ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248499

กระทบไหล่จิตรกร (แบบไม่ต้องเกรงใจ) ค้นหาตัวตนประเทศไทย
“ความเป็นตัวตน” หรือ “อัตลักษณ์” ของคนไทย ที่อาศัยอยู่ในแต่ละภูมิภาคของประเทศ จะแสดงให้ปรากฏออกมาในรูปแบบของ “ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี” ที่ถ่ายทอดต่อเนื่องกันนับตั้งแต่บรรพบุรุษ ดังนั้น การจะเข้าไปดูตัวตนของคนไทยให้ถึงแก่น เราจึงพบได้จาก งานทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม
“จิตรกรรม” หรือ “ภาพเขียน” เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนความเป็นตัวตนของคนในแต่ละภูมิภาคให้คนรุ่นปัจจุบันได้พบว่า แก่นแท้ของพวกเขาผูกพันและเชื่อมโยงจิตวิญญาณไว้อย่างไร
“จิตรกรรมไทย” หมายถึง ภาพเขียนที่มีลักษณะเป็นแบบอย่างของไทย ที่แตกต่างจากศิลปะของชนชาติอื่นอย่างชัดเจน ถึงแม้จะมีอิทธิพลศิลปะของชาติอื่นอยู่บ้าง แต่ก็สามารถ ดัดแปลง คลี่คลาย ตัดทอน หรือเพิ่มเติมจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเองได้อย่างสวยงาม ลงตัว น่าภาคภูมิใจและมีวิวัฒนาการทางด้านรูปแบบ และวิธีการมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถพัฒนาต่อไปอีกในอนาคต
จิตรกรรมไทยเป็นลักษณะอุดมคติ ซึ่งส่งผลสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ มีคุณค่าทางศิลปะและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้า เรื่องที่เกี่ยวกับ ศาสนา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมการแต่งกาย ตลอดจนการแสดงการเล่นพื้นเมืองต่างๆ ของแต่ละยุคสมัยและสาระอื่นๆ ที่ประกอบกันเป็นภาพจิตรกรรมไทย
งานจิตรกรรมจึงให้ความรู้สึกในความงามอันบริสุทธิ์น่าชื่นชม เสริมสร้างสุนทรียภาพขึ้นในจิตใจมวลมนุษยชาติได้โดยทั่วไป

จิตรกร นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส, จิตรกร อิทธิพล พัฒรชนม์, จิตรกร เนติ พิเคราะห์, และ จิตรกร มนูธรรม ช่วยหนู ได้รวมตัวกันจัดแสดง “จิตรกรรมไทย 4 ภาค : Thai Painting of Four Regions” เพื่อแสดงอัตลักษณ์เฉพาะตนของจิตรกรที่มีภูมิลำเนามาจาก 4 ภูมิภาค ได้แก่ นายนิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส ตัวแทนของ จิตรกรรมไทยภาคกลาง จัดแสดงในหัวข้อ “นิทานของแม่” นายอิทธิพล พัฒรชนม์ ตัวแทนจิตรกรรมไทยภาคอีสาน จัดแสดงในหัวข้อ “ฮักแฮงแฮง” นายเนติ พิเคราะห์ ตัวแทนของ จิตรกรรมไทยภาคเหนือ จัดแสดงในหัวข้อ “มารผจญ” นายมนูธรรม ช่วยหนู ตัวแทนของ จิตรกรรมไทยภาคใต้ จัดแสดงในหัวข้อ “รอยชีวิตชาวใต้”
สำหรับแนวคิดที่มีต่อผลงานแต่ละคน พวกเขา เปิดเผยให้ทราบดังนี้
จิตรกร นิโรจน์ จรุงจิตวิทวัส “การสร้างสรรค์จิตรกรรมไทยแบบประเพณี ในชุด “นิทานของแม่” สะท้อนแนวคิดที่ได้ในแบบร่วมสมัยปัจจุบัน ด้วยเทคนิค วิธีการและรูปแบบอย่างงานจิตรกรรมไทย มีเนื้อหาเกี่ยวกับ คุณธรรม ความดี ความงาม สอดแทรกคติสอนใจ ผ่านบทสรุปที่กำหนดให้ฝ่ายดีชนะฝ่ายไม่ดีเสมอ เป็นการปลูกฝังเนื้อหาของคุณธรรม จริยธรรม ความดี ความงาม ข้าพเจ้าใช้โครงสร้างภาพที่มีเค้าโครงมาจากใบหน้าผู้หญิง ด้วยเทคนิค กระบวนการตามแบบอย่างศิลปะประเพณีของไทย เพื่อนำเสนอภาพของความรัก ความอบอุ่นจากแม่ ความสุข ความสนุกสนาน ด้วยรูปทรงที่เคลื่อนไหว ในโครงสีอุ่นๆ หม่นๆ ผ่านความมุ่งมั่นและความประณีตของเส้นสาย รายละเอียดแบบไทยประเพณี
จิตรกร อิทธิพล พัฒรชนม์ “ได้รับแรงบันดาลใจจาก คำสอนในพุทธศาสนา อีกทั้ง คำบอกเล่า ต่างๆจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น สืบเนื่องต่อกันมา ซึ่งสะท้อนคุณค่าและแนวทางในการสร้างสรรค์ ผลงานจิตรกรรมบน ศาสนสถาน เพื่อใช้แทนคำสอน
ให้เข้าใจได้โดยง่าย ข้าพเจ้า มีความสนใจและประทับใจ ในวิถีชีวิตพื้นถิ่นอีสาน ที่ได้สัมผัส จึงได้นำมาถ่ายทอดและสร้างงานจิตรกรรม ที่แสดงความรู้สึกถึงความเป็นศิลปะพื้นถิ่น ตามลักษณะการแสดงออกส่วนตัวของข้าพเจ้า เพื่อให้เห็นถึงคุณค่าของจิตรกรรมที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กับวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่นไทย

จิตรกร เนติ พิเคราะห์ “อำนาจแห่งกิเลสในจิตใจ ความโลภ ความโกรธ ความหลง คือ ความทุกข์ที่ครอบงำจิตใจของผู้คน มีแต่ความอยากต้องการแสวงหาอยู่ตลอดเวลา ชีวิตเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ไม่มีความสุข พระพุทธศาสนาสอนเรื่องการละทิ้งกิเลส ตั้งอยู่ในทางสายกลาง ภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณ สะท้อนคุณค่าแนวคิดปรัชญาพุทธ เพื่อใช้แทนคำสอนให้เข้าใจง่าย ผจญมาร คือ แนวทางและสัญลักษณ์ในการพ้นทุกข์ เอาชนะกิเลส เป็นหลักธรรมสำคัญในการดำเนินชีวิต

จิตรกร มนูธรรม ช่วยหนู “รอยชีวิตชาวใต้ คือ เรื่องราวความผูกพันในอดีตวิถีชีวิตที่ผ่านมายากที่จะลืมเลือนไปได้ เปรียบเสมือนร่องรอยของการกรีด บนต้นยางพารา สะท้อนใจยิ่งนัก บ่งบอกถึงความทุกข์สุข ความอดทน การรอคอย ความรัก ภายในครอบครัวและวิถีของชาวบ้านในแต่ละวัน แต่ละคืน ของชาวสวนยางพารา โดยสื่อความหมายสื่อสัญลักษณ์ รูปทรงของต้นยางพาราด้วยท่าทาง พื้นผิวและสีสัน ที่แสดงถึงสิ่งมีชีวิต ในรูปแบบหนึ่ง ขณะเดียวกันก็แอบแฝง เรื่องราวความทรงจำ วิถีชีวิตการต่อสู้ดิ้นรน เพื่อพัฒนาเติบโตไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า
งานของพวกเขาทั้ง 4 คนจะเปิดให้ชมระหว่าง วันที่ 8-29 มกราคม 2560 ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน 5-8 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพมหานคร หากมีอะไรจะซักถาม ขอความรู้เพิ่มเติม หรือ นำเสนออะไรที่ยังขาดตกบกพร่อง สอบถามบรรดา จิตรกรเจ้าของผลงานได้ในงานโดย “ไม่ต้องเกรงใจ” เพราะเป้าประสงค์ข้อหนึ่งของพวกเขาคือ เพื่อ “แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และตระหนักถึงคุณค่าของผลงานศิลปะ จากการสร้างสรรค์ ด้วยเทคนิควิธีการต่างๆ อันเป็นแนวทางในการศึกษาของเยาวชนรุ่นใหม่ที่สนใจในงานศิลปะต่อไป”
โดย ชนิตร ภู่กาญจน์
























































