สำนักพระราชวังสรุปยอดปชช. เข้ากราบสักการะพระบรมศพวานนี้58,909คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248447

สำนักพระราชวังสรุปยอดปชช. เข้ากราบสักการะพระบรมศพวานนี้58,909คน

สำนักพระราชวังสรุปยอดปชช. เข้ากราบสักการะพระบรมศพวานนี้58,909คน

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 09.16 น.

12 ธ.ค.59 สำนักพระราชวัง ได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ของวันที่ 11 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 04.45 น. ล่วงเลยมาจนถึงเวลา 01.40 น. ของเช้าวันที่ 12 ธ.ค.

เนื่องจากมีประชาชนที่เข้าคิวรอกราบพระบรมศพตกค้างอยู่อีกเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงขยายเวลาเพิ่ม โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 58,909 คน รวม 42 วัน มีจำนวน 1,578,625 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล จำนวนเงิน 3,896,209.75 บาท รวม 42 วัน มียอดเงินรวมทั้งสิ้น 120,631,591.25 บาท

41ชนเผ่าทั่วปท. เข้ากราบพระบรมศพ สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248439

41ชนเผ่าทั่วปท.  เข้ากราบพระบรมศพ  สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ

41ชนเผ่าทั่วปท. เข้ากราบพระบรมศพ สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

41ชนเผ่าทั่วปท.

เข้ากราบพระบรมศพ

สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ

ไทย-ลาวสวดมนต์ข้ามคืน

ถวายแด่‘ในหลวงรัชกาลที่9’

พสกนิกรหลั่งไหลกราบพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 เนืองแน่นในวันหยุดยาววันที่สอง สำนักพระราชวังสรุปยอดปชช.ขึ้นกราบพระบรมศพ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมมากถึง 5.5 หมื่นคน ขณะที่ 41 กลุ่มชาติพันธุ์ 5,000 คน เดินทางถึงกทม. เตรียมเข้าถวายสักการะพระบรมศพวันที่ 12 ธันวาคม

ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 59 และเป็นวันที่ 5 ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชานุญาตให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อดีตสมาชิกรัฐสภา สถาบันพระปกเกล้า ศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมเป็นเจ้าภาพนั้น

พระเทพฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 11 ธันวาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยคุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารและวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มาตั้งแต่ค่ำวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อดีตสมาชิกรัฐสภาและคณะผู้บริหารและพนักงาน สถาบันพระปกเกล้า ร่วมเป็นเจ้าภาพในพระราชพิธี

ขรก.ฝ่ายตุลาการร่วมเป็นเจ้าภาพ

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายวีรพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชุตพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ต่อมาเวลา 16.30 น.นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมคณะผู้บริหาร ตุลาการและข้าราชการสังกัดศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารและวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

สถิติ10ธค.วันเดียว5.5หมื่นคน

ด้านสำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมว่า มีจำนวน 55,015 คน รวม 41 วันมีจำนวน 1,519,716 คนและมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวน 4,345,490.50 บาท รวมเป็นเงิน 116,735,381.50 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง 3 วันว่า มีประชาชนเดินทางมารอภายในเต็นท์พักคอยทุกหลังเต็มทั้งหมดตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยเจ้าหน้าที่เปิดให้เข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.50 น.

“พรเพชร”ทอดไก่แจกเป้พอเพียง

ต่อมา องค์กรของรัฐสภา 9 องค์กร ได้แก่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) สถาบันพระปกเกล้า ผู้บริหารข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.มอบถุงเป้“ลูกของพ่อ พอเพียง” 10,000 ชุดให้ประชาชน ภายในประกอบด้วยหนังสือประมวลพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช หนังสือการ์ตูน เรื่อง “วิถีธรรมตามรอยพ่อ” และเหรียญกษาปณ์ 10 บาท ที่พิมพ์ด้านหน้าว่ารัฐสภา 2559 ในโอกาสนี้นายพรเพชรพร้อมตัวแทน 9องค์กรร่วมกันทอดไก่ 5,000 ชิ้นแจกให้ประชาชน

41ชนเผ่าเข้ากราบพระบรมศพ12ธ.ค.

ด้านนพ.วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม กลุ่มชาติพันธุ์และชนพื้นเมือง 41 ชนเผ่า จากทั่วประเทศกว่า 5,000 คน อาทิ กะเหรี่ยง, ม้ง, อาข่า, มูเซอ, ดาราอั้ง, ไททรงดำ, คะฉิ่น, ลีซอ จะเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยและพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะในพื้นที่สูงห่างไกล ด้อยโอกาสให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยแต่ละกลุ่มจะทำพิธีถวายสักการะตามความเชื่อของแต่ละชาติพันธุ์ ที่บริเวณสวนสราญรมย์ ก่อนเข้ากราบพระบรมศพฯ

ทั้งนี้ การอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่กลุ่มชาติพันธุ์ครั้งนี้ สบส. ร่วมกับศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ จัดทีมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)ซึ่งเป็นชาติพันธุ์ในแต่ละกลุ่มสามารถสื่อสารภาษาพื้นเมืองได้ เป็นผู้ดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย พร้อมจัดทีมแพทย์สนาม และแพทย์ฉุกเฉินจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชนดูแลระหว่างพักที่สนามม้านางเลิ้ง และระหว่างเดินเท้าเข้ากราบพระบรมศพ

ชนเผ่าเชียงใหม่เดินทางถึงกทม.

อีกด้านหนึ่ง หลายจังหวัดทั่วประเทศยังคงจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยและรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)ซึ่งเดินทางจากจ.เชียงใหม่มาถึงสถานีรถไฟยมราช กทม. เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ เพื่อเตรียมตัวเข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวันที่ 12 ธันวาคม โดยนัดรวมตัวตั้งขบวนและขึ้นรถตั้งแต่เวลา 04.45 น.ทยอยเดินทางเป็นรอบๆละ 20 คันๆละ 60 คน เคลื่อนออกจากสนามม้านางเลิ้งมารวมตัวกันที่สวนสราญรมย์ฝั่งประตูราชินี ก่อนเข้ากราบพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ไทยภูเขาเชียงรายแปรอักษรเลข9

ที่จ.เชียงราย ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งใน 4 ตำบลของอ.พญาเม็งราย 989 คน ร่วมแปรขบวนเป็นอักษรเลข๙ไทยรูปหัวใจ เหนือ และคำว่า พญาเม็งราย ก่อนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89วินาที เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อถวายอาลัยเนื่องในโอกาส 60 วันแห่งการเสด็จสวรรคต และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อชาวไทยภูเขาในถิ่นทุรกันดาร จากนั้นชาวไทยภูเขาเผ่าม้งยังได้จัดพิธีส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยและถวายอาลัยตามประเพณีของชาวม้งแต่โบราณ ด้วยการเป่าแคนม้ง พร้อมกล่าวถวายอาลัยเป็นภาษาม้ง หลายคนต่างหลั่งน้ำตาด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ไทย-ลาวนับหมื่นทำบุญถวาย

ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย ชาวลาวนับหมื่นคน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร หลังตลอดคืนที่ผ่านมาร่วมกันสวดมนต์ปฏิบัติธรรมบูชาพระธาตุพนมต่อเนื่องจนถึงเช้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ เคยเสด็จมาบำเพ็ญกุศลที่วัดพระธาตุพนมถึง 5 ครั้ง

หัวหินรวมใจปั่นไปบ้านพ่อ

ขณะที่นักปั่นหัวหินและใกล้เคียงประมาณ 2 พันคน ร่วมกิจกรรม“หัวหินรวมใจปั่นไปบ้านพ่อ” ครั้งที่ 3 โดยขบวนจักรยานปล่อยตัวจากจุดสตาร์ทหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็จวิลเลจหัวหิน ไปตามถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าวังไกลกังวล เมื่อขบวนผ่านหน้าวังไกลกังวล นักปั่นทุกคนต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียง “ขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป” จากนั้นจึงปั่นต่อไปยังอุทยานราชภักดิ์ และกลับมาเข้าเส้นชัยที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ รวมระยะทาง 23 กิโลเมตร ทั้งนี้ นักปั่นทุกคนที่เข้าร่วมปั่นครั้งนี้จะได้รับเหรียญที่ระลึก มีข้อความ “หัวหินรวมใจปั่นไปบ้านพ่อ” ด้านหลังมีเลขเก้าไทย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวหัวหิน และคนไทยทั่วประเทศ

กรุงเก่าวิ่งถวายอาลัย

เช่นเดียวกับจ.พระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรม วิ่งตามรอยพ่อ “ยูนิค รันนิ่ง อยุธยามาราธอน 2016” ที่หน้าศูนย์ท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนำนักวิ่งและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 5 พันคน เข้าร่วมวิ่งถวายความอาลัย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านการกีฬา สำหรับกิจกรรมนี้เดิมทีเป็นงานวิ่งประจำปีที่สำคัญของจังหวัด และจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 แล้ว โดยมีเอกลักษณ์ และจุดเด่นที่แตกต่างจากงานวิ่งอื่นๆ ทั่วไป คือ ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะได้วิ่งผ่าน และรับชมถึงความงามของเมืองมรดกโลก เมืองประวัติศาสตร์ และโบราณสถานตลอด 2 ข้างทางรอบเกาะเมืองของจังหวัดา ส่วนปีนี้ไฮไลท์จะมีการนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โอเทลโล่ จากวรรณกรรมสู่ลานกีฬา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248372

โอเทลโล่ จากวรรณกรรมสู่ลานกีฬา

โอเทลโล่ จากวรรณกรรมสู่ลานกีฬา

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ใครที่เป็นแฟน วรรณกรรมของ วิลเลี่ยม เชคสเปียร์ คงเคยได้อ่าน นิยายเรื่อง “โอเทลโล่” (Othello) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมของตัวละครที่เป็นคนดำและคนขาว ที่ต้องมาเกี่ยวพันซึ่งกันและกัน จนสร้างความประทับใจให้กับคนทั้งโลกมาตราบถึงทุกวันนี้

จากวรรณกรรมเรื่อง โอเทลโล่ไม่น่าเชื่อว่า มันจะมากลายเป็นการละเล่นอย่างหนึ่งที่กลายเป็นกีฬายอดนิยมของคนทั้งโลกได้ในเวลานี้ และที่สำคัญ กีฬา หรือการละเล่นที่มีชื่อว่า โอเทลโล่ นี้ ตำแหน่งแชมเปี้ยนโลก ตกอยู่ในมือของคนไทย ที่มีชื่อว่า ปิยะณัฐ อัญชุลีแชมป์โลกหมากกระดาน หรือ โอเทลโล่ ประจำปี 2559

การแข่งขันหมากกระดานโอเทลโล่ชิงแชมป์โลก หรือ World Othello Championship จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว ทั้งนี้ประเทศไทยส่งตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัท โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) จำกัด ซึ่งสนับสนุนงบประมาณในการจัดแข่งขันและส่งผู้เล่นของไทยร่วมการแข่งขันชิงแชมป์โลกมาอย่างต่อเนื่องถึง 10 ปี โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเผยแพร่ พัฒนา และยกระดับมาตรฐานหมากกระดานโอเทลโล่ในประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากล

โอเทลโล่ (Othello) เป็นหมากกระดานที่มีรูปแบบและกติกาเรียบง่าย ตัวหมากมีสีขาวและสีดำ คล้ายกับหมากล้อม ถูกคิดค้นในราวปี ค.ศ. 1880 โดยชาวอังกฤษนามว่า ลูอิส วอเตอร์แมน และมีชื่อเรียกว่า รีเวอร์ซี่ (Reversi) ต่อมาในปี ค.ศ. 1898 บริษัท ราเวนส์เบอร์เกอร์ประเทศเยอรมนี ได้ซื้อลิขสิทธิ์และจำหน่ายหมากกระดานชนิดนี้เป็นครั้งแรก จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1970 โกโร่ฮาเซกาว่า (Goro Hasegawa) ชาวญี่ปุ่นได้ทำการปรับเปลี่ยนกฎ กติกาใหม่ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากหมากล้อมและละครที่สร้างจากบทประพันธ์ของวิลเลี่ยม เชคสเปียร์ เรื่อง “โอเทลโล่” (Othello) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมของตัวละครที่เป็นคนดำและคนขาว มาตั้งเป็นชื่อการละเล่นชนิดนี้ และในปี ค.ศ. 1973 โกโร่ ฮาเซกาว่า ได้จำหน่ายหมากกระดาน “โอเทลโล่” เป็นครั้งแรกผ่านการจัดจำหน่ายโดยบริษัท ซึคุดะ ออริจินัล (Tsukada Original) หมากกระดานโอเทลโล่จึงเริ่มแพร่หลายและเป็นที่นิยมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สำหรับ ปิยะณัฐ อัญชุลี แชมป์ โอเทลโล่ ประจำปีนี้ เป็นนักเล่นโอเทลโล่วัย 26 ปี สามารถคว้าแชมป์เอาชนะ Song Yan คู่แข่งจากประเทศจีน 2-0 เกมด้วยคะแนน 35-29 และ 33-31 เป็นคนไทยคนแรกที่คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทบุคคลได้สำเร็จ ซึ่งก่อนหน้านี้ปิยะณัฐ เคยได้ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 ในการแข่งขันโอเทลโล่ชิงแชมป์โลกเมื่อปี พ.ศ. 2553 และตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2554 และ 2556 อีกด้วย

นายปิยะณัฐ อัญชุลี กล่าวว่า โอเทลโล่เป็นเกมที่สามารถพลิกล็อกได้ตลอดเวลา จึงต้องหมั่นฝึกซ้อมหากลยุทธ์ใหม่ๆ ศึกษาหาเคล็ดการเล่นอย่างรอบคอบตั้งแต่หมากแรก โดยศึกษาจากการเล่นของตัวเองและทดสอบกับโปรแกรมด้วยเพื่อหาจุดอ่อนของตัวเองแล้วปรับปรุงแก้ไข ต่อไปนี้ก็ยังคงต้องศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าการเป็นแชมป์นั้นยาก แต่การป้องกันแชมป์ยิ่งยากกว่าครับ หรือติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ facebook/sosuco2008 หรือ http://www.sosuco2008.co.th

เมื่อ ‘เด็กสถาปัตย์’ได้เป็นพระเอก ในสายตาอุตสาหกรรมก่อสร้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248371

เมื่อ ‘เด็กสถาปัตย์’ได้เป็นพระเอก ในสายตาอุตสาหกรรมก่อสร้าง

เมื่อ ‘เด็กสถาปัตย์’ได้เป็นพระเอก ในสายตาอุตสาหกรรมก่อสร้าง

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สถานภาพของ อาจารย์และนักศึกษาในสาขาสถาปัตย์และการออกแบบ ตอนนี้ดูเหมือนว่า กำลังเป็นที่สนใจของ ผู้ทำอุตสาหกรรมประเภทงานก่อสร้างอย่างออกหน้าออกตา เพราะสถาปนิกและนักออกแบบรุ่นใหม่เหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจและทำให้เกิดโลกของการก่อสร้างแห่งอนาคต เนื่องจากพวกเขาเหล่านี้ต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้สอดคล้องกับสภาวะของโลกรอบตัวที่เป็นอยู่ โดยต้องเอาชนะความซับซ้อนและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นให้ได้

โครงการ  U-Lead CampusTour เป็นผลงานของ บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน)ผู้ผลิตนวัตกรรมยิปซัมแบรนด์ “ยิปรอค”โครงการนี้ เป็นแผนงานเชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ในการสร้างความรับรู้ต่อแบรนด์และพัฒนาเครือข่ายความสัมพันธ์กับกลุ่มนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย เพื่อให้นักศึกษาสาขาสถาปัตย์และการออกแบบได้รับทราบถึงประวัติและชื่อเสียงในระดับโลกของกลุ่มบริษัทแซง-โกแบ็ง และเข้าใจถึงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมการก่อสร้างของยิปรอคซึ่งมีจำหน่ายในประเทศไทย สำหรับเป็นฐานข้อมูลในการกำหนดรายการวัสดุก่อสร้างในอนาคต

การเดินสายของโครงการ  เริ่มจัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเป็นแห่งแรก ต่อด้วยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ตามลำดับ โดย  มร. ริชาร์ด จูเชรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการสร้างช่องทางเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างยิปรอคและกลุ่มเป้าหมายหลัก ซึ่งก็คืออาจารย์และนักศึกษาในสาขาสถาปัตย์และการออกแบบ ด้วยการนำเสนอการสาธิตระบบการติดตั้งผนังและเพดานและโครงการต่างๆ ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ยิปรอค เพื่อให้นักศึกษามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้และมองเห็นภาพผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน รวมถึงมีแนวคิดในการบูรณาการโซลูชั่นส์การก่อสร้างชั้นเลิศของยิปรอคเข้ากับการออกแบบ อาทิ ระบบผนังดรายวอลล์และผลิตภัณฑ์อัลตร้าสตีล นอกจากนี้ ยิปรอคยังเชิญชวนให้นักศึกษาร่วมทำกิจกรรมมากมาย ทั้งกิจกรรมผ่านแอพพลิเคชั่นยิปรอค กิจกรรมบนเฟซบุ๊คยิปรอคประเทศไทย เกมการตอบคำถามชิงรางวัลจากยิปรอค ฯลฯ ทำให้กลุ่มเป้าหมายได้ทราบว่า การตลาดระบบดิจิทัลของยิปรอคนำเสนอบริการแบบอินเตอร์แอ๊กทีฟ เพื่อมอบความสะดวกสบายในการรับข่าวสารและข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นส์การก่อสร้างได้อย่างง่ายดาย

เมื่อส้มหล่นลงมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ก็จงหยิบมารับประทานให้มีฟอร์มหน่อยก็แล้วกัน

คนไทยกับชาวต่างชาติ วัฒนธรรมที่อยู่ในสายเลือดไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248370

x

คนไทยกับชาวต่างชาติ วัฒนธรรมที่อยู่ในสายเลือดไทย

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นับเป็นเวลากว่า 10 ปีมาแล้ว ใครที่ไปเยี่ยมเยือน จังหวัดสมุทรสาคร คงจะชินหูชินตากับภาษา และแรงงานของ ชาวต่างชาติ เพื่อนบ้านของเรา อย่าง พม่า ลาว และ กัมพูชา ส่งเสียงพูดคุยสื่อสาร และอยู่ร่วมกลุ่มกันอย่างหนาตา จนแทบจะเรียกได้ว่า จังหวัดนี้น่าจะเป็นบ้านแห่งที่สองของชาวต่างชาติเหล่านี้

จากเวลาที่ล่วงเลยมา นอกจากจะมีแรงงานเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องแล้ว การเพิ่มของประชากรสัญชาติไทย ที่เกิดจากชาวต่างชาติเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วย

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดการศึกษาระดับพื้นฐานให้กับเด็กในประเทศทุกคน นอกเหนือจากให้ความรู้ทางด้าน วิชาการตามหลักสูตรแล้ว ยังได้พยายามที่จะสร้างสรรค์ให้เด็กๆจากจังหวัดนี้ได้เรียนรู้เพิ่มเติมที่นอกเหนือจากหลักสูตรที่ได้วางเอาไว้ เช่นเดียวกับทุกจังหวัด ทุกโรงเรียนในประเทศไทย ดังจะเห็นได้จากการทำงานร่วมกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟภายใต้โครงการ “ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูก อนาคต” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพและโภชนาการ ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ การผลิตงานด้านเกษตรกรรม ได้แก่ การเพาะเลี้ยงปลาดุก และการปลูกต้นทานตะวัน ให้กับ โรงเรียนในโครงการ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 โรง คือโรงเรียนหลวงแพทย์โกศลอุปถัมภ์ และโรงเรียนวัดศรีสุทธารามอ.เมือง จ.สมุทรสาคร ภายใต้โครงการ “ซีพีเอฟอิ่ม สุข ปลูกอนาคต” 60 โรงเรียน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 60 พรรษา ที่ซีพีเอฟได้ส่งมอบให้โรงเรียน 67 แห่งทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา

นายปริโสทัต ปุณณภุม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านทรัพยากรบุคคล ซีพีเอฟ เปิดเผยให้ทราบว่า โครงการ “ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต” ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 โดยเป็นโครงการต่อยอดมาจาก “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ที่ซีพีเอฟได้เข้าไปส่งเสริมโภชนาการให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล มากว่า 26 ปี โดยมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงอาหารและสร้างเสริมโภชนาการที่ดีให้กับเยาวชนผ่านการดำเนินกิจกรรมที่ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ การสนับสนุนการผลิตอาหาร การพัฒนาระบบสุขาภิบาลอาหาร การให้ความรู้ด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์และอื่นๆ แก่โรงเรียน เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนบริโภคอาหารปลอดภัยมีโภชนาการที่ดีอย่างยั่งยืน สำหรับการดำเนินการที่จังหวัดสมุทรสาครนี้ ยังเป็นการต่อยอดโครงการ โดยพิจารณาคัดเลือกโรงเรียนที่มีลูก-หลานแรงงานประมงต่างด้าวเข้ามาศึกษาเป็นจำนวนมากเข้าร่วมโครงการซึ่งจะเป็นทักษะอาชีพที่เด็กสามารถนำไปต่อยอดทำเองที่บ้าน หรือเป็นอาชีพเลี้ยงตนเองได้ และการที่โรงเรียนจับกลุ่มให้เด็กไทยและต่างชาติทำงานร่วมกัน เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของกันและกัน และสร้างความเข้าใจกันมากขึ้นด้วย

นับเป็นวัฒนธรรมของคนไทย ที่มองว่า มนุษย์บนโลกใบนี้ล้วนเป็นเครือญาติกันทั้งสิ้น

โดย ชนิตร ภู่กาญจน์

โปรดเกล้าฯ’สนช.-สปท.-ศาล’ เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวาย’พระบรมศพ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248410

โปรดเกล้าฯ'สนช.-สปท.-ศาล' เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวาย'พระบรมศพ'

โปรดเกล้าฯ’สนช.-สปท.-ศาล’ เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวาย’พระบรมศพ’

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 18.26 น.

11 ธ.ค. 59 ซึ่งเป็นวันที่ 59 ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อดีตสมาชิกรัฐสภา สถาบันพระปกเกล้า ศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมเป็นเจ้าภาพ ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ

เมื่อเวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย คุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มาบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ มาตั้งแต่ค่ำวันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยมี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อดีตสมาชิกรัฐสภา และคณะผู้บริหารและพนักงาน สถาบันพระปกเกล้า ร่วมเป็นเจ้าภาพ ในพระราชพิธีด้วย

จากนั้น เวลา 10.30 น. นายวีรพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีคณะผู้บริหาร ตุลาการ และข้าราชการในสังกัดศาลยุติธรรม ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ต่อมาเวลา 16.30 น. คณะผู้บริหาร ตุลาการ และข้าราชการในสังกัดศาลรัฐธรรมนูญ และในสังกัดศาลปกครอง ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมีนายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธาน

นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวภายหลังร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระราชาผู้ทรงธรรม พระองค์ทรงมีพระราชจริยวัตรตามหลักทศพิธราชธรรม 10 ประกาลร ทรงเป็นผู้ปกครองที่ดำเนินประเทศตามหลักจักรวรรดิวัตร (ธรรมในการดำเนินกุศโลบายและวิเทโศบาย) 12 ประการในศาสนาทุกประการ ทรงมีพระเมตตาตามราชสังคหวัตถุ (ธรรมในการวางนโยบายปกครองบ้านเมือง) 4 ประการครบถ้วน ตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์ ไม่มีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดที่จะเทียบเท่าพระองค์ นี่จึงเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาวไทย
ด้าน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวภายมาร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ว่า ตลอดรัชสมัย 70 ปี ที่ทรงครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งและมีพระราชดำรัชในหลายครั้งว่า ในการอำนวยความยุติธรรม ซึ่งต้องไม่คำนึงถึงเฉพาะหลักในตัวบทกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องพิจารณาถึงเรื่องคุณธรรม จริยธรรมควบคู่ด้วย  ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินมุ่งมั่นในการเผยแพร่บทบาท อำนาจหน้าที่ พร้อมทั้งสร้างความเป็นธรรมและอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนต่อไปด้วยความกล้าหาญ และซื่อสัตย์สุจริต ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพันอันหาที่สุดมิได้ ขอน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระองค์เป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ และขอตั้งปณิธานว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

ในเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน มาบำเพ็ญพระราชกุศลสดัปกรณ์พระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสกฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ

ขณะที่บรรยากาศในวันนี้ พสกนิกรชาวไทยจำนวนมากยังคงเดินทางมา เพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระบรมมหาราชวัง อย่างไม่ขาดสายเนื่องในวันหยุดยาว

‘พรเพชร’ร่วมไถ่ชีวิตโคกระบือ89ตัว ถวายพระราชกุศล’ในหลวง ร.9’ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248402

'พรเพชร'ร่วมไถ่ชีวิตโคกระบือ89ตัว ถวายพระราชกุศล'ในหลวง ร.9' (ประมวลภาพ)

‘พรเพชร’ร่วมไถ่ชีวิตโคกระบือ89ตัว ถวายพระราชกุศล’ในหลวง ร.9’ (ประมวลภาพ)

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 17.57 น.

11 ธ.ค. 59 ที่วัดราชาธิวาสวิหาร นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติเเห่งชาติ เเละสมาชิกสภานิติบัญญัติเเห่งชาติ ร่วมพิธีไถ่ชีวิตโคกระบือ เพื่อถวายพระราชกุศล เเด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 89 ตัว

‘พรเพชร’มอบอาหารให้ปชช.ที่สนามหลวง โอกาสที่สนช.เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศล (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248356

'พรเพชร'มอบอาหารให้ปชช.ที่สนามหลวง โอกาสที่สนช.เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศล (ประมวลภาพ)

‘พรเพชร’มอบอาหารให้ปชช.ที่สนามหลวง โอกาสที่สนช.เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศล (ประมวลภาพ)

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 12.11 น.

11 ธ.ค.59 ที่บริเวณท้องสนามหลวง นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมคณะ ได้ร่วมกันมอบข้าวเหนียวไก่ เเละโดนัท ร่วมถึงของที่ระลึก ให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสที่ สนช.เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

40วัน1.5ล้านคน ถวายสักการะ‘พระบรมศพ’ อาสาสมัครร่วมใจทำดีเพื่อพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248335

40วัน1.5ล้านคน  ถวายสักการะ‘พระบรมศพ’  อาสาสมัครร่วมใจทำดีเพื่อพ่อ

40วัน1.5ล้านคน ถวายสักการะ‘พระบรมศพ’ อาสาสมัครร่วมใจทำดีเพื่อพ่อ

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

40วัน1.5ล้านคน

ถวายสักการะ‘พระบรมศพ’

อาสาสมัครร่วมใจทำดีเพื่อพ่อ

ราชสกุล-ราชนิกุล บำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ขณะที่พสกนิกรทั่วไทยหลั่งไหลวันหยุด เข้าถวายสักการะพระบรมศพสำนักพระราชวังสรุป 40 วัน เข้าสักการะ 1.5 ล้านคน บริจาค 112 ล้าน ชาวกระบี่แห่ซื้อนสพ.ฉบับประวัติศาสตร์เกลี้ยงแผง

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชานุญาตให้สมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขาและราชินิกุล ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเป็นวันที่ 4 และโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชานุญาตให้คณะองคมนตรี สำนักพระราชวัง

สำนักราชเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี สมาชิกสกุล ไกรฤกษ์และผู้เข้ารับพระราชทุนมูลนิธิอานันทมหิดลร่วมเป็นเจ้าภาพในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังที่ดำเนินมาเป็นวันที่ 58

เวลา 07.05น.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทร กิติคุณ มาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชุตพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารและวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรม มาตั้งแต่ค่ำวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา

ราชสกุลเป็นเจ้าภาพวันที่ 4

ในการนี้ มีสมาชิกราชสกุลฉัตรชัย ราชสกุลเพ็ญพัฒน์ ในสายรัชกาลที่ 5 สมาชิกราชสกุลกาญจนะวิชัย ในสายพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชาญไชยบวรยศ พระราชโอรสในสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญในรัชกาลที่ 5 สมาชิกราชสกุลกัลยณะวงศ์ ในสายพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นกวีพจน์สุปรีชา พระราชโอรสในสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญในรัชกาลที่ 5 สมาชิกราชสกุล’สุทัศนีย์’ในสายพระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทัศนนิภาธร พระราชโอรสในสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญในรัชกาลที่ 5 สมาชิกราชสกุล’วรวุฒิ’ในสายพระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรวุฒิอาภรณ์ราชกุมาร พระราชโอรสในสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ในรัชกาลที่ 5 สมาชิกราชสกุลรัชนี ในสายพระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ พระราชโอรสในสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ในรัชกาลที่ 5 ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลในพระราชพิธี

ต่อมา เวลา10.30น ม.ร.ว.วิสุทธิสวัสดิ์ วิสุทธิ เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจำนวน 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และ วัดอนงคารามวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีราชสกุลวิสุทธิ ในสายพระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าบวรวิสุทธิ์ พระราชโอรสใน สมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ในรัชกาลที่ 5 พร้อม สมาชิกราชินิกุล ณ บางช้างในสายสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 1 สมาชิกราชินิกุลสวัสดิ์-ชูโตในสายเจ้าคุณชายโต พระเชษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1

สมาชิกราชินิกุลบุนนาคในสายเจ้าคุณหญิงนวล พระขนิษฐาในสายสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินีพระบรมราชินีในรัชกาลที่1สมาชิกราชินิกุลศิริสัมพันธ์ในสายท่านสาด พระอนุชาในสมเด็จพระศรีสุลาไลยพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 2 สมาชิกราชินิล ณ พัทลุงในสายพระราชชนนีในสมเด็จพระศรีสุลาไลยพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 2 และราชินิกุลสุจริตกุล สายพระราชชนนีในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในรัชกาลที่ 5 ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตปราสาท

ราชินีกุลปลื้มเป็นเกียรติสูงสุด

ด้านนางจิตติมา ณ บางช้าง พนักงานโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ราชินิกุล ณ บางช้าง สืบเชื้อสายจากพระมเหสีในรัชกาลที่1ได้รับพระราชานุญาตร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพฯ กล่าวว่าถือเป็นเกียรติสูงสุดได้รับโอกาสครั้งนี้โดยมีสายสกุลเดินทางมาร่วม50คนเนื่องด้วยสืบทอดตั้งแต่ต้นรัชกาลแตกสาขาไปมากทำให้ในสกุล อาจไม่ทราบว่าใครมาจากสายไหนโดยครอบครัวรวมกลุ่มอยู่ที่อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม มีโอกาสถวายงานพระบรมวงศานุวงศ์

โดยเฉพาะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเสด็จฯทอดพระเนตรการแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย อุทยาน ร.2 ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯไปทรงปลูกต้นโพธิ์ ที่อุทยาน ร.2 นานมาแล้ว ชาวอัมพวาส่วนใหญ่ยังยึดอาชีพเกษตรกรและยังอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้และยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิตและจะนำเรื่องราวและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ไว้บอกเล่าให้ลูกหลานฟังสืบไป

นายจิระ ศิริสัมพันธ์ สมาชิกราชินิกุลศิริสัมพันธ์ อดีตข้าราชบริพารในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เผยว่าปลื้มปีติและตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่งที่ราชินีกุล เราได้รับพระบรมราชานุญาติร่วมเป็นเจ้าภาพในฐานะข้าราชบริพารในสมเด็จพระพี่นางฯได้เห็นในหลวงร.9ทรงงานมาโดยตลอดด้วยความรักความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย

40วันถวายอาลัย1.5ล้านคน

สำนักพระราชวัง ได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ของวันที่ 9 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 04.45-00.46น.ของวันที่10 ธันวาคม เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาจำนวนมาก จึงต้องขยายเวลาให้เข้าสักการะจนครบหมดทุกคน โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 55,948คน รวม 40 วัน มี 1,464,701 คน และ มีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นเงิน 4,793,911 บาท รวม 40 วัน มียอดเงินรวมทั้งสิ้น 112,389,891 บาท

พสกนิกรสักการะเนืองแน่น

สำหรับบรรยากาศการเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดำเนินมาเป็นวันที่ 41 ของการพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนสักการะพระบรมศพฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้มีประชาชนเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งจากกรุงเทพฯและต่างจังหวัดที่ใช้โอกาสช่วงวันหยุดยาว 3วัน พากันมาเป็นหมู่คณะและครอบครัว โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้า ตั้งแต่เวลา 04.50น.โดยพสกนิกรจำนวนมากพร้อมใจสวมใส่ชุดดำไว้ทุกข์

ทั้งนี้ พสกนิกรที่มากราบสักการะพระบรมศพทุกคนยังคงอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ หลายคนกอดพระบรมฉายาลักษณ์ที่นำมาจากบ้านไว้แนบอกตลอดเวลา เมื่อได้เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพแล้ว สำนักพระราชวัง แจกภาพ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรทุกคนเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

ร.10พระราชทานอาหาร4มื้อ

ขณะที่ เต็นท์อาหารพระราชทานของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือ เยื้องพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯนำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา07.00น.ข้าวต้มหมูตุ๋น 1.500ถ้วย,กาแฟสด 2,500แก้ว นมหนองโพ 2,000 กล่องและน้ำดื่ม มื้อกลางวัน เวลา11.00น.กระเพาะปลา 2,000 ถ้วย ข้าวหมูแดงไข่ต้ม 1,500จาน ข้าวผัดกุนเชียง1,500จาน และผัดไทยกุ้งสด 1,000 จาน มื้อบ่าย เวลา16.00น.ขนมไทย 1,000 กล่อง ซาลาเปาหมูแดง-หมูสับ 1,000ลูก เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง,น้ำสมุนไพร 700 ลิตร และ มื้อเย็นเวลา 18.00 น.ข้าวต้มปลากระพงแดง 3,000จานและน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

“พล.ต.ท.ศานิตย์” จัดระเบียบจยย.

ที่บริเวณท้องสนามหลวง ทางฝั่งทิศเหนือ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รอง ผบช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร. แถลงข่าวโครงการ “อาสาร่วมใจ ทำดีเพื่อพ่อ” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดระบบรถจักรยานยนต์( จยย.) ที่อาสารับส่งประชาชนรอบสนามหลวง สร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนที่เดินทางมาสนามหลวง และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจและประชาชน โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง กองบังคับการตำรวจจราจร กับ อาสาภาคประชาชน เช่น วินจยย. และสมาชิกกลุ่มปลดแอกชาว 2 ล้อ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า อาสาที่มาทำความดีครั้งนี้ มาทำด้วยใจ ซึ่งอาสาที่จะมาต้องผ่านการคัดกรองและตรวจสอบเป็นอย่างดี ทั้งนี้ หลังจากผ่านการคัดกรองเรียบร้อยแล้วจะมีเสื้อกักมอบให้ โดยจะมีโค้ดไว้สำหรับเพื่อตรวจสอบ หากมีประชาชนร้องเรียนมาก็สามารถตรวจสอบได้ หรือบางครั้งอาจจะมีพวกที่มาแอบอ้างเข้ามาแฝงตัว อย่างไรก็ตาม รถจักยานยนต์อาสาเปิดให้ประชาชนบริการตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามทำความเข้าใจเรื่องกฎหมายจราจรกับจักรยานยนต์อาสาว่าจำเป็นต้องบังคับเพื่อความปลอดภัย เพื่อให้เป็นมาตราการทั่วไป ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนได้เดินทางมารอเพื่อเข้าแถวตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าแถวได้ในเวลา 04.50น. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดที่เดินทางมากับทางกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด 4 จังหวัดคือ จ.นครราชสีมา จ.ชัยนาท จ.นครสวรรค์ และจ.นราธิวาส

ครู-นร.นราฯแปรอักษร ร.9

ที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส ต.โล๊ะจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส คณะครูบุคลากรพร้อมทั้งนักเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6จำนวน1,000คนร่วมประกอบพิธีแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์กว่า 70 ปีโดยนายมนูญ เสียมไหม ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส เป็นประธาน พร้อมนำกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้นคณะครูและนักเรียนและพร้อมใจยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89วินาที ก่อนร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และร่วมแปลอักษรเป็นรูปหัวใจ มีเลข ๙อยู่ตรงกลางเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ชาวทุ่งใหญ่ร่วมแปลอักษร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ลานธรรมอุทยานพระพุทธศาสนา หมู่ 4 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นายชัยณรงค์ รักษามั่น นายก อบต.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมชาวบ้าน ข้าราชการพ่อค้าประชาชน จำนวน 2,000 คน ร่วมแปลอักษร ถวายความอาลัยในหลวง ร 9 อย่างสวยงามและยิ่งใหญ่ ด้วยความร่วมมือร่วมใจชาวบ้านในพื้นที่ และได้ร่วมทำพิธีบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้เคยทรงเสด็จเยี่ยมเยือนพสกนิกรชาวทุ่งใหญ่ถึง 2 ครั้ง ซึ่งมีนายกฤษณะ ณ สงขลา นายอำเภอ ทุ่งใหญ่ เป็นประธานในพิธี และประชาชน

กระบี่แห่ซื้อนสพ.หมดแผง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับบรรยากาศตามแผงจำหน่ายหนังสือพิมพ์ในจังหวัดกระบี่ เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนทยอยมาเลือกซื้อหนังสือพิมพ์ที่วางจำหน่ายฉบับประจำวันที่เสาร์ที่10 ธันวาคม 2559ทุกฉบับต่างลงข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพิธีเปิดอาคารศาลากลางจังหวัดกระบี่ หลังใหม่ เป็นจังหวัดแรก เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ท่ามกลางพสกนิกรชาวกระบี่ และใกล้เคียง ส่วนใหญ่จะซื้อคนละไม่ต่ำกว่า2ฉบับเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกและแจกจ่ายญาติพี่น้อง คนรู้จัก ทำให้หนังสือพิมพ์ขายดีเป็นพิเศษ

นายอดิศร เหล่าติวานนท์ เจ้าของร้านวารสารทอง ที่จำหน่ายหนังสือพิมพ์ในตัวเมืองกระบี เผยว่า หลังจากหนังสือพิมพ์วางแผงเมื่อช่วงเช้า มีประชาชนมาซื้อหนังพิมพ์เป็นจำนวนมาก บางคนที่ไม่เคยซื้อหนังสือก็มาซื้อ คนละอย่างน้อย 2 ฉบับ หรือ ซื้อหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเกี่ยวกับรัชกาลที่10 ทุกฉบับ เอาไปเก็บไว้เป็นที่ระลึก คาดว่าภายไม่เกินเที่ยง คงขายหมดเกลี้ยง เพราะมีเหลือน้อย คงไม่เพียงพอต่อความต้องการ

นายประพันธ์ วิยาสิงห์ อายุ 43 ปี อาชีพขับรถรับจ้างเผยว่าได้มาซื้อหนัง3ฉบับเพราะตั้งใจซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกให้ชนรุ่นหลังได้รู้ว่าจังหวัดกระบี่ ได้ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าในหลวง รัชกาลที่ 10ทรงเสด็จฯมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จ.กระบี่ เป็นจังหวัดแรก ของประเทศไทยส่วน นางอัมพร กาญจนราบน อายุ 79 ปีเจ้าของร้านหนังสือพิมพ์ ร้านเก่าแก่40ปี ในอำเภอคลองท่อม กล่าวว่า หนังสือพิมพ์ทุกฉบับขายเกลี้ยงหมด หมดเร็วกว่าทุกๆวัน

นักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/248332

นักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

นักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 19.55 น.

10 ธ.ค. 59 เมื่อเวลา 16.30 น. สมาชิกชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล จำนวน 100 คน  เข้าร่วมในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

รศ.ดร.พูนพิภพ เกษมทรัพย์ อาจารย์ประจำภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักเรียนทุนอานันทมหิดล ปี 2527  กล่าวว่า  ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด ขอจดจำไปตลอดชั่วชีวิต ที่ครั้งหนึ่งได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง ไปเรียนต่อจนสามารถไปศึกษาต่อจนจบปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส ประเทศสหรัฐ ยอมรับว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่เปลี่ยนแปลงชีวิตไปตลอด เพราะหากไม่ได้รับทุนอานันทมหิดล คงไม่มีวันนี้ และไม่มีสิทธิ์ได้ไปเล่าเรียนต่อในระดับสูงขนาดนี้แน่ หลังใช้เวลาศึกษาต่อ 5 ปี เมื่อจบการศึกษาจากสหรัฐฯ ก็กลับมารับราชการ เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ช่วงนั้นถือเป็นเวลาที่วิเศษที่สุดอีกครั้งในชีวิต เพราะทุกปีนักเรียนทุนอานันทมหิดล จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชวโรกาส ให้ เข้าเฝ้าฯยังจดจำบรรยากาศและความรู้สึกได้ดี  พระองค์จะรับสั่งกับพวกเราอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเองนาน 2-3 ชั่วโมง สิ่งที่พระองค์รับสั่งและประทับใจมากที่สุด คือ “พวกเราทุกคนเป็นเด็กของในหลวง”

อดีตนักเรียนทุนอานันทมหิดล กล่าวอีกว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยรับสั่งกับพวกเราด้วยว่า การที่พระราชทานทุนส่งเสียให้ไปศึกษาจบต่างประเทศนั้น สิ่งที่พระองค์ตั้งพระทัยไว้แต่ต้น คืออยากจะตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นมา แล้วให้ทุกคนที่เรียนจบได้นำความรู้ที่เรียนมากลับมาสอนต่อ แต่เนื่องจากพระราชทรัพย์ไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถทำได้ การที่ได้กลับมารับใช้ชาติในสาขาอาชีพต่างๆก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะได้มีความหลากหลาย พระองค์ไม่เคยบอกว่าคนที่เรียนจบทุนอานันทมหิดล จะต้องกลับมาเมืองไทย เรื่องนี้อยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคน แต่ยืนยันว่าจากการที่ได้เข้าเฝ้าใกล้ชิด ต่อเนื่องมารวม 5 ครั้ง และได้รับฟังพระราชดำรัสของพระองค์ สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของปากท้อง ทรงอยากให้พวกเราได้นำความรู้มาช่วยพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สิ่งที่ทรงรับสั่งกับพวกเราทั้งหมด ส่วนตัวตั้งมั่นไว้ว่า จะนำมาปรับใช้และยึดมั่นตามที่ได้ทรงสอนสั่งตลอดไป ด้วยการพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้า ตามหน้าที่เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์

ด้านนางสาวมิ่งขวัญ ทองพฤกษา อายุ 35 ปี พนักงานบริษัท หลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด มหาชน และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับพระราชทานทุนการศึกษาปีพ.ศ. 2545 ไปศึกษาต่อด้านเศรษฐศาสตร์ ระดับปริญญาโทและเอกที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจและถือเป็นที่สุดในชีวิตที่ได้รับโอกาสอันสำคัญสุดในชีวิตเช่นนี้ และอยากจะมอบโอกาสนี้แก่ผู้อื่นต่อไปด้วยการทำหน้าที่เป็นอาจารย์ให้ความรู้กับประชาชน การที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพสักครั้งหนึ่งถือเป็นความตื้นตันอย่างมาก

“หากจะถามถึงความรักและประทับใจที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ต้องนับย้อนไปถึงสมัยที่ได้รับโอกาสไปศึกษาต่อที่คอร์แนล ช่วงที่เรียนต่อปริญญาเอกนั้นรู้สึกว่ายาก ท้อแท้ แต่ละวิชาเรียนได้เอฟ และถอน แทบทุกวิชาในแต่ละเทอม จนรู้สึกท้อใจและคิดว่าไม่ไหวแล้ว เดินไปลาออก แต่มีอาจารย์ท่านหนึ่งชาวอินโดนีเซียกล่าวกับเราว่า หากเราจะลาออกย่อมทำได้ แต่เราจะเป็นนักเรียนทุนคิงคนเดียวที่ลาออกกลางทาง คำนั้นทำให้เรารู้สึกสำนึกชะงักคิด และกลับไปตั้งใจเรียนต่อ จากเอฟ ได้พัฒนาไปเป็นเกรดซี บี และเอในทรานสคริปต์ในที่สุด จากพูดภาษาอังกฤษก็พูดไม่ได้ก็พยายามคุยกับต่างชาติ พยายามมากที่สุด จนจบภายใน 5 ปี และรู้ว่าเรื่องการศึกษานี้เป็นสิ่งสำคัญที่อยากจะส่งต่อโอกาสให้กับนิสิต และคิดหาอาชีพให้กับพวกเขาต่อไป” นางสาวมิ่งขวัญ กล่าว

นางสาวมิ่งขวัญ กล่าวต่อว่า ช่วงระหว่างเรียนเคยท้อแท้ ร้องไห้เสียใจมาก จึงเขียนจดหมายผ่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อทูลเกล้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งในปีที่เราเรียนอยู่นั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงแสดงความยินดีในโอกาสพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงสำเร็จการศึกษาที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล นักเรียนทุนคิงทุกคนที่นั่นจึงมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์มีรับสั่งว่า “มิ่งขวัญ ได้รับจดหมายทุกฉบับเลย เราเป็นกำลังใจให้นะ” ทำให้เรามีพลังสู้ต่อไป และเมื่อสำเร็จการศึกษาได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ อีกครั้ง พระองค์ทรงมีรับสั่งอีกว่า “ดีใจด้วยนะ เราเอาใจช่วยตลอดเลย” หลังจากที่พระองค์เคยรับสั่งเมื่อตอนที่เราได้รับทุนว่า “ดีใจที่มีเด็กต่างจังหวัดได้รับทุนบ้าง” นั่นทำให้เรามุ่งที่คิดจะทำความดี และพัฒนาประเทศชาติอย่างไม่หวั่นเหน็ดเหนื่อย เพราะรู้ว่ามีคนที่เหนื่อยและรอคอยโอกาสเช่นเราอีกมาก”

ขณะที่ น.ส.สมหญิง พัฒน์ธีรพงศ์ อายุ 42 ปี อาจารย์คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าว่า ตัวเองได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลแผนกแพทยศาสตร์ปี 2543 ไปศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นโอกาสให้ตัวเองไม่ใช่เพียงได้เรียนจบในระดับสูงเท่านั้น แต่ยังได้นำความรู้เล่าเรียนจากต่างประเทศมาต่อยอดสอนให้กับนิสิต นักศึกษาในประเทศไทย ทุนมูลนิธิอันทมหิดลจึงถือได้ว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่มีคุโณปการต่อประเทศชาติอย่างมาก จึงรู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสมาร่วมเป็นเจ้าภาพในพระราชพิธีและฟังสวดพระอภิธรรมพระบรมศพในวันนี้