ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248324

‘ในหลวง ร.10’ทรงวางพานพุ่ม ถวายบังคม’พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว’ เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ




ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248324





ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248321




ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248308

10 ธ.ค. 59 จากกรณีที่ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติผู้สร้างศิลปะวัดร่องขุ่น ได้กล่าวถึงกรณีภาพ “ทรงพระเมตตาต่อไพร่ฟ้าผู้ทุกข์ยาก” ซึ่งวาดขึ้นเพื่อมอบให้กับทางราชการและมีการนำไปติดตั้งที่ศาลากลางจังหวัดแพร่ เมื่อปี 2542 ร่วมกับศิลปินต่างๆ ที่วาดมอบให้กับศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศเนื่องในวโรกาสในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระชนมายุ 72 พรรษา แต่อาจารย์เฉลิมชัยระบุว่า ได้ไปพบภาพเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ก่อน ปรากฏว่า มีรอยฉีก มูลสัตว์ ฯลฯ กว่า 10 จุด จึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนพร้อมออกมาตำหนิการดูแลรักษาภาพดังกล่าว ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุด ที่วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า ภายหลังมีข่าวดังกล่าวออกไป ทางผู้บริหารจากศาลากลาง จ.แพร่ ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับตนแล้วและทราบว่าทางผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งก็รับปากจะดูแลภาพดังกล่าวให้เป็นอย่างดี ซึ่งตนต้องขอขอบคุณทางผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นอย่างมาก แต่กรณีที่จะมีการซ่อมแซมภาพนั้น ตนขอแจ้งว่าภาพนี้ตนต้องซ่อมแซมด้วยตัวเอง เพราะมีความละเอียด จึงขอไม่ให้ผู้ใดได้แตะต้องเนื้อภาพ ซึ่งใช้เทคนิคสีอะคริริคบนผ้าใบดังกล่าว หรือรีบนำไปใส่ในกรอบกระจกอย่างเด็ดขาด เบื้องต้นตนจะไปดูภาพดังกล่าวด้วยตัวเองก่อน หากว่าสามารถทำการซ่อมแซมได้ในพื้นที่ จ.แพร่ ก็จะดำเนินการให้จนแล้วเสร็จ
อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามหากว่าดูแล้วไม่สามารถทำการซ่อมแซมที่ จ.แพร่ ได้ ก็จะต้องยกกลับมายัง จ.เชียงราย จนกว่าจะแล้วเสร็จจึงจะส่งกลับคืนไปยังศาลากลางจังหวัด.แพร่ ได้ดังเดิมต่อไป ทั้งนี้ตนจะดำเนินการให้เมื่อมีโอกาสเดินทางไปยัง จ.แพร่ โดยยืนยันว่ากรณีค่าใช้จ่ายในการะซ่อมแซมทั้งหมดนั้น ตนจะเป็นผู้ออกเองให้ทั้งหมดโดยที่ทางราชการไม่ต้องจ่ายหรือเป็นห่วงแต่อย่างใด กระนั้นก็ยอมรับว่าจากการดูสภาพแล้วคงจะซ่อมแซมได้ยากมาก
“ขอบคุณทางผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และขอฝากถึงทุกจังหวัดเช่นกันที่มีหลากหลายศิลปินได้วาดภาพในหลวงเอาไว้ แล้วมีการนำไว้ที่ศาลากลางจังหวัดตามที่ทางราชการได้ดำเนินการมาเมื่อ 17 ปีก่อน โดยขอให้ช่วยกันดูแล เพราะภาพที่วาดดังกล่าวควรเทิดทูลและผู้วาดต่างก็เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงทั้งหมดจึงมีความสำคัญและล้ำค่า แต่หากว่าแม้แต่ภาพของผมซึ่งถือว่ามีชื่อเสียงยังเป็นอย่างนี้แล้ว ก็น่าหวาดหวั่นภาพของคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน” อาจารย์เฉลิมชัย กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘อ.เฉลิมชัย’โวยศาลากกลางจ.แพร่ ปล่อยภาพวาด’ในหลวงร.9’เสียหายมีทั้งรอยขาด-ด่าง



ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248297

10 ธ.ค.59 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดงาน “๙ ตามพ่อ สานต่อพระราชปณิธาน” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงเชิญชวนประชาชนสานต่อพระราชปณิธาน “มุ่งทำดีเพื่อผู้อื่นและสังคม” ซึ่งบรรยากาศภายในงานได้จัดนิทรรศการให้ประชาชนเยี่ยมชมภาพพระบรมฉายาสาทิศลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทั้งนี้ ยังมีต้นโพธิ์ทองให้ประชาชนเขียนปณิธานของตนเองลงบนแผ่นโพธิ์ทองเหลือง รวมทั้งฉายวิดีทัศน์พระราชกรณียกิจ พร้อมมอบปฏิทินให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับระบอบประชาธิปไตย” มี นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนางนววรรณ วุฒฑะกุล อาจารย์โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดย นายปริญญา กล่าวตอนหนึ่งว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เข้ามาช่วยคลี่คลายความขัดแย้งเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยหลายเหตุการณ์ เช่น 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 พฤษภาทมิฬ พ.ศ.2535 ทั้งสองเหตุการณ์เป็นโมเดลในการขอพระราชทาน ตามมาตรา 7 คือ การขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี จากนั้นในปี พ.ศ.2549 ได้มีการขอพระราชทานนายกฯ อีกครั้ง แต่พระองค์ทรงปฏิเสธ พร้อมมีพระราชดำรัสว่า “ที่ผ่านมามีการแต่งตั้ง นายสัญญา ธรรมศักดิ์ ไม่ได้ทำเกินอำนาจพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ทรงโปรดเกล้าฯ ตามที่มีคนเสนอขึ้นไป ซึ่งพระองค์ไม่ได้ทำเกินหน้าที่ หากทำเกินหน้าที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย” ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยในพระองค์ท่าน ซึ่งมีมากกว่าพวกเรา และในปี พ.ศ.2557 กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนเสื้อแดงก็มีการรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นขอนายกฯ พระราชทานเช่นกัน จึงมีคนสงสัยว่าธรรมศาสตร์เป็นเหลืองหรือแดง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าธรรมศาสตร์มีทั้งเหลืองและแดงตามสีของมหาวิทยาลัย

นายปริญญา กล่าวอีกว่า มาตรา 7 เดิมอยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ก่อนที่จะนำมาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ปี 40 และ ปี 50 ไม่มีการบัญญัติไว้ และที่ผ่านมารัชกาลที่ 9 ปฏิเสธที่ทำตาม แต่รัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้บัญญัติไว้ชัดเจนในมาตรา 5 ทั้งนี้ ในหลวงรัชกสลที่ 9 ทรงมีพระบรมราโชวาทไว้ว่า เสรีภาพเป็นของดี ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังไม่ให้ละเมิดและกระทบสวัสดิภาพของผู้อื่น เราอยู่คนละฝั่งก็ได้ ขัดแย้งกันได้แต่ขอให้อยู่ในกติกา ขอเพียงเราทำตามในระบอบประชาธิปไตย เราจะประสบความสำเร็จ
“ที่ผ่านมาพี่น้องทะเลาะกันแล้วสู้ไม่ได้ไปเรียกให้พ่อมาแก้ไขความขัดแย้ง แต่วันนี้พ่อไม่อยู่แล้ว เรายังทะเลาะกันอยู่ เราต้องเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองให้ได้ ระบอบประชาธิปไตยจะสำเร็จอย่างแน่นอน เพราะระบอบประชาธิปไตยของไทยคือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” นายปริญญา กล่าว



ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248271




ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248265

10 ธ.ค.59 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ที่สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้สมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขาและราชินีกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพ และทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้คณะองคมนตรี สำนักพระราชวัง สำนักราชเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี สมาชิกสกุลไกรฤกษ์ และผู้เข้ารับพระราชทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมเป็นเจ้าภาพ ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ดำเนินมาเป็นวันที่ 58
เมื่อเวลา 07.05 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ มาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชุตพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรม มาตั้งแต่ค่ำวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในการนี้ มีสมาชิกราชสกุลฉัตรชัย, ราชสกุลเพ็ญพัฒน์ ในสายรัชกาลที่ 5 สมาชิกราชสกุลกาญจนะวิชัย ในสายพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นชาญไชยบวรยศ พระราชโอรสในสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ในรัชกาลที่ 5 สมาชิกราชสกุลกัลยณะวงศ์ ในสายพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นกวีพจน์สุปรีชา พระราชโอรสในสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ในรัชกาลที่ 5 สมาชิกราชสกุลสุทัศนีย์ ในสายพระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทัศนนิภาธร พระราชโอรสในสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ในรัชกาลที่ 5 สมาชิกราชสกุลวรวุฒิ ในสายพระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรวุฒิอาภรณ์ราชกุมาร พระราชโอรสในสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ในรัชกาลที่ 5 สมาชิกราชสกุลรัชนี ในสายพระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ พระราชโอรสในสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ในรัชกาลที่ 5 ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลในพระราชพิธี

ต่อมาเวลา 10.30 น ม.ร.ว.วิสุทธิสวัสดิ์ วิสุทธิ เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหารและวัดอนงคารามวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมี ราชสกุลวิสุทธิ ในสายพระราชวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าบวรวิสุทธิ์ พระราชโอรสในสมเด็จกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ในรัชกาลที่ 5 พร้อมด้วย สมาชิกราชินีกุล ณ บางช้าง ในสายสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1 สมาชิกราชินีกุลสวัสดิ์-ชูโต ในสายเจ้าคุณชายโต พระเชษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 1 สมาชิกราชินีกุลบุนนาค ในสายเจ้าคุณหญิงนวล พระขนิษฐาในสายสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 1 สมาชิกราชินีกุลศิริสัมพันธ์ ในสายท่านสาด พระอนุชาในสมเด็จพระศรีสุลาไลยพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 2 สมาชิกราชินีกุล ณ พัทลุง ในสายพระราชชนนีในสมเด็จพระศรีสุลาไลยพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 2 และราชินีกุลสุจริตกุล ในสายพระราชชนนีในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 5 ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตปราสาท

ด้านนางจิตติมา ณ บางช้าง พนักงานโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่สืบเชื้อสายจากพระมเหสีในรัชกาลที่ 1 และรวมตัวกันอยู่ที่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งได้รับพระราชานุญาตร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ กล่าวว่า ถือเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้รับโอกาสในครั้งนี้ โดยในวันนี้มีสายสกุลเดินทางมาร่วม 50 คน แต่ด้วยสืบทอดตั้งแต่ต้นรัชกาลแตกสาขาไปมากแล้วจึงทำให้ในสกุลอาจไม่ทราบว่าใครมาจากสายไหน ส่วนครอบครัวนั้นจะรวมกลุ่มกันที่อัมพวา และมีโอกาสถวายงานพระบรมวงศานุวงศ์ โดยเฉพาะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการแสดงโขนในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ณ อุทยาน ร.2 ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เคยเสด็จฯ ไปทรงปลูกต้นโพธิ์ที่อุทยาน ร.2 เมื่อนานมาแล้ว ส่วนตัวประทับใจพระองค์ที่ทรงงานเพื่อคนไทยมาโดยตลอด ชาวอัมพวาเองส่วนใหญ่ยังยึดอาชีพเกษตรกร และยังอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ จึงได้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามคำสอนของพระองค์ในการดำรงชีวิต และจะนำเรื่องราวในวันนี้และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ไว้บอกเล่าให้ลูกหลานฟังสืบไป

ด้านนายจิระ ศิริสัมพันธ์ สมาชิกราชินีกุลศิริสัมพันธ์ อดีตข้าราชบริพาร สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เปิดเผยว่า เป็นความปลื้มปีติและตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่งที่ราชินีกุลเราได้รับพระบรมราชานุญาติให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ในฐานะข้าราชบริพารในสมเด็จพระพี่นางฯ ได้เห็นในหลวง ร.9 ทรงงานมาโดยตลอด และทำในทุกอย่าง แม้ว่าบางเรื่องพระองค์ไม่จำเป็นต้องทำ แต่ทรงทำด้วยความรักความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย และสิ่งที่พระองค์ทำไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทน ไม่ต้องการชื่อเสียงใดๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนได้น้อมนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตในเรื่องของการเสียสละเพื่อส่วนรวม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248264

10 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ได้มีประชาชนจำนวนมากใช้โอกาสวันหยุดราชการเดินทางมาเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทั้งเป็นหมู่คณะและมาเป็นครอบครัว โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาชนที่นั่งรถวีลแชร์เข้ากราบสักการะพระบรมศพเป็นชุดแรก เวลา 04.45 น. ตามด้วยประชาชนทั่วไป ในเวลา 04.50 น. โดยสำนักพระราชวังได้แจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

ด้าน น.ส.นุจรินทร์ โมธาราช อายุ 33 ปี พร้อมด้วย น.ส.ขวัญเนตร หลำทุ่ง อายุ 37 ปี พนักงานบริษัท ทอสเท็ม ไทย จำกัด นิคมอุสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนร่วมงานในโอกาสวันหยุดรัฐธรรมนูญ เข้ากราบสักการะพระบรมศพ โดยพนักงานสาวทั้ง 4 พร้อมใจกันกล่าวถึงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิการที่มีต่อในหลวง ร.9 ว่า คำสอนที่ใกล้ตัวและสามารถน้อมนำมาใช้ได้คือหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยรู้จักประหยัด รู้จักใช้ในสิ่งที่จำเป็น รู้จักแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน หากทำได้สังคมก็จะเป็นสุข ที่ผ่านมาถึงแม้จะไม่เคยรับเสด็จฯ แต่ก็รับรู้ว่าพระองค์ท่านเหนื่อยอย่างไร ท่านทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องความกตัญญู และทรงมีโครงการในพระราชดำริช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกร เช่น การทำฝนเทียม การสร้างอ่างเก็บน้ำ และอีกมากมาย ในหลายพื้นที่มีศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้ความรู้ประชาชนในเรื่องการเกษตรและเสี้ยงสัตว์
“วันนี้มารอที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่ตี 2 ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย เพราะที่ผ่านมาเห็นท่านทรงงานหนักเพื่อประชาชนท่านยังไม่เหน็ดเหนื่อย แล้วเราจะเหนื่อยทำไมและไม่ได้คิดด้วยว่าจะต้องรอนานแค่ไหน ขอให้ได้เข้าก็พอใจแล้วเพราะตั้งใจมากราบสักการะพระองค์ท่านเหมือนๆ กับทุกคนที่เดินทางมา”
ด้าน เตือน เสสน อายุ 65 ปี อาชีพทำสวนผลไม้และสวนยาง ชาว ต.กำแพงเซา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวทั้งน้ำตาแห่งความอาลัย ว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนบ้านในตำบลเดียวกัน และชาวบ้าน ต.ปากพูน อ.เมือง รู้สึกปลาบปลื้ม ตื้นตันใจดีใจที่ได้เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ คิดว่าเกิดมาชาตินี้จะไม่ได้มีโอกาสได้กราบในหลวง ร.9 แล้ว วันนี้ได้มาสมใจ และถ้ามีโอกาสก็จะเดินทางมาอีก เพราะรักในหลวง ร.9 มาก ท่านทำแต่ความดี ทำเพื่อประชาชน ช่วยชาวไร่ชาวสวน ท่านสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส ขุดคลองส่งน้ำเข้าหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านมีน้ำทำการเกษตร และน้ำไม่ท่วมเสียหายอีกเลย

“ป้านำคำสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านมาใช้ในครอบครัว สอนลูกหลานให้เป็นคนดี และคนในหมู่บ้าน ถ้ายึดตามหลักของพระองค์ท่านเราจะอยู่กันได้ ถึงแม้จะไม่รวยแต่ก็ไม่อดอยาก มีให้ครอบครัวและลูกหลานกินก็ดีแล้ว ชีวิตต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันและกัน มีอะไรก็แบ่งปันกันก็มีความสุข” ป้าเตือน กล่าว
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248260

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248251

10 ธ.ค.59 สำนักพระราชวัง ได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ของวันที่ 9 ธ.ค.ตั้งแต่เวลา 04.45 – 00.46 น.ของวันที่ 10 ธ.ค.เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาจำนวนมากจึงต้องขยายเวลาให้เข้าสักการะจนครบหมดทุกคน โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 55,948 คน รวม 40 วัน มี 1,464,701 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,793,911 บาท รวม 40 วัน มียอดเงินรวมทั้งสิ้น 112,389,891 บาท


ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/248250

ปลื้มปีติเสด็จฯจังหวัดแรก
รัชกาลที่10
เปิดศาลากลางกระบี่
แซ่ซ้องถวายพระพร
เหล่าทัพเตรียมหารือ
จัดเฉลิมพระเกียรติ
พสกนิกรกระบี่และจังหวัดใกล้เคียงปลื้มปีติที่ได้เฝ้าฯรับเสด็จฯสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีเปิดศาลากลางจังหวัดหลังใหม่อย่างเนืองแน่น พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ขณะที่กองทัพเตรียมการหารือจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติร.10อย่างสมพระเกียรติ “บิ๊กป้อม”ย้ำสถาบันกษัตริย์ดูแลประเทศไทยมาโดยตลอด
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพิธีเปิดศาลากลางจังหวัดกระบี่หลังใหม่ ณ ศูนย์ราชการจังหวัดกระบี่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ ทั้งนี้ นับเป็นจังหวัดแรกในรัชสมัย รัชกาลที่ 10 ที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯกระบี่
โดยเมื่อเวลา 18.55 น. วันที่ 9 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งออกจากท่าอากาศยานทหารดอนเมือง ถึงท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่ โดยมี นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และข้าราชการ เฝ้าฯ รับเสด็จ ในการนี้ เสด็จขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพจากทหารกองเกียรติยศ
ต่อมาเวลา 19.25 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังศาลากลางจังหวัดกระบี่หลังใหม่ เมื่อเสด็จฯ ถึงศาลหลักเมืองกระบี่ ทรงวางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะศาลหลักเมืองจังหวัดกระบี่ จากนั้นเสด็จฯไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางพานพุ่ม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะ จากนั้นเสด็จฯเข้าสู่พลับพลาพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กราบบังคมทูลถวายรายงานความเป็นมาของการก่อสร้างศาลากลางหลังใหม่ กราบบังคมทูลเชิญเสด็จทรงประกอบพิธีเปิดอาคารศาลากลางหลังใหม่ ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย อาคารศาลากลางจังหวัดกระบี่ หลังใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแผ่นศิลาเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ทรงลงพระปรมาภิไธย ในแผ่นศิลา นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย
จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ เสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังศาลากลางหลังใหม่ จากนั้นเสด็จเข้าสู่ภายในศาลากลาง ขึ้นลิฟต์ชั้น 4 เข้าที่ประทับรับรอง ทรงลงพระปรมาภิไธยในสมุดเยี่ยม ทรงฉายพระรูปร่วมกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กระทรวงมหาดไทย และข้าราชการจังหวัดกระบี่ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ
ปชช.เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศริมสองฝั่งถนนตั้งแต่สนามบินกระบี่จนถึงศาลากลางจังหวัดกระบี่เป็นระยะทาง 16 กิโลเมตร มีประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ทยอยเดินทางมาจับจองที่รอรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนืองแน่นตั้งแต่เช้าตรู่ หลายคนเดินทางมารอตั้งแต่เวลา 03.00 น. อีกส่วนหนึ่งได้มาค้างคืนบริเวณใกล้ศาลากลางฯ เพื่อรับเสด็จฯและชื่นชมพระบารมีใกล้ชิด ซึ่งทุกคนถือพระบรมฉายาลักษณ์และโบกธงชาติไทย พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง เมื่อขบวนรถพระที่นั่งแล่นผ่าน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจหลายกองร้อยและอาสาสมัครพลเรือนคอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
ปลื้มปีติเสด็จฯเป็นจังหวัดแรก
นางบรรจบ คงสุข อายุ 57 ปี ชาวบ้านจากอ.ปลายพระยา จ.กระบี่กล่าวว่า มารอรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ตั้งแต่เวลาตี 3 รักพระองค์เหมือนพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ เช่นเดียวกับนางมาลี สุขเจริญ อายุ 67ปี ชาวจ.สุราษฎร์ธานีกล่าวว่า ดีใจเป็นที่สุดที่ได้มีโอกาสรับเสด็จ เดินทางมาถึงตั้งแต่เย็นวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา และเมื่อคืนมานอนค้างที่หน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ โดยมีทหารคอยอำนวยความสะดวก เช่นเดียวกัน น.ส.รจนา เนื้ออ่อน อายุ 32 ปี ชาวกระบี่ที่มารอตั้งแต่เช้าเพื่อเฝ้าฯรับเสด็จ ดีใจปลื้มปีติที่พระองค์เสด็จมาจ.กระบี่เป็นจังหวัดแรก เพื่อเปิดศาลากลางฯ ถือเป็นบุญล้นเกล้าฯของชาวกระบี่โดยแท้
เหล่าทัพหารือจัดเทิดพระเกียรติร.10
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเปิดเผยถึงกรณี กองทัพเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10ว่า กองทัพกำลังดำเนินการ ต้องหารือกันเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เพราะประเทศไทยอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ อย่างไรก็ตาม ทหารทุกคนต่างปิติยินดีต่อพระองค์ท่าน และอยากให้ประเทศไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดไป เป็นหลักของประเทศ จะไม่มีไม่ได้
ราชสกุลเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลวันที่3
ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ 57 เมื่อเวลา 07.00 น. พล.ร.อ. ม.ร.ว.พันธุม ทวีวงศ์ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยวางพวงมาลาและถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวราราม ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 8 ธันวาคม
เวลา 10.30 น.ม.ร.ว.เทพกมล เทวกุล เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพและถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จากวัดมหาธาตุยุวราษรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร 8 รูปที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา และราชนิกุล ในพระบรมราชจักรีวงศ์ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีราชสกุลกำภู จักรพันธุ์ ภาณุพันธุ์ จิตรพงศ์ นพวงษ์ สุประดิษฐ์ กฤดากร ศุขสวัสดิ์ ทวีวงศ์ ทองใหญ่ ชุมพล เทวกุล เกษมสันต์ กมลาสน์ ศรีธวัช ทองแถม ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ
ลูกชายฮุนเซนลงนามถวายอาลัย
วันเดียวกัน นายฮุน มานี สมาชิกสภาแห่งชาติ จังหวัดกัมปงสปือ ราชอาณาจักรกัมพูชา และบุตรชายนายฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เข้าลงนามแสดงความเสียใจในสมุดหลวง ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง
39วันกราบพระบรมศพ1.4ล.
ส่วนบรรยากาศรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังยังคงมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยเจ้าหน้าที่เปิดให้เข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.45 น.ส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัวเป็นหมู่คณะ ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมมี 48,375 คน รวม 39 วันมี 1,408,753 คนและมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวน 3,276,177.25 บาทรวม 39 วันมียอดเงินทั้งหมด 107,595,980 บาท
คสช.-ครม.ร่วมเป็นเจ้าภาพ10ธค.
ด้านพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 แถลงหลังประชุมกองอำนวยการรักษาความสงบโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)ว่า วันที่ 10 ธันวาคม เวลา 19.00 น.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ร่วมกับคณะรัฐมนตรี( ครม.)เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากนั้นวันที่ 11 ธันวาคม เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตามลำดับ ส่วนการเข้ากราบพระบรมศพของประชาชนนั้นยังสามารถเข้าได้ตามปกติ
กิจกรรมเน้นเทิดพระเกียรติ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) แถลงหลังประชุมว่า ได้หารือถึงการเข้ากราบพระบรมศพ ที่ประชาชนจำนวนมากต้องรอแถวนาน ดังนั้น ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในกทม.และปริมณฑลเดินทางมาช่วงบ่าย เพราะจะใช้เวลารอแถวไม่เกิน 3 ชั่วโมง สำหรับภาคประชาชนหรือองค์กรที่ต้องการจัดกิจกรรมในสนามหลวงนั้น ต้องจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเท่านั้น ห้ามขายของที่ระลึกหรือแจกเครื่องรางของขลัง โดยต้องแจ้งให้คณะอนุกรรมการของกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.)พิจารณาอนุมัติ ส่วนต่างจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเห็นชอบก่อนส่งให้กอร.รส.
รอฟังมติครม.ประกาศวันสำคัญปี60
ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์กรณีบางคนที่เข้าไปพร้อมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทำให้สามารถกราบสักการะพระบรมศพได้โดยไม่ต้องรอคิวนั้น รองนายกฯกล่าวว่า ยังไม่มีการรายงานเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่าทุกคนต้องเข้าคิวตามวิธีปฏิบัติปกติ ไม่มีข้อยกเว้น สำหรับความคืบหน้าการกำหนดวันสำคัญเพิ่มเติมประจำปี 2560 ต้องหารือหลายฝ่าย แต่สุดท้ายต้องให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติ จึงขอให้รอฟังมติ ครม.