท้ายให้เข้าไปสักการะพระบรมศพ ออกมาก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว ทำให้การทำงานของทุกฝ่ายมีระยะเวลายาวนานขึ้น ขณะเดียวกันได้มีการทบทวนสิ่งที่ทุกฝ่ายเป็นห่วงอยู่ คือเรื่องปัญหาสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ เป็นลม สัปดาห์ที่ผ่านมามีการปรับเส้นทางส่งกลับฉุกเฉินสำหรับการส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลศิริราช โดยกทม.ได้มีการวางเส้นทาง มีการซักซ้อม ห้ามจอดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ในบริเวณพื้นที่ ก็ทราบว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ฉะนั้นเรื่องการดูแลสุขภาพประชาชนในช่วงสัปดาห์หน้า ก็จะเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ

นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการเตรียมการรองรับช่วงเทศกาลปีใหม่ เพราะท้องสนามหลวงอาจมีการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เคาท์ดาวน์ รวมถึงการมาถวายสักการะ ถวายพระพรชัย จึงจะมีกิจกรรมหลากหลายเกิดขึ้น ขอให้ทุกฝ่ายได้เตรียมแผนในการรองรับประชาชน ทั้งแผนอำนวยความสะดวก แผนจราจร การขนส่ง อาหาร เครื่องดื่ม และการให้บริการทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังมีการหารือปัญหาปลีกย่อย เช่น การเริ่มก่อสร้างอาคารจัดงานนิทรรศการเย็นศิระ เพราะพระบริบาล ซึ่งได้เน้นย้ำเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย การดูแลความปลอดภัย รวมถึงการดูแลต้นมะขาม อย่างไรก็ตาม ในวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีการปิดการจราจรเช่นเดิม และจะมีกิจกรรมใหญ่คือ นักปั่นประมาณ 300 คน ปั่นจักรยานจากจังหวัดชลบุรีมาตั้งแต่ในช่วงเช้ามืด เพื่อเข้าคิวสักการะพระบรมศพ อาจจะมีผลต่อการจราจร แต่ได้มีการเตรียมการรับมือเรื่องนี้แล้ว

‘ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ พระราชทานอาหาร-สั่งหน่วยแพทย์ดูแลปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248982

'ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์' พระราชทานอาหาร-สั่งหน่วยแพทย์ดูแลปชช.

‘ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ พระราชทานอาหาร-สั่งหน่วยแพทย์ดูแลปชช.

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.49 น.

16 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่เต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งให้มีหน่วยแพทย์พระราชทาน มาดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน

โดยวันนี้มีทีมแพทย์ พร้อมพยาบาล และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว และโรงพยาบาลอรัญประเทศรวม 21 คน มาคอยตรวจรักษาและให้บริการทางการแพทย์ นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้กองงานส่วนพระองค์นำอาหารพระราชทานมาแจกให้ประชาชน ประกอบด้วย อาหารกล่อง 500 กล่อง ข้าวต้มมัด 500 คู่ ขนมแครกเกอร์ 500 ชิ้น น้ำ 300 ขวด พร้อมด้วย ยาหม่องน้ำ 200 อัน ริบบิ้นดำ 200 ชิ้น และพัด 200 เล่ม

ร.10ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม4มื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248980

ร.10ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม4มื้อ

ร.10ทรงห่วงใยพสกนิกร พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม4มื้อ

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.48 น.

16 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. เส้นหมี่ลูกชิ้นไก่น้ำใส 1,500 ถ้วย กาแฟสดบาเรสต้า 2,500 แก้ว นมหนองโพ 2,000 กล่อง และน้ำดื่ม มื้อกลางวัน เวลา 11.00 น. ไก่ทอดข้าวเหนียว 6,500 ชุด ไก่ทอดข้าวมันหอมนิล 1,000 ชุด ราดหน้าเต้าซี่หมูนุ่ม 1,000 ชุด และต้มข่าไก่กะทิสดราดข้าว 1,000 ชุด ข้าวราดกะเพราคั่วหมูสับ 1,000 ชุด ก๋วยเตี๋ยวเรือ 2,000 ถ้วย ข้าวหอมนิลหมูอบซอสบาบีคิว 1,000 จาน  มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ขนมปังไส้กรอก 1,000 ชุด เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง ส่วนมื้อเย็นเวลา 18.00 น. ข้าวต้มทะเล 3,000 ถ้วย และน้ำดื่มจิตรลดาและน้ำสมุนไพร 700 ลิตร ให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

‘มท.’เปิดฉากงาน’โอท็อป2016’ ชี้ภูมิปัญญาไทยเกิดใต้ร่มพระบารมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248976

'มท.'เปิดฉากงาน'โอท็อป2016' ชี้ภูมิปัญญาไทยเกิดใต้ร่มพระบารมี

‘มท.’เปิดฉากงาน’โอท็อป2016’ ชี้ภูมิปัญญาไทยเกิดใต้ร่มพระบารมี

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 13.20 น.

16 ธ.ค.59 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์กระทรวงมหาดไทย นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “OTOP City 2016 ของขวัญภูมิปัญญาไทย ใต้ร่มพระบารมี” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 26 ธ.ค.นี้ ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพ็คเมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 10.00น. – 21.00น. โดยมีนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเข้าร่วมภายในงาน

โดยนายสุธี กล่าวว่า ที่มาของโอท็อปจริงๆ เกิดจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อปี 2493 แล้วได้ทรงมีแนวคิดริเริ่มการฝึกอาชีพองประชาชนจนขยายหมู่บ้านไปทั่วประเทศ ต่อมาได้ทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยใหญ่ในปี 2517 และได้ทรงพระราชทานผ้าซิ่น ฝึกอาชีพให้ประชาชนได้ทอผ้าใช้เอง และให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินงาน ต่อมาได้เกิดกรมการพัฒนาชุมชนขึ้น ก็ได้รับลูกนำไปสานต่อ ทำให้เห็นว่า โครงการดังกล่าวเกิดจากสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริงต่อประชาชน ตามมาด้วยการส่งเสริมอาชีพทุกภูมิภาค หรือ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ในเวลาต่อมา

“วันนี้ถือว่ามีการพัฒนามาอย่างเต็มที่ และสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ เป็นการกระตุ้นภูมิปัญญาใต้ร่มพระบารมี ขณะเดียวกันรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างมาก ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงสร้างคุณูปการต่อชาวไทยในด้านการฝึกอาชีพ อีกทั้งยังเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่มหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 อีกด้วย” รมช.มหาดไทย กล่าวว่า นอกจากนี้เราต้องการขยายตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ สู่สากล บริหารจัดการเพิ่มช่องทางการตลาดไปทั่ว 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร และขยายเศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นในประเทศ อาเซียน และต่างประเทศ

นายสุธี ยังกล่าวถึงเป้าหมายของการจัดงาน OTOP 2016 ด้วยว่า จากยอดตัวเลขที่ผ่านมาในปี 2558 มีรายได้จากการจัดงาน 109,000 ล้านบาท ในปี 2559 มีรายได้ทั้งหมด 129,000 ล้านบาท ส่วนในปี 2560 นี้ถือเป็นความท้าทายอย่างมากในการตั้งเป้าอย่าง เพราะเราต้องการสร้างรายได้ที่ 150,000 ล้านบาท ให้เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ จากที่ผ่านมา คาดว่าส่วนเกี่ยวข้องคงจะทำได้ เพราะเรามีประชารัฐ และภาคเอกชนเข้ามาร่วมขับเคลื่อน ก็จะสามารถก้าวสู่ผลสัมฤทธิ์ได้ อย่างไรก็ตาม เราตั้งเป้าไปถึงปี 2562 จะต้องมีรายได้ที่ 200,000 ล้านบาท ต้องเพิ่มขึ้นปีละ 20 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน ก็ขอเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนในงานครั้งนี้ และหากซื้อสินค้าภายในงานสามารถนำใบเสร็จใช้ลดภาษีตามมาตรการช้อปช่วยชาติของรัฐบาลได้อีกด้วย

ด้าน นายอภิชาติ กล่าวว่า เราค่อนข้างพร้อม เพราะเตรียมงานมา 2 เดือน ถือเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งภายในงานจะมีสุดยอดผลิตภัณฑ์มากกว่า 10,000 รายการ เป็นจำนวน 3,000 ร้านค้า ซึ่งจะแบ่งเป็นหลายโซน นอกจากสินค้าในระดับพรีเมี่ยมแล้ว สำหรับร้านค้าที่อยู่ในระดับ 1 – 3 ดาว ทาง พล.อ.อนุพงษ์ ก็ได้เปิดโอกาสให้เข้ามาแสดงสินค้าด้วย ราคาก็จะแตกต่างระดับกันไป ขณะที่ไฮไลท์ของงานจะอยู่ที่ โซนของขวัญปีใหม่จากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นหาชมยากกว่า 30 รายการ เช่น เรือเป่าแก้ว หรือเรือสุพรรณหงส์เครื่องทรง พระทองคำ เป็นต้น ก็อยากขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมในงานครั้งนี้

‘ประวิทย์’เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248961

'ประวิทย์'เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

‘ประวิทย์’เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 10.54 น.

16 ธ.ค.59 ซึ่งเป็นวันที่ 64 ในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชานุญาตให้ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กรมราชองครักษ์ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และกองทัพบก ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ

โดยเวลา 07.00 น. พลเอกประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร รวม 8 รูป ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มาตั้งแต่ค่ำวันที่ 15 ธันวาคม

พสกนิกรทั่วสารทิศทยอยเข้ากราบสักการะพระบรมศพเนื่องแน่น (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248956

พสกนิกรทั่วสารทิศทยอยเข้ากราบสักการะพระบรมศพเนื่องแน่น (ประมวลภาพ)

พสกนิกรทั่วสารทิศทยอยเข้ากราบสักการะพระบรมศพเนื่องแน่น (ประมวลภาพ)

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 10.17 น.

16 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวิลแชร์เข้ากราบสักการะพระบรมศพเป็นชุดแรกใน เวลา 04.45 ตามด้วยประชาชนทั่วไป เวลา 04.50 ได้มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศของประเทศได้เดินทางมาเข้าคิวรอเพื่อกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กันอย่างเนืองแน่น โดยช่วงเช้าได้มีฝนโปรยปรายลงมา ประชาชนได้นำร่มที่เตรียมมากางกันฝนและยังคงพร้อมใจกันต่อแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพอย่างเป็นระเบียบโดยบริเวณด้านทิศตะวันออกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้นำร่มขนาดใหญ่มากางให้บริการประชาชน

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้นำภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาด พิมพ์ 4 สี 5 คูณ 7 นิ้ว  ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก พร้อมข้าว “พอเพียง” พระราชทานซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ดีเพื่อให้นำกลับไปเป็นขวัญข้าวด้วย

ด้าน นางน้อยหน่า อิ่มสมบูรณ์ อายุ 63 ปี อาชีพทำสวนและค้าขาย ชาว ต.ท่าหลวง อ.มะขาม จ.จันทบุรี และนางโอเลี้ยง แสงสาลี อายุ 54 ปี อาชีพชาว ต.เกาะขวาง อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนบ้าน ร่วมกันกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันนี้ ซึ่งเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ชาว จ.จันทบุรี ก็ได้ไปร่วมกันจุดเทียนถวายความอาลัยและระลึกถึงพระองค์ที่คลองภักดีรำไพ ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริ ที่พระองค์ทรงให้จัดสร้างขึ้นเมื่อปี 2552 และภายหลังจากมีคลองแห่งนี้แล้วเมืองจันทบุรีก็ไม่มีปัญหาน้ำท่วมอีกเลย ความเจริญก็เข้าไปกลายเป็นสถานที่พักผ่อนและทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพทั้งเป็นที่ปั่นจักรยานออกกำลังกายของประชาชนในระแวกใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมี อ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระองค์ ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาสัตว์น้ำและป่าชายเลน ที่เปิดให้ประชาชนและนักเรียนนักศึกษาเข้าไปศึกษาหาความรู้ด้วย

“พวกเราจะหมุนเวียนกันเดินทางมาเข้ากราบสักการะพระบรมศพของพระองค์ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชาวจันทบุรี พวกเรารักพระองค์ท่านมากตื้นตันใจ พระองค์คอยช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ไม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้นก็ได้ แต่พระองค์ก็ยอมเหนื่อยเพื่อประชาชนทั้งประเทศ พวกเราจึงรักพระองค์ท่านมาก ท่านเป็นเทวดามาโปรด ก็ขอให้พระองค์เสด็จสู่สรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด พวกเราก็จะขอทำความดีตามรอยพระองค์ ยึดหลักพอเพียง ปลูกทุกอย่าง ซื้อให้น้อย รู้จักกินรู้จักใช้ ถ้าทุกคนอยู่อย่างพอเพียงก็ไม่ต้องโกง ประเทศไทยก็อยู่รอด” ชาวจันทบุรี ร่วมกันกล่าว

ด้าน นายดิเรก ไมทอง ข้าราชการครูบำนาญ อายุ 81 ปี เดินทางมากับเพื่อนบ้านจาก อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 100 คน แม้ต้องใช้เวลารอนานกว่า 5 ชม. เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เผยความรู้สึกทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า รู้สึกซาบซึ้งและตื้นตันใจมากจนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว พระองค์ทรงเป็นพ่อของคนไทยทั้งแผ่นดิน ตัวเองเป็นข้าราชการครูถือว่าเป็นข้ารองบาทโดยตรง ที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่ของตัวเองโดยยึดพระราชดำรัสของพระองค์ที่เป็นข้าแผ่นดินต้องไม่ลืมหน้าที่ จำได้ว่าประมาณปี 2538 ได้เข้ามารับพระราชทานรางวัลข้าราชการอาวุโสดีเด่นในพระบรมมหาราชวัง รู้สึกภาคภูมิใจมาก หลังจากเกษียณออกมาแล้วก็ยังดำเนินชีวิตตามที่พระองค์ท่านสอน โดยยึดหลักการใช้ชีวิตเรียบง่าย มัธยัสถ์ มีเวลาว่างก็ปลูกพืชผักไว้กินเอง แล้วยังส่งต่อคำสอนถึงลูกหลานด้วย

ปชช.จดจำ’ในหลวงร.9’ทรงเรือใบ แรงบันดาลใจในการเล่นกีฬา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248954

ปชช.จดจำ'ในหลวงร.9'ทรงเรือใบ แรงบันดาลใจในการเล่นกีฬา

ปชช.จดจำ’ในหลวงร.9’ทรงเรือใบ แรงบันดาลใจในการเล่นกีฬา

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 10.02 น.

16 ธ.ค.59 กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ  เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์ : พระอัจฉริยภาพเลิศล้ำ…ซาบซึ้งใจไทยทั่วหล้า” โดยเก็บข้อมูลประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,100 คน มีรายละเอียดตามประเด็นข้อคำถาม ดังต่อไปนี้

เรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทำให้เกิดความประทับใจและแรงบันดาลใจในการเล่นกีฬา (เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

ร้อยละ 81.7 พระปรีชาสามารถด้านเรือใบ จนได้เหรียญทองกีฬาแหลมทอง
ร้อยละ 39.6 พระมหากรุณาธิคุณแก่วงการกีฬา ทรงอุปถัมภ์การกีฬาหลายประเภท การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และทุน แก่นักกีฬา
ร้อยละ 20.8 พระปรีชาสามารถด้านกีฬาแบดมินตัน
ร้อยละ 20.0 พระมหากรุณาธิคุณกับวงการมวย ทรงเป็นประธานทอดพระเนตรการชกนักมวยไทย
ร้อยละ 14.4 พระราชทานไฟพระฤกษ์ การจัดแข่งขันกีฬา

บทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เมื่อฟังแล้วซาบซึ้งใจ จดจำได้และสามารถร้องได้ (เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

ร้อยละ 53.0 เพลงใกล้รุ่ง
ร้อยละ 37.8 เพลงแสงเทียน
ร้อยละ 37.0 เพลงความฝันอันสูงสุด
ร้อยละ 33.3 เพลงพรปีใหม่
ร้อยละ 23.8 เพลงสายฝน
ร้อยละ 23.3 เพลงชะตาชีวิต
ร้อยละ 21.4 เพลงยามเย็น
ร้อยละ 20.4 เพลงเราสู้
ร้อยละ 17.9 เพลงแผ่นดินของเรา
ร้อยละ 12.1 เพลงอาทิตย์อับแสง
ร้อยละ 05.6 เพลงมหาจุฬาลงกรณ์
ร้อยละ 04.5 เพลงยูงทอง

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เห็นแล้วรู้สึกประทับใจ (เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

ร้อยละ 77.4 ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ขณะทรงพระราชกรณียกิจในถิ่นทุรกันดาร
ร้อยละ 41.4 ภาพถ่ายพระโอรสและพระธิดาของพระองค์ในอิริยาบถต่างๆ
ร้อยละ 32.3 ภาพพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9

ธาตุแท้โผล่!พระธรรมกายตบสื่อ สาวกยิงเลเซอร์ใส่กล้อง-DSIโดนด้วย (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248951

ธาตุแท้โผล่!พระธรรมกายตบสื่อ สาวกยิงเลเซอร์ใส่กล้อง-DSIโดนด้วย (ชมคลิป)

ธาตุแท้โผล่!พระธรรมกายตบสื่อ สาวกยิงเลเซอร์ใส่กล้อง-DSIโดนด้วย (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 09.49 น.

16 ธ.ค. 59 รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (15 ธ.ค.) ขณะที่ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ทำข่าวบริเวณวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังลงพื้นที่เพื่อเตรียมการเข้าตรวจค้น และจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีสมคบกันฟอกเงิน รับของโจร และบุกรุกป่ามาดำเนินคดีตามกฎหมาย นั้น

โดยขณะที่ ทีมข่าวของช่องอมรินทร์ทีวี กำลังถ่ายภาพบรรยากาศที่บริเวณประตู 5 ปรากฏว่ามีพระสงฆ์รูปหนึ่งเดินเข้ามาปัดกล้องของช่างภาพ พร้อมกับใช้กระบอกเลเซอร์ส่องมาที่กล้อง เพื่อไม่ให้บันทึกภาพ โดยพระสงฆ์รูปดังกล่าวพูดเพียงแต่ว่า “ผมทำอย่างนี้ล่ะครับ ไปถ้าคุยไม่รู้เรื่องก็” ขณะที่ช่างภาพพยายามบอกว่า “อย่าครับกล้องผมพังละครับ” พร้อมกับถามว่า “ทำไมพระอาจารย์ต้องทำรุนแรงด้วยครับ ผมถ่ายปกติ”

นอกจากนี้ ที่บริเวณด้านข้างวัด ที่มีการก่อสร้างกำแพงรั้วขึ้นมาใหม่ ปรากฏว่า ได้มีการเพิ่มจำนวนพระสงฆ์เป็น 4-5 รูป พร้อมกับใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าและใช้กล้องส่องทางไกลมาส่อง ซึ่งหลังจากนั้น 3 นาที ได้มีเจ้าหน้าที่ของทางวัดใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพของทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ก่อนจะใช้เลเซอร์ส่องใส่กล้องเช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมสำรวจของดีเอสไอ ที่ได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน บินสำรวจภายในวัด พบว่า มีการนำรถเข้ามาจอดบนถนนที่มุ่งสู่โบสถ์ของวัดพระธรรมกาย จนเต็มพื้นที่ และขณะที่กำลังบินสำรวจอยู่นั้นเจ้าหน้าที่ของทางวัดได้ส่องเลซอร์มายังโดรนของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ทำให้ต้องมีการยกเลิกการปฏิบัติหน้าที่

ขอบคุณ : AMARIN TVHD

‘กุยบุรี’พร้อม 20ธค.ส่งมอบไม้จันทน์หอม ให้ช่างสิบหมู่สร้างพระโกศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248941

‘กุยบุรี’พร้อม  20ธค.ส่งมอบไม้จันทน์หอม  ให้ช่างสิบหมู่สร้างพระโกศ

‘กุยบุรี’พร้อม 20ธค.ส่งมอบไม้จันทน์หอม ให้ช่างสิบหมู่สร้างพระโกศ

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

‘กุยบุรี’พร้อม

20ธค.ส่งมอบไม้จันทน์หอม

ให้ช่างสิบหมู่สร้างพระโกศ

จัดบวงสรวง-แห่รอบเมือง

กราบพระบรมศพเนืองแน่น

อ.กุยบุรีพร้อมส่งมอบไม้จันทน์หอมให้สำนักช่างสิบหมู่ 20 ธันวาคม เพื่อจัดสร้างพระโกศพระบรมศพ โดยกำหนดเตรียมขบวนแห่รอบเมือง ทำพิธีบวงสรวงก่อนออกเดินทาง คาดมีประชาชนร่วมพิธีจำนวนมากพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่หกสิบสาม ทั้งเป็นวันที่ 9 ที่สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 15 ธันวาคม พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารและวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 14 ธันวาคม มีกรมประชาสัมพันธ์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติร่วมเป็นเจ้าภาพ

เวลา 10.30 น.พล.อ.สสิน ทองภักดี เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ

ขณะที่ประชาชนจำนวนมากยังคงเดินทางมากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยวันนี้ เจ้าหน้าที่เปิดให้เข้ากราบสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.45 น. ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมจนถึงเวลา 22.49 น.มีจำนวน 52,186 คน รวม 45 วัน มี 1,724,965 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวน 4,658,861.75 บาทรวม 45 วัน เป็นเงิน 133,765,323.50 บาท

อีกด้านหนึ่งมีความคืบหน้าการเตรียมการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารท้องถิ่นและองค์กรภาคประชาชนที่ห้องประชุมที่ว่าอำเภอกุยบุรี เพื่อเตรียมการส่งมอบไม้จันทน์หอมที่แปรรูปให้สำนักช่างสิบหมู่ 5 จ.นครปฐม สำหรับจัดสร้างพระโกศทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ในงานพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกำหนดส่งมอบไม้จันทน์หอมให้สำนักช่างสิบหมู่ ในวันที่ 20 ธันวาคม บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอกุยบุรี โดยมีนายทวี นริสศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธาน

หลังประชุม นายชาตรีเปิดเผยว่า ผลประชุมสรุปเตรียมส่งไม้จันทน์หอมให้สำนักช่างสิบหมู่ ในวันที่ 20 ธันวาคม โดยมีการประกอบพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมที่หน้าที่ว่าการอำเภอกุยบุรี เวลา 8.00 น.มีนายทวี นริศสิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธาน ทั้งนี้ เวลาประมาณ 07.00 น. จะแห่ขบวนรถที่บรรทุกไม้จันทน์หอมรอบเมืองกุยบุรี ก่อนเคลื่อนไปยังหน้าที่ว่าการอำเภอกุยบุรี เพื่อทำพิธีส่งมอบให้รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบต่อให้รมว.วัฒนธรรม จากนั้นมีพิธีพราหมณ์บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนขบวนรถประมาณ 20 คัน มีรถบรรทุกไม้ 3 คันเดินทางออกจากที่ว่าการอำเภอกุยบุรี มีรถตำรวจทางหลวงนำ และปิดท้ายขบวนไปยังสำนักช่างสิบหมู่ พุทธมณฑลสาย 5 จ.นครปฐม

ทั้งนี้ จังหวัดยังเตรียมกำหนดการ พร้อมส่งหนังสือแจ้งส่วนราชการ บุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบและพิจารณาดำเนินการ โดยเฉพาะการผ่านพื้นที่ต่างๆ แจ้งจังหวัดรายทางทราบ และเตรียมการต้อนรับ พร้อมเชิญชวนส่วนราชการประชาชนร่วมพิธี และร่วมส่งมอบไม้จันทน์หอม และประสานจ.เพชรบุรีเป็นจุดพักรับประทานอาหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีนำไม้จันทน์หอมที่แปรรูปเสร็จแล้วมาเก็บรักษาไว้ในโรงเรือนในที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ต.หาดขาม เพื่อรอส่งมอบ หลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯเจ้าหน้าที่ทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริ ร.11 พัน 3 รอ. บ้านรวมไทยร่วมกันตัดเลื่อยไม้ แปรรูปไม้ตามที่สำนักช่างสิบหมู่กำหนด โดยเจ้าหน้าที่ได้ตัดต้นจันทน์หอม 9 ต้น แปรรูปขนาดไม้กว้าง 4 , 6 และ 8 นิ้ว มีความหนาขนาด 7 มิลลิเมตร รวมปริมาตรเนื้อไม้จันทร์ทั้งหมด 4 ลูกบาศก์เมตร จากนั้นนายทรงกลด จารุสมบัติ นักวิชาการจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตรวจวัดความชื้นของเนื้อไม้จันทน์หอมที่เก็บรักษาไว้ พบว่ามีความชื้นในเนื้อไม้ จึงแนะนำวิธีดูแลและรักษาไม้จันทน์หอมให้สมบูรณ์ ด้วยวิธีการผึ่งลมโดยให้เปิดพัดลมเป่าไปยังกองไม้เพื่อไล่ความชื้นที่อยู่ในเนื้อไม้ให้แห้งในระหว่างรอส่งมอบ

ในหลวงร.10ทรงพระราชทานอาหารแก่ประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248913

ในหลวงร.10ทรงพระราชทานอาหารแก่ประชาชน

ในหลวงร.10ทรงพระราชทานอาหารแก่ประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 18.23 น.

15 ธ.ค.59 ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ผลไม้ ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทาน มาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันที่ 15 ธ.ค.ประกอบด้วย มื้อเช้า เวลา 07.00 น.ข้าวไข่ตุ๋นทรงเครื่อง 1,500 ชาม กาแฟสด 2,500 แก้ว นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน เวลา 11.00 น.ข้าวมัสมั่นไก่โบราณ 1,000 จาน ข้าวผัดอเมริกันไส้กรอก 1,000 จาน เส้นใหญ่ผัดทรงเครื่องเห็ดหอม 1,000 ชาม ขนมเบื้อง 800 ชุด ขนมแป้งจี่ 800 ชุด ผลไม้ดอง 90 กก. ข้าวหมกไก่ 2,000 จาน มื้อบ่าย เวลา 16.00 น.ขนมไทย 1,000 กล่อง ข้าวเหนียวหมู – ไก่ 1,000 ชุด เฉาก๊วย 1,000 ถุง มื้อเย็น ข้าวซอยไก่ 2,500 จาน ไก่ผัดพริกขิง , ไส้กรอกทอด 1,000 จาน ผัดไทย 2,000 จาน ขณะเดียวกัน มีน้ำสมุนไพร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน